[sort by : last post | last update] wiki เกษตร ที่ใครๆก็โพสได้..
+ โพสเรื่องใหม่ | + เลือกหน้า | All contents

 
ติดตามสินค้าที่คุณสั่ง
คุณ สัญชัย จินตริน, Thursday 17 September 2020 03:16:40, เลขจัดส่ง SMAM000209584
คุณ ถนัดวิทย์ โกศล, Wednesday 16 September 2020 08:58:41, เลขจัดส่ง SMAM000209585
คุณ รพีพงศ์ ศรีวรมย์, Wednesday 16 September 2020 06:05:29, เลขจัดส่ง SMAM000209582
คุณ เบ็ญจรงค์ หอมทวนลม, Wednesday 16 September 2020 06:04:31, เลขจัดส่ง SMAM000209583
คุณ อาทิตย์ ขุนศรี, Tuesday 15 September 2020 22:32:35, เลขจัดส่ง SMAM000209429
คุณ อริยะ โสทอง, Tuesday 15 September 2020 03:46:46, เลขจัดส่ง SMAM000209260
น.ส.บังอร พักละ, Tuesday 15 September 2020 01:30:49, เลขจัดส่ง SMAM000209263
คุณ อรทัย ชัยชนะ, Monday 14 September 2020 23:11:28, เลขจัดส่ง SMAM000209261
คุณ ชัยวัฒน์ จือเปีย, Monday 14 September 2020 22:36:50, เลขจัดส่ง SMAM000209529
คุณ พัชรินทร์ รอดเจริญ, Monday 14 September 2020 06:15:14, เลขจัดส่ง SMAM000209266
ดูรายการจัดส่งทั้งหมด
การปรับสภาพน้ำบาดาล น้ำผิวดิน น้ำดิบ แก้ปัญหาน้ำเป็นกรด-ด่าง
58.11.156.157: 2563/09/18 11:51:09

ระบบการบำบัดน้ำเพื่อการอุปโภค เป็นการนำน้ำผิวดินหรือน้ำดิบเข้าสู่กระบวนการผลิตเพื่อให้ได้น้ำประปา ซึ่งน้ำที่ได้จะนำไปใช้เพื่อการอุปโภคบริโภค เกษตรกรรม และอุตสาหกรรมบางประเภทที่ไม่ต้องใช้น้ำที่มีคุณภาพสูง ซึ่งจะมีการเติมสารละลายส้มหรือสารละลายปูนขาวลงไป ในน้ำ เพื่อช่วยให้เกิดการตกตะกอนและปรับค่าความเป็น กรด-ด่างของน้ำดิบ
น้ำใสจะไหลออกจากถังตกตะกอนเข้าสู่ถังกรอง ในขณะเดียวกันจะมีการจ่ายสารละลายคลอรีน เพื่อฆ่าเชื้อโรคในอัตราส่วนที่พอเหมาะแล้วนำไปเก็บไว้ในถังน้ำใสเพื่อรอการสูบจ่ายซึ่งในกระบวนการสูบจ่ายสารละลายเคมีควรใช้ปั๊มที่มีคุณภาพ และมีอัตราการจ่ายน้ำยาที่แม่นยำ หัวปั๊มทำจากวัสดุทนเคมีกัดกร่อน คุณภาพเยี่ยม แบรนด์ EMEC ผลิตจากประเทศอิตาลี นำเข้าโดย บริษัท เอส ไรคส์จำกัด ตัวแทนจำหน่ายปั๊มเคมีจากยุโรปในประเทศไทย

ให้ เอส ไรคส์ ช่วยเลือกปั๊มที่เหมาะสมกับกระบวนการบำบัดน้ำของคุณ โทร 023223188, 0917741198(ฝ่ายการตลาด)

ไลน์ไอดี sreich

Email : mkt2@sreichcompany.com

http://www.sreichcompany.com/th/index.php

อ่าน:7 | ความคิดเห็น:0 | แสดงความคิดเห็น
ปั๊มใบพัดสแตนเลส ปั๊มมอเตอร์3เฟส ปั๊มสูบส่งเคมีเกษตร
58.11.156.157: 2563/09/18 11:49:48

Tapflo centrifugal pump SS316L ปั๊มของเหลว ปั๊มกรดไนตริก ปั๊มไฮโดรคลอริก ปั๊มซัลฟูริก ปั๊มโซดาไฟ สูบส่งของเหลวได้ดี มีมอเตอร์ไฟ 3phase หรือ 1phase ได้ตามสเปค Chemical centrifugal pump acid resistant made in Sweden pump มีวัสดุแมคซีลหลากหลาย เช่น Mechanical Seal : SiC/SiC/EPDM/AISI316Lหรือเลือกตามเคมีที่สูบส่ง

ปั๊มเคมี, ปั๊มโดส, ปั๊มไดอะแฟรม, ปั๊มหอยโข่ง, ปั๊มฟู้ดเกรด, ปั๊มสแตนเลส, ปั๊มดูดครีม , ปั๊มจุ่ม, ปั๊มบำบัดน้ำเสีย, ปั๊มติ๊ก, ปั๊มAODD, ปั๊มTapflo, ปั๊มEMEC, ปั๊มสูบน้ำ

โทร 023223188 , 0917741198(ฝ่ายการตลาด)

ไลน์ไอดี sreich

Email : mkt2@sreichcompany.com

http://www.sreichcompany.com/th/index.php

อ่าน:9 | ความคิดเห็น:0 | แสดงความคิดเห็น
คุณภาพของสัตว์เลี้ยงในฟาร์มที่ดี เริ่มจากน้ำ
58.11.156.157: 2563/09/18 11:46:58

การบริหารจัดการน้ำเป็นองค์ประกอบที่สำคัญที่สุดในการทำฟาร์มสัตว์ เพื่อให้ได้ผลผลิตสูงสุด จึงต้องเอาใจใส่เป็นพิเศษในการดูแลแหล่งน้ำที่สัตว์จะต้องบริโภคเข้าไป สัตว์จะกินน้ำในปริมาณ 2-5 เท่าของอาหารโดยขึ้นอยู่กับสภาพอากาศ ดังนั้นในการเลี้ยงสัตว์ถึงแม้จะมีอาหารที่ดีและการจัดการฟาร์มที่ดีแล้วก็ตาม แต่หากสัตว์ยังกินน้ำที่ไม่สะอาดพอก็คงหลีกไม่พ้นที่จะต้องป่วยหรือมีการเจริญเติบโตที่ด้อยลงไปอย่างแน่นอน โดยส่วนใหญ่น้ำที่ใช้ในการเลี้ยงสัตว์คงหนีไม่พ้นที่จะเป็นน้ำจากใต้ดิน เช่น บ่อบาดาล หรือน้ำผิวดินเช่น หนอง บึง ทำให้ต้องมีการปรับสภาพน้ำในฟาร์ม โดยเน้นที่ค่าความแม่นยำในการจ่ายสารละลาย เติมคลอรีน เติมวิตามิน ด้วยปั๊มนำเข้าจากยุโรป ประเทศอิตาลี ยี่ห้ออีเม็ค EMEC เหมาะสำหรับฟาร์มปศุสัตว์ ฟาร์มเป็ด ฟาร์มไก่ ฟาร์มหมู ฟาร์มวัว และฟาร์มสัตว์อื่น ๆ

โทร 023223188, 0917741198(ฝ่ายการตลาด)

ไลน์ไอดี sreich

Email : mkt2@sreichcompany.com

http://www.sreichcompany.com/th/index.php

อ่าน:11 | ความคิดเห็น:0 | แสดงความคิดเห็น
แก้โรคใบไหม้ รักษาโรคใบไหม้ด้วยยาอินทรีย์ และปุ๋ยเคมีทางใบ (ปุ๋ยเคมี ไม่ได้อันตรายเหมือนยาเคมี)
101.51.230.126: 2563/09/11 07:33:59
แก้โรคใบไหม้ รักษาโรคใบไหม้ด้วยยาอินทรีย์ และปุ๋ยเคมีทางใบ (ปุ๋ยเคมี ไม่ได้อันตรายเหมือนยาเคมี)
ในปัจจุบัน การรักษาอาหารโรคใบไหม้ ที่มีสาเหตุจากเชื้อรา ในพืชใบเขียวต่างๆทุกชนิด ประสิทธิภาพของยาอินทรีย์ในปัจจุบันนั้น ไม่ได้ด้อยกว่ายาเคมีเลย และที่สำคัญ ยาอินทรีนั้นปลอดภัยต่อทั้งผู้ใช้และผู้บริโภค ไม่มีสารตกค้างที่เป็นอันตราย

โรคใบไหม้ เกิดได้กับพืชทั่วไป พืชใบเขียวทุกชนิด ไม่ว่าจะเป็น ไม้ผล ไม้ยืนต้น พืชสวน พืชไร่ ก็เกิดอาการโรคใบไหม้ ที่มีสาเหตุจากเชื้อราได้ในทุกๆพืช ไม่ว่าจะเป็นไม้ผลอย่าง ทุเรียน เงาะ ลำไย มังคุด พืชเศรษฐกิจอย่างเช่น ยางพารา ปาล์มน้ำมัน พืชไร่อย่างเช่น นาข้าว กาแฟ มันสำปะหลัง ข้าวโพด ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ พืชผักสวนครัวต่างๆ เช่น พริก ก็เป็นได้ทั้งโรคกุ้งแห้ง แคงเกอร์ ใบไหม้ ใบเหี่ยว กะหล่ำ กวางตุ้ง พืชตระกูลแตงต่างๆ แตงกวา แตงโม แตงร้าน แตงไทย แคลตาลูป ฯลฯ อีกมากมายเลย ล้วนแล้วแต่มีปัญหาโรคใบไหม้ ได้ทั้งนั้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงอาการร้อน ชื้น อบอ้าว โรคใบไหม้ มีสาเหตุจากเชื้อรา ซึ่งเชื้อรานี้ สามารถแพร่กระจายไปตามลมที่พัดพา ไปติดในพื้นที่ต่างๆ จึงลุกลามได้อย่างรวดเร็ว

การป้องกัน รักษาโรคใบไหม้ ในพืชที่ปลูก
- หากเป็นการเริ่มปลูกรอบใหม่ การไถพลิกดินตากแดดสองสัปดาห์ ช่วยฆ่าเชื้อราในดินได้เป็นอย่างดี

- หากเป็นพืชที่มีสายพันธุ์หลากหลาย เช่น มันสำปะหลัง หรือยางพารา สามารถศึกษา เลือกใช้พันธุ์ที่ต้านทานต่อโรคได้สูง

- การเว้นระยะห่างของการปลูกพืชอย่างเพียงพอ ให้แดดส่องถึง อาการถ่ายเทได้ดี เป็นการทำให้สภาพแวดล้อมไม่เหมาะสม ต่อการเจริญเติบโตของเชื้อรา

- การให้น้ำในเวลาเช้าตรู่ เพื่อให้พืชมีเวลาแห้งระหว่างวัน

- เมื่อพบ โรคใบไหม้ ใช้ ไอเอส สารอินทรีย์ป้องกันและยับยั้งโรคพืช ที่มีสาเหตุจากเชื้อ ผสมกับ FK-1 ฉีดพ่นให้ทั่วแปลงที่มีการระบาด ทุก 3-5 วัน ในช่วงของการรักษา ต่อเนื่อง 2-3 ครั้ง และหากพื้นที่รอบข้าง หรือแปลงข้างเคียงยังมีการระบาด ควรฉีดพ่นป้องกันอย่างต่อเนื้อง ทุกๆ 7 หรือ 15 หรือ 30 วัน ตามความรุนแรงของการระบาด

สั่งซื้อสินค้าได้ที่ http://www.farmkaset..link..
ดูโบรชัวร์ ข้อมูลรายะเอียดสินค้า คลิกที่นี่
หรือโทรสั่งซื้อได้ที่ 090-592-8614
หรือไลน์ไอดี FarmKaset
หรือสั่งซื้อที่เพจ ฟาร์มเกษตร http://www.farmkaset..link..
หรือที่ ช็อปปี้ http://www.farmkaset..link..
แก้โรคใบไหม้ รักษาโรคใบไหม้ด้วยยาอินทรีย์ และปุ๋ยเคมีทางใบ (ปุ๋ยเคมี ไม่ได้อันตรายเหมือนยาเคมี)
อ่าน:17 | ความคิดเห็น:0 | แสดงความคิดเห็น
เลี้ยงสัตว์ปีกควรให้อาหารแบบไหน
182.232.227.252: 2563/09/12 15:13:45
ความเข้าใจในเรื่องความต้องการโภชนะของสัตว์นั้นเป็นสิ่งสำคัญอย่างมาก สัตว์จะมีความเจริญเติมโตและสามารถให้ผลผลิตได้มากน้อยแค่ไหนขึ้นอยู่กับประสิทธิภาพอาหารที่ได้รับ ความเจริญเติมโตของสัตว์ขึ้นอยู่กับสารอาหารที่ได้รับครบถ้วนตามหลักโภชนะมากเท่าไหร่ จะยิ่งส่งผลให้ได้ผลตอบแทนมากยิ่งขึ้น ความต้องการโภชนะของสัตว์ปีกจะแตกต่างกันไปในสัตว์ปีกแต่ละชนิดและแต่ละช่วงอายุ โดยต้องคํานึงว่าสัตว์ปีกได้กินอาหารอย่างเพียงพอกับความต้องการทั้งปริมาณและโภชนะหรือไม่ โภชนะที่จำเป็นมี 6 ชนิด คือโปรตีนหรือกรดอะมิโน แป้งหรือน้ำตาล ไขมัน ไวตามิน แร่ธาตุ และน้ำ โภชนะแต่ละชนิดมีหน้าที่อย่างไรบ้าง
โภชนะที่จำเป็นต่อสัตว์
• โปรตีน มีหน้าที่เป็นส่วนประกอบของเนื้อเยื่อต่าง ๆ ในร่างกาย กล้ามเนื้อ กระดูก หนัง ขน เล็บ และเอ็น เป็นโครงสร้างของเอนไซม์และฮอร์โมน โปรตีนทำหน้าที่เป็นภูมิคุ้มกัน ทั้งยังช่วยในการขนส่งสารอาหารบางชนิดในร่างกายและรักษาสมดุลของของเหลวภายในและนอกเซลล์ได้อีกด้วย แหล่งโปรตีนที่สําคัญและมีคุณภาพดีที่ใช้เป็นอาหารสัตว์ปีก คือ กากถั่วเหลือง
• แป้งและน้ำตาลเป็นสารประกอบ คาร์โบไฮเดรตที่ย่อยได้ง่ายโดยเอนไซม์ วัตถุดิบที่มีแป้งและน้ำตาลสูง เช่น ข้าว ข้าวโพด มันสำปะหลัง ฯลฯ
• ไขมันเป็นแหล่งพลังงาน โดยไขมันให้พลังงานสูงกว่าคาร์โบไฮเดรตประมาณ 2.25 เท่า ทั้งยังเป็นแหล่งกรดไขมันที่จำเป็น ช่วยละลายและดูดซึมไวตามินที่ละลายได้ในไขมัน ช่วยลดการเป็นฝุ่นของอาหารให้น้อยลง

• ไวตามิน เป็นสารอินทรีย์ที่จำเป็นต่อการดำรงชีพและการเจริญเติบโตของร่างกาย แต่สัตว์ต้องการเพียงเล็กน้อยเพื่อใช้ในปฏิกิริยาต่าง ๆ และร่างกายไม่สามารถสังเคราะห์ได้หรือสังเคราะห์ได้น้อย จึงไม่เพียงพอกับความ ไวตมินมีหน้าที่ช่วยสร้าง Rhodopsin ช่วยมองเห็นในที่มืด สร้างและรักษาสภาพของเยื่อบุผิวและเซลล์บุผิวของเยื่อชุ่ม
• แร่ธาตุ เป็นสารเคมีที่ร่างกายสัตว์ประกอบด้วยแร่ธาตุ มี 3 % ของน้ำหนักตัว และประมาณ 80% ของแร่ธาตุนี้เป็นโครงร่าง (skeleton) แร่ธาตุแบ่งเป็น 3 พวก ได้แก่
1. Macro elements เป็นแร่ธาตุที่สัตว์ต้องการมาก มี 8 ชนิด คือ แคลเซียม (Ca) ฟอสฟอรัส (P) แมกนีเซียม (Mg) โซเดียม (Na) โปแตสเซียม (K) คลอรีน (Cl) เหล็ก (Fe) และก ามะถัน (S) จำเป็นสำหรับการสร้าง กระดูกและเปลือกไข่
2. Trace elements เป็นแร่ธาตุที่สัตว์ต้องการน้อย แต่จำเป็นต่อสัตว์ มี ไอโอดีน (I) ทองแดง (Cu) โคบอลท์ (Co) แมงกานีส (Mn) และสังกะสี (Zn)
3. Toxic elements เป็นแร่ธาตุที่สัตว์ต้องการน้อยมาก ถ้ามีมากจะเป็นพิษเช่น ฟลูออรีนและซีลีเนียม
• น้ำ เป็นส่วนประกอบสำคัญของร่างกาย มีหน้าที่ช่วยให้ระบายความร้อนผ่านทางระบบทางเดินหายใจ เป็นส่วนประกอบของน้ำภายในฟองไข่ ทำให้อาหารอ่อนนุ่มช่วยในการย่อยอาหารทำงานได้ดี
ปัจจัยในการเลือกอาหารสัตว์มีอะไรบ้าง?
1. แหล่งที่มา วัตถุดิบต้องหา ซื้อง่าย สะดวกต่อการขนส่ง มั่นใจได้ว่ามีใช้ตลอดทั้งปี
2. คุณภาพและสารปนเปื้อน วัตถุดิบต้องมีคุณภาพ ไม่มีสารปนเปื้อนที่เป็นอันตรายต่อสัตว์
3. ราคา ราคาต้องไม่สูง คุ้มค่ากับคุณภาพ
4. ลักษณะทางกายภาพ ต้องการลักษณะทางกายภาพที่ดี พิจารณาจาก
• สีและกลิ่น : ต้องมีสีและกลิ่นปกติ ไม่เหม็นหืน ไม่เป็นเชื้อราสัตว์คุ้นชิน
• ความหนาแน่น : ต้องเลือกให้เหมาะสมกับชนิดของสัตว์
• ความเหนียว : วัตถุดิบต้องไม่ทำให้อาหารเหนียวจนเกินไป เพราะถ้าเหนียวมาอาจเกิดปัญหาอื่น ๆ ตามมา
• ขนาดชิ้นส่วน : ขนาดของชิ้นส่วนต้องเหมาะสมกับชนิด และอายุของสัตว์ เพื่อให้สัตว์กินง่าย
นอกจากความเข้าใจในเรื่องความต้องการโภชนะของสัตว์ที่ดีแล้วนั้น การเลือกวัตถุดิบที่มีคุณภาพก็เป็นส่วนสำคัญ วัตถุดิบอาหารสัตว์คุณภาพสูงจาก นานาพรรณ อกรี-เทรด คัดสรรแหล่งที่มาของวัตถุดิบคุณภาพสูงทั้งในและต่างประเทศได้รับความไว้วางใจจากกลุ่มลูกค้ามากมาย มีผลิตภัณฑ์ให้คุณได้เลือกซื้อที่หลากหลาย ข้าวโพด ข้าวสาลี ปลายข้าว และกากถั่วเหลือง มีทั้งแบบเมล็ดและแบบโม่มีการพัฒนาผลิตภัณฑ์อย่างต่อเนื่อง คุ้มค่าคุ้มราคา และมีบริการขนส่งที่มีคุณภาพอีกด้วย ส่งใจสั่งซื้อสินค้าได้ที่ http://www.farmkaset..link..
เลี้ยงสัตว์ปีกควรให้อาหารแบบไหน
อ่าน:34 | ความคิดเห็น:1 | แสดงความคิดเห็น
พืชขาดธาตุแคลเซียม จะเกิด ใบจุดสีน้ำตาล ใบจุดสีเหลือง ที่ใบใหม่ พืชที่ขาดธาตุแมกนีเซียม จะเกิดใบจุดน้ำตาล ใบจุดเหลือง ที่ใบแก่ : ตรวจดิน ตรวจธาตุแคลเซียม ตรวจค่าแมกนีเซียม
101.51.120.11: 2563/08/23 12:27:02
พืชขาดธาตุแคลเซียม จะเกิด ใบจุดสีน้ำตาล ใบจุดสีเหลือง ที่ใบใหม่ พืชที่ขาดธาตุแมกนีเซียม จะเกิดใบจุดน้ำตาล ใบจุดเหลือง ที่ใบแก่ : ตรวจดิน ตรวจธาตุแคลเซียม ตรวจค่าแมกนีเซียม
การวินิจฉัย อาการขาดธาตุรองของพืช พืชขาด ธาตุแคลเซียม หรือขาด ธาตุแมกนีเซียม เราสามารถสังเกตุได้จากอาการของพืช การวินิจฉัยนี้ เป็นการสังเกตุอาการเบื้องต้อง ให้ผู้อ่านทำความเข้าใจว่า อย่างใจก็แล้วแต่ อาการที่พืชแสดงให้เราสังเกตุได้นั้น ยังประกอบด้วยปัจจัยพื้นฐานอีกหลายองค์ประกอบ ในบทความนี้ เป็นการสังเกตุอาการเบื้องต้น เป็นแนวทางให้เราพอจะสันนิษฐาน เพื่อแก้ปัญหาให้กับพืชที่เราปลูกได้

ผู้อ่านเคยสังเกตุไหมว่า ทำไมผู้ผลิตปุ๋ย จึงเลือกให้ธาตุอาหารรองกับพืช โดยการผสมในปุ๋ยสูตรหลัก โดยเน้นไปที่ธาตุรองเป็น ธาตุแคลเซียม และ ธาตุแมกนีเซียม เป็นพิเศษ ให้หลายๆผลิตภันฑ์ และหลายๆสูตรปุ๋ย สาเหตุเป็นเพราะว่า การวินิจฉัยว่าพืช ขาดธาตุแคลเซียม หรือ ขาดธาตุแมกนีเซียมนั้น ค่อนข้างจะบ่งชี้ได้ยาก

เรื่องของปฏิสัมพันธ์ระหว่างธาตุนั้น จะเริ่มจากโบรอน ไปสู่ธาตุอื่นๆต่างๆ ดังนี้

โบรอน > ซิลิคอน > แคลเซียม > ไนโตรเจน > แมกนีเซียม > ฟอสฟอรัส > คาร์บอน > โพแทสเซียม

จะเห็นได้ว่า ธาตุแคลเซียม จะจับกับ ธาตุไนโตรเจน ซึ่งไนโตรเจนนั้น เป็นองค์ประกอบหลักของ กรดอะมิโน ซึ่งเป็นองค์ประกอบหลักของโปรตีน ซึ่งเป็นสารตั้งต้นในการสร้าง คลอโรฟิลล์ ซึ่งเกี่ยวข้องกับความเขียวของใบพืช ใช้ในการสังเคราะห์แสง

จะเห็นได้ว่า หากพืชขาด ธาตุแคลเซียม จะส่งผลกระทบต่อความเขียวของใบพืช ใบพืชอาจจะซีดเป็นสีเหลือง หรือสีน้ำตาล แต่อาการเหลือง หรือน้ำตาลของใบพืช จะแสดงออกโดยมีรายละเอียด หรือลักษณะเฉพาะแบบไหน?

ในส่วนของการสร้าง คลอโรฟิลล์ ก็ต้องใช้ ธาตุแมกนีเซียม ในการรับพลังงาน และสะสมพลังงานจากแสงอาทิตย์ ในโตรเจน ที่อยู่ในกรดอะมิโน จะจับกับ แมกนีเซียม เพื่อสร้างคลอโรฟิลล์ในพืช

ซึ่งก็หมายความว่า หากพืชขาด ธาตุแมกนีเซียม ก็จะแสดงอาการใบเหลืองเช่นกัน ส่วน อาการขาดไนโตรเจน ก็ใบซีด ใบเหลือง ชัดเจนอยู่แล้ว เพราะไนโตรเจนเป็นธาตุหลัก แต่สำหรับคนที่ใส่ปุ๋ยทั่วๆไปสม่ำเสมอ อาการใบเหลืองจากการ ขาดไนโตรเจนนั้น น่าจะตัดออกไปได้ เหลือพิจารณาอยู่คือ ธาตุรอง สองธาตุ คือ แมกนีเซียม และ แคลเซียม นั้นเอง

พืชขาดธาตุแคลเซียม พืชขาดธาตุแมกนีเซียม
ความแตกต่างของอาการขาดธาตุ แคลเซียม เปรียบเทียบกับ ขาดธาตุแมกนีเซียม
อาการพืชขาดธาตุแคลเซียม
อาการใบเหลืองของพืช จะแสดงที่ด้านบนของใบพืช สัญญานที่บ่งบอกว่า พืช ขาดธาตุแคลเซียม คือ ใบพืชจะมีรอยสีน้ำตาล / เหลืองเป็นจุดๆ มักจะเกิดที่ส่วนยอดของต้นพืช

ลำต้นพืชจะอ่อนแอ เนื่องจากผนังเซลล์ไม่ดี

การเจริญเติบโตของพืชช้า (บนเงื่อนไขที่เราให้ธาตุหลัก N-P-K แล้ว แต่พืชก็ยังโตช้า)

แต่หากผู้อ่านมั่นใจว่า ให้แคลเซียมในปริมาณที่เพียงพอแล้ว ลองดูประเด็นของค่า pH ของดินบิเวณนั้น ว่าอยู่ในช่วง 5.2-6.1 หรือไม่

วิธีหนึ่งที่ใช้ทดลองได้คือ ทดลองให้อาหารเสริมแคลเซียมกับพืช (เช่นพวกสารปรับปรุงดิน ที่มีแคลเซียมผสมอยู่) หนึ่งสัปดาห์หลังจากนั้น ทดลองตรวจดินวัดค่า EC (ค่าการนำไฟฟ้า) บริเวณโซนรากพืช เปรียบเทียบกับ ดินโซนที่ห่างจากรากพืช หากค่า EC ไม่ลดลง สันนิษฐานได้ว่า พืชของคุณ ไม่ได้รับสารอาหารใดๆ (ซึ่งน่าจะเป็นแคลเซียม)

ห้อง LAB ตรวจวิเคราะห์ดินและปุ๋ย iLab
iLab ตรวจธาตุอาหารในดิน ตรวจวิเคราะห์ดิน
การเคลื่อนย้ายแคลเซียม
อาการขาดแคลเซียม มักจะประกฎในใบที่ใหม่กว่า เนื่องจากแคลเซียมที่เก็บไว้ในใบแก่ ไม่สามารถเคลื่อนย้ายในยังใบที่กำลังเจริญเติบโตใหม่ได้ เนื่องจาก แคลเซียม เป็น ไอออนที่เคลื่อนที่ไม่ได้ในพืช

ใบพืชขาดธาตุแคลเซียม
อาการใบจุดสีน้ำตาล และใบจุดเหลือง ที่เกิดจากการขาดแคลเซียม
มักแสดงอาการบนใบใหม่
อาการพืชที่ขาดธาตุแมกนีเซียม
ดังที่ได้กล่าวไว้ข้างต้น อาการขาดธาตุแมกนีเซียมในพืชนั้น มีลักษณะคล้ายกับอาการขาดธาตุแคลเซียม คือ อาการจุดคล้ายสนิมสีน้ำตาล และจุดสีเหลืองกระจายทั่วใบพืช

ความแตกต่างที่สำคัญอย่างหนึ่งคือ การเกิดจุดสีน้ำตาลที่เกิดจากการขาดแคลเซียม จะมีผลต่อการเจริญเติบโตตั้งแต่เริ่มต้น นั้นคือจะเกิดบนในใหม่ของพืช บนยอดใบที่แตกใหม่ แต่ในส่วนของ อาการพืชขาดแมกนีเซียมนั้น จะเกิดบนใบพืชที่สร้างไว้แล้ว หรือใบเก่า หรือใบแก่ของพืชนั้นเอง

การม้วนงอ ของใบพืช
เกิดสีเหลือง / นอกเส้นใบ ปัญหาของอาการขาดแมกนีเซียม จะส่งผลกระทบต่อส่วนล่างของพืช และใบแก่ของพืช ต่างจากอาการขาดแคลเซียม เพราะ แมกนีเซียม เป็น ไอออน (ion) ที่เคลื่อนที่ได้ในพืช

อาการใบเหลืองจากการขาดแมกนีเซียมนี้ สังเหตุได้ว่า อาการเหลือง จะอยู่รอบนอกของเส้นใบพืช

การเคลื่อนที่ของแมกนีเซียม
อาการขาดแมกนีเซียมในพืช จะปรากฎให้เห็นในใบแก่ของพืช เนื่องจาก แมกนีเซียม จะถูกจรรสรรให้กับการเจริญเติบโต การแตกยอด แตกใบใหม่ เพราะ แมกนีเซียม เป็น ไอออน (ion) ที่เคลื่อนที่ได้ในพืช

ใบพืชขาดธาตุแมกนีเซียม
อารการพืชขาดธาตุแมกนีเซียม
แคลเซียม และ แมกนีเซียม ต่างก็เป็นองค์ประกอบสำคัญในการเจริญเติบโตของพืช

อาการใบเหลืองของพืช มักจะเป็นสัญญาณ ของผลกระทบต่อ คลอโรพลาสต์ และ คลอโรฟิลล์ โดยมากแล้วมีสาเหตุจากการขาดธาตุรอง การใช้ FK-1 นั้น จะเติมได้ทั้งธาตุหลัก N-P-K พร้อมธาตุรอง แคลเซียม แมกนีเซียม และธาตุเสริมอื่นๆ เพื่อให้ครบถ้วนตามความต้องการของพืช ช่วยให้พืชเจริญเติบโตได้เร็ว มีความสมบูรณ์ แข็งแรง เมื่อพืชมีความแข็งแรง จึงส่งเสริมให้พืชต้านทานต่อโรคและแมลงได้ดีขึ้น

เรียบเรียงโดย ธนบัตร บัวแก้ว เผยแพร่ที่ FarmKaset.ORG และ farmkaset.blogspot.com

ปุ๋ยแก้พืชขาดธาตุรอง ธาตุแคลเซียม ธาตุแมกนีเซียม
สั่งซื้อสินค้าได้ที่ http://www.farmkaset..link..
ดูโบรชัวร์ ข้อมูลรายะเอียดสินค้า คลิกที่นี่
หรือโทรสั่งซื้อได้ที่ 090-592-8614
หรือไลน์ไอดี FarmKaset



FK iLab ตรวจวิเคราะห์ค่าดิน และปุ๋ย

FK iLab เป็นเว็บไซต์ให้บริการตรวจวิเคราะห์ค่าธาตุอาหารในดิน และค่าธาตุอาหารในปุ๋ย ด้วย LAB มาตรฐาน ตรวจวิเคราะห์โดยนักวิชาการเฉพาะด้าน ที่มีความชำนาญ โดยผู้ใช้บริการสามารถ เลือกค่า ธาตุอาหารต่างๆที่ต้องการตรวจได้ บนเว็บไซต์ และส่งตัวอย่างดิน หรือปุ๋ยที่ต้องการตรวจไปยัง ห้องปฏิบัติการ ผ่านทางไปรษณีย์ และรออ่านผลตรวจได้ทางหน้าเว็บไซต์

สามารถใช้บริการได้ที่ http://www.farmkaset..link..
หรือเข้าเว็บไซต์ FarmKaset.ORG และคลิกที่เมนู iLab



อ้างอิง

elitegardenwholesale.com/blogs/elite-blog/secondary-common-plant-deficiencies
พืชขาดธาตุแคลเซียม จะเกิด ใบจุดสีน้ำตาล ใบจุดสีเหลือง ที่ใบใหม่ พืชที่ขาดธาตุแมกนีเซียม จะเกิดใบจุดน้ำตาล ใบจุดเหลือง ที่ใบแก่ : ตรวจดิน ตรวจธาตุแคลเซียม ตรวจค่าแมกนีเซียม
อ่าน:43 | ความคิดเห็น:0 | แสดงความคิดเห็น
ธาตุอาหารพืช โบรอน ซิลิคอน แคลเซียม ไนโตรเจน แมกนีเซียม ฟอสฟอรัส คาร์บอน โพแทสเซียม สำคัญกับพืชอย่างไร - FK iLab ตรวจวิเคราะห์ดิน ตรวจวิเคราะห์ปุ๋ย รายงานผลออนไลน์
101.51.65.145: 2563/09/02 08:36:07
ธาตุอาหารพืช โบรอน ซิลิคอน แคลเซียม ไนโตรเจน แมกนีเซียม ฟอสฟอรัส คาร์บอน โพแทสเซียม สำคัญกับพืชอย่างไร - FK iLab ตรวจวิเคราะห์ดิน ตรวจวิเคราะห์ปุ๋ย รายงานผลออนไลน์
ลำดับการทำงานของธาตุอาหารพืช (BIOCHEMICAL SEQUENCE)

ในระบบเกษตรกรรม การให้ปุ๋ยเป็นการเพิ่มปริมาณ ธาตุอาหารให้แก่พืช ในเกษตรแผนใหม่จะให้ปุ๋ยเคมีตามธาตุอาหารหลัก ได้แก่ NPK หรือ ไนโตรเจน (N) ฟอสฟอรัส (P) และโพแทสเซียม (K) เพื่อให้พืชนำไปใช้ในการเจริญเติบโตได้โดยตรง ซึ่งเป็นแนวคิด ที่ต่างจากเกษตรธรรมชาติ หรือเกษตรเชิงนิเวศซึ่งเน้นที่ปฏิสัมพันธ์ในระบบนิเวศ ซึ่งธาตุต่างๆ ก็มีทำงานกันเป็นลำดับขั้น โดยเริ่มจาก

โบรอน > ซิลิคอน > แคลเซียม > ไนโตรเจน > แมกนีเซียม > ฟอสฟอรัส > คาร์บอน > โพแทสเซียม

ในระบบนิเวศเกษตร ปฏิสัมพันธ์ระหว่างธาตุจะเริ่มที่โบรอน ซึ่งธาตุโบรอน (Boron) จะกระตุ้นการทำงานของ ธาตุซิลิคอน (Silicon) ซึ่งเป็นธาตุที่สำคัญต่อการจับตัวกับสารอาหารอื่นๆ และจับกับ ธาตุแคลเซียม (Calcium) ซึ่งต่อมาจะจับกับ ธาตุไนโจรเจน (Nitrogen) โดยไนโตรเจนเป็นองค์ประกอบหลักของ กรดอะมิโน รหัสทางพันธุกรรม และมีส่วนสำคัญต่อการแบ่งตัวของเซลล์ กรดอะมิโน เป็นองค์ประกอบหลักของโปรตีน และสารตั้งตนในการสร้าง คลอโรฟิลล์ ซึ่งพืชใช้ใน การสังเคราะห์แสง การสร้างคลอโรฟิลล์เองก็ต้องใช้ ธาตุแมกนีเซียม (Magnesium) ในการรับพลังงานของแสงและสะสมพลังงานจากแสงในอาหาร ไนโตรเจน ที่อยู่ใน กรดอะมิโน จึงเป็นธาตุที่จับกับ แมกนีเซียม ในการสร้าง คลอโรฟิลล์ ในพืช พลังงานที่ได้จากการสังเคราะห์แสงจะถูกนำไปใช้ในการสร้างแป้งและอาหารในพืช ซึ่งพลังงานจะอาศัยธาตุ ฟอสฟอรัส (Phosphorus) ในการถ่ายทอดพลังงานไปยังส่วนต่างๆ ของเนื้อเยื้อพืชและ ปฏิกิริยาเคมี ที่ข้องเกี่ยวกับการสร้างอาหารและ สารชีวเคมี ในเซลล์ อาหารและ สารชีวเคมี เหล่านี้ต้องอาศัย ธาตุคาร์บอน (Carbon) เป็นองค์ประกอบหลัก หลังจากอาหารและ สารชีวเคมี ถูกสร้างขึ้นแล้ว ก็จะอาศัยธาตุ โพแทสเซียม (Potassium) ที่มีอยู่มากในน้ำยางหรือท่อลำเลียงอาหารในเนื้อเยื้อพืชช่วยในการขนส่งอาหารและสารชีวเคมีไปตามอวัยวะต่างๆ ในลำต้นพืช

ธาตุโบรอน (Boron – B)

มีอยู่มากในมูลสัตว์ มีบทบาทเกี่ยวที่ช่วยให้รากพืชดูดเอา ธาตุแคลเซียม และ ไนโตรเจน ไปใช้ร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นนอกจากนี้ยังช่วยให้พืชใช้ธาตุโพแทสเซียมได้มากขึ้น มีบทบาทในการสังเคราะห์แสง การย่อย โปรตีน และ คาร์โบไฮเดรต และเพิ่มคุณภาพทั้งรสชาติ ขนาด และน้ำหนักของผลเพิ่มความสามารถในการเจริญเติบโตเพราะโบรอนจะควบคุมการดูดและคายน้ำของพืชในขบวนการปรุงอาหารอีกทางหนึ่ง

ธาตุซิลิคอน (Silicon – Si)

พบได้ทั่วไปในทราย หรือ ดินปนทราย ซิลิคอน ทำหน้าที่ช่วยให้พืชเจริญเติบโตได้ดีขึ้น โดยทำให้ลำต้นแข็งแรงและอ้วนขึ้น ช่วยให้ใบพืชหันเข้าหาแสงมากขึ้น และทำให้พืชทนทางต่อโรคที่เกิดจากเชื้อแบคทีเรียและรา เช่น โรคราแป้ง รวมถึงสร้างความทนทานต่อความร้อน หรือความเค็มจัดไปจนถึงความเป็นพิษของโลหะหนักและอลูมิเนียม

ธาตุแคลเซียม (Calcium – Ca)

พบมากในกระดูก เปลือกไข่ ปูนขาว หรือ ยิปซัม แคลเซียมมีส่วนช่วยให้เนื้อเยื้อพืชแข็งแรงขึ้นได้เช่นเดียวกับการสร้างความแข็งแรงของกระดูก และเป็นส่วนประกอบของเอนไซม์ที่ช่วยในการทำงานเนื้อเยื้อพืช แม้ว่าพืชจะใช้แคลเซียมในปริมาณที่น้อยเมื่อเทียบกับธาตุอื่นๆ แต่หากพืชได้รับแคลเซียมไม่เพียงพอจะส่งผลให้พืชเจริญเติบโตผิดปกติ เช่น ผิวของมะเขือเทศเกิดอาการแห้งกรอบ ยอดใบอ่อนไหม้ หรือเกิดจุดด่างในใบผัก เป็นต้น

ธาตุไนโตรเจน (Nitrogen – N)

จะสะสมอยู่มากในพืชตระกูลถั่ว ซึ่งปมราก พืชตระกูลถั่ว จะมีแบคทีเรียที่ช่วยดึง ไนโตรเจน ที่สะสมในดินมาใช้ในการเจริญเติบโต ดังนั้น เราจึงนิยมปลูกปอเทืองเพื่อช่วยปรับปรุงดินและช่วยไ นโตรเจน สะสมในดินมากขึ้น ไนโตรเจน เป็นองค์ประกอบที่สำคัญของ โปรตีน และสารพันธุกรรมทั้งในพืชและสัตว์ และเป็นองค์ประกอบของ คลอโรฟิลล์ ซึ่งทำหน้าที่ในการสังเคราะห์แสงในพืช ดังนั้น ดินจึงเป็นหัวใจสำคัญต่อการปลูกพืช โดยแบคทีเรียในปมรากถั่วหรือในดินจะช่วยตรึงก๊าซ ไนโตรเจน ในอากาศและเปลี่ยนรูป ไนโตรเจน ให้อยู่ในรูปของ ไนเตรท ซึ่งพืชสามารถดูดมาใช้ได้ดังภาพด้านล่าง ดินที่มีปริมาณ อินทรีย์วัตถุมากจึงถือเป็นดินที่มีชีวิต

ธาตุแมกนีเซียม (Magnesium – Mg)

เป็นองค์ประกอบที่สำคัญของ คลอโรฟิลล์ เพราะ แมกนีเซียม จะรับพลังงานแสงและช่วยเปลี่ยนรูปให้เป็นพลังงานให้รูปของอาหารจากกระบวนการ สังเคราะห์แสง และช่วยให้ใบพืชมีสีเขียว พืชที่ขาด แมกนีเซียม จึงเกิดอาการใบสีซีด ดินที่ขาดธาตุ แมกนีเซียม มักเป็นดินที่มี อินทรีย์วัตถุ น้อย ดินที่มีทรายมากหรือเป็นกรด ในกรณีที่ใส่ปุ๋ยที่มี โพแทสเซียม มากเกินไปก็ทำเกิดอาการขาด แมกนีเซียม ในพืชเช่นกัน เนื่องจากพืชจะดูดซับ โพแทสเซียม แทนการดูดซับ แมกนีเซียม

ธาตุฟอสฟอรัส (Phosphorus – P)

เป็นธาตุที่เป็นองค์ประกอบหลักของ สารพันธุกรรม และ สารชีวเคมี ที่ช่วยเก็บพลังงานในสิ่งมีชีวิตซึ่งถูกสร้างจากกระบวนการ สังเคราะห์แสง มีส่วนสำคัญต่อพัฒนาการของราก และช่วยรากพืชดูดซับสารอาหารในดินได้หลายชนิด การขาด ฟอสฟอรัส จะทำให้พืชหยุดชะงักการเติบโตได้ เนื่องจาก ฟอสฟอรัส เป็นธาตุที่จับเม็ดดินได้แข็งแรง จึงแนะนำให้ขุดหน้าดินขึ้นมาเพราะจะทำให้ดินถูกน้ำกัดเซาะได้ง่าย จึงแนะนำให้ปลูกหญ้าหรือพืชคลุมดินเพื่อรักษาหน้าดินและ ฟอสฟอรัส ให้สะสมอยู่ในดินมากขึ้น

ธาตุคาร์บอน (Carbon – C)

สารอินทรีย์ทุกชนิดล้วนมี ธาตุคาร์บอน ในปริมาณที่สูง รวมถึงดิน ซากพืชซากสัตว์ หรือปุ๋ยหมักต่างๆ ล้วนมีคาร์บอนในปริมาณสูง อีกทั้งในบรรยากาศเองก็มี คาร์บอน ในรูป ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ในปริมาณที่มากอยู่แล้ว จึงมักไม่มีปัญหา ธาตุคาร์บอน ขาดแคลนในการเพาะปลูก

ธาตุโพแทสเซียม ( Potassium – K)

เป็นธาตุที่สะสมอยู่ทั่วไปในดินและมักละลายในน้ำหรือของเหลว ในเนื้อเยื้อได้ดี หน้าที่ของ โพแทสเซียม จะต่างจาก ไนโตรเจน และ ฟอสฟอรัส ตรงที่ไม่เกี่ยวข้องกับการเจริญเติบโตโดยตรง แต่ทำหน้าที่ในการรักษาสมดุลน้ำในเนื้อเยื้อพืช ซึ่งป้องกันไม่ให้เกิด ใบเหี่ยว และช่วยให้การคายน้ำของใบพืชเป็นไปอย่างปกติ

จากหลักการของเกษตรธรรมชาติ ธาตุที่อยู่ในธรรมชาติก็มีการทำงานเป็นลำดับขั้นร่วมกับสิ่งมีชีวิตไม่ว่าจะเป็นพืช แบคทีเรียหรือเชื้อรา จนเกิดการหมุนเวียนสารอาหารภายในระบบนิเวศ การใส่ปุ๋ย NPK เพียงอย่างเดียวเพื่อเร่งให้พืชเจริญเติบโตนั้นเป็นการตัดวงจรการไหลเวียนสารอาหารในธรรมชาติและทำลายความหลากหลายทางชีวภาพในดิน ดังนั้น การทำให้ดินมีชีวิตจึงเป็นหัวใจหลักของการทำเกษตรเชิงนิเวศ

FK iLab ตรวจวิเคราะห์ค่าดิน และปุ๋ย

FK iLab เป็นเว็บไซต์ให้บริการตรวจวิเคราะห์ค่าธาตุอาหารในดิน และค่าธาตุอาหารในปุ๋ย ด้วย LAB มาตรฐาน ตรวจวิเคราะห์โดยนักวิชาการเฉพาะด้าน ที่มีความชำนาญ โดยผู้ใช้บริการสามารถ เลือกค่า ธาตุอาหารต่างๆที่ต้องการตรวจได้ บนเว็บไซต์ และส่งตัวอย่างดิน หรือปุ๋ยที่ต้องการตรวจไปยัง ห้องปฏิบัติการ ผ่านทางไปรษณีย์ และรออ่านผลตรวจได้ทางหน้าเว็บไซต์

สามารถใช้บริการได้ที่ http://www.farmkaset..link..
หรือเข้าเว็บไซต์ FarmKaset.ORG และคลิกที่เมนู iLab



References

http://www.farmkaset..link..ำดับการทำงานของธาตุอา/

blog.agrivi.com/post/benefits-of-silicon-on-plant-growth

http://www.farmkaset..link..
http://www.farmkaset..link..
http://www.farmkaset..link..
http://www.farmkaset..link..
il.mahidol.ac.th/e-media/ecology/chapter1/chapter1_nitrogenhtm

http://www.farmkaset..link..
journals.plos.org/plosone/article?id=1371/journal.pone.0171321

horttech.ashspublications.org/content/17/4/442.full

http://www.farmkaset..link..
5k.web.tr/basinda/June09_Lovel.pdf

bioferti.com/microbe-granular-formula
ธาตุอาหารพืช โบรอน ซิลิคอน แคลเซียม ไนโตรเจน แมกนีเซียม ฟอสฟอรัส คาร์บอน โพแทสเซียม สำคัญกับพืชอย่างไร - FK iLab ตรวจวิเคราะห์ดิน ตรวจวิเคราะห์ปุ๋ย รายงานผลออนไลน์
อ่าน:60 | ความคิดเห็น:1 | แสดงความคิดเห็น
คำนิยม - ขอบคุณ คุณอนิรุทธิ์ จากเพชรบูรณ์ ใช้ ไอเอส มาคา FK-1 แก้ปัญหาโรคใบไหม้ และเพลี้ยไฟในนาข้าว
1.20.171.167: 2563/08/03 09:50:26
คำนิยม - ขอบคุณ คุณอนิรุทธิ์ จากเพชรบูรณ์ ใช้ ไอเอส มาคา FK-1 แก้ปัญหาโรคใบไหม้ และเพลี้ยไฟในนาข้าว
ลูกค้าท่านนี้ อยู่ จ.เพชรบูรณ์ พบปัญหาโรค ไหม้ข้าว หรืออาการข้าวใบไหม้ และเพลี้ยไฟ เพลี้ยกระโดดในนาข้าว สั่งซื้อ ไอเอส สารอินทรีย์ป้องกันและยับยั้งโรคเชื้อรา เพื่อแก้ปัญหาโรคใบไหม้ พร้อมด้วย มาคา แก้ปัญหาเพลี้ยต่างๆ และ FK-1 เพื่อช่วยส่งเสริม ให้ข้าวฟื้นตัวจากการเข้าทำลาย ของโรคและแมลงได้เร็วยิ่งขึ้น ภาพด้านล่าง ทางลูกค้าได้เก็บภาพและส่งกลับมาให้ทางเพจของเรา ขอบคุณลูกค้าเป็นอย่างมากเลยนะคะ

สำหรับท่านที่สนใจสั่งซื้อได้ที่ http://www.farmkaset..link..
ไลน์ไอดี FarmKaset
โทร 090-592-8614
คำนิยม - ขอบคุณ คุณอนิรุทธิ์ จากเพชรบูรณ์ ใช้ ไอเอส มาคา FK-1 แก้ปัญหาโรคใบไหม้ และเพลี้ยไฟในนาข้าว
อ่าน:55 | ความคิดเห็น:0 | แสดงความคิดเห็น
คำนิยม - ขอบคุณลูกค้าจาก ดอยสะเก็ด จ.เชียงใหม่ สั่งซื้อซ้ำ ไอเอส ขนาด 3 ลิตร ครั้งละ 3 แกลลอน
101.51.208.25: 2563/07/14 22:41:26
คำนิยม - ขอบคุณลูกค้าจาก ดอยสะเก็ด จ.เชียงใหม่ สั่งซื้อซ้ำ ไอเอส ขนาด 3 ลิตร ครั้งละ 3 แกลลอน
ลูกค้าท่านนี้ จาก ต.สันปูเลย อ.ดอยสะเก็ด จ.เชียงใหม่ ครั้งแรก จะสั่ง ไอเอส ขนาด 1 ลิตร สองขวด ทางเราแนะนำให้เปลี่ยนเป็น ขนาด 3 ลิตร 1 แกลลอน เพราะราคาเท่ากัน แต่ได้ยาไปมากกว่า 1 ลิตร ลูกค้าเลยตกลง รับแกลลอน 3 ลิตรไป จากนั้นก็สั่งรอบสองเป็นต้นมา ลูกค้าสั่ง ไอเอสขนาด 3 ลิตร ครั้งละ 3 แกลลอน ต่อเนื่องมาตลอด จนถึงเวลาที่นำภาพมาให้ดู เป็นครั้งที่ 4 ติดต่อกันแล้ว ต้องขอขอบพระคุณ ลูกค้าท่านนี้เป็นอย่างสูง
คำนิยม - ขอบคุณลูกค้าจาก ดอยสะเก็ด จ.เชียงใหม่ สั่งซื้อซ้ำ ไอเอส ขนาด 3 ลิตร ครั้งละ 3 แกลลอน
อ่าน:175 | ความคิดเห็น:0 | แสดงความคิดเห็น
🔥โรคใบไหม้ ราสนิม ราน้ำค้าง โรคพืชต่างๆจากเชื้อรา ใช้ ไอเอส ใช้ได้กับทุกพืช เร่งพืชฟื้นตัว กลับมาโตไวให้ผลผลิตดี ด้วย FK-1
1.2.228.100: 2563/07/11 09:17:19
🔥โรคใบไหม้ ราสนิม ราน้ำค้าง โรคพืชต่างๆจากเชื้อรา ใช้ ไอเอส ใช้ได้กับทุกพืช เร่งพืชฟื้นตัว กลับมาโตไวให้ผลผลิตดี ด้วย FK-1
จัดส่งฟรีถึงบ้านทั่วไทย ชำระเงินปลายทางเฉพาะค่าสินค้า ราคา ไอเอส 450บาท FK-1 890บาท ทั้งชุด 1340บาท

สั่งซื้อได้ที่ http://www.farmkaset..link..
หรือทักแชท
หรือไลน์ไอดี FarmKaset
หรือโทร 090-592-8614

อัตราผสม ไอเอส 50ซีซี ต่อน้ำ 20ลิตร หรือ 500ซีซี ต่อน้ำ 200ลิตร

อัตราผสม FK-1 แกะกล่องมามีสองถุง ต้องใช้พร้อมกันทั้งสองถุง ถุงละ 50กรัม ต่อน้ำ 20ลิตร หรือ 500กรัม ต่อน้ำ 200ลิตร

ฉีดพ่นทั่วแปลงที่มีการระบาด เว้น 3 วันพ่นซ้ำ ต่อเนื่อง 2-4 ครั้ง แล้วแต่ความรุนแรงของการระบาด
อ่าน:89 | ความคิดเห็น:0 | แสดงความคิดเห็น
610 เรื่อง หน้าละ 10 รายการ 61 หน้า, หน้าที่ 62 มี 0 รายการ
|-Page 1 of 62-| 1 | 2 | 3 | 4 | 5 | 6 | 7 | 8 | 9 | 10 | 11 | 12 | 13 | 14 | 15 | 16 | 17 | 18 | 19 | 20 | 21 | 22 | 23 | 24 | 25 | 26 | 27 | 28 | 29 | 30 | 31 | 32 | 33 | 34 | 35 | 36 | 37 | 38 | 39 | 40 | 41 | 42 | 43 | 44 | 45 | 46 | 47 | 48 | 49 | 50 | 51 | 52 | 53 | 54 | 55 | 56 | 57 | 58 | 59 | 60 | 61 | 62 |
โรคแคงเกอร์ ในพืชตระกูลส้ม และ มะนาว แก้ได้ด้วยไอเอส ปลอดสารพิษ
Update: 2563/06/17 11:05:04 - Views: 253 | Ans: 0
โรคแคงเกอร์ ในพืชตระกูลส้ม และ มะนาว แก้ได้ด้วยไอเอส ปลอดสารพิษ
โรคแคงเกอร์ ในพืชตระกูลส้ม และ มะนาว แก้ได้ด้วยไอเอส ปลอดสารพิษ
ปลูกมันสำปะหลังอย่างไร จึงจะได้ผลผลิตสูงสุด
Update: 2563/06/25 16:27:36 - Views: 8636 | Ans: 0
ปลูกมันสำปะหลังอย่างไร จึงจะได้ผลผลิตสูงสุด
แก้วมังกร เปลือกเน่า ราสนิม โรคเชื้อราในแก้วมังกร กำจัดด้วย ไอเอส
Update: 2562/08/12 20:29:17 - Views: 224 | Ans: 0
แก้วมังกร เปลือกเน่า ราสนิม โรคเชื้อราในแก้วมังกร กำจัดด้วย ไอเอส
แก้วมังกร เปลือกเน่า ราสนิม โรคเชื้อราในแก้วมังกร กำจัดด้วย ไอเอส
ป้องกัน กำจัดหนอน ในแก้วมังกร ฉีดพ่นด้วย ไอกี้-บีที สารชีวินทรีย์กำจัดหนอน ปลอดสารพิษ
Update: 2562/08/12 21:04:50 - Views: 295 | Ans: 0
ป้องกัน กำจัดหนอน ในแก้วมังกร ฉีดพ่นด้วย ไอกี้-บีที สารชีวินทรีย์กำจัดหนอน ปลอดสารพิษ
ป้องกัน กำจัดหนอน ในแก้วมังกร ฉีดพ่นด้วย ไอกี้-บีที สารชีวินทรีย์กำจัดหนอน ปลอดสารพิษ
อยากถ่ายรูป ให้ได้ภาพชัดตื้น หรือหน้าชัดหลังเบลอ ไม่ยาก แค่เข้าใจค่า f
Update: 2562/08/12 21:28:49 - Views: 186 | Ans: 0
อยากถ่ายรูป ให้ได้ภาพชัดตื้น หรือหน้าชัดหลังเบลอ ไม่ยาก แค่เข้าใจค่า f
เที่ยวงานเกษตร และของดีท่ายาง ครั้งที่ 25
Update: 2559/02/18 13:41:53 - Views: 1096 | Ans: 0
มีดเขาควาย 450 บาท ซื้อ 2 แถม 1
Update: 2557/12/20 21:18:49 - Views: 2427 | Ans: 0
Fujinon xf 35mm f1.4 และ xf 35mm f2.0 เลนส์สามัญประจำชาว Fuji ที่น่าจะมีไว้สักตัว
Update: 2562/08/12 22:52:38 - Views: 400 | Ans: 0
Fujinon xf 35mm f1.4 และ xf 35mm f2.0 เลนส์สามัญประจำชาว Fuji ที่น่าจะมีไว้สักตัว
5 เคล็ดลับ เลือกข้าวหอมมะลิยังไงให้ได้ข้าวที่หุงแล้วหอม สวย ขึ้นหม้อ
Update: 2563/05/13 17:09:38 - Views: 80 | Ans: 0
5 เคล็ดลับ เลือกข้าวหอมมะลิยังไงให้ได้ข้าวที่หุงแล้วหอม สวย ขึ้นหม้อ
การท่องเที่ยวขึ้นไปเที่ยวสวนแห่งชาติดอยอินทนนท์
Update: 2559/02/24 10:24:37 - Views: 898 | Ans: 0
© FarmKaset.ORG