โพแทสเซียมกับการเคลื่อนย้ายซูโครสในอ้อย:...

โพแทสเซียมกับการเคลื่อนย้ายซูโครสในอ้อย: กลไกเชิงระบบสู่การเพิ่มน้ำหนักและค่า CCS

บทคัดย่อ
การเพิ่มน้ำหนักลำและค่า CCS ของอ้อยเป็นผลลัพธ์ของระบบสรีรวิทยาที่สมดุลระหว่าง “การสร้างคาร์โบไฮเดรต” และ “การเคลื่อนย้ายซูโครส” โพแทสเซียม (K) มีบทบาทสำคัญต่อการควบคุมปากใบ การกระตุ้นเอนไซม์ และการลำเลียงน้ำตาลผ่านท่อลำเลียงอาหาร ขณะที่แมกนีเซียม (Mg) และสังกะสี (Zn) สนับสนุนเสถียรภาพของการสังเคราะห์แสง บทความนี้วิเคราะห์กลไกเชิงระบบดังกล่าว และเสนอแนวทางจัดการโภชนาการอ้อยอย่างเป็นลำดับตั้งแต่ระยะสร้างใบจนถึงระยะเร่งลำ

บทนำ
ในระยะอ้อยอายุเกิน 90 วัน พืชจะเปลี่ยนจุดเน้นจากการสร้างมวลใบไปสู่การขยายลำและสะสมซูโครส หากยังคงให้อาหารที่เน้นไนโตรเจนสูงต่อเนื่อง อาจกระตุ้นการเจริญทางใบมากเกินไป ส่งผลให้การสะสมน้ำตาลไม่เต็มศักยภาพ การออกแบบสูตรธาตุอาหารให้สอดคล้องกับช่วงการเจริญเติบโตจึงเป็นหัวใจของการเพิ่มผลผลิตอย่างมีระบบ

วิเคราะห์เชิงระบบ: บทบาทของโพแทสเซียมในวงจรคาร์โบไฮเดรต

1) การควบคุมปากใบและสมดุลน้ำ
โพแทสเซียมควบคุมแรงดันออสโมติกในเซลล์คุมปากใบ ส่งผลต่อประสิทธิภาพการรับ CO₂ และการลดการคายน้ำที่เกินจำเป็น ทำให้การสังเคราะห์แสงดำเนินอย่างมีเสถียรภาพ

2) การกระตุ้นเอนไซม์และกระบวนการเมแทบอลิซึม
K ทำหน้าที่กระตุ้นเอนไซม์จำนวนมากที่เกี่ยวข้องกับการสังเคราะห์และแปลงรูปน้ำตาล ช่วยให้กระบวนการสร้างพลังงานและคาร์โบไฮเดรตมีประสิทธิภาพ

3) การลำเลียงซูโครสผ่านท่อลำเลียงอาหาร
การเคลื่อนย้ายซูโครสจากใบสู่ลำต้องอาศัยความต่างศักย์ออสโมติก ซึ่งโพแทสเซียมมีบทบาทโดยตรง หาก K เพียงพอ การลำเลียงจะรวดเร็ว น้ำตาลไม่ค้างสะสมในใบ ส่งผลให้ลำอ้อยขยายตัวดี น้ำหนักเพิ่ม และค่า CCS สูงขึ้น

บทบาทเสริมของแมกนีเซียมและสังกะสี
แมกนีเซียม (Mg) เป็นองค์ประกอบของคลอโรฟิลล์และเกี่ยวข้องกับการสร้าง ATP สนับสนุนการผลิตพลังงาน
สังกะสี (Zn) เกี่ยวข้องกับการทำงานของเอนไซม์และการควบคุมฮอร์โมนพืช ช่วยรักษาความสมบูรณ์ของใบในช่วงสะสมความหวาน
การทำงานร่วมกันของ K, Mg และ Zn ทำให้ระบบ “ผลิต–ลำเลียง–สะสม” ดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง

การจัดการโภชนาการอย่างเป็นลำดับเชิงระบบ
ระยะปลูก–90 วันแรก ควรเน้นการสร้างใบและระบบราก โดยใช้ ปุ๋ยทางใบ FK-1 สูตร 20-20-20 + Mg + Zn เพื่อวางฐานการสังเคราะห์แสงที่แข็งแรง
ตั้งแต่อายุ 90 วันขึ้นไป เมื่ออ้อยเข้าสู่ระยะเร่งลำและสะสมน้ำตาล ควรเปลี่ยนเป็น ปุ๋ยทางใบ FK-3S สูตร 5-10-40 + Mg + Zn ซึ่งเน้นโพแทสเซียมสูง 40% เพื่อผลักดันการเคลื่อนย้ายซูโครส เพิ่มน้ำหนัก และยกระดับค่า CCS อย่างมีทิศทาง
แนวทางนี้สอดคล้องกับหลักโภชนาการพืชแบบบูรณาการ และเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ธาตุอาหารตามช่วงอายุอ้อย

แนวทางปฏิบัติในแปลง
ปุ๋ยทางใบ FK-3S สำหรับอ้อย
สูตร 5-10-40 + Mg + Zn
บรรจุ 2 กิโลกรัม (แยก 2 ถุง ถุงละ 1 กิโลกรัม)
ถุงที่ 1: N-P-K
ถุงที่ 2: Mg + Zn

อัตราการใช้
ตักถุงแรก 25–50 กรัม และถุงที่สอง 25–50 กรัม
ผสมรวมในน้ำ 20 ลิตร ฉีดพ่นทางใบ
เหมาะสำหรับอ้อยอายุ 90 วันขึ้นไป ระยะเร่งลำ เพิ่มน้ำหนัก และสะสมความหวาน

ข้อมูลการสั่งซื้อ
1 กล่อง ราคา 950 บาท
โปรพิเศษ
3 กล่อง 2,799 บาท
5 กล่อง 4,299 บาท
ส่งฟรี จ่ายเงินปลายทาง
สั่งซื้อทักแชท หรือสอบถามเพิ่มเติม โทร 090-592-8614

สรุปเชิงระบบแบบย่อ (30 วินาที)
อ้อยจะเพิ่มน้ำหนักและค่า CCS ได้ ไม่ใช่เพราะใส่ปุ๋ยมากขึ้น แต่เพราะจัดการการสร้างและการลำเลียงซูโครสให้สมดุลกัน, ช่วงต้นต้องสร้างใบให้แข็งแรงด้วยปุ๋ยทางใบ FK-1 สูตร 20-20-20 + Mg + Zn, เมื่ออายุเกิน 90 วันจึงเปลี่ยนเป็นปุ๋ยทางใบ FK-3S สูตร 5-10-40 + Mg + Zn เพื่อเน้นโพแทสเซียมผลักดันการเคลื่อนย้ายน้ำตาลสู่ลำ, นี่คือการจัดการอ้อยแบบมองทั้งระบบเพื่อเพิ่มผลผลิตอย่างมีทิศทางค่ะ

อ้างอิง
Taiz, L. et al. (2015). Plant Physiology and Development.
Marschner, P. (2012). Mineral Nutrition of Higher Plants.
Epstein, E. & Bloom, A.J. (2005). Mineral Nutrition of Plants.

#ไร่อ้อยเชิงระบบ #เพิ่มค่าCCS #เร่งลำอ้อย #โพแทสเซียมสูง #FK1 #FK3S
รูปภาพประกอบ
🌟 แนะนำ ปุ๋ย ยาปราบฯ คุณภาพดี
ผลผลิตเพิ่ม ราคาประหยัด! คลิกเลย!
← กลับหน้าบทความ
👁️ ผู้เยี่ยมชมทั้งหมด: 465698