[sort by : last post | top views]..
+ โพสเรื่องใหม่ | ^ เลือกหน้า | All contents
3516 เรื่อง หน้าละ 10 รายการ 351 หน้า, หน้าที่ 352 มี 6 รายการ

 
ควบคุม ป้องกัน กำจัด แมลงศัตรูพืช และโรคพืช ที่ติดเชื้อ และไม่ติดเชื้อ
ควบคุม ป้องกัน กำจัด แมลงศัตรูพืช และโรคพืช ที่ติดเชื้อ และไม่ติดเชื้อ
ศัตรูพืช ได้แก่ โรค แมลง และวัชพืช
สร้างความเสียหายให้กับพืช ทั้งก่อนและหลังเก็บเกี่ยวได้มากกว่า 50% การป้องกัน กำจัด โรคพืช แมลงศัตรูพืช และกำจัดวัชพืช จะช่วยเพิ่มผลผลิตได้มาก 80-90 เปอร์เซ็นต์

อ่านต่อที่
http://www.farmkaset..link..
#โรคพืชที่ติดเชื้อ #โรคพืชที่ไม่ติดเชื้อ #โรคพืชจากเชื้อรา #โรคพืชจากแบคทีเรีย #โรคพืชจากไวรัส #โรคพืชจากไวรอยด์ #โรคพืชจากไฟโตพลาสมา
อ่าน:3308
โรคแตงไทย โรคแตงโม และ โรคที่กิดกับพืชตระกูลแตง
โรคแตงไทย โรคแตงโม และ โรคที่กิดกับพืชตระกูลแตง
โรคที่เกิดกับผักตระกูลแตง

พืชตระกูลแตงมีหลายชนิด บางชนิดใช้รับประทานแบบพืชผักบางชนิดรับประทานแบบผลไม้ ไม่ว่าจะเป็นแตงชนิดไหนก็ตามมีโอกาสที่จะเป็นโรคชนิดเดียวกันได้ แตงที่รับประทานแบบผลไม้ได้แก่ แตงโม แตงกวา แคนตาลูป แตงไทย แตงที่ใช้เป็นอาหารจำพวก ผัก ได้แก่ แตงกวา แตงร้าน มะระ ฟักทอง ฟัก แฟง น้ำเต้า ตำลึง บวบ ฯลฯ

จากการสำรวจพบว่าพืชในตระกูลแตงแต่ละชนิดมีโรคระบาดที่สำคัญและเป็นอุปสรรคต่อการปลูกมากหลายโรคด้วยกัน แต่ละโรคทำลายพืชตระกูลแตงเกือบทุกชนิดและเป็นโรคเดียวกัน ดังนั้นการศึกษาและเรียบเรียงคำแนะนำเรื่องโรคใดโรคหนึ่งและวิธีป้องกันกำจัดจึงสามารถใช้รวมไปได้กับพืชทุกชนิดในตระกูลแตง

โรคผักตระกูลแตงและวิธีป้องกันกำจัด

โรคผักตระกูลแตงมีความสำคัญทางเศรษฐกิจไม่แพ้โรคผักของพืชตระกูลอื่น ๆ หรือพืชเศรษฐกิจอื่น ๆ และกำลังจะได้รับการส่งเสริมให้พืชบางชนิดในตระกูลนี้ปลูกกันอย่างกว้างขวาง เพื่อใช้ผลิตอาหารกระป๋องสำเร็จรูป เช่น ทำแตงกวาดอง ฯลฯ และเป็นที่แน่นอนว่าจะต้องประสพปัญหาเรื่องโรค ซึ่งจะทำให้เกิดความต้องการเอกสารวิชาการเกี่ยวกับรายละเอียดเรื่องโรคและวิธีป้องกันกำจัด เช่น รายละเอียดเรื่องระดับความเสียหายความรุนแรงของโรค การแพร่ระบาด สาเหตุของโรค สภาพสิ่งแวดล้อมที่เหมาะสมต่อการเกิดโรคพาหะนำโรคและวิธีป้องกันกำจัดที่ให้ผลดีที่สุดและสิ้นเปลืองค่าใช้จ่ายน้อย การป้องกันกำจัดโรค โดยวิธีใช้สารเคมีฉีดพ่นอาจไม่ได้ผลเลยและสิ้นเปลืองค่าใช้จ่ายมากขึ้นโดยไม่จำเป็น เช่น ในกรณี ที่เกิดโรคขาดธาตุอาหารหรือสาเหตุอื่นที่ไม่ใช่เชื้อโรค ดังนั้น จำเป็นที่จะต้องทราบสาเหตุที่แท้จริงเสียก่อน แล้วจึงจะคัดเลือกวิธีการป้องกันกำจัดที่แท้จริงมาใช้หรืออาจจะต้องใช้วิธีการหลาย ๆ วิธีเข้าร่วมกันเพื่อให้การป้องกันกำจัดมีประสิทธิภาพสูง โรคจะได้ลดน้อยลง เพื่อที่จะให้การเรียบเรียงสมบูรณ์จึงได้จัดแบ่งโรคของผักตระกูลแตงออกเป็นหมวดหมู่ตามสาเหตุของโรค

โรคปลายผลเน่าเกิดจากขาดธาตุแคลเซียม

โรคปลายผลเน่าแห้งสีดำ (Blossomend rot)

โรคปลายผลเน่าเป็นโรคที่ทำความเสียหายมากกับแตงโม โดยเฉพาะพันธุ์ชาร์ลสตันเกรย์ ซึ่งปลูกไม่แพร่หลายนัก เพราะพันธุ์นี้มีขนาดใหญ่มากไม่เป็นที่นิยมของผู้ซื้อ แต่ก็มีข้อดีที่เก็บได้นานกว่าแตงพันธุ์ชูก้าเบบี้ ซึ่งนิยมปลูกกันมากในปัจจุบัน พันธุ์ชูก้าเบบี้เก็บไม่ได้นานเท่าชาร์ลสตันเกรย์ก็จริงแต่เนื่องจากไม่เป็นโรคนี้และมีขนาดกำลังดี จึงนิยมปลูกกันมาก นอกจากแตงโมแล้ว แตงร้านและแตงกวาก็ปรากฎว่าเป็นโรคนี้บ้างเล็กน้อย

ลักษณะอาการของโรค

อาการเหี่ยวเริ่มจากปลายผลเข้ามาต่อมาเนื้อเยื่อจะแห้งแข็งเป็นสีน้ำตาบ เนื่อเยื่อจะยุบเข้าไปและมักจะมีเชื้อราอื่น ๆ มาขึ้นบนเนื้อเยื่อที่ตายแล้วทำให้เกิดอาการเน่าขึ้นภายหลัง

สาเหตุของโรค

โรคนี้เกิดจากการขาดธาตุแคลเซียมและเกี่ยวกับการดูดซึมน้ำของรากแตงโมด้วย สาเหตุทั้งสองมีความสัมพันธ์กันมาก เพราะธาตุแคลเซียมจะช่วยให้การดูดซึมที่รากดีขึ้นด้วย แตงโม คงต้องการธาตุนี้มากกว่าพืชอื่น ๆ ในตระกูลเดียวกัน

การป้องกันกำจัด

การปลูกแตงโมควรใช้ปูนขาวใส่ลงในดินสัก 100-150 กิโลกรัมต่อไร่ หรือจะใช้ฉีดพ่นด้วยธาตุแคลเซียม เช่น แคลเซียมคลอไรด์ 0.2 % และควรให้น้ำสม่ำเสมอหรือต้องปลูกในที่ ๆ มีน้ำในระดับที่แตงโมจะดูดซึมได้สม่ำเสมอตลอดเวลา

โรคที่เกิดจากเชื้อแบคทีเรีย

1. โรคเหี่ยวเฉาเกิดจากแบคทีเรีย (Bacterial wilt)

แตงกวาเป็นโรคนี้มากกว่าอย่างอื่น และแตงโมมีความทนทานต่อโรคนี้สูงมากจนเกือบจะไม่พบโรคนี้เลย ถ้ามีโรคนี้ระบาดจะเสียหายเพราะแตงจะเหี่ยวภายในเวลาอันรวดเร็ว

ลักษณะอาการของโรค

อาการเกิดที่ใบโดยแสดงอาการเหี่ยวเป็นบางใบก่อน อาการเหี่ยวลามไปที่ขั้วใบและเถาแตง ทำให้เถาแตงเหี่ยวตายทั้งต้นในเวลาอันรวดเร็ว เมื่อเหี่ยวมาก ๆ ผลจะเหี่ยวแห้งแล้วต้นพืชจะตาย

การตรวจโรคนี้ใช้วิธีตัดลำต้นที่เป็นโรคตามขวางเพื่อดูเชื้อบักเตรีซึ่งมีลักษณะเป็นของเหลวขุ่นข้นสีเหมือนสีน้ำนม ออกมาจากรอยตัด บางครั้งไม่พบของเหลวดังกล่าวควรนำไปแช่ในน้ำที่สะอาดถ้าพบของเหลวดังกล่าวไหลออกมาทำให้น้ำขุ่นกว่าเดิมก็แสดงว่าพืชนั้นมีแบคทีเรียในเนื้อเยื่อพืชก็ต้องนำมาทำการเพาะเลี้ยงเชื้อหาเชื้อบริสุทธิ์

สาเหตุของโรค

โรคนี้เกิดจากเชื้อแบคทีเรีย ซึ่งแพร่ระบาดโดยแมลงศัตรูพืช

การป้องกันกำจัด

ถอนต้นที่เป็นโรคไปทำลายเสีย กำจัดแมลงที่อาจนำเชื้อโรค

2. โรคใบจุด โรคใบจุดของผักตระกูลแตงที่เกิดจากเชื้อแบคทีเรีย มีเชื้อแบคทีเรียเป็นสาเหตุอยู่ 2 ชนิด

ก. โรคใบจุดเกิดจากแบคทีเรีย (Angular leaf spot_ Bacterial spot jor Blight)

แตงแคนตาลูป แตงโม เป็นโรคนี้มากกว่าอย่างอื่น ส่วนแตงกวา น้ำเต้า มีความคงทนต่อโรคนี้ต่างกัน

ลักษณะอาการของโรค

อาการเริ่มแรกจะเป็นเป็นจุดฉ่ำน้ำ ขนาดแผลไม่แน่นอน ในที่ ๆ มีอากาศชื้นอาจพบเชื้อแบคทีเรียดูดออกมาที่แผล

เมื่อแผลแห้งจุดของแผลจะเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลและใบจะแห้งร่วงไปในที่สุด อาการของโรคเป็นเฉพาะที่ เช่น ที่กิ่ง ใบ ผล แต่แผลที่ผลมีขนาดเล็กกว่า ถ้าเป็นมาก ๆ ผลจะร่วง

สาเหตุของโรค

โรคนี้เกิดจากเชื้อแบคทีเรีย Pseudomonas lachrymans (E.F. Smith and Bryan) Carsner

การป้องกันกำจัด

เนื่องจากเชื้อแบคทีเรียอาศัยอยู่ในเศษซากพืชและอยู่ในเมล็ด การป้องกันจึงควรแช่เมล็ดพันธุ์ด้วยน้ำร้อน ประมาณ 55 องศาเซลเซียส นาน 10 นาที ก่อนปลูก หรือปลูกพืชหมุนเวียน 3 ปี ควรทำลายเศษซากพืชเสียก่อนปลูกพืชและใช้ยาฆ่าแมลงที่อาจนำเชื้อโรคมาสู่ต้นพืช

ข. โรคใบจุด (Bacterial leaf-spot)

พืชที่เป็นโรคนี้ได้แก่ แตงกวา ฟักทอง แตงโม น้ำเต้า

ลักษณะอาการของโรค

โรคใบจุดนี้มีอาการเหมือนกับชนิดแรกต่างกันพบโรคเฉพาะที่ใบไม่เป็นที่ผล

สาเหตุของโรค

โรคนี้เกิดจากเชื้อแบคทีเรีย Xanthomonas cucurbitae

การป้องกันกำจัด

ใช้วิธีการป้องกันกำจัดเหมือนชนิดแรก

โรคที่เกิดจากเชื้อรา

1. โรคราน้ำค้าง (Downy mildew)

โรคราน้ำค้างจัดว่าเป็นโรคที่สำคัญของแตงโมทุกพันธุ์รวมทั้งพืชในตระกูลนี้อีกหลายชนิดเช่น แตงกวา แตงร้าน มะระ ฯลฯ ส่วนพวกตำลึง บวบ ฟักทอง ฟักข้าว ไม่ค่อยพบโรคนี้ระบาด

ลักษณะอาการของโรค

ใบแตงโมมีแผลสี่เหลี่ยมสีน้ำตาลอ่อนประปรายทั่วใบ ทำให้ใบแห้งและเหี่ยวอาการจะปรากฎบนใบแก่โคนเถาก่อน โรคระบาดรวดเร็วมากจะทำให้เถาแตงเหี่ยวตายหมดทั้งเถาได้ในเวลาที่อากาศชื้น ด้านท้องใบจะมีกระจุกของราสีขาวหม่นขึ้นบนแผลคล้ายผงแป้ง โรคมักจะระบาดรุนแรงและรวดเร็ว เมื่อแตงกำลังให้ผล ทำให้เถาแตงตายไปก่อนที่แตงโมจะสุก

สาเหตุของโรค

โรคนี้เกิดจากเชื้อรา Pseudoperonospora cubensis ซึ่งเป็นเชื้อราที่แพร่ระบาดไปในอากาศ

การป้องกันกำจัด

1. คลุกเมล็ดพันธุ์ด้วย ไอเอส อัตราผสม 20 ซีซี ต่อน้ำ 20 ลิตร

2. ฉีดพ่นด้วย ไอเอส ชนิดใดชนิดหนึ่งฉีดพ่น 5-7 วันต่อครั้ง

โรคราแป้ง

โรคราแป้งจัดว่าเป็นโรคที่ทำความเสียหายมากอีกโรคหนึ่งของแตงโมทุกพันธุ์และพืชในตระกูลนี้เกือบทุกชนิดเป็นโรคนี้ได้ง่าย

ลักษณะอาการของโรค

ใบมีราสีขาวจับคล้ายผงแป้งโดยเฉพาะด้านบนใบและตามผล เมื่อเชื้อราเริ่มจับใบใหม่ ๆ มีลักษณะเป็นวงกลมสีขาวซึ่งจะขยายออกไปจนคลุมเต็มผิวใบทำให้ใบแห้งกรอบเป็นสีน้ำตาลอาการใบแห้งจะเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วและทำให้ใบแห้งหมดทั้งเถาได้ เถาแตงโมจะทรุดโทรมเร็ว

สาเหตุของโรค

โรคราแป้งเกิดจากเชื้อรา Oidium sp. ซึ่งสร้างสปอร์สีขาวคล้ายผงแป้งจับเคลือบอยู่บนใบและหลุดปลิวแพร่ระบาดไปในอากาศได้ง่าย

การป้องกันกำจัด

1. ควรฉีดพ่นยาป้องกันกำจัดเชื้อรานี้โดยใช้ยากำมะถันผงชนิดละลายน้ำได้ในอัตรา 30-40 กรัม ต่อน้ำ 1 ปี๊บ

2. ใช้ยาคาราเทนหรือมิลเด็กซ์

หมายเหตุ อัตราส่วนตามข้างสลากการฉีดพ่นยาดังกล่าวต้องฉีดพ่นในเวลาที่ไม่มีแสงแดดหรืออากาศร้อนจัด และใช้ความเข้มข้นต่ำไว้ก่อนจะไม่ทำให้เกิดอาการใบไหม้ ยาชนิดอื่นไม่ให้ผลดีเท่ายาที่กล่าวมาแล้ว

3. โรคแอนแทรกโนส (Anthracnose)

แตงโมทุกพันธุ์เป็นโรคนี้และจัดว่าเป็นโรคที่ระบาดทั่วไป โรคนี้ไม่ทำให้เนื้อใบเสียแต่ทำให้แตงโม มีรสหวานน้อยลงและมีสีอ่อนกว่าปกติ ยกเว้นแตงแคนตาลูป ซึ่งมีแผลใหญ่และผลเน่าอย่างรวดเร็วและเสียหายมากกว่าแตงพันธุ์อื่น ๆ

ลักษณะอาการของโรค

โรคนี้ทำให้เกิดจุดหรือแผลนูนเล็ก ๆ สีน้ำตาบประปรายทั่วไป แผลดังกล่าวนี้เกิดบนผลแตงโม ทำให้ผลแตงโมมีผิวขรุขระ พันธุ์ที่ไม่มีความต้านทาน แผลจะขยายใหญ่ขึ้นและเนื้อเยื่อตรงกลางแผลจะยุบต่ำลงไปจากระดับเดิมเล็กน้อย ตรงกลางแผลมีเชื้อราเป็นหยดเยิ้มสีชมพูอ่อน เรียงเป็นวงกลมซ้อนกันหลายชั้นตามขนาดของแผลที่ขยายใหญ่ขึ้น เช่น แผลบนแตงแคนตาลูป

สาเหตุของโรค

โรคนี้เกิดจากเชื้อรา Colletotrichum lagenarium

การป้องกันกำจัด

ฉีดพ่นยาป้องกันกำจัดเชื้อรา เช่น ไอเอส อัตราตามข้างสลากทุก ๆ 5-7 วัน เมื่อเริ่มพบโรคระบาดและเก็บผลที่เป็นโรคทิ้ง เพื่อทำให้มีเชื้อแพร่ระบาดมากขึ้น ยาป้องกันกำจัดเชื้อราเกือบทุกชนิดให้ผลในการป้องกันกำจัดใกล้เคียงกัน การใส่ปุ๋ยอินทรีย์และกากพืชจำนวนมากมีผลทำให้โรคลดน้อยลงได้มาก

4. โรคเหี่ยว (Fusarium wilts)

แตงโม แตงกวา แตงร้าน แคนตาลูป เป็นโรคนี้ทั่วไปทุกแห่ง พืชอื่น ๆ ในตระกูลเดียวกันนี้มีความต้านทานและคงทนต่อโรคสูง จึงไม่ใครพบโรคนี้ ความเสียหายเกิดขึ้นมากน้อยแล้วแต่จำนวนต้นที่เหี่ยวตาย แต่จัดว่าเป็นโรคที่สำคัญโรคหนึ่งซึ่งเป็นมากในระยะที่แตงกำลังตกผล ซึ่งอาจจะทำให้ต้นเหี่ยวตายไปก่อนที่จะเก็บผล

ลักษณะอาการของโรค

ใบแก่ที่อยู่ที่โคนเถาแตงจะเริ่มเหลืองและเหี่ยวตายก่อนแล้วลามไปจนถึงปลายเถาบางต้นมีลำต้นแตกช้ำ แตงมักจะเริ่มเหี่ยวจากแขนงใดแขนงหนึ่งก่อน แล้วจะแห้งตายหมดทั้งเถาในเวลาต่อมา

สาเหตุของโรค

เกิดจากเชื้อรา Fusarium spp. ซึ่งเป็นเชื้อราที่ชอบอาศัยอยู่ในดินที่เป็นทรายมากและเป็นดินกรด ดินที่ปลูกแตงติดต่อกันหลายปีมักจะมีโรคนี้ระบาดมาก

การป้องกันกำจัด

1. ควรปรับดินด้วยปูนขาวประมาณ 100-150 กก. ต่อไร่ และเมื่อจะปลูกซ้ำ ที่ควรจะใส่ปุ๋ยอินทรีย์ให้มากหลังจากการใส่ปูนขาวจะช่วยทำให้โรคนี้ลดน้อยลง ถ้าปุ๋ยอินทรีย์จำพวกปุ๋ยคอกหรือมูลสัตว์หายากก็ควรพิจารณาปลูกพืชตระกูลถั่วแซมหรือสลับแล้วไถกลบต้นถั่วให้เป็นปุ๋ยพืชสดหรือกากพืชลงไปในดิน และไม่ควรปลูกแตงซ้ำที่เกินกว่า 3 ปี

2. ใช้ ไอเอส อัตราส่วน 50ซีซี ต่อน้ำ 20 ลิตร รดโคนต้นให้ชุ่ม

หมายเหตุ การใส่ปุ๋ยวิทยาศาสตร์มากจะทำให้เป็นโรคนี้มากขึ้น ควรใส่แต่น้อยแต่ใส่หลาย ๆ ครั้ง

5. โรคใบจุด

แตงมีโรคใบจุดเกิดจากเชื้อราต่างกันหลายชนิด มีอาการคล้ายคลึงกัน การระบาดของโรคไม่รุนแรงเหมือนโรคอื่น ๆ โรคใบจุดของแตงมีดังต่อไปนี้

5.1 โรคใบจุดของแตงเกิดจากเชื้อออเทอนาเรีย (Alternaria)

ลักษณะอาการของโรค

จุดแผลจะฉ่ำน้ำ มีสีเหลือง และสีของแผลจะเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาล หรือเทากลาง ๆแผลมีสีดำ เมื่อแผลมีขนาดใหญ่ แผลจะเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลเข้มและพบเชื้อราขึ้นเรียงเป็นวงแหวนกลาง ๆ แผลอาจฉีกขาด ผลของต้นที่เป็นโรคมักจะสุกก่อนกำหนด และอาจพบแผลที่ผลและที่ลำต้น

สาเหตุของโรค

โรคนี้เกิดจากเชื้อรา Alternaria cucumerina (Ellis and Everhart Elliott)

การป้องกันกำจัด

เนื่องจากเชื้อราอาศัยอยู่ในเศษซากพืช การป้องกันกำจัดจึงควรทำดังนี้

1. ทำลายเศษซากพืชที่เป็นโรค

2. ใช้เมล็ดที่ปราศจากโรค

3. คลุกยาคลุกเมล็ด เช่น ไดเทนเอ็ม 45 ชนิดสีแดงเสียก่อนปลูก

4. ปลูกพืชหมุนเวียน 3 ปี

5. ฉีดพ่นด้วย ไอเอส

5.2 โรคใบจุดเกิดจากเชื้อราเซอคอสปอรา

ลักษณะอาการของโรค

จุดของแผลมีขนาดเล็กเป็นรูปกลมหรือเหลี่ยมมีสีน้ำตาล กลาง ๆ จุด มีสีขาวหรือน้ำตาลอ่อนขอบของแผลมีสีม่วง หรือน้ำตาลอ่อน ส่วนมากเกิดด้านใบ

สาเหตุของโรค

โรคนี้เกิดจากเชื้อรา Cercospora citrullina Cook

การป้องกันกำจัด

ใช้วิธีเดียวกับโรคที่เกิดจากเชื้อออเทอนาเรีย

6. โรคใบแห้ง (Corynespora blight)

แตงกวาเป็นโรคได้ง่าย

ลักษณะอาการของโรค

ลักษณะของแผลที่ใบจะกลมหรือเหลี่ยมมีสีน้ำตาล กลาง ๆ แผลมีสีเขียวหรือเหลือง เมื่อมีแผลมากและแผลมีขนาดใหญ่ขึ้น ใบจะเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลและแห้งตาย แผลบนกิ่งก้าน มีลักษณะยาวตามส่วนของพืช ผลที่ถูกเชื้อเข้าทำลายมักจะเป็นผลที่แก่และผลที่มีสีเหลือง ใบหรือผลอ่อนที่มีสีเขียวเชื้อราชนิดนี้จะไม่เข้าทำลาย

สาเหตุของโรค

โรคนี้เกิดจากเชื้อรา Corynespora melonia (Cooke) Lindan

การป้องกันกำจัด

1. ทำลายเศษซากพืชที่เป็นโรคและเศษซากพืชหลังเก็บเกี่ยว

2. ใช้ยาเบนเลท ไดเทนเอ็ม 45 หรือ ไดโฟลาแทน ชนิดใดชนิดหนึ่งในการป้องกันกำจัดแต่จากการทดลองพบว่ายาเบนเลทใช้ได้ผลดี

7. โรคดอกเน่า (Choanephora wet-rot)

พืชที่เป็นโรคนี้ได้แก่ น้ำเต้า ฟักทอง และพืชอื่น ๆ

ลักษณะอาการของโรค

บริเวณที่เป็นโรคจะเป็นจุดสีดำขนาดเท่าหัวเข็มหมุด ฉ่ำน้ำและเน่าเละมักเป็นโรคบริเวณยอดอ่อน ๆ และยอดที่กำลังมีดอกโดยยอดจะมีสีซีดกว่ายอดปกติ ต่อมายอดและผลอ่อนจะแห้ง ส่วนมากจะพบโรคนี้ในเวลาที่มีฝนตากชุกและมีน้ำค้างหรือหมอกลงจัด

สาเหตุของโรค

โรคนี้เกิดจากเชื้อรา Choanephora cucurbitarum

การป้องกันกำจัด

ใช้ยาซาพรอล หรือไดโฟลาแทน อัตราส่วนตามข้างสลาก ฉีดพ่นทุก ๆ 5-7 วัน

8. โรคผลเน่า

โรคผลเน่าที่พบมากเกิดจากเชื้อรา 2 ชนิด และเป็นมากกับแตงโมและแตงกวา

8.1 โรคผลเน่าเกิดจากเชื้อพิเทียม (Pythium Fruit rot)

ใช้ยาริดโดมิล เอ็มแซด 72 หรือไดโฟลาแทนหรือซาพรอล อัตราส่วนตามข้างสลาก ฉีดพ่นทุก ๆ 5-7 วัน

ลักษณะอาการของโรค

จะพบโรคนี้ทั้งที่ผลและที่ราก อาการที่ผลจะเน่าและมักพบเส้นใยสีขาวของเชื้อราปกคลุมอยู่ที่ผิวของผล ถ้าเกิดที่รากจะทำให้รากเน่า

สาเหตุของโรค

เกิดจากเชื้อรา Pythium spp.

8.2 โรคผลเน่าเกิดจากเชื้อดิพโพเดีย (Diplodia fruit rot)

แตงโมเป็นโรคนี้ได้มากที่สุด นอกจากนี้มีแตงกวา และแคนตาลูป

ลักษณะอาการของโรค

เมื่อกดดูบริเวณขั้วของแตงโมที่เป็นโรคจะบุ๋ม เชื้อราจะเข้าบริเวณขั้วก่อนเนื้อเยื่อที่ติดกับขั้วจะเน่าและฉ่ำน้ำ อาการเน่าเกิดขึ้นเร็วมาก เมื่อเป็นมาก ๆ ผลแตงจะมีสีดำ ถ้าอากาศชื้น ๆ จะพบเชื้อราสีเทา คลุมอยู่ที่ผล ถ้าพบเป็นโรคในผลที่ยังอ่อนเชื้อราจะเข้ามาบริเวณปลายผล มีอาการเหมือนบริเวณที่ขั้วของผลแตงโมที่ถูกเชื้อชนิดนี้เข้าทำลาย โดยมีสีอ่อนกว่าบริเวณที่ไม่ถูกเชื้อเข้าทำลาย เมื่อแผลมีขนาดใหญ่สีของแผลจะเข้ม พบเชื้อราบริเวณผิวแตงเห็นได้ชัดเจน ต่อมาผิวแตงจะแห้ง เชื้อราชนิดนี้ทำให้เกิดอาการผลเน่าได้เช่นเดียวกับเชื้อราชนิดแรกที่กล่าวมาแล้ว

สาเหตุของโรค

เกิดจากเชื้อรา (Diplodia gossypina coke)

การป้องกันกำจัด

1. ฉีดพ่นยาป้องกันกำจัดเชื้อรา

9. โรครากปม

การปลูกแตงโมในที่บางแห่งมีปัญหาโรครากปมระบาดมาก โรคนี้ไม่ทำให้เถาแตงโมตายแต่ก็ทำให้แตงแคระแกรนไม่ใคร่เจริญเติบโต ทำให้ผลผลิตตกต่ำ

ลักษณะอาการของโรค

ยอดแตงแสดงอาการชูตั้งชันและไม่เจริญยืดยาวออกไป ในเวลากลางวันที่มีอากาศร้อน เถาแตงจะแสดงอาการเหี่ยวและฟื้นเป็นปกติในเวลากลางคืนอีก ถ้าถอนต้นแตงตรวจดูจะพบรากบวมเป็นปมขนาดต่าง ๆ กัน ไม่มีรากฝอยซึ่งเป็นสาเหตุให้การดูดอาหารและน้ำที่รากไม่เป็นปกติเกิดการอุดตันขึ้นเพราะเชื้อโรคเข้าไปอาศัยอยู่และไปกระตุ้นให้เซลส์ของรากโตและมีระบบเนื้อเยื่อรากผิดปกติไป

สาเหตุของโรค

เกิดจากไส้เดือนฝอยชนิดหนึ่ง Meloidogyne spp. ซึ่งตัวเมียจะไชเข้าไปอาศัยอยู่ในราก ทำให้รากบวมโตเป็นปมและแย่งอาหารจากราก

การป้องกันกำจัด

1. ใช้ยาฟูราดาน อัตรา 3 กรัม รองก้นหลุมเมื่อปลูก

2. ควรใช้ปุ๋ยอินทรีย์หรือปุ๋ยคอกและกากพืชเพื่อปรับปรุงดินจะช่วยลดปริมาณการเป็นโรคลง โดยเฉพาะการปลูกในดินร่วนปนทราย

3. ถอนต้นพืชที่เป็นโรคทิ้งเพื่อกำจัดไข่ตัวเมียที่จะแพร่ระบาดในแปลง

หมายเหตุ ในดินเหนียวและดินที่มีอินทรีย์วัตถุมาก ๆ ไม่ค่อยเป็นโรคนี้

10. โรคยอดหงิกใบด่าง

โรคยอดหงิกใบด่างของแตงโมและพืชอื่น ๆ เกิดจากเชื้อวิสาซึ่งมีศัตรูจำพวกปากดูดเป็นตัวนำเชื้อโรคให้แพร่ระบาดติดต่อกัน จัดว่าเป็นโรคที่สำคัญอีกโรคหนึ่ง ทำความเสียหายมากเพราะจะทำให้ต้นที่เป็นโรคไม่ผลิดอกออกผล หรือมีผลเล็กผิดปกติ

ลักษณะอาการของโรค

พืชจะแสดงอาการใบมีสีเขียวและเหลืองด่างลายประปรายทั่วใบและเนื้อใบหยักเป็นคลื่น ใบเล็กลง ยอดตั้งชันและชงักการเจริญเติบโต ยอดหก ไม่ผลิดอกออกผลต่อไป

สาเหตุของโรค

โรคนี้เกิดจากเชื้อวิสาที่มีศัตรูจำพวกปากดูดเช่น แมลงหวี่ขาว เพลี้ยไฟและเพลี้ยอ่อนเป็นพาหะนำโรคจากต้นที่เป็นโรคติดต่อไปยังต้นดีได้ง่าย เชื้อวิสาของแตงโมมีหลายชนิดซึ่งทำให้เกิดอาการใกล้เคียงกัน

การป้องกันกำจัด

เนื่องจากมีศัตรูพืชเป็นตัวนำโรคจึงต้องป้องกันมิให้มีศัตรูดังกล่าวระบาดโดยการฉีดพ่นยาฆ่าแมลงประเภทดูดซึม เช่น แลนเนท และเซวิน กำจัดพวกเพลี้ยไฟและเพลี้ยอ่อน และถอนทำลายต้นที่แสดงอาการเป็นโรคออกไปจากไร่ จะช่วยลดโรคนี้หรือป้องกันโรคนี้ได้

หมายเหตุ ศัตรูพวกนี้มีขนาดเล็กมาก แต่พอจะสังเกตเห็นได้ด้วยตาเปล่า เพลี้ยไฟตัวเรียวยาวสีเหลืองอมส้ม เคลื่อนไหวรวดเร็ว ตัวแก่มีสีดำและบินได้

Main Content Reference:
กลุ่มงานวิจัยโรคพืชผักและไม้ประดับ กองโรคพืชและจุลชีวเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์
thaikasetsart.com
อ่าน:3308
กำจัดแมลงศัตรูพืช ยาฆ่าเพลี้ยแป้ง ในมะม่วงหิมพานต์ และ พืชทุกชนิด บิวทาเร็กซ์ โดย ไดโนเร็กซ์
กำจัดแมลงศัตรูพืช ยาฆ่าเพลี้ยแป้ง ในมะม่วงหิมพานต์ และ พืชทุกชนิด บิวทาเร็กซ์ โดย ไดโนเร็กซ์
พืชผลมะม่วงหิมพานต์เป็นแหล่งรายได้ที่สำคัญสำหรับเกษตรกรจำนวนมากทั่วโลก อย่างไรก็ตาม ต้นมะม่วงหิมพานต์ยังมีแนวโน้มที่จะถูกแมลงศัตรูพืชและโรคเข้าทำลาย ซึ่งอาจทำให้ผลผลิตและคุณภาพลดลงอย่างมาก ศัตรูพืชมะม่วงหิมพานต์ชนิดหนึ่งที่เป็นปัญหามากที่สุดคือเพลี้ยแป้ง ซึ่งสร้างความเสียหายรุนแรงหากปล่อยไว้โดยไม่ควบคุม ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา การใช้วิธีการควบคุมโดยชีววิธีในการจัดการประชากรศัตรูพืชได้รับความนิยมเพิ่มมากขึ้น หนึ่งในสารควบคุมทางชีวภาพที่มีประสิทธิภาพมากที่สุดสำหรับเพลี้ยแป้งคือเชื้อรา Beauveria bassiana อย่างไรก็ตาม การวิจัยล่าสุดแสดงให้เห็นว่าการรวมบิวเวอเรียกับเชื้อราเมทาริเซียม อะนิโซเพลียสามารถปรับปรุงประสิทธิภาพของมันได้อย่างมาก ผลิตภัณฑ์หนึ่งที่รวมเชื้อราทั้งสองชนิดนี้เข้าด้วยกันคือยี่ห้อ Butarex

Butarex เป็นผลิตภัณฑ์เชิงพาณิชย์ที่มีส่วนผสมของ Beauveria bassiana และ Metharizium anisopliae ซึ่งได้รับการคิดค้นขึ้นเพื่อทำงานร่วมกัน ผลิตภัณฑ์นี้ออกแบบมาสำหรับกำจัดเพลี้ยแป้งบนต้นมะม่วงหิมพานต์โดยเฉพาะ เมื่อใช้อย่างถูกต้อง บิวทาเร็กซ์สามารถลดประชากรเพลี้ยแป้งได้อย่างมาก ส่งผลให้ต้นไม้แข็งแรงขึ้นและให้ผลผลิตเพิ่มขึ้น

รูปแบบการทำงานของ Butarex คือทำให้เพลี้ยแป้งติดเชื้อด้วยสปอร์ของเชื้อรา ซึ่งจะเติบโตและเพิ่มจำนวนภายในตัวแมลง และฆ่าพวกมันในที่สุด เชื้อราจะคัดเลือกและส่งผลกระทบต่อศัตรูพืชเป้าหมายเท่านั้น ทำให้แมลงที่เป็นประโยชน์อื่นๆ ไม่ได้รับอันตราย ผลิตภัณฑ์นี้ยังปลอดภัยสำหรับมนุษย์เนื่องจากไม่มีสารเคมีที่เป็นพิษ

Butarex ใช้ง่ายและสามารถใช้ได้ในทุกช่วงของวงจรการเจริญเติบโตของต้นมะม่วงหิมพานต์ ขอแนะนำให้ใช้ผลิตภัณฑ์เมื่อจำนวนเพลี้ยแป้งมีมากที่สุด โดยทั่วไปคือในช่วงระยะออกดอกหรือติดผล สามารถใช้ผลิตภัณฑ์นี้โดยใช้เครื่องพ่นแบบสะพายหลังได้ และสิ่งสำคัญคือต้องแน่ใจว่าสารละลายกระจายทั่วกันทั่วหลังคาของต้นไม้เพื่อการครอบคลุมสูงสุด แนะนำให้ทาซ้ำหลังจาก 7-14 วันเพื่อผลลัพธ์ที่ดีที่สุด

การใช้บิวทาเร็กซ์เป็นส่วนหนึ่งของโปรแกรมการจัดการศัตรูพืชแบบผสมผสานเป็นวิธีที่มีประสิทธิภาพในการจัดการประชากรเพลี้ยแป้งในผลมะม่วงหิมพานต์ อย่างไรก็ตาม สิ่งสำคัญคือต้องจำไว้ว่า Butarex ไม่ใช่วิธีแก้ปัญหาแบบสแตนด์อโลน และควรใช้ร่วมกับวิธีการควบคุมอื่นๆ เช่น การตัดแต่งกิ่ง การสุขาภิบาล และการปฏิบัติทางวัฒนธรรม

โดยสรุป การใช้สารควบคุมทางชีวภาพ เช่น บิวทาเร็กซ์ สามารถเป็นวิธีที่มีประสิทธิภาพในการจัดการประชากรเพลี้ยแป้งในต้นมะม่วงหิมพานต์ Butarex นำเสนอทางเลือกที่ปลอดภัยและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมแทนการใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืช และวิธีการดำเนินการคือการคัดเลือกและมีประสิทธิภาพ เมื่อใช้อย่างถูกต้องเป็นส่วนหนึ่งของโปรแกรมการจัดการศัตรูพืชแบบบูรณาการ Butarex สามารถช่วยเกษตรกรในการผลิตผลมะม่วงหิมพานต์ที่มีสุขภาพดีและมีคุณภาพสูงขึ้นในขณะที่ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม

เชื้อบิวเวอร์เรีย + เมธาไรเซียม
เป็นผลิตภัณฑ์ผ่านการคัดสรรจุลินทรีย์ 2 ชนิดมี คุณสมบัติโดดเด่นมาผสมผสานใช้ในการป้องกัน กำจัดแมลงศัตรูพืช ด้วงหนวดยาว ด้วงมะพร้าว ปลวก เพลี้ยไฟ เพลี้ยจักจั่น เพลี้ยอ่อน เพลี้ยไก่แจ้ เพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล ไรแดง แมลงหวี่ขาว และหนอน เป็นต้น

บิวทาเร็กซ์ : ใช้อย่างไร?
1. ผสมเชื้อ 50 กรัม ต่อน้ำ 20 ลิตร ฉีดพ่นบริเวณ กิ่ง ก้าน ใบ หรือบริเวณที่แมลงระบาด
2. ฉีดพ่นได้ทุก 7-10 วัน

* ไม่ควรผสมใช้ร่วมกับเชื้อไตรโคเดอร์มา และ ยากำจัดเชื้อรา หากต้องการใช้ร่วมควรเว้น ระยะฉีดพ่น 7-10 วัน *

ปัญหาเหล่านี้จะหมดไปด้วย บิวทาเร็กซ์..
ผลิตภัณฑ์กำจัดศัตรูพืช
เชื้อดีที่สุดสำหรับชาวเกษตรกร
ปริมาณเชื้อที่ดีและได้ผล
ให้อาหารเฉพาะของเชื้อแต่ละตัว

เชื้อจะไปเติบโตในแมลง ปกคลุมตัวแมลง ทำให้แมลงแห้งตายในที่สุด
ปลอดภัยไม่มีสารเคมี
แมลงดื้อยา ใช้ได้ต่อเนื่อง
เป็นยาเย็น ใช้ได้ทุกพืช และทุกช่วงอายุของพืช

สั่งซื้อ
โทร 097-918-3530
facebook โรงงานปุ๋ยไดโนเร็กซ์
ไลน์ janemini1112
สามารเลือกซื้อกับลาซาด้า http://ไปที่..link.. และช้อปปี้ http://ไปที่..link..
องุ่น โตไว ใบเขียว ผลใหญ่ ผลผลิตดี ฉีดพ่นปุ๋ย FK-1 ต้นทุนต่อไร่ถูกกว่าปุ๋ยเม็ด 4เท่า เพิ่มผลผลิตสูงสุด 20เปอร์เซ็นต์
องุ่น โตไว ใบเขียว ผลใหญ่ ผลผลิตดี ฉีดพ่นปุ๋ย FK-1 ต้นทุนต่อไร่ถูกกว่าปุ๋ยเม็ด 4เท่า เพิ่มผลผลิตสูงสุด 20เปอร์เซ็นต์
องุ่น โตไว ใบเขียว ผลใหญ่ ผลผลิตดี ฉีดพ่นปุ๋ย FK-1 ต้นทุนต่อไร่ถูกกว่าปุ๋ยเม็ด 4เท่า เพิ่มผลผลิตสูงสุด 20เปอร์เซ็นต์
การเพิ่มประสิทธิภาพการปลูกองุ่นเพื่อให้ได้ผลผลิตสูงสุด: บทบาทของปุ๋ยฉีดพ่นทางใบ FK-1

องุ่นเป็นหนึ่งในผลไม้ที่มีการเพาะปลูกกันอย่างแพร่หลายทั่วโลก ได้รับการยกย่องในด้านความอเนกประสงค์ในการทำอาหารและการผลิตไวน์ เพื่อให้ได้ผลองุ่นที่อุดมสมบูรณ์ การใส่ปุ๋ยที่เหมาะสมเป็นสิ่งสำคัญ และปุ๋ยฉีดพ่นทางใบ FK-1 สามารถมีบทบาทสำคัญในการเพิ่มผลผลิตองุ่นให้ได้สูงสุด

ปุ๋ยฉีดพ่นทางใบ FK-1 เป็นปุ๋ยสูตรพิเศษที่มีส่วนผสมของธาตุอาหารที่จำเป็นอย่างสมดุล ได้แก่ ไนโตรเจน ฟอสฟอรัส โพแทสเซียม แมกนีเซียม สังกะสี และสารลดแรงตึงผิว เมื่อใช้อย่างถูกต้อง องุ่นจะให้สารอาหารที่จำเป็นต่อการเจริญเติบโตอย่างแข็งแรงและให้ผลผลิตผลไม้มากมาย

การใช้ปุ๋ยฉีดพ่นทางใบ FK-1 เมื่อแกะกล่องออกมาจะพบสองถุง บรรจุถุงละ 1 กก. ต้องผสมใช้พร้อมกัน ให้ผสมถุงแรก 50 กรัมกับถุงที่สอง 50 กรัมในน้ำ 20 ลิตร แล้วฉีดพ่น ควรฉีดพ่นส่วนผสมลงบนต้นองุ่นเพื่อให้ครอบคลุมใบและลำต้นอย่างทั่วถึง แนะนำให้ใช้ปุ๋ยฉีดพ่นทางใบ FK-1 ในช่วงฤดูปลูก โดยทั่วไปจะเป็นช่วงเช้าตรู่หรือช่วงบ่ายแก่ๆ เมื่ออากาศเย็นลง และต้นองุ่นจะเครียดน้อยลง

สารอาหารที่สำคัญในปุ๋ยฉีดพ่นทางใบ FK-1 มีบทบาทสำคัญในการเจริญเติบโตของต้นองุ่นและการผลิตผลไม้ ไนโตรเจนเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับการเจริญเติบโตของพืชและสุขภาพโดยรวมของพืช ในขณะที่ฟอสฟอรัสส่งเสริมการพัฒนาของรากและการออกดอก โพแทสเซียมมีความสำคัญต่อการพัฒนาของผลและความแข็งแรงของพืชโดยรวม ในขณะที่แมกนีเซียมช่วยในการสังเคราะห์แสงและการกระตุ้นเอนไซม์ สังกะสีจำเป็นต่อการสังเคราะห์ฮอร์โมนการเจริญเติบโตของพืช และสารลดแรงตึงผิวช่วยให้สารฉีดพ่นทางใบกระจายทั่วใบ ช่วยเพิ่มการดูดซึมธาตุอาหาร

การใช้ปุ๋ยฉีดพ่นทางใบ FK-1 มีประโยชน์หลายประการในการปลูกองุ่น ประการแรก สามารถเพิ่มการเจริญเติบโตและพัฒนาการขององุ่น ส่งผลให้ใบใหญ่ขึ้นและเถาแข็งแรงขึ้น สิ่งนี้สามารถนำไปสู่การสังเคราะห์แสงที่เพิ่มขึ้นและการดูดซึมสารอาหารที่ดีขึ้น ส่งผลให้ผลผลิตสูงขึ้นในที่สุด ประการที่สอง ส่วนผสมของสารอาหารที่สมดุลใน FK-1 สามารถปรับปรุงชุดผลไม้และการพัฒนา ซึ่งนำไปสู่ผลองุ่นที่ใหญ่ขึ้นและหวานขึ้นพร้อมรูปแบบรสชาติที่ดีขึ้น ประการสุดท้าย สารลดแรงตึงผิวใน FK-1 ช่วยให้การฉีดพ่นทางใบกระจายอย่างสม่ำเสมอบนใบ ปรับปรุงการดูดซึมสารอาหารและลดความเสี่ยงของโรคทางใบ

เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด สิ่งสำคัญคือต้องปฏิบัติตามคำแนะนำของผู้ผลิตสำหรับปริมาณและระยะเวลาที่ถูกต้องของการใช้ปุ๋ยฉีดพ่นทางใบ FK-1 นอกจากนี้ยังจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องตรวจสอบต้นองุ่นอย่างสม่ำเสมอเพื่อหาสัญญาณของการขาดสารอาหารหรือโรคทางใบ และดำเนินการตามความเหมาะสมตามความจำเป็น

โดยสรุป การใช้ปุ๋ยฉีดพ่นทางใบ FK-1 ที่มีไนโตรเจน ฟอสฟอรัส โพแทสเซียม แมกนีเซียม สังกะสี และสารลดแรงตึงผิวสามารถเป็นเครื่องมือที่มีประโยชน์ในการเพิ่มผลผลิตองุ่นให้ได้สูงสุด การใช้ส่วนผสมของสารอาหารที่สมดุลอย่างเหมาะสมนี้สามารถส่งเสริมการเจริญเติบโตของต้นองุ่นที่ดีต่อสุขภาพ ส่งเสริมการพัฒนาของผล และส่งผลให้ผลผลิตองุ่นสูงขึ้นในที่สุด ด้วยการรวมปุ๋ยฉีดพ่นทางใบ FK-1 เข้ากับแผนการจัดการองุ่นที่ครอบคลุม ผู้ปลูกองุ่นสามารถเพิ่มประสิทธิภาพแนวทางปฏิบัติในการเพาะปลูกและบรรลุศักยภาพในการให้ผลผลิตสูงสุด

สั่งซื้อ
โทร 090-592-8614
ไลน์ @FarmKaset มี @ ด้วยนะคะ
สามารเลือกซื้อกับลาซาด้า http://ไปที่..link.. และช้อปปี้ http://ไปที่..link.. ได้เช่นกัน
กำจัดเพลี้ย ใน มะปราง เร่งฟื้นฟูจากการเข้าทำลายของเพลี้ย บิวทาเร็กซ์ ปุ๋ยน้ำอะมิโน โดย ไดโนเร็กซ์
กำจัดเพลี้ย ใน มะปราง เร่งฟื้นฟูจากการเข้าทำลายของเพลี้ย บิวทาเร็กซ์ ปุ๋ยน้ำอะมิโน โดย ไดโนเร็กซ์
เพลี้ยเป็นแมลงศัตรูพืชทั่วไปที่สามารถสร้างความเสียหายให้กับพืชรวมทั้งต้นมะปรางด้วย วิธีการควบคุมเพลี้ยแบบดั้งเดิมมักเกี่ยวข้องกับการใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืช แต่สิ่งเหล่านี้อาจส่งผลเสียต่อสิ่งแวดล้อมและสุขภาพของมนุษย์ ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา การใช้สารควบคุมทางชีวภาพได้รับความนิยมในฐานะทางเลือกที่ปลอดภัยและยั่งยืนกว่า หนึ่งในวิธีแก้ปัญหาดังกล่าวคือการรวมกันของ Beauveria และ Methharicium ซึ่งวางตลาดภายใต้ชื่อแบรนด์ Butarex ในบทความนี้จะศึกษาประสิทธิภาพของบิวเวอเรียผสมเมธาริเซียมในการป้องกันและกำจัดเพลี้ยในมะปราง

ทำความเข้าใจกับ Beauveria ผสม Methharicium:
บิวเวอเรียและเมธาริเซียมต่างก็เป็นเชื้อราที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติซึ่งพบว่ามีประสิทธิภาพในการควบคุมแมลงศัตรูพืชต่างๆ รวมถึงเพลี้ยด้วย Beauveria bassiana เป็นเชื้อราที่ก่อให้เกิดโรคทางพยาธิวิทยาที่ใช้กันอย่างแพร่หลาย ในขณะที่ Methharicium anisopliae เป็นเชื้อราอีกชนิดหนึ่งที่มีคุณสมบัติในการฆ่าแมลง เมื่อรวมกันแล้ว เชื้อราทั้งสองชนิดนี้จะทำงานร่วมกันเพื่อเพิ่มความสามารถในการควบคุมศัตรูพืช

ประโยชน์ของบิวเวอเรียผสมเมธาริเซียมต่อเพลี้ยอ่อนในมะปราง:

การดำเนินการที่เป็นเป้าหมาย: บิวเวอเรียผสมเมธาริเซียมมุ่งเป้าหมายไปที่เพลี้ยโดยเฉพาะ ทำให้เป็นวิธีแก้ปัญหาที่มีประสิทธิภาพสำหรับการควบคุมเพลี้ยในต้นมะปรางโดยไม่ทำอันตรายต่อแมลงที่มีประโยชน์

เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม: บิวเวอเรีย มิกซ์ เมธาริเซียมแตกต่างจากสารเคมีกำจัดศัตรูพืช เป็นสารควบคุมทางชีวภาพที่ปลอดภัยต่อสิ่งแวดล้อม รวมถึงพืชโดยรอบ สัตว์ และมนุษย์

ผลกระทบที่ยาวนาน: เมื่อนำไปใช้แล้ว สปอร์ของเชื้อราบิวเวอเรียผสมเมธาริเซียมจะยังคงทำงานอยู่ที่ใบ ทำให้สามารถป้องกันเพลี้ยได้เป็นเวลานาน สิ่งนี้ทำให้สามารถควบคุมและป้องกันเพลี้ยได้อย่างยั่งยืน

การจัดการความต้านทาน: การใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืชซ้ำ ๆ สามารถนำไปสู่การพัฒนาความต้านทานต่อสารกำจัดศัตรูพืชในประชากรเพลี้ย ด้วยการใช้บิวเวอเรียผสมเมธาริเซียม เกษตรกรและชาวสวนสามารถช่วยบรรเทาปัญหานี้และรักษาประสิทธิภาพของมาตรการควบคุมเพลี้ยได้

การจัดการศัตรูพืชแบบผสมผสาน (IPM): บิวเวอเรียผสมเมธาริเซียมเข้ากันได้ดีกับโปรแกรม IPM ซึ่งมีจุดมุ่งหมายเพื่อรวมกลยุทธ์การจัดการศัตรูพืชต่างๆ เพื่อให้ได้การควบคุมศัตรูพืชที่ยั่งยืนและมีประสิทธิภาพ ด้วยการบูรณาการการใช้บิวเวอเรียผสมเมธาริเซียมกับแนวทางปฏิบัติอื่นๆ เช่น การควบคุมทางวัฒนธรรมและการตรวจสอบ ผู้ปลูกมะปรางสามารถสร้างแนวทางที่ครอบคลุมและรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมในการจัดการเพลี้ย

โดยทั่วไปแล้ว Beauveria mix Methharicium จะอยู่ในรูปของสูตรผง การใช้เพลี้ยในมะปรางทำตามคำแนะนำของผู้ผลิต โดยทั่วไปแล้วผงจะผสมกับน้ำแล้วฉีดพ่นบนใบเพื่อให้แน่ใจว่าครอบคลุมพืชที่ได้รับผลกระทบอย่างทั่วถึง สิ่งสำคัญคือต้องใช้ผลิตภัณฑ์ในช่วงแรกของการระบาดของเพลี้ยหรือเป็นมาตรการป้องกัน

บิวเวอเรีย มิกซ์ เมธาริเซียม ซึ่งวางตลาดในชื่อ บิวทาเร็กซ์ นำเสนอวิธีแก้ปัญหาที่มีประสิทธิภาพและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมสำหรับป้องกันและกำจัดเพลี้ยในมะปราง ด้วยการควบคุมคุณสมบัติเสริมฤทธิ์กันของบิวเวอเรียและเมธาริเซียม สารควบคุมทางชีวภาพนี้ให้การป้องกันเพลี้ยได้ยาวนานในขณะที่ลดผลกระทบด้านลบต่อสิ่งแวดล้อมให้น้อยที่สุด การผสมผสานบิวเวอเรียผสมเมธาริเซียมเข้ากับโปรแกรมการจัดการศัตรูพืชแบบผสมผสานสามารถช่วยให้ผู้ปลูกมะปรางรักษาต้นไม้ที่แข็งแรงและเจริญเติบโตได้ดี ปราศจากเพลี้ยรบกวน

อะมิโนโปรตีนจำเป็นต่อพืช 18 ชนิด ช่วนในการส้รางฮอร์โมนพืช โตไว ผลใหญ่ แข็งแรง ทนแล้ง ทนโรค ทำไห้เกิดการสร้างและขยายขนาดของเซลล์เนื้อเยื่อ และพัฒนาส่วนต่างๆของพืชเจริญเติบโตได้อย่างเต็มที่

การผสมฉีดพ่นไปพร้อมกันส่งผลให้..

เมื่อพืช ถูกโรคหรือแมลงศัตรูพืชต่างๆเข้าทำลาย พืชจะมีความอ่อนแอ ต้านทานต่อโรคและแมลงศัตรูได้ต่ำกว่าปกติ
การที่เราใช้เฉพาะตัวยา ตัวยาจะช่วยหยุดโรค หรือกำจัดแมลง แต่พืชของเรานั้นจะยังทรงตัว ฟื้นตัวจากโรค หรือฟื้นตัวจากความเสียหายของการเข้าทำลายของแมลงได้ช้า

เปรียบได้คล้ายกับคนป่วย หากได้รับแต่เฉพาะยา ไม่ทานอาหาร ไม่บำรุง ร่างกายก็จะฟื้นตัวกลับมาสมบูรณ์แข็งแรงดังเดิมได้ช้า
พืชก็เช่นกัน หากเราให้ยา และให้อาหารเสริมพืชทางใบ ไปพร้อมกัน พืชจะได้รับธาตุอาหารที่จำเป็นไปพร้อมกับยารักษาโรคหรือยาปราบศัตรูพืช จึงช่วยให้ฟื้นตัวได้เร็ว และกลับมาให้ผลผลิตดีดังเดิม

สั่งซื้อ
โทร 097-918-3530
facebook โรงงานปุ๋ยไดโนเร็กซ์
ไลน์ janemini1112
สามารเลือกซื้อกับลาซาด้า http://ไปที่..link.. และช้อปปี้ http://ไปที่..link..
ปุ๋ย FK-1 ฉีดพ่น ส้ม บำรุง ผลใหญ่ ดกเต็มต้น ผลผลิตดี ต้นทุนต่อไร่ถูกกว่าปุ๋ยเม็ด 4 เท่า เพิ่มผลผลิตสูงสุด 20 เปอร์เซ็นต์
ปุ๋ย FK-1 ฉีดพ่น ส้ม บำรุง ผลใหญ่ ดกเต็มต้น ผลผลิตดี ต้นทุนต่อไร่ถูกกว่าปุ๋ยเม็ด 4 เท่า เพิ่มผลผลิตสูงสุด 20 เปอร์เซ็นต์
ปุ๋ย FK-1 ฉีดพ่น ส้ม บำรุง ผลใหญ่ ดกเต็มต้น ผลผลิตดี ต้นทุนต่อไร่ถูกกว่าปุ๋ยเม็ด 4 เท่า เพิ่มผลผลิตสูงสุด 20 เปอร์เซ็นต์
การปลูกส้มให้ได้ผลผลิตสูงสุด: การใช้ปุ๋ยฉีดพ่นทางใบ FK-1

ส้มเป็นหนึ่งในผลไม้ที่มีการบริโภคมากที่สุดในโลก และการเพาะปลูกเป็นอุตสาหกรรมหลักในหลายประเทศ เพื่อให้แน่ใจว่าผลผลิตสูงสุดจากต้นส้ม เกษตรกรจำเป็นต้องปฏิบัติตามแนวทางการปฏิสนธิที่มีประสิทธิภาพซึ่งสนับสนุนการเจริญเติบโตที่สมบูรณ์และการพัฒนาของผล

หนึ่งในปุ๋ยที่มีแนวโน้มมากที่สุดในตลาดปัจจุบันคือปุ๋ยฉีดพ่นทางใบ FK-1 ผลิตภัณฑ์นี้มีการผสมผสานที่สมดุลของสารอาหารที่จำเป็น ได้แก่ ไนโตรเจน ฟอสฟอรัส โพแทสเซียม แมกนีเซียม และสังกะสี รวมทั้งสารลดแรงตึงผิวเพื่อช่วยให้ปุ๋ยซึมผ่านใบพืชได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น การใช้ปุ๋ยนี้ให้ถูกเวลาและถูกวิธี เกษตรกรสามารถเพิ่มผลผลิตส้มและปรับปรุงคุณภาพผลส้มได้

ในการใช้ปุ๋ยฉีดพ่นทางใบ FK-1 เกษตรกรควรแกะผลิตภัณฑ์และผสมผงทั้งสองถุงเข้าด้วยกันก่อน แต่ละถุงบรรจุปุ๋ยได้ 1 กก. เมื่อผสมกันแล้วจะได้ปุ๋ยทั้งหมด 2 กก. เกษตรกรควรนำส่วนผสมนี้ 50 กรัมเติมลงในน้ำ 20 ลิตร คนให้เข้ากันเพื่อให้แน่ใจว่าผงละลายหมด

เมื่อเตรียมสารละลายแล้ว เกษตรกรสามารถใช้เครื่องพ่นสารเคมีใส่ปุ๋ยที่ใบของต้นส้มได้ สิ่งสำคัญคือต้องฉีดพ่นใบไม้ให้ทั่วถึงและทั่วถึง ให้แน่ใจว่าได้ครอบคลุมทั้งด้านบนและด้านล่างของใบไม้แต่ละใบ วิธีนี้จะช่วยให้พืชดูดซับปุ๋ยได้มากที่สุด

เกษตรกรควรฉีดพ่นปุ๋ยทางใบ FK-1 หลาย ๆ ครั้งตลอดฤดูปลูก โดยเริ่มตั้งแต่เมื่อต้นไม้เริ่มผลิใบใหม่ในฤดูใบไม้ผลิ สิ่งสำคัญคือต้องปฏิบัติตามคำแนะนำของผู้ผลิตอย่างระมัดระวังและหลีกเลี่ยงการใส่ปุ๋ยมากเกินไป เพราะอาจทำให้พืชเสียหายและผลผลิตลดลงได้

นอกจากการใช้ปุ๋ยฉีดพ่นทางใบ FK-1 แล้ว เกษตรกรควรปฏิบัติตามขั้นตอนอื่น ๆ เพื่อสนับสนุนการเจริญเติบโตและพัฒนาการของส้มที่ดี ซึ่งอาจรวมถึงการตัดแต่งกิ่งเป็นประจำเพื่อกำจัดกิ่งที่ตายหรือเป็นโรค รักษาระดับความชื้นในดินให้เหมาะสม และควบคุมศัตรูพืชและโรคที่สามารถทำลายต้นไม้ได้

การใช้ปุ๋ยฉีดพ่นทางใบ FK-1 และการใช้แนวทางปฏิบัติที่ดีที่สุดอื่นๆ สำหรับการปลูกส้ม เกษตรกรสามารถเพิ่มผลผลิตสูงสุดและผลิตผลไม้คุณภาพสูงที่ตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคทั่วโลก ด้วยการดูแลเอาใจใส่อย่างเหมาะสม ต้นส้มสามารถเติบโตได้นานหลายปี เป็นแหล่งรายได้และสารอาหารอันมีค่าสำหรับเกษตรกรและชุมชนของพวกเขา

สั่งซื้อ
โทร 090-592-8614
ไลน์ @FarmKaset มี @ ด้วยนะคะ
สามารเลือกซื้อกับลาซาด้า http://ไปที่..link.. และช้อปปี้ http://ไปที่..link.. ได้เช่นกัน
โกโก้ กิ่งแห้ง ผลเน่าดำ กำจัด เชื้อราในพืชทุกชนิด เป็นสารชีวภาพปลอดภัย ปลอดสารพิษ ไอเอส และ FK-T
โกโก้ กิ่งแห้ง ผลเน่าดำ กำจัด เชื้อราในพืชทุกชนิด เป็นสารชีวภาพปลอดภัย ปลอดสารพิษ ไอเอส และ FK-T
โกโก้ กิ่งแห้ง ผลเน่าดำ กำจัด เชื้อราในพืชทุกชนิด เป็นสารชีวภาพปลอดภัย ปลอดสารพิษ ไอเอส และ FK-T
ต้นโกโก้เป็นแหล่งรายได้ที่สำคัญสำหรับเกษตรกรจำนวนมาก และเป็นพืชที่สำคัญในอุตสาหกรรมช็อกโกแลต อย่างไรก็ตาม ต้นไม้มีแนวโน้มที่จะเป็นโรคเชื้อรา เช่น กิ่งแห้งและเน่าดำ ซึ่งอาจทำให้ผลผลิตและคุณภาพลดลงอย่างมาก โรคเหล่านี้เกิดจากเชื้อราหลายชนิด ได้แก่ Botryodiplodia theobromae_ Moniliophthora roreri และ Phytophthora palmivora

ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา นักวิจัยได้สำรวจวิธีการทางธรรมชาติเพื่อต่อสู้กับโรคเหล่านี้ และทางออกหนึ่งที่มีแนวโน้มคือการใช้สารต้านเชื้อราอินทรีย์ หนึ่งในตัวแทนที่มีศักยภาพสูงคือ IS ซึ่งเป็นสารต้านเชื้อราอินทรีย์ที่ได้จากส่วนผสมจากธรรมชาติทั้งหมด

IS ได้รับการพัฒนาผ่านการวิจัยและพัฒนาอย่างกว้างขวาง โดยเลือกใช้วัตถุดับเพลิงที่มีประสิทธิภาพสูงเพื่อควบคุมและยับยั้งเชื้อราด้วยเทคโนโลยีโดยการควบคุมสภาพแวดล้อมที่พื้นผิวของใบพืช สิ่งนี้ทำให้เกิดสภาวะที่ไม่เหมาะสมต่อการเจริญเติบโตและการเพิ่มจำนวนของเชื้อรา ป้องกันการเริ่มเกิดโรค เช่น กิ่งแห้งและเน่าดำ

ประโยชน์ที่สำคัญอย่างหนึ่งของ IS คือความสามารถในการเพิ่มประสิทธิภาพในการยึดเกาะกับผิวใบพืชได้ดีกว่าสารเคมีกำจัดเชื้อราชนิดอื่นๆ สิ่งนี้ทำให้มั่นใจได้ว่าสารจะคงอยู่บนพื้นผิวของพืชได้นานขึ้น ช่วยป้องกันเชื้อราที่ก่อโรคได้ยาวนานขึ้น

IS ยังเป็นตัวเลือกที่ปลอดภัยสำหรับผู้ใช้ เนื่องจากมาจากส่วนผสมจากธรรมชาติและไม่มีสารเคมีอันตรายใดๆ สิ่งนี้ทำให้เป็นโซลูชั่นที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมซึ่งไม่ก่อให้เกิดความเสี่ยงต่อสุขภาพของเกษตรกรหรือผู้บริโภค

การใช้สารต้านเชื้อราอินทรีย์ เช่น IS เป็นก้าวสำคัญในการพัฒนาแนวทางการแก้ปัญหาที่ยั่งยืนและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมสำหรับอุตสาหกรรมโกโก้ ด้วยการลดการพึ่งพาสารเคมีกำจัดเชื้อรา เกษตรกรสามารถปลูกต้นโกโก้ในลักษณะที่ยั่งยืนและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น ในขณะเดียวกันก็ปรับปรุงคุณภาพและผลผลิตของพืชผลด้วย

โดยสรุป การใช้สารต้านเชื้อราอินทรีย์ เช่น IS สามารถช่วยป้องกันและรักษาโรคของกิ่งแห้งและโรคเน่าดำในต้นโกโก้ได้ ในขณะเดียวกันก็เป็นวิธีการรักษาที่ปลอดภัยและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมสำหรับเกษตรกร ด้วยส่วนผสมจากธรรมชาติและประสิทธิภาพสูง IS มีศักยภาพในการปฏิวัติวิธีการควบคุมโรคพืชในอุตสาหกรรมโกโก้ โดยมอบทางเลือกที่ยั่งยืนและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมสำหรับเกษตรกรและผู้ผลิตช็อกโกแลต

FK-T (FK ธรรมชาตินิยม) ปลอดภัย อาหารเสริมพืชชั้นเลิศ ลดต้นทุนปุ๋ย ได้ผลผลิตเพิ่ม พืชฟื้นตัวได้เร็ว
ขนาด 1 ลิตร
อัตราผสม 50 ซีซี ต่อน้ำ 20ลิตร ฉีดพ่นทางใบ

แนะนำให้ผสม ไอเอส และ FK-T ฉีดพ่นไปพร้อมกัน
อัตราผสม สำหรับการฉีดพ่นพร้อมกัน
ไอเอส 50 ซีซี และ FK-T 50ซีซี ต่อน้ำ 20 ลิตร ฉีดพ่นทางใบ ทุก 3-5วัน ต่อเนื่อง 2-3 ครั้ง หมั่นสังเกตุอาการ

การผสมฉีดพ่นไปพร้อมกันส่งผลให้..

เมื่อพืช ถูกโรคหรือแมลงศัตรูพืชต่างๆเข้าทำลาย พืชจะมีความอ่อนแอ ต้านทานต่อโรคและแมลงศัตรูได้ต่ำกว่าปกติ
การที่เราใช้เฉพาะตัวยา ตัวยาจะช่วยหยุดโรค หรือกำจัดแมลง แต่พืชของเรานั้นจะยังทรงตัว ฟื้นตัวจากโรค หรือฟื้นตัวจากความเสียหายของการเข้าทำลายของแมลงได้ช้า

เปรียบได้คล้ายกับคนป่วย หากได้รับแต่เฉพาะยา ไม่ทานอาหาร ไม่บำรุง ร่างกายก็จะฟื้นตัวกลับมาสมบูรณ์แข็งแรงดังเดิมได้ช้า
พืชก็เช่นกัน หากเราให้ยา และให้อาหารเสริมพืชทางใบหรือ FK-T ไปพร้อมกัน พืชจะได้รับธาตุอาหารที่จำเป็นไปพร้อมกับยารักษาโรคหรือยาปราบศัตรูพืช จึงช่วยให้ฟื้นตัวได้เร็ว และกลับมาให้ผลผลิตดีดังเดิม

สั่งซื้อ
โทร 090-592-8614
ไลน์ @FarmKaset มี @ ด้วยนะคะ
สามารเลือกซื้อกับลาซาด้า http://ไปที่..link.. และช้อปปี้ http://ไปที่..link.. ได้เช่นกัน
ทุเรียนกิ่งแห้ง โรคใบติดทุเรียน ทุเรียนใบไหม้ ป้องกันกำจัดด้วย ไอเอส และ FK-1
ทุเรียนกิ่งแห้ง โรคใบติดทุเรียน ทุเรียนใบไหม้ ป้องกันกำจัดด้วย ไอเอส และ FK-1



ต้นทุเรียนมีความไวต่อโรคเชื้อราต่าง ๆ ซึ่งสามารถลดคุณภาพและปริมาณของผลผลิตได้อย่างมาก โรคเชื้อราในทุเรียนที่พบบ่อย 3 โรค คือ โรคกิ่งแห้งและโรคใบติด และโรคใบไหม้ของทุเรียนจากเชื้อรา Phytophthora palmivora.

สารประกอบอินทรีย์ เช่น ไอเอส ซึ่งย่อมาจาก Ion Control System มีประสิทธิภาพสูงในการป้องกันและกำจัดโรคเชื้อราในพืช ไอเอส ทำงานโดยการปรับสมดุลของไอออนในเซลล์พืช ทำให้พวกมันไวต่อการโจมตีของเชื้อราน้อยลง วิธีใช้ ไอเอส ผสมสาร 50 ซีซี ต่อน้ำ 20 ลิตร ฉีดพ่นต้นทุเรียนโดยเน้นที่กิ่งและใบ จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องใช้ ไอเอส ในช่วงต้นฤดูกาลก่อนที่โรคเชื้อราจะมีโอกาสเกิดขึ้น.

นอกจากการใช้ ไอเอส แล้ว เทคนิคการใส่ปุ๋ยอย่างเหมาะสมยังสามารถช่วยป้องกันและกำจัดโรคเชื้อราในทุเรียนได้อีกด้วย ปุ๋ยฉีดพ่นทางใบที่มีประสิทธิภาพสูงชนิดหนึ่งคือ FK1 ซึ่งมีไนโตรเจน ฟอสฟอรัส โพแทสเซียม แมกนีเซียม สังกะสี และสารลดแรงตึงผิว ส่วนผสมของสารอาหารที่สมดุลนี้ช่วยเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันของต้นทุเรียนทำให้สามารถต้านทานโรคเชื้อราได้ดียิ่งขึ้น ในการใช้ FK1 ให้ผสม 50 กรัมของถุงแรกและ 50 กรัมของถุงที่สองในน้ำ 20 ลิตร แล้วคนให้ละลาย จากนั้นฉีดพ่นลงบนใบและกิ่งของต้นทุเรียน หมายเหตุ เมื่อแกะกล่อง FK1 ออกมา จะพบสองถุงดังกล่าว.

เมื่อใช้ ไอเอส และ FK1 จำเป็นต้องปฏิบัติตามอัตราส่วนการผสมอย่างระมัดระวัง การใช้สารอินทรีย์และปุ๋ยในปริมาณที่ถูกต้อง ชาวสวนทุเรียนสามารถมั่นใจได้ว่าต้นทุเรียนของพวกเขาจะแข็งแรงและให้ผลผลิตตลอดฤดูปลูก.

โดยสรุปแล้ว การป้องกันและกำจัดโรคเชื้อราในทุเรียนมีความจำเป็นต่อการเพิ่มคุณภาพและปริมาณของผลไม้ให้ได้มากที่สุด การใช้สารประกอบอินทรีย์ เช่น ไอเอส และเทคนิคการใส่ปุ๋ยอย่างเหมาะสม เช่น FK1 เกษตรกรผู้ปลูกทุเรียนสามารถรักษาต้นทุเรียนให้แข็งแรงและปราศจากโรคได้ วิธีการเหล่านี้ไม่เพียงแต่มีประสิทธิภาพ แต่ยังเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและปลอดภัยต่อการบริโภคของมนุษย์อีกด้วย

http://ไปที่..link..

เลือกซื้อ ไอเอส และ FK-1 เลื่อนลงล่างอีกนิดนะคะ
ประโยชน์ของการปลูกพืชหมุนเวียนในการเกษตร
ประโยชน์ของการปลูกพืชหมุนเวียนในการเกษตร
การปลูกพืชหมุนเวียนเป็นวิธีการทำฟาร์มที่เกี่ยวข้องกับการปลูกพืชต่าง ๆ ในลำดับที่เฉพาะเจาะจงในช่วงเวลาหนึ่งบนที่ดินผืนเดียวกัน แนวทางปฏิบัตินี้ใช้มานานหลายศตวรรษเพื่อปรับปรุงความอุดมสมบูรณ์ของดิน ลดศัตรูพืชและโรค และเพิ่มผลผลิตพืชผล

ประโยชน์หลักประการหนึ่งของการปลูกพืชหมุนเวียนคือช่วยปรับปรุงความอุดมสมบูรณ์ของดิน พืชผลต่างๆ มีความต้องการสารอาหารที่แตกต่างกัน และการปลูกพืชหมุนเวียนช่วยให้สามารถเติมสารอาหารที่อาจหมดไปจากการปลูกพืชก่อนหน้านี้ ตัวอย่างเช่นการปลูกพืชตระกูลถั่ว เช่น ถั่วหรือถั่วลิสงสามารถตรึงไนโตรเจนในดินซึ่งมีความสำคัญต่อการเจริญเติบโตของพืช ในทางกลับกัน การปลูกหญ้าหรือพืชพันธุ์ธัญญาหารซึ่งมีแนวโน้มที่จะทำให้ไนโตรเจนในดินหมดไปก็สามารถช่วยคืนความสมดุลได้

ประโยชน์อีกประการหนึ่งของการปลูกพืชหมุนเวียนคือช่วยลดความชุกของศัตรูพืชและโรคในดิน แมลงศัตรูพืชและโรคบางชนิดมีความจำเพาะต่อพืชบางชนิด และการปลูกพืชหมุนเวียนสามารถช่วยทำลายวงจรชีวิตของสิ่งมีชีวิตเหล่านี้ ลดจำนวนประชากรและจำกัดผลกระทบต่อพืชผลในอนาคต

นอกจากประโยชน์เหล่านี้แล้ว การปลูกพืชหมุนเวียนยังสามารถช่วยเพิ่มผลผลิตพืชได้อีกด้วย ด้วยการปลูกพืชที่หลากหลาย เกษตรกรสามารถใช้ประโยชน์จากผลที่เสริมกันของพืชชนิดต่างๆ ต่อสุขภาพของดินและการจัดการศัตรูพืช ตัวอย่างเช่น การปลูกพืชคลุมดิน เช่น โคลเวอร์หรือข้าวไรย์ สามารถช่วยกำจัดวัชพืชและปรับปรุงโครงสร้างของดิน ทำให้พืชผลที่ตามมามีผลผลิตสูงขึ้น

โดยรวมแล้ว การปลูกพืชหมุนเวียนเป็นเครื่องมือที่มีค่าสำหรับเกษตรกรที่ต้องการปรับปรุงสุขภาพและผลผลิตของที่ดินของตน ด้วยการปลูกพืชหมุนเวียนและปลูกพืชหลากหลายชนิด เกษตรกรสามารถได้รับประโยชน์จากความอุดมสมบูรณ์ของดินที่เพิ่มขึ้น โรคและแมลงศัตรูพืชลดลง และผลผลิตพืชสูงขึ้น
อ่าน:3308
การกำจัด โรคแอนแทรคโนสในมะม่วง
การกำจัด โรคแอนแทรคโนสในมะม่วง
โรคแอนแทรคโนสเป็นโรคพืชทั่วไปที่เกิดจากเชื้อราหลายชนิดที่สามารถทำลายมะม่วงได้ โรคนี้มีลักษณะเฉพาะคือรอยโรคสีเข้มบนผลไม้ ใบ และลำต้นของพืช ซึ่งอาจนำไปสู่การเหี่ยวเฉา ผลัดใบ และการสูญเสียพืชผลในที่สุด อย่างไรก็ตาม มีวิธีการป้องกันและกำจัดโรคแอนแทรคโนสในมะม่วง โดยมาในรูปของสารประกอบอินทรีย์ ไอเอส

สารประกอบอินทรีย์ ไอเอส เป็นเทคนิคการควบคุมไอออนชนิดหนึ่งที่ทำให้สภาพแวดล้อมบนใบพืชไม่เหมาะสมต่อการเจริญเติบโตของเชื้อรา เมื่อผสมกับ FK-1 และฉีดพ่นร่วมกัน สารประกอบ ไอเอส สามารถกำจัดโรคได้ ในขณะที่ FK-1 เร่งการงอกใหม่ของพืชจากการเข้าทำลายของโรค FK-1 ประกอบด้วยสารอาหารที่จำเป็น เช่น แมกนีเซียม สังกะสี ไนโตรเจน ฟอสฟอรัส โพแทสเซียม และสารลดแรงตึงผิว ซึ่งทำงานร่วมกันเพื่อหล่อเลี้ยงและส่งเสริมการเจริญเติบโตและผลผลิตที่ดีขึ้น

การใช้สารอินทรีย์ ไอเอส เพื่อป้องกันและกำจัดโรคแอนแทรกโนสในมะม่วง ให้ทำตามขั้นตอนต่อไปนี้:

1. ผสม ไอเอส และ FK-1 ในภาชนะตามอัตราส่วนที่แนะนำ

2. ฉีดพ่นให้ทั่วใบ ผล และลำต้นของต้นมะม่วง ต้องแน่ใจว่าได้คลุมพื้นผิวทั้งหมดของพืช รวมทั้งใต้ใบด้วย

3.ฉีดพ่นซ้ำทุกๆ 7-10 วัน หรือตามคำแนะนำของผู้ผลิต

4. ตรวจสอบพืชอย่างสม่ำเสมอเพื่อหาสัญญาณของโรคแอนแทรกโนส หากพบโรคให้เพิ่มความถี่ในการฉีดพ่นจนกว่าโรคจะหมดไป

การใช้สารประกอบอินทรีย์ ไอเอส เพื่อป้องกันและกำจัดโรคแอนแทรคโนสในมะม่วง เกษตรกรสามารถปกป้องพืชผลของตนจากโรคร้ายนี้และรับประกันการเก็บเกี่ยวที่อุดมสมบูรณ์ โบนัสเพิ่มเติมของ FK-1 คือส่งเสริมการเจริญเติบโตและผลผลิต ทำให้ต้นมะม่วงแข็งแรงและยืดหยุ่นมากขึ้น เป็นวิธีที่ดีในการเก็บเกี่ยวผลผลิตที่ดีต่อสุขภาพโดยไม่ก่อให้เกิดอันตรายต่อสิ่งแวดล้อม

เลือกซื้อ ไอเอส และ FK-1 เลื่อนลงล่างอีกนิดนะค
3516 เรื่อง หน้าละ 10 รายการ 351 หน้า, หน้าที่ 352 มี 6 รายการ
|-Page 55 of 352-|
1 | 2 | 3 | 4 | 5 | 6 | 7 | 8 | 9 | 10 | 11 | 12 | 13 | 14 | 15 | 16 | 17 | 18 | 19 | 20 | 21 | 22 | 23 | 24 | 25 | 26 | 27 | 28 | 29 | 30 | 31 | 32 | 33 | 34 | 35 | 36 | 37 | 38 | 39 | 40 | 41 | 42 | 43 | 44 | 45 | 46 | 47 | 48 | 49 | 50 | 51 | 52 | 53 | 54 | 55 | 56 | 57 | 58 | 59 | 60 | 61 | 62 | 63 | 64 | 65 | 66 | 67 | 68 | 69 | 70 | 71 | 72 | 73 | 74 | 75 | 76 | 77 | 78 | 79 | 80 | 81 | 82 | 83 | 84 | 85 | 86 | 87 | 88 | 89 | 90 | 91 | 92 | 93 | 94 | 95 | 96 | 97 | 98 | 99 | 100 | 101 | 102 | 103 | 104 | 105 | 106 | 107 | 108 | 109 | 110 | 111 | 112 | 113 | 114 | 115 | 116 | 117 | 118 | 119 | 120 | 121 | 122 | 123 | 124 | 125 | 126 | 127 | 128 | 129 | 130 | 131 | 132 | 133 | 134 | 135 | 136 | 137 | 138 | 139 | 140 | 141 | 142 | 143 | 144 | 145 | 146 | 147 | 148 | 149 | 150 | 151 | 152 | 153 | 154 | 155 | 156 | 157 | 158 | 159 | 160 | 161 | 162 | 163 | 164 | 165 | 166 | 167 | 168 | 169 | 170 | 171 | 172 | 173 | 174 | 175 | 176 | 177 | 178 | 179 | 180 | 181 | 182 | 183 | 184 | 185 | 186 | 187 | 188 | 189 | 190 | 191 | 192 | 193 | 194 | 195 | 196 | 197 | 198 | 199 | 200 | 201 | 202 | 203 | 204 | 205 | 206 | 207 | 208 | 209 | 210 | 211 | 212 | 213 | 214 | 215 | 216 | 217 | 218 | 219 | 220 | 221 | 222 | 223 | 224 | 225 | 226 | 227 | 228 | 229 | 230 | 231 | 232 | 233 | 234 | 235 | 236 | 237 | 238 | 239 | 240 | 241 | 242 | 243 | 244 | 245 | 246 | 247 | 248 | 249 | 250 | 251 | 252 | 253 | 254 | 255 | 256 | 257 | 258 | 259 | 260 | 261 | 262 | 263 | 264 | 265 | 266 | 267 | 268 | 269 | 270 | 271 | 272 | 273 | 274 | 275 | 276 | 277 | 278 | 279 | 280 | 281 | 282 | 283 | 284 | 285 | 286 | 287 | 288 | 289 | 290 | 291 | 292 | 293 | 294 | 295 | 296 | 297 | 298 | 299 | 300 | 301 | 302 | 303 | 304 | 305 | 306 | 307 | 308 | 309 | 310 | 311 | 312 | 313 | 314 | 315 | 316 | 317 | 318 | 319 | 320 | 321 | 322 | 323 | 324 | 325 | 326 | 327 | 328 | 329 | 330 | 331 | 332 | 333 | 334 | 335 | 336 | 337 | 338 | 339 | 340 | 341 | 342 | 343 | 344 | 345 | 346 | 347 | 348 | 349 | 350 | 351 | 352 |


กลุ่มทางใบปุ๋ยประสิทธิภาพสูง
*โปรดอ่าน ใช้ FK-1 ในช่วงแรก เพื่อเร่งโต เร่งราก เร่งดอก จับคู่กับ FK-3 ในช่วงเร่งผลผลิต พืชออกผลทุกชนิด ใช้ FK-1 กับ FK-3, นาข้าว ใช้ FK-1 กับ FK-3R (Rice), ไร่อ้อย ใช้ FK-1 กับ FK-3S (Sugarcane), มันสำปะหลัง ใช้ FK-1 กับ FK-3C (Cassava)

FK-1
สั่ง FK-1 กับ | ลาซาด้า | ช้อปปี้
FK-3
สั่ง FK-3 กับ | ลาซาด้า | ช้อปปี้
FK-3S
สั่ง FK-3S กับ | ลาซาด้า | ช้อปปี้
FK-3R
สั่ง FK-3R กับ | ลาซาด้า | ช้อปปี้
FK-3C
สั่ง FK-3C กับ | ลาซาด้า | ช้อปปี้


กลุ่มอินทรีย์ ปุ๋ย ยาปราบฯ
ที่ขายดีที่สุดบน ลาซาด้า

FKT250-IS250-499B
สั่งกับ | ลาซาด้า | ช้อปปี้
ไอเอส ขนาด 1ลิตร
สั่งไอเอสกับ | ลาซาด้า | ช้อปปี้
ไอเอส ขนาด 3ลิตร
สั่งไอเอส3ลิตร กับ | ลาซาด้า | ช้อปปี้
มาคา
สั่งมาคากับ | ลาซาด้า | ช้อปปี้
ไอกี้-บีที
สั่งไอกี้-บีทีกับ | ลาซาด้า | ช้อปปี้
FKT1L
สั่ง FK-T 1ลิตร กับ | ลาซาด้า | ช้อปปี้
FK ธรรมชาตินิยม
สั่งFK-T 250ซีซี กับ | ลาซาด้า | ช้อปปี้
ไอเอส ขนาด 250ซีซี
สั่งไอเอสกับ | ลาซาด้า | ช้อปปี้
FKT1L-IS1L-970B
สั่งกับ | ลาซาด้า | ช้อปปี้
FKT1L-MAKA-980B
สั่งกับ | ลาซาด้า | ช้อปปี้
FKT1L-AiKi-990B
สั่งกับ | ลาซาด้า | ช้อปปี้


กลุ่มเคมียาปราบฯประสิทธิภาพสูง

invet
สั่ง อินเวท กับ | ลาซาด้า | ช้อปปี้
metalaxyl
สั่ง เมทาแลคซิล กับ | ลาซาด้า | ช้อปปี้
carron
สั่ง คาร์รอน กับ | ลาซาด้า | ช้อปปี้


กลุ่มปุ๋ยทางใบผสมสูตรเองได้
เว็บระบบคำนวณการผสมปุ๋ย


starfer 30-20-5
สั่งกับ | ลาซาด้า | ช้อปปี้
starfer 10-40-10
สั่งกับ | ลาซาด้า | ช้อปปี้
starfer 15-5-30
สั่งกับ | ลาซาด้า | ช้อปปี้
maxza
สั่ง แม็กซ่า กับ | ลาซาด้า | ช้อปปี้



บริษัท ห้องปฏิบัติการกลาง (ประเทศไทย) จำกัด
Central Laboratory (Thailand) Co.,Ltd.

ให้บริการตรวจวิเคราะห์
ตรวจฉลากโภชนาการ
ตรวจสารสำคัญกัญชา/กัญชง
ตรวจน้ำใช้ในกระบวนการผลิต
ฟอร์มขอใบเสนอราคา
สำหรับตรวจวิเคราะห์อื่นๆ ผลิตภัณฑ์อาหาร ผลิตภัณฑ์ที่ไม่ใช่อาหาร (ตรวจวิเคราะห์ได้ทุกอย่าง) โปรดกรอก ฟอร์มขอใบเสนอราคา
ตรวจขึ้นทะเบียนปุ๋ยเคมี
ตรวจสารพิษตกค้างเพื่อการส่งออก
ตรวจผักสดปลอดเชื้อจุลินทรีย์ E. coli, Salmonella spp.
ส่งตัวอย่างมะละกอ เพื่อการทดสอบการดัดแปลงพันธุกรรม
ส่งตัวอย่างเพื่อทดสอบ ปริมาณอะฟลาทอกซินในเมล็ดแมงลัก ลูกเดือย และพริกแห้ง เพื่อส่งออกนอกราชอาณาจักร
Hardline Test Application
ปุ๋ยคุณภาพสูง
พืชทุกชนิด | ปุ๋ยทุเรียน | ปุ๋ยมันสำปะหลัง | ปุ๋ยสำหรับไร่อ้อย | ปุ๋ยนาข้าว | ปุ๋ยยางพารา | ปุ๋ยมะพร้าว | ปุ๋ยข้าวโพด | ปุ๋ยปาล์ม | ปุ๋ยสับปะรด | ปุ๋ยถั่วเหลือง | ปุ๋ยพริกไทย | ปุ๋ยกาแฟ | ปุ๋ยมะนาว | ปุ๋ยส้ม | ปุ๋ยลำไย | ปุ๋ยลิ้นจี่ | ปุ๋ยหน่อไม้ฝรั่ง | ปุ๋ยกระเจี๊ยบเขียว | ปุ๋ยมังคุด | ปุ๋ยมันฝรั่ง | ปุ๋ยหอมหัวใหญ่ | ปุ๋ยกระเทียม | ปุ๋ยหอมแดง | ปุ๋ยมะเขือเทศ | ปุ๋ยกล้วยไม้ | ปุ๋ยอินทผลัม | ปุ๋ยน้อยหน่า | ปุ๋ยชมพู่ | ปุ๋ยเงาะ | ปุ๋ยมะม่วง | ปุ๋ยมะขาม | ปุ๋ยพริก
ยาอินทรีย์แก้โรคพืช
โรคใบไหม้ | ทุเรียนใบติด | มันสำปะหลังใบไหม้ | โรคอ้อยใบไหม้ | ข้าวใบไหม้ | ยางพาราใบไหม้ | โรคมะพร้าวใบไหม้ | โรคราน้ำค้างข้าวโพด | ปาล์มใบไหม้ | โรคสับปะรด | โรคราน้ำค้างถั่วเหลือง | พริกไทยใบไหม้ | โรคกาแฟใบไหม้ | ราสนิมมะนาว | ส้มใบไหม้ | ลำไยใบไหม้ | ลิ้นจี่ใบไหม้ | หน่อไม้ฝรั่งลำต้นไหม้ | กระเจี๊ยบเขียวฝักลาย | โรคใบจุดมังคุด | มันฝรั่งใบใหม้ | โรคหอมเลื้อย | โรคใบจุดกระเทียม | โรคหอมแดง | ราแป้งมะเขือเทศ | โรคจุดสนิมกล้วยไม้ | อินทผลัมใบไหม้ | น้อยหน่าดอกร่วง | ชมพู่ใบไหม้ | เงาะใบไหม้ | มะม่วงใบไหม้ | ราแป้งมะขาม | โรคพริก
ยาเคมี กำจัดเพลี้ยต่างๆ
กำจัดเพลี้ยต่างๆทุกชนิด | เพลี้ยทุเรียน | เพลี้ยมันสำปะหลัง | เพลี้ยอ้อย | เพลี้ยข้าว | เพลี้ยยางพารา | เพลี้ยมะพร้าว | เพลี้ยข้าวโพด | เพลี้ยปาล์มน้ำมัน | เพลี้ยสับปะรด | เพลี้ยถั่วเหลือง | เพลี้ยพริกไทย | เพลี้ยกาแฟ | เพลี้ยมะนาว | เพลี้ยส้ม | เพลี้ยลำไย | เพลี้ยลิ้นจี่ | เพลี้ยหน่อไม้ฝรั่ง | เพลี้ยกระเจี๊ยบเขียว | เพลี้ยมังคุด | เพลี้ยมันฝรั่ง | เพลี้ยหอมหัวใหญ่ | เพลี้ยกระเทียม | เพลี้ยหอมแดง | เพลี้ยมะเขือเทศ | เพลี้ยกล้วยไม้ | เพลี้ยอินทผาลัม | เพลี้ยน้อยหน่า | เพลี้ยชมพู่ | เพลี้ยเงาะ | เพลี้ยมะม่วง | เพลี้ยมะขาม | เพลี้ยพริก
ยาเคมี กำจัดโรคพืช
โรคใบไหม้ | โรคทุเรียน | โรคมันสำปะหลัง | โรคอ้อย | โรคข้าว | โรคยางพารา | โรคมะพร้าว | โรคข้าวโพด | โรคปาล์ม | โรคสับปะรด | โรคถั่วเหลือง | พริกไทยใบไหม้ | โรคกาแฟ | โรคมะนาว | โรคส้ม | โรคลำไย | โรคลิ้นจี่ | โรคหน่อไม้ฝรั่ง | โรคกระเจี๊ยบเขียว | โรคมังคุด | โรคมันฝรั่ง | โรคหอม | โรคกระเทียม | โรคหอมแดง | โรคมะเขือเทศ | โรคกล้วยไม้ | โรคอินทผาลัม | โรคน้อยหน่า | โรคชมพู่ | โรคเงาะ | โรคมะม่วง | โรคมะขาม | โรคพริก
ยาอินทรีย์ กำจัดเพลี้ยต่างๆ
กำจัดเพลี้ยต่างๆทุกชนิด | เพลี้ยไก่แจ้ทุเรียน | เพลี้ยแป้งมันสำปะหลัง | เพลี้ยอ้อย | เพลี้ยศัตรูข้าว | เพลี้ยแป้งยางพารา | เพลี้ยศัตรูมะพร้าว | เพลี้ยข้าวโพด | เพลี้ยอ่อนปาล์มน้ำมัน | เพลี้ยแป้งสับปะรด | เพลี้ยอ่อนถั่วเหลือง | เพลี้ยแป้งพริกไทย | เพลี้ยแป้งกาแฟ | เพลี้ยไฟมะนาว | เพลี้ยไฟส้ม | เพลี้ยแป้งลำไย | เพลี้ยแป้งลิ้นจี่ | เพลี้ยไฟหน่อไม้ฝรั่ง | เพลี้ยจักจั่นฝ้ายกระเจี๊ยบเขียว | เพลี้ยไฟมังคุด | เพลี้ยจักจั่นมันฝรั่ง | เพลี้ยไฟหอมหัวใหญ่ | เพลี้ยไฟกระเทียม | เพลี้ยไฟหอมแดง | เพลี้ยมะเขือเทศ | เพลี้ยไฟกล้วยไม้ | เพลี้ยแป้งอินทผาลัม | เพลี้ยแป้งน้อยหน่า | เพลี้ยไฟชมพู่ | เพลี้ยแป้งเงาะ | เพลี้ยจักจั่นมะม่วง | เพลี้ยมะขาม | เพลี้ยไฟพริก
สารชีวินทรีย์ กำจัดหนอนต่างๆ
กำจัดหนอนศัตรูพืช | กำจัดหนอนทุเรียน | กำจัดหนอนมันสำปะหลัง | กำจัดหนอนกออ้อย | กำจัดหนอนในนาข้าว | กำจัดหนอนในสวนยางพารา | กำจัดหนอนมะพร้าว | กำจัดหนอนข้าวโพด | กำจัดหนอนปาล์มน้ำมัน | กำจัดหนอนสับปะรด | กำจัดหนอนถั่วเหลือง | กำจัดหนอนพริกไทย | กำจัดหนอนกาแฟ | กำจัดหนอนมะนาว | กำจัดหนอนส้ม | กำจัดหนอนลำไย | กำจัดหนอนลิ้นจี่ | กำจัดหนอนหน่อไม้ฝรั่ง | กำจัดหนอนกระเจี๊ยบเขียว | กำจัดหนอนมังคุด | กำจัดหนอนมันฝรั่ง | กำจัดหนอนหอมหัวใหญ่ | กำจัดหนอนกระเทียม | กำจัดหนอนหอมแดง | กำจัดหนอนมะเขือเทศ | กำจัดหนอนกล้วยไม้ | กำจัดหนอนอินทผาลัม | กำจัดหนอนน้อยหน่า | กำจัดหนอนชมพู่ | กำจัดหนอนเงาะ | กำจัดหนอนมะม่วง | กำจัดหนอนมะขาม | กำจัดหนอนพริก
โรงงานรับจ้างผลิตปุ๋ย OEM/ODM เป็นแบรนด์สินค้าของคุณ ปุ๋ยน้ำ ปุ๋ยเม็ด ไตรโคเดอร์มา บิวเวอร์เรีย เมธาไรเซียม จุลินทรีย์ย่อยสลาย ยาปราบฯ สารปรับสภาพดิน ปุ๋ยอินทรีย์ ปุ๋ยอินทรีย์เคมี ปุ๋ยเคมี ทำได้ทุกชนิด
เริ่มต้นเพียง 15,000 บาท
ปุ๋ยยาฯ จุลินทรีย์ต่างๆ ปุ๋ยน้ำต่างๆ ปุ๋ยน้ำอะมิโน ไตรโคฯ ประเภทน้ำ ประเภทผง บรรจุขวด บรรจุซอง ทุกชนิด ฯลฯ
เริ่มต้นเพียง 45,000 บาท
ปุ๋ยเม็ดทุกชนิด บรรจุกระสอบ 50 กิโลกรัม บิ๊กแบ็ค 1 ตันเพื่อส่งออก กระสอบ 25 กิโลกรัม ทำได้ทุกชนิด ปุ๋ยอินทรีย์ ปุ๋ยเคมี ปุ๋ยอินทรีย์เคมี สารปรับสภาพดิน อะมิโนเม็ดสกัด ฮิวมิค ฯลฯ
โทร 090-592-8614
iLab.work ผู้ใช้บริการตรวจวิเคราะห์ค่าธาตุอาหารใน ดิน น้ำ ปุ๋ย พืช กากอุตสาหกรรม มาตฐาน ISO/IEC 17025


ตรวจง่ายนับ 1 2 3 มาตฐาน ISO/IEC 17025
1.เลือกและคำนวณค่าตรวจที่หน้าเว็บ คลิก
2.ส่งดินเข้าห้อง LAB (ไปรษณีย์,เคอรี่,แฟรช)
3.อ่านผลออนไลน์ (เราจัดส่งต้นฉบับผลวิเคราะห์ ไปตามที่อยู่ที่ให้ไว้เช่นกัน)
→เริ่มกันเลย เลือกค่าที่ต้องการวิเคราะห์
[มีชุดโปรฯแนะนำลดพิเศษ หรือเลือกเองได้]
เงาะ การป้องกันกำจัดหนอนเงาะ และป้องกันราแป้ง กำจัดเพลี้ย ในเงาะ
Update: 2564/04/20 10:02:29 - Views: 3343
การจัดการโรคเชื้อราอย่างมีประสิทธิภาพในต้นแครอท
Update: 2566/05/06 11:08:05 - Views: 3292
เพลี้ยในแตงกวา: กลยุทธ์และวิธีการควบคุมเพื่อรักษาความสมบูรณ์และผลผลิต
Update: 2566/11/14 12:34:04 - Views: 3313
กรมปศุสัตว์ เผยข้อมูล ฟ้าทะลายโจร รักษาโรค ป้องกันโรค ใน สุกร (หมู) และ ลูกสุกร (ลูกหมู) ไก่ไข่ และไก่เนื้อ
Update: 2564/07/02 13:49:32 - Views: 3302
กำจัดแมลงศัตรูพืช ยาฆ่าเพลี้ยไฟ ในชมพู่ และ พืชทุกชนิด บิวทาเร็กซ์ โดย ไดโนเร็กซ์
Update: 2566/02/09 13:47:46 - Views: 3297
กำจัดโรคใบไหม้ โรคพืชจากเชื้อรา กำจัดเพลี้ยต่างๆ กำจัดหนอน ด้วยสารอินทรีย์ ไอเอส มาคา และสารชีวินทรีย์ ไอกี้-บีที
Update: 2564/06/07 13:13:10 - Views: 3293
การกำจัด โรคราน้ำค้างในอ้อย ด้วยสารอินทรีย์
Update: 2566/01/07 09:03:34 - Views: 3293
โรคใบไหม้ โรคราใช้ ไอเอส กำจัดหนอนใช้ ไอกี้ กำจัดเพลี้ยใช้ มาคา ฟื้นฟูพืช ใช้ FK-1
Update: 2564/02/21 23:31:54 - Views: 3293
ปุ๋ยสับปะรด บำรุงสับปะรด เร่งผล เพิ่มผลผลิตสับปะรด ฉีดพ่น FK-1 มี N-P-K, Mg, Zn และสารจับใบ
Update: 2564/11/06 12:59:34 - Views: 3290
การใช้ INVET ผสมปุ๋ยสตาร์เฟอร์ 30-20-5 ฉีดพ่นป้องกันและกำจัดเพลี้ยอ่อน ศัตรูพืชสำหรับต้นองุ่น
Update: 2567/02/24 13:57:25 - Views: 3305
กำจัดศัตรูพืช ยาฆ่าหนอนกาแฟสีแดง ใน ผักหวาน และ พืชทุกชนิด บาซีเร็กซ์ โดย ไดโนเร็กซ์
Update: 2566/03/14 14:38:59 - Views: 3299
มะลิใบจุด โรคแอนแทรคโนสมะลิ มะลิใบแห้ง มะลิใบไหม้ มะลิใบเหลือง โรคราต่างๆ ใช้ ไอเอส + FKธรรมชาตินิยม
Update: 2564/09/09 22:13:18 - Views: 3312
โรคราสนิมกาแฟ (Coffee Leaf Rust) ใช้ ไอเอส + FK-1
Update: 2564/08/09 04:41:06 - Views: 3299
ถั่วลิสง ฝักใหญ่ ขยายขนาด เพิ่มน้ำหนัก เพิ่มคุณภาพ ผลผลิต ด้วย ปุ๋ยโพแทสเซี่ยมคลอไรด์ สตาร์เฟอร์ 0-0-6
Update: 2567/04/17 15:47:39 - Views: 3298
โรคกล้วย โรคตายพราย โรคใบจุดกล้วย
Update: 2564/08/19 11:41:30 - Views: 3313
โรคสับปะรด ที่เกิดจากเชื้อราต่างๆ ทำให้เกิดอาการสับปะรดยอดเน่า รากเน่า ใบไหม้ ยกตัวอย่างได้ดังต่อไปนี้
Update: 2566/11/08 06:16:07 - Views: 3596
โรคลำไย โรคราดำลำไย ต้องป้องกันกำจัดที่ต้นเหตุ และต้นเหตุนั้นเกิดจากเพลี้ยต่างๆ ถ่ายน้ำหวานมาปกคลุม ทำให้เชื้อราในอากาศปลิวมาเกาะติด
Update: 2564/02/25 12:25:26 - Views: 3315
ทุเรียนใบติด ใบไหม้ โรคที่เกิดจากเชื้อราต่างๆ ป้องกันและกำจัดด้วย ไอเอส และเร่งฟื้นฟู ด้วยปุ๋ย FK-T
Update: 2567/03/18 11:59:40 - Views: 3296
หนอนทุเรียน หนอนต่างๆ ใช้ ไอกี้-บีที จาก FK
Update: 2565/06/18 06:19:51 - Views: 3292
กำจัดเพลี้ย ศัตรูพืชในต้นทุเรียน มาคา สารอัลคาลอยด์สกัดจากธรรมชาติ FK-1 เร่งฟื้นฟูจากการเข้าทำลายของเชืั้อราในต้นทุเรียน
Update: 2566/05/23 10:17:58 - Views: 3297
GA4 © FarmKaset.ORG | สถาบันอนุญาโตตุลาการ : 2022