Carbon Budget ของทุเรียนก่อนออกดอก:...
👤
โดย: Admin
📅
2026-02-07 08:29:36
🌐
1.20.185.188
Carbon Budget ของทุเรียนก่อนออกดอก: กลไกคาร์โบไฮเดรต–ธาตุอาหารที่กำหนดความสมบูรณ์ของตาดอก
บทคัดย่อ
การออกดอกของทุเรียน (Durio zibethinus L.) ถูกกำหนดโดย “งบประมาณคาร์บอน” (Carbon Budget) ภายในต้น ซึ่งสะท้อนสมดุลระหว่างการสังเคราะห์แสง (Carbon Gain) การใช้เพื่อการเจริญเติบโตและการหายใจ (Carbon Cost) และการสะสมสำรองในรูปคาร์โบไฮเดรต บทความนี้วิเคราะห์กลไกสรีรวิทยาที่เชื่อมโยงไนโตรเจน (N) แมกนีเซียม (Mg) สังกะสี (Zn) และโพแทสเซียม (K) ต่อประสิทธิภาพการตรึงคาร์บอน การเคลื่อนย้าย และการสะสมในระยะก่อนออกดอก พร้อมเสนอกรอบการจัดการโภชนาการเชิงระบบเพื่อยกระดับความสมบูรณ์ของตาดอกอย่างมีจังหวะเวลา
บทนำ
ในเชิงสรีรวิทยา “ตาดอก” คือโครงสร้างที่ต้องการพลังงานและคาร์บอนสะสมในระดับสูง การเหนี่ยวนำและพัฒนาตาดอกสัมพันธ์โดยตรงกับระดับแป้งและน้ำตาลสะสมในกิ่งแม่ รวมถึงอัตราส่วนคาร์บอนต่อไนโตรเจน (C:N ratio) ภายในต้น งานวิจัยด้านไม้ผลเขตร้อนชี้ว่าช่วง 30–60 วันก่อนการชักนำดอกเป็นหน้าต่างเวลาสำคัญที่ต้องทำให้ Carbon Budget อยู่ในภาวะเกินดุล
วิเคราะห์เชิงกลไก: พลวัตการสร้าง–ใช้–สะสมคาร์บอน
1) การเพิ่ม Carbon Gain: ประสิทธิภาพการสังเคราะห์แสง
ไนโตรเจน (N) เป็นองค์ประกอบของคลอโรฟิลล์และเอนไซม์ Rubisco กำหนดอัตราการตรึง CO₂
แมกนีเซียม (Mg) เป็นอะตอมศูนย์กลางของคลอโรฟิลล์ ควบคุมการถ่ายทอดพลังงานแสง
สังกะสี (Zn) เกี่ยวข้องกับเอนไซม์สำคัญและการสังเคราะห์ฮอร์โมนที่สนับสนุนการพัฒนาใบ
การจัดสมดุล N–Mg–Zn ช่วยเพิ่มค่าการสังเคราะห์แสงสุทธิ (Net Photosynthesis) และยกระดับ Carbon Gain ของทรงพุ่ม
2) การควบคุม Carbon Cost: ลดการใช้คาร์บอนที่ไม่จำเป็น
การแตกยอดอ่อนมากเกินไปก่อนชักนำดอกจะเพิ่มการหายใจและใช้คาร์บอนเพื่อสร้างเนื้อเยื่อใหม่ ส่งผลให้งบคาร์บอนสุทธิลดลง การจัดธาตุอาหารอย่างพอเหมาะจึงช่วยควบคุม Carbon Cost ให้สมดุล
3) การเคลื่อนย้ายและสะสม: บทบาทของโพแทสเซียม
โพแทสเซียม (K) ควบคุมแรงดันออสโมติก การเปิด–ปิดปากใบ และการลำเลียงน้ำตาลผ่านโฟลเอ็ม การมี K เพียงพอช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการส่งผ่านซูโครสจากใบสู่กิ่งสะสม ทำให้แป้งสะสมสูงขึ้น ซึ่งเป็นฐานพลังงานของตาดอก
กรอบจัดการเชิงระบบก่อนออกดอก
ระยะที่ 1: ฟื้นฟูฐานรากและการดูดใช้ (ประมาณ 60–45 วันก่อนคาดออกดอก)
เสริมอินทรียวัตถุเชิงหน้าที่เพื่อเพิ่มความสามารถแลกเปลี่ยนประจุบวก (CEC) และการคีเลชันธาตุอาหาร ช่วยให้รากดูดใช้ N, Mg, Zn ได้มีประสิทธิภาพ ลดข้อจำกัดจากดินกรดหรือดินทราย
ระยะที่ 2: เร่งศักยภาพใบและการสะสม (ประมาณ 45–30 วันก่อนชักนำดอก)
เสริมธาตุอาหารหลักและรองทางใบ เพื่อเพิ่มคลอโรฟิลล์ ประสิทธิภาพเอนไซม์ และการเคลื่อนย้ายคาร์โบไฮเดรต โดยหลีกเลี่ยงช่วงดอกบานเพื่อลดความเสี่ยงต่อการรบกวนการผสมเกสร
การประยุกต์เชิงปฏิบัติในสวน
เพื่อสร้างฐานดูดใช้ธาตุอาหารก่อนเร่งสะสมคาร์บอน สามารถใช้ ฮิวมิค FK (เสริมฟูลวิค) อัตรา 10–20 กรัมต่อน้ำ 20 ลิตร ฉีดพ่นทางใบหรือราดโคนตามความเหมาะสม เพื่อสนับสนุนการคีเลชันและการแตกแขนงราก
จากนั้นในช่วงเร่งสะสมก่อนชักนำดอก ใช้ ปุ๋ยทางใบ FK-1 (ประกอบด้วย N-P-K, Mg และ Zn) โดยผสมถุง N-P-K และ Mg+Zn อย่างละ 25–50 กรัมต่อน้ำ 20 ลิตร ฉีดพ่นเพื่อยกระดับการสังเคราะห์แสงและการลำเลียงคาร์โบไฮเดรต และไม่แนะนำให้ฉีดพ่นในช่วงดอกบาน
ฮิวมิค FK บรรจุ 1 กิโลกรัม ราคา 250 บาท โปรฯ 3 ซอง 735 บาท, 5 ซอง 1,200 บาท ส่งฟรี จ่ายเงินปลายทาง สั่งซื้อทักแชท หรือโทร 090-592-8614
ปุ๋ยทางใบ FK-1 ขนาด 2 กิโลกรัม (2 ถุง) ราคา 890 บาท โปรฯ 3 กล่อง 2,599 บาท, 5 กล่อง 3,999 บาท ส่งฟรี จ่ายเงินปลายทาง สั่งซื้อทักแชท หรือโทร 090-592-8614
เอกสารอ้างอิง
Taiz, L., Zeiger, E. Plant Physiology and Development.
Marschner, P. Marschner’s Mineral Nutrition of Higher Plants.
Lakso, A.N. Carbon balance concepts in perennial fruit crops.
Goldschmidt, E.E. Carbohydrate economy in woody perennials.
#CarbonBudget #ทุเรียน #สรีรวิทยาพืช #การสังเคราะห์แสง #คาร์โบไฮเดรตสะสม #CNRatio #โภชนาการพืช #DurianScience #ระบบดินรากใบ #FK1 #ฮิวมิคFK