[sort by : last post | last update] wiki เกษตร ที่ใครๆก็โพสได้..
+ โพสเรื่องใหม่ | + เลือกหน้า | All contents

 
ติดตามสินค้าที่คุณสั่ง
คุณ พรภิรมย์ มาพระลับ, ศุกร์ 10 กรกฎาคม 2563 14:36:04, เลขจัดส่ง SMAM000199673
คุณ ชัชชัย ทิมกลับ, ศุกร์ 10 กรกฎาคม 2563 12:43:35, เลขจัดส่ง SMAM000199672
คุณ โรจน์ จันทร์ทอง, ศุกร์ 10 กรกฎาคม 2563 11:14:03, เลขจัดส่ง SMAM000199674
คุณ เฉลียว ทิพย์อักษร, พฤหัสบดี 09 กรกฎาคม 2563 20:24:33, เลขจัดส่ง SMAM000199671
ด.ต.นิล ยงไร่นา , พฤหัสบดี 09 กรกฎาคม 2563 11:57:09, เลขจัดส่ง จัดส่งจากโรงงานถึงบ้านลูกค้า
คุณ กฤศ ภูธนวิวรรธน์, พุธ 08 กรกฎาคม 2563 21:37:39, เลขจัดส่ง SMAM000199494
ด.ต จรูญ ไพบูลย์, พุธ 08 กรกฎาคม 2563 19:24:01, เลขจัดส่ง SMAM000199495
คุณ ทรงวุฒิ มณีรัตน์, อังคาร 07 กรกฎาคม 2563 16:47:37, เลขจัดส่ง SMAM000199306
คุณสมเชษฐ์ บุญขวัญ , อังคาร 07 กรกฎาคม 2563 15:30:07, เลขจัดส่ง SMAM000199310
คุณราชัน สังเว, อังคาร 07 กรกฎาคม 2563 14:44:01, เลขจัดส่ง SMAM000199319
ดูรายการจัดส่งทั้งหมด
เกษตรฯ-พาณิชย์”เคาะราคาปุ๋ยพบสูงผิดปกติส่อเอาเปรียบเกษตรกร เตรียมเจรจาผู้นำเข้าปุ๋ยปรับลดราคา
202.91.19.204: 2553/02/20 10:47:38
เกษตรฯ-พาณิชย์”เคาะราคาปุ๋ยพบสูงผิดปกติส่อเอาเปรียบเกษตรกร เตรียมเจรจาผู้นำเข้าปุ๋ยปรับลดราคา
เกษตรฯ-พาณิชย์”เคาะราคาปุ๋ยพบสูงผิดปกติส่อเอาเปรียบเกษตรกร เตรียมเจรจาผู้นำเข้าปุ๋ยปรับลดราคา ชงพาณิชย์เดินหน้ามาตรการเด็ดขาดตามเกณฑ์สินค้าควบคุม พร้อมสรุปข้อมูลทั้งหมดเสนอต่อที่ประชุมครม.
    
“เกษตรฯ-พาณิชย์”เคาะราคาปุ๋ยพบสูงผิดปกติส่อเอาเปรียบเกษตรกร เตรียมเจรจาผู้นำเข้าปุ๋ยปรับลดราคา ชงพาณิชย์เดินหน้ามาตรการเด็ดขาดตามเกณฑ์สินค้าควบคุม พร้อมสรุปข้อมูลทั้งหมดเสนอต่อที่ประชุมครม.

                                นายสมศักดิ์   ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า จากการประชุมของคณะกรรมการปุ๋ยที่ประกอบด้วยตัวแทนของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และกระทรวงพาณิชย์ ที่ได้ร่วมกันหารือเกี่ยวกับปัญหาราคาปุ๋ยแพงในขณะนี้  ได้มีข้อสรุปร่วมกัน 4 ประเด็นสำคัญ คือ 1 การคงโครงสร้างอัตราการกำหนดราคาปุ๋ยเดิมที่กระทรวงพาณิชย์ได้ใช้มาตั้งแต่ปี 2547 จนถึงปัจจุบันในสัดส่วนค่าต้นทุนปุ๋ย 95 % ค่าการบริหารจัดการและค่าบรรจุ  5 % นำมารวมกับผลต่างก็คือกำไรอีก 2% เนื่องจากปริมาณปุ๋ยที่นำเข้ามาในแต่ละล๊อตมีจำนวนมาก ดังนั้น การกำหนดผลต่างด้านราคาเพียง 2 % จึงมีความเหมาะสม เนื่องจากปริมาณการนำเข้าปุ๋ยแต่ละล็อตมีจำนวนมาก การคิดผลต่างกำไรอัตรา 2 % นั้น ทั้งสองกระทรวงก็เห็นพ้องกันว่ามีความเหมาะสมแล้ว 

                                2. การพิจารณาในส่วนที่มาของราคาปุ๋ยซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการนำไปสู่การคิดราคาต้นทุน โดยจากการตรวจสอบที่มาของราคาการนำเข้าปุ๋ยยูเรียสูตร 46 -0 – 0 ของกระทรวงเกษตรฯ และกระทรวงพาณิชย์ไม่ต่างกัน อยู่ประมาณ 12,000 บาท/ตัน ในขณะที่การนำเข้าปุ๋ยสูตรอื่น ได้แก่ ปุ๋ยสูตร 16-20-0  และปุ๋ยสูตร 15-15-15 ซึ่งเป็นปุ๋ยสูตรที่เกษตรกรใช้เป็นจำนวนมาก ทางกระทรวงเกษตรฯ พบข้อมูลว่าปุ๋ยทั้งสองสูตรนั้นมีส่วนต่างของที่มา ระหว่างราคาที่ทางกระทรวงเกษตรฯตรวจสอบ กับราคา CIF ในใบอินวอยส์ที่บริษัทผู้นำเข้านำเสนอมีราคาที่ต่างกัน ดังนั้น กระทรวงเกษตรฯ จะหารือร่วมกับกระทรวงพาณิชย์ที่มีอำนาจในการกำกับดูแลราคาปุ๋ย  ซึ่งถือเป็นสินค้าควบคุมเพื่อหาแนวทางในการเจรจาปรับลดราคาปุ๋ยกับเอกชนผู้นำเข้า โดยจะเร่งดำเนินการหารือร่วมกับเอกชนผู้นำเข้าปุ๋ยโดยเร็วที่สุด ซึ่งหากเป็นไปได้คาดว่าจะมีการหารือ เพื่อให้ได้ข้อสรุปเรื่องการปรับลดราคาและแก้ปัญหาราคาปุ๋ยต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรีในวันอังคารหน้า

                                3.  ทางกระทรวงพาณิชย์ จะเร่งดำเนินการเช็คสต๊อคปุ๋ยอย่างละเอียด ทั้งระยะเวลาที่ดำเนินการสั่งซื้อ  และปริมาณการสั่งซื้อ เพื่อจะได้ทราบว่ามีการค้ากำไรปุ๋ยเกินควรหรือไม่ ขณะเดียวกันก็จะสามารถทราบสาเหตุของการที่ทำให้ราคาปุ๋ยขยับตัวสูงขึ้นอย่างผิดปกติ และประเด็นสุดท้าย คือ กระทรวงเกษตรฯ ได้มอบหมายให้คณะทำงานเรื่องปุ๋ยประสานการทำงานร่วมกับกระทรวงพาณิชย์ในการร่วมกันตรวจสอบปริมาณความต้องการการใช้ปุ๋ยภายในประเทศ และช่วงเวลาที่มีความต้องการใช้ปุ๋ยมาก เพื่อป้องกันปุ๋ยขาดตลาด

                                “จากข้อมูลราคาปุ๋ยที่กระทรวงเกษตรฯ และกระทรวงพาณิชย์ได้ตรวจพบ พบข้อสังเกตว่าราคาปุ๋ยปี 2550 กับปัจจุบันมีความต่างกันมาก จากปริมาณการนำเข้าปุ๋ยสูตร  16-20-0  ในปีผ่านมามีการนำเข้า 4 แสนกว่าตัน ราคาต้นทุนตันละ 8,177 บาท เมื่อรวมกับค่าบริหารจัดการ 5% และกำไร 2 % แล้ว ราคานำเข้าเฉลี่ยอยู่ที่ 10,700 บาท แต่ปัจจุบันกลับพบว่าราคาปุ๋ยขายปลีกอยู่ที่ตันละ 17,700 เมื่อนำมาขายให้แก่เกษตรกรอยู่ที่ตันละ 18,000 ซึ่งเมื่อเทียบราคาปีที่แล้วกับปีนี้เกษตรกรต้องซื้อปุ๋ยแพงขึ้นถึง 7 พันบาท/ตัน ส่วนข้อมูลการนำเข้าปุ๋ยสูตร 15-15-15  ปีที่แล้วจำนวน 3.6 แสนตัน เฉลี่ยต้นทุนตันละ 14,517 บาท  เมื่อรวมกับค่าบริหารจัดการและกำไรจะอยู่ที่ 16,000/ตัน  แต่ปัจจุบันราคาปุ๋ยสูตร 15-15-15 อยู่ที่ 19,300 บาท และขายให้แก่เกษตรกรในราคา 19,500 บาท ซึ่งกระทรวงเกษตรฯ เห็นว่าเป็นราคาที่มีความผิดปกติและไม่เป็นธรรมกับเกษตรกร ” นายสมศักดิ์ กล่าว

                                ทั้งนี้ หากผลการเจรจากับเอกชนนำเข้าปุ๋ย ซึ่งมีบริษัทผู้นำเข้ารายใหญ่ประมาณ 3 – 4 รายไม่สามารถปรับลดราคาลงได้ หรือเป็นราคาที่เกษตรกรได้รับความเดือนร้อน กระทรวงเกษตรฯ ก็ได้เตรียมมาตรการเสริมที่จะนำเข้าปุ๋ยจากประเทศผู้ผลิตปุ๋ยโดยตรง เพื่อนำเข้าปุ๋ยราคาที่เหมาะสมให้แก่เกษตรกร ขณะเดียวกัน จะเร่งรณรงค์ให้ความรู้แก่เกษตรกรในการใช้ปริมาณปุ๋ยเคมีผสมกับปุ๋ยอินทรีย์ที่สามารถผลิตเองได้ในอัตราส่วนที่เหมาะสม ซึ่งจะเป็นการลดต้นทุนการผลิตของเกษตรกรได้อีกทางหนึ่ง
    
วันที่ : 20/March/2008
moac.go.th
อ่าน:390 | ความคิดเห็น:0 | แสดงความคิดเห็น
บริการรถรับจ้าง รถปิคอัพ รถ6ล้อ ขนส่ง ขนย้าย แพ็คกิ้ง ทั่วไทย
203.152.57.5: 2553/02/20 10:47:38
บริการรถรับจ้าง รถปิคอัพ รถ6ล้อ ขนส่ง ขนย้าย แพ็คกิ้ง ทั่วไทย
รถรับจ้าง AA ***Yard Service 24 hours รถปิคอัพ รถ6ล้อ ขนย้าย ขนส่ง แพ็คกิ้ง ทั่วไทย *** จะขน จะย้าย อะไร เราบริการให้ 24 ชั่วโมง*** ยาร์ดเซอร์วิส   24 ชั่วโมง  เราเป็นธุรกิจด้านบริการ  รถปิคอัพ   รถ  4 ล้อใหญ่   รถ 6 ล้อหลายขนาด ให้เลือกใช้งาน  ย้ายบ้าน ย้ายห้อง ย้ายสำนักงาน ขนส่งสินค้าทุกชนิด  แพ็คกิ้ง  เราภูมิใจขอเสนอการบริการที่สุภาพ ซื่อสัตย์ ราคาพิเศษ เรามีหัวหน้างานที่ใส่ใจดูแลคุณ พร้อมทีมงานขนย้ายไว้คอยให้เรียกใช้บริการ
(ราคาเริ่มต้นที่ 400 บาท)

- บริการรถขนส่งสินค้าทุกชนิด
- บริการรถขนย้ายที่อยู่อาศัย, สำนักงาน
- บริการขนย้ายเฟอร์นิเจอร์
- บริการขนอุปกรณ์งานแสดงสินค้า
- บริการแพ็คกิ้ง
- บริการถอด - ประกอบเฟอร์นิเจอร์น็อกดาวน์
- บริการพนักงานยกของ
- บริการทั่วกรุงเทพฯและต่างจังหวัด

NEW !!! โปรโมชั่นพิเศษขอแสดงความขอบคุณลูกค้าที่ให้ความไว้วางใจใช้บริการของเรา  เมื่อ ขนย้าย  หรือ  ขนส่ง จากกรุงเทพฯ ไปจังหวัดต่าง ๆ   ในอัตราพิเศษสุด   กิโลเมตรละ   12 บาท นับจากจุดขึ้นของจนถึงจุดลงของ    สำหรับระยะทางตั้งแต่  600 กิโลเมตรขึ้นไป  เรามีส่วนลดค่าขนส่งอัตราพิเศษสุด  ขอเชิญท่านสอบถามรายละเอียดได้ทางหมายเลข  Hotline  (โปรโมชั่นนี้เฉพาะรถปิคอัพเท่านั้น)

เช่น จาก กรุงเทพ ไป ระยอง ระยะทางทั้งหมดจนถึงจุดลงของ 160 กิโลเมตร ในราคาเพียง 1,920บาท เท่านั้น
*** นอกเหนือจากนี้ ท่านสามารถสอบถามและตกลงราคาพิเศษได้อีก

Yard Service 24 Hours
รับงานประเภทแบบขนส่งทั่วไป , แบบรับเหมาทั้งคัน , แบบเหมาเป็นเที่ยว

HOTLINE : 089-076-5588  Fax :  02-736-8391 http://www.tarad.com/yardservice24hours/
อ่าน:507 | ความคิดเห็น:0 | แสดงความคิดเห็น
รถ 4 ล้อใหญ่,รถ 6 ล้อคอก,รถ 6 ล้อตู้,รถ 10 ล้อ,รถติดเครน,รถเฮี๊ยบ
203.152.57.5: 2563/06/17 10:27:05
รถ 4 ล้อใหญ่,รถ 6 ล้อคอก,รถ 6 ล้อตู้,รถ 10 ล้อ,รถติดเครน,รถเฮี๊ยบ
บริการรถรับจ้าง รับขนส่งสินค้า ขนย้ายสิ่งของทุกประเภท และรับวิ่งงานแห่ประเภทต่างๆ ด้วยรถทุกขนาด เช่น รถกระบ,รถ 4 ล้อใหญ่,รถ 6 ล้อคอก,รถ 6 ล้อตู้,รถ 10 ล้อ,รถติดเครน,รถเฮี๊ยบ บริการรับขนย้ายทั่วกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด
• บริการขนย้ายมืออาชีพ ย้ายสำนักงาน ย้ายบ้าน ย้ายอาพาร์ตเมนท์ สินค้า อุปกรณ์ต่าง ๆ รับแพ็ค จัดเรียง จัดเก็บ บริการทั่วประเทศ ด้วยพนักงานมืออาชีพในการขนย้าย ให้บริการ ตลอด 24 ชม.
• และบริการให้เช่ารถบัสปรับอากาศ รถบัสพัดลม เดินทางทั่วไทย
• สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่
โทร.08-1657-7411,08-9741-0693 ติดต่อคุณปภินดา
หรืเข้าไปดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซด์
www.ice-piletransport.com
E-mail : yui_srisuda@hotmail.com
อ่าน:676 | ความคิดเห็น:1 | แสดงความคิดเห็น
ต้องการรถ สิบล้อ ขนส่งปุ๋ยจาก สุพรรณ ไปอำนาจเจริญ
203.152.57.5: 2563/06/24 08:56:17
ต้องการรถ สิบล้อ ขนส่งปุ๋ยจาก สุพรรณ ไปอำนาจเจริญ
ต้องการรถ สิบล้อ ขนส่งปุ๋ยจาก สุพรรณ ไปอำนาจเจริญ
อ่าน:369 | ความคิดเห็น:2 | แสดงความคิดเห็น
“ที่ปรึกษา รมว.กษ.” ยืนยัน ไม่ทิ้งภาคเกษตรกรรมยั่งยืน
202.91.18.205: 2553/02/20 10:47:38
“ที่ปรึกษา รมว.กษ.” ยืนยัน ไม่ทิ้งภาคเกษตรกรรมยั่งยืน
“ที่ปรึกษา รมว.กษ.” ยืนยัน ไม่ทิ้งภาคเกษตรกรรมยั่งยืน เตรียมเดินหน้าจัดตั้งองค์กรขับเคลื่อนเกษตรอินทรีย์โดยตรง หวังวางเป็นเจ้าภาพบูรณาการแผนงาน แผนงบประมาณ และแผนดำเนินการ ขับเคลื่อนพัฒนาจากนโยบายสู่การปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม  
    
                                นายประพัฒน์  ปัญญาชาติรักษ์  ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์  เปิดเผยในการเป็นประธานและร่วมการเสวนาในงานมหกรรม 2 ทศวรรษคืนชีวิตให้แผ่นดิน ณ ศูนย์กสิกรรมธรรมชาติมาบเอื้อง อ.บ้านบึง  จ.ชลบุรี ว่า  กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จะดำเนินงานด้านเกษตรอินทรีย์ โดยยึดปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงอย่างต่อเนื่อง ด้วยเล็งเห็นว่าการทำเกษตรกรรมในลักษณะดังกล่าวจะเป็นพื้นฐานในการสร้างความเข้มแข็งให้กับเกษตรกรสามารถพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืน เนื่องจากเป็นวิธีที่ช่วยลดต้นทุนการผลิต         เป็นทางออกในการลดหนี้ มีรายได้ต่อเนื่องที่เหมาะสม  อีกทั้งยังถือเป็นการฟื้นฟูธรรมชาติและพื้นที่การเกษตรเสี่อมโทรมหลายล้านไร่ที่เกิดจากการใช้สารเคมีมาเป็นระยะเวลานาน ให้มีความอุดมสมบูรณ์ดังเดิมอีกด้วย

                                โดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ก็ตระหนักถึงความสำคัญของเกษตรอินทรีย์เช่นเดียวกัน ซึ่งในเบื้องต้นได้มีการหารือกับผู้เกี่ยวข้องเพื่อศึกษาถึงความเป็นไปได้และเตรียมการที่จะจัดตั้งหน่วยงานดูแลเรื่องเกษตรอินทรีย์โดยตรง  อาจมีการบริหารในรูปแบบองค์กรหรือสำนัก เพื่อทำหน้าที่บูรณาการทั้งในส่วนของแผนงาน  แผนงบประมาณ และแผนดำเนินการ  ตลอดจนการวางกลยุทธ์และแนวทางการพัฒนาเกษตรอินทรีย์ของประเทศไทยให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน ซึ่งเชื่อมั่นว่าการดำเนินงานในลักษณะนี้จะทำให้     มีเจ้าภาพรับผิดชอบที่ชัดเจน ส่งผลให้เกิดการตื่นตัวที่จะขับเคลื่อนเรื่องดังกล่าวให้เกิดความก้าวหน้า               กลุ่มเกษตรกรที่เดิมมีการสร้างเครือข่ายระหว่างกันอยู่แล้วก็จะได้รับการสนับสนุนที่ชัดเจนขึ้นจากภาครัฐ ทั้งด้านการอบรม  การติดตามผล  และการนำไปใช้ประโยชน์   รวมถึงการต่อยอดสร้างความร่วมมือระหว่างภาคส่วน      ที่สำคัญ ไม่ว่าจะเป็นแวดวงวิชาการ ภาคเอกชน ภาคประชาชน ภาคประชาสังคมและสื่อมวลชน  ได้ร่วมกันผลักดันและพัฒนาเกษตรอินทรีย์ให้สมกับที่ได้รับการประกาศเป็นวาระแห่งชาติอีกด้วย

                                “ การทำเกษตรอินทรีย์ถือเป็นรูปแบบของเศรษฐกิจพึ่งตนเอง เกษตรกรทำการเกษตรอย่าง     รู้เท่าทัน มีการสร้างองค์ความรู้จากภูมิปัญญาท้องถิ่นและประสบการณ์ที่ตนเองหรือกลุ่มได้พบเจอแล้วนำมาถ่ายทอดให้กับเครือข่าย เป็นแนวทางที่นำชีวิตหวนคืนสู่การพึ่งพาตนเอง  ซึ่งนับเป็นเรื่องน่ายินดีที่หลายฝ่าย      ทั้งภาควิชาการ คือ สถาบันหรือมหาวิทยาลัยต่างๆ รวมทั้งภาคเอกชน และสื่อสารมวลชน มีความตื่นตัวและ     ขานรับแนวคิดข้างต้นอย่างต่อเนื่องแพร่หลายมากขึ้นในช่วงระยะเวลาไม่กี่ปีที่ผ่านมา กระทรวงเกษตรฯ ในฐานะหน่วยงานที่ดูแลรับผิดชอบเรื่องนี้โดยตรงจะเร่งเตรียมความพร้อมจัดตั้งองค์กร เพื่อดูแลเรื่องเกษตรอินทรีย์และผลักดันเชิงนโยบายด้านเศรษฐกิจพอเพียงให้ลงสู่การปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรมโดยเร็วที่สุด” นายประพัฒน์ กล่าว
 
    
  วันที่ : 17/March/2008  
ที่มา: www.moac.go.th
อ่าน:338 | ความคิดเห็น:0 | แสดงความคิดเห็น
ดินเกษตร(ดินผสมปุ๋ยอินทรีย์)
118.174.199.128: 2553/02/20 10:47:38
ดินเกษตร(ดินผสมปุ๋ยอินทรีย์)
ดินเกษตรที่ใช้สำหรับใส่ถุงเพาะชำมีขาย(ราคาส่ง)ที่ไหนบ้างอยู่ภาคอีสาน  ตอนนี้ผสมเองใช้ ปุ๋ยคอก+หน้าดิน+แกลบเผา แต่เหนื่อยมาก
อ่าน:628 | ความคิดเห็น:2 | แสดงความคิดเห็น
ต้นตะกู จำหน่ายทั้งปลีกและส่ง ติดต่อตัวแทนจำหน่าย ทั่วประเทศ
58.9.95.25: 2553/02/20 10:47:38
ต้นตะกู จำหน่ายทั้งปลีกและส่ง ติดต่อตัวแทนจำหน่าย ทั่วประเทศ
ต้นตะกู (พันธุ์ก้านแดง)ไม้โตเร็ว พืชเศรษฐกิจชนิดใหม่ คุณภาพใกล้เคียงไม้สัก
ไม้ตะกูอยู่ในวงศ์ Rubiaceae มีชื่อสามัญรียกแตกต่างกันไปตามท้องถิ่นว่า ไม้กระทุ่มหรืกระทุ่มบก (ภาคกลางและภาคเหนือ) ตะโกใหญ่ หรือตะโกส้ม (ภาคตะวันออก) และตุ้มขี้หมู (ภาคใต้) ไม้ตะกูเป็นไม้เบิกนำที่เจริญเติบโตได้เร็วมากชนิดหนึ่ง ขึ้นเป็นกลุ่มเป็นก้อนในพื้นที่ป่าที่ถูกแผ้วถางแล้วปล่อยทิ้งไว้เป็นไร่ร้าง เป็นไม้ที่มีวัยตัดฟันสั้นสามารถขึ้นได้ในสิ่งแวดล้อมหลายสภาพ แตกหน่อได้ดี มีปัญหาเกี่ยวกับโรคและแมลงทำลายน้อย
ไม้ตะกูสามารถนำไปใช้ประโยชน์ในอุตสาหกรรมได้หลายประเภท เช่น การทำไม้อัด ไม้บาง ก้านไม้ขีดไฟ ไฟเบอร์บอร์ด พาร์ติเคิลบอร์ด แปรงลบกระดาน และรองเท้าได้เป็นอย่างดี
การใช้ประโยชน์ที่สำคัญอีกประการหนึ่งของไม้ตะกู ได้แก่ ใช้ในการทำเยื่อและกระดาษ ที่ประเทศฟิลิปปินส์พบว่าไม้ตะกู อายุ 3 ปี ก็สามารถนำเยื่อไปทำกระดาษเขียนหนังสือและกระดาษหนังสือออฟเสทที่มีคุณภาพดี และยังพบว่าไม้ตะกูเป็นเยื่อชั้นดีที่ให้ความเหนียวของกระดาษสูง
นอกจากนี้ตะกูยังมีคุณสมบัติดีเด่นในแง่ที่สามารถตัดให้แตกหน่อได้ดี จึงเป็นความหวังในอนาคตที่จะปลูกสร้างสวนป่าไม้ตะกูเพื่อเป็นแหล่งผลิตไม้แผ่นขนาดเล็ก ไม้ท่อน และทำเยื่อกระดาษ โดยใช้รอบตัดฟันเพียง 5-10 ปี และจากเอกสารไม้อัดไทยบางนาได้แนะนำว่า ไม้ตะกูเป็นความหวังใหม่ในอนาคตสามารถปลูกเป็นสวนป่าเอกชน เพื่อจำหน่ายในรูปไม้ซุงที่มีอนาคตสดใสมากที่สุดชนิดหนึ่ง

มีกล้าพันธุ์ต้นตะกู จำหน่ายทั้งส่งและปลีก  รวมทั้งประกันราคารับซื้อคืนผลผลิต
สนใจดูรายเอียดเพิ่มเติม  หรือติดต่อตัวแทนจำหน่าย (ตามที่อยู่ในเวปไซด์)
www.tagoo.igetweb.com
1. คุณธนิตศักย์  จันทร์เจนระวี
   79/10 หมู่ 2 ต.ท่าศาลา อ.เมือง จ.เชียงใหม่ 50000
   โทร  086 670 5983 แฟกซ์  053 115 711
2. คุณสราวุฒิ  วรพงษ์ 
    อ.แม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน 58000 
    โทร 084 040 9739
3. คุณทินกร  สุขสุวรรณ
    49/24 ถนนเจษฏาบดินทร์ ต.ท่าอิฐ
    อ.เมือง  จ.อุตรดิตถ์ 53000
    โทร  081 474 1747, 055 411 663
4. คุณประเชาวน์  เชาวน์จันทร์ทุ่ง
   120/16 หมู่บ้านแกรนด์เฮ้าส์ ถนนบ้านเหล่า ต.หมากแข้ง
   อ.เมือง จ.อุดรธานี 41000
  โทร 086 2419421, 042 240992
5. คุณดายุทธ  รักมะณี
    26 บ้านน้อยหัวคู หมู่ 7 ต.ขมิ้น
    อ.เมือง จ.สกลนคร 47220
    โทร  081 911 1764
6. คุณรัชรุจ บุญครอง
   21 ซอยพิชิตรังสรรค์ ถนนพิชิตรังสรรค์ ต.ในเมือง
   อ.เมือง จ.อุบลราชธานี 34000
  โทร  085 011 8603
7. คุณสามารถ  สิงหรา
    242 หมู่ 4 ต.กันจุ 
    อ. บึงสามพัน จ.เพชรบูรณ์ 67160
    โทร  089 022 7684  
8. คุณบรรจงสิทธิ์  วิญญรัตน์
    70/1 ซอยทางไผ่ 1 ถนนริมน้ำ ต.ท่าประดู่
    อ.เมือง  จ.ระยอง 21000
    โทร  089 121 9954 
สำนักงานใหญ่
บริษัท  แกรนด์บิซ จำกัด
36/51 หมู่ 2 ถนนเลียบคลองทวีวัฒนา เขตทวีวัฒนา กรุงเทพ 10170
โทร  084 0123451,  086 789 8845
คุณวรภัทร  ทรวงแสวง
อ่าน:1132 | ความคิดเห็น:8 | แสดงความคิดเห็น
กระทรวงเกษตรฯ เดินหน้าผลักดันภาคอีสานเป็นโอเปคไทยใน 4 ปีข้างหน้า
58.10.90.129: 2553/02/20 10:47:38
กระทรวงเกษตรฯ เดินหน้าผลักดันภาคอีสานเป็นโอเปคไทยใน 4 ปีข้างหน้า
กระทรวงเกษตรฯ เดินหน้าผลักดันภาคอีสานเป็นโอเปคไทยใน 4 ปีข้างหน้า พร้อมเร่งแก้ปัญหาหนี้เกษตรกรทั้งระบบ ย้ำ 3 กรม 2 รัฐวิสาหกิจในกำกับ จับมือทำงานร่วมกันเห็นผลงานใน 1 ปี  
    
  กระทรวงเกษตรฯ เดินหน้าผลักดันภาคอีสานเป็นโอเปคไทยใน 4 ปีข้างหน้า พร้อมเร่งแก้ปัญหาหนี้เกษตรกรทั้งระบบ ย้ำ 3 กรม 2 รัฐวิสาหกิจในกำกับ จับมือทำงานร่วมกันเห็นผลงานใน 1 ปี นายธีระชัย แสนแก้ว รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า ตามที่รัฐบาลมีนโยบายที่จะแก้ไขปัญหาความยากจนและหนี้สินของเกษตรกร โดยยกระดับคุณภาพชีวิตความเป็นอยู่ และสร้างรายได้ของเกษตรกรให้ดีขึ้น ประกอบกับความต้องการพืชพลังงานที่เพิ่มสูงขึ้นเพื่อลดการพึ่งพาการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงจากต่างประเทศ จึงได้มอบหมายให้กรมวิชาการเกษตรเร่งจัดเตรียมพันธุ์อ้อย และพันธุ์มันสำปะหลังพันธุ์ดี ตลอดจนการถ่ายทอดเทคโนโลยีเรื่องการปรับปรุงประสิทธิภาพการผลิตพืชทั้ง 2 ชนิด เพื่อส่งเสริมให้เกษตรกรในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือโดยเฉพาะพื้นที่มีศักยภาพเหมาะสมปลูก ควบคู่ไปกับเชิญชวนให้ภาคเอกชนเข้ามาลงทุนการผลิตเอทานอล และอุตสาหกรรมต่อเนื่องจากพืชพลังงาน โดยตั้งเป้าภายใน 1 ปี จะสามารถสนับสนุนให้มีการนำผลผลิตอ้อย และมันสำปะหลังอย่างน้อยร้อยละ 30 ของผลผลิตทั้งหมดไปผลิตเป็นเอทานอล จากนั้นใน “4 ปีข้างหน้าจะผลักดันภาคตะวันออกเฉียงเหนือให้เป็นโอเปคของไทย” เพื่อสร้างทางเลือกด้านพลังงานให้กับประเทศต่อไป “ในเบื้องต้น กระทรวงเกษตรฯจะเร่งหารือกับกระทรวงพลังงานเพื่อขอทราบข้อมูลความต้องการใช้เอทานอล แผนการก่อสร้างโรงงานผลิตเอทานอล และมาตรการเรื่องพลังงานทดแทนทั้งระบบ จากนั้นจะนำข้อมูลที่ได้มาจัดทำแผนการผลิตและกำหนดพื้นที่เป้าหมายในการทำ Zoning ที่เหมาะสมและสอดคล้องกับกำลังการผลิตของโรงงานผลิตเอทานอลในแต่ละพื้นที่ เพื่อให้ภาคเอกชนที่ลงทุนสามารถมั่นใจได้ว่าจะมีผลผลิตที่เพียงพอ ขณะเดียวกันยังเป็นการป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาการแย่งชิงผลผลิตมันสำปะหลัง และอ้อยกับภาคการบริโภคอีกด้วย” นายธีระชัย กล่าว รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรฯ กล่าวเพิ่มเติมว่า นอกจากนี้ยังได้มอบหมายให้กรมส่งเสริมสหกรณ์และกรมตรวจบัญชีสหกรณ์ เร่งรณรงค์ให้ความรู้เรื่องการจัดทำบัญชีฟาร์ม และบัญชีครัวเรือนกับสมาชิกสหกรณ์ และกลุ่มเกษตรกรทั่วประเทศ เพื่อเป็นการกระตุ้นให้เกษตรกรทราบสถานะทางการเงินของตน และสามารถลดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็นได้ อันจะนำไปสู่การพึ่งพาตนเองในอนาคต ส่วนเรื่องของการฟื้นฟูอาชีพเกษตรกรโดยเฉพาะการปรับโครงสร้างหนี้ เพื่อแก้ปัญหาหนี้สินนั้น ได้มอบหมายให้กรมส่งเสริมสหกรณ์เป็นหน่วยงานหลักในการรวบรวม และประเมินผลดำเนินงานที่ผ่านมาของแต่ละหน่วยงานใน 4 หัวข้อได้แก่ 1)มาตรการที่ผ่านมาของแต่ละหน่วยงาน 2)แผนงานการพักชำระหนี้ในปีงบประมาณ 2551 3)ผลการดำเนินงานที่ผ่านมาเป็นอย่างไร และ 4)แนวทางแก้ไขปัญหา-อุปสรรคที่เกิดขึ้น จากนั้นนำข้อมูลทั้งหมดที่ได้มาวิเคราะห์และประเมินผลจัดทำแผนบูรณาการทำงานร่วมกัน เพื่อเร่งดำเนินการแก้ไขปัญหาหนี้สินของเกษตรกรให้มีความชัดเจน และสอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน  
    
  วันที่ : 03/March/2008  
www.moac.go.th
อ่าน:448 | ความคิดเห็น:0 | แสดงความคิดเห็น
เกษตรฯ เร่งปิดบัญชีปัญหาเขื่อนน้ำอูน เตรียมเสนอเข้าครม.ให้ความช่วยเหลือเกษตรกร
203.152.57.5: 2553/02/20 10:47:38
เกษตรฯ เร่งปิดบัญชีปัญหาเขื่อนน้ำอูน เตรียมเสนอเข้าครม.ให้ความช่วยเหลือเกษตรกร
เกษตรฯ เร่งปิดบัญชีปัญหาเขื่อนน้ำอูน เตรียมเสนอเข้าครม.ให้ความช่วยเหลือเกษตรกรอีก 782 ราย ชดเชยในอัตรารายละ 1.5 แสนบาท
    
นายประพัฒน์ ปัญญาชาติรักษ์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยภายหลังประชุมร่วมกับตัวแทนเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากการก่อสร้าง เขื่อนน้ำอูน จ.สกลนครว่า โดยส่วนใหญ่เกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากการก่อสร้างเขื่อนน้ำอูนได้รับการชด เชยและให้ความช่วยเหลือไปแล้ว ยังคงเหลือจำนวนเพียง 782 รายที่คณะกรรมการร่วมระหว่างภาคราชการและผู้แทนเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจาก การดำเนินงานโครงการของรัฐ ได้มีมติพิจารณาจ่ายค่าชดเชยให้แก่เกษตรกรรายละ 15 ไร่ จำนวนไร่ละ 1 หมื่นบาท รวมเป็นเงินจำนวน 1.5 แสนบาท/ราย ซึ่งในที่ประชุมได้แจ้งให้แก่ตัวแทนเกษตรกรได้รับทราบแล้ว และจะนำเสนอเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรีเพื่ออนุมัติให้กระทรวงเกษตรฯ ดำเนินการจ่ายค่าชดเชยให้แก่เกษตรกรโดยเร็ว นอกจากนี้ ตัวแทนเกษตรกรเขื่อนน้ำอูนยังได้แจ้งเพิ่มเติมถึงจำนวนเกษตรกรที่ยังตกค้าง อีก 38 ราย เนื่องจากไม่ได้มาแจ้งขึ้นทะเบียนผู้ได้รับผลกระทบจากการก่อสร้างเขื่อนน้ำ อูน ซึ่งก็ได้มอบหมายให้เกษตรกรกลุ่มดังกล่าวไปสำรวจข้อมูล และข้อเท็จจริงอีกครั้ง เพื่อนำเสนอต่อคณะกรรมการร่วมระหว่างภาคราชการและผู้แทนเกษตรกรที่ได้รับผล กระทบจากการดำเนินงานโครงการของรัฐชุดใหม่ โดยขณะนี้กรมชลประทานได้จัดทำร่างคณะกรรมการฯ ชุดดังกล่าวเรียบร้อยแล้ว ซึ่งขั้นตอนต่อไปจะนำเสนอต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรฯ พิจารณา เพื่อลงนามในคำสั่งแต่งตั้งแทนคณะกรรมการฯชุดเดิมที่หมดวาระ เพื่อดำเนินการแก้ไขปัญหาและหาข้อยุติกรณีผู้ได้รับผลกระทบจากการก่อสร้าง เขื่อนน้ำอูนให้เสร็จสิ้นโดยเร็ว รวมทั้งโครงการอื่นๆ ของกรมชลประทานที่ยังคั่งค้างอยู่ด้วยเช่นกัน
    
   วันที่ : 25/February/2008 

http://www.moac.go.th
อ่าน:413 | ความคิดเห็น:0 | แสดงความคิดเห็น
กระทรวงเกษตรฯ พิจารณาหลักเกณฑ์การจัดสรรโควตาส่งออกกล้วยสดไปญี่ปุ่น
58.10.90.61: 2553/02/20 10:47:38
กระทรวงเกษตรฯ พิจารณาหลักเกณฑ์การจัดสรรโควตาส่งออกกล้วยสดไปญี่ปุ่น
กระทรวงเกษตรฯ พิจารณาหลักเกณฑ์การจัดสรรโควตาส่งออกกล้วยสดไปญี่ปุ่น เพื่อรองรับความตกลงภายใต้กรอบ JTEPA ปี 2 ซึ่งจะเริ่มมีผลบังคับใช้ในเดือนเมษายน 2551  
    
  กระทรวงเกษตรฯ  พิจารณาหลักเกณฑ์การจัดสรรโควตาส่งออกกล้วยสดไปญี่ปุ่น เพื่อรองรับความตกลงภายใต้กรอบ JTEPA  ปี 2  ซึ่งจะเริ่มมีผลบังคับใช้ในเดือนเมษายน 2551

 

                                นายยุคล  ลิ้มแหลมทอง  รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์  เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะอนุกรรมการพืชสวนว่า  จากการพิจารณาหลักเกณฑ์  วิธีการ  และเงื่อนไข                  การจัดสรรโควตาส่งออกสินค้ากล้วยภายใต้กรอบความตกลงหุ้นส่วนเศรษฐกิจไทย – ญี่ปุ่น  (JTEPA) ปี 2  ซึ่งญี่ปุ่นจะให้โควตาส่งออกกล้วยสดแก่ไทย จำนวน 5,000  ตัน   และจะเริ่มมี         ผลบังคับใช้ระหว่างวันที่ 1 เมษายน 2551 -31 มีนาคม 2552 นั้น  ที่ประชุมได้เห็นชอบหลักเกณฑ์  วิธีการ  และเงื่อนไขการจัดสรรโควตาส่งออกสินค้ากล้วย  ดังนี้  1) ผู้มีสิทธิได้รับการจัดสรรโควตาส่งออกกล้วยสด   ต้องมีคุณสมบัติ  คือ 1.1 ต้องเป็นนิติบุคคล  และเป็นผู้ประกอบการกิจการ             สินค้ากล้วย   1.2  ผู้ส่งออกกล้วยสดต้องใช้กล้วยสดที่ผลิตขึ้นในประเทศไทย   2)  ปริมาณ  หลักเกณฑ์  วิธีการ  และเงื่อนไขในการจัดสรร    มีปริมาณการจัดสรร รวม 5,000 ตัน  โดยแบ่ง         การจัดสรรโควตาเป็น 3 ส่วน  คือ  1) โควตากลาง  คิดเป็นร้อยละ 15    2) โควตาสำหรับผู้ส่งออกรายใหม่  ซึ่งไม่เคยมีประวัติการส่งออกไปญี่ปุ่น 3 ปี ย้อนหลัง (ปี 2548 - 2550)  คิดเป็น ร้อยละ 15  3)  โควตาสำหรับผู้ส่งออกที่มีประวัติส่งออกไปญี่ปุ่น 3 ปี ย้อนหลัง  คิดเป็น ร้อยละ 70   นอกจากนี้ยังกำหนดให้ผู้ส่งออกที่ได้รับการจัดสรรโควตารายงานผลการดำเนินงานให้กรมวิชาการรับทราบภายหลังจากมีการส่งออกแล้ว  15 วัน  เพื่อรวบรวมเป็นข้อมูลสำหรับใช้ในการจัดสรรโควตา                ปีต่อไป    โดยที่ประชุมได้มอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งดำเนินการพิจารณาจัดสรรโควตาสินค้ากล้วย  และรายงานให้กรมการค้าต่างประเทศ  กระทรวงพาณิชย์ทราบ  เพื่อจะสามารถออกประกาศได้ก่อนที่ความตกลง JTEPA ปีที่ 2  จะเริ่มมีผลบังคับใช้  

                                ทั้งนี้  คาดว่าการกำหนดหลักเกณฑ์การจัดสรรโควตาดังกล่าว  นอกจากจะทำให้การดำเนินงานภายใต้กรอบ  JTEPA เป็นไปอย่างต่อเนื่องแล้ว  ยังช่วยลดปัญหาการยื่นจองสิทธิประโยชน์โดยไม่มีการปฏิบัติจริง  ซึ่งจะส่งผลกระทบทำให้ผู้ส่งออกรายอื่นไม่สามารถได้รับประโยชน์อย่างเต็มที่ด้วย
 
    
  วันที่ : 19/February/2008  
http://www.moac.go.th/builder/moac06/#
อ่าน:358 | ความคิดเห็น:0 | แสดงความคิดเห็น
2294 เรื่อง หน้าละ 10 รายการ 229 หน้า, หน้าที่ 230 มี 4 รายการ
|-Page 226 of 230-| 1 | 2 | 3 | 4 | 5 | 6 | 7 | 8 | 9 | 10 | 11 | 12 | 13 | 14 | 15 | 16 | 17 | 18 | 19 | 20 | 21 | 22 | 23 | 24 | 25 | 26 | 27 | 28 | 29 | 30 | 31 | 32 | 33 | 34 | 35 | 36 | 37 | 38 | 39 | 40 | 41 | 42 | 43 | 44 | 45 | 46 | 47 | 48 | 49 | 50 | 51 | 52 | 53 | 54 | 55 | 56 | 57 | 58 | 59 | 60 | 61 | 62 | 63 | 64 | 65 | 66 | 67 | 68 | 69 | 70 | 71 | 72 | 73 | 74 | 75 | 76 | 77 | 78 | 79 | 80 | 81 | 82 | 83 | 84 | 85 | 86 | 87 | 88 | 89 | 90 | 91 | 92 | 93 | 94 | 95 | 96 | 97 | 98 | 99 | 100 | 101 | 102 | 103 | 104 | 105 | 106 | 107 | 108 | 109 | 110 | 111 | 112 | 113 | 114 | 115 | 116 | 117 | 118 | 119 | 120 | 121 | 122 | 123 | 124 | 125 | 126 | 127 | 128 | 129 | 130 | 131 | 132 | 133 | 134 | 135 | 136 | 137 | 138 | 139 | 140 | 141 | 142 | 143 | 144 | 145 | 146 | 147 | 148 | 149 | 150 | 151 | 152 | 153 | 154 | 155 | 156 | 157 | 158 | 159 | 160 | 161 | 162 | 163 | 164 | 165 | 166 | 167 | 168 | 169 | 170 | 171 | 172 | 173 | 174 | 175 | 176 | 177 | 178 | 179 | 180 | 181 | 182 | 183 | 184 | 185 | 186 | 187 | 188 | 189 | 190 | 191 | 192 | 193 | 194 | 195 | 196 | 197 | 198 | 199 | 200 | 201 | 202 | 203 | 204 | 205 | 206 | 207 | 208 | 209 | 210 | 211 | 212 | 213 | 214 | 215 | 216 | 217 | 218 | 219 | 220 | 221 | 222 | 223 | 224 | 225 | 226 | 227 | 228 | 229 | 230 |
เตือนปุ๋ยปลอมราคาถูกระบาด
Update: ././. .:.:. - Views: 41443 | Ans: 0
มีพันธุ์เกล็ดมังกร แท้ ขาย
Update: 2554/03/28 15:49:36 - Views: 663 | Ans: 0
การขอโควต้าอ้อยจากโรงงาน มีวิธีการอย่างไร
Update: 2563/04/18 21:27:02 - Views: 11232 | Ans: 2
ก.เกษตรฯ เตรียมจับมือ ก.พลังงานและอุตสาหกรรมนำร่องเปลี่ยนไปใช้รถยนต์ E 20...
Update: ././. .:.:. - Views: 1999 | Ans: 0
ประเทศไทย เป็นประเทศกำลังพัฒนา ที่มีปัญหาเหมือนกับ ประเทศที่พัฒนาแล้ว สังคมผู้สูงวัย
Update: 2562/08/15 09:55:17 - Views: 221 | Ans: 0
ประเทศไทย เป็นประเทศกำลังพัฒนา ที่มีปัญหาเหมือนกับ ประเทศที่พัฒนาแล้ว สังคมผู้สูงวัย
ขายต้นหม่อน พันธุ์ กำแพงแสน 42
Update: 2554/12/18 21:54:28 - Views: 14050 | Ans: 0
ขายต้นหม่อน พันธุ์ กำแพงแสน 42
สอบถามเรื่องเชื้อเห็ดฟางครับ
Update: 2554/07/01 07:22:51 - Views: 12512 | Ans: 2
ยกบริจาคที่ดินเพื่อทำเกษตรตัวอย่าง ขนาด 4 ไร่ ที่ลำปาง ติดลำวังผู
Update: 2563/06/26 11:27:44 - Views: 7104 | Ans: 0
เพชรสังฆาต สมุนไพรไทย รักษาโรคริดสีดวงทวาร
Update: 2563/05/12 13:22:41 - Views: 96 | Ans: 0
เพชรสังฆาต สมุนไพรไทย รักษาโรคริดสีดวงทวาร
เพชรสังฆาต สมุนไพรไทย รักษาโรคริดสีดวงทวาร
รถแทรคเตอร์ YANMAR คุณภาพสูง ราคาสุดคุ้มเพียง 150,000 บาท
Update: 2558/05/09 14:44:26 - Views: 1376 | Ans: 0
© FarmKaset.ORG