[sort by : last post | top views]..
+ โพสเรื่องใหม่ | + เลือกหน้า | All contents

 
ติดตามสินค้าที่คุณสั่ง
คุณ จริยา ทองอินทร์, เสาร์ 19 มิถุนายน 2564 18:08:52, เลขจัดส่ง SMAM000รออัพเดท
คุณ นิเวศน์ บุญกอบ, เสาร์ 19 มิถุนายน 2564 11:30:22, เลขจัดส่ง SMAM0000173128H
คุณ นิคม โพธิ์รุกข์, เสาร์ 19 มิถุนายน 2564 10:44:08, เลขจัดส่ง แฟลช เอ๊กเพรส
คุณ นิคม โพธิ์รุกข์, เสาร์ 19 มิถุนายน 2564 10:42:06, เลขจัดส่ง แฟลช เอ๊กเพรส
คุณฐานิดา จันทร์อ่อน , เสาร์ 19 มิถุนายน 2564 10:23:43, เลขจัดส่ง SMAM000017307B2
คุณ ปณยา, เสาร์ 19 มิถุนายน 2564 08:37:17, เลขจัดส่ง SMAM000017309Q3
นายปิยะพงค์ ชัยยะวิริยะ, เสาร์ 19 มิถุนายน 2564 04:32:03, เลขจัดส่ง SMAM000017311CJ
คุณ ธนพร สิงห์ดำ, ศุกร์ 18 มิถุนายน 2564 19:22:39, เลขจัดส่ง SMAM000017310YF
คุณ มานี เด่นใจดี, ศุกร์ 18 มิถุนายน 2564 14:23:32, เลขจัดส่ง SMAM000017187Y3
คุณ ปวริศ แก้วละคร, ศุกร์ 18 มิถุนายน 2564 12:17:24, เลขจัดส่ง SMAM000017181CC
ดูรายการจัดส่งทั้งหมด
มันสำปะหลัง พันธุ์เกษตรศาสตร์ 1 เป็นมันสำปะหลังพันธุ์รับประทาน กินได้
180.180.54.148: 2564/05/02 10:54:57
มันสำปะหลัง เป็นพืชเศรษฐกิจที่สำคัญของประเทศไทย เป็นพืชหัวที่มีปริมาณแป้งสูง และมีการนำมาบริโภคในหลายรูปแบบ รวมทั้งการนำมาผลิตเป็นแป้ง ทั้งในรูปของสตาร์ซ และฟลาว

ประเทศไทยมีการผลิตแป้งฟลาวจากมันสำปะหลังเพื่อการค้า และใช้พันธุ์มันสำปะหลังชนิดขม (bitter type) หรือพันธุ์อุตสาหกรรม เป็นวัตถุดิบในการผลิตแป้งฟลาว ซึ่งยังมีปริมาณไซยาไนด์ในหัวสดสูง รสชาติและเนื้อสัมผัสยังอยู่ในขั้นตอนที่ต้องพัฒนาให้ดีขึ้น

มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ จึงได้พัฒนาพันธุ์มันสำปะหลัง “พันธุ์ เกษตรศาสตร์ 1” โดยสกล ฉายศรี (นักวิจัย) สถานีวิจัยลพบุรี คณะเกษตร เพื่อใช้เป็นวัตถุดิบในการผลิตแป้งฟลาวมันสำปะหลังคุณภาพสูง

มันสำปะหลังพันธุ์ เกษตรศาสตร์ 1 มีปริมาณสารไซยาไนด์และอะคริลาไมด์ต่ำ สามารถรับประทานได้ ให้ผลผลิตหัวสดเฉลี่ย 5.4 ตันต่อไร่ ปริมาณแป้งในหัวสดเฉลี่ย 30.2 เปอร์เซ็นต์ เป็นมันสำปะหลังพันธุ์ใหม่ที่มีปริมาณแป้งในหัวสดสูง ผลผลิตดี ไซยาไนด์ในหัวสดต่ำ สามารถปลูกในพื้นที่ปลูกมันสำปะหลังทั่วไป ทนต่อสภาวะฝนทิ้งช่วง และทนต่อสภาวะหัวเน่าเมื่อฝนตกติดต่อกันเป็นระยะเวลานาน

สอบถามได้ที่ สกล ฉายศรี (นักวิจัย) สถานีวิจัยลพบุรี คณะเกษตร มหาวิทยาเกษตรศาสตร์ โทร.08-2246-0483

# http://www.farmkaset..link..
อ่าน:1482
เปิดโอกาสทำกำไรบนราคายาง ด้วย TFEX Japanese Rubber Futures
180.180.54.148: 2564/05/02 10:48:48
เปิดโอกาสทำกำไรบนราคายาง ด้วย TFEX Japanese Rubber Futures
ยางพาราถือเป็นสินค้าเกษตรที่มีความสำคัญของประเทศไทย ซึ่งการเคลื่อนไหวของราคายางมีผลอย่างมากต่อผู้ประกอบการ ดังนั้น การมีเครื่องมือบริหารความเสี่ยงจึงจำเป็นในการดำเนินธุรกิจให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ส่วนในด้านผู้ลงทุน ความผันผวนของราคายางก็อาจเป็นโอกาสในการสร้างผลตอบแทนได้

สำหรับผู้ลงทุนและผู้ประกอบการในไทยนั้น ส่วนใหญ่คุ้นเคยกับการใช้ยางพาราล่วงหน้าในตลาด OSE หรือ TOCOM เดิมของญี่ปุ่น ในการจัดการความเสี่ยงหรือการทำกำไรจากราคายาง Mr. Kensuke Yaze จาก Japan Exchange Group (JPX) ได้ให้มุมมองว่า สินค้า Rubber Futures ในประเทศญี่ปุ่น นับว่ามีความสำคัญต่ออุตสาหกรรมยางพาราล่วงหน้าและมีความเกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมยางพาราของประเทศไทยเป็นอย่างมาก โดยญี่ปุ่นได้เริ่มเปิดเทรดยางพาราล่วงหน้า RSS3 Futures ในตลาด TOCOM เมื่อปี 1952 และปัจจุบันมีการย้าย RSS3 Futures มาซื้อขายในตลาด OSE ซึ่ง OSE RSS3 Futures มีปริมาณการซื้อขายในปี 2020 มากกว่า 1.1 ล้านสัญญา นับเป็นอันดับ 2 รองจากประเทศจีน ด้วยเป็นสินค้าที่ตอบสนองความต้องการของผู้ลงทุนทั่วไปและเปิดโอกาสให้ผู้ลงทุนต่างชาติสามารถเข้าซื้อขายได้ นอกจากนั้น OSE RSS3 Futures ยังกำหนดว่ายางแผ่นรมควันที่จะส่งมอบต้องมีแหล่งกำเนิดจากประเทศไทย

หากพิจารณาความสัมพันธ์ด้านราคา พบว่าราคา OSE RSS3 Futures และราคา Crude Oil WTI มีความสัมพันธ์กัน กล่าวคือ หากราคาน้ำมันมีการปรับตัวสูงขึ้นจะส่งผลให้ราคายางพาราปรับตัวสูงขึ้นตาม

และเมื่อเปรียบเทียบ OSE RSS3 Futures (OSE RSS3) กับ TFEX Japanese Rubber Futures (TFEX JRF) ซึ่งเป็นสินค้าที่มีลักษณะคล้ายคลึงกัน ต่างกันที่ OSE RSS3 มีลักษณะสัญญาเป็น Physical Delivery (ส่งมอบเมื่อครบอายุสัญญา) ในขณะที่ TFEX JRF มีลักษณะสัญญาเป็น Cash Settlement (ชำระเงินกำไรขาดทุนตามส่วนต่างราคาซื้อขาย) พบว่า ราคายางพาราของทั้ง 2 ตลาดมีความสัมพันธ์กัน โดยระหว่างเดือนที่มีการซื้อขาย ราคาอาจมีความแตกต่างกันบ้าง แต่เมื่อครบอายุสัญญาราคายางจะเท่ากัน ทำให้ในระหว่างเดือนก่อนวันครบอายุสัญญา ผู้ลงทุนสามารถเข้าซื้อขายเพื่อทำกำไรจากส่วนต่างราคาดังกล่าวได้

ดร.จักรพันธ์ ติระศิริชัย ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายพัฒนาผลิตภัณฑ์-อนุพันธ์ บมจ. ตลาดสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (ประเทศไทย) หรือ TFEX ได้ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า ประเทศไทยมีการผลิตและส่งออกยางพาราเป็นอันดับ 1 ของโลก ดังนั้น การที่ราคายางมีความผันผวน ส่งผลกระทบอย่างมากต่อผู้เกี่ยวข้องในอุตสาหกรรมยางพาราของประเทศไทย แต่ขณะเดียวกันก็ทำให้เกิดโอกาสในการทำกำไรจากส่วนต่างราคาในตลาดล่วงหน้า อย่าง TFEX JRF

จุดเด่นของ TFEX JRF คือ การ Link ราคากับ OSE RSS3 ของญี่ปุ่นซึ่งลักษณะของสัญญาของทั้ง 2 ตลาดจะมีความคล้ายคลึงกัน แต่มีความต่างกันที่ TFEX JRF มีขนาดสัญญาที่เล็กกว่า จึงใช้เงินลงทุนน้อยกว่า และด้วยมีลักษณะสัญญาเป็น Cash Settlement จึงทำให้ผู้ลงทุนไม่ต้องกังวลเรื่องการส่งมอบ และแม้จะซื้อขายตามราคา OSE RSS3 แต่ด้วยไม่นำอัตราแลกเปลี่ยนมาคำนวณทำให้ผู้ลงทุนไม่มีความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยน นอกจากนี้ TFEX JRF ยังมี Market Maker ที่คอยช่วยดูแลสภาพคล่องในการซื้อขาย ซึ่งสอดคล้องกับการกำหนดราคาซื้อขายของ OSE RSS3 ทำให้ผู้ลงทุนสามารถเข้าซื้อขายได้โดยสะดวก

ด้านการติดตามข่าวสารด้านราคายางพาราล่วงหน้า ผู้ลงทุนสามารถติดตามราคายางพาราล่วงหน้าได้หลายช่องทาง เช่น เว็บไซต์จากตลาดโดยตรง http://www.farmkaset..link.. / http://www.farmkaset..link.. หรือ Application ต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง เช่น Streaming_ REFINITIV_ TradingView_ Bloomberg_ Trading .com นอกจากนั้น ยังมี Application ของจีน ซึ่งผู้ลงทุนสามารถสอบถามรายละเอียดดังกล่าวได้จาก Broker ที่ใช้บริการ

ปิดท้ายด้วยกูรูผู้คร่ำหวอดในวงการเทรดยางพารา คุณภานุวัฒน์ เพ็ชรมาตร ผู้อำนวยการ ฝ่ายค้าหลักทรัพย์ บล. ฟิลลิป (ประเทศไทย) หรือ อ.อ้วน นั่งเทียน และคุณศักรินทร์ ลิมปโชติ (โกดุ่ย) ได้ให้มุมมองว่า การซื้อขายยางพาราล่วงหน้าในปัจจุบันของผู้ลงทุนไทย สามารถซื้อขายได้หลายตลาด ไม่ว่าจะเป็น ตลาด SGX ในสิงคโปร์ ตลาด OSE ในญี่ปุ่น รวมถึงตลาด TFEX ในประเทศไทยด้วย ซึ่งในแต่ละประเทศอาจมีลักษณะสัญญาที่เหมือนกันและแตกต่างกันในบางจุด ดังนั้น ในการเลือกซื้อขายสิ่งที่ผู้ลงทุนต้องพิจารณา คือ การตั้งเป้าหมายในการลงทุน ว่าเป็น 1) การซื้อขายเพื่อป้องกันความเสี่ยงด้านราคาสินค้า หรือยางจริงที่มีอยู่ในมือ ซึ่งเป็นการป้องกันความเสี่ยงในระยะสั้น หรือ 2) การซื้อขายเพื่อเก็งกำไร นอกจากการตั้งเป้าหมายในการลงทุนแล้ว สิ่งที่ต้องคำนึงถึงอีกอย่าง คือ การกำหนดกลยุทธ์ในการซื้อขาย เช่น การตั้งกำไรไว้ที่เท่าไร เมื่อถึงจุดนั้นต้องปิดเพื่อทำกำไร หรือ หากขาดทุนถึงจุดที่กำหนดไว้ ต้องยอมปิดหรือรู้จักตัดผลขาดทุนเพื่อปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ เนื่องจากการซื้อขายในตลาดล่วงหน้าจะมีการ Maker to Market คือ คำนวณกำไรขาดทุนและปรับอัตราเงินประกันทุก ๆ วัน

สำหรับสัญญา TFEX JRF พบว่ามีความคล้ายคลึงกับ OSE RSS3 มาก ดังนั้น หากผู้ลงทุนไทย ที่ยังไม่เคยซื้อขายยางพาราล่วงหน้าในตลาดต่างประเทศ สามารถทดลองเข้าซื้อขาย TFEX JRF ได้ เพราะราคาที่ซื้อขายใน TFEX JRF เหมือนกันกับ OSE RSS3 และด้วยขนาดสัญญาที่เล็กกว่าประมาณ 5 เท่า ทำให้ใช้เงินลงทุนที่น้อยกว่า รวมถึงไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายในการโอนเงินไปต่างประเทศ และปัจจุบัน TFEX JRF มี Market Maker ที่คอยดูแลเรื่องการวางราคา Bid / Offer ตลอดเวลาทำให้สามารถเข้าออกได้โดยง่ายและสะดวก

จากกราฟราคายางพาราล่วงหน้าในอดีตจนถึงปัจจุบัน พบว่า ราคายางพารามีความผันผวนตลอดเวลา ซึ่งผันผวนมากน้อยแล้วแต่ภาวะเศรษฐกิจของโลก หากมองย้อนกลับในรอบ 10 ปีที่ผ่านมา ราคายางพาราในปัจจุบันอยู่ในช่วงขาขึ้น อย่างไรก็ดี ในการซื้อขายยางพารา ผู้ลงทุนควรคำนึงถึงปัจจัยต่าง ๆ ที่ส่งผลต่อราคายางพาราด้วย เช่น ราคาน้ำมัน ตัวเลขการนำเข้าส่งออกของจีน รวมถึงทิศทางแนวโน้มราคายางพาราล่วงหน้าที่ซื้อขายในประเทศจีน

# http://www.farmkaset..link..
อ่าน:99
โรคองุ่นเน่าดำ (Black rot) โรคองุ่น
180.180.54.148: 2564/05/01 12:50:15
โรคองุ่นเน่าดำ (Black rot) โรคองุ่น
เชื้อสาเหตุของ โรคเน่าดำองุ่น เกิดจากเชื้อรา Phyllosticta ampelicida องุ่นที่เป็นโรคเน่าดำ จะมีลักษณะอาการ ใบเป็นรูจุดไหม้สีน้ำตาลแดง ตรงกลางแผลมีสีน้ำตาลอ่อน ขอบแผลมีสีน้ำตาลเข้ม กิ่งจะมีลักษณะปื้นดำเป็นแถบ เนื้อเยื่อบริเวณแผลยุบตัวลงแต่ไม่ลึก มีสีเทา บริเวณแผล มีเม็ดเล็กๆ สีดำ ผลอ่อนเป็นจุดแผลฉ่ำน้ำสีน้ำตาลเนื้อเยื่อบริเวณแผลยุบตัวลง

การระบาดของ โรคเน่าดำองุ่น ระบาดในสภาพอากาศเย็นและชื้น

การป้องกันกำจัด โรคองุ่นเน่าดำ

1. หมั่นตรวจสอบแปลงและป้องกันกำจัดตั้งแต่เริ่มพบโรค

2. กำจัดวัชพืชในโรงเรือนและรอบโรงเรือน

3. งดให้น้ำในช่วงเย็น

4. การใช้สารปลอดภัย

4.1 ฉีดพ่น ไอเอส สารอินทรีย์ ยับยั้งโรคพืช ที่เกิดจากเชื้อรา ในอัตตราส่วน 50ซีซี ต่อน้ำ 20ลิตร ทุก 5-7 วัน

4.2 ฉีดพ่น FK-1 เพื่อบำรุงพืช ให้มีความแข็งแรงอยู่เสมอ โตไว ผลผลิตดี
[FK-1 แกะกล่องมาจะมีสองถุง ถุงแรกเป็นธาตุหลัก ถุงที่สองเป็นสารสังเคราะห์คลอโรฟิลล์ ต้องใช้พร้อมกันทั้งสองถุง ถุงละ 50กรัม ต่อน้ำ 20ลิตร]

* สามารถผสม FK-1 ฉีดพ่นไปพร้อมกับ ไอเอส
* ควรฉีดพ่นช่วยเช้าก่อนแดดออก หรือ ช่วงเย็น หลังแดดร่มลมตก ไม่ควรฉีดพ่นตอนแดดร้อนจัด

# http://www.farmkaset..link..
อ่าน:5786
เจาะเทคนิคปลูก “มันเทศ” เชิงพาณิชย์ ทำยังไงให้ผลผลิตสูง ราคาดี
125.25.174.239: 2564/04/30 11:44:59
การปลูกมันเทศให้ลงหัวได้ดีนั้น ปัจจัยที่ไม่ควรมองข้ามก็คือ เรื่องของโครงสร้างของดิน ถึงแม้ว่ามันเทศจะสามารถปลูกได้ในดินเกือบทุกชนิด แต่ดินร่วนปนทรายมีความเหมาะสมที่สุด
สภาพดินที่ปลูกมีผลต่อการลงหัวของมัน หรือรูปทรงของหัวมันในสภาพดินปลูกที่มีโครงสร้างของดินแข็ง ดินแน่น และมีการระบายน้ำไม่ดี ควรจะมีการปรับปรุงแก้ไขก่อนที่จะลงมือปลูก สำหรับพื้นที่ดินที่ขาดความอุดมสมบูรณ์ ก่อนปลูกควรใส่ปุ๋ยคอก เช่น มูลวัว มูลไก่ ฯลฯ ในอัตรา 1-2 ตัน หรือใส่ปุ๋ยคอกพร้อมกับการเตรียมแปลงเลย

วิธีการเตรียมแปลงปลูก
ให้ไถดะก่อน 1 ครั้ง และตากดินไว้ประมาณ 7-10 วัน จากนั้นไถพรวนแปลง 1-2 รอบ หรือใช้โรตารี่ติดรถไถตีดินให้ดินมีความละเอียดยิ่งขึ้น หลังจากนั้นให้ยกร่องแปลงปลูกขึ้นเป็นรูปสามเหลี่ยม กว้างประมาณ 50-80 เซนติเมตร สูง 30-50 เซนติเมตร (ความสูงของแปลงยิ่งมีความสูงยิ่งส่งผลต่อการลงหัวมันดี) ส่วนความยาวของแปลงปลูกขึ้นอยู่กับสภาพพื้นที่ อย่างสวนคุณลีนั้นจะปลูกแบ่งเป็นแปลงเล็กขนาด 100-400 ตารางเมตร เนื่องจากต้องการปลูกมันเทศหลากหลายสายพันธุ์ให้ออกสู่ตลาดอย่างต่อเนื่อง มีช่วงเวลาขายอย่างน้อย 7-15 วัน จนหมด ก่อนที่มันเทศแปลงต่อๆ ไปจะสามารถขุดขึ้นมาขายต่อ เนื่องจากตอนนี้สวนคุณลี เน้นการขายมันเทศผ่านช่องทางสื่อออนไลน์ ซึ่งสามารถจำหน่ายได้ราคา กิโลกรัมละ 100 บาท ซึ่งตรงกับคำพูดที่ว่า “ทำน้อยได้มาก ทำมากได้น้อย” เนื่องจากมีเวลาในการเอาใจใส่ดูแลอย่างทั่วถึง ทำให้ผลผลิตมีคุณภาพดีนั่นเอง
การจัดระบบน้ำในแปลงปลูกมันเทศ
โดยปกติทั่วไปสำหรับเกษตรกรที่ปลูกมันเทศทั่วประเทศมักจะไม่ให้ความสำคัญในเรื่องของระบบน้ำในแปลงปลูก ถ้าปลูกในช่วงฤดูฝนอาจจะพึ่งเพียงน้ำฝนจากธรรมชาติเท่านั้น ถ้าปลูกในฤดูแล้งอาจจะมีการให้น้ำแบบท่วมแปลงบ้างเท่านั้น แต่การปลูกมันเทศสมัยใหม่ควรจะมีการจัดระบบน้ำที่ดี ในแปลงปลูกมันเทศสายพันธุ์ต่างประเทศของสวนคุณลี จะมีการวางระบบน้ำแบบสปริงเกลอร์ ซึ่งมีรัศมีกระจายน้ำได้ 3-5 เมตร

เตรียมท่อนพันธุ์มันเทศอย่างไร
ในการตัดท่อนพันธุ์ ควรจะตัดให้มีความยาวราว 30 เซนติเมตร จะไม่ลิดใบทิ้งหรือลิดทิ้งก็ได้ เนื่องจากยอดมันเป็นพืชที่แตกยอดออกมาใหม่ได้ง่าย ถ้าลิดใบทิ้งก็จะทำให้เสียเวลา แต่ยอดมันเทศเมื่อลงปลูกจะตั้งตัวได้เร็วกว่าไม่ลิดใบ เมื่อตัดท่อนพันธุ์มาแล้วควรจะมัดรวมกันเป็นท่อนหรือเป็นกำ เอาใบตองหรือกระสอบปุ๋ยห่อมัดเอาไว้ ควรนำท่อนพันธุ์แช่น้ำยาฆ่าแมลง ในกลุ่ม “คาร์โบซัลแฟน” (เช่น โกลไฟท์) จุ่มแช่ไว้นานราว 5-10 นาที จะช่วยลดเรื่องแมลงที่จะติดไปกับท่อนพันธุ์ได้เป็นอย่างดี หลังจากนั้น ให้นำมัดท่อนพันธุ์วางไว้ในที่ร่ม รดน้ำ เช้า-เย็น ประมาณ 2-3 วัน ยอดท่อนพันธุ์ก็จะมีรากงอกออกมาตามข้อ แสดงว่าท่อนพันธุ์พร้อมปลูกลงแปลงแล้ว ถ้าจะให้ดี ท่อนพันธุ์มันเทศที่จะตัด ควรจะตัดจากต้นที่มีอายุไม่เกิน 45 วัน หรือก่อนที่จะมีการฉีดพ่นปุ๋ยหรือสารเคมีเพื่อหยุดยอด ในพื้นที่ปลูกมันเทศสายพันธุ์ต่างประเทศ 1 ไร่ จะใช้ท่อนมันเทศประมาณ 8_000-16_000 ยอด (ขึ้นอยู่กับระยะปลูก)

การปลูกมันเทศสายพันธุ์ต่างประเทศ
ก่อนที่เกษตรกรจะลงมือปลูก ควรจะมีการให้น้ำในแปลงปลูกอย่างน้อย 2-3 วัน เพื่อให้ดินมีความชื้นและปลูกได้ง่ายและรวดเร็ว วิธีเตรียมหลุมปลูก แบ่งได้ 3 วิธี คือ ปลูกแบบใช้จอบขุด ปลูกแบบใช้ไม้ปลายแหลมกระทุ้งนำไปก่อน หรือจะปลูกแบบนำท่อนพันธุ์เสียบลงแปลงปลูกเลย พบว่า วิธีปลูกแบบใช้ไม้ปลายแหลมกระทุ้งนำไปก่อนได้ผลดีกว่าวิธีอื่นๆ เพราะทำได้ง่าย รวดเร็ว ไม่เสียแรงในการขุดดิน และท่อนพันธุ์ไม่ช้ำ

ระยะปลูกระหว่างต้น ประมาณ 20-30 เซนติเมตร หากใช้จอบขุดปลูกบนสันร่อง หลุมที่ปลูกควรมีความลึกประมาณ 10-15 เซนติเมตร ควรจะวางยอดท่อนพันธุ์ทำมุม 45 องศา ฝังลึกลงดิน 2-3 ข้อ ของท่อนพันธุ์มันเทศ และให้ข้อโผล่พ้นดินขึ้นมา ประมาณ 2-3 ข้อ หลังจากนั้น กลบดินให้แน่นเล็กน้อยเพื่อไม่ให้ท่อนพันธุ์โยกคลอน หากปลูกแบบใช้ไม้ปลายแหลมกระทุ้งนำ จะปลูกท่อนพันธุ์มันเทศให้เป็นคู่บนสันร่องโดยใช้ไม้แหลมกระทุ้งนำไปก่อน ทำมุม 45 องศา จากนั้นเสียบท่อนพันธุ์ลงดิน 2-3 ข้อ ของท่อนมันเทศ ในพื้นที่ปลูกมันเทศสายพันธุ์ต่างประเทศ 1 ไร่ จะใช้ท่อนพันธุ์มันเทศ ประมาณ 11_000-12_000 ยอด ซึ่งพบว่าเป็นจำนวนที่ให้ผลผลิตต่อไร่ค่อนข้างดี

การให้น้ำมันเทศ…ในช่วงสัปดาห์แรกหลังจากที่ปลูกท่อนมันเทศลงดินไปแล้ว จะต้องมีการให้น้ำอย่างสม่ำเสมอ โดยเฉพาะ 3 วันแรก จะต้องให้ทุกวัน เช้า-เย็น ให้ครั้งละประมาณ 1-2 ชั่วโมง (กรณีที่ให้ระบบน้ำแบบสปริงเกลอร์) หลังจากนั้น จะให้น้ำวันเว้นวัน หรือ 3 วัน หรือ 5 วัน หรือ 7 วัน ต่อครั้ง

แต่การให้น้ำนั้นต้องสังเกตจากความชื้นของดินเป็นหลัก เนื่องจากสภาพพื้นที่ปลูกในแต่ละพื้นที่จะไม่เหมือนกัน หลังจากมันเทศอายุได้ 2 เดือน ก็จะเริ่มห่างน้ำ เป็นการบังคับทางหนึ่งที่ให้ต้นมันเทศลงหัวได้ดี อาจจะให้เดือนละ 2-4 ครั้ง ตามความเหมาะสมกับสภาพดินของแต่ละพื้นที่ และควรฉีดปุ๋ยทางใบควบคู่กันไป เช่น สูตร 0-52-34 ทุกๆ 10-15 วัน เพื่อให้การลงหัวดีมากขึ้น

อายุการเก็บเกี่ยวมันเทศ ความจริงแล้ว อายุการเก็บเกี่ยวมันเทศเกือบทุกสายพันธุ์ จะเฉลี่ยอยู่ที่ 100-140 วัน หลังจากปลูกท่อนพันธุ์ลงไป ในขณะเดียวกันมีปัจจัยอื่นที่เกี่ยวข้องประกอบด้วย เช่น ฤดูกาลปลูก ความสมบูรณ์ของต้น สายพันธุ์ที่ปลูก เป็นต้น จากตัวเลขในการเก็บเกี่ยวผลผลิตมันเทศสายพันธุ์ต่างประเทศทุกสายพันธุ์ในแปลงปลูกของสวนคุณลี ถ้ามีการบำรุงรักษาที่ดี จะให้ผลผลิตได้เฉลี่ย 3_000-4_000 กิโลกรัม ต่อพื้นที่ปลูก 1 ไร่

วิธีการปลูกมันเทศในถุงพลาสติกและกระถางบริโภคในครัวเรือน สำหรับคนที่มีพื้นที่น้อย
เป็นที่ยอมรับกันทั่วไปว่า ในปัจจุบันนี้ การปลูกมันเทศในประเทศไทยได้มีการเปลี่ยนแปลงพันธุ์ ได้มีการนำพันธุ์มันเทศจากต่างประเทศมาปลูกในเชิงพาณิชย์กันมากขึ้น อาทิ มันเทศเนื้อสีเหลือง เนื้อสีม่วงและเนื้อสีส้ม จากประเทศญี่ปุ่น ไต้หวัน เกาหลีใต้ เป็นต้น โดยแต่ละสายพันธุ์ล้วนมีคุณค่าทางอาหารแตกต่างกัน จากข้อมูลพบว่า “มันเทศเนื้อสีส้ม” เป็นแหล่งของสารเบต้าแคโรทีน เมื่อรับประทานแล้วจะเปลี่ยนเป็นวิตามินเอ จะช่วยในการเจริญเติบโตของร่างกาย เสริมสร้างภูมิคุ้มกันของร่างกาย ช่วยบำรุงสายตา ป้องกันโรคตาบอดกลางคืน ลดความเสี่ยงโรคมะเร็ง นอกจากนั้น ยังอุดมไปด้วยวิตามินซีและทำหน้าที่เป็นสารต้านอนุมูลอิสระอีกด้วย และใน “มันเทศเนื้อสีม่วง” จะมีสารแอนโทไซยานินสูง มีฤทธิ์ในการต่อต้านอนุมูลอิสระ ชะลอความเสื่อมของเซลล์ ลดอัตราเสื่อมของการเกิดโรคหัวใจและเส้นเลือดอุดตัน ชะลอความเสื่อมของดวงตา ยับยั้งเชื้ออีโคไลซึ่งเป็นเชื้อที่เป็นสาเหตุของอาหารเป็นพิษและท้องร่วง ที่สำคัญเป็นมันเทศที่มีรสชาติอร่อย

อย่างกรณีของ มันเหลืองญี่ปุ่น ปัจจุบันมีการนำเข้ามาจากต่างประเทศและนำมาจำหน่ายให้กับผู้บริโภคคนไทยในราคาไม่ต่ำกว่า กิโลกรัมละ 100 บาท ทาง “สวนคุณลี” อำเภอเมือง จังหวัดพิจิตร ได้นำมันเทศสายพันธุ์จากต่างประเทศ ซึ่งจะเน้นสายพันธุ์จากญี่ปุ่น ไต้หวัน เกาหลีใต้ ประมาณ 10 สายพันธุ์ เข้ามาปลูกในเชิงการค้าในเขตพื้นที่จังหวัดพิจิตร จนประสบความสำเร็จเป็นที่น่าพอใจ ให้ผลผลิตและรสชาติหวานตรงตามสายพันธุ์ สามารถจำหน่ายได้ กิโลกรัมละ 80-100 บาท ออกจากสวน

นอกจากการปลูกมันเทศในแปลงที่มีการเตรียมดินและระบบน้ำที่ดี ได้มีการประยุกต์วิธีการปลูกในรูปแบบใหม่ เพื่อส่งเสริมให้คนไทยปลูกเพื่อการบริโภคในครัวเรือน มีพื้นที่น้อย อยู่ในบ้านจัดสรรหรือปลูกเพื่อเป็นรายได้เสริม ด้วยการ “นำมาปลูกในพื้นที่จำกัด” เช่น ถุงพลาสติกดำ กระสอบปุ๋ยเก่า ตะกร้าพลาสติก ยางรถยนต์เก่า วงบ่อปูน ฯลฯ ใช้เวลาปลูกเพียง 3 เดือนครึ่ง ถึง 4 เดือนครึ่งเท่านั้น (ตามอายุเก็บเกี่ยวแต่ละสายพันธุ์) สามารถขุดหัวมาบริโภคหรือจำหน่ายได้

สำหรับวัสดุปลูกที่สำคัญคือ ดินร่วน แกลบดำ แกลบดิบ และปุ๋ยคอกเก่า (หรือประยุกต์ใช้วัสดุที่หาได้ในท้องถิ่น) ในอัตราส่วน 1:1:1:1 ผสมคลุกเคล้าให้เข้ากัน นำวัสดุปลูกใส่ในถุงให้เต็มและอัดให้แน่น นำถุงพลาสติกไปวางไว้บริเวณกลางแจ้ง รดน้ำให้ชุ่ม นำยอดมันเทศที่เตรียมไว้ (ตัดยอด ให้มีความยาว 30 เซนติเมตร) ใช้ไม้แหลมแทงดินในถุงให้เป็นรู ให้รูเฉียงประมาณ 45 องศา โดยประมาณ นำยอดปลูกลงไปให้มีความลึก ประมาณ 3-5 ข้อ โดยจำนวนยอดที่จะปลูกลงไป ก็ขึ้นอยู่กับขนาดของภาชนะที่เลือกใช้ เช่น ถุงดำ ก็จะใช้ยอดพันธุ์มันเทศราวๆ 3-5 ยอด กดดินให้แน่นพอประมาณ ช่วง 7 วันแรก หลังจากที่ปักยอดมันเทศลงไป ควรจะรดน้ำเป็นประจำทุกเช้า (ระวังอย่าปล่อยให้ถุงแห้งขาดน้ำ) หลังจาก 7-10 วัน จะพบว่า ยอดมันที่ปักชำลงไปเริ่มแทงรากออกมาให้เว้นการให้น้ำให้ห่างขึ้นเป็นวันเว้นวัน และห่างเป็น 2-3 วัน ต่อครั้ง ตามความเหมาะสม เมื่อต้นมันเทศมีอายุต้นได้ 45 วัน และพบว่า ใบมันเทศไม่มีอาการเหี่ยวให้เห็น ก็ไม่จำเป็นจะต้องให้น้ำ เนื่องจากการให้น้ำบ่อยๆ จะทำให้ต้นมันเทศมีอาการบ้าใบและไม่ลงหัว การปลูกมันเทศในถุงพลาสติกและมีความต้องการให้มีการลงหัวและรสชาติที่ดี จำเป็นต้องมีการใส่ปุ๋ยเคมีบ้าง เพื่อปรับปรุงคุณภาพ ในช่วงแรกใส่ปุ๋ยสูตรเสมอ 16-16-16 เพียง 1 ช้อนชา ทุกๆ 15 วัน และโดยเฉพาะเมื่อต้นมันเทศมีอายุครบ 2 เดือน เป็นช่วงของการลงหัว ควรจะใส่ปุ๋ยเคมีที่มีโพแทสเซียมสูง เช่น สูตร 16-16-16 หรือ สูตร 13-13-21 ฯลฯ เพื่อให้หัวมันเทศใหญ่ มีรสชาติหวานตามสายพันธุ์ ในการเก็บเกี่ยวผลผลิตมันเทศ อายุต้นจะต้องเฉลี่ยอยู่ในระหว่าง 100-140 วัน โดยอาจจะสุ่มขุดดูว่าหัวมันเทศมีขนาดที่เราต้องการนำมาบริโภคได้หรือยัง

# http://www.farmkaset..link..
อ่าน:5104
สารสกัดกระชายขาว ต้าน COVID-19
125.25.174.239: 2564/04/30 10:19:58
ความสำเร็จเบื้องต้น พบว่า “สารสกัดกระชายขาว” มีฤทธิ์ต้าน COVID-19 ในหลอดทดลอง นักวิจัย ม.มหิดล เร่งพัฒนาสารสกัดกระชายขาวเพื่อใช้เป็นยาสำหรับโรค COVID-19 คาดว่าใช้เวลาอย่างน้อย 1 ปี ในการวิจัยและพัฒนาให้สำเร็จ โดยโครงการวิจัยต้านเชื้อไวรัสโคโรนาจากสมุนไพรไทย เป็นความร่วมมือระหว่าง คณะวิทยาศาสตร์ ม.มหิดล คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี ม.มหิดล และศูนย์ความเป็นเลิศด้านชีววิทยาศาสตร์ (องค์การมหาชน) หรือ TCELS

http://www.farmkaset..link..
# http://www.farmkaset..link..



อ่าน:7019
โรคราแป้งองุ่น (Powdery mildew)
125.25.174.239: 2564/04/30 09:48:27
โรคราแป้งองุ่น (Powdery mildew)
เชื้อรา Oidium tuckeri เป็นเชื้อราสาเหตุของ โรคราแป้งองุ่น ลักษณะอาการ จะเป็นขุยแป้งขี้เถาสีขาว เกิดบนใบ กิ่ง และผล การระบาด จะระบาดในช่วงปลายฤดูฝน-ฤดูหนาว

การป้องกันกำจัดโรคราแป้งองุ่น

1. หมั่นตรวจสอบแปลงและป้องกันกำจัดตั้งแต่เริ่มพบโรค

2. กำจัดวัชพืชในโรงเรือนและรอบโรงเรือน

3. การใช้สารปลอดภัย

3.1 ฉีดพ่น ไอเอส สารอินทรีย์ ยับยั้งโรคพืช ที่เกิดจากเชื้อรา ในอัตตราส่วน 50ซีซี ต่อน้ำ 20ลิตร ทุก 5-7 วัน

3.2 ฉีดพ่น FK-1 เพื่อบำรุงพืช ให้มีความแข็งแรงอยู่เสมอ โตไว ผลผลิตดี
[FK-1 แกะกล่องมาจะมีสองถุง ถุงแรกเป็นธาตุหลัก ถุงที่สองเป็นสารสังเคราะห์คลอโรฟิลล์ ต้องใช้พร้อมกันทั้งสองถุง ถุงละ 50กรัม ต่อน้ำ 20ลิตร]

* สามารถผสม FK-1 ฉีดพ่นไปพร้อมกับ ไอเอส
* ควรฉีดพ่นช่วยเช้าก่อนแดดออก หรือ ช่วงเย็น หลังแดดร่มลมตก ไม่ควรฉีดพ่นตอนแดดร้อนจัด

# http://www.farmkaset..link..
อ่าน:994
นกชนหิน ( Helmeted Hornbill , Rhinoplax vigil)
125.25.174.239: 2564/04/30 08:13:18
นกชนหิน ( Helmeted Hornbill , Rhinoplax vigil)
ลักษณะและอุปนิสัย: นกชนหิน มีขนาด 120 เซนติเมตร เป็นนกเงือกชนิดเดียวที่มีโหนกแข็งตันคล้ายงาช้างสีแดงคล้ำ ขนตามตัวสีน้ำตาลเข้ม ท้องขาวนวล หางขาวมีแถบดำพาดขวางคล้ายหางนกกก มีขนหางยาวพิเศษ 2 เส้น ซึ่งยาวเกินส่วนหางออกไปถึง 50 เซนติเมตร ขอบปีกขาว ปากสั้นแข็งสีแดงคล้ำ ปลายปากสีเหลือง ตัวผู้มีหนังเปลือยบริเวณคอสีแดงคล้ำ ตัวเมียส่วนนี้เป็นสีฟ้าอ่อนจนถึงสีน้ำเงิน ตัววัยรุ่น ตัวผู้บริเวณคอสีแดงเรื่อตัวเมียส่วนนี้มีสีม่วง โหนกมีขนาดรูปมนสีน้ำตาลแดง ขนหางยังไม่เจริญเต็มที่

นกชนหินปกติหากินระดับยอดไม้ ตัวผู้จะร้องเสียงดังมาก ตุ๊ก…ตุ๊ก… ทอดเป็นจังหวะ ร้องติดกันยาว เสียงร้องกระชั้นขึ้นเป็นลำดับ เมื่อสุดเสียงจะคล้ายกับเสียงหัวเราะ ประมาณ 4-5 ครั้ง เมื่อตกใจจะแผดเสียงสูงคล้ายเสียงแตร เมื่อต่อสู้กันจะบินเอาโหนกชนกันกลางอากาศทำให้เกิดเสียงดัง

อาหาร: นกชนหิน อาหารหลัก ได้แก่ ลูกไทร ส่วนอาหารจำพวกสัตว์ นอกจากแมลงต่างๆ แล้วนกชนหินยังล่าสัตว์อื่นๆ เช่น กิ้งก่า กระรอก และนกด้วย

การทำรังและเลี้ยงลูก: นกชนหิน จะเริ่มปิดปากรังเดือนมีนาคม-เมษายน ลูกนกออกจากรังราวเดือนกรกฏาคม-สิงหาคม พบลักษณะรังจะพิเศษกว่านกเงือกชนิดอื่นๆ คือ รังจะเป็นปุ่มปมยื่นออกมา ทำรังในต้นตะเคียน กาลอ ตอแล พฤติกรรมการเลี้ยงลูกเป็นแบบ พ่อนกเลี้ยงเพียงตัวเดียว โดยพ่อนกจะหาอาหารมาเลี้ยงลูกนกและแม่นก และจะเลี้ยงลูกได้เพียง 1 ตัวเท่านั้น

# http://www.farmkaset..link..
นกชนหิน ( Helmeted Hornbill , Rhinoplax vigil)
อ่าน:2724
หนอนคอรวงข้าว หากปีที่แล้วเคยระบาด ปีนี้ป้องกันไว้ดีกว่าแก้
125.25.174.239: 2564/04/30 21:52:18
หนอนคอรวงข้าว หากปีที่แล้วเคยระบาด ปีนี้ป้องกันไว้ดีกว่าแก้
หนอนกระทู้คอรวง Mythimna separata (Walker) ตัวเต็มวัยเป็นผีเสื้อกลางคืน ปีกคู่หน้าสีน้ำตาลอ่อน แทรกสีน้ำตาลแดง ปีกกว้างประมาณ 4.5-5 เซนติเมตร วางไข่เป็นกลุ่มตามกาบใบและลำต้นหรือฐานของใบที่ม้วน ไข่ไม่มีขนปกคลุม วางไข่เป็นกลุ่มๆละประมาณ 100 ฟอง ระยะไข่นาน 6-8 วัน หนอนที่ฟักออกใหม่กัดกินใบหญ้าอ่อนจนอายุประมาณ 15 วัน จึงเริ่มกัดกินใบและรวงข้าว ระยะหนอนประมาณ 25-30 วัน หนอนมีขนาดค่อนข้างใหญ่กว้างประมาณ 3.5-4 มิลลิเมตร ยาวประมาณ 2.8 มิลลิเมตร ลำตัวสีน้ำตาลอ่อน หนอนเข้าดักแด้ที่โคนกอข้าวหรือตามรอแตกของดิน ดักแด้มีสีน้ำตาลแดง ระยะดักแด้ 10-12 วัน

หนอนกระทู้คอรวง(rice ear-cutting caterpillar)

ชื่อวิทยาศาสตร์ : Mythimna separata (Walker)
วงศ์ : Noctuidae
อันดับ : Lepidoptera
ชื่อสามัญอื่น :หนอนกระทู้ควายพระอินทร์

ลักษณะการทำลายของ หนอนกระทู้คอรวงข้าว

หนอนกระทู้คอรวงชอบกัดกินส่วนคอรวงหรือระแง้ของรวงข้าวที่กำลังจะ สุก(rippening stage) ทำให้คอรวงขาด สามารถทำลายรวงข้าวได้มาถึง 80% โดยลักษณะการทำลายคล้ายหนอนกระทู้กล้า มักเข้าทำลายต้นข้าวช่วงกลางคืนหรือตอนพลบค่ำถึงเช้าตรู่ กลางวันอาศัยตามใบหรือโคนต้นข้าวหรือวัชพืชตระกูลหญ้า หนอนจะกัดกินต้นข้าวทุกวันจนกระทั่งเข้าดักแด้ พบระบาดมากหลังน้ำท่วมหรือฝนตกหนักหลังผ่านช่วงแล้งที่ยาวนานแล้วตามด้วยฝน ตกหนัก การทำลายจะเสียหายรุนแรง จนชาวนาเรียกกันว่า “ หนอนกระทู้ควายพระอินทร์”

การป้องกันกำจัดหนอนกระทู้

1. กำจัดวัชพืชรอบๆ แปลงนา

2. ฉีดพ่น ไอกี้-บีที สารชีวินทรีย์ ปลอดสารพิษ สำหรับป้องกันกำจัดหนอนต่างๆ ในอัตตราส่วน 50ซีซี ต่อน้ำ 20ลิตร ทุก 5-7 วัน

3. ฉีดพ่น FK-1 เพื่อบำรุงพืช ให้มีความแข็งแรงอยู่เสมอ โตไว ผลผลิตดี
[FK-1 แกะกล่องมาจะมีสองถุง ถุงแรกเป็นธาตุหลัก ถุงที่สองเป็นสารสังเคราะห์คลอโรฟิลล์ ต้องใช้พร้อมกันทั้งสองถุง ถุงละ 50กรัม ต่อน้ำ 20ลิตร]

* สามารถผสม FK-1 ฉีดพ่นไปพร้อมกับ ไอเอส
* ควรฉีดพ่นช่วยเช้าก่อนแดดออก หรือ ช่วงเย็น หลังแดดร่มลมตก ไม่ควรฉีดพ่นตอนแดดร้อนจัด

# http://farmkaset..link..
อ่าน:930
โรคราน้ำค้างองุ่น (Downy mildew) - โรคองุ่น
125.25.174.239: 2564/04/29 13:49:20
โรคราน้ำค้างองุ่น (Downy mildew) เกิดจากเชื้อ Plasmopara viticola โดยอาการที่แสดงให้เห็นนั้น จะเป็นขุยสีขาวที่ใต้ใบองุ่น ด้านบนใบจะเห็นเป็นสีเหลืองเป็นจ้ำๆ ถ้าเป็นรุนแรงใบจะไหม้ ช่อดอกและผลอ่อนเหี่ยวแห้ง

การระบาดของโรคราน้ำค้างองุ่น : ระบาดในช่วงฤดูฝน หรือในช่วงที่มีความชื้นสูง

การป้องกันกำจัดโรคราน้ำค้างองุ่น :

1. หมั่นตรวจสอบแปลงและป้องกันกำจัดตั้งแต่เริ่มพบโรค

2. กำจัดวัชพืชในโรงเรือนและรอบโรงเรือน

3. งดให้น้ำในช่วงเย็น

4. ฉีดพ่น ไอเอส สารอินทรีย์ ยับยั้งโรคพืช ที่เกิดจากเชื้อรา ในอัตตราส่วน 50ซีซี ต่อน้ำ 20ลิตร ทุก 5-7 วัน

5. ฉีดพ่น FK-1 เพื่อบำรุงพืช ให้มีความแข็งแรงอยู่เสมอ โตไว ผลผลิตดี
[FK-1 แกะกล่องมาจะมีสองถุง ถุงแรกเป็นธาตุหลัก ถุงที่สองเป็นสารสังเคราะห์คลอโรฟิลล์ ต้องใช้พร้อมกันทั้งสองถุง ถุงละ 50กรัม ต่อน้ำ 20ลิตร]

* สามารถผสม FK-1 ฉีดพ่นไปพร้อมกับ ไอเอส
* ควรฉีดพ่นช่วยเช้าก่อนแดดออก หรือ ช่วงเย็น หลังแดดร่มลมตก ไม่ควรฉีดพ่นตอนแดดร้อนจัด
โรคราน้ำค้างองุ่น (Downy mildew) - โรคองุ่น
อ่าน:16996
โรคพริกใบจุด
125.25.174.239: 2564/04/29 13:04:41
โรคพริกใบจุด
อาการใบจุดของพริก เกิดจากเชื้อรา จะพบแผลแห้งเป็นจุดกระจายบนใบแผลมีขนาดใกล้เคียงกัน โดยอาจจะเกิดเป็นแผลกลม หรือแผลเหลี่ยม ถ้าเป็นรุนแรง อาจมีจำนวนแผลมาก และลามติดต่อกันและทำให้ใบแห้ง สาเหตุส่วนใหญ่เกิดจากเชื้อรา และบัคเตรี

- ฉีดพ่น ไอเอส สารอินทรีย์ ยับยั้งโรคพืช ที่เกิดจากเชื้อรา ในอัตตราส่วน 50ซีซี ต่อน้ำ 20ลิตร ทุก 5-7 วัน

- ฉีดพ่น FK-1 เพื่อบำรุงพืช ให้มีความแข็งแรงอยู่เสมอ โตไว ผลผลิตดี
[FK-1 แกะกล่องมาจะมีสองถุง ถุงแรกเป็นธาตุหลัก ถุงที่สองเป็นสารสังเคราะห์คลอโรฟิลล์ ต้องใช้พร้อมกันทั้งสองถุง ถุงละ 50กรัม ต่อน้ำ 20ลิตร]

* สามารถผสม FK-1 ฉีดพ่นไปพร้อมกับ ไอเอส
* ควรฉีดพ่นช่วยเช้าก่อนแดดออก หรือ ช่วงเย็น หลังแดดร่มลมตก ไม่ควรฉีดพ่นตอนแดดร้อนจัด

# http://www.farmkaset..link..
อ่าน:958
507 เรื่อง หน้าละ 10 รายการ 50 หน้า, หน้าที่ 51 มี 7 รายการ
|-Page 5 of 51-| 1 | 2 | 3 | 4 | 5 | 6 | 7 | 8 | 9 | 10 | 11 | 12 | 13 | 14 | 15 | 16 | 17 | 18 | 19 | 20 | 21 | 22 | 23 | 24 | 25 | 26 | 27 | 28 | 29 | 30 | 31 | 32 | 33 | 34 | 35 | 36 | 37 | 38 | 39 | 40 | 41 | 42 | 43 | 44 | 45 | 46 | 47 | 48 | 49 | 50 | 51 |
โรคลำไย โรคราดำลำไย ต้องป้องกันกำจัดที่ต้นเหตุ และต้นเหตุนั้นเกิดจากเพลี้ยต่างๆ ถ่ายน้ำหวานมาปกคลุม ทำให้เชื้อราในอากาศปลิวมาเกาะติด
Update: 2564/02/25 12:25:26 - Views: 2466
ลักษณะดินในไร่ของฉัน เหมาะที่จะปลูกมันสำปะหลังพันธุ์อะไร? ถึงจะได้ผลผลิตดี
Update: 2564/01/20 14:05:38 - Views: 1517
เทคนิคการเพิ่มผลผลิตมันสำปะหลัง เพิ่มขนาดและน้ำหนักหัวมันสำปะหลัง Technology of increate cassava yield
Update: 2563/06/16 21:06:09 - Views: 4448
โรคแคงเกอร์มะนาว โรคทุเรียนใบติด ใบไหม้ โรคพริก แอนแทรคโนส กุ้งแห้ง โรคพืชต่างๆจากเชื้อรา ใช้ ไอเอส
Update: 2563/09/28 15:30:43 - Views: 634
โรคใบด่างมันสำปะหลัง เกิดจากเชื้อไวรัส Cassava mosaic virus ต้องป้องกัน และยับยั้งการระบาดเพิ่มเติม
Update: 2564/01/21 20:27:06 - Views: 922
พืชขาดธาตุแมกนีเซียม ใบเหลืองจากปลายมาหาโคน ขาดมากใบร่วงเยอะ เติมด้วย FK-1
Update: 2562/08/24 15:31:50 - Views: 3197
โรคใบจุดสนิม (Agal Spot) ที่เกิดกับทุเรียน
Update: 2563/12/12 20:04:59 - Views: 2834
โรคลำต้นจุดสีน้ำตาลของแก้วมังกร โรคจากเชื้อรา แก้ด้วย ไอเอส
Update: 2563/02/14 08:56:13 - Views: 2555
โรคใบด่างมะละกอ เชื้อไวรัสในมะละกอ ต้องกำจัดเพลี้ยอ่อน ซึ่งเป็นพาหะนำโรค และมีดตอนกิ่งที่ไม่สะอาดก็มีส่วน
Update: 2563/06/10 16:16:45 - Views: 2625
ตอก - ใช้มัดข้าวหลังการเก็บเกี่ยวข้าวด้วยมือของชาวนา รู้จักกันหรือไม่?
Update: 2564/04/06 09:28:20 - Views: 3654
หากเราตากฝนตกปรอยๆ จะทำให้เราเป็นหวัดได้ แต่ตากฝนตกหนักนั้นไม่เป็นไร นี่เรื่องจริงนะเออ..
Update: 2562/08/10 16:05:28 - Views: 10104
ปุ๋ยเม็ดสกัดเพอร์เฟค ซี (ตรานกอินทรีคู่) สูตรสีแดง และปุ๋ยเม็ดสกัดวันเดอร์ สูตรสีเขียว
Update: ././. .:.:. - Views: 2011
🎗โรคมะเขือเทศ ไวรัสมะเขือเทศ ไม่มีสารป้องกันกำจัดโดยตรง ให้ป้องกันกำจัดแมลงพาหะ
Update: 2564/06/19 08:29:17 - Views: 44
ดอกหญ้า เดินผ่านเฉยๆก็ดูธรรมดา แต่พอหันเลนส์เข้าหาก็ดูสวยขึ้น
Update: 2563/05/29 09:03:22 - Views: 2134
แก้ โรคแอนแทรคโนส ในมะม่วง ฉีดพ่นด้วย ไอเอส สารอินทรีย์ป้องกัน ยับยั้งเชื้อรา
Update: 2564/05/05 12:10:03 - Views: 7000
คุยกับคุณวินน์ สุทธิเดช ผู้บริหาร ICD มุกดาหาร และวอวิศโฮม อำนาจเจริญ - Piyamas Live ปิยะมาศ บัวแก้ว
Update: 2563/05/31 20:49:58 - Views: 2121
นกหัวขวาน ที่สวน FK Park
Update: 2563/05/25 21:45:48 - Views: 6535
เพิ่มผลผลิตมันสำปะหลัง ด้วย FK-1 890บาท และ FK-3S 950บาท ใช้ได้ 5 ไร่
Update: 2562/10/08 15:58:46 - Views: 2200
เชื้อราไตรโคเดอร์มา ไวเรนส์ สามารถป้องกันและยับยั้งการเจริญเติบโตของ­เชื้อราที่เป็นสาเหตุของโรคพืช
Update: 2557/10/10 14:57:15 - Views: 2863
ยาอินทรีย์ ยับยั้งโรคสลัด ที่มีสาเหตุจากเชื้อรา ผักสลัดใบจุด ผักสลัดใบไหม้ ยาแก้เพลี้ยสลัด
Update: 2563/06/30 08:05:20 - Views: 5782
© FarmKaset.ORG | อนุญาโตตุลาการ | สถาบันอนุญาโตตุลาการ : N