คลอโรฟิลล์ต่ำในอ้อยอ่อน:...

คลอโรฟิลล์ต่ำในอ้อยอ่อน: ตัวชี้วัดข้อจำกัดไนโตรเจนและแมกนีเซียมที่เกษตรกรมักมองข้าม

บทคัดย่อ
คลอโรฟิลล์เป็นดัชนีชี้วัดศักยภาพการสังเคราะห์แสงและการสะสมชีวมวลของอ้อยในระยะต้น (0–90 วัน) การลดลงของความเขียวใบสะท้อนข้อจำกัดด้านไนโตรเจน (N) และแมกนีเซียม (Mg) ซึ่งเป็นองค์ประกอบหลักของโมเลกุลคลอโรฟิลล์และเอนไซม์สำคัญในกระบวนการตรึงคาร์บอน บทความนี้วิเคราะห์กลไกเชิงสรีรวิทยาของภาวะคลอโรฟิลล์ต่ำในอ้อยอ่อน ผลกระทบต่อ Carbon Gain และเสนอกรอบการจัดการธาตุอาหารแบบเป็นลำดับระยะ เพื่อเพิ่มความสมบูรณ์ของทรงพุ่มและศักยภาพผลผลิตระยะยาว

บทนำ
อ้อยระยะ 30–90 วัน เป็นช่วงสร้างพื้นที่ใบ (Leaf Area Index) เพื่อวางฐานผลผลิตในอนาคต หากใบซีด เขียวไม่เข้ม หรือมีอาการเหลืองระหว่างเส้นใบ มักสะท้อนการขาด N หรือ Mg ซึ่งจำกัดการสร้างคลอโรฟิลล์โดยตรง ส่งผลให้ประสิทธิภาพการสังเคราะห์แสงสุทธิ (Net Photosynthesis) ลดลง และทำให้ Carbon Budget ของต้นอ้อยอยู่ในภาวะขาดดุลตั้งแต่ต้นฤดู

วิเคราะห์เชิงกลไก
1) ไนโตรเจน (N): แกนกลางของการสร้างโปรตีนและเอนไซม์
ไนโตรเจนเป็นองค์ประกอบของกรดอะมิโน โปรตีน และเอนไซม์ Rubisco ซึ่งเป็นเอนไซม์หลักในการตรึง CO₂ การขาด N ทำให้จำนวนคลอโรพลาสต์และความเข้มข้นของคลอโรฟิลล์ลดลง ใบมีสีเขียวซีดทั่วทั้งแผ่น และการเจริญเติบโตชะลอตัว
2) แมกนีเซียม (Mg): อะตอมศูนย์กลางของคลอโรฟิลล์
Mg เป็นองค์ประกอบศูนย์กลางในโครงสร้างคลอโรฟิลล์ และมีบทบาทในการถ่ายทอดพลังงานแสงและการทำงานของเอนไซม์ใน Calvin Cycle อาการขาด Mg มักแสดงเป็นเหลืองระหว่างเส้นใบ (interveinal chlorosis) ในใบล่างก่อน เนื่องจาก Mg เคลื่อนย้ายได้ในพืช
3) ผลกระทบต่อ Carbon Gain และชีวมวล
เมื่อคลอโรฟิลล์ลดลง อัตราการสังเคราะห์แสงสุทธิจะลดลงตาม ส่งผลให้การสร้างชีวมวลและจำนวนลำต่อกอลดลงตั้งแต่ระยะต้น ซึ่งยากต่อการชดเชยในระยะยืดลำ

กรอบจัดการเชิงระบบในอ้อยระยะต้น (0–90 วัน)
ระยะที่ 1: ฟื้นฟูดิน–ราก (ช่วงปลูก–แตกกอ)
การเพิ่มประสิทธิภาพดูดใช้ธาตุอาหารเป็นฐานสำคัญ โดยเสริมอินทรียวัตถุเชิงหน้าที่เพื่อเพิ่ม CEC และการคีเลชัน ช่วยให้ N และ Mg ในดินอยู่ในรูปที่รากดูดใช้ได้ดี ลดการสูญเสียจากการชะล้าง
ระยะที่ 2: เร่งสร้างใบและคลอโรฟิลล์ (45–90 วัน)
เสริมธาตุอาหารหลัก–รองทางใบ โดยเฉพาะ N และ Mg ร่วมกับ Zn เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพเอนไซม์และการสร้างคลอโรพลาสต์ ยกระดับความเขียวใบและ Carbon Gain ก่อนเข้าสู่ระยะยืดลำ

การประยุกต์เชิงปฏิบัติในไร่อ้อย
ในระยะปลูก–แตกกอ สามารถใช้ ฮิวมิค FK (เสริมฟูลวิค) อัตรา 10–20 กรัมต่อน้ำ 20 ลิตร ฉีดพ่นทางใบหรือราดโคน เพื่อสนับสนุนการดูดใช้ไนโตรเจนและแมกนีเซียมผ่านกลไกคีเลชัน และกระตุ้นการแตกแขนงราก
ในช่วงอายุ 45–90 วัน ซึ่งเป็นระยะเร่งสร้างใบ แนะนำใช้ ปุ๋ยทางใบ FK-1 (N-P-K + Mg + Zn) โดยผสมถุง N-P-K และ Mg+Zn อย่างละ 25–50 กรัมต่อน้ำ 20 ลิตร ฉีดพ่นทางใบ เพื่อเพิ่มคลอโรฟิลล์และยกระดับประสิทธิภาพการสังเคราะห์แสง และไม่ควรฉีดพ่นในช่วงดอกบาน
ฮิวมิค FK บรรจุ 1 กิโลกรัม ราคา 250 บาท โปรฯ 3 ซอง 735 บาท, 5 ซอง 1,200 บาท ส่งฟรี จ่ายเงินปลายทาง สั่งซื้อทักแชท หรือโทร 090-592-8614
ปุ๋ยทางใบ FK-1 ขนาด 2 กิโลกรัม ราคา 890 บาท โปรฯ 3 กล่อง 2,599 บาท, 5 กล่อง 3,999 บาท ส่งฟรี จ่ายเงินปลายทาง สั่งซื้อทักแชท หรือโทร 090-592-8614

เอกสารอ้างอิง
Taiz, L., Zeiger, E. Plant Physiology and Development.
Marschner, P. Marschner’s Mineral Nutrition of Higher Plants.
Evans, J.R. (Photosynthesis and nitrogen relationships in leaves).
Sage, R.F. (The evolution of C4 photosynthesis).

#อ้อย #คลอโรฟิลล์ต่ำ #สรีรวิทยาพืช #ไนโตรเจน #แมกนีเซียม #การสังเคราะห์แสง #LeafAreaIndex #CarbonGain #โภชนาการพืช #ฮิวมิคFK #FK1
รูปภาพประกอบ
🌟 แนะนำ ปุ๋ย ยาปราบฯ คุณภาพดี
ผลผลิตเพิ่ม ราคาประหยัด! คลิกเลย!
← กลับหน้าบทความ
👁️ ผู้เยี่ยมชมทั้งหมด: 474538