FarmKaset.ORG wiki เกษตร ที่ใครๆก็โพสได้
+ โพสเรื่องใหม่ | + ขยายข้อมูล | All contents
เกษตรฯ ผุด 3 แผนรับมือฤดูน้ำล่วงหน้า ด้านกรมชลฯ ยันแผ่นดินไหวที่จีน ไม่กระทบ..
Update: ././. .:.:. - Views: 352 | Ans: 0
เกษตรฯ ผุด 3 แผนรับมือฤดูน้ำล่วงหน้า ด้านกรมชลฯ ยันแผ่นดินไหวที่จีน ไม่กระทบโครงสร้างเขื่อนในประเทศ  
    
                                นายสมศักดิ์   ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยภายหลังเป็นประธานคณะกรรมการป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยธรรมชาติว่า       ที่ประชุมได้มีการหารือ

แผนเตรียมรับสถานการณ์ในช่วงฤดูฝน ปี 2551  ซึ่งคาดว่าจะมีพายุหมุนเขตร้อนเคลื่อนเข้าสู่ประเทศไทย 2-3 ลูก และปริมาณฝนรวมเฉลี่ยจะสูงกว่าค่าปกติเล็กน้อย และบางช่วงโดยเฉพาะในระยะต้นและปลายฤดูจะมีฝนตกหนักถึงหนักมากติดต่อกันหลายวัน  และ ในช่วงระหว่างวันที่ 15 – 19 พค.จะมีพายุพัดเข้าสู่ประเทศพม่า และอาจส่งผลต่อประมาณฝนในประเทศไทยได้ จึงได้สั่งการทุกหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรฯ โดยเฉพาะกรมชลประทานประสานงานกับกรมอุตุนิยมวิทยา กรมอุทกศาสตร์ทหารเรือ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณะภัยอย่างใกล้ชิด โดยแบ่งมาตรการดำเนินการเป็น 3 ระยะ คือ ระยะก่อนเกิดภัย ระหว่างเกิดภัย และหลังเกิดภัย โดยเฉพาะการช่วยเหลือและฟื้นฟูพื้นที่การเกษตรและอาชีพของเกษตรกร ซึ่งได้มีการตั้งคณะอนุกรรมการช่วยเหลือผู้ประสบภัยธรรมชาติขึ้นมา 1 ชุด ในการดำเนินการได้รวดเร็วขึ้น

                                ด้านนายธีระ  วงศ์สมุทร อธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยว่า สำหรับสถานการณ์แผ่นดินไหวที่เกิดขึ้นที่ประเทศจีน ความรุนแรง 7.8 ริกเตอร์ ซึ่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรฯ ได้สั่งการให้กรมชลประทานสำรวจสภาพเขื่อนทั้ง 31 แห่งทั่วประเทศ และจากการรายงานสภาพเขื่อนทั่วประเทศไม่ได้รับผลกระทบจากแผ่นดินไหวแต่อย่างใด เนื่องจากเขื่อนในประเทศไทยส่วนใหญ่เป็นเขื่อนดิน จึงมีความยืดหยุ่นสูง  ขณะเดียวกัน ในการก่อสร้างได้มีการทดสอบสภาพเขื่อนที่ทนแรงสั่นสะเทือนที่เกิดขึ้นที่จุดของแต่ละเขื่อนได้ขนาด 7 ริกเตอร์  

                                แต่อย่างไรก็ตาม กรมชลประทานได้เตรียมความพร้อมหากเขื่อนได้รับผลกระทบจากแผ่นดินไหวไว้ล่วงหน้า โดยเฉพาะการอพยพเคลื่อนย้ายประชาชนออกจากพื้นที่ และการระบายน้ำออกจากเขื่อนเพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบต่อปริมาณน้ำในแหล่งน้ำต่างๆ และพื้นที่ทางการเกษตร ซึ่งขณะนี้ได้มีการวางแผนไว้แล้ว 2 แหล่งเก็บน้ำ คือ เขื่อนขุนด่านปราการชล จ.นครนายก และคลองมะเดื่อ จ.นครนายก รวมถึงอยู่ระหว่างการศึกษาที่เขื่อนแควน้อยฯ ซึ่งโครงการต่อๆ ของกรมชลประทานต้องมีการเตรียมแผนรองรับแผ่นดินไหวควบคู่กันไปด้วยเช่นกัน 
 
From: moac.go.th
แม่โจ้..ก้าวย่างสู่ศตวรรษ 75 ปีนำของดีโชว์ศาสตร์ เกษตร 
Update: ././. .:.:. - Views: 7686 | Ans: 0
จาก http://www.thairath.co.th/news.php?section=agriculture&content=113696

การเกษตร...อันเป็นพื้นฐานอาชีพประชากรของประเทศผู้ผลิตอาหารเลี้ยงพลโลก อย่างเช่นบ้านเราจึงต้องพัฒนามาอย่างต่อเนื่องทั้ง ศาสตร์ และ ศิลป์ เพื่อสร้างคุณภาพและผลิตให้เพียงพอ

มหาวิทยาลัยแม่โจ้....เป็นสถาบันการศึกษาแห่งหนึ่งที่บ่มเพาะศาสตร์เกษตร และผลิตบุคลากรเข้าสู่สังคมมาเกือบศตวรรษ โดยพัฒนารูปแบบการเรียนการสอนมาตั้งแต่เป็น โรงเรียนฝึกหัดครูประถมกสิกรรม จนก้าวขึ้นมาเป็นมหาวิทยาลัยที่สมบูรณ์แบบ ณ ปัจจุบันมีอายุถึง 75 ปี

โดยมีปรัชญาชีวิตว่า “งานหนักไม่เคยฆ่าคน” ซึ่งบุคลากรที่ผ่านสถาบันแห่งนี้โดยที่ยอมรับกันว่า ลูกแม่โจ้ ได้สืบสานกันมาอย่างยาวนานในการตั้งมั่น ต่อความอดทนเพื่อออกมาพัฒนาประเทศทั้งในภาครัฐและ เอกชน......จากรุ่นสู่รุ่น ด้วยความรู้ สติปัญญา ทักษะ และ อาชีพ ให้บรรลุความสำเร็จตามเป้าหมาย

ด้วย.....ระยะเดินทางแห่งกาลเวลาอีกเพียง 25 ปี มหาวิทยาลัยแม่โจ้ก็จะก้าวถึง 1 ศตวรรษ ปีนี้จึงจัดกิจกรรม เพื่อนำผลงานการเกษตรทั้งที่ผ่านมา และที่จะเกิดขึ้นในศตวรรษหน้าออกมาแสดงให้สังคมทั้งในและนอก ประเทศได้รับรู้ถึงความก้าวหน้า แห่งศาสตร์เกษตรที่เก่าแก่ที่สุดของภาคเหนือ...จึงจัดงานเฉลิมฉลอง “แม่โจ้ 75 ปี” ขึ้นในวันนี้

รศ.ดร.เทพ พงษ์พานิช อธิการบดีมหาวิทยาลัยแม่โจ้ บอกว่า.... งาน 75 ปี แม่โจ้ มหาวิทยาลัยจะเน้นในการเผยแพร่นวัตกรรมองค์ ความรู้ของนักวิจัย อาจารย์ และ นักวิชาการ โดยจะมีโมเดลพร้อมนิทรรศการหลากหลาย อย่างเช่น เครื่องขุดมันฝรั่งติดรถไถเดินตาม, การผลิตปุ๋ยหมักแบบไม่พลิกกลับกองด้วยระบบกองเติมอากาศ, รถประหยัดเชื้อเพลิง, การตัดแต่งกิ่งลำไย, สบู่ดำ ความหวังของพืชพลังงาน, ผ้าอ้อมนาโนทางเลือกใหม่เพื่อโลกสีเขียวและปลูกผักในระบบไฮโดรโปรนิคส์

นอกจากนี้ยังมีการปฏิบัติให้เห็นจริง เช่น การปรับปรุงสภาพเมล็ดพันธุ์, การคัดคุณภาพส้ม ด้วยเครื่องคัดอัตโนมัติ, การสาธิตการผลิตลูกชิ้น, เบเกอรี่, ไวน์ และการสาธิตใช้เครื่องจักรกล เช่น เครื่องทำหญ้าแห้ง, เครื่องคั้นน้ำส้มอัตโนมัติ, เครื่องอบถุงมือยาง เป็นต้น

อธิการบดีมหาวิทยาลัยแม่โจ้ กล่าวอีกว่า...เกษตร ก็คือ อาหาร การเกษตรประยุกต์ในวันนี้ ทำให้รู้ว่า ผลิตแล้วจะเก็บอย่างไร วิธีลดการสูญเสีย ยืดอายุ แปรรูปอาหาร และ ขายอย่างไรถึงจะได้ราคาที่ดี ส่วนในเรื่องการ จัดการขยะชุมชน การลดขยะจากการใช้ผ้าอ้อมสำเร็จรูป การทำธุรกิจที่คำนึงถึงชุมชน และ การหาพลังงานทางเลือก



โดยทุกขั้นตอนมีวิทยากรบรรยายให้ความรู้ ซึ่งทางคณาจารย์ และนิสิต นักศึกษา พร้อมตั้งใจให้บริการวิชาการแก่สังคมด้วยตระหนักดีว่า...เจ้าของมหาวิทยาลัย คือ ประชาชนผู้เสียภาษี

ในงานฉลอง 75 ปี มหาวิทยาลัยแม่โจ้ ยังมีกิจกรรมเพิ่มเติมอีกมากมาย เช่น การเชิญ สักการะพระบรมสารีริกธาตุ จากประเทศศรีลังกา การเรียนรู้ไส้เดือนดินกำจัดขยะอินทรีย์ การจำหน่ายพันธุ์ ลูกปลาบึกที่เพาะพันธุ์ครั้งแรกในโลก และชม พ่อแม่พันธุ์ที่ยาวกว่า 3 เมตร การประชุมเสวนาการ บริการวิชาการ แจกฟรี เมล็ดถั่วลิสง ที่ใช้ เวลาพัฒนาสายพันธุ์ มากว่า 20 ปี การ ประกวดทั้งพืชและสัตว์ มหกรรมความบันเทิงตอนกลางคืนตลอด 7 วัน

โดยจัดขึ้นวันที่ 4-10 ธันวาคม 51 สอบถามรายละเอียดที่ 0-5387-3397-9 หรือคลิกดูกิจกรรมได้ www.75years.mju.ac.th

ที่สำคัญผู้ที่เข้ามากอบโกยความรู้จากแม่ (โจ้) แล้ว....อย่าลืมในบุญคุณ 6 ธันวาฯ อกแม่ยังอ้ารับ...!!

ไชยรัตน์ ส้มฉุน
ขายถุงดำเพาะชำ และพลาสติกคลุมแปลง
Update: ././. .:.:. - Views: 431 | Ans: 0
รับผลิตพลาสติกทุกชนิด  ถุงดำเพาะชำ  ถาดหลุมเพาะเมล็ด  พลาสติกกรีนเฮาส์  พลาสติกอบพืชทำให้  ออกรากเร็ว  พลาสติกแผ่น  
พลาสติกม้วน พลาสติกปูเทคอนกรีต  มีทั้งเกรดหลอมรีไซเคิลราคาถูก   
เกรดผสมเม็ดใหม่บวกรีไซเคิล 
 และเม็ดพลาสติกใหม่ล้วน   และรับผลิตตามลูกค้าสั่ง  ถ้าท่านสนใจกรุณาสอบถามรายละเอียดได้ที่ 081-903-2563 www.maidokklong15.com
ขายปุ๋ยอินทรียื ขี้ไก่อัดเม็ด คุณภาพสูง 100%
Update: ././. .:.:. - Views: 808 | Ans: 0
จำหน่ายปุ๋ยอินทรีย์ ขี้ไก่อัดเม็ดคุณภาพสูงจริงๆ ราคาถูก ขายโดยโรงงานตรง ไม่ผ่านนายหน้า ติดต่อและดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ http://pui-in-see.pantown.com หรือติดต่อ 081-6601290 
จำหน่ายไส้เดือนพันธุ์ AF พ่อพันธุ์แม่พันธุ์ราคาถูกจำนวนมาก
Update: ././. .:.:. - Views: 12174 | Ans: 0
จำหน่ายไส้เดือนพันธุ์AF พ่อพันธุแม่พันธุ์ราคาถูกจำนวนมาก  กิโลกรัมละ 700 บาท เลี้ยงง่าย โตเร็ว ให้ลูกดก พร้อมแนะนำวิธีการเลี้ยงง่ายๆแต่ได้ผลจริง หรือถ้าสนใจมาศึกษาวิธีการเลี้ยง ทางฟาร์มของเราก็ยินดีค่ะ อยู่ที่ราชบุรีค่ะ
สนใจติดต่อ  คุณนก 086-3936542  ขอบคุณค่ะ
ปุ๋ยเม็ดสกัดเพอร์เฟค ซี (ตรานกอินทรีคู่) สูตรสีแดง และปุ๋ยเม็ดสกัดวันเดอร์ สูตรสีเขียว
Update: ././. .:.:. - Views: 804 | Ans: 0
ปุ๋ยเม็ดสกัดเพอร์เฟค ซี (ตรานกอินทรีคู่) สูตรสีแดง

เร่งโต แตกกอ
อาหารพืชครบถ้วน เพิ่มปริมาณ และคุณภาพผลผลิต เพิ่มความต้านทานโรคและแมลง

ไนโตรเจนสูง (N): ช่วยสร้างอาหาร ส่งเสริมการเจริญเติบโต เพิ่มความเขียว ระบบรากทำงานเต็มที่

กรดอะมีโน: สร้างฮอร์โมน ทำให้พืชสมบูรณ์ทุกระยะ

จุลินทรีย์: เพิ่มการย่อยสลาย ช่วยปลดปล่อยธาตุอาหาร และปรับปรุงโครงสร้างดิน

ใช้สำหรับ
- เร่งโตแตกกอในนาข้าว ทำให้ข้าวแตกกอใหญ่ ใบตั้งตรง ต้านทานโรค
- ใส่มันมันปะหลังอายุ 1 เดือน - สองเดือน เพื่อเร่งให้แตกตอ และใบเขียวสมบูรณ์
- พืชผักกินใบ เช่นกับกาด ผักบุ้ง และผักอื่นๆ

ปุ๋ยเม็ดสกัดวันเดอร์ (ตรานกอินทรีคู่) สูตรสีเขียว

เตรียมดิน บำรุงต้น ส่งเสริมการเจริญเติบโต
เขียวนาน ใบตั้งตรง ต้นแข็งแรง ผลผลิตดี

3T เทคโนโลยี เม็ดปุ๋ย 3 ชั้น

T1: เคลือบชั้นนอกสุด ด้วยจุลินทรีย์ประสิทธิภาพสูง 3 กลุ่ม ในการย้อยแป้ง โปรตีน และเส้นใย

T2: ชั้นที่สองเป็นธาตุอาหารสกัดปลดปล่อยเร็ว ที่พืชสามารถดูดซึมไปใช้ได้อย่างรวดเร็ว และนำไปใช้ได้ทันที

T3: ธาตุอาหารปลดปล่อยช้า คุณภาพสูง กรดอะมิโน และอินทรีย์วัตถุ

ใช้สำหรับ
ยางพารา ก่อนเปิดกรีด, นาข้าวช่วงไถกลบและช่วงตั้งท้อง, ปาล์มน้ำมัน, มันสัมปะหลัง, พืชผัก ผลไม้ต่างๆ

ทำความเข้าใจกับ การปลดปล่อยธาตุอาหาร ของปุ๋ยสามชนิด


จากกราฟ แสดงให้เห็น (รูปภาพที่แนบมาด้านล่าง)
เส้นสีแดง เป็นประสิทธิภาพการปล่อยธาตุอาหารของปุ๋ยเคมี
เส้นสีเขียว เป็นประสิทธิภาพการปล่อยธาตุอาหารของปุ๋ยเม็ดสกัดวันเดอร์
เส้นสีน้ำเงิน เป็นประสิทธิภาพการปล่อยธาตุอาหารของปุ๋ยอินทรีย์ทั่วไป
ให้เราลองพิจารณากราฟเส้นสีแดง ของปุ๋ยเคมี จะเห็นได้ว่าเมื่อท่านได้ทำการใส่ปุ๋ยเคมีลงในพืช จะเห็นผลได้ชัดเจน ภายในช่วง 3-11 วัน จากนั้น พืชผักที่ได้รับปุ๋ยเคมี ก็จะได้รับธาตุอาหารน้อยลงไป ตามกราฟ ความเขียวจะลดลง หรือกลับสู่สภาพเดิม หลังจากสองสัปดาห์และต่อๆไป และสังเกตุได้ว่า ปีต่อๆไป ท่านต้องใส่ปุ๋ยเคมี ในปริมาณมากขึ้น เพื่อให้ได้ผลผลิตใกล้เคียงกับปีที่ผ่านมา

มาดูในส่วนของกราฟเส้นสีเขียว ของปุ๋ยเม็ดสกัดวันเด้อร์ จาก กราฟ แสดงให้เราเห็นว่า หลังจากใส่ปุ๋ย จะเห็นผลช้ากว่าปุ๋ยเคมี คือเริ่มเห็นผลชัดเจนเต็มที่ประมาณ 7 วันหลังจากใส่ แต่ช่วงที่ต้นไม้ ได้รับธาตุอาหารจะนานกว่า ไปจนถึงประมาณ สามถึงสี่สัปดาห์ ธาตุอาหารจึงค่อยลดลงไป แต่ลดลงไปไม่มากเท่าปุ๋ยเคมี เนืองจาก ปุ๋ยเม็ดสกัดวันเด้อร์ มีเทคโนโลยี 3T ที่นอกจากให้ธาตุอาหารแล้ว ยังมีการปรับปรุงจุลินทรีย์ และบำรุงดินด้วย

และสุดท้ายกราฟเส้นสีน้ำเงิน ของปุ๋ยอินทรีย์ เป็นที่แน่นอน และทราบกันอยู่ทั่วไปว่า ปุ๋ยอินทรีย์จะเห็นผลได้ช้า หลังจากใส่แต่จะทำให้ดินดีขึ้นตลอด และในปีถัดไป ดินก็จะมีธาตุอาหารเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ อย่างช้าๆ เหมาะกับการทำเกษตรกรรมอย่างยั่งยืน



สนใจผลิตภัณฑ์ หรือสนใจเป็นตัวแทนจำหน่าย

ติดต่อ ฟาร์มเกษตร
คุณ ปิยะมาศ

โทร: 0894599003
6.00 น. - 21.00 น.

แฟกซ์: 045-511273
e-mail: piyamas@farmkaset.com
info@farmkaset.com
กระทรวงเกษตรฯ สั่งการ ส.ป.ก. ลุยพลิกโฉมนาข้าว 1 ล้านไร่ ในพื้นที่ 18 จังหวัด
Update: ././. .:.:. - Views: 356 | Ans: 0
กระทรวงเกษตรฯ สั่งการ ส.ป.ก. ลุยพลิกโฉมนาข้าว 1 ล้านไร่ ในพื้นที่ 18 จังหวัด มุ่งใช้แผนปรับลด 4 ความสิ้นเปลืองยุคต้นทุนแพง วางเป้าหมายเกษตรกร 50,000 ครอบครัว ลดรายจ่ายภาพรวมได้ 510 ล้านบาท  
    
  นายสมพัฒน์ แก้วพิจิตร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยภายหลังเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม ว่า ถึงแม้ว่าสถานการณ์ราคาข้าวที่เพิ่มสูงขึ้นในปัจจุบันจะส่งผลให้เกษตรกรมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น แต่ในขณะเดียวกันต้นทุนการผลิตอันเป็นผลมาจากภาวะราคาน้ำมันก็เพิ่มสูงขึ้นคู่ขนานกันไปด้วย ดังนั้น กระทรวงเกษตรฯ จึงสั่งการให้สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) ร่วมมือกับหน่วยงานทั้งในและนอกสังกัด อาทิ กลุ่มเกษตรกร กรมพัฒนาที่ดิน กรมชลประทาน องค์การบริหารส่วนตำบล สถาบันการศึกษา ฯลฯ ขับเคลื่อน “โครงการพลิกโฉมนาข้าว เขตปฏิรูปที่ดิน 1 ล้านไร่” ครอบคลุมพื้นที่ภาคเหนือตอนล่างและภาคกลางตอนบน รวม 18 จังหวัด ด้วยการน้อมนำปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงในมิติลดรายจ่ายมาปรับใช้กับอาชีพการทำนา เน้นไปที่การจัดระบบการถือครองที่ดินและการใช้ทรัพยากรที่ดินต่อหน่วยเพื่อการเกษตรที่ยั่งยืน นายสมพัฒน์ กล่าวต่อไปว่า โครงการพลิกโฉมนาข้าวฯ จะเป็นการสร้างพื้นฐานกระบวนการเรียนรู้ เพื่อให้เกษตรกรยอมรับระบบการผลิตที่เหมาะสมอันเอื้อประโยชน์ต่อตนเองในอนาคตบนพื้นฐานของศักยภาพผืนดินรายแปลง โดยปรับลด 4 ความสิ้นเปลืองสำคัญ ได้แก่ ความสิ้นเปลืองด้านเมล็ดพันธุ์ข้าว ด้วยการใช้เมล็ดพันธุ์ข้าวบริสุทธิ์ที่มีคุณภาพ อัตราการงอกสูง ป้องกันรายจ่ายสูญเปล่าจากการซื้อเมล็ดพันธุ์ที่มากเกินไปหรือเมล็ดพันธุ์ด้อยคุณภาพ รวมทั้งปรับลดความสิ้นเปลืองด้านการปรับปรุงโครงสร้างผืนดิน ด้วยการเตรียมดินที่เหมาะสม ควบคู่กับไถกลบหรือหมักฟางข้าวในนาแทนการเผาฟางข้าวหลังการเก็บเกี่ยว และปรับลดความสิ้นเปลืองการใช้ปุ๋ยเคมี โดยดูแลตั้งแต่ต้นทาง ไม่ให้น้ำมีสภาพความเป็นกรด ส่งเสริมการใช้ปุ๋ยอินทรีย์-ชีวภาพ หรือหากจะต้องใช้ปุ๋ยเคมีก็ต้องคัดเลือกให้ตรงกับความต้องการของข้าว ซึ่งในส่วนนี้ต้องให้ความรู้และปรับเปลี่ยนทัศนคติของเกษตรกรจากการใช้ปุ๋ยแบบครอบจักรวาลมาเป็นการใช้ตามความจำเป็นรายแปลง ตลอดจนปรับลดความสิ้นเปลืองด้านการใช้สารเคมีป้องกันกำจัดแมลงที่ไม่ตรงกับโรคข้าวและเกินความจำเป็น รวมทั้งศึกษาแนวทางให้ธรรมชาติดูแลธรรมชาติด้วยกันเอง ด้วยการใช้วิธีปล่อยแมลงกำจัดศัตรูพืช และเฝ้าระวังศัตรูข้าวด้วยการสำรวจและควบคุมอย่างสม่ำเสมอ “โครงการพลิกโฉมนาข้าว เขตปฏิรูปที่ดิน 1 ล้านไร่ จะเริ่มในพื้นที่ชุมชนนำร่องขนาด 500 ไร่ ใน อ.สองพี่น้อง จ.สุพรรณบุรี และจัดตั้ง “ศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจข้าวในเขตปฏิรูปที่ดิน” เพื่อเป็นแกนนำการเปลี่ยนแปลงประจำตำบลเป้าหมายทุกตำบล รวมทั้งขยายผลองค์ความรู้ผ่านกลไกของชุมชนและองค์กรสนับสนุนทุกภาคส่วน ซึ่งเกษตรกรแต่ละรายที่ผ่านกระบวนการเรียนรู้ระบบการผลิตบนพื้นฐานของศักยภาพที่ดินรายแปลง จะสามารถลดรายจ่ายลงได้ประมาณ 510 บาท/ไร่/ฤดูกาล คาดว่าในภาพรวมจะช่วยลดความสิ้นเปลืองยุคต้นทุนแพงให้กับเกษตรกรผู้เข้าร่วมโครงการ 50,000 ครอบครัว ในพื้นที่ 18 จังหวัด ได้ถึง 510 ล้านบาท พร้อมทั้งสร้างความตระหนักของกลุ่มเกษตรกรในพื้นที่ให้มีการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรดินอย่างยั่งยืนด้วย” นายสมพัฒน์ กล่าว  

from: moac.go.th
Leading Private AgroForestry Management System Tagoo
Update: ././. .:.:. - Views: 755 | Ans: 0
Leading Private AgroForestry Management System Tagoo

TaGoo KanDaeng Variety (Anthocephalus Chinensis)

1. Scope of Services 
    * Planting & Maintenance 5 year (Land Prepartion, Seedling, Planting, Replacing, Weed/Pest/Insect Control, Fire Protection)
     * Design Water Supply System

2. Project Area - Thailand, Laos, Cambodia

Please visit our website for more details: 

http://www.agroforestrysystem.com

http://tree.igetweb.com

Email:  agroforests@yahoo.com
กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดโครงการ “คลินิกเกษตรเคลื่อนที่ฯ” 
Update: ././. .:.:. - Views: 420 | Ans: 0
กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดโครงการ “คลินิกเกษตรเคลื่อนที่ฯ” เนื่องในวันคล้ายวันประสูติ พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าทีปังกรรัศมีโชติ  
    
  กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จัดโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในพระราชานุเคราะห์ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร พร้อมกันทั่วประเทศ ตั้งแต่วันที่ 29 เมษายน – 31 พฤษภาคม 2551 โดยในส่วนกลางจัดขึ้นระหว่างวันที่ 29 เมษายน – 3 พฤษภาคม 2551 ณ พิพิธภัณฑ์การเกษตรเฉลิมพระเกียรติฯ อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี เน้นแก้ไขปัญหาและให้บริการด้านการเกษตรทุกสาขาแก่เกษตรกร โดยเฉพาะปีนี้ปัจจัยการผลิตมีราคาสูง จึงนำเทคโนโลยีการลดต้นทุนการผลิตข้าวมาถ่ายทอดความรู้แก่เกษตรกรใน 56 จังหวัด นายสมศักดิ์ ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานในพิธีเปิด“โครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในพระราชานุเคราะห์ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร” เนื่องในวันคล้ายวันประสูติพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าทีปังกรรัศมีโชติ โดยมีปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร พร้อมด้วยคณะข้าราชการในสังกัดกระทรวงเกษตรฯ ผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานี และเกษตรกรจาก 56 จังหวัด จำนวนกว่า 20,000 คน เข้าร่วมพิธีเปิดโครงการ ณ พิพิธภัณฑ์การเกษตรเฉลิม พระเกียรติฯ อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี เมื่อวันที่ 29 เมษายน 2551 โดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า เนื่องในวโรกาสอันเป็นมิ่งมงคลวันคล้ายวันประสูติพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าทีปังกรรัศมีโชติ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จึงได้กำหนดจัด “โครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในพระราชานุเคราะห์ฯ” ขึ้น เพื่อเป็นการเทิดพระเกียรติและมีวัตถุประสงค์เพื่อให้เกษตรกรที่มีปัญหาด้านการเกษตรสามารถเข้าถึงการบริการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้รับการแก้ปัญหาอย่างครบวงจรในคราวเดียวกัน รวมทั้งเพื่อเป็นการปลุกจิตสำนึกและถ่ายทอดความรู้แก่เกษตรกรในการลดต้นทุนการผลิตข้าว เพื่อช่วยบรรเทาปัญหาปัจจัยการผลิตราคาแพง โดยถือเป็นความร่วมมือกันในหลายหน่วยงาน ได้แก่ หน่วยงานต่างๆ ในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ และมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ทั้งนี้ โครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ฯ กำหนดเปิดให้บริการพร้อมกันทั่วประเทศ ในระหว่างวันที่ 29 เมษายน – 31 พฤษภาคม 2551 โดยจะมีการจัดคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ฯ ในส่วนกลาง ระหว่างวันที่ 29 เมษายน – 3 พฤษภาคม 2551 ณ พิพิธภัณฑ์การเกษตรเฉลิมพระเกียรติฯ อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี ซึ่งกิจกรรมภายในงานประกอบด้วย 4 ส่วน ได้แก่ 1. ส่วนการให้บริการโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ฯ เป็นการให้บริการความรู้และแก้ไขปัญหาต่างๆ ให้กับเกษตรแบบเบ็ดเสร็จ ณ จุดเดียว โดยมีหน่วยงานภายในสังกัดของ /กระทรวงเกษตร... กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นผู้ให้คำปรึกษาในเรื่องต่างๆ ประกอบด้วย คลินิกเคลื่อนที่ในพระราชานุเคราะห์ ได้แก่ คลินิกพืช (กรมวิชาการเกษตร) / คลินิกพืช (กรมการข้าว) / คลินิกดิน (กรมพัฒนาที่ดิน) / คลินิกสัตว์ (กรมปศุสัตว์) / คลินิกประมง (กรมประมง) / คลินิกบัญชี (กรมตรวจบัญชีสหกรณ์) / คลินิกชลประมาน (กรมชลประทาน) / คลินิกสหกรณ์ (กรมส่งเสริมสหกรณ์) / คลินิกกฎหมาย (สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม) และคลินิกเสริม ได้แก่ คลินิกบริหารศัตรูพืช / คลินิกพันธุ์พืชเพาะเลี้ยง / คลินิกจักรกลการเกษตร / คลินิกหม่อนไหม 2. ส่วนการแสดงนิทรรศการและการสาธิตโครงการสายใยรักแห่งครอบครัว เป็นการแสดงนิทรรศการความเป็นมา ผลการดำเนินงานของโครงการ การสาธิตการแปรรูปอาหาร และงานหัตถกรรมต่างๆ 3. ส่วนการถ่ายทอดความรู้เรื่องการลดต้นทุนการผลิตข้าว เป็นการให้ความรู้เกี่ยวกับการลดต้นทุนเรื่องต่างๆ ในการผลิตข้าว โดยเน้นให้มีรูปแบบเป็นสถานีถ่ายทอดความรู้ในหัวข้อต่างๆ จำนวน 5 สถานี ได้แก่ สถานีที่ 1 การจัดการเมล็ดพันธุ์ สถานีที่ 2 พลิกฟื้นผืนนาไทย สถานีที่ 3 การใช้ปุ๋ย เอ็น-พี-เค แบบสั่งตัด สถานีที่ 4 บริหารศัตรูพืช สถานีที่ 5 เตาเผาแกลบมหัศจรรย์ 4. ส่วนมหกรรมการจำหน่ายสินค้าคุณภาพจากวิสาหกิจชุมชน เป็นการเผยแพร่และจำหน่ายสินค้าคุณภาพจากวิสาหกิจชุมชนทั่วประเทศ และร้านอาหารเพื่อบริการผู้มาร่วมงาน รวมกว่า 150 ร้าน อนึ่ง โครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ฯ ในส่วนกลาง พร้อมเปิดให้บริการและถ่ายทอดความรู้แก่เกษตรกรและประชาชนทั่วไป ระหว่างวันที่ 29 เมษายน – 3 พฤษภาคม 2551 ตั้งแต่เวลา 08.30 – 20.00 น. โดย ผู้เข้าเยี่ยมชมงานนอกจากจะได้รับความรู้ด้านการเกษตรที่เป็นประโยชน์แล้ว ยังจะได้พบกับกิจกรรมบันเทิงจากคอนเสิร์ตของศิลปินชื่อดัง ซึ่งผู้สนใจเข้าร่วมงานกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้จัดรถบริการรับ – ส่ง จำนวน 3 จุด ดังนี้ จุดที่ 1 บริเวณหน้าสระน้ำมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ จุดที่ 2 บริเวณหน้านวนคร จุดที่ 3 หน้าฟิวเจอร์พาร์ค รังสิต โดยให้บริการวันละ 4 เที่ยว  

from: moac.go.th
ก.เกษตรฯ พิจารณามาตรการส่งเสริมเกษตรกรลดการใช้ปุ๋ยเคมี เพิ่มการใช้ปุ๋ยอินทรีย์ เพื่อลดต้นทุน...
Update: ././. .:.:. - Views: 404 | Ans: 0
ก.เกษตรฯ พิจารณามาตรการส่งเสริมเกษตรกรลดการใช้ปุ๋ยเคมี เพิ่มการใช้ปุ๋ยอินทรีย์ เพื่อลดต้นทุนการผลิตและพัฒนาอาชีพการเกษตรให้มีรายได้ที่มั่นคงและยั่งยืน  
    
  นายยุคล ลิ้มแหลมทอง รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า คณะกรรมการนโยบายและแผนพัฒนาการเกษตรและสหกรณ์ได้แต่งตั้งคณะอนุกรรมการดินและปุ๋ย โดยมี ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธาน มีอำนาจหน้าที่ในการเสนอนโยบายเกี่ยวกับดินและปุ๋ยและสารบำรุงดินอื่นๆให้มีความชัดเจนและเป็นประโยชน์ต่อเกษตรกรและประเทศชาติ รวมทั้งประสานความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาค เอกชน และหน่วยงานต่าง ๆ เพื่อให้การดำเนินงานในการพัฒนาและแก้ไขปัญหาดินและปุ๋ยเป็นไปอย่างถูกต้องและมีประสิทธิภาพ นายยุคล กล่าวต่อไปว่า กระทรวงเกษตรฯ มีนโยบายให้เกษตรกรลดการใช้ปุ๋ยเคมีและเพิ่มการใช้ปุ๋ยอินทรีย์ โดยใช้ปุ๋ยเคมีตามค่าวิเคราะห์ดิน ซึ่งกรมพัฒนาที่ดินได้เร่งรัดพัฒนา 2 โปรแกรม ได้แก่ โปรแกรมดินไทยและธาตุอาหารพืช และโปรแกรมการจัดการดินและปุ๋ยรายแปลง ทั้งนี้ เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรลดใช้ปุ๋ยเคมี ใช้แต่พอดี และช่วยลดรายจ่าย โดยจะดำเนินการอบรมและติดตั้งโปรแกรมพร้อมให้คำแนะนำ ณ สำนักพัฒนาที่ดินเขต สถานีพัฒนาที่ดินทุกจังหวัด ศูนย์การเรียนรู้การพัฒนาที่ดินตามแนวเศรษฐกิจพอเพียง 800 แห่งทุกอำเภอทั่วประเทศ รวมทั้งจัดทำข้อมูลสำหรับหมอดินอาสาประจำตำบลทุกตำบล จัดฝึกอบรมนักวิชาการของ อบต. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง สำหรับโรงงานผลิตปุ๋ยอินทรีย์ที่มีเครื่องมืออุปกรณ์ พร้อมติดตั้งโปรแกรมการใช้ปุ๋ยเคมีตามค่าวิเคราะห์ดิน รวมถึงการตรวจวิเคราะห์ดินในพื้นที่เป้าหมายเพิ่มเติม รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวอีกว่า ที่ประชุมยังได้เห็นชอบในหลักการกรอบนโยบายส่งเสริมการใช้ปุ๋ยอินทรีย์ เพื่อใช้บรรเทาความเดือดร้อนของเกษตรกร โดยจะดำเนินการรณรงค์ส่งเสริมเกษตรกรให้มีการใช้ปุ๋ยอินทรีย์ในระบบการผลิต สนับสนุน เร่งรัดการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตปุ๋ยอินทรีย์ ปุ๋ยชีวภาพให้มีมาตรฐาน ฟื้นฟูและพัฒนาโรงงานผลิตปุ๋ยอินทรีย์-ชีวภาพ ให้สามารถขับเคลื่อนดำเนินงานผลิตได้อย่างต่อเนื่องและมีมาตรฐาน ส่งเสริมไถกลบตอซังพืช ส่งเสริมการใช้พืชปุ๋ยสดในการปรับปรุงบำรุงดิน รวมทั้งรณรงค์จัดการเศษวัสดุเหลือใช้ผลิตปุ๋ยอินทรีย์ ทั้งนี้ ได้มอบหมายกรมพัฒนาที่ดิน กรมส่งเสริมการเกษตร กรมวิชาการเกษตร กรมส่งเสริมสหกรณ์ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ให้การสนับสนุน รณรงค์ ส่งเสริมและปรับปรุงประสิทธิภาพการผลิตปุ๋ยอินทรีย์ตามมาตรฐานท้องถิ่นเพื่อพัฒนาสู่มาตรฐาน ตามที่หน่วยงานภาครัฐกำหนดไว้ เพื่อรองรับนโยบายส่งเสริมให้มีการผลิตและใช้ปุ๋ยอินทรีย์เพื่อลดการใช้ปุ๋ยเคมี รวมทั้งเร่งรัดการดำเนินงานตามภารกิจของหน่วยงานเพื่อสนับสนุนนโยบายด้านปุ๋ยอินทรีย์ ได้บรรลุความ สำเร็จอย่างมีประสิทธิภาพต่อไป  

from: moac.go.th
“ธีระชัย” มองวิกฤตพลังงานโลก เป็นโอกาสพืชพลังงานของไทย พร้อมเดินหน้าเพิ่ม..
Update: ././. .:.:. - Views: 447 | Ans: 0
“ธีระชัย” มองวิกฤตพลังงานโลก เป็นโอกาสพืชพลังงานของไทย พร้อมเดินหน้าเพิ่มผลผลิตต่อไร่และส่งเสริมปลูกพืชน้ำมันในภาคอีสาน หวังนำไทยเป็นโอเปคพืชพลังงานของโลกรองจากบราซิล  
    
  นายธีระชัย แสนแก้ว รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวถึงนโยบายผลักดันให้ไทยเป็นโอเปคพืชพลังงานของโลกรองจากบราซิลว่า จากปัญหาวิกฤตพลังงานที่ทุกประเทศกำลังเผชิญอยู่ในขณะนี้ กระทรวงเกษตรฯ มีเป้าหมายผลักดันให้ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งมีศักยภาพในการผลิตอ้อยและมันสำปะหลังในระดับสูง เป็นแหล่งผลิตพืชพลังงานทดแทนของประเทศ และวางเป้าหมายต่อเนื่องสู่การเป็นโอเปคพืชพลังงานรองจากประเทศบราซิล ปัจจุบันการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงของประเทศ แบ่งเป็น น้ำมันเบนซิน ประมาณ 20 ล้านลิตรต่อวัน คิดเป็นมูลค่าประมาณ 600 ล้านบาท/วัน หรือประมาณ 219,000 ล้านบาทต่อปี ในขณะที่ประมาณการใช้น้ำมันดีเซลประมาณ 50 ล้านลิตรต่อวัน คิดเป็นมูลค่าประมาณ 1,500 ล้านบาท หรือ ประมาณ 547,500 ล้านบาทต่อปี รัฐบาลจึงมีนโยบายพืชพลังงานทดแทนอย่างเป็นรูปธรรม จากแผนการผลิตน้ำมันปาล์มเพื่อผลิตเป็นไบโอดีเซล ตั้งแต่ปี 2551 – 2554 จำนวน 0.40 – 8.50 ล้านลิตรต่อปี จะมีผลทำให้ลดการนำเข้าน้ำมันได้ คิดเป็นมูลค่าประมาณ 4,380-93,075 ล้านบาทต่อปี และในกรณีผลิตเอทานอล 1.50 – 3.00 ล้านลิตรต่อวัน จะสามารถประหยัดเงินจากการนำเข้าเชื้อเพลิงได้ประมาณ 16,425 – 32,850 ล้านบาทต่อปี รวมเงินที่ สามารประหยัดได้จากการใช้พืชพลังงานทดแทน รวม 20,805 – 125,925 ล้านบาท ต่อปี ในส่วนของพื้นที่ปลูก มันสำปะหลัง ให้คงพื้นที่ปลูกที่ 7.4 ล้านไร่ เพิ่มผลผลิตต่อไร่จาก 3.7 ตันเป็น 4.7 ตัน ในส่วนอ้อยโรงงาน คงพื้นที่ปลูกที่ 6.0 ล้านไร่ เพิ่มผลผลิตต่อไร่ จาก 11.0 ตัน เป็น 12ตัน สำหรับปาล์มน้ำมัน ขยายพื้นที่ปลูกจาก 3.0 ล้านไร่ เป็น 5.5 ล้านไร่ ในเขตนาร้าง ไร่ร้าง และพื้นที่เสื่อมโทรม เพิ่มผลผลิตต่อไร่จาก 3.0 ตัน เป็น 3.5 ตัน “ไทยเป็นผู้ผลิตรายใหญ่ของอ้อยและมันสำปะหลัง บราซิลเจริญรุ่งเรืองมากทางด้านพืชพลังงานทดแทนและส่งไปจำหน่ายทั่วโลก โดยเฉพาะการในการผลิตเอทานอล ในขณะเดียวกันไทยน่าจะเป็นประเทศที่ 2 รองจาก บราซิลเพราะประเทศอื่นไม่ได้ส่งเสริมกันอย่างเต็มที่ และพื้นที่ไม่เหมาะสมกับการปลูกพืชดังกล่าว คณะรัฐมนตรีมีมติชัดเจน โดยกระทรวงการคลังจะสนับสนุนงบประมาณ เพื่อผลักดันพืชพลังงานวงเงิน 25,000 ล้านบาท ทั้งได้สั่งการให้กรมวิชาการเกษตรนำพันธุ์อ้อย มันสำปะหลังและปาล์มน้ำมันพันธุ์ดี ที่ให้ผลผลิตสูง เร่งทำการประชาสัมพันธ์และส่งเสริมการปลูกให้กับเกษตรกรโดยเร็ว พืชพลังงานถือเป็นนโยบายสำคัญของรัฐบาลและกระทรวงเกษตรฯที่จะขับเคลื่อนให้เกิดผลเป็นรูปธรรม ซึ่งกระทรวงเกษตรฯพร้อมที่จะเดินหน้าอย่างจริงจัง” นายธีระชัย กล่าว  

from: moac.go.th
ประชุมมันสำปะหลังนานาชาติ ประกวดหัวมัน- เกษตรกรดีเด่น
Update: ././. .:.:. - Views: 1426 | Ans: 0
นางอภิรดี ตันตราภรณ์ อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ (คต.) เผยว่า เพื่อโชว์ศักยภาพในฐานะที่เป็นผู้นำการผลิตมันสำปะหลังของไทย รวมถึงการเพาะปลูก พัฒนาพันธุ์และการค้า ผลิตภัณฑ์มันสำปะหลังของโลก กรม การค้าต่างประเทศจึงได้จัดกิจกรรมประชุมมันสำปะหลังนานาชาติ หรือ World Tapioca Conference 2009 ที่จะจัดขึ้น ณ ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมอิมแพค เมืองทองธานี จังหวัดนนทบุรี ในวันที่ 15-16 มกราคม 52 

เพื่อให้การจัดงานประชุมครั้งนี้คึกคัก คณะกรรมการจึงจัดการประกวดขึ้น 2 ประเภท คือ การประกวดมันสำปะหลังหัวใหญ่ที่สุดในประเทศไทย และการประกวดเกษตรกรดีเด่น โดยจะพิจารณา คัดเลือกจากบัญชีรายชื่อของมูลนิธิกองทุนมันสำปะหลังที่ได้คัดเลือกไว้ แล้วเมื่อปี 2549-2550 ตามหลักเกณฑ์ การเพิ่มปริมาณผลผลิตการบริหารจัดการไร่ การบำเพ็ญประโยชน์ การอนุรักษ์ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และการประยุกต์ใช้เทคโนโลยี เป็นตัวชี้วัดในการตัดสินเพื่อมอบรางวัลเกษตรกร ที่ชนะเลิศการประกวดประเภทมันสำปะหลังหัวใหญ่ รางวัลที่ 1, 2 และ 3 จะได้รับโล่รางวัลประกาศเกียรติคุณพร้อมเงินสด หากเกษตรกรสนใจส่งมันสำปะหลังหัวใหญ่และเกษตรกรดีเด่น สามารถสอบถามรายละเอียดได้ที่ สำนักมาตรฐานสินค้านำเข้าส่งออก กรมการค้าต่างประเทศ โทรศัพท์ 0-2547-4744 และสายด่วน 1385 ในเวลา
 
 
รับสมัครเซลฟรีแลนด์ และตัวแทนจำหน่ายเคมีเกษตร สนใจกรุณาติดต่อ 081-903-2563
Update: ././. .:.:. - Views: 526 | Ans: 0
รับสมัครเซลฟรีแลนด์ และ ตัวแทนจำหน่าย ขายเคมีเกษตรยาฆ่าแมลง  วิตามินB1เร่งรากเพิ่มรากฝอยรากแขนงจำนวนมาก  ฮอร์โมน-อาหารเสริม เร่งการเจริญเติบโตทำให้ใบเขียวเข้ม  เร่งดอก  เร่งผลทำให้เนื้อแน่น
 เนื้อหวานผลไม่กลวง  และรับผลิตฮอร์โมน-อาหารเสริม 
ตามลูกค้าสั่ง ราคาไม่แพง คุณภาพดี และรับสั่งเคมีเกษตรจาก
ต่างประเทศ ถ้าท่านสนใจกรุณาสอบถามรายละเอียดได้ที่ 
081-903-2563 บอส   www.maidokklong15.com
น่าจะเป็นสื่อกลาง ให้คนอยากขายและอยากซื้อ เครื่องมือการเกษตรมือสอง
Update: ././. .:.:. - Views: 992 | Ans: 0
ด้านล้างนี้เป็นข้อความที่ คุณ udom sawaddee ได้ส่งมาทาง info@farmkaset.com
ฟาร์มเกษตร ขอขอบคุณเป็นอย่างสูงสำหรับคำแนะนำครับ และเรากำลังพยายาม ทำตามคำแนะนำของคุณ udom อยู่ครับผม

---------------------------------------------------------------------------------
ถ้า มีโอกาศและจังหวะ อยากให้ทางคุณ
เป็นสื่อกลาง ให้คนอยากขายและอยากซื้อ เครื่องมือการเกษตรมือสอง
ที่ชาวสวน ชาวไร่ จำเป็นต้องใช้
       
นับถือ
---------------------------------------------------------------------------------
ขายต้นชุมแสง192นิ้ว
Update: ././. .:.:. - Views: 1159 | Ans: 0
ขายต้นชุมแสง วัดรอบต้นได้ 192นิ้ว   ถ้าท่านสนใจสอบถามรายละเอียดได้ที่ 081-903-2563 www.maidokklong15.com
ขายต้นสบู่ดำ  ทั้งเล็กและใหญ่   ถ้าท่านสนใจกรุณาติดต่อ 
081-903-2563 
และต้นสามเหลี่ยมคอแดง มีหลายขนาดให้เลือก
แนะนำผลงานเด่นๆ ด้านการวิจัยเกษตร (พืช) ของศูนย์พันธุวิสวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ (BIOTEC)
Update: ././. .:.:. - Views: 1957 | Ans: 0
ลองดูตามลิงค์นี้นะครับ

http://www.biotec.or.th/biotechnology-th/BIOTEC-Output-list.asp?FilestrPath=งานวิจัยด้านการเกษตร%20(พืช)

มีผลงานวิจัย ที่น่าสนใจหลายๆด้านครับ
ยกตัวอย่างเช่น
- การวิจัยพัฒนาอ้อยพันธุ์ดี
- พันธุ์ข้าวต้านทานเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล
- เทคโนโลยีการสร้างกล้วยไม้ลูกผสมที่ไม่เป็นหมัน
- การปรับปรุงพันธุ์ข้าวเหนียว กข 6 สำหรับนาปรัง
- มะละกอต้านทานไวรัสใบด่างจุดวงแหวน
- การถ่ายทอดพันธุ์ข้าวขาวดอกมะลิ 105 ทนน้ำท่วมฉับพลัน สู่เกษตรกร
- การถ่ายทอดพันธุ์ข้าวแก้วเกษตรต้านทานโรคไหม้สู่เกษตรกร
- การเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อต้นสักเสาชิงช้า
- โครงการจัดการเชื้อพันธุกรรมพริกและการพัฒนาพันธุ์พริกเผ็ด
- การค้นพบยีนความหอมในข้าวและแนวทางการใช้ประโยชน์
- การรวบรวมเชื้อพันธุกรรมและการปรับปรุงพันธุ์ข้าวโพด
- การปรับปรุงพันธุ์พริกต้านทานโรคแอนแทรกโนส
- เทคโนโลยีการผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวคุณภาพดีที่เหมาะสมกับขุมชน
- เทคโนโลยีชีวภาพเพื่อการป้องกันและกำจัดโรคใบขาวในอ้อย
- การปรับปรุงพันธุ์กระเจี๊ยบเขียวลูกผสมต้านทานไวรัส
- การเก็บรวบรวมพันธุ์ชาของประเทศไทย
- เทคโนโลยีชีวภาพเพื่อการปรับปรุงพันธุ์มะเขือเทศต้านทานโรค
- การเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อกับการผลิตท่อนพันธุ์ขิงและหัวปทุมมาปลอดโรค
- การปรับปรุงพันธุ์ข้าวขาวดอกมะลิ 105 ทนน้ำท่วมฉับพลัน
- พันธุ์ถั่วเหลืองต้านทานโรคราสนิม

และยังมีอีกเยอะเลยครับ ทั้งหมดนี้ BIOTEC เตรียมไว้ให้ดาวน์โหลด ในรูปแบบ .pdf เปิดด้วยโปรแกรม Acrobat reader หรือ Adobe reader นะครับ สำหรับคนที่ยังไม่มี ก็ดาวน์โหลดได้ที่
http://www.adobe.com/products/acrobat/readstep2.html
เป็นซอฟท์แวร์ฟรีครับ
แนะนำลักษณะประจำของมันสำปะหลัง ที่นิยมปลูก
Update: ././. .:.:. - Views: 18038 | Ans: 0
ตามตารางนะครับ
กระทรวงเกษตรฯ สนับสนุนภาคเอกชนตั้งโรงงานรับซื้อผลผลิต
Update: ././. .:.:. - Views: 360 | Ans: 0
กระทรวงเกษตรฯ สนับสนุนภาคเอกชนตั้งโรงงานรับซื้อผลผลิต หวังสร้างความมั่นใจให้เกษตรกรผู้ปลูกยางพารา  
    
  นายสมพัฒน์ แก้วพิจิตร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยภายหลังเป็นประธานพิธีเปืดโรงงานไต๋ รับเบอร์ ซึ่งเป็นโรงงานรับซื้อยางถ้วย ขี้ยาง เพื่อนำไปผลิตยางแท่งเพื่อการส่งออก ของนายเกียรติศักดิ์ ตั้งเจริญสุทธิชัย ตั้งอยู่ที่ ตำบลกระแสบน อำเภอแกลง จังหวัดระยอง ว่า ภาคตะวันออกเป็นภาคที่มีความสำคัญทางเศรษฐกิจ เป็นแหล่งผลิตสินค้าเกษตรที่สำคัญ พืชที่สร้างรายได้ด้านไม้ผล ได้แก่ ทุเรียน เงาะ มังคุด มะม่วง ลองกอง ส่วนพืชไร่ ได้แก่ สับปะรด อ้อย มันสำปะหลัง และยางพารา ซึ่งภาคตะวันออกนั้นจะมีพื้นที่ปลูกยางพาราทั้งหมด 1.87 ล้านไร่ โดยที่จังหวัดระยองจะมีพื้นที่ปลูกยางพารามากที่สุดรองลงมา ได้แก่ จันทบุรี ตราด ฉะเชิงเทรา และสระแก้ว ตามลำดับ นายสมพัฒน์ กล่าวต่อไปว่า ประเทศไทยผลิตยางพาราปีละ 3.05 ล้านตัน ใช้ในประเทศ 3 แสนกว่าตัน ที่เหลือส่งออกไปจำหน่ายต่างประเทศ อาทิ จีน สหรัฐอเมริกา ปีละประมาณ 2 ล้านกว่าตัน สำหรับจังหวัดระยอง มีพื้นที่ปลูกยาง 7.35 แสนไร่ ให้ผลผลิตแล้ว 5.6 แสนไร่ ผลผลิต 1.4 แสนตัน/ปี ทำรายได้ปีละไม่ต่ำกว่าหมื่นล้านบาท ทั้งที่จะผลผลิตในประเทศทั้งหมด 3.05 ล้านตัน ใช้ในประเทศ 3 แสนกว่าตัน และส่งออกไปจำหน่ายต่างประเทศ อาทิ จีน สหรัฐอเมริกา ปีละประมาณ 2 ล้านกว่าตัน “ยางนับเป็นพืชเศรษฐกิจที่สร้างอาชีพและรายได้ ให้กับเกษตรกรในภาคตะวันออกเป็นอย่างมาก นอกจากกระทรวงเกษตรและสหกรณ์โดยหน่วยงานในสังกัด อาทิ สถาบันวิจัยยาง กองทุนสงเคราะห์การทำสวนยาง ฯลฯ จะให้การสนับสนุนในด้านวิชาการ การถ่ายทอดเทคโนโลยี ปัจจัยการผลิต การรวมกลุ่มเกษตรกร การแปรรูป และด้านการตลาดแล้ว ยังได้ให้การสนับสนุนและได้รับความร่วมมือจากภาคเอกชนในการส่งเสริมด้านการตลาด และการพัฒนาด้านการผลิตให้เป็นไปตามมาตรฐานในระดับสากล ทั้งนี้ เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับเกษตรกรชาวสวนยางในการมีตลาดรองรับผลผลิตเพิ่มขึ้น อันจะเป็นการสร้างรายได้ที่มั่นคงและยั่งยืนต่อไป” นายสมพัฒน์ กล่าว  
from: moac.go.th
ควบคุมเข้ม พ.ร.บ.พันธุ์พืช มอบป้าย 'ร้านค้าฯคุณภาพ' 
Update: ././. .:.:. - Views: 1313 | Ans: 0
นายพาโชค พงษ์พานิช นายกสมาคมการค้าเมล็ดพันธุ์แห่งประเทศไทย เผยว่า ปัจจุบันภาครัฐได้ให้ความสำคัญกับพระราชบัญญัติพันธุ์พืชอย่างจริงจัง เนื่องจากประเทศไทยเป็นประเทศเกษตรกรรม ฐานะทางเศรษฐกิจก็ยังขึ้นอยู่กับภาคการเกษตร แต่ในช่วงที่ผ่านมาเกษตรกรไทยมักประสบกับปัญหาเรื่องพันธุ์พืชอยู่ตลอดเวลา โดยเฉพาะเมล็ดพันธุ์ ตั้งแต่ต้น กอ หน่อ เหง้า กิ่ง แขนง ตา ราก ดอก หรือผล ซึ่งมักจะมีผู้ฉกฉวยโอกาส นำเมล็ดพันธุ์ปลอม ลอกเลียนแบบ หรือที่มีคุณภาพต่ำกว่ามาตรฐานมาจำหน่ายให้แก่เกษตรกร จนทำให้เกิดความเสียหาย 

“จากเดิม พ.ร.บ.พันธุ์พืช พ.ศ.2518 ได้แก้ไขเพิ่มเติมฉบับที่ 2 ปี พ.ศ.2535 และแก้ไขอีกครั้งเป็นฉบับที่ 3 ในปี พ.ศ. 2550 ทำให้ภาครัฐสามารถเข้าดำเนินการควบคุมคุณภาพเมล็ดพันธุ์ ที่จัดจำหน่ายในท้องตลาดตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2552 อย่างจริงจัง โดยการออกประกาศกำหนดเมล็ดพันธุ์ควบคุมอันมีข้อกำหนด 37 ชนิด แบ่งเป็นพืชไร่ 9 ชนิด และเมล็ดพันธุ์พืชผักอีก 28 ชนิด โดยมีการควบคุมผู้ประกอบการให้ผลิตเมล็ดพันธุ์ที่มีมาตรฐาน และมีการรับรองโดยกรมวิชาการเกษตรเท่านั้น” นายพาโชคกล่าว

นายกสมาคมการค้าเมล็ดพันธุ์ฯ กล่าวอีกว่า อย่างไรก็ตาม ทางสมาคมการค้าเมล็ดพันธุ์ฯยังได้ส่งเสริมให้ร้านค้าเมล็ดพันธุ์ขอป้าย “ร้านค้าเมล็ดพันธุ์ คุณภาพ” เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับเกษตรกรผู้ซื้อเมล็ดพันธุ์อีกด้านหนึ่ง ซึ่งจะเริ่มมอบป้ายในวันที่ 22 ตุลาคมนี้ ณ มหาวิทยาลัย เกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน จ.นครปฐม สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมที่สมาคมฯ โทรศัพท์ 0-2955-1710. 
โรงไฟฟ้าเชื้อเพลิงชีวมวล (BioMass Fuel Power Plant) ออกแบบ จำหน่าย ติดตั้งด้วยระบบ Turnkey Engineering
Update: ././. .:.:. - Views: 22455 | Ans: 0
บริษัท ทรอปิคอลเอเซีย จำกัด 
  
"ผู้เชี่ยวชาญด้าน การออกแบบ ผลิตและจำหน่าย เครื่องจักรกลการเกษตร ด้วยระบบบริหารจัดการเบ็ดเสร็จ" 
  
 *  โรงไฟฟ้าเชื้อเพลิงชีวมวล (BioMass Fuel Power Plant) 
  
 *  โรงงานสกัดน้ำมันไบโอดีเซล จากวัตถุดิบการเกษตร (BioDiesel) 
  
 *  โรงงานสกัดน้ำมันไบโอดีเซล จากยางรถยนต์ใช้แล้ว 
  
สนใจลงทุนตั้งโรงงาน  ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้จากเวป

www.biomassfuelpower.com 

Email: sanchaitropical2@yahoo.com หรือ

Email: biomassfuelpower@gmail.com

รับผลิตฮิวมิคแอซีดปรับปรุงดิน และเร่งการเจริญเติบโต สนใจกรุณษติดต่อ 081-903-2563บอส www.maidokklong15.com
Update: ././. .:.:. - Views: 830 | Ans: 0
รับผลิตฮิวมิคแอซีดปรับปรุงดินและเร่งการเจริญเติบโต ในนาข้าว ไม้ผม ไม้ดอกไม้ประดับ พืชไร่ สนใจกรุณาติดต่อ 81-903-2563 บอส www.maidokklong15.com
ต้องการซื้อปั้มยาเคมีพลาสติกหรือสแตนเลส 081-903-2563
Update: ././. .:.:. - Views: 25043 | Ans: 0
ต้องการซื้อปั้มยาเคมีพลาสติกหรือสแตนเลส 081-903-2563
ปลูกต้นไม้กันดีกว่า ต้นตะกูราคาถูกเริ่มต้นที่ 1 บ. เมล็ด 800/กก. T.087-859-9299
Update: ././. .:.:. - Views: 693 | Ans: 0
โครงการ  ”ปลูกไม้มงคลต้นตะกู”   มหาเศรษฐีตามแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง
เพื่อเป็นการส่งเสริมสนับสนุนให้เกษตรกรทุกภาคส่วนหันมาปลูกต้นไม้เศรษฐกิจ “ ตะกู ” ซึ่งเป็นไม้โตเร็ว ใช้เป็นวัตถุดิบในโรงไฟฟ้าไบโอชีวมวล อีกทั้งรัฐบาลได้มีนโยบายส่งเสริมให้มีการปลูกต้นตะกูเชิงธุรกิจ 
ปลูกต้นไม้กันดีกว่า  ต้นกล้าตะกู และเมล็ด  (พันธุ์ก้านแดง) ราคาถูกเริ่มต้นที่ 1 บาท เมล็ดราคา 800 / กก.   ยินดีให้คำปรึกษาเกี่ยวกับต้นตะกู  แนะนำข้อมูลการเพาะเมล็ด, การปลูกต้นตะกู และแหล่งขายไม้ตะกู  ติดต่อคุณพลอย Tel. 087-859-9299, 089-273-1596
รู้หรือไม่?
เลือกซื้อสินค้ากับฟาร์มเกษตร ได้ถึง 4 ช่องทาง

1. ชอบซื้อกับลาซาด้า?
คลิกสินค้าที่คุณสนใจด้านล่าง สั่งซื้อบนเว็บลาซาด้าได้เลย!


2. ชอบแชทซื้อบนเฟสบุ๊ค?
ทักอินบ็อกสั่งซื้อเลย ที่เฟสบุ๊คเพจ ฟาร์มเกษตร
facebook.com/farmkaset/
(คลิกลิงค์ด้านบนเพื่อเข้าเฟสบุ๊ค และกดส่งข้อความ เพื่อเริ่มสอบถามหรือ สั่งซื้อ)

3. ชอบสั่งทางไลน์แอพ
แอดไลน์ไอดีเลย มีสองไอดีให้เลือก
ไลน์ไอดี FarmKaset
ไลน์ไอดี PrimPB
ไอดีไหนก็ได้ ตามสะดวกเลย!

4. ชอบโทรซื้อมากกว่า?
โทร 090-592-8614 สั่งซื้อได้เช่นกัน













© FarmKaset.ORG