พลวัตคาร์โบไฮเดรตในทุเรียนช่วงเปลี่ยนจากการแตกใบสู่การสร้างต...
👤
โดย: Admin
📅
2026-01-19 08:12:01
🌐
49.228.40.220
พลวัตคาร์โบไฮเดรตในทุเรียนช่วงเปลี่ยนจากการแตกใบสู่การสร้างตาดอก
บทคัดย่อ
ช่วงเปลี่ยนผ่านจากการแตกใบสู่การสร้างตาดอกเป็นระยะวิกฤตของทุเรียน ซึ่งการจัดสรรและการเคลื่อนย้ายคาร์โบไฮเดรตภายในต้นมีบทบาทชี้ขาดต่อความสมบูรณ์ของตาดอกและความสม่ำเสมอของการออกดอก บทความนี้อธิบายพลวัตของคาร์โบไฮเดรตในระดับสรีรวิทยาพืช ตั้งแต่การสังเคราะห์ การสะสม การเคลื่อนย้าย ไปจนถึงการนำไปใช้ในกระบวนการเปลี่ยนระยะการเจริญเติบโต เพื่อเป็นฐานความรู้สำหรับการจัดการสวนทุเรียนเชิงระบบ
บทนำ
ทุเรียนเป็นพืชไม้ผลเขตร้อนที่มีการเปลี่ยนระยะจากการเจริญทางใบสู่การสืบพันธุ์อย่างชัดเจน ความสำเร็จของการออกดอกไม่ได้ขึ้นกับสภาพอากาศเพียงอย่างเดียว แต่ขึ้นกับสถานะพลังงานของต้นพืช ซึ่งสะท้อนผ่านปริมาณและรูปแบบของคาร์โบไฮเดรตที่สะสมอยู่ในอวัยวะต่าง ๆ ของต้น
ในช่วงหลังการแตกใบชุดสุดท้าย ใบจะเปลี่ยนบทบาทจากแหล่งใช้พลังงาน (sink) ไปเป็นแหล่งสร้างพลังงาน (source) กระบวนการนี้เป็นจุดเริ่มต้นของการสะสมคาร์โบไฮเดรตเพื่อรองรับการสร้างตาดอก
พลวัตของคาร์โบไฮเดรตในทุเรียน
1. ระยะใบอ่อน
ใบอ่อนทำหน้าที่เป็นแหล่งใช้คาร์โบไฮเดรตจากลำต้นและรากเป็นหลัก การสังเคราะห์แสงยังต่ำ คาร์โบไฮเดรตสะสมในต้นจึงลดลงอย่างต่อเนื่อง
2. ระยะใบแก่สมบูรณ์
เมื่อใบแก่เต็มที่ ความสามารถในการสังเคราะห์แสงเพิ่มสูงขึ้น คาร์โบไฮเดรตเริ่มสะสมในรูปแป้งและน้ำตาลในลำต้น กิ่ง และราก ทำให้สถานะพลังงานของต้นสูงขึ้นอย่างชัดเจน
3. ระยะเปลี่ยนผ่านสู่การสร้างตาดอก
เมื่อคาร์โบไฮเดรตสะสมถึงระดับหนึ่ง ระบบฮอร์โมนพืชและอัตราส่วนคาร์บอนต่อไนโตรเจน (C:N ratio) จะเปลี่ยนสมดุลไปในทิศทางเอื้อต่อการเปลี่ยนตาด้านพืชใบให้กลายเป็นตาดอก
กลไกการเคลื่อนย้ายคาร์โบไฮเดรต
คาร์โบไฮเดรตที่ผลิตจากใบจะถูกลำเลียงผ่านท่อลำเลียงอาหารไปยังจุดสะสม เช่น ลำต้น ราก และตาดอก กระบวนการนี้ไม่ได้เป็นเพียงการเคลื่อนย้ายพลังงาน แต่เป็นการส่งสัญญาณทางชีวภาพที่กระตุ้นการเปลี่ยนแปลงทางพัฒนาการของตา
เมื่อคาร์โบไฮเดรตสะสมในบริเวณตาสูงเพียงพอ จะเกิดการกระตุ้นการแสดงออกของยีนที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาอวัยวะสืบพันธุ์ ทำให้ตาเข้าสู่ระยะการสร้างช่อดอก
ความสัมพันธ์ระหว่างคาร์โบไฮเดรตกับการออกดอก
ทุเรียนที่มีคาร์โบไฮเดรตสะสมต่ำ แม้ได้รับสัญญาณสิ่งแวดล้อมเหมาะสม ก็ยังมีโอกาสออกดอกน้อยหรือออกดอกไม่พร้อมกัน ในทางตรงกันข้าม ต้นที่มีสถานะพลังงานสูงและสมดุล จะสามารถสร้างตาดอกได้สม่ำเสมอและให้ดอกสมบูรณ์
จึงกล่าวได้ว่า การออกดอกของทุเรียนเป็นผลลัพธ์ของ “สถานะพลังงาน” มากพอ ๆ กับ “สภาพอากาศ”
นัยต่อการจัดการสวนทุเรียน
การจัดการสวนในช่วงก่อนออกดอกจึงไม่ควรมองเพียงการกระตุ้นดอก แต่ต้องมองย้อนกลับไปถึงคุณภาพของใบชุดสุดท้าย ความสมบูรณ์ของระบบราก และความสามารถในการสะสมคาร์โบไฮเดรตของต้น
การแตกใบที่ยืดเยื้อ ใบไม่สมบูรณ์ หรือการใช้พลังงานมากเกินไปก่อนระยะพักใบ ล้วนทำให้คาร์โบไฮเดรตสะสมไม่เพียงพอ และนำไปสู่การออกดอกที่ไม่เสถียร
สรุป
พลวัตของคาร์โบไฮเดรตเป็นหัวใจของการเปลี่ยนผ่านจากการเจริญทางใบสู่การสร้างตาดอกในทุเรียน ความสำเร็จของการออกดอกไม่ได้เกิดจากเทคนิคใดเทคนิคหนึ่ง แต่เกิดจากการสะสมพลังงานอย่างเป็นระบบตั้งแต่ระยะใบอ่อนจนถึงใบแก่สมบูรณ์ การเข้าใจกลไกนี้ช่วยให้การจัดการสวนทุเรียนก้าวจากการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า ไปสู่การควบคุมกระบวนการทางสรีรวิทยาอย่างยั่งยืน
เอกสารอ้างอิง
* Taiz, L., Zeiger, E., Møller, I. M., & Murphy, A. (2015). Plant Physiology and Development. Sinauer Associates.
* Goldschmidt, E. E. (2013). Carbohydrate supply as a critical factor for floral development. Journal of Plant Growth Regulation.
* Davenport, T. L. (2007). Reproductive physiology of mango and tropical tree crops. Horticultural Reviews.
* Ketsa, S., & Pangkool, S. (1995). Durian: physiology and production. Acta Horticulturae.
#ทุเรียน #สรีรวิทยาพืช #การออกดอกทุเรียน #โภชนาการพืช #ระบบรากทุเรียน #เกษตรวิชาการ #ฟาร์มเกษตร