เสถียรภาพผนังเซลล์และแรงดันเต่งในผลทุเรียน: บทบาท Ca–B...
👤
โดย: Admin
📅
2026-02-10 07:42:26
🌐
2405:9800:bcb0:42c7:1946:5e18:4c4:7a03
เสถียรภาพผนังเซลล์และแรงดันเต่งในผลทุเรียน: บทบาท Ca–B ต่อการลดผลแตกในระยะผลอ่อน–ขยายผล
บทคัดย่อ
ทุเรียนระยะผลอ่อน–ขยายผลเป็นช่วงวิกฤตที่กำหนดคุณภาพผลผลิตและความสูญเสียจากอาการผลแตก กลไกหลักเกี่ยวข้องกับความแข็งแรงของผนังเซลล์ (cell wall stability) และความสมดุลของแรงดันเต่ง (turgor pressure) ภายในผล บทความนี้วิเคราะห์บทบาทของแคลเซียม (Ca) ต่อโครงสร้าง middle lamella โบรอน (B) ต่อ cell wall integrity และการเคลื่อนย้ายน้ำตาล รวมถึงความสัมพันธ์ระหว่าง osmotic balance กับการแตกของผล พร้อมเสนอแนวทางจัดการ Ca–B ทางใบในช่วงเวลาวิกฤต เพื่อเสริมความมั่นคงเชิงโครงสร้างของผลทุเรียนอย่างตรงจุดในพื้นที่ภาคตะวันออก
บทนำ
ในช่วงผลอ่อนถึงขยายผล เซลล์ของเปลือกและเนื้อทุเรียนมีการแบ่งตัวและขยายตัวอย่างรวดเร็ว ปริมาณน้ำและน้ำตาลภายในเซลล์เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ทำให้แรงดันเต่งสูงขึ้น หากโครงสร้างผนังเซลล์ไม่แข็งแรงเพียงพอ หรือเกิดฝนตกหนักหลังแล้งจัด จะเพิ่มความเสี่ยงต่อการแตกของผลอย่างมีนัยสำคัญ
การจัดการ Ca และ B ให้สอดคล้องกับจังหวะการพัฒนาผล จึงเป็นมาตรการเชิงป้องกันที่อิงกลไกสรีรวิทยา ไม่ใช่เพียงการบำรุงทั่วไป
วิเคราะห์เชิงกลไกสรีรวิทยา
1. แคลเซียม (Ca) กับโครงสร้าง Middle Lamella
Ca ทำหน้าที่เชื่อมเพกทินในชั้น middle lamella เกิดเป็น calcium pectate cross-linking เพิ่มความแข็งแรงเชิงโครงสร้างของผนังเซลล์
เมื่อผลขยายตัวอย่างรวดเร็ว หาก Ca ในเนื้อเยื่อไม่เพียงพอ ผนังเซลล์จะเปราะบาง เกิดรอยแตกขนาดเล็ก (microcrack) และพัฒนาเป็นการแตกภายนอก โดยเฉพาะในช่วงที่ความชื้นดินเปลี่ยนแปลงฉับพลัน
2. โบรอน (B) กับ Cell Wall Integrity และการเคลื่อนย้ายน้ำตาล
B มีบทบาทในการสร้างโครงข่าย rhamnogalacturonan II เพิ่มทั้งความแข็งแรงและความยืดหยุ่นของผนังเซลล์
นอกจากนี้ B ยังเกี่ยวข้องกับการเคลื่อนย้ายน้ำตาลจากใบสู่ผล หาก B เพียงพอ การสะสมคาร์โบไฮเดรตจะเป็นไปอย่างสมดุล ลดความผันผวนของแรงดันออสโมติกภายในผล
3. Osmotic Balance กับแรงดันเต่ง
ในระยะขยายผล การสะสมน้ำตาลทำให้ศักย์ออสโมติกภายในเซลล์ลดลง น้ำจึงเคลื่อนเข้าสู่ผลเพิ่มแรงดันเต่ง หากผนังเซลล์ไม่มี Ca เชื่อมโครงสร้างเพียงพอ หรือขาด B ที่ช่วยเสริมความยืดหยุ่น แรงดันดังกล่าวจะกลายเป็นปัจจัยกระตุ้นการแตก
ดังนั้น การจัดการ Ca–B จึงเป็นการเสริม “โครงสร้างรองรับแรงดัน” ในช่วงวิกฤต
แนวทางการจัดการเชิงปฏิบัติในสวน
แคลฟ่า (Ca 10% + B 1%)
สูตรแคลเซียม 10% และโบรอน 1% เพื่อเสริมโครงสร้างผนังเซลล์โดยตรงในช่วงผลอ่อน–ขยายผล
อัตราการใช้
40 ซีซี ต่อน้ำ 20 ลิตร ฉีดพ่นทางใบ
ควรพ่นในช่วงเช้าหรือเย็น หลีกเลี่ยงแดดจัด และพ่นสม่ำเสมอในช่วงที่ผลกำลังขยายตัวเร็ว
ข้อมูลสินค้าและการสั่งซื้อ
แคลฟ่า (Ca 10% + B 1%)
ขนาดบรรจุ 1 ลิตร
ราคา 390 บาท
โปรโมชันพิเศษ
3 ขวด ราคา 1,099 บาท
5 ขวด ราคา 1,755 บาท
ส่งฟรี
จ่ายเงินปลายทาง
สั่งซื้อทักแชท
หรือสอบถามเพิ่มเติม โทร 090-592-8614
สรุป
การลดผลแตกในทุเรียนคือการจัดการเชิงโครงสร้างและสมดุลแรงดัน ไม่ใช่เพียงการให้น้ำหรือใส่ปุ๋ยเพิ่ม Ca ทำหน้าที่เป็นโครงสร้างหลักของ middle lamella ขณะที่ B เสริมความยืดหยุ่นของผนังเซลล์และสนับสนุนการเคลื่อนย้ายน้ำตาล เมื่อทั้งสองธาตุทำงานร่วมกัน ผนังเซลล์จะสามารถรองรับแรงดันเต่งที่เพิ่มขึ้นในช่วงขยายผลได้อย่างมั่นคง ลดความเสี่ยงการแตกและรักษาคุณภาพผลผลิตได้อย่างมีเหตุผลทางสรีรวิทยา
เอกสารอ้างอิง (ตัวอย่าง)
Marschner, P. (2012). Mineral Nutrition of Higher Plants.
Brown, P. H. et al. (2002). Boron in plant biology.
Harker, F. R. et al. (1997). Calcium and fruit firmness relationships.
Taiz, L., & Zeiger, E. (2015). Plant Physiology and Development.