[sort by : last post | top views]..
+ โพสเรื่องใหม่ | + เลือกหน้า | All contents

 
ติดตามสินค้าที่คุณสั่ง
คุณ นับ แก่นคำ, พฤหัสบดี 29 กรกฎาคม 2564 21:14:25, เลขจัดส่ง SMAM000รออัพเดท
นาย กิตติ ทัศน์อัญชุลีกุล, พฤหัสบดี 29 กรกฎาคม 2564 15:57:46, เลขจัดส่ง SMAM000รออัพเดท
คุณ นิรันดร์ ทองประยูร, พฤหัสบดี 29 กรกฎาคม 2564 13:26:05, เลขจัดส่ง SMAM000023904Y7
คุณ อรุชา เอียดขาว, พฤหัสบดี 29 กรกฎาคม 2564 13:04:51, เลขจัดส่ง J&T EXPRESS
คุณ อัจฉราภรณ์ หนึ่งคำมี, พฤหัสบดี 29 กรกฎาคม 2564 09:35:47, เลขจัดส่ง SMAM000023905LT
คุณ สุพรรณ หลั่งโนนโพธิ์, พฤหัสบดี 29 กรกฎาคม 2564 09:26:28, เลขจัดส่ง SMAM000023906A5
คุณ วิเชียร ธาวงศ์ษา, พฤหัสบดี 29 กรกฎาคม 2564 08:46:29, เลขจัดส่ง SMAM000023908P2
คุณ ปรเมศวร์ ปิ่นบุตร, พุธ 28 กรกฎาคม 2564 15:34:15, เลขจัดส่ง SMAM000023907R9
คุณ ชุตินธร สุทธิเสวันต์, พุธ 28 กรกฎาคม 2564 14:34:23, เลขจัดส่ง J&T EXPRESS
คุณ สุประวีณ์ มุมณี, พุธ 28 กรกฎาคม 2564 14:30:13, เลขจัดส่ง J&T EXPRESS
ดูรายการจัดส่งทั้งหมด
FK Talk: กำลังเข้าสู่ฤดูหนาว อย่าลืมใช้ปุ๋ยน้ำปลอดสารพิษจากเรา ดูแลพืชของคุณนะครับ
171.98.58.132: 2557/10/05 09:05:14

FK Talk 5 ตุลาคม 2557

สวัสดีครับ ฤดูหนาวใกล้เข้ามาแล้ว อากาศเริ่มเปลี่ยน เพื่อนพี่น้องฟาร์มเกษตรรักษาสุขภาพด้วยนะครับ (ถ้ามียาแก้หวัดจะรีบประกาศขายตอนนี้เลย ^^)

 

วันนี้ผมมาแนะนำปุ๋ยน้ำ หรือปุ๋ยอินทรีย์น้ำนาโนอะมิโน, นาโนคือผลิตด้วยนาโนเทคโนโลยี นาโนคืออะไรที่มันเล็กมากๆครับ ถ้านับนามวิชาคณิตศาสตร์เช่น 1 เซนติเมตร 1 มิลลิเมตร 1 ไมโคร และก็ 1 นาโนเมตร เซ็นติเมตร คือ 1, มิลลิคือ 1x10 ยกกำลัง -3 หรือพูดง่ายๆคือมีขนาดเท่ากับ 1ส่วนหนึ่งพันของ 1เซ็นติเมตรนั้นเอง, ส่วนไม่โคร คือ 1x10 ยกกำลัง -6 และนาโนนั้นขนาดเล็กเท่ากับ 1x10 ยกกำลัง -9, พูดให้งงน้อยกว่านี้อีกนิดนึงคือ ขนาดของเทคโนโลยีนาโน ถ้าเรามองเห็นได้ เราจะเห็นมันมีขนาดเท่ากับ 1ส่วนพันล้าน ของ 1เซ็นติเมตรนั้นเอง เห็นรึปล่าวครับ ว่ามันเล็กขนาดไหน (คงมองไม่เห็น ^^), เอาเป็นว่ามันเล็กมาาาาก ครับ

 

อมิโนล่ะ, อะมิโน หรือกรดอะมิโน คือโปรตีนแบบหนึ่ง ที่พืชนำไปใช้ในการเจริญเติบโตได้ทันที อย่างรวดเร็ว โดยลัดขั้นตอนบางอย่างของพืชไป ทำให้เราสังเกตุเห็นได้ชัดว่า หลังจากฉีดปุ๋ยอินทรีย์น้ำ นาโนอะมิโน ลงไป จะทำให้พืชเขียว ดูสดชื่นขึ้น โดยไม่จำเป็นต้องพึ่งสารเคมีเลย แต่มีกลิ่นเหม็นอยู่พอสมควรนะครับ แต่เป็นกลิ่นเหม็นที่ไม่มีอันตราย ต่างกับเคมี ที่มีอันตรายต่อสุขภาพ

 

ปุ๋ยน้ำ ปุ๋ยอินทรีย์น้ำ

 

ขายของเลยแล้วกันครับ, ปุ๋ยอินทรีย์น้ำนาโนอะมิโนตัวนี้จากฟาร์มเกษตร มีลักษณะพิเศษคือ กลิ่นเหม็น สารภาพตรงๆว่า เรายังหาวิธีทำให้มันมีกลิ่นหอมดังเช่นน้ำหอมไม่ได้ โดยยังคงรักษาคุณภาพให้ได้เท่าเดิมอยู่

 

เหมาะสำหรับใช้ฉีดพ่นทางใบให้กับพืชได้เกือบทุกชนิด โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในช่วงแล้ง ที่พืชต้องการความชื้นที่มากขึ้นกว่าฤดูอื่นๆ เพื่อให้พืชเจริญเติบโตได้สมบูรณ์อย่างต่อเนื่อง

 

นาข้าว, มันสำปะหลัง, ไร่อ้อย, ยางพารา, ปาล์มน้ำมัน, ข้าวโพด, ผักปลอดสารพิษ, ผักสวนครัว, ไม้ดอก ไม้ประดับ ก็สามารถใช้ปุ๋ยน้ำนาโนอะมิโนนี้ได้ แต่ไม่แนะนำให้ฉีดไม้ประดับที่เลี้ยงไว้ในบ้าน หรือบริเวณที่นั่งเล่นนะครับ เพราะกลิ่นเหม็นคล้ายมูลสัตว์ อาจจะทำให้ท่านอารมณ์ไม่ดีทั้งวันเลยก็ได้

 

ข้อมูลที่มากกว่านี้ อ่านด้านล้างนี้ครับ ขอบคุณครับผม สวัสดีครับ

อะมิโน [Amino Acids] มีความสำคัญต่อการเจริญเติบโตของพืช

ปุ๋ยน้ำ : นาโนอะมิโน : ให้ปุ๋ยน้ำอะมิโนผ่านระบบน้ำหยด หรือ ฉีดพ่นด้วยปุ๋ยน้ำอะมิโน เป็นการให้น้ำทางใบ ช่วยส่งเสริมให้พืช มีความอุดมสมบูรณ์ ตั้งแต่ลำต้นไปจนถึงใบ 

คุณสมบัติจำเพาะ : มีกรดอะมิโนมากกว่า 15 ชนิด ต้นอ้อยสามารถนำไปใช้ได้ทันที, ฉีดพ่นทางใบ ส่งเสริมการดูดซึมธาตุอาหาร, เพิ่มขนาดและความเขียวของใบ, ทำให้พืชเจริญเติบโต ผ่านระยะต่างๆได้อย่างสมบูรณ์ 

ส่วนประกอบของธาตุอาหาร : ประกอบด้วยธาตุอาหาร N (ไนโตรเจน) P (ฟอสฟอรัส) K (โพแทสเซียม) Ca (แคลเซียม) Mg (แมกนีเซียม) S (กำมะถัน) Zn (สังกะสี) Fe (เหล็ก) Cu (ทองแดง) Mn (แมงกานีส) Mo (โมลิบดีนัม) Cl (คลอรีน) B (โบรอน) NI (นิกเกิล) พร้อมจุลธาตุอาหารอื่นๆ รวมทั้งกรดอะมิโนครบถ้วนตามที่พืชต้องการ เลขที่วิเคราะห์ 248.435.5100 โดยสถาบันวิจัย Absolute Analytical Inc. รัฐมิชิแกน สหรัฐอเมริกา 

วิธีใช้ และอัตราส่วนการผสม ปุ๋ยน้ำอะมิโน 250 ซีซี ผสมน้ำ 100 ลิตร ให้ผ่านระบนน้ำหยด หรือ ฉีดพ่น 100 ลิตรต่อไร่ [ฉีดพ่นตอนไม่มีแดด ช่วงก่อนแดดออก 5:00 น. - 9:00 น. หรือ หลังแดดตก เวลา 16:00 น. - 20:00 น. ไม่ควรฉีดพ่นตอนแดดจัด] 

ปุ๋ยน้ำ นาโนอะมิโน ตรานกอินทรีคู่ ประกอบด้วย
- ธาตุอาหารหลัก ธาตุอาหารรอง และจุลธาตุอาหารที่พืชต้องการครบถ้วน
- มีกรดอะมิโนมากกว่า 15 ชนิด ซึ่งอยู่ในรูปที่พืชสามารถนำไปใช้ได้ทันที
- ไม่มีจุลินทรีย์และกากน้ำตาลเป็นส่วนประกอบ ที่เป็นสาเหตุการเกิดโรคพืช
- สามารถใช้ร่วมกับปุ๋ยอื่น ๆ ได้ทุกชนิด
- ช่วยฟื้นฟูสภาพต้นหลังการเก็บเกี่ยว
- เร่งแตกใบอ่อน ใบเขียว ผลผลิตดีมีคุณภาพ
- กรดอะมิโน พร้อมด้วยธาตุอาหารพืชครบถ้วน สกัดจากธรรมชาติ 100%
- มีธาตุอาหารหลัก ธาตุอาหารรอง และจุลธาตุอาหารตามที่พืชต้องการ
- ใช้เทคโนโลยีขั้นสูงในการสกัดธาตุอาหารที่พืชสามารถดูดซึมไปใช้ได้ทันที

สนใจผลิตภัณท์ติดต่อ
ฟาร์มเกษตร โทร 089-4599003

อ่าน:3460
Protect Plants แอพพลิเคชั่นดีๆ ของกรมส่งเสริมการเกษตร เพื่อเกษตรกรไทย
171.96.167.156: 2563/06/18 17:27:48

Protect Plants แอพพลิเคชั่นดีๆ ของกรมส่งเสริมการเกษตร เพื่อเกษตรกรไทย

แอพพลิเคชั่น Protect Plants แอพพลิเคชั่นดีๆ ของกรมส่งเสริมการเกษตรจัดทำเพื่อให้ความรู้เกี่ยวกับโรคพืขและศัตรูพืช
พร้อมทั้งมีฟังค์ชั่นเด่นที่คอยติดตามการระบาดศัตรูพืช เพื่อให้เกษตรกรป้องกันได้ทันท่วงที


ตัวแอพพลิเคชั่นประกอบไปด้วยฟังค์ชั่นหลัก 6 หมวด ได้แก่

1. ข่าวสาร : เพื่อให้เกษตรกรได้รับข่าวสารด้านการเกษตรที่รวดเร็ว
2. องค์ความรู้ด้านอารักขาพืช : เกษตรกรจะได้ความรู้เกี่ยวกับศัตรูพืชต่างๆมากมาย
3. วินิจฉัยศัตรูพืชเบื้องต้น : ผู้ใช้งานทั่วไปสามารถทราบถึงสาเหตุของโรคเบื้องต้นได้ และรายงานกลับมายังผู้ดูแล
4. วินิจฉัยตามชนิดพืช : ฟังค์ชั่นที่เจาะลึกถึงปัญหาต่างๆ ตามชนิดพืชเศรษฐกิจ
5. พยากรณ์เตือนการระบาด : เครื่องช่วยเตือนเกษตรกรเกี่ยวกับการระบาดที่จะเกิดขึ้นเพื่อหาทางป้องกัน
6. พยากรณ์สภาพอากาศ : ปัจจัยสภาพอากาศย่อมมีผลเกี่ยวกับการเกิดศัตรูพืชระบาด หมวดนี้จึงจะช่วยวิเคราะห์ หาทางป้องกันล่วงหน้าได้



ระบบปฏิบัตการที่รองรับบน Smartphone และ Teblet สามารถดาวน์โหลดได้ที่ระบบ Andoid
ส่วน IOS อีก 15 วันนะจ๊ะ


Link Download Google Play
https://play.google.com/store/apps/details?id=de.easeco.protectplants&hl=en






Protect Plants แอพพลิเคชั่นดีๆ ของกรมส่งเสริมการเกษตร เพื่อเกษตรกรไทย
อ่าน:4457
ผักอินทรีย์ นครปฐม โครงการสามพรานโมเดล
58.181.216.53: 2557/08/18 14:26:32
ผักอินทรีย์ นครปฐม โครงการสามพรานโมเดล
อ่าน:3666
ยกเลิกกองทุนน้ำมัน แก้ไขปัญหาพลังงานอย่างยั่งยืนได้จริงหรือ??
180.183.41.74: 2558/05/04 04:35:46

 

หลังจากที่มีทั้งเสียงสนับสนุนและเสียงคัดค้านการยกเลิกกองทุนน้ำมันออกมามากมาย จนทำให้หลายคน          เกิดความสงสัยกับเจ้ากองทุนน้ำมันว่ามันคืออะไร และถ้ายกเลิกไปแล้วมันจะทำให้อะไรๆ  ดีขึ้นจริงเหรอ วันนี้เรามาหาคำตอบไปพร้อม กันนะครับ
                ก่อนอื่นผมขอเล่าประวัติความเป็นมาและประโยชน์ของกองทุนน้ำมันโดยย่อแล้วกันว่า กองทุนน้ำมันจัดตั้งขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2522 ประเทศไทยประสบกับวิกฤติราคาน้ำมันเชื้อเพลิง เนื่องจาก OPEC ประกาศขึ้นราคาน้ำมันดิบ 4 ครั้ง  ซึ่งรัฐบาลโดยพลเอกเกรียงศักดิ์  ชมะนันท์ เป็นนายกรัฐมนตรีพยายามที่จะรักษาระดับราคาขายปลีกน้ำมันเชื้อเพลิงภายในประเทศให้มีเสถียรภาพไม่ต้องปรับราคาขายปลีกน้ำมันเชื้อเพลิงภายในประเทศให้มีเสถียรภาพ ไม่ต้องปรับราคาขายปลีกตามราคาน้ำมันดิบทุกครั้งที่ราคาน้ำมันดิบเปลี่ยนแปลง และต้องการรวมกองทุนต่างๆ ที่มีอยู่แล้วเข้าด้วยกัน     จึงได้อาศัยอำนาจพระราชกำหนดแก้ไขและป้องกันภาวะการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2516 ออกคำสั่งนายกรัฐมนตรี ที่ สร. 0201/9 ลงวันที่ 27 มีนาคม 2522  จัดตั้ง กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ซึ่งรวมกองทุนรักษาระดับราคาน้ำมันเชื้อเพลิง กับกองทุนรักษาระดับราคาน้ำมันเชื้อเพลิง (เงินตราต่างประเทศ) เข้าด้วยกัน โดยมีวัตถุประสงค์  เพื่อใช้เป็นกลไกของรัฐในการป้องกันภาวะการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิง และใช้ในการรักษาระดับราคาขายปลีกน้ำมันเชื้อเพลิงของประเทศ ในกรณีที่ราคาน้ำมันในตลาดโลกสูงขึ้น เพื่อให้เกิดผลกระทบต่อเศรษฐกิจและความเดือดร้อน ของประชาชน น้อยที่สุด
                ในปี 2534 รัฐบาลได้ยกเลิกการควบคุมราคาน้ำมันเชื้อเพลิงของน้ำมันเบนซิน ก๊าด ดีเซลและเตา                             โดยเหลือเพียงก๊าซปิโตรเลียมเหลว (ก๊าซหุงต้ม หรือ LPG ) ที่ยังคงมีการควบคุมราคาอยู่ ปัจจุบันกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง จึ              งใช้ในการรักษาระดับราคาของก๊าซปิโตรเลียมเหลวเป็นหลัก ซึ่งบทบาทนี้เองทำให้เกิดปัญหาการบิดเบือนราคาก็ชื่อมันก็บอกอยู่นี่ครับว่าเป็นกองทุนน้ำมัน เอาไปอุดหนุน LPG มันก็ดูจะผิดวัตถุประสงค์ไปหน่อย แต่เอาหล่ะ ในเมื่อรู้แล้วว่าทำผิดกันมานาน ปล่อยไว้ปัญหาก็คงไม่จบไม่สิ้น หนทางที่ดีที่สุดคือการแก้ไขปัญหา     โดยใช้วิธีการลอยตัวก๊าซหุงต้มจึงส่งผลให้ก๊าซหุงต้มขึ้นราคา แต่ว่าขึ้นแบบทยอยขึ้นไม่ได้พรวดพราด เพื่อเป็นการแก้ไขปัญหาที่สะสมมานานให้มันถูกต้องเข้าที่เข้าทางสักทีครับ
                 แต่ในเมื่อสถานการณ์บ้านเมืองเปลี่ยนแปลงไป เรื่องพลังงานก็ถูกหยิบยกขึ้นมาอีกครั้ง โดยเฉพาะเรื่องการยกเลิกกองทุนน้ำมัน มีหลายสงสัยนะครับว่าการยกเลิกกองทุนน้ำมันนั้นมันสามารถทำให้น้ำมันราคาถูกลงได้จริงๆ เหรอ?? ตอบกันตามตรงก็จริงครับ  แต่...มันถูกลงแค่บางชนิด และน้ำมันบางชนิดก็จะปรับตัวสูงขึ้นด้วยครับ                            อาทิเช่น  เบนซิน 95 จะปรับลดลง 10.70 บาท จากปัจจุบันขายลิตรละ 48.75 บาท เหลือ 38.05 บาท แก๊สโซฮอล์ 95 ลดลง 3.53 บาท เหลือ 37.20 บาท แก๊สโซฮอล์ 91 ลดลง 1.28 บาท เหลือ 37 บาท  แต่ที่น่าตกใจคือ อี 85 ราคาจะเพิ่มขึ้น 12.41 บาท เป็น 37 บาทต่อลิตร ส่วนราคาแอลพีจีจะถูกลอยตัวโดยอัตโนมัติ โดยทุกภาคส่วน  ทั้งครัวเรือน ภาคขนส่ง ฯลฯ จะใช้ในราคาเดียวกัน    ดังนั้นผลกระทบที่จะตามมาคือ ผู้ใช้น้ำมันจะเลิกใช้ แก๊สโซฮอล์เพราะราคาไม่เป็นที่จูงใจ จะส่งผลอย่างรุนแรงต่ออุตสาหกรรมการผลิต เอทานอล และเกษตรกร  จำนวนมากที่หันมาปลูกพืชพลังงานทดแทนตามการสนับสนุนของทุกรัฐบาล ที่ดำเนินงานมาเกือบ 9 ปี ต้องยุติลง เพราะที่ผ่านมามีการใช้เงินกองทุนน้ำมันฯไปสนับสนุนให้กับผู้ผลิตเอทานอล ที่นำมาผสมกับน้ำมันเบนซินกลายเป็นแก๊สโซฮอล์ ช่วยลดภาระการนำเข้าน้ำมันของประเทศ ตามนโยบายส่งเสริมการใช้พลังงานทดแทน ถือว่าประสบความสำเร็จค่อนข้างสูงที่ประชาชนหันมาใช้แก๊สโซฮอล์เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

เมื่อรู้ถึงข้อดีและข้อเสียจากการยกเลิกกองทุนน้ำมันแล้ว สิ่งที่เราต้องมองกันต่อไปก็คือ “อนาคต” ครับ สิ่งไหนที่ทำแล้วมันส่งผลกระทบต่ออนาคตน้อยที่สุด เราก็ควรเลือกวิธีนั้น แต่ทั้งนี้ก็สุดแท้แล้วแต่ประชาชนอย่างเราๆ ว่าจะสามารถตีโจทย์อันนี้ให้แตกได้หรือไม่ ถ้าตีโจทย์แตกแก้ปัญหาถูกก็ได้สบายระยะยาวไปถึงลูกถึงหลานกันเลยทีเดียวครับ

อ่าน:17254
3 สมาคมโรงงานน้ำตาล จัดโครงการสร้างความเข้าใจให้สถาบันการเงิน หนุนความเชื่อมั่น สร้างความแข็งแกร่งระยะยาวให้กับอุตสาหกรรม
101.108.154.100: 2563/06/30 09:37:31

3 สมาคมโรงงานน้ำตาลทราย จัดโครงการเสริมสร้างความเข้าใจระหว่างผู้ประกอบการผลิตน้ำตาลกับสถาบันการเงิน หวังให้สถาบันการเงินเข้าใจและเห็นช่องทางทำธุรกิจกับผู้ประกอบการ ส่วนโรงงานก็มีแหล่งเงินทุนในการนำไปพัฒนาด้านต่างๆ หนุนความเข้มแข็งให้แก่อุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาลทรายในระยะยาว

นายสิริวุทธิ์ เสียมภักดี ประธานคณะทำงานด้านประชาสัมพันธ์ 3 สมาคมโรงงานน้ำตาลทราย เปิดเผยว่า สมาคมฯ ได้จัดโครงการเสริมสร้างความเข้าใจระหว่างผู้ประกอบการผลิตน้ำตาลทรายกับสถาบันการเงิน เพื่อให้ความรู้ความเข้าใจในกระบวนการผลิตของอุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาลทรายทั้งระบบ ตั้งแต่การจัดเตรียมผลผลิตอ้อยด้วยการส่งเสริมการเพาะปลูกอ้อยให้แก่ชาวไร่ การจัดเก็บผลผลิต การขนส่งผลผลิตอ้อยเข้าสู่โรงงาน การหีบอ้อยเพื่อแปลงผลผลิตอ้อยเป็นน้ำตาลทราย รวมไปถึงการกำหนดราคาอ้อย ทิศทางราคาน้ำตาลทรายในตลาดโลก ตลอดจนกลไกและกฎระเบียบต่างๆ เกี่ยวกับอุตสาหกรรม เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้แก่สถาบันการเงินต่อการดำเนินธุรกิจของผู้ผลิตน้ำตาลทรายของไทย

“เนื่องจากอุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาลทรายของไทย เป็นอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ที่มีมูลค่าการค้าและการลงทุนมากกว่า 1 แสนล้านบาทต่อปี เกี่ยวข้องกับหลายภาคส่วน มีกฎหมายและกฎระเบียบที่เกี่ยวข้องมากมาย อีกทั้งมีการเปลี่ยนแปลงในด้านต่างๆ อยู่เสมอ นอกจากนี้ สถาบันการเงินเป็นหน่วยงานหนึ่ง ซึ่งมีส่วนเกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาลทราย ในเรื่องการอำนวยสินเชื่อและธุรกรรมทางการเงินอื่นๆ ให้แก่ระบบอุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาลทราย เช่น การเปิด Letter of Credit (L/C) หรือการชำระค่าสินค้าผ่านธนาคารระหว่างผู้ผลิตและส่งออกกับผู้นำเข้าน้ำตาลทราย ประกอบหน่วยงานของสถาบันการเงินต่างๆ มีการปรับเปลี่ยนคนใหม่ๆ เข้ามามากขึ้น โดยเฉพาะทางด้านสินเชื่อ หรือธุรกรรมทางการเงินอื่นๆ ดังนั้น การสร้างความเข้าใจอย่างกระจ่างชัดให้กับสถาบันการเงินจึงมีความจำเป็น และจะช่วยส่งเสริมให้อุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาลทรายเติบโตได้อย่างยั่งยืน” นายสิริวุทธิ์ กล่าว

ทั้งนี้ เมื่อเจ้าหน้าที่ของสถาบันการเงินได้เข้าใจกระบวนการผลิตน้ำตาลทรายอย่างถ่องแท้ ก็จะเข้าใจถึงโรงงานน้ำตาลต้องใช้เงินทุนในขั้นตอนใดบ้าง และทำไมจะต้องใช้เงินในขั้นตอนเหล่านั้น เช่น การจ่ายเงินล่วงหน้าให้แก่ชาวไร่อ้อยเพื่อนำไปใช้เพาะปลูกอ้อย ไปจนถึงการลงทุนซ่อมบำรุงและปรับปรุงประสิทธิภาพเครื่องจักรต่างๆ

“สมาชิกของสมาคมฯ ที่ติดต่อกับสถาบันการเงินหลายคน เห็นว่า เพื่อสร้างความสัมพันธ์อันดีและเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจกับสถาบันการเงิน เกี่ยวกับโครงสร้างระบบอุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาลทราย เราจึงได้จัดโครงการนี้ขึ้น เพื่อให้ความรู้และความเข้าใจในห่วงโซ่อุปทานด้านการผลิตและการค้าของอุตสาหกรรมดังกล่าว ซึ่งจะทำให้สถาบันการเงินเห็นช่องทางและโอกาสในการร่วมมือด้านการสนับสนุนสินเชื่อ และธุรกรรมทางการเงินอื่นๆ กับโรงงานน้ำตาลได้มากขึ้น สถาบันการเงินก็จะได้รับประโยชน์จากส่วนนี้ ส่วนผู้ประกอบการก็มีแหล่งเงินทุนในการพัฒนาธุรกิจของตน ต่างฝ่ายต่างได้ประโยชน์ และที่สำคัญคือประโยชน์จะตกกับอุตสาหกรรมโดยรวม และประเทศชาติด้วย” นายสิริวุทธิ์ กล่าว

อ่าน:5445
คุณสามารถที่จะเอาร้องเท้าใส่เข้าไปในไมโครเวฟได้ แต่มันจะไม่มีทางออกมาเป็นคุ๊กกี้
49.0.105.67: 2556/05/06 22:46:53

"คุณสามารถที่จะเอาร้องเท้าใส่เข้าไปในไมโครเวฟได้ แต่มันจะไม่มีทางออกมาเป็นคุ๊กกี้"

มีเด็กคนหนึ่งที่ทำงานอยู่กับผม ตั้งแต่ในวันที่ได้มาร่วมงาน ผมพยายามดูว่าเขามีความถนัดด้านใด และป้อนงานให้เขา และในทุกๆงาน ผมจะพยายามไม่ให้เขาทำงานในลักษณะที่ต้องคอยดูแลทุกขั้นตอน ผมพยายามมอบอำนาจในการตัดสินใจ พยายามบอกวิธีคิด ไม่ใช่วิธีทำ 

ผมใช้เวลากับเด็กคนนี้อยูประมาณปีกว่าๆ คนรอบข้างผมบอกว่าเด็กคนนี้ขาดความรับผิดชอบอย่างสูง แต่หลายครั้งที่เขาทำอะไรไม่สำเร็จ ผมมักโทษตัวเองว่า เป็นคนที่สอนคนให้ทำงานไม่เป็น หรือไม่สามารถที่จะวางคนให้ถูกกับงานได้จริงๆ

ผมเลยพยายามคิดและใช้งานโดยไม่ให้ตัวเองเป็นศูนย์กลางของความคิด พยายามดูว่าเขาชอบงานประเทศไหน และเคยคิดว่า หรือว่าเด็กคนนี้มีความอยากเป็นเจ้าของกิจการมาก เลยดูเหมือนเขาเบื่อหน่ายที่ต้องนั่งทำงานให้กับเรา

วันหนึ่งมีจังหวะมาพอดี ในเรื่องการเปิดกิจการเล็ก ที่ดูเหมือนจะตรงกับความสนใจกับเด็กคนนี้ ผมเลยตัดสินใจถามว่า อยากทำรึปล่าว ผมจะลงทุนให้ และให้เขาเป็นผู้จัดการ และอยู่ในฐานะผู้ร่วมทุนเลย เด็กคนนี้รีบตอบว่า ผมอยากทำครับ ด้วยแววตาแห่งความมุ่งมั่น

และแล้วผมก็เขียนโครงการเล็กๆให้ เนื่องจากเป็นงานที่ไม่ได้ซับซ้อนมากมาย พร้อมเงินลงทุน และไปร่วมทุ่นกับพี่อีกท่าน ที่เป็นเจ้าของสถานที่ ที่จะเปิดกิจการนี้

ในบันทึกข้อตกลงนั้น ผมยกระดับฐานะของเด็กคนนี้ จากลูกจ้าง มาเป็นผู้ร่วมทุน และให้เป็นผู้จัดการกิจการทั้งหมด เพราะทราบมานานแล้ว่าเขามีความสนใจในเรื่องนี้เป็นอย่างมาก กิจการก็ได้เริ่มขึ้น

แต่แค่เพียงในช่วงเซ็ตอัพกิจการเพียงเท่านั้น หน้าที่ผู้จัดการของเด็กคนนี้ ก็กลับกลายเป็นภาระ ของพี่ผู้ที่ร่วมลงทุนอีกท่าน ที่ต้องคอยมาดูแล คอยทำงานแทน อย่าว่าไปถึงเรื่องดูแลกิจการได้ดี หรือไม่ดีเลย เพียงแค่ความรับผิดชอบ ที่จะคอยอยู่ดูแลในแต่ละวัน ก็ไม่มี สรุปแล้วในที่สุด คงไม่มีคำอธิบายใดที่จะดีไปกว่าคำจำกัดความของคนรอบข้างผม ที่คอยเตือนว่า เด็กคนนี้ขาดความรับผิดชอบ

แค่เรื่องความรับผิดชอบเพียงอย่างเดียว ก็ชีให้เห็นถึงความสำเร็จที่ไม่เท่ากันของแต่ละคนได้มากเหลือเกิน 

เราแต่งตั้งเด็กที่มีความสามารถและมีจิตใจเพียงแค่ทำงานรายวันให้เป็นผู้จัดการได้ แต่เราไม่สามารถทำให้เขามีจิตใจที่เป็นผู้จัดการได้ 

นี่แหละครับ คือ "คุณสามารถที่จะเอาร้องเท้าใส่เข้าไปในไมโครเวฟได้ แต่มันจะไม่มีทางออกมาเป็นคุ๊กกี้"

อ่าน:3843
ทุ่มงบประมาณ  34 ล้านบาท ขยายตลาดยางแบบ ข้อตกลงส่งมอบจริง
101.51.56.0: 2555/08/07 15:28:15
ทุ่มงบประมาณ  34 ล้านบาท ขยายตลาดยางแบบ “ข้อตกลงส่งมอบจริง” ภายหลังยอดซื้อขายพุ่งกว่า 700 ล้านบาท คึกคักช่วงราคายางผันผวน ตั้งเป้าเปิดตลาดในเดือนเมษายน 2556 รองรับยางแผ่นรมควัน-ยางแผ่นรมควันอัดก้อน วันละ 60 ตัน
 
นายสุจินต์ แม้นเหมือน ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยยาง กรมวิชาการเกษตร เปิดเผยว่า จากการที่สำนักงานตลาดกลางยางพารานครศรีธรรมราช จ.นครศรีธรรมราช ได้ใช้ระบบตลาดกลางยางพาราดำเนินการทดลองซื้อขายยางแบบมีข้อตกลงส่งมอบจริง (Physical Rubber Forward Market) ตั้งแต่วันที่ 5 มกราคม 2553 ปัจจุบันการซื้อขายยางด้วยวิธีดังกล่าวประสบความสำเร็จอย่างสูง โดยมีการซื้อขายยางแผ่นรมควันไปแล้วกว่า 1,400 สัญญา คิดเป็นมูลค่าไม่น้อยกว่า 700 ล้านบาท โดยเฉพาะช่วงราคายางผันผวนหรือตกต่ำลง เกษตรกรและสถาบันเกษตรกรได้นำยางเข้ามาขายในรูปแบบมีข้อตกลงส่งมอบจริงอย่างคึกคัก ถือเป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับเกษตรกรที่จะขายยางได้ในราคาที่พึงพอใจ
 
อย่างไรก็ตาม สถาบันวิจัยยางได้จัดสรรงบประมาณ จำนวน 34 ล้านบาท ให้สำนักงานตลาดกลางยางพารานครศรีธรรมราชเร่งพัฒนาและขยายตลาดซื้อขายยางแบบมีข้อตกลงส่งมอบจริงเพื่อรองรับการพัฒนาการผลิตและจำหน่ายทั้งยางแผ่นรมควัน และยางแผ่นรมควันอัดก้อน โดยคาดว่าจะสามารถเปิดตลาดซื้อขายได้ในเดือนเมษายน 2556 เบื้องต้นคาดว่า จะมีปริมาณยางแผ่นรมควันและยางแผ่นรมควันอัดก้อนเข้ามาซื้อขายในตลาดไม่น้อยกว่า 60 ตัน/วัน
 
...เมื่อระบบตลาดเข้าที่แล้ว สถาบัน วิจัยยางมีแผนที่จะส่งเสริมขยายตลาดซื้อยางแบบมีข้อตกลงส่งมอบจริงไปยังตลาดกลางยางพาราสงขลา พร้อมเชื่อมโยงเครือข่ายกับตลาดกลางยางพาราบุรีรัมย์ด้วย...
 
ระบบตลาดซื้อขายยางแบบมีข้อตกลงส่งมอบจริงมีข้อดี คือ มีกระบวนการคัดคุณภาพยางก่อนจำหน่าย ช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้ประกอบการ ทำให้มีการเสนอซื้อไม่จำกัดปริมาณ ขณะเดียวกันผู้ซื้อและผู้ขายยังสามารถตกลงซื้อขายด้วยความพึงพอใจ ทั้งยังกระตุ้นให้เกษตรกรและสถาบันเกษตรกรหันมา สร้างโรงรมยางแผ่นรมควันมากขึ้น มีการพัฒนาการผลิตยางแผ่นรมควันอัดก้อนหรือยางลูกขุนด้วย ซึ่งตลาดรูปแบบนี้ได้รับความสนใจมากในช่วงราคายางตกต่ำ เป็นช่องทางช่วยรักษาเสถียรภาพราคายางและสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับยางพาราได้
 
ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยยางว่า ภายหลังสภามนตรีไตรภาคียางพาราหรือไอทีอาร์ซี (International Tripartite Rubber Council  :ITRC) มีมติเห็นชอบให้จัดตั้ง ตลาดกลางยางพาราระดับภูมิภาค (Regional Rubber Market) ขึ้น เพื่อเชื่อมโยงกิจกรรมการซื้อขายยางธรรมชาติ และช่วยเสริมศักยภาพให้ประเทศสมาชิก ได้แก่ อินโดนีเซีย มาเลเซีย และ ไทย มีบทบาทในการกำหนดราคายางธรรมชาติในระดับ  โลก ล่าสุดไทยได้นำเสนอ รูปแบบการซื้อขายยางแบบมีข้อตกลงส่งมอบจริงตามสัญญาที่กำหนด (PhysicalForward Contract Market : PFCM) ซึ่งไทยอยู่ระหว่างพัฒนาระบบและจะเริ่มเปิดตลาดในช่วงต้นปี 2556 ให้ ITRC พิจารณาแล้ว…
 
...ที่ประชุม ITRC สนใจรูปแบบตลาดกลางยางพารา รวมถึงกลไกในการควบคุมการบริหารงานตลาดกลางยางพาราที่ไทยดำเนินการอยู่ ซึ่งจะนำจุดเด่นดังกล่าวมาใช้ในการพัฒนาตลาดยางพาราระดับภูมิภาค โดยให้ประเทศสมาชิกพิจารณารูปแบบการดำเนินการตลาดกลางยางพาราของไทย เพื่อสร้างความพร้อมของทั้ง 3 ประเทศ จากตลาดที่มีการส่งมอบจริงให้สำเร็จในขั้นต้น ก่อนพัฒนาไปสู่ตลาดยางพาราล่วงหน้า ตลาดยางระดับภูมิภาคต่อไป และเชื่อมโยงกับระบบตลาดยางธรรมชาติระดับโลกในอนาคต
 
จาก dailynews.co.th
ทุ่มงบประมาณ  34 ล้านบาท ขยายตลาดยางแบบ ข้อตกลงส่งมอบจริง
อ่าน:5036
6 บริษัทไทย ติดอันดับสุดยอด 200 บริษัท ประจำปี 2555 โดย Forbes Asia
101.51.56.0: 2555/08/07 14:54:02
ตลาดหลักทรัพย์ฯเผย 6 บจ. ไทยติดอันดับสุดยอด 200 บริษัท ประจำปี 2555 โดย Forbes Asia สะท้อนการปรับตัวอย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้ผลการดำเนินงานและผลตอบแทนผู้ถือหุ้นโตโดดเด่น
 
นายชนิตร ชาญชัยณรงค์ รองผู้จัดการ สายงานผู้ออกหลักทรัพย์และบริษัทจดทะเบียน ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai) เปิดเผยว่า ปีนี้มีบริษัทจดทะเบียนไทย (บจ.) ที่ผ่านการคัดเลือกโดยนิตยสาร Forbes Asia เข้าทำเนียบสุดยอด 200 บริษัทขนาดกลางและเล็กในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก 6 บริษัท มีมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดรวม 25,118 ล้านบาท เป็นบริษัทในตลาดหลักทรัพย์ฯ (SET) 4 บริษัท ได้แก่ บมจ.ลานนารีซอร์สเซส, บมจ.ทรัพย์ศรีไทย, บมจ.สหอุตสาหกรรมน้ำมันปาล์ม และบมจ. เวิร์คพอยท์ เอ็นเทอร์เทนเมนท์ และเป็นบริษัทในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ 2 บริษัท ได้แก่ บมจ.มาสเตอร์ แอด และ บมจ.ควอลลีเทค
 
“การที่บริษัทจดทะเบียนไทย 6 แห่งผ่านการคัดเลือกเข้ามาจาก 15,000 บริษัท ที่ผ่านการคัดกรองเบื้องต้นจาก 15 ประเทศในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก ชี้ให้เห็นว่าบริษัทจดทะเบียนขนาดกลางและเล็กปรับตัวให้สอดคล้องกับความผันผวนด้านเศรษฐกิจและการเปลี่ยนแปลงของการแข่งขัน ทำให้ผลการดำเนินงานและผลตอบแทนผู้ถือหุ้นเติบโตโดดเด่น โดยยอดขายและกำไรรวมของทั้ง 6 บริษัทในช่วง 3 ปีที่ผ่านมาโตโดยเฉลี่ยต่อปีเกือบ 50% และอัตราผลตอบแทนผู้ถือหุ้นปีล่าสุดอยู่ที่ 33%”
 
บริษัทที่จะเข้าสู่ Asia’s 200 Best Under a Billion ต้องเป็นบริษัทที่มีรายได้ประจำปี 5-1,000 ล้านเหรียญสหรัฐ มีกำไรสุทธิและเป็น บจ. ในตลาดหลักทรัพย์ฯ 1 ปีขึ้นไป มีอัตราการเติบโตของยอดขาย กำไร รวมถึงอัตราผลตอบแทนผู้ถือหุ้นในช่วง 12 เดือน และ 3 ปีล่าสุดโดดเด่น
 
จาก dailyworldtoday.com
6 บริษัทไทย ติดอันดับสุดยอด 200 บริษัท ประจำปี 2555 โดย Forbes Asia
อ่าน:5925
สารใน มังคุด กระตุ้นการทำงานระบบภูมิคุ้มกันในร่างกาย
101.51.56.0: 2555/08/06 21:00:30
เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 6 สิงหาคม ที่โรงแรมสวิสโซเทล เลอ คองคอร์ด มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (มช.) ร่วมกับ บริษัท เอเชียน ไฟย์โตซูติคอลส์ จำกัด (มหาชน) แถลงข่าว "ผลงานวิจัยนักวิทยาศาสตร์ไทย ก้าวไกลระดับโลก โดยงานวิจัยจากมังคุด" ที่ค้นพบสารต้านมะเร็งในมังคุด
 
ศ.ดร.วัชระ กสินฤกษ์ ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยเทคโนโลยีชีวการแพทย์ ภาควิชาเทคนิคการแพทย์ มช. กล่าวว่า การร่วมมือทางวิชาการครั้งนี้ได้ลงนามร่วมเมื่อปี 2553 เพื่อศึกษาระบบภูมิคุ้มกันจากสารธรรมชาติคือ มังคุดที่พบว่ามีสาร GM-1 ซึ่งสารดังกล่าวสามารถปรับระดับภูมิคุ้มกันให้สมดุลได้ หรือที่เรียกว่า BIM (Balancing Immunity) ในลักษณะที่แตกต่างกัน ส่งผลให้นำไปใช้ดูแลสุขภาพของผู้ที่มีปัญหาหลากหลายจากสภาวะภูมิคุ้มกันที่ไม่สมดุลในร่างกาย ซึ่งจากการทดสอบของในอาสาสมัครที่ไม่มีโรคประจำตัว จำนวน 6 คน โดยให้บริโภคในลักษณะน้ำมังคุดและแคปซูล อย่างต่อเนื่อง 15 วัน พบว่า สามารถสร้างเม็ดเลือดขาว Th1 เพิ่มขึ้น 2 เท่า และ Th17 เพิ่มขึ้น 5 เท่า ซึ่งการทดสอบดังกล่าวได้รับรองจากคณะกรรมการพิจารณาจริยธรรมการวิจัยแล้ว
 
ด้าน รศ.ดร.อำไพ ปั้นทอง ภาควิชาเภสัชวิทยา คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ กล่าวว่า จากการศึกษาพบว่าสารจากเปลือกมังคุด คือ GM-1 มีคุณสมบัติในการฆ่าเชื้อแบคทีเรียที่ดื้อต่อยาปฏิชีวนะ ลดการอักเสบได้ 3 เท่าของแอสไพริน ต้านอนุมูลอิสระได้ดีกว่าวิตามินอี และสามารถกำจัดเซลล์มะเร็งในหลอดทดลองได้ โดย GM-1 ยังทำหน้าที่ควบคุมและปรับระบบภูมิคุ้มกัน ที่มีเม็ดเลือดขาว Th1 , Th12 และที่ Th17 ให้มีความสมดุลอีกด้วย
 
"ผลการวิจัยตรงกับงานวิจัยของสหรัฐอเมริกา ที่บ่งชี้ว่าสาร GM-1 ในมังคุดสามารถป้องกันและขจัดโรคได้ โดยเฉพาะเซลล์มะเร็ง ที่ได้มีการทดสอบในหลอดทดลอง ส่วนในการทดสอบในร่างกายของอาสาสมัคร พบว่าเกิดการกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันในร่างกาย ลดการปวดตามข้อและกล้ามเนื้ออักเสบ แม้จะไม่สามารถรักษาโรคได้โดยตรง แต่ก็ทำให้ระบบภูมิต้านทานของร่างกายสามารถจัดการกับสิ่งแปลกปลอม เช่น เชื้อรา แบคทีเรีย ไวรัส และเซลล์มะเร็งได้ดีขึ้น" รศ.ดร.อำไพกล่าว
 
จาก matichon.co.th
สารใน มังคุด กระตุ้นการทำงานระบบภูมิคุ้มกันในร่างกาย
อ่าน:4172
ไทยขาดดุลกว่า 3.62 แสนล้านบาท วิกฤติหนี้ยุโรป กระทบส่งออก
101.51.57.173: 2555/07/31 21:07:16
วิกฤติหนี้ยุโรปกดดันส่งออกเดือนมิถุนายนปรับตัวลดลงกว่า 2.5% รวมครึ่งปีแรกลดลง1.66% ไทยขาดดุลกว่า 3.62 แสนล้านบาท ด้าน “ภูมิ” ยังไม่ถอดใจประกาศจับมือทูตพาณิชย์-เอกชนรุกเจาะตลาดใหม่หวังดันแตะเป้า 15% ขณะที่ไทยพาณิชย์ฟันธงทำได้แค่ 8% เหตุปัจจัยลบเพียบยุโรปใช้เวลา 4-5 ปีกว่าจะฟื้นตัว
 
นายภูมิ สาระผล รมช.พาณิชย์เปิดเผยว่าในเดือนมิถุนายน 2555 ส่งออกมีมูลค่า 20,128.3 ล้านเหรียญสหรัฐ ลดลง 2.50% ในรูปเงินบาทมีมูลค่า 616,506.3 ล้านบาท ลดลง 0.69% เมื่อรวมครึ่งปีแรกของปี 2555 (มกราคม-มิถุนายน)มีมูลค่า 112,622.3 ล้านเหรียญสหรัฐ ลดลง 1.66% ในรูปเงินบาทมีมูลค่า 3,465,935.7ล้านบาท เพิ่มขึ้น 0.52%
 
“ปัจจัยที่ทำให้ส่งออกลดลงเพราะการลุกลามของปัญหาวิกฤติเศรษฐกิจยุโรป กระทบต่อการผลิตและจำหน่ายสินค้าในหลายประเทศซึ่งเป็นตลาดสำคัญของไทย อาทิ ญี่ปุ่น สหภาพยุโรป เอเชียใต้ เกาหลีใต้ ไต้หวัน รัสเซีย ทำให้มีการนำเข้าสินค้าจากไทยลดลง แต่ถึงแม้หลายฝ่ายจะกังวลว่าส่งออกจะไม่ถึงเป้า 15% แต่เราก็จะพยายามทำให้ดีที่สุดโดยเร่งทำงานเชิงรุกหาตลาดใหม่ๆ โดยร่วมมือกับทูตพาณิชย์และผู้ประกอบการและหากสถานการณ์ในยุโรปไม่รุนแรงมาก การส่งออกในครึ่งหลังจะฟื้นตัวโดยเฉลี่ยประมาณ 20,000 ล้านเหรียญสหรัฐต่อเดือน”
 
การส่งออกสินค้าในเดือนมิถุนายน 2555 ลดลงเฉพาะในหมวดสินค้าเกษตร/อุตสาหกรรมเกษตรโดยลดลง -19.8% สินค้าส่งออกลดลง ได้แก่ ข้าว -49.2% ยางพารา -31.4% กุ้งแช่แข็งและแปรรูป -12.3% ผักและผลไม้ -20% น้ำตาล -23.9% หมวดสินค้าอุตสาหกรรม ภาพรวมเพิ่มขึ้น 1.9% สินค้าส่งออกที่เพิ่มขึ้นได้แก่ เครื่องอิเล็กทรอนิกส์ +2.2% เครื่องใช้ไฟฟ้า +1.1%ยานยนต์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ +21.3% วัสดุก่อสร้าง +6.1% อัญมณีและเครื่องประดับ +27.2% อาหารสัตว์เลี้ยง +18.5% สินค้าส่งออกที่ลดลงได้แก่ สิ่งทอ -16.2% ผลิตภัณฑ์ยาง -6.4%สิ่งพิมพ์ กระดาษและบรรจุภัณฑ์ -73.2% หมวดสินค้าอื่นๆ เพิ่มขึ้น 0.2%
 
แต่เมื่อรวมการส่งออกช่วงครึ่งปีแรกพบว่า ลดลงทั้งหมวดสินค้าเกษตร/อุตสาหกรรมเกษตร และหมวดสินค้าอุตสาหกรรม โดยหมวดสินค้าเกษตร/อุตสาหกรรมเกษตรลดลง 9.1% สินค้าส่งออกลดลง ได้แก่ ข้าว -37.6% ยางพารา -26.8% กุ้งแช่แข็งและแปรรูป -7.8% สินค้าที่เพิ่มขึ้นได้แก่ อาหารทะเลแช่แข็ง (ไม่รวมกุ้ง) +11.4%ไก่สดแช่แข็งและแปรรูป +17.8% น้ำตาล 17.4%
 
หมวดสินค้าอุตสาหกรรมสำคัญโดยรวมลดลง 3.6% ได้แก่ เครื่องอิเล็กทรอนิกส์ -1.7% เครื่องใช้ไฟฟ้า -2.3% เม็ด และผลิตภัณฑ์พลาสติก -3.3% สิ่งทอ -15.3% อัญมณีและเครื่องประดับ -10.5% สิ่งพิมพ์ กระดาษและบรรจุภัณฑ์ -75.6%เฟอร์นิเจอร์และชิ้นส่วน -4.9% สินค้าที่เพิ่มขึ้น ได้แก่ ยานยนต์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ +17.8% อัญมณี(ไม่รวมทองคำ) +3.6% ผลิตภัณฑ์ยาง +5.3 % เครื่องสำอาง สบู่ และผลิตภัณฑ์ +11.4%อาหารสัตว์เลี้ยง +20.7% หมวดสินค้าอื่นๆ +13.7%
 
ขณะที่ครึ่งปีแรกพบว่าขยายตัวลดลงในทุกตลาด ยกเว้นตลาดศักยภาพระดับรอง โดยตลาดหลักภาพรวมลดลง 4.1% ตลาดที่ลดลง ได้แก่ ญี่ปุ่น (-3.8%) สหภาพยุโรปสมาชิกเดิม 15 ประเทศ (-12%) ขณะที่สหรัฐอเมริกาเพิ่มขึ้น 3.7%
 
ส่วนทางด้านการนำเข้า เดือนมิถุนายน 2555 มีมูลค่า 20,678.4 ล้านเหรียญสหรัฐเพิ่มขึ้น 4.41% เมื่อเทียบกับปีก่อนในรูปเงินบาท มีมูลค่า 641,205.6 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6.36% เมื่อรวมครึ่งปีแรก มีมูลค่า 122,966.4 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้น 10.28% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมาในรูปเงินบาท มีมูลค่า 3,828,537.8 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 12.66% โดยสินค้านำเข้าที่เพิ่มขึ้นคือหมวดสินค้าเชื้อเพลิง +34.5% หมวดสินค้าทุน +11.9% เนื่องจากการผลิตในภาคอุตสาหกรรมของประเทศปรับตัวเพิ่มขึ้น
 
จากการนำเข้าที่สูงขึ้นส่งผลให้ดุลการค้าเดือนมิถุนายน 2555 ขาดดุล 550.1 ล้านเหรียญสหรัฐ ลดลงจากเดือนก่อน 60.09% ในรูปเงินบาท มีมูลค่า 24,699.3 ล้านบาท ลดลงจากเดือนพฤษภาคม 2555 ประมาณ 68.38% แต่เมื่อรวมครึ่งปีแรกของปี 2555 ขาดดุลการค้ามูลค่า 10,344.1 ล้านเหรียญสหรัฐ ในรูปเงินบาท ขาดดุลการค้ามูลค่า 362,602.2 ล้านบาท
 
ขณะที่นางสุทธาภา อมรวิวัฒน์ หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ และผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) ประเมินว่าปีนี้การส่งออกของไทยจะสามารถขยายตัวได้เพียง 8% จากเดิมที่คาดว่าจะขยายตัวประมาณ 11% เนื่องจากได้รับผลกระทบจากวิกฤติเศรษฐกิจยุโรป และมองว่ายุโรปจะต้องใช้เวลาแก้ปัญหาไม่ต่ำกว่า 4-5 ปี
 
จาก naewna.com
ไทยขาดดุลกว่า 3.62 แสนล้านบาท วิกฤติหนี้ยุโรป กระทบส่งออก
อ่าน:6582
557 เรื่อง หน้าละ 10 รายการ 55 หน้า, หน้าที่ 56 มี 7 รายการ
|-Page 52 of 56-| 1 | 2 | 3 | 4 | 5 | 6 | 7 | 8 | 9 | 10 | 11 | 12 | 13 | 14 | 15 | 16 | 17 | 18 | 19 | 20 | 21 | 22 | 23 | 24 | 25 | 26 | 27 | 28 | 29 | 30 | 31 | 32 | 33 | 34 | 35 | 36 | 37 | 38 | 39 | 40 | 41 | 42 | 43 | 44 | 45 | 46 | 47 | 48 | 49 | 50 | 51 | 52 | 53 | 54 | 55 | 56 |
ยาป้องกัน กำจัด หนอน หนอนทุกชนิด ใช้ได้ทุกพืช ไอกี้-บีที + FK-1 บำรุง ฟื้นตัว สร้างภูมิฯ 1ชุด ใช้ได้ 5ไร่
Update: 2564/07/27 07:48:38 - Views: 32
โรคลิ้นจี่ ใบจุดสนิม ใบจุดสาหร่าย โรคราสนิมลิ้นจี่ โรคราดำลิ้นจี่ ลิ้นจี่ใบไหม้ โรคลิ้นจี่ต่างๆ ที่มีสาเหตุจากเชื้อรา
Update: 2563/05/19 11:42:09 - Views: 5731
บำรุงทุเรียน ให้เจริญเติบโตดี สมบูรณ์ แข็งแรง ออกดอก ติดผลดก
Update: 2564/05/30 22:26:13 - Views: 3769
เพลี้ยมังคุด เพลี้ยไฟมังคุด ใช้ มาคา + FK-1 ฟื้นฟู บำรุง - 1ชุด ผสมน้ำได้ 400ลิตร
Update: 2564/07/26 09:21:14 - Views: 49
ป้องกัน กำจัด เพลี้ยไก่แจ้ เพลี้ยต่างๆ และ แมลงจำพวกปากดูดต่างๆ ใช้ได้กับพืชทุกชนิด (1ลิตร ผสมน้ำได้ 400ลิตร)
Update: 2564/07/19 08:32:02 - Views: 69
โรคกุหลาบ กุหลาบใบไหม้ บนใบเป็นแผลสีน้ำตาล คือ โรคแอนแทรคโนสกุหลาบ ลุกลามไปส่วนอื่นๆได้
Update: 2564/02/22 11:57:37 - Views: 2657
โรคกัญชา กัญชาใบไหม้ กัญชาใบเหลือง ดูสาเหตุของโรคและแก้ปัญหา
Update: 2564/04/08 09:40:00 - Views: 3736
ยารักษา โรค ใบจุดนูนดำ และโรคต่างๆจากเชื้อรา ใช้ได้กับพืชทุกชนิด (1ลิตร ผสมน้ำได้ 400ลิตร)
Update: 2564/07/18 12:51:33 - Views: 57
ไม้ดอกเป็นโรค ไม้กระถางเป็นโรค ลักษณะอาการโรค ของไม้ดอก ไม้ประดับ ไม้กระถาง
Update: 2564/04/10 11:02:37 - Views: 1145
โรคกุหลาบ โรคใบจุด ราแป้ง ราสนิม โรคหนามดำ โรคตากบ โรคกุหลายจากเชื้อรา แก้ด้วย ไอเอส
Update: 2564/05/07 22:59:40 - Views: 11672
ส้มตำ อาหารไทยในซุปเปอร์มาเก็ต ประเทศพม่า
Update: 2557/10/07 13:44:14 - Views: 6715
🔥 ไอเอส ยาอินทรีย์ ยับยั้งโรคพืชจากเชื้อรา โรคใบไหม้ โรคใบแห้ง โรคราสนิม โรคราน้ำค้าง โรคใบจุด
Update: 2564/02/07 13:59:32 - Views: 2459
จากช่างซ่อมรถ รายได้เดือนหมื่นห้า เปลี่ยนมาเลี้ยงปลาทับทิมในกระชัง สร้างรายได้กว่า 200000 บาท สองแสนบาทต่อเดือน
Update: 2563/05/07 15:41:16 - Views: 3773
กำจัดหนอนกอในนาข้าว ป้องกันเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล โรคข้าวใบไหม้ โรคาต่างๆจากเชื้อรา..
Update: 2563/02/18 11:02:42 - Views: 4844
โรคข้าวโพดใบไหม้ โรคใบจุดข้าวโพด ไหม้แผลใหญ่ โรคราต่างๆ ใช้ ไอเอส1 หยุดโรค + FK-1 ฟื้นฟู บำรุง สร้างภูมิคุ้มกันโรค 1ชุด ใช้ได้ 5ไร่
Update: 2564/07/10 12:00:35 - Views: 62
ยารักษาโรค ไฟทอปธอร่า Phytophthora ใช้ได้กับพืชทุกชนิด (1ลิตร ผสมน้ำได้ 400ลิตร)
Update: 2564/07/17 09:54:34 - Views: 65
ยาแช่ท่อนพันธุ์มันสำปะหลัง เร่งราก ป้องกันโรค เพิ่มเปอร์เซ็นต์งอก 430บาท กู๊ดโซ๊ค
Update: 2562/10/02 14:06:41 - Views: 2425
น้ำยาแช่ท่อนพันธุ์มันสำปะหลัง กู๊ดโซค เร่งราก ป้องกันโรค เพิ่มอัตราการงอก สนใจติดต่อ ไลน์ไอดี PrimPB
Update: 2563/02/28 14:13:09 - Views: 1532
ป้องกัน กำจัด เพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล เพลี้ยกระโดดหลังขาว เพลี้ยต่างๆ และ แมลงจำพวกปากดูดต่างๆ ใช้ได้กับพืชทุกชนิด (1ลิตร ผสมน้ำได้ 400ลิตร)
Update: 2564/07/21 08:57:30 - Views: 48
รับซื้อตรง ผลผลิตเกษตรกร ทั่วประเทศ หอการค้าไทย จับมือ กลุ่มเซนทรัล รับซื้อ พืช ผัก ผลไม้
Update: 2564/03/25 00:51:56 - Views: 856
© FarmKaset.ORG | อนุญาโตตุลาการ | สถาบันอนุญาโตตุลาการ : N