FarmKaset.ORG wiki เกษตร ที่ใครๆก็โพสได้
+ โพสเรื่องใหม่ | + ขยายข้อมูล | All contents
ขายป๋ยยูเรีย 46-0-0
Update: 2553/02/20 10:47:38 - Views: 354 | Ans: 1
งวดประจำเดือน  กย 51

แหล่งที่ 1                แหลมฉบัง  ตันละ  23200 .......................LC
                                                                      .......................ใบบริกรรมสนธิ
                                                                      ....................... แสดง BLที่ ธ.พร้อมทำสัญญญา


แหล่งที่ 2               โกดังลพบุรี  ตันละ  22000 ...................... ใบเสนอซื้อ แสดงจำนวนตัองการ
                                                                     ......................  แครเชียเช็กเต็มจำนวน
                                                                     ......................  สั่งจ่ายเช็ครายวันตามจำนวนขน

089-6860317   พ.อ.อ. พีระพร ฯ
ขายป๋ยยูเรีย 46-0-0
Update: 2553/02/20 10:47:38 - Views: 399 | Ans: 3
งวดประจำเดือน  กย 51

แหล่งที่ 1                แหลมฉบัง  ตันละ  23200 .......................LC
                                                                      .......................ใบบริกรรมสนธิ
                                                                      ....................... แสดง BLที่ ธ.พร้อมทำสัญญญา


แหล่งที่ 2               โกดังลพบุรี  ตันละ  22000 ...................... ใบเสนอซื้อ แสดงจำนวนตัองการ
                                                                     ......................  แครเชียเช็กเต็มจำนวน
                                                                     ......................  สั่งจ่ายเช็ครายวันตามจำนวนขน

089-6860317   พ.อ.อ. พีระพร ฯ
ขายพันธุ์ยางพารา
Update: 2553/02/20 10:47:38 - Views: 363 | Ans: 1
ขายและรับจอง พันธุ์ยางพารา PRIM600 , PRIT251 ,PBM235 ,PBM24
แปลงเพาะพันธุ์ยางอยู่จังหวัดตราด มีใบอนุญาตเพาะพันธุ์ยางเพื่อจำหน่าย 
สามารถให้คำแนะนำเกี่ยวกับการเลือกพันธุ์ยางให้เหมาะกับพื้นที่ของแต่ละจังหวัด และการจัดเตรียมพื้นที่ก่อนปลูก ได้ทุกขั้นตอน เนื่องจากเป็นเจ้าของสวนยางเอง มีประสบการทำพันธุ์ยาง ปลูกยางและกรีดยางมานาน 
จำหน่ายทั้งตอตาเขียว และยางชำถุง จัดส่งได้ทั่วประเทศ
สนใจสามารถสอบถามรายละเอียดหรือมาดูงานที่แปลงยาง หรือสวนยางที่กรีดได้ ก็มี
พีรพัฒน์ 089-8343987 ,081-2957374
มีเรื่องมาเผาคุณปริมครับ
Update: 2553/02/20 10:47:38 - Views: 2299 | Ans: 2
มีอยู่วันนึง ผมนั่งคุยกับคุณปริมทาง MSN คุณปริมบอกว่าจะส่ง Link ของ products ให้ดู แต่พอเปิด link แล้ว สิงที่เห็นก็เป็นอย่างในรูปครับ

(สงสัยจะหิวจนตาลาย 555)
ปุ๋ยดีมีคุณภาพ "ปุ๋ยตราเทพประทาน"
Update: 2553/02/20 10:47:38 - Views: 892 | Ans: 4
ท่านที่ต้องการใส่ปุ๋ยยางพาราหรือปาล์มน้ำมันในช่วงนี้ ขอแนะนำให้ใช้ปุ๋ยอินทรีย์ชีวภาพ"ปุ๋ยตราเทพประทาน"ซึ่งปัจจุบันนี้เป้นที่นิยมอย่างแพร่หลายในกลุ่มผู้ใช้ปุ๋ยอินทรีย์ คุณภาพเป็นที่ประจักษ์แก่เกษตรกร รับรองคุณภาพ 100%

ติดต่อ : นุ้ย
โทรศัพท์ : 075-294069
มือถือ : 089-6499296
ขายปุ๋ยเคมีสูตรในราคาส่ง
Update: 2553/02/20 10:47:38 - Views: 448 | Ans: 3
ขายปุ๋ยเคมีสูตรในราคาส่ง




ต้องการขายปุ๋ยเคมีสูตรจำนวนมากในราคาส่งจากโรงงาน มีบริการจัดส่งให้ ติดต่อขอรายละเอียดและใบเสนอราคาได้ที่

คุณต้น 085-0394566

 



เกษตรฯ ย้ำสร้างสมดุลราคาปาล์ม ตีกรอบเวลานำเข้าปาล์ม 3 หมื่นตันให้เร็วและสั้นที่สุด 
Update: 2553/02/20 10:47:38 - Views: 352 | Ans: 0
เกษตรฯ ย้ำสร้างสมดุลราคาปาล์ม ตีกรอบเวลานำเข้าปาล์ม 3 หมื่นตันให้เร็วและสั้นที่สุด หวั่นกระทบผลผลิตปาล์มในประเทศที่จะออกสู่ตลาดช่วงมีนาคม พร้อมสร้างโอกาสกระตุ้นการบริโภคน้ำมันรำข้าว เพิ่มทางเลือกให้ผู้บริโภค  
    
  ศ.ดร.ธีระ สูตะบุตร เปิดเผยว่า  ตามที่กระทรวงเกษตรฯ ได้มีการหารือร่วมกับกระทรวงพาณิชย์ ถึงปริมาณการนำเข้าน้ำมันปาล์มจากต่างประเทศ ซึ่งแม้ว่าในส่วนของปริมาณการผลิตปาล์มที่กระทรวงเกษตรฯ ยืนยันว่ามีปริมาณการผลิตที่เพียงพอที่จะใช้ภายในประเทศนั้น แต่เนื่องจากขณะนี้ผู้บริโภคต้องประสบปัญหาราคาน้ำมันปาล์มบริโภคที่สูงขึ้น จึงได้มีข้อสรุปร่วมกันที่จะมีการนำเข้าน้ำมันปาล์มต่างประเทศจำนวนไม่เกิน 3 หมื่นตัน เพื่อรักษาระดับราคาน้ำมันปาล์มไม่ให้ผู้บริโภคได้รับความเดือนร้อน ขณะเดียวกันกระทรวงเกษตรฯ ก็ต้องปกป้องราคาน้ำมันปาล์มดิบของเกษตรกรไม่ให้ได้รับผลกระทบเช่นกัน โดยปัจจุบันราคาปาล์มดิบอยู่ที่ 6.50 บาท/ลิตร ทั้งนี้ ได้มีการกำหนดกรอบระยะเวลาการนำเข้าน้ำมันปาล์มให้แล้วเสร็จภายในเดือนมกราคม หรืออย่างช้าที่สุดภายในเดือนกุมภาพันธ์ เพื่อไม่ให้กระทบต่อผลผลิตปาล์มที่จะออกสู่ตลาดมากในช่วงเดือนมีนาคม ซึ่งมาตรการนำเข้าปาล์มถือเป็นมาตรการแก้ไขปัญหาราคาน้ำมันปาล์มที่สูงขึ้น และจะมีการนำเข้าเพียงช่วงสั้นๆ เท่านั้น จึงไม่น่าจะกระทบต่อผลผลิตปาล์มและราคาน้ำมันปาล์มของเกษตรกร 

                                นอกจากนี้ ที่ประชุมยังได้มีการหารือถึงแนวทางในการเพิ่มปริมาณความต้องการการบริโภคน้ำมันพืชชนิดอื่นๆ เพื่อสร้างทางเลือกให้แก่ผู้บริโภค  เช่น น้ำมันถั่วเหลือง น้ำมันมะพร้าว น้ำมันดอกทานตะวัน โดยเฉพาะน้ำมันรำข้าว ที่สามารถใช้วัตถุดิบข้าวภายในประเทศ ซึ่งปัจจุบันมีปริมาณการบริโภคน้ำมันรำข้าวอยู่ประมาณ 5 % ของส่วนแบ่งตลาด  ขณะที่ปริมาณการใช้น้ำมันปาล์มมีถึง 60 %  ดังนั้น หากมีการกระตุ้นการบริโภคของประชาชนให้หันมาบริโภคน้ำมันรำข้าวเพิ่มขึ้น ก็จะยิ่งช่วยเพิ่มปริมาณการผลิตน้ำมันรำข้าวซึ่งมีศักยภาพเพียงพอต่อการรองรับความต้องการของตลาด ขณะนี้ราคาน้ำมันรำข้าวปัจจุบันอยู่ที่ 42 บาท/ลิตร ซึ่งมีราคาใกล้เคียงกับราคาน้ำมันปาล์มซึ่งอยู่ที่ 41 บาท/ลิตร

                                ด้านนายมณฑล  เจียมเจริญ รองเลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร เปิดเผยว่า ขณะนี้ถือได้ว่าราคาปาล์มอยู่ในระดับที่ดีและมีแนวโน้มที่ดีต่อเนื่อง ซึ่งจะเป็นการสร้างแรงจูงใจให้เกษตรกรหันมาปลูกปาล์มเพิ่มขึ้นตามเป้าหมายโครงการเพิ่มพื้นที่ปลูกปาล์มน้ำมัน เพื่อนำไปผลิตเป็นไบโอดีเซล ประกอบกับมาตรการช่วยเหลือในเรื่องดอกเบี้ยจากงบประมาณกองทุนน้ำมัน และจากธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร ให้แก่เกษตรกรนำไปลงทุน ก็คาดว่าจะสามารถไปสู่เป้าหมายการขยายพื้นที่ปลูกปาล์ม 2.5 ล้านไร่ใน 5 ปี ได้ไม่ยากนัก  
 
    
  วันที่ : 16/January/2008  
from: http://www.moac.go.th
ไทยหารือเตรียมความพร้อมการประชุมคณะกรรมการบริหารโครงการนำร่องเพื่อระบบ การสำรองข้าวของภูมิภาคอาเซียน 
Update: 2553/02/20 10:47:38 - Views: 295 | Ans: 0
 ไทยหารือเตรียมความพร้อมการประชุมคณะกรรมการบริหารโครงการนำร่องเพื่อระบบ การสำรองข้าวของภูมิภาคอาเซียน  
    
                                นายพินิจ  กอศรีพร  รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์  เปิดเผยภายหลังเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการพิจารณาศึกษาแนวทางการดำเนินงานโครงการนำร่องเพื่อระบบการสำรองข้าวของภูมิภาคอาเซียน  กับสาธารณรัฐประชาชนจีน  ญี่ปุ่น  และสาธารณรัฐเกาหลีว่า  ตามที่โครงการนำร่อง               เพื่อระบบการสำรองข้าวในเอเชียตะวันออก (East  Asia  Emergency Rice  Reserve : EAERR)  จะจัดประชุมคณะกรรมการบริหารโครงการ ครั้งที่ 9  ขึ้นในระหว่างวันที่  24 - 25  มกราคม  2551  ณ   เมืองเซียะเหมิน  สาธารณรัฐประชาชนจีน  ดังนั้นทางคณะกรรมการฯ  จึงได้หารือเพื่อเตรียมความพร้อมในการประชุมดังกล่าว   โดยมีประเด็นสำคัญ 2 ประเด็น  คือ  1)  ร่างข้อตกลง ASEAN Plus Three  Emergency Rice  Reserve (APTERR)  ซึ่งยังไม่ได้ข้อยุติในเรื่องแหล่งกำเนิดข้าว  เนื่องจากญี่ปุ่นและเกาหลีเสนอให้ตัดเรื่องแหล่งกำเนิดข้าวออก  แต่จากการหารือในครั้งนี้   ที่ประชุม มีมติให้คงเรื่องดังกล่าวไว้   พร้อมทั้งยืนยันว่าข้าวที่จะนำมาใช้ในโครงการสำรองข้าวต้องเป็นข้าวที่เก็บเกี่ยวในประเทศอาเซียน+3  และไทยไม่สนับสนุนให้มีการนำข้าวจากนอกภูมิภาคอาเซียนมาใช้ในการบริจาค  เนื่องจากกังวลว่าข้าวจากนอกภูมิภาคอาจจะเป็นข้าวที่ไม่มีคุณภาพ  และการกระทำดังกล่าวอาจจะทำลายโครงสร้างของชาวนาในภูมิภาคอาเซียนเพราะจะทำให้ราคาข้าวในภูมิภาคมีราคาถูกลง  ดังนั้น ประเทศไทยจึงเสนอให้ประเทศผู้บริจาคพิจารณาซื้อข้าวจากใน             พื้นที่มาใช้ในการบริจาคเพราะนอกจากจะช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายด้านการขนส่งแล้ว  ยังเป็นการส่งเสริมชาวนาในประเทศดังกล่าวให้มีแหล่งจำหน่ายข้าวเพิ่มขึ้นด้วย  ซึ่งแนวคิดดังกล่าวของไทยได้รับการสนับสนุนจากประเทศสมาชิกจำนวนมาก  ยกเว้นเกาหลีและญี่ปุ่น  ดังนั้น  จึงจำเป็นจะต้องมีการเจรจาต่อไปเพื่อหาข้อยุติที่ก่อให้เกิดประโยชน์แก่ทุกประเทศ    2)  การจัดหาสถานที่ตั้งองค์กรถาวรของระบบการสำรองข้าวในเอเซียตะวันออก    เนื่องจากโครงการนำร่องเพื่อระบบการสำรองข้าวในเอเชียตะวันออก  จะเปลี่ยนรูปแบบไปเป็นองค์กรถาวรของระบบการสำรองข้าวในเอเซียตะวันออก    จึงจำเป็นต้องมีสถานที่ตั้งองค์กร

ซึ่งประเทศไทยในฐานะประเทศผู้ผลิตข้าวรายใหญ่ได้พิจารณาเรื่องดังกล่าวอย่างจริงจัง   และจากการหารือ  ที่ประชุมมีมติเห็นชอบให้ไทยเสนอตัวเป็นสถานที่ตั้งองค์กรถาวรของระบบการสำรองข้าวในเอเซียตะวันออก    พร้อมทั้งมอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องพิจารณารวบรวมข้อมูลด้านความพร้อมและศักยภาพของไทยเพื่อนำเสนอให้ที่ประชุมคณะกรรมการบริหารโครงการพิจารณาต่อไป 
 
    
  วันที่ : 15/January/2008  

จาก http://www.moac.go.th
ผลิต และ จำหน่ายปุ๋ยอินทรีย์ 
Update: 2553/02/20 10:47:38 - Views: 318 | Ans: 1
เรามีปุ๋ย อินทรีย์ ที่ปราศจากสารเคมี และไม่ทำร้ายสิ่งแวดล้อม และเป็นปุ๋ยทีมีส่วนผสมจากธรรมชาติ เช่น มูลจากค้างคาว ซากพืช ซากสัตว์ และมีธาตุอาหารสำหรับ พืช ต้นไม้ครบครัน และเรามีสูตรเฉพาะ ต้นไม้หลากชนิด ทั้งไม้ดอก ไม้ผล เรามีบริการ ส่งถึงที ติดต่อได้ที่หมายเลข 0846697038  คุณโจ้ http://lekkrajai-wwwbloggercom.blogspot.com/ 
แนะนำปุ๋ยขี้ไก่อัดเม็ดคุณภาพสูง100%
Update: 2553/02/20 10:47:38 - Views: 513 | Ans: 1
จำหน่ายปุ๋ยขี้ไก่อัดเม็ด 100%
จำหน่ายปุ๋ยขี้ไก่อัดเม็ด 100% ตรงจากโรงงาน ผลิตจากมูลไก่ไข่+ไก่เนื้อ 100% จากฟาร์มที่ได้มาตรฐาน ผ่านการฆ่าเชื้อ ป้องกันเชื้อรา และกรรมวิธีหมักและอัดเม็ดที่ได้คุณภาพ ผ่านการรับรองมาตรฐาน ไม่ผสมดิน หรือแกลบ มูลไก่แท้ๆ 100% จากฟาร์มที่ได้มาตรฐาน ผ่านการทดสอบคุณภาพร่วมกับเกษตรกรชุมชน มากว่า 2ปี เปรียบเทียบคุณภาพแล้วเรามั่นใจเรื่องคุณภาพที่เหนือกว่า (โรงงานใหม่ได้มาตรฐาน กำลังการผลิตที่ใหญ่ที่สุดในประเทศ)
ขายส่งถุงละ 50Kg 4000 บาท/ตันไม่รวมค่าขนส่ง
ขายส่งถุงละ 20Kg 5000 บาท/ตันไม่รวมค่าขนส่ง
สินค้าขายราคา ณ ปัจจุบัน อนาคตอาจปรับเปลี่ยนตามสภาวะต้นทุนและเศรษฐกิจ (อัตตาค่าขนส่งคิดตามระยะทาง) ค่าขนส่ง = ระยะทาง (Km)*40
ตัวอย่าง ระยะทาง 100 Km. ค่าขนส่ง=100*40 บาท = 4,000 บาท รวมค่าคนงานแล้ว (เป็นอัตตราสูงสุดแล้วไม่เกินนี้ มีส่วนลดตามเส้นทาง และปริมาณ) ในจังหวัดนครราชสีมาส่งฟรีครับ
การตรวจสอบคุณภาพปุ๋ยขี้ไก่อัดเม็ด
วิธีการทดสอบ แช่เม็ดปุ๋ยไว้ในน้ำ 1 ขัน /ปุ๋ย 10 เม็ดโดยประมาณ ปุ๋ยขี้ไก่แท้จะย่อยละลายง่าย เพื่อให้คุณค่าอาหารแก่พืชได้ดี หากเป็นปุ๋ยที่ผสมดิน ผ่านไป 2-3 วันก็ยังจับตัวเป็นก้อน ละลายไม่หมดพืชก็จะได้คุณค่าทางอาหารน้อย ต้องใช้ปริมาณมากเป็นเท่าตัว ส่วนผลิตภัณฑ์ปุ๋ยอินทรีย์อัดเม็ดของโรงงานเรา เรารับรองเรื่องคุณภาพ 100%
คุณสมบัติเพิ่มเติม
ผ่านการฆ่าเชื้อด้วยการตากแดด และอบให้แห้ง จากนั้นนำไปหมัก EM จากธรรมชาติและเพิ่มธาตุ NPK เพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อพืชทุกชนิด
เพิ่มสารป้องกันเชื้อรา ใช้กับยางพาราได้น้ำยางดี และทดลองใช้กับผักทุกชนิดได้ผลดีไม่เกิดเชื้อรา
ใช้ได้ดีกับพืชไร่ เช่น มันสำปะหลัง อ้อย ข้าวโพด ข้าว เป็นต้น อัตราส่วนที่ทดสอบ100-150 Kg/ไร่
ใช้ได้ดีกับพืชสวน เช่น ไม้ผลทุกชนิด มะนาว มะละกอ กล้วย ลองกอง มะม่วง ทุเรียน ลำไย เป็นต้น
ใช้ได้ดีกับผักสวนครัว เช่นคะน้า หอม พริก กระเทียม ผักชี ผักกาด ผักบุ้ง เป็นต้น
ใช้ได้ดีกับ ไม้ดอกไม้ประดับ เช่น กล้วยไม้ โป๊ยเซียน เฟื้องฟ้า ลั่นทม ชวนชม เป็นต้น 
การทดสอบแล้วเพิ่มผลผลิตมาก ทำให้เกษตรเริ่มสนใจและเป็นที่นิยมใช้ปุ๋ยอินทรีย์ขี้ไก่อัดเม็ดกันมากขึ้น และสามารถใช้ร่วมกับปุ๋ยเคมีทั่วไปได้ด้วย เป็นการรักษาหน้าดินไม่ให้เสื่อมสภาพ ปลอดภัยต่อคน และธรรมชาติ
คุณสมบัติของชนิดมูลไก่
ปุ๋ย อินทรีย์ที่ผลิตจากมูลที่ดีและแพร่หลาย ที่สุด คือ มูลไก่ สำหรับการใช้ปุ๋ยระยะยาวแล้วการใช้ปุ๋ยอินทรีย์ ย่อมดีกว่าปุ๋ยเคมีแน่นอน อีกทั้งราคาที่ต่างกันหลายเท่าตัว
มูลไก่ไข่ ข้อดี มีคุณค่าทางอาหารพืชมากกว่า ข้อเสีย ระลายในน้ำได้ช้ากว่า
มูลไก่เนื้อ ข้อดี ระลายในน้ำได้เร็วกว่า ข้อเสีย มีคุณค่าทางอาหารพืชน้อยกว่ามูลไก่ไข่เล็กน้อย
ผสมในอัตตรา (มูลไก่ไข : มูลไก่เนื้อ) 70:30 ทำให้การระลายในน้ำเพื่อให้คุณค่าทางอาหารต่อพืช ได้อย่างต่อเนื่อง จึงทำให้เกิดผลผลิตมากขึ้น ไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม รักษาหน้าดินให้อุดมด้วยแร่ธาตุที่เป็นประโยชน์ต่อพืชทุกชนิด และเหมาะสำหรับ เกษตรกรไทย ตามนโยบายเศรษฐกิจพอเพียง
บรรจุภัณฑ์
บรรจุในถุงพาสติกอย่างดี 2 ชั้น คุณภาพบรรจุภัณฑ์จากโรงงาน น้ำหนักในการบรรจุ 20 และ 50 Kg
Web ที่แนะนำและบุคคลที่รายงานผลการทดลอง ใช้ปุ๋ยอินทรีย์ คือ http://www.ocsb.go.th/udon/Udon6/490907_r.htm
รายละเอียดเพิ่มเติม และตัวอย่างสินค้าและตัวอย่างบรรจุภัณท์ ดูเพิ่มเติมได้ที่ http://pui-in-see.pantown.com 
สนใจติดต่อโดยตรงที่ 081-6601290 นนท์ นครราชสีมา daranewkung@hotmail.com
------------------------------------------------ 
ขายปุ๋ยขี้ไก่ ราคากันเอง
Update: 2553/02/20 10:47:38 - Views: 3243 | Ans: 4
ขายปุ๋ยขี้ไก่ ราคากันเอง
สามารถไปส่งได้ถึงที่
สนใจติดต่อ  080-3193736 นัชชา
เกษตรฯ เร่งจัดซื้อที่ดินเอกชน เพื่อจัดสรรให้ชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบจากการสร้างเขื่อนสิรินธร
Update: 2553/02/20 10:47:38 - Views: 360 | Ans: 0
เกษตรฯ เร่งจัดซื้อที่ดินเอกชน เพื่อจัดสรรให้ชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบจากการสร้างเขื่อนสิรินธร ภายในเดือน ก.ย. 51 ได้ที่ทำกินครบทุกครัวเรือนๆ ละ 15 ไร่ พร้อมเปิดทางเลือกสร้างอาชีพ  

ศ.ดร.ธีระ สูตะบุตร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยความคืบหน้าการดำเนินโครงการจัดหาที่ดิน จัดที่ดินและพัฒนาที่ดินเพื่อฟื้นฟูคุณภาพชีวิตชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบจากการก่อสร้างเขื่อนสิรินธร จังหวัดอุบลราชธานี ว่า กระทรวงเกษตรฯได้มอบหมายให้สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม(ส.ป.ก.) เร่งดำเนินการตรวจสอบสิทธิผู้ได้รับผลกระทบจากการก่อสร้างเขื่อนดังกล่าวแล้วจำนวน 2,299 ราย  ผลการตรวจสอบพบว่า มีผู้ได้รับผลกระทบจริง จำนวน 2,274 ราย ปัจจุบัน ส.ป.ก.ได้จัดตั้งศูนย์จัดหาที่ดินทำกินโครงการสิรินธร(จ.ก.ส.)ขึ้น  2 ศูนย์ พร้อมประกาศกำหนดเขตพื้นที่เพื่อจัดซื้อที่ดินในเขตจังหวัดอุบลราชธานี จำนวน 11 อำเภอ ได้แก่ อำเภอพิบูลมังสาหาร สิรินธร บุณฑริก นาจะหลวย เดชอุดม  โขงเจียม ตระการพืชผล ตาลสุม ม่วงสามสิบ ทุ่งศรีอุดม และนาเยีย เพื่อนำมาจัดสรรให้ผู้ที่ได้รับความเดือดร้อนตามมติคณะรัฐมนตรี(ครม.) ครอบครัวละไม่เกิน 15 ไร่  ราคาไร่ละไม่เกิน 32,000 บาท

ปัจจุบันมีราษฎรในพื้นที่จังหวัดอุบลราชธานีมาเสนอขายที่ดินให้โครงการฯแล้ว จำนวน 795 ราย รวมเนื้อที่กว่า 16,086.06 ไร่ มีทั้งที่ดินที่มีโฉนด ที่ดินที่มี น.ส.3  และ น.ส.3ก  จากการสำรวจความต้องการของผู้ได้รับผลกระทบ พบว่ามีความสนใจในที่ดินที่เสนอขาย 299 ราย เนื้อที่ 3,675 ไร่ ขณะเดียวกันยังมีการจับคู่แมชชิ่ง(Matching)ระหว่างผู้เสนอขายที่ดิน 153 ราย กับผู้ได้รับผลกระทบ 234 ราย เนื้อที่ประมาณ 2,880.31 ไร่ด้วย ซึ่งคณะกรรมปฏิรูปที่ดินจังหวัด(คปจ.)อุบลราชธานีได้อนุมัติจัดซื้อที่ดินไปแล้ว 367 แปลง เนื้อที่ 7,633 ไร่ รองรับผู้ได้รับผลกระทบ จำนวน 643 ราย  

ด้านนายสถิตย์พงษ์  สุดชูเกียรติ  รองเลขาธิการสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม(ส.ป.ก.) ส่วนที่เหลือ  ส.ป.ก.จะเร่งจัดหาที่ดินและจัดซื้อที่ดินเพื่อนำมาจัดสรรให้ราษฎรผู้ที่ได้รับผลกระทบให้ครบโดยเร็ว คาดว่าจะดำเนินการแล้วเสร็จภายในเดือนกันยายน 2551 นี้ ซึ่งหลังจากจัดราษฎรลงแปลงแล้ว จะมอบหนังสืออนุญาตให้เข้าทำประโยชน์ในเขตปฏิรูปที่ดิน หรือเอกสารสิทธิ สปก.4-01ค ให้ พร้อมเร่งฟื้นฟูอาชีพเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตราษฎรที่เดือดร้อน โดยขึ้นอยู่กับความต้องการของราษฎรเป็นหลัก 

  “เบื้องต้นคณะอนุกรรมการดำเนินการจัดหาที่ดิน จัดที่ดินและพัฒนาที่ดินฯ ได้วางกรอบและกำหนดแนวทางการพัฒนาที่ดินเพื่อช่วยเหลือเกษตรกร โดยจะเร่งพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน แหล่งน้ำ พร้อมสนับสนุนปัจจัยการผลิต และพัฒนาองค์ความรู้เพื่อช่วยเสริมทักษะในการฟื้นฟูอาชีพทางการเกษตร สำหรับเงินส่วนที่เหลือจากการจัดซื้อที่ดินของผู้ที่ได้รับผลกระทบ จะมอบกลับคืนให้ผู้ได้รับผลกระทบแต่ละรายในรูปโครงการแผนพัฒนาที่ดิน ซึ่งคาดว่าจะช่วยให้เกษตรกรมีรายได้เลี้ยงครอบครัว สามารถดำรงชีพอยู่ได้และมีความเป็นอยู่ดีขึ้นตามลำดับ” นายสถิตย์พงษ์ กล่าว
     
  วันที่ : 15/January/2008  

http://www.moac.go.th
ขายปุ๋ยเคมีสูตรในราคาส่ง
Update: 2553/02/20 10:47:38 - Views: 365 | Ans: 1
ขายปุ๋ยเคมีสูตรในราคาส่ง

ต้องการขายปุ๋ยเคมีสูตรจำนวนมากในราคาส่งจากโรงงาน มีบริการจัดส่งให้
ติดต่อขอรายละเอียดและใบเสนอราคาได้ที่

คุณต้น 085-0394566
หน้ายางเป็นโรคเส้นดำ หน้ายางแข็ง กรีดยางไม่ออก เปลือกเน่า ถามหา อีเรเวอร์วัน
Update: 2553/02/20 10:47:38 - Views: 22066 | Ans: 1
อีเรเซอร์วัน สารฆ่าเชื้อโรคอย่างเฉียบพลัน บริเวณหน้ายาง 
พาร์ทเวย์     สารตั้งต้นในการผลิตน้ำยาง
ใช้ผสมน้ำอย่าง 20 ซีซีต่อน้ำ 20 ลิตร ฉีดพ่นบริเวณหน้ายาง หมดค่าใช้จ่ายต้นละ 10 สต.
ต้องการศูนย์จำหน่ายทั่วประเทศ ลงทุนเปิดศูนย์เพียง 15,000 บาท รับผลประโยชน์ กว่า 40% สนใจติดต่อ 089-4229138 ศุภการ
จำหน่าย ปุ๋ย น้ำ ปุ๋ยเม็ดอินทรีย์ คุณภาพดี พิสูจน์ได้
Update: 2553/02/20 10:47:38 - Views: 572 | Ans: 1
จากการเปิดตัวเป็นที่ยอมรับของเกษตรกรในภาคใต้ ทางบริษัทมาขานรับนโยบายส่งเสริมการใช้ปุ๋ยอินทรีย์ชีวภาพ ทดแทนปุ๋ยเคมีที่มีราคาแพงมากในปัจจุบัน
ทางบริษัทจะพัฒนาสูตรปุ๋ยซึ่งผ่านการพิสูจน์ ครั้งแล้วครั้งเล่า จากสวนยาง นาข้าว และสวนผลไม้ต่างๆ จนเป็นที่ยอมรับของเกษตรกร ว่าได้ผลจริงและเพิ่มผลผลิตเป็นที่พอใจของเกษตรกร และคืนกำไรแก่สมาชิกในรูปของเงินปันผลที่ได้รับ แบบไม่มีจำกัด ดังนั้นจึงเป็นโอกาสที่ดีของท่านที่จะลองศึกษาข้อมูลเพื่อเป็นช่องทางทำรายได้ " ปุ๋ยดีรายได้เยี่ยม "

ยางพารา

รองก้นหลุม
ยางเล็ก 1- 5 ปี 1 ช้อนแกง -0.3กก./ ต้น ช่วยให้โตเร็ว ลำต้นสมบูรณ์แข็งแรง
ยางใหญ่ 0.5 – 1 กก./ต้น หรือ 1- 2 กก./ต้น ใบเขียว เปลือกนิ่ม รักษาโรคหน้ายางตายนึ่งได้ดี สามารถมีน้ำยางกลับมากรีดได้อีก

ปาล์มน้ำมัน
ปาล์มอายุ 1-2 ปี รองก้นหลุม 1 ช้อนแกง / ต้น

นาข้าว

ช่วงอายุ 3 -30 วัน 25- 50 กก. / ไร่ ช่วยให้ข้าวแตกกอดี และลำต้นแข็งแรง

ช่วงระยะตั้งท้อง 25- 50 กก. / ไร่ รวงใหญ่ ไม่มีเมล็ดลีบ น้ำหนักดี ทนต่อ โรคและ แมลงเมล็ดข้าวมีความหอมตามธรรมชาติ

พืชไร่ เช่นอ้อย ยาสูบ แตงโม ข้าวโพด สัปปะรด ฯลฯ 
รองก้อนหลุม 1 ช้อนแกง/ต้น
ใช้บำรุงต้น 1-2 ช้อนแกง / ต้น
หรือ 30-50 ก./ไร่
ช่วยให้โตเร็ว ผลผลิตต่อไร่สูง เพิ่มน้ำหนัก แข็งแรง ทนต่อโรคและแมลง 


เขียนโดย chalong ที่ 7:04 หลังเที่ยง 0 ความคิดเห็น  
จุดเด่นที่ต้องบอกต่อ
 
ปุ๋ยเม็ดเจริญอินทรีย์ภัณฑ์ hotline 089-7344828


เป็นปุ๋ยอินทรีย์ชีวภาพ มีคุณค่าทั้งทางบำรุงพืช บำรุงดินมีคุณค่าทางธาตุอาหารพืชสูง มีส่วนประกอบ
เช่น ชานอ้อย แกลบดำ ฮิวมัส ฟอสฟอรัส น้ำโมลาส สารฮามิ โคโรไมท์ ส่าเหล้า และใช้หินผุจากถ้ำค้างคาว กัวโนฟอสเฟตฯลฯ
และใช้ปู๋ยอินทรีย์น้ำ แทนน้ำเปล่าในการคลุกเคล้าผสม


ในปุ๋ยได้รับการจดทะเบียนสินทรัพย์ทางปัญญาเลขที่ ค.249572 ในการใช้จุลินทรีย์ 3 ชนิดผสมอยู่ในปุ๋ย คือ

1. ไรโซเบี่ยม ทำหน้าที่ ตรึงอากาศและไนโตรเจนให้เป็นปุ๋ยไนเตรท
2.ไมโครไรซ่า ทำหน้าที่ ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของต้นไม้ในการดูดธาตุฟอสเฟต
3.ไตรโคเดอร์ม่าร์ ทำหน้าที่ ช่วยป้องกันโรคพืชอันเนื่องจากเชื้อรา รากเน่า โคนเน่า

สำหรับส่วนประกอบที่สำคัญใน “ ปุ๋ยเม็ดเจริญอินทรีย์ภัณฑ์ ” มี 4 ส่วน คือ

ส่วนประกอบที่ 1 ( จากแหล่งอินทรีย์สาร ใต้มหาสมุทร)
ธาตุอาหารหลัก : ไนโตรเจน (N) ฟอสฟอรัส (P) โพแทสเซียม (K)
ธาตุอาหารรอง : แคลเซียม (Ca) แมกนีเซียม (Mg) กำมะถัน (S) โบรอน (B)
ธาตุอาหารเสริม : ทองแดง (Cu) เหล็ก (Fe) แมงกานีส (Mn)
โมลิบดินั่ม (Mo) สังกะสี (Zn)
องค์ประกอบ : ฮิวมัส (Humic) อินทรีย์วัตถุ (Om)
ส่วนประกอบที่ 2 ( จากแหล่งอาหารที่มีโปรตีนและวิตามินสูง)
Growth Hormone + Enzyme โกร๊ธฮอร์โมน + เอ็นไซม์

ช่วยในกระบวนการย่อยอาหารได้เร็วกว่าปกติ ช่วยในกระบวนการเมตาบอลิซึม

ช่วยเพิ่มการสะสมอาหารของพืชพร้อมออกดอกเร็ว

ส่วนประกอบที่ 3 ( สารสกัดจากแหล่งจุลินทรีย์ที่มีประโยชน์สูง)
สารอาหารโมเลกุลเล็ก ที่สกัดได้จากจุลินทรีย์สายพันธุ์ที่ดีที่สุด
วิตามิน B1, B2, B3, B6, B12, B-Complex
โปรตีนและกรดอะมิโน 18 ชนิด

ส่วนประกอบที่ 4 ( สารไล่แมลง ที่สกัดจากพืชออกฤทธิ์ต้านแมลงกินพืช 
สะเดา ตะไคร้หอมว่านหนอนตายหยาก 
เขียนโดย chalong ที่ 7:03 หลังเที่ยง 0 ความคิดเห็น  
ปุ๋ยเยี่ยม รายได้งาม
 
จุดเด่นของปุ๋ยเจริญอินทรีย์ภัณฑ์ :

1.ด้านคุณภาพ มีกรดฮิวมิค เป็นตัวที่ผสมอยู่ในปุ๋ย เพื่อจะทำให้ปุ๋ยคงสภาพใช้ได้นานเพื่อช่วยในการย่อยสลายอย่างช้าๆ เพื่อให้ พืชได้ดูดซึมได้อย่างคุ้มค่ามีสารอลูมินั่ม ทำหน้าที่ดึงปุ๋ยให้ยึดติดกับดิน
มีซีโอไลท์ ทำหน้าที่จับตรึงปุ๋ย หากพืชต้องการใช้รากพืชจะดูดไปใช้เอง มีซิลิกา เป็นสารปรับสภาพดิน ที่ทำให้ดินร่วนซุย ชุ่มชื้น และจะไม่ทำให้หน้าดินแข็งกระด้าง มีจุลินทรีย์ กว่า 500 ชนิด ที่ผสมอยู่ในปุ๋ยซึ่งเป็นสิ่งมีชีวิต เพื่อจะไปสร้างจุลินทรีย์ในดินให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น
เพื่อที่จะทำให้สิ่งมีชีวิตอยู่ได้ ทำให้ดินมีอากาศและเป็นอาหารของสัตว์ได้ด้วย เช่น ไส้เดือน ฯลฯ
มีเชื้อจุลินทรีย์ ในน้ำชีวภาพ 3 ชนิด ที่ทำหน้าที่ตรึงอากาศและเปลี่ยนไนโตรเจนให้เป็นปุ๋ยไนเตรท ทำหน้าที่ปลดปล่อย ธาตุฟอสเฟส ที่เกิดจากการจับตรึงของฟิลเลอร์ ซึ่งมีสภาพเป็นกรด รวมถึงช่วยป้องกันโรครากเน่า โคนเน่า ที่เกิดจาก เชื้อรา และเชื้อแบคทีเรีย
** ปุ๋ยที่ดี ต้องละลายน้ำได้ดี เพื่อพืชจะดูดซึมได้ง่าย และจะละลายช้าอย่างต่อเนื่อง
และจะไม่มีตะกอนตกค้าง **

ประโยชน์ของปุ๋ยเม็ดเจริญอินทรีย์ภัณฑ์

ให้ธาตุอาหารพืชครบ (ธาตุอาหารหลัก,ธาตุอาหารรอง,ธาตุอาหารเสริม)
ช่วยย่อยสลายสารอินทรีย์ และปุ๋ยเคมีที่ตกค้างในดินกลับมาเป็นธาตุอาหารของพืช
ช่วยปรับสภาพดินให้ร่วนซุย และการระบายน้ำอากาศในดิน
ช่วยปรับสภาพความเป็นกรด-ด่าง ให้เหมาะสมแก่การเจริญเติบโตของพืช
ช่วยในการขยายรากเร็ว ลำต้นแข็งแรง ไม่โค่นล้มง่าย
เสริมสร้างผนังเซลล์ของพืช ทำให้พืชแข็งแรง ช่วยให้ขั้วเหนียว บำรุงต้นให้เจริญเติบโต (ออกดอก,ออกผลเร็วและมาก) ช่วยป้องกันโรครากเน่า,โคนเน่า,โรคเชื้อราและเชื้อแบคทีเรีย
ลดการใช้ปุ๋ยเคมี ผลผลิตมีคุณภาพ

ปริมาณบรรจุ : 25 กก. ต่อ 1 กระสอบราคาสมาชิก : 350 บาทราคาขายปลีก : 450 บาท


2.ด้านผลตอบแทน ซื้อปุ๋ยก็มีกำไร แนะนำเพื่อนก็ได้เงินใช้

จากด้านคุณภาพที่เป็นที่ยอมรับในกลุ่มเกษตรกร ทั้งสวนยาง ปาล์ม สวนผลไม้ พืชผัก เรายังได้รายได้ที่ไม่จำกัดจากการสั่งซื้อ และสมาชิกในกลุ่มสั่งซื้อ
การสั่งทุกๆ 1 ตัน มีส่วนลดค่าขนส่ง 500 บาท
ผลตอบแทนเมื่อแบบขายส่ง เมื่อสั่งครั้งแรกครบ 40 กระสอบแล้ว ท่านมีสิทธ์รับเงินปันผลรายวัน ทุกๆ 1 ตันของสมาชิกภายใต้องค์กรของท่าน
ท่านยังได้รายได้จากการสั่งซื้อของท่านต่อครั้งดังนี้คือ
มุกดาหาร - สารวัตรเกษตรกรมวิชาการเกษตร ร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจมุกดาหารตรวจยึดปุ๋ยปลอมที่จัดเก็บในโกดัง สตก.มุกดาหาร รวมกว่า 9 ตัน
Update: 2553/02/20 10:47:38 - Views: 3605 | Ans: 2
มุกดาหาร - สารวัตรเกษตรกรมวิชาการเกษตร ร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจมุกดาหารตรวจยึดปุ๋ยปลอมที่จัดเก็บในโกดัง สตก.มุกดาหาร รวมกว่า 9 ตัน
       
       เมื่อบ่ายวานนี้ (16 มิ.ย.) นายบุญธรรม ศรีหล้า เจ้าหน้าที่บริหารงาน ศูนย์วิชาการด้านพืช และปัจจัยการผลิตมุกดาหารร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจภูธรนิคมคำสร้อย นำกำลังเข้าตรวจค้นโกดังเลขที่ 8/3 หมู่ 5 ตำบลนิคมคำสร้อย อำเภอนิคมคำสร้อย จังหวัดมุกดาหาร ภายหลังได้รับแจ้งจากเกษตรกรว่ามีการจำหน่ายปุ๋ยปลอม
       
       จากการเข้าตรวจสอบพบว่า เป็นโกดังเก็บปุ๋ยของ สหกรณ์การเกษตร เพื่อการตลาด ธกส.มุกดาหาร หรือ สกต. โดยในโกดังพบปุ๋ยเคมีสูตรต่างๆ ยี่ห้อดอกทานตะวัน ซึ่งเป็นปุ๋ยที่กรมวิชาการเกษตร ขึ้นทะเบียนเป็นปุ๋ยปลอม และสั่งการให้จังหวัดต่างๆทำการตรวจยึด รวม 41 กระสอบ ในขณะที่เจ้าหน้าที่อีกชุดเข้าตรวจสอบบ้านเลขที่ 112 หมู่4 ตำบลดงมอน อำเภอเมือง จังหวัดมุกดาหาร
       
       โดยเป็นบ้านของนายงาม ปัญญาวงศ์ สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนตำบลดงมอน ภายหลังได้รับแจ้งจากเกษตรกรเช่นกันว่า บ้านดังกล่าวมีการจำหน่ายปุ๋ยในราคาถูก ซึ่งน่าจะเป็นปุ๋ยปลอม จากการตรวจสอบพบปุ๋ยเคมี ยี่ห้อซุปเปอร์กระต่ายทอง สูตรต่างๆ รวม 143 กระสอบ โดยจำหน่ายในราคากระสอบละ 560 บาท ในขณะที่ราคาปุ๋ยเคมีในท้องตลาดจำหน่ายในราคากระสอบละ 1,200 บาท ซึ่งเป็นเหตุเชื่อว่าน่าจะเป็นปุ๋ยปลอม
       
       จากการสอบสวนนายงาม ทราบว่าปุ๋ยดังกล่าวมีตัวแทนบริษัทปุ๋ย ที่จดทะเบียน หจก.นันทิชา แอคริคัลเจอร์ มาติดต่อให้วางจำหน่าย โดยให้ค่าตอบแทนกระสอบละ 20 บาท ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้ทำการตรวจอายัดปุ๋ยทั้งหมด เพื่อนำไปตรวจสอบ
       
หากพบว่าเป็นปุ๋ยปลอมก็จะได้ติดตามบริษัทผลิตปุ๋ยปลอมดังกล่าวมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

จับปุ๋ยปลอมกว่า 9 ตันในโกดัง สกต.มุกดาหาร โดย ผู้จัดการออนไลน์ 
ปุ๋ย-ยาฆ่าหญ้าปลอมระบาดอุดรธานี สั่งอายัดแล้ว75ร้าน-ลุยปิดโรงงานไปแล้ว7แห่ง 
Update: 2553/02/20 10:47:38 - Views: 1410 | Ans: 2
นายสาโรจน์ เราวิลัย ประชาสัมพันธ์จังหวัดอุดรธานี กล่าวว่า เนื่องจากในปัจจุบันปุ๋ยเคมีมีราคาแพงและขาดตลาด ปรากฏว่าในขณะนี้ได้มีผู้ประกอบการที่ไม่สุจริต ทำปุ๋ยเคมี และยาฆ่าหญ้าปลอม ออกจำหน่ายในหลายท้องที่ของจังหวัดอุดรธานี เช่น ที่อำเภอเพ็ญ บ้านดุง บ้านผือ กุมภวาปี วังสามหมอ เป็นต้น ส่วนมากจะเป็นปุ๋ยเคมีสูตร 15-15-15 หรือ 16-16-8 จำหน่ายในชื่อของยี่ห้อต่างๆ เช่น ต้นแก้ว ไก่ทองคำ สำเภาทอง

ประชาสัมพันธ์จังหวัดอุดรธานีกล่าวว่า ปุ๋ยเหล่านี้เมื่อนำไปตรวจวิเคราะห์แล้วจะพบเปอร์เซ็นต์ธาตุอาหารน้อยกว่าที่ระบุไว้ข้างกระสอบปุ๋ย นอกจากนี้ยังพบการจำหน่ายยาฆ่าหญ้าปลอม โดยใช้ชื่อว่า "ไกลโฟเซท" อีกด้วย ขณะนี้เจ้าหน้าที่ของกรมวิชาการเกษตรได้ออกเก็บตัวอย่างปุ๋ยจากร้านจำหน่ายปุ๋ยเคมีทั้งจังหวัดจำนวน 270 ร้าน ดำเนินการไปแล้ว 150 ร้าน และได้ส่งอายัดปุ๋ยเคมีปลอมไปแล้วมากกว่า 75 ร้าน ปุ๋ยเหล่านี้ส่วนมากผลิตจากภาคกลาง ซึ่งกรมวิชาการเกษตรได้สั่งปิดโรงงานปุ๋ยปลอมไปแล้วถึง 7 โรง

นายสาโรจน์กล่าวว่า ดังนั้นจึงขอฝากเตือนไปยังเกษตรกรว่า อย่าได้ซื้อปุ๋ยเคมีจากพ่อค้าเร่ที่จำหน่ายในราคาถูกหรือมีของแถมต่างๆ เป็นเครื่องจูงใจให้ซื้อ แต่ถ้าหากเกษตรกรประสงค์จะซื้อก็ควรซื้อจากร้านค้าที่น่าเชื่อถือไว้ใจได้ กระสอบปุ๋ยต้องระบุสูตรปุ๋ย แหล่งผลิต และเลขทะเบียนอนุญาตข้างกระสอบที่ชัดเจน หากมีข้อสงสัยในเรื่องคุณภาพหรือสงสัยว่าจะเป็นปุ๋ยปลอม ขอให้สอบถามกับเจ้าหน้าที่ของศูนย์บริการด้านพืชและปัจจัยการผลิตอุดรธานี หมายเลขโทรศัพท์ 08-6450-1503 หรือเจ้าหน้าที่เกษตรตำบล เกษตรอำเภอ หรือเจ้าหน้าที่ของหน่วยงานสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ทุกแห่ง

นอกจากนั้น ผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานียังขอแจ้งไปยังเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง นายอำเภอ และเจ้าหน้าที่ตำรวจ ช่วยกันสอดส่องดูแลและดำเนินคดีกับผู้ที่จำหน่ายปุ๋ยปลอมให้หนัก เพราะเป็นการซ้ำเติมเกษตรกรให้เดือดร้อนในภาวะวิกฤตเศรษฐกิจ โดยให้ใช้กฎหมายทั้งพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค, พ.ร.บ.วัตถุมีพิษและปุ๋ยเคมี รวมทั้งคดีอาญาทุกกรณีโดยไม่ละเว้น

จาก: ข่าวสด
การปาฐกถาพิเศษที่มหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ดเมื่อเดือนมิถุนายน ของ สตีฟ จ็อบส
Update: 2553/02/20 10:47:38 - Views: 386 | Ans: 4
อ่านแล้วชอบมากเลยเอามาฝากครับ

สตีฟ จ็อบส (CEO Apple Computer และ Pixar Animation Studio)

ถอดความโดย : กิตติ สิงหาปัด

เป็นการปาฐกถาพิเศษที่มหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ดเมื่อเดือนมิถุนายน
ผมไปอ่านพบบทความนี้ในนิตยสาร Fortune ฉบับ September 5, 2005
ฟอร์จูนไดเขียนในข้อความโปรยก่อนบทความว่า

ปกติการปาฐกถาพิเศษ
ในวันรับปริญญามักจะเป็นอะไรที่ฟังสบาย ๆ แล้วก็ผ่านไป
แต่ปาฐกถาพิเศษของ Jobs ที่ Stanford ครั้งนี้ถือว่าไม่ธรรมดา
เพราะหลังจากวันนั้นก็คนพูดถึงอย่างมากมาย
ไม่เฉพาะในหมู่บัณฑิต ของสแตนด์ฟอร์ดเท่านั้น
แต่มีการโพสตเข้าไปในเวบไซด์ต่างๆ ส่งอีเมลให้คนรู้จักอ่าน
ถกเถียงในเวบล็อก คนที่ไม่ไดอ่านก็ถามหากันมาก
จนฟอร์จูนต้องเอามาตีพิมพแม้จะผ่านมาแล้วถึง 4 เดือนก็ตาม



" ผมรู้สึกเป็นเกียรติ ที่ได้มาร่วมในพิธีรับปริญญา
ของมหาวิทยาลัยที่ดีที่สุดแห่งหนึ่ง่จบปริญญาครับ
จะว่าไปแล้วการมาที่นี่ในวันนี้ถือว่าทําใหผมได้อยู่ใกลกับคําว่าไดปริญญามากที่สุด
วันนี้ผมอยากจะบอกเล่าเรื่องราวในชีวิตผมให้ฟัง สามเรื่อง
เป็นแค่เรื่องของชีวิตผมเองเท่านั้น
จริง ๆ นะครับ ไม่ไดเป็นเรื่องใหญ่โตอะไร

เรื่องแรก... เป็นเรื่องของการมองเส้นทางเดินของชีวิตที่ผ่านมา
ซึ่งมันเป็นคล้าย ๆ การต่อเชื่อมจุดให้เป็นรูปร่าง
ผมดร็อปจากมหาวิทยาลัย Reed หลังจากเข้าเรียนไดเพียง 6 เดือน
แตก็ยังเตร็ดเตร่อยูในมหาวิทยาลัยอีก 18 เดือน ก่อนที่จะออกมาจริง ๆ
ถามว่าทําไมผมถึงดร็อป ...

บางทีเรื่องนี้อาจจะเริ่มมาตั้งแต่ผมยังไมเกิดด้วยซ้ําไป
แมของผมเป็นสาวรุ่นที่เพิ่งจบจากมหาวิทยาลัยและไม่ได้แต่งงาน
เธอตั้งใจว่าจะยกผมให้คนที่ต้องการเด็กรับไปเลี้ยงเป็นลูกบุญธรรม
เธอมีเงื่อนไขในใจที่ค่อนข้างแรงกล้าว่า
จะยกผมให้กับคู่สามีภรรยาที่ต้องจบมหาวิทยาลัยเท่านั้น

ตอนแรกผูที่จะรับผมไปอุปการะนั้นเป็นคู่ของทนายความกับภรรยา
แต่ปรากฏว่าตอนผมคลอดนั้น ทั้งสองก็เกิดเปลี่ยนใจกะทันหันว่าอยากได้เด็กผู้หญิง
ผมก็เลยมาเป็นลูกของพ่อแม่ผมในขณะนี้
ตอนนั้นท่านทั้งสองอยูในรายชื่อถัดไปที่ต้องการรับเด็กไปเลี้ยง
พอคู่ของทนายปฏิเสธ ก็เลยมาถึงคิวของทาน แตปัญหาก็คือ..พอแมผมไม้ได้จบมหาวิทยาลัย

ในหนแรกแมผมจะไม่ยอม แต่สุดท้ายก็ยอม
เพราะพ่อแมผมให้สัญญาว่าจะส่งผมเข้ามหาวิทยาลัยเมื่อผมโตขึ้นอย่างแน่นอน

17 ปต่อมาผมก็ได้เข้ามหาวิทยาลัยจริง ๆ แต่ผมดันไปเลือกมหาวิทยาลัยที่ค่าเทอมแพงพอ ๆ กับที่นี่
ด้วยเงินเก็บของพ่อแม่ผมซึ่งท่านก็เป็นคนระดับทํางานธรรมดา
หมดไปกับ่เห็นว่า มันจะคุ้มกับค่าเล่าเรียนยังไง
ผมไม่รูว่าจะเอายังไงกับชีวิตดี และมหาวิทยาลัยก็ไม่ได้ให้ทางออกกับผม

ผมใชเงินที่พ่อแมสะสมมาทั้งชีวิตหมดไปในหกเดือนที่ Reed
ในที่สุดผมตัดสินใจดรอปโดยมั่นใจว่าทุกอย่างจะดีขึ้นจริง ๆ
ตอนนั้นผมก็ค่อนข้างกลัว แตเมื่อมองกลับไป
การตัดสินใจดรอปเป็นการตัดสินใจที่ดีที่สุดครั้งหนึ่งในชีวิต
การดรอปทําใหผมไม่ต้องเรียนวิชาบังคับที่ผมไม่ชอบ
แต่ในขณะเดียวกันกลับทําใหผมไดเข้าเรียนวิชาที่ผมสนใจ

แต่ก็ไม่ใช่เรื่องดีทั้งหมดนะครับ
ผมไม่มีหอพัก ต้องสิงในห้องของเพื่อน ผมต้องเก็บกระป๋องโค้กไปคืนที่ร้าน
เพื่อเอาเงินมัดจํากระป๋องละ 5เซ็นต ไปซื้อข้าวประทังชีวิต
และทุก ๆ วันอาทิตยผมต้องเดินข้ามเมืองถึง 7 ไมล
เพื่อที่จะไดกินอาหารดี ๆซักมื้อที่โบสถ์พราหมณ
และมีหลายอย่างที่ผมอาจจะก้าวพลาดไปโดยบังเอิญเพราะความอยากรูอยากเห็น
หรือโดยสัญชาตญาณ ได้ให้บทเรียนที่มิอาจประเมินค่าได้กับผม

ผมอยากจะยกตัวอย่างให้ฟังซักเรื่อง
มหาวิทยาลัย Reed ในตอนนั้นอาจจะเรียกไดว่ามีคอร์สสอนการออกแบบตัวอักษร (calligraphy)
ที่ดีที่สุดในอเมริกาก็ว่าได ป้ายหรือโปสเตอรต่าง ๆ ในมหาวิทยาลัย
จะถูกออกแบบอย่างสวยงาม
ผมตัดสินใจเข้าเรียนวิชานี้ เนื่องจากไม่ต้องลงเรียนวิชาปกติ
หลังจากดรอปไว ผมได้เรียนรูตัวอักษร serif และ sans serif
ได้รู้เรื่องการจัดวางช่องไฟ การผสมผสานตัวอักษรขนาดต่าง ๆ กัน
ให้งานออกมาดูดีที่สุด มันเป็นอะไรที่บ่งบอกถึงความสวยงาม มีที่มาที่ไป
และมีศิลปะแบบที่วิทยาศาสตรก็สอนเราไมได มันสุดยอดจริงๆ

แต่สิ่งเหล่านี้ก็ไม่ได้ช่วยอะไรในแมคอินทอชเครื่องแรก
นั่นแหละวิชาที่เรียนตอนดรอปถึงช่วยได้จริง ๆ

ทุกท่านคงเห็นเครื่องแมคฯ ที่มีตัวฟอนทที่สวยงาม

ในตอนนั้นแล้ว เราก็คงไม่มีเครื่องแมคอย่างที่เราเห็นในวันนี้
และความจริงก็คือถ้าวินโดวส์ไม่ลอกเราในวันนั้น
พีซีในยุคปัจจุบันก็จะไม่มีตัวฟอนท์อย่างนี้ก็ได

ทั้งหมดเกิดขึ้นไดเพราะผมลงเรียนวิชาคัดลายมือครั้งนั้นทีเดียวจริง ๆ
แน่นอนครับว่าเราคงไม่สามารถต่อเชื่อมจุดเปนรูปร่างไดเมื่อผมอยูที่ Reed
แตเมื่อตอนสิบปีผ่านไปทุกอย่างก็เห็นได้ชัด

ผมขอย้ําอีกครั้งหนึ่งว่า เราไม่สามารถต่อจุดใหเป็นรูปร่างไดโดยการมองไปข้างหน้า
เราจะทําไดก็ต่อเมื่อนึกถึงเวลาเราเชื่อมจุดเป็นรูปต่าง ๆ
ถ้าเราเอากระดาษปิดจุดที่เราต่อมาแล้วเราจะต่อไปข้างหน้าไม่ถูก)
ฉะนั้นขอให้เชื่อว่าจุดต่าง ๆ ที่ผ่านมานั้นอาจจะเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตเราในวันข้างหน้า

เราต้องเชื่อในอะไรซักอย่างไม่ว่าจะเป็นความมุ่งมั่น ตั้งใจ ชะตาชีวิตหรือกรรมอะไรก็ได
วิธีคิดแบบนี้ไม่ทําให้ผมผิดหวังท้อแท แต่กลับสร้างสิ่งต่าง ๆ ให้เกิดขึ้นกับชีวิตผมมากมาย

เรื่องที่สอง... ที่จะเล่าให้ฟังเกี่ยวกับความรักและการสูญเสียครับ
ผมโชคดีที่ได้พบกับสิ่งที่ผมรักที่จะทําตั้งแต่วัยหนุ่ม

วอซ (StephenWozniak ผู้ร่วมก่อตั้ง Apple) กับผม
เริ่มทําคอมพิวเตอรแอปเปิลกันที่โรงรถของพ่อแมผมตอนผมอายุ 20
เราทํางานกันอย่างหนัก ภายในระยะเวลา 10 ป
แอปเปิลที่เริ่มจากเราสองคนในโรงรถเติบโตขึ้น มีสินทรัพยถึง 2,000 ล้านเหรียญ
มีพนักงานกวา 4,000 คน
เราเพิ่งสร้างคอมพิวเตอร์ที่ดีที่สุดคือ แมคอินทอช ตอนผมเพิ่งย่างสามสิบ
แตผมกลับถูกไล่ออก

หลายคนอาจสงสัยว่าผมถูกไล่ออกจากบริษัทที่ตัวเองก่อตั้งมาได้ยังไง
คือเมื่อแอปเปิลเริ่มเข้าที่และเติบโต
เราก็หาคนที่เราคิดว่าเก่งมาร่วมบริหาร
แรกก็ไปได้ดี แต่พอซักพักัวิสัยทัศน์เราก็เริ่มไม่ตรงกัน
หนักเข้าก็กลายเป็นความขัดแย้ง และในที่สุดคณะกรรมการบริหารก็เลือกข้างเขา
และผมก็เป็นฝ่ายต้องออกมาเป็นการออกที่คนรู้กันทั่วไปใหญ่โต
สิ่งที่เป็นหัวใจในชีวิตของผมมลายหายไป ชีวิตผมเหมือนไม่เหลืออะไรเลย



ช่วงนั้นผมไม่รู้ว่าจะทําอะไรอยู่หลายเดือน
ผมรู้สึกว่าผมได้ปล่อยให้ความเป็นเจ้าของกิจการหลุดลอยไป ทั้ง ๆ ที่มีโอกาส
ช่วงหลังผมได้พบกับ David Packard (หนึ่งในผู้ร่วมก่อตั้ง HP)
และ Bob Noyce (หนึ่งใน ผู้ร่วมก่อตั้ง Intel) เพื่อขอโทษในสิ่งที่เกิดขึ้น

คนทั่วไปมองว่านี่เป็นความล้มเหลวของผม
จนผมคิดจะออกจากธุรกิจไอทีนี่แล้ว
แต่แล้วผมก็รู้สึกว่าเริ่มคิดอะไรบางอย่างได
ผมยังรักในสิ่งที่ผมทํา สิ่งที่เกิดขึ้นที่แอปเปิล
ไม่ได้ทําให้ความรักของผมกับคอมพิวเตอร์ลดลงแม้แต่น้อย
ถึงผมจะถูกปฏิเสธ แตผมก็ยังรักมัน ผมจึงตัดสินใจเริ่มต้นอีกครั้งหนึ่ง

ตอนนั้นผมอาจจะยังไม่รู้ว่าอนาคตจะเป็นอย่างไร
แตถ้ามามองตอนนี้ การออกจากแอปเปิล
กลับถือเป็นสิ่งที่ดีที่สุดที่เกิดขึ้นในชีวิตของผม
กลับถูกแทนที่ด้วยการที่ไม่มีอะไรต้องเสียจากการที่เป็นผู้ที่เริ่มต้นใหม
ผมกลายเป็นคนที่จะไม่มั่นใจกับอะไรมากจนเกินไป
และที่สําคัญ มันเป็นการปลดปล่อยตัวเอง
ให้เข้าสู่ช่วงที่ถือว่ามีพลังสร้างสรรค์มากที่สุด
ช่วงหนึ่งของชีวิต


ในช่วง 5 ปหลังจากนั้นผมเริ่มทําบริษัทใหมชื่อ NeXT และอีกบริษัทหนึ่งคือ Pixar
และพบรักกับหญิงสาวคนที่เปนภรรยาผมตอนนี้
Pixar ได้ผลิตหนังการ์ตูนแอนนิเมชั่นดืวยคอมพิวเตอร์เรื่องแรกของโลก คือ Toy Story
และปัจจุบันนี้ Pixarก็เป็นสตูดิโอที่ประสบความสําเร็จมากที่สุดในโลก
และเหตุการณซึ่งถือว่าเป็นจุดเปลี่ยนที่สําคัญอีกจุดหนึ่งก็มาถึง
แอปเปิลซื้อกิจการ NeXT และผมก็กลับแอปเปิล
และสิ่งที่ผมสร้างไวที่NeXT ก็กลายมาเป็นหัวใจของแอปเปิลในยุคฟื้นฟู
และผมก็ไดแต่งงานกับ Laurene

"ผมค่อนข้างมั่นใจว่าสิ่งเหล่านี้จะไม่มีวันเกิดขึ้นถ้าผมไม่ถูกไล่ออกจากแอปเปิล
ถือว่าเป็นการให้ยาที่แรงสุด ๆ แต่ก็ถือว่าถูกกับคนไข
บางทีชีวิตก็เล่นกับเราแรง แต่ขออย่าเสียความเชื่อมั่นศรัทธา
ผมเชื่อว่าสิ่งที่ทําใหผมก้าวหน้ามาถึงวันนี้ได ก็เพราะผมรักในสิ่งที่ผมทํา
พวกคุณต้องค้นหาว่าคุณรักอะไร ความจริงมันก็คล้าย ๆ กับการหาแฟนซักคนนั่นแหละ
จะว่าไปแลทางเดียวที่จะนงานที่ยิ่งใหญมีความหมาย

และการที่จะทําใหการทํางานที่ยิ่งใหญให้ประสบความสําเร็จก็คือ
การรักในสิ่งที่ทํา ...
ถ้าตอนนี้ยังไม่รู้ว่าตัวเองชอบอะไร ก็จงค้นหาต่อไป อย่าเพิ่งหยุด
คุณจะรู้ไดด้วยใจคุณเองเมื่อคุณค้นพบมัน และมันจะทําให้เราดีขึ้นเรื่อย ๆ
เพราะฉะนั้นจงค้นหา ต่อไป"

เรื่องที่สาม... ที่จะเล่าให้ฟังวันนี้เป็นเรื่องเกี่ยวกับความตาย
เมื่อตอนอายุ 17 ผมอ่านเจอคําพูดของคน ๆหนึ่งพูดไว้ว่า
 “ ถ้าคุณใช้ชีวิตในแต่ละวันเหมือนกับเป็นวันสุดท้ายในชีวิตของคุณ สักวันคุณจะดีขึ้นแน่นอน”
ผมประทับใจมาก และตลอด 30 ปตั้งแต่นั้นมา
ผมจะมองกระจกและถามตัวเองทุกเช้าว่า ถ้าวันนี้เป็นวันสุดท้ายของผม
ผมอยากทําอะไร และวันนี้จะทําอะไรบ้าง
ถ้าเมื่อไหรก็ตามที่คําตอบออกมาว่าไม่รู้จะทําอะไรติดต่อกันหลายๆ วัน
ผมรู้ว่าผมต้องเปลี่ยนแปลงอะไรบางอย่างแล้ว

การระลึกอยู่เสมอว่าเราต้องตายเร็ว ๆนี้เป็นอาวุธที่สําคัญที่สุดที่ผมใช
ในยามต้องตัดสินใจเรื่องสําคัญ ๆ ในชีวิต
เพราะเกือบจะทุกอย่างไม๋ว๋าจะเป้นความคาดหวังต๋าง ๆ จากคนภายนอก ความภาคภูมิใจ
การกลัวการเสียหน้า หรือล้มเหลว ล้วนแต่ไม่เป็นสาระทั้งสิ้น
เมื่อเราต้องเผชิญกับความตาย มันทําให้เรานึกถึงแต่สิ่งที่เป็นแก่น
เป็นความสําคัญที่สุดเท่านั้น

การระลึกว่า คุณกําลังจะตายเป็นวิธีที่ดีที่สุดที่จะหลุดพ้น
จากความคิดที่กลัวการสูญเสียอะไรบางอย่าง
ชีวิตคุณมีแต่ตัวนี่ เพราะฉะนั้นก็ไม่มีเหตุอะไรที่ไม่เดินตามความฝันของตัวเอง

เมื่อปีที่แล้วผมไปตรวจพบว่าเป็นมะเร็ง หมอทําสแกนผมราว เจ็ดโมงครึ่ง
และเห็นชัดว่ามีก้อนเนื้อที่ ตับอ่อน
ผมเองไม่รูแม้กระทั่งว่าตับอ่อนคืออะไร
หมอบอกว่าเท่าที่ดูแล้วค่อนข้างชัดเจนว่าเป็นมะเร็งชนิดที่ไม่มีทางรักษา
และบอกว่าผมน่าจะมีชีวิตอยู่ได้อีกไม่เกิน 3-6 เดือน
หมอแนะนําว่าให้กลับบ้านและจัดการอะไรต่าง ๆ ให้เรียบร้อย
พูดแบบชาวบ้านก็คือหมอบอกให้ไปเตรียมตัวตายนั่นเอง
มันหมายความว่าคุณต้องรีบคุยกับลูกในสิ่งที่คุณคิดว่าจะคุยในอีกสิบปีข้างหนา
หมายความว่าต้องเตรียมสิ่งต่างๆ ไว้ให้ครอบครัวเมื่อคุณต้องจากไป
และหมายความความว่าคุณต้องลาโลกนี้ไปแล้ว

ผมอยู่กับความรู้สึกว่าเป็นมะเร็งและต้องตายเร็ว ๆนี้ทั้งวัน
จนกระทั่งตอนเย็นหมอต้องตัดเอาเนื้อเยื่อเพื่อวิเคราะห์อีกครั้ง
หมอใชกลองสองภายในสอดผานลําคอ ผานกระเพาะ ลงลําไสเล็ก
และใชเข็มเล็ก ๆ เจาะกอนเนื้อเล็ก ๆ ในตับออนออกมาตรวจ
ตอนนั้นผมถูกวางยางสลบอยูแตภรรยาผมบอกภายหลังวา
เมื่อหมอตรวจเนื้อเยื่อผานกลองจุลทรรศนอีกครั้งหนึ่งก็พบวา
ผมเปนมะเร็งแบบที่พบไดนอยมาก
คือ เปนชนิดที่รักษาไดดวยการผาตัด
และผมก็เขารับการผาตัดรักษาจนหายดีแลวในตอนนี้

นี่ถือวาเปนการเขาใกลความตายมากที่สุดของผม
และผมก็หวังวามันจะรักษาสถิติที่ใกลที่ สุดไปอีกหลายสิบปขางหนา
ดวย การที่ผมผานชวงเวลานั้นมาไดก็ทําใหผมเลาใหพวกคุณฟงไดอยางเต็มที่
ไมใชเพียงแคความคิดเชิงหลักการอยางเดียว

ไมมีใครอยากตายหรอกครับ แมแตคนที่อยากไปสวรรคก็ไมตองการตายเพื่อที่จะไปถึงที่นั่น
แต ทุกคนตองตายครับ ไมมีใครหลีกพนความตายได
และมันก็ควรจะเปนอยางนั้น
เพราะผมถือวา ความตายนาจะเปนสิ่งประดิษฐที่ดีที่สุดของชีวิต
ความตายทําใหชีวิตเกิดการเปลี่ยนแปลง
มันเปนการกําจัดคนเกาเพื่อเปดทางใหคนใหม
ตอนนี้คนใหมคือพวกคุณทั้งหลาย และจะคอย ๆ แกไปใน
ที่สุดและจะถูกกําจัดไป ขอโทษที่ผมอาจจะพูดอะไรที่เปนนิยายไปหนอย แตก็เปนความจริงนะครับ

ชีวิตของพวกคุณมีจํากัดครับ จงอยาเสียเวลาใชชีวิตอยูบนชีวิตของคนอื่น
อยาตกอยูในหลุมพรางของความเชื่ออะไรบางอยาง
ซึ่งทําใหเราดํารงชีวิตอยูบนความคิดของคนอื่น
อยาใหความคิดของคนอื่นมากดความตองการที่แทจริงภายในใจของเรา
สิ่ งที่สําคัญนะครับ จงมีความกลาหาญที่จะกาวเดินตามสิ่งที่หัวใจเราเรียกร้อง
ซึ่งตอนนี้อาจจะรู้แล้วว่าคุณต้องการเป็นอะไร อย่างอื่นเป็นเรื่องรองทั้งสิ้น


ตอนผมหนุ่ม ๆ มีสิ่งพิมพที่เรียกว่า The Whole Earth Catalog ซึ่งได้รับความนิยมมากในยุคนั้น
คนที่ทํามันขึ้นมาชื่อ Stewart Brand ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากนี่เท่าไหร
คือที่ Menlo Park ใน Whole Earth Catalog มีบทกวีดี ๆเพื่อเป็นแนวทางในการดําเนินชีวิตเยอะ
ตอนนั้นเป็นช่วงปลายทศวรรษ 1960 กอนที่จะมีพีซี
เพราะฉะนั้นนิตยสารนี้จึงทําขึ้นด้วยพิมพ์ดีดมือ กรรไกร และกล้องโพลารอยด
 มันก็คล้าย ๆ กับ Google ฉบับหนังสือนั่นแหละ
คือเกิดก่อน Google 35 ป มันเป็นอะไรที่อุดมคติ มีคําสอน ข้อคิดเตือนใจดี ๆ มากมาย

Stewart ออก Catalog หลายฉบับแต่ทุกอย่างก็ย่อมมีจุดสิ้นสุด
มาถึงฉบับสุดท้ายเมื่อราวกลาง ทศวรรษ 1970 ซึ่งตอนนั้นผมก็อายุเท่า ๆ กับพวกคุณนี่แหละ
ในปกหลังของฉบับสุดท้ายนี่เป็นรูปถ่ายถนน ในชนบทยามเชา
เป็นภาพที่หลายคนคงเคยสัมผัส ถ้าเผื่อเป็นคนที่ชอบเดินทางท่องเที่ยว
ด้านล่างของภาพเขียนวา “Stay Hungry. Stay Foolish”
มันเป็นเหมือนการกล่าวอําลาของพวกเขาด้วย
“จงเป็นคนที่หิวอยู่เสมอจงเป็นคนที่โง่อยูเสมอ” เป็นสิ่งที่ผมใช้เตือนตัวเองตลอดเวลา
และในโอกาสที่พวกคุณจะจบการศึกษาออกไปเผชิญโลกกว้าง
ผมขอให้พวกคุณจงเป็นคนที่ Stay Hungry และ Stay Foolish .."

ขอบคุณครับ
การจัดการดินและระบบการปลูกมันสำปะหลัง
Update: 2553/02/20 10:47:38 - Views: 2446 | Ans: 2
การจัดการดินและระบบการปลูกมันสำปะหลัง
 
       สภาพและปัจจัยที่มีความเหมาะสมต่อการปลูกมันสำปะหลัง โดยมันสำปะหลังปลูกได้ในดินทุกชนิด แต่ชอบดินร่วนปนทรายเพราะจะลงหัวและเก็บเกี่ยวง่าย เจริญเติบโตได้ดีในสภาพดินที่ไม่มีน้ำท่วมขัง มีค่าเป็นกรดเป็นด่าง (pH) ระหว่าง 5.5-8.0 ทนต่อสภาพความเป็นกรดสูงได้แม้ pH ของดินจะต่ำจนถึง 4.5 ก็ไม่ทำให้ผลผลิตลด แต่ไม่ทนต่อสภาพพื้นที่เป็นด่าง โดยไม่สามารถขึ้นได้ถ้า pH สูงถึง 8 ถ้าเป็นดินทรายสามารถปลูกได้ตลอดปี แต่เกษตรกรมักนิยมปลูกปลายฤดูฝน เช่น แถบจังหวัดระยอง และชลบุรี ถ้าเป็นดินเหนียวจะนิยมปลูกต้นฤดูฝน เพราะถ้าเป็นฤดูแล้งการไถพรวนจะได้ดินก้อนใหญ่ ท่อนพันธุ์มันสำปะหลังจะแห้งตายก่อนที่จะงอก มันสำปะหลังเป็นพืชวันสั้น ผลผลิตจะลดลงถ้า
ช่วงแสงของวันยาวเกิน 10-12 ชั่วโมง ขึ้นได้ดีในพื้นที่ที่มีอุณหภูมิ 10-30 องศาเซลเซียส มีปริมาณน้ำฝน 500-2,500 มิลลิเมตรต่อปี
       ความต้องการธาตุอาหารของมันสำปะหลัง มันสำปะหลังมีความต้องการธาตุอาหารหลัก ได้แก่ ไนโตรเจน ฟอสฟอรัส และโพแทสเซียม โดยในแต่ละฤดูการผลิตมันสำปะหลังจะต้องการธาตุไนโตรเจน 10-20 กิโลกรัมต่อไร่ ฟอสฟอรัส 6-10 กิโลกรัมต่อไร่ และต้องการโพแทสเซียม 8-12 กิโลกรัมต่อไร่ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับปริมาณธาตุอาหารในดินก่อนปลูก มันสำปะหลังจะตอบสนองต่อปริมาณธาตุไนโตรเจนที่ได้รับมากน้อยเพียงใด ขึ้นอยู่กับความสามารถในการอุ้มน้ำของดินและปริมาณฝนที่ตกกระจายอย่างสม่ำเสมอ แต่เมื่อได้รับธาตุไนโตรเจนมากเกินไป จะทำให้เปอร์เซ็นต์แป้งในหัวมันลดลง ส่วนธาตุฟอสฟอรัสนั้นถึงแม้จะมีปริมาณความต้องการน้อยกว่าธาตุไนโตรเจนและโพแทสเซียม แต่ก็มีบทบาทเกี่ยวข้องกับการเจริญเติบโตและปริมาณผลผลิตที่สำคัญอย่างยิ่ง ธาตุฟอสฟอรัสจะมีประโยชน์ต่อมันสำปะหลังมากที่สุดที่ระดับ pH ของดินเป็นกลางในระหว่าง 6-7 สำหรับธาตุโพแทสเซียมนั้นมีความสำคัญต่อการเคลื่อนย้ายคาร์โบไฮเดรทจากส่วนใบและต้นไปยังราก เพิ่มปริมาณแป้งในหัวมัน และลดปริมาณไฮโดรไซยานิคในหัวมัน การขาดโพแทสเซียมจะทำให้ผลผลิตหัวมันลดลงอย่างชัดเจน ใบแก่จะร่วงหล่นเร็วกว่าปกติ ใบเล็กแคบ และลำต้นแคระแกร็น

3.1 การเตรียมพื้นที่
   3.1.1 การเลือกพื้นที่ปลูก
   ควรเลือกพื้นที่ที่มีขนาดใหญ่ติดต่อกัน ห่างจากถนนหลวงและมีความอุดมสมบูรณ์ของดินโดยธรรมชาติค่อนข้างสูง ประกอบด้วยธาตุอาหารที่จำเป็นต่อการเจริญเติบโตของมันสำปะหลังอย่างเพียงพอ มีแหล่งน้ำสำหรับการเพาะปลูก ไม่ควรเป็นพื้นที่ที่มีการใช้สารเคมีในปริมาณมากติดต่อกันเป็นเวลานาน หรือมีการปนเปื้อนของสารเคมีสูง และห่างจากพื้นที่ที่มีการใช้สารเคมีการเกษตร พื้นที่ที่จะใช้ในการผลิตมันสำปะหลังอินทรีย์ต้องมีการวิเคราะห์สมบัติของดินและน้ำ เพื่อตรวจสอบหาสารพิษตกค้าง และทำประวัติการทำการเกษตรของพื้นที่ 

   3.1.2 การวางผังแปลง
       การทำไร่มันสำปะหลังอินทรีย์นั้นจะต้องมีการวางผังแปลงอย่างดี มีการจัดแบ่งพื้นที่ ระหว่างแปลงมีถนนเพื่อความสะดวกในการปฏิบัติงาน ในพื้นที่ราบควรวางแนวแปลงปลูกให้ขนานกับทางลำเลียง แต่ในบริเวณลาดเอียงปลูกขวางความลาดเอียงของพื้นที่เพื่อลดการชะล้างและสูญเสียหน้าดิน

   3.1.3 การปรับพื้นที่
       เน้นการปรับหน้าดินเพื่อไม่ให้น้ำขังในแปลง บริเวณที่ลุ่มเป็นแอ่งเล็กน้อย ควรปรับเอาดินข้างๆ มากลบ แต่ถ้าเป็นแอ่งลึกและกว้างควรแก้ไขโดยการระบายน้ำออก

   3.1.4 การปลูกพืชเพื่อป้องกันการปนเปื้อนจากภายนอกพื้นที่หรือทางอากาศ
       ปลูกไม้ยืนต้นโตเร็วเพื่อเป็นแนวกันชน ป้องกันลม ป้องกันแมลงศัตรูพืชและสารเคมีจากพื้นที่อื่น ได้แก่ กระถิน แคฝรั่ง มะแฮะ เป็นต้น

   3.1.5 การเตรียมดิน
       มันสำปะหลังเป็นพืชหัว ผลผลิตที่ใช้ประโยชน์คือรากที่มีการสะสมอาหารจำพวกแป้งจนขยายใหญ่ขึ้นเป็นหัวอยู่ในดิน การเลือกพื้นที่ควรเลือกที่ดอน ดินเป็นดินร่วนปนทราย ถ้าเป็นดินเหนียวต้องมีการระบายน้ำดี น้ำไม่ท่วมขัง และต้องมีหน้าดินลึกพอสมควร ก่อนปลูกควรไถและพรวนอย่างน้อย 2-3 ครั้ง ลึก 20-30 เซนติเมตร เพื่อกลบเศษซากพืชจากฤดูก่อน และทำลายวัชพืชต่างๆ ให้ลดจำนวนลง การไถให้ใช้ผาน 3 ติดท้ายรถแทรกเตอร์ 1 ครั้ง ตามด้วยผาน 7 อีก 1 ครั้ง จะได้ผลผลิตมันสำปะหลังและกำไรสูงสุด ถ้าพื้นที่มีความลาดชันต้องไถพรวนตามแนวขวาง เพื่อป้องกันการชะล้างของดิน และถ้าดินระบายน้ำไม่ดีต้องยกร่องปลูก


3.2 การบำรุงดินด้วยอินทรียวัตถุ 
   การใช้ปุ๋ยอินทรีย์เพื่อเพิ่มความอุดมสมบูรณ์ให้กับดิน และทำให้ดินมีกำลังการผลิตที่เพียงพอ สามารถทำได้โดยการเพิ่มปริมาณซากพืช เพิ่มธาตุอาหารพืชในดิน และกระตุ้นให้เกิดกิจกรรมทางชีวภาพในดิน สามารถทำได้ดังนี้

   3.2.1 ไม่เผาตอซังมันสำปะหลัง และเศษวัสดุอินทรีย์ แต่ทำการไถกลบลงในพื้นที่เพาะปลูก 
   3.2.2 ปลูกพืชปุ๋ยสดเพื่อไถกลบ โดยเฉพาะพืชตระกูลถั่ว เช่น ถั่วพร้าอัตรา 8-12 กิโลกรัมต่อไร่ ระหว่างปลูกพืชปุ๋ยสดให้ทำการฉีดด้วยปุ๋ยอินทรีย์น้ำอัตรา 5 ลิตรต่อไร่ โดยเจือจางด้วยน้ำในสัดส่วน 1:500 หรือ 1:1,000 ไถกลบเมื่ออายุประมาณ 45 วัน หรือถั่วพุ่มอัตรา 6-8 กิโลกรัมต่อไร่ แล้วไถกลบเมื่ออายุประมาณ 35 วัน ซึ่งเป็นช่วงออกดอก ทิ้งไว้ 15 วัน ก่อนปลูกมันสำปะหลัง
   3.2.3 ใช้ปุ๋ยอินทรีย์น้ำ อัตรา 5 ลิตรต่อไร่ เจือจาง 1: 500 หรือ 1:1,000 ฉีดพ่นให้ทั่วแปลง และฉีดพ่นให้แก่มันสำปะหลัง หลังจากปลูกแล้ว 15 วัน หลังจากนั้นให้ฉีดพ่นทุกๆ 1 เดือน จนกว่าจะเก็บเกี่ยวมันสำปะหลัง
   3.2.4 ปลูกพืชปุ๋ยสดแซมมันสำปะหลัง เช่น ถั่วพุ่ม หรือถั่วพร้า แซมในแถวมันสำปะหลัง โดยปลูกหลังจากปลูกมันสำปะหลังไปแล้วประมาณ 1-2 สัปดาห์ แล้วตัดคลุมดินช่วงพืชปุ๋ยสดออกดอก เพื่อเป็นการรักษาความชื้นในดิน และเพิ่มอินทรียวัตถุให้แก่ดิน เมื่อเศษพืชปุ๋ยสดสลายตัว


3.3 วิธีการปลูก
   การเตรียมท่อนพันธุ์
       การปลูกมันสำปะหลังนิยมใช้ท่อนพันธุ์ โดยตัดลำต้นให้เป็นท่อนยาว 15-20 เซนติเมตร เลือกใช้ต้นพันธุ์ที่แก่มีอายุตั้งแต่ 8 เดือนขึ้นไป แช่ท่อนพันธุ์ในปุ๋ยอินทรีย์น้ำ เจือจาง 1:500 หรือ 1:1,000 เป็นเวลา 24 ชั่วโมง แล้วนำมาผึ่งท่อนพันธุ์ให้แห้ง ก่อนนำไปปลูก 

   วิธีปลูก
       การปลูกมันสำปะหลังทำได้โดยนำท่อนพันธุ์ที่เตรียมไว้ปักลงในดินให้ลึกประมาณ 2/3 ของท่อนพันธุ์ ควรระวังอย่าปักส่วนยอดลงดินเพราะตาจะไม่งอก การปักตรง 90 องศา หรือปักเฉียง 45 องศากับพื้นดิน ให้ผลผลิตไม่แตกต่างกัน และมันสำปะหลังจะงอกเร็ว สะดวกต่อการกำจัดวัชพืชและปลูกซ่อม และลงหัวด้านเดียวเป็นกลุ่ม ง่ายต่อการเก็บเกี่ยว และให้ผลผลิตสูงกว่าการปลูกแบบฝัง 10-15 เปอร์เซ็นต์ 

   ระยะปลูก
       พันธุ์ระยอง 1 โดยใช้ระยะ 100 x 100 เซนติเมตร ซึ่งในพื้นที่ 1 ไร่ จะปลูกได้ 1,600 ต้น ปลูกประมาณเดือนมิถุนายน เก็บเกี่ยวเดือนเมษายน 
       ส่วนพันธุ์ระยอง 90 ควรใช้ระยะ 80 x 100 เซนติเมตร (2,000 ต้นต่อไร่) ปลูกประมาณเดือนมิถุนายน เก็บเกี่ยวเดือนเมษายน 
       พันธุ์ระยอง 60 ควรใช้ระยะ 60 x 100 เซนติเมตร (2,400 ต้นต่อไร่) ปลูกประมาณเดือนมิถุนายน เก็บเกี่ยวเดือนกุมภาพันธ์ 
       พันธุ์เกษตรศาสตร์ 50 ควรใช้ระยะปลูก 80 x 100 เซนติเมตร ปลูกประมาณเดือนมิถุนายน เก็บเกี่ยวเดือนพฤษภาคม


3.4 การดูแลรักษาและกำจัดศัตรูพืชในระบบเกษตรอินทรีย์
   3.4.1 การป้องกันกำจัดโรคพืช
       มันสำปะหลังที่ปลูกในประเทศไทย มีปัญหาเรื่องโรคและแมลงรบกวนน้อยมาก ซึ่งปรับตัวเข้ากับสภาพแวดล้อมได้ดี และมีความต้านทานต่อโรคและแมลงอยู่แล้ว อาจพบได้ในบางกรณี เช่น โรคที่เกิดจากเชื้อรา เช่น โรคใบจุดสีน้ำตาล โรคใบจุดไหม้ โรคใบจุดขาว สามารถป้องกันกำจัดโดยใช้สารสกัดป้องกันเชื้อราจาก กระชาย ก้ามปู ตะไคร้ สมอดุ้ง เป็นต้น โรคที่เกิดจากเชื้อแบคทีเรีย เช่น โรคใบไหม้ ป้องกันกำจัดโดยใช้สารสกัดป้องกันเชื้อแบคทีเรียจาก กระชาย ตะไคร้ ตีนเป็ดทะเล ฉัตรพระอินทร์ เป็นต้น

      โรคและการป้องกันกำจัด
       มันสำปะหลังที่ปลูกในประเทศไทย มีปัญหาเรื่องโรคและแมลงรบกวนน้อยมาก อาจเนื่องมาจากส่วนใหญ่เป็นพันธุ์พื้นเมืองซึ่งปรับตัวเข้ากับสภาพแวดล้อมได้ดี และมีความต้านทานต่อโรคและแมลงอยู่แล้ว แต่เมื่อนำพันธุ์ใหม่เข้ามาปลูกโดยไม่มีการควบคุมที่ดีพอ อาจมีโรคร้ายแรงติดเข้ามาระบาดในประเทศได้โรคที่พบระบาดในประเทศไทย มีดังนี้

โรคใบจุดสีน้ำตาล (brown leaf spot) เกิดจากเชื้อรา Crecosporidium henningsii อาการที่พบจะเป็นจุดที่ใบโดยเฉพาะใบแก่ รอยแผลจะเป็นเหลี่ยมตามเส้นใบ มีขอบชัดเจน สีเหลืองตรงกลางแผลจะแห้ง โรคนี้พบได้ในทุกพันธุ์ พันธุ์พื้นเมืองซึ่งเป็นพันธุ์ต้านทานปานกลาง โรคนี้ทำให้ผลผลิตลดลง 14-20 เปอร์เซ็นต์ ป้องกันกำจัดโดยใช้สารสกัดป้องกันเชื้อราจากกระชาย ก้ามปู ตะไคร้ สมอดุ้ง เป็นต้น
โรคใบไหม้ (cassava bacterial blight, CBB) เกิดจากเชื้อแบคทีเรีย Xanthomonas camprestris pv. Manihotis อาการจะเกิดขึ้นที่ใบ เริ่มแรกเป็นจุดเหลี่ยมฉ่ำน้ำแล้วขยายตัวเพิ่มขึ้นเป็นใบไหม้ ใบเหี่ยวร่วงหล่น มียางไหล ต่อมาเกิดอาการยอดเหี่ยว และแห้งตายลงมา (die back) เป็นโรคที่ร้ายแรงมากชนิดหนึ่งซึ่งจะทำความเสียหายให้มันสำปะหลังได้ถึง 30-90 เปอร์เซ็นต์ ในประเทศไทยพบอาการต้นเป็นโรคและไม่ระบาดรุนแรง อาจเป็นเพราะสภาพแวดล้อมไม่เหมาะสมในการระบาด และพันธุ์ที่แนะนำส่วนใหญ่เป็นพันธุ์ที่ค่อนข้างต้านทานต่อโรคนี้ ป้องกันกำจัดโดยใช้สารสกัดป้องกันเชื้อแบคทีเรียจากกระชาย ตะไคร้ ตีนเป็ดทะเล ฉัตรพระอินทร์ เป็นต้น

นอกจากนี้ ยังสามารถพบโรคอื่นๆ ได้ เช่น โรคใบจุดไหม้ (blight leaf spot) เกิดจากเชื้อรา Cercospora viscosae โรคใบจุดขาว (white leaf spot) เกิดจากเชื้อรา Phaeoramularia manihotis โรคลำต้นเน่า (stem rot) เกิดจากเชื้อ Glomerella cingulata และโรคหัวเน่า (root rot) ซึ่งมีสาเหตุมาจากเชื้อราหลายชนิด มักจะเกิดขึ้นเมื่อหัวมันสำปะหลังเป็นแผล

   3.4.2 การป้องกันกำจัดแมลง
       แมลงที่ทำลายมันสำปะหลังมักจะพบระบาดมากในช่วงที่อากาศค่อนข้างแห้งแล้ง มักจะเป็นแมลงพวกปากดูด ได้แก่ ไรแดง เพลี้ยแป้ง แมลงหวี่ขาว สามารถป้องกันกำจัดโดยพ่นสารสกัดจาก ขมิ้นชัน ข่อย หางไหล เถาวัลย์เปรียง ปอกระเจา รางจืด สะเดา เป็นต้น เพื่อฆ่าแมลงและศัตรูพืชเป็นจุดเฉพาะบริเวณที่ระบาดรุนแรง

ไรแดง (red spider mite) ที่พบทำความเสียหายให้มันสำปะหลังมี 2 ชนิด ได้แก่ ไรแดงหม่อน (Tetranychus truncatus) จะดูดกินน้ำเลี้ยงตามใต้ใบล่างๆ แล้วลามขึ้นมาขึ้นสู่ยอด และไรแดงมันสำปะหลัง (Oligonychus biharensis) จะดูดกินน้ำเลี้ยงบนหลังใบส่วนยอด แล้วขยายปริมาณลงสู่ส่วนล่างของต้น ถ้าไรแดงระบาดมากๆ ใบจะเหลืองซีด ม้วนงอ ส่วนยอดงองุ้ม ถ้ามันสำปะหลังมีขนาดเล็กอาจตายได้ หากระบาดมากต้องพ่นสารสกัดจาก ขมิ้นชัน ข่อย หางไหล เถาวัลย์เปรียง ปอกระเจา รางจืด สะเดา เป็นต้น เพื่อฆ่าแมลงและศัตรูพืชเฉพาะบริเวณที่มีการระบาดรุนแรง
เพลี้ยแป้ง (stripped mealy bug) เป็นแมลงปากดูด ทั้งตัวอ่อนและตัวเต็มวัยจะดูดกินน้ำเลี้ยงตามส่วนต่างๆ และถ่ายมูลเหลวไว้ทำให้เกิดราดำ ถ้าระบาดมากต้นจะแคระแกร็น ยอดแห้งตาย หรือแตกพุ่ม ถ้าพบต้องตัดต้นไปทำลาย พ่นสารสกัดจาก ขมิ้นชัน ข่อย หางไหล เถาวัลย์เปรียง ปอกระเจา รางจืด สะเดา เป็นต้น
แมลงหวี่ขาว (white fly) เป็นแมลงปากดูดจะดูดกินน้ำเลี้ยงจากส่วนใต้ใบพืช และถ่ายมูลเหลวออกมาทำให้เกิดราดำ มักเกิดควบคู่กับการเข้าทำลายของไรแดง และเพลี้ยแป้ง พ่นสารสกัดจากขมิ้นชัน ข่อย หางไหล เถาวัลย์เปรียง ปอกระเจา รางจืด สะเดา เป็นต้น
แมลงปากกัดอื่นๆ พบบ้างแต่ไม่ทำความเสียหายมากนัก เช่น แมลงนูนหลวง ตัวหนอนจะทำลายกัดกินราก ต้นมันสำปะหลังที่มีขนาดเล็กอาจตายได้ ด้วงหนวดยาว ตัวหนอนจะกัดกินภายในเหง้าและต้นทำให้ต้นหักล้ม

   3.4.3 การควบคุมวัชพืช
       ในระยะแรกของการปลูกมันสำปะหลังจะมีวัชพืชขึ้นรบกวนมาก และระยะเวลาวิกฤตในการกำจัดวัชพืชจะอยู่ที่ 2-3 เดือนแรก เนื่องจากเป็นระยะเวลาที่มันสำปะหลังกำลังลงหัว หลังจาก 4 เดือนไปแล้วมันสำปะหลังจะไม่มีการสร้างหัวเพิ่ม แต่จะขยายขนาดหัวให้ใหญ่ขึ้น ถ้ามีวัชพืชขึ้นรบกวนในช่วงนี้มากจะทำให้ผลผลิตลดลง การเริ่มกำจัดวัชพืชครั้งแรกต้องรีบกระทำ อาจเริ่มที่ 15 วันหลังจากปลูก ยิ่งล่าช้าออกไปผลผลิตจะยิ่งลดลง ควรกำจัดวัชพืชครั้งแรกให้เสร็จภายใน 1 เดือน หลังจากปลูก และอาจต้องกำจัดวัชพืชอีก 2-3 ครั้ง จนกว่าพุ่มของใบมันสำปะหลังจะชิดกัน หรืออีกวิธีหนึ่งที่สามารถป้องกันวัชพืชได้คือการปลูกพืชปุ๋ยสดแซมในแปลงมันสำปะหลัง เป็นการคลุมดินป้องกันวัชพืชได้ในช่วงแรกๆ แล้วตัดวางคลุมดินไว้ หรือใช้สารสกัดจากควินิน แกง ชุมเห็ดไทย ตำแยแมว ชบา น้ำนมราชสีห์ เพื่อยับยั้งการเจริญเติบโตของวัชพืช



3.5 การจัดการดินหลังเก็บเกี่ยว
       มันสำปะหลังได้เปรียบพืชไร่ชนิดอื่นที่สามารถยืดหยุ่นอายุการเก็บเกี่ยวได้ตั้งแต่ 8 เดือนขึ้นไป เกษตรกรจะเก็บเกี่ยวมันสำปะหลังตามความจำเป็น เช่น ราคา และแรงงาน แต่โดยปกติจะเก็บเกี่ยวเมื่ออายุ 10-12 เดือน เพราะผลผลิตมันสำปะหลังจะมากขึ้นตามอายุที่เพิ่มขึ้น หลังจากเก็บเกี่ยวหัวมันสำปะหลัง ต้องตัดเหง้าและต้นออก และรีบส่งหัวมันสดเข้าโรงงานทันที หรืออย่างช้าไม่เกิน 3 วัน มิฉะนั้นหัวมันจะเริ่มเน่า ส่วนลำต้นต้องเก็บทันทีเพื่อใช้ทำพันธุ์ต่อไป โดยนำไปกองรวมกันแบบตั้งขึ้นให้โคนติดพื้นดินส่วนยอดตั้งขึ้นในร่ม วิธีนี้สามารถเก็บต้นได้นานถึง 30 วัน ส่วนของกิ่ง ก้าน และใบ และในส่วนที่เป็นวัสดุตอซังให้สับกลบลงสู่ดินทุกครั้งหลังการเก็บเกี่ยว เพื่อเพิ่มปริมาณอินทรียวัตถุให้แก่ดิน

      

3.6 การบันทึกข้อมูล
       เพื่อให้ระบบการผลิตมันสำปะหลังอินทรีย์ถูกต้องตามหลักการเกษตรอินทรีย์ และได้ผลผลิตที่มีคุณภาพดีปลอดภัยจากสารพิษ จำเป็นต้องมีระบบการบันทึกข้อมูลตั้งแต่การเตรียมดินจนถึงการเก็บเกี่ยวที่ชัดเจน มีประสิทธิภาพ และสอดคล้องกับหลักการของระบบเกษตรอินทรีย์ 
ฟาร์มเกษตร แนะนำระบบใหม่ อำนวยความสะดวกมากขึ้นสำหรับผู้ขายสินค้า หรือเจ้าของผลิตภัณฑ์ คลิกอ่านรายละเอียดนะครับ
Update: 2553/02/20 10:47:38 - Views: 1843 | Ans: 1
ฟาร์มเกษตรได้สร้างระบบรองรับ ให้ผู้ต้องการจะแนะนำผลิตภัณฑ์ สามารถเพิ่มสินค้าของท่าน ขึ้นบนหน้าแรก ของเว็บไซต์ฟาร์มเกษตรได้ทันที

สามารถเข้าไปจัดการเพิ่มรายละเอียดสินค้าของท่านได้ด้วยตัวเองผ่านระบบ "ช่วยกันคิด ช่วยกันเขียน" ที่
http://www.farmkaset.com/webadmin

ข้อแนะนำ
1. ควรเตรียบข้อความรายละเอียดสินค้าของท่านให้เรียบร้อย
2. เตรียบรูปของสินค้าไว้ จำนวนกี่รูปก็ได้ ตามความต้องการของท่าน และเหมาะสมกับเนื้อหา ขนาดรูปที่เราแนะนำ คือขนาด กว้างไม่เกิน 400 พิกเซล จะทำให้สวยงามและเหมาะสมที่จะแสดงบนเทมเพลตของเว็บไซต์นี้
3. เตรียมรูปขนาด 90 x 90 พิกเซล ไว้ 1 รูปเพื่อเป็น ไอคอน แสดงบนหน้าแรกของ FarmKaset.com 
4. เริ่มเข้าไปเพิ่มข้อมูลได้เลยที่ http://www.farmkaset.com/webadmin ซึ่งวิธีใช้งานง่ายมากๆ และมีวิธีใช้งาน สำหรับผู้เริ่มทำครั้งแรกอยู่ด้านล่างของหน้าเพิ่มข้อมูล (หน้าเดียวกันเลย เลือนลงไปดูวิธีใช้งาน วิธีแทรกรูปภาพด้านล่างได้ทันที)
5. เสร็จเรียบร้อย ก็ตรวจสอบบทความของท่าน บนหน้าแรกของ FarmKaset.com ได้เลย
6. มีปัญหาในการใช้งาน สอบถามได้ที่ info@farmkaset.com
7. ขอบคุณครับ

ช่วยกันคิด ช่วยกันเขียน
"ความรู้ด้านเกษตรกรรม สู่เพื่อนเกษตรกร" อย่าปล่อยให้ความรู้ด้านเกษตรกรรม ที่ท่านมีอยู่ ติดอยู่กับตัวท่านเพียงคนเดียว ฟาร์มเกษตร ได้ริเริ่มเปิดโครงการ "ช่วยกันคิด ช่วยกันเขียน" เพื่ออยากให้ทุกคนในวงการเกษตร ได้เผยแพร่ความรู้ที่ท่านมีอยู่ ให้กับเพื่อนเกษตรกรด้วยกัน โดยไม่จำกัดว่าเป็นความรู้แขนงใดๆ ขอให้เกี่ยวข้องกับเกษตรกรรมเท่านั้น เพื่อให้พวกเราทุกคน ได้มีส่วนผลักดันองค์ความรู้ทางการเกษตร ให้วงการเกษตรกรรมไทย ได้พัฒนาไปพร้อมๆกัน 
* อย่ากังวล ว่าสิ่งที่ท่านอยากเขียนนั้น เป็นเพียงความรู้เพียงน้อยนิด ใครๆก็รู้ เพราะเราเชื่อว่า มีอีกหลายคนไม่รู้ และอยากรู้สิ่งที่ท่านเขียน
* ไม่ต้องเขิน(นะจ๊ะ) ที่จะเล่าถึงประวัติของตัวท่านเอง แล้วเลือกไว้ในหัวข้อ "เกษตรกรตัวอย่าง" เพราะเป็นสิ่งที่ทุกคนชื่นชมที่สุด และโดยเฉพาะอย่างยิ่ง เว็บไซต์ฟาร์มเกษตร ต้องการสนับสนุนหัวข้อนี้มากที่สุด
* ถึงแม้จะเป็นความรู้ทั่วไป เราก็สามารถเขียนได้ เพราะยังมีอีกหลายคน อาจจะยังไม่เคยรู้ หากนำแหล่งข้อมูลมาจากที่อื่น หรือเว็บไซต์อื่น ให้ทำลิงค์กลับไปยังเว็บไซต์เจ้าของข้อมูล หรืออ้างถึงแหล่งที่มา ของข้อมูลต้นฉบับด้วยนะจ๊ะ
* เกษตรกร เท่ห์สุดๆ
ชาวไร่มันสำปะหลังกับรัฐบาล
Update: 2553/02/20 10:47:38 - Views: 818 | Ans: 1
อยากให้รัฐบาล ออกนโยบายการผลิตพลังงานทดแทนพลังงานชาติให้ชัดเจน โดยเฉพาะมันสำปะหลัง ว่าจะมีแผน นโยบาย อย่างไร จะผลิตก๊าซโซฮอร์เท่าใดในการลดน้ำมันนำเข้าจากต่างประเทศ และตกลงกับบริษัทผลิตเอทานอลให้ชัดเจน  ให้จัดสรรงบประมาณจากเงินที่ลดน้ำมันนำเข้ามาส่งเสริมเกษตรกร ให้มันพืชผลิตเอทานอลแทน อย่าเห็นแก่นายทุนระดับชาติ แล้วลืมเกษตรกรชาวไร่ชาวนา  อยากถามผู้มีส่วนเกี่ยวข้องหลายๆกระทรวงที่เกี่ยวข้องให้บอกประชาชนมาเร็วด่วนๆ  ให้รีบทำงานเรื่องนี้โดยด่วน
ปลูกต้นไม้กันดีกว่า ต้นตะกูราคาถูกเริ่มต้นที่ 1._ เมล็ด 800 / กก. T.087-999-6296
Update: 2553/02/20 10:47:38 - Views: 2221 | Ans: 2
โครงการ  ”ปลูกไม้มงคลต้นตะกู”   มหาเศรษฐีตามแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง

เพื่อเป็นการส่งเสริมสนับสนุนให้เกษตรกรทุกภาคส่วนหันมาปลูกต้นไม้เศรษฐกิจ “ ตะกู ” ซึ่งเป็นไม้โตเร็ว ใช้เป็นวัตถุดิบในโรงไฟฟ้าไบโอชีวมวล อีกทั้งรัฐบาลได้มีนโยบายส่งเสริมให้มีการปลูกต้นตะกูเชิงธุรกิจ แนะนำให้ข้อมูลการเพาะเมล็ดกล้า, การปลูกต้นตะกู และแหล่งขายไม้ตะกู

ปลูกต้นไม้กันดีกว่า  ต้นกล้า (พันธุ์ก้านแดง) และเมล็ดพันธุ์ต้นตะกู  ราคาถูกเริ่มต้นที่ 1 บาท เมล็ดราคา 800 / กก.   ยินดีให้คำปรึกษาเกี่ยวกับต้นตะกู  


คุณพลอย Tel. 087-999-6296, 086-411-0768
ขออนุญาติแนะนำ www.grathangplastics.com กระถางต้นไม้พลาสติก
Update: 2553/02/20 10:47:38 - Views: 345 | Ans: 1
เวปไซด์ กระถางต้นไม้พลาสติก
www.grathangplastics.com
มีกระถางต้นไม้ทุกชนิด ที่เป็นพลาสติก
บริการจัดส่งให้ทั่วประเทศ
ขายปุ๋ยขี้ไก่อัดเม็ด100%
Update: 2553/02/20 10:47:38 - Views: 1150 | Ans: 2
จำหน่ายปุ๋ยขี้ไก่อัดเม็ด 100%

จำหน่ายปุ๋ยขี้ไก่อัดเม็ด 100% ตรงจากโรงงาน ผลิตจากมูลไก่ไข่+ไก่เนื้อ 100% จากฟาร์มที่ได้มาตรฐาน ผ่านการฆ่าเชื้อ ป้องกันเชื้อรา และกรรมวิธีหมักและอัดเม็ดที่ได้คุณภาพ ผ่านการรับรองมาตรฐาน ไม่ผสมดิน หรือแกลบ ทดลองคุณภาพร่วมกับเกษตรกรชุมชน มากว่า 2ปี เปรียบเทียบคุณภาพแล้วเรามั่นใจเรื่องคุณภาพที่เหนือกว่า (โรงงานใหม่ กำลังการผลิตที่ใหญ่ที่สุดในประเทศ)
   ขายส่งถุงละ 50Kg 4500 บาท/ตันไม่รวมค่าขนส่ง
   ขายส่งถุงละ 20Kg 5500 บาท/ตันไม่รวมค่าขนส่ง
สินค้าขายราคา ณ ปัจจุบัน อนาคตอาจปรับเปลี่ยนตามสภาวะต้นทุนและเศรษฐกิจ  (อัตตาค่าขนส่งคิดตามระยะทาง) ค่าขนส่ง  = ระยะทาง (Km)*8(กิโลละ4บาทไปกลับจึงคูณ2) +500 (ค่าคนงาน)
ตัวอย่าง ระยะทาง 100 Km.  ค่าขนส่ง=100*8+500=1300 บาท
ส่งครั้งละ 20-30 ตัน/คัน นัดหมายล่วงหน้า เนื่องจากเราส่งออกต่างประเทศด้วย รวมทั้งคำสั่งซื้อเข้ามามากพอสมควร ช่วงที่สินค้าขาดแคลน ช่วงเดือนตุลาคมถึงธันวาคม
การตรวจสอบคุณภาพปุ๋ยขี้ไก่อัดเม็ด
วิธีการทดสอบ แช่ไว้ในน้ำ 1 ขัน /ปุ๋ย 10 เม็ดโดยประมาณ ปุ๋ยขี้ไก่แท้จะละลายหมดใน 1 วัน หากเป็นปุ๋ยที่ผสมดินหรือแกลบ 3 วันก็ยังเป็นก้อน ละลายไม่หมด จากที่ทดสอบมาส่วนใหญ่ จะผสมเพื่อให้มีกำไรมากขึ้น แต่เกษตรกรจะได้ผลผลิตที่น้อยลง
ส่วนผลิตภัณฑ์ของโรงงานเรารับรองเรื่องคุณภาพ 100%

สนใจติดต่อ 081-6601290 นนท์ นครราชสีมา daranewkung@hotmail.com
    ------------------------------------------------
มีปุ๋ยจำหน่าย เกรด เอ ราคา ถูก ตันละ 12,000 บาท บริการส่งที่ ทั่วประเทศ
Update: 2553/02/20 10:47:38 - Views: 381 | Ans: 4
มีปุ๋ยจำหน่าย เกรด เอ ราคา ถูก ตันละ 12,000 บาท บริการส่งที่ ทั่วประเทศ
สนใจติดต่อด่วน 
ทวี 0891477504
http://poodangkitozan.com/?id=184
tawee_2153@hotmail.com
สำหรับท่านที่แนะนำมาว่าให้ฟาร์มเกษตรปรับปรุงหน้า สถิติส่งออก-นำเข้า สินค้าที่สำคัญของไทย เราปรับปรุงตามคำแนะนำแล้ว
Update: 2553/02/20 10:47:38 - Views: 555 | Ans: 2
สำหรับท่านที่แนะนำมาว่าให้ฟาร์มเกษตรปรับปรุงหน้า สถิติส่งออก-นำเข้า สินค้าที่สำคัญของไทย เราปรับปรุงตามคำแนะนำแล้ว

ที่ http://farmkaset.org/contents/default.aspx?content=00123

ขอบคุณสำหรับคำแนะนำครับ
เกษตรฯ ตั้ง คกก.ว่าด้วยความร่วมมือระหว่างกรมการข้าวและกรมส่งเสริมการเกษตร ผลักดัน 6 ข้อตกลง
Update: 2553/02/20 10:47:38 - Views: 630 | Ans: 0
เกษตรฯ ตั้ง คกก.ว่าด้วยความร่วมมือระหว่างกรมการข้าวและกรมส่งเสริมการเกษตร ผลักดัน 6 ข้อตกลงสู่การปฏิบัติในการพัฒนาข้าว

ศ.ดร.ธีระ  สูตะบุตร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยในโอกาสเป็นประธานการลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือในการปฏิบัติงาน ระหว่างกรมการข้าว และกรมส่งเสริมการเกษตรว่า การลงนามในครั้งนี้ก็เพื่อให้เกิดการบูรณาการความร่วมมือในการปฏิบัติงานด้านข้าวของหน่วยงานทั้งสองทั้งในส่วนกลางและส่วนภูมิภาคอย่างมีระบบและสอดคล้องกัน โดยอยู่ภายใต้คณะกรรมการว่าด้วยความร่วมมือระหว่างกรมการข้าว และกรมส่งเสริมการเกษตร ซึ่งอธิบดีของทั้ง 2 หน่วยงานจะผลัดกันเป็นประธานและดำรงตำแหน่งวาระละ 2 ปี โดยในวาระแรก นายทรงศักดิ์  วงศ์ภูมิวัฒน์ อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตรจะเป็นประธาน 

สำหรับสาระสำคัญในการจัดทำข้อตกลงความร่วมมือในการปฏิบัติงานที่ต้องเร่งผลักดันให้เกิดขึ้นอย่างชัดเจน ต่อเนื่อง และเป็นรูปธรรม มี 6 ประเด็นด้วยกัน คือ 

1. การประสานความร่วมมือของหน่วยงานทั้งสอง ได้แก่ สำนักส่งเสริมการผลิตข้าว ศูนย์วิจัยข้าว และศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าว ของกรมการข้าว กับส่วนส่งเสริมการผลิตข้าว สำนักส่งเสริมและจัดการสินค้าเกษตรสำนักงานเกษตรจังหวัด และสำนักงานเกษตรอำเภอ ของกรมส่งเสริมการเกษตร 

2. การบริหารแผนงานโครงการส่งเสริมและพัฒนาข้าวและชาวนา 

3. การสนับสนุนศูนย์ข้าวชุมชน โดยสนับสนุนการขยายเมล็ดพันธุ์  วัสดุอุปกรณ์ ปัจจัยการผลิตรวมถึงงบประมาณตามโครงการ เพื่อให้การบริหารจัดการศูนย์ข้าวชุมชนที่มีอยู่เดิมและจัดตั้งขึ้นใหม่สามารถดำเนินการได้อย่างประสิทธิภาพ

4. การรับรองแหล่งผลิตข้าวตามระบบจัดการคุณภาพ (GAP) โดยมีการตรวจรับรองแปลงเกษตรกร ออกหนังสือรับรอง จัดการอบรมให้ความรู้ จัดทำฐานข้อมูลเกษตรกร ตามระบบGAP และการให้คำปรึกษา 

5. การเตือนภัยการระบาดศัตรูข้าวและภัยธรรมชาติ โดยมีการประเมินสถานการณ์การระบาดศัตรูข้าวระดับภูมิภาคและระดับประเทศ 

6. ระบบข้อมูลและรายงาน โดยกรมการข้าวจะมีหน้าที่นำข้อมูลด้านข้าวและชาวนาจากระบบจัดเก็บของกรมส่งเสริมการเกษตรมาวิเคราะห์เพื่อวางแผนการผลิตและดำเนินการในกิจกรรมโครงการ รวมทั้งมีหน้าที่สำรวจและรวบรวมข้อมูลเทคโนโลยีการผลิตข้าว
    
   วันที่ : 18/January/2008
from: www.moac.go.th
ขาย KUBOTA L3001DT เครื่องDI พร้อมผานหน้า 4X4 + ราคา 129,000บาท Tel 081-7046462
Update: 2553/02/20 10:47:38 - Views: 1872 | Ans: 1
ขาย KUBOTA L3001DT เครื่องDI พร้อมผานหน้า 4X4 + ราคา 129,000บาท รถประมูล 081-704-6462

ชมภาพใหญ่ตามลิ้งด้านล่าง 
อยากลงทุนขาย อาหารหมู อาหารไก่ อาหารปลา (ปลาดุก) ขอคำแนะนำด้วยครับ
Update: 2553/02/20 10:47:38 - Views: 1017 | Ans: 3
แถวบ้านมีคนเลี้ยงหมู ไก่ และก็ปลาดุกเยอะ อยากจะเปิดร้านขายอาหารสัตว์ที่ว่ามา ถ้าจะลองลงของสักแสนนึงก่อน ควรจะซื้อสินค้ายี่ห้ออะไร ในสัดส่วนประมาณเท่าไหร่ กับสัตว์สามประเภทนี้ครับ ตอนนี้ ก็รู้จักแต่ ไฮโกรอย่างเดียว อย่างอื่นที่น่าสนใจมีอีกมั้ยครับ 

ขอความกรุณาพี่ๆ ช่วยหน่อยครับ ความรู้น้อยจริงๆ เพราะเพิ่งกำลังจะเริ่มทำน่ะครับ 

ขอคุณล่องหน้าครับ
หมากเม่า "ภูพานเพชร" ผู้นำตลาดหมากเม่าระดับสากล
Update: 2553/02/20 10:47:38 - Views: 1849 | Ans: 1
"ภูพานเพชร" ผู้นำตลาดหมากเม่าระดับสากล
PhuPhanPhet - Leading MaMao Market

หมากเม่า (มะเม่า เม่าเสี้ยน มัดเซ) เป็นผลไม้ชั้นนำในเขตภาคอีสาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งอำเภอภูพาน จังหวัดสกลนคร ส่วนภาคอื่นๆ เรียกว่า "เม่า"  ชื่อวิทยาศาสตร์  Antidesma velutinosum Blume ในวงศ์ Stilaginaceae. เป็นไม้ยืนต้นไม่ผลัดใบ ความสูงประมาณ 12-15 เมตร ออกดอกช่วงเดือนมีนาคม - พฤษภาคม และผลจะสุกในช่วงเดือนสิงหาคม - กันยายน 
  
ประโยชน์ “หมากเม่า” 
1. ผลดิบสีเขียวอ่อน ประกอบอาหารคล้ายส้มตำเม่า 
2. ผลแก่สีแดงมีรสเปรี้ยว ส่วนผลแก่จัดสีดำม่วง จะมีรสหวานอมเปรี้ยว รับประทานเป็นผลไม้สด 
3. ผลมีสรรพคุณเป็นยาระบายและบำรุงสายตา ใบสดนำมาอังไฟเพื่อใช้ประคบแก้อาการฟกช้ำดำเขียว เปลือกต้นเม่าใช้เป็นส่วนประกอบของลูกประคบ 
4. ผลหมากเม่าสุก มีกรดอะมิโน 18 ชนิด  แคลเซียม เหล็ก สังกะสี  วิตามิน B1 B2 C และ E
5. ผลิตภัณฑ์แปรรูปเช่น น้ำผลไม้  ไวน์เม่า แยม กวน  สีธรรมชาติผสมอาหาร ฯลฯ 
6. น้ำเม่าสกัดเข้มข้น 100%  มีสารอาหาร วิตามินหลายชนิด ซึ่งมีประโยชน์ต่อร่างกายรวมทั้ง มีสารต้านอนุมูลอิสระ
7.ไวน์หมากเม่า มีสารต้านอนุมูลอิสระ ซึ่งเป็นสาเหตุของการเกิดโรคมะเร็ง 
8.กัมมาลและคณะ (2546) ศึกษาฤทธิ์ต้านเชื้อ HIV เชื้อรา เชื้อแบคทีเรียของสมุนไพรไทย 5 ชนิด คือ มะเม่า ฟ้าทลายโจร หญ้าแห้วหมู ผักเป็ดแดง และสายน้ำผึ้ง พบว่า มะเม่า สายน้ำผึ้ง และหญ้าแห้วหมู มีศักยภาพในการกระตุ้นภูมิคุ้มกันและมีฤทธิ์ต้านเชื้อ HIV ได้ 

หจก.ภูพานเพชร มีทั้งต้นพันธุ์ และผลิตภัณฑ์แปรรูป
หมากเม่า “ภูพานเพชร “
1. ลักษณะเด่น หมากเม่า สายพันธุ์ "ภูพานเพชร"  
    *  ต้นสูงประมาณ 12 - 15 เมตร
    *  ลักษณะใบ กว้างมนใหญ่ มีทั้งใบยาว และใบสั้น
    *  ผล เป็นพวงช่อขนาดใหญ่ ประมาณ 15 ซม. ผลดิบมีสีเขียว ผลแก่ 
       สีแดง เมื่อผลแก่จัดจะเปลี่ยนเป็นสีดำ 
 2. ผลิตภัณฑ์ “ภูพานเพชร”
    2.1 ต้นพันธุ์หมากเม่า “ภูพานเพชร”  ความสูง 50,   80,  100 ซม.
    2.2 ไวน์หมากเม่า "ภูพานเพชร"  
    2.3  แยมหมากเม่า "ภูพานเพชร"  
    2.4  น้ำผลไม้เข้มข้น หมากเม่า "ภูพานเพชร"
 

หมากเม่า “ภูพานทอง”
1. ลักษณะเด่น หมากเม่าสายพันธุ์ "ภูพานทอง"  
    *  ต้นสูงประมาณ 10 - 12 เมตร
    *  ลักษณะใบ แคบเล็กยาว ใบห่าง
    *  ผล เป็นพวงช่อขนาดใหญ่ ประมาณ 12 ซม. ผลดิบมีสีเขียว ผลแก่
       สีแดง เมื่อผลแก่จัดจะเปลี่ยนเป็นสีดำ
2. ผลิตภัณฑ์ “ภูพานทอง”
    2.1 ต้นพันธุ์หมากเม่า “ภูพานทอง”  ความสูง 50,   80,  100 ซม.
    2.2 ไวน์หมากเม่า "ภูพานทอง" 
    2.3 แยมหมากเม่า "ภูพานทอง"
    2.4 น้ำผลไม้เข้มข้นหมากเม่า "ภูพานทอง"
 
สนใจดูรายละเอียดเพิ่มเติม

www.phuphanphet.com

Tel: 081 839 0015  คุณเอมอร สาระขันธ์
เกษตรอินทรีย์โตช้า ก.เกษตรฯ เร่งผลักดันตามยุทธศาสตร์ชิงส่วนแบ่งตลาดโลก
Update: 2553/02/20 10:47:38 - Views: 539 | Ans: 0
เกษตรอินทรีย์โตช้า ก.เกษตรฯ เร่งผลักดันตามยุทธศาสตร์ชิงส่วนแบ่งตลาดโลกที่มีมูลค่าสูงถึง 1.3 ล้านล้านบาท พร้อมสร้างเกษตรกรเป็นแนวร่วมตั้งเป้า 1 แสนคนต่อปี รองรับการขยายพื้นที่เกษตรอินทรีย์ 2 แสนไร่ในปี 2552
    
นายรุ่งเรือง  อิศรางกูร  ณ อยุธยา  รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์  เปิดเผยในโอกาสเป็นประธานเปิดการสัมมนา เรื่อง “เกษตรอินทรีย์จากภูมิปัญญาท้องถิ่นสู่ตลาดโลก” ว่า ขณะนี้ความต้องการบริโภคสินค้าเกษตรอินทรีย์ในตลาดโลกมีเพิ่มมากขึ้นถึง 20 %/ ปี  โดยเฉพาะในกลุ่มประเทศที่มีฐานะทางเศรษฐกิจดี เช่น สหภาพยุโรป สหรัฐอเมริกา และญี่ปุ่น ซึ่งมูลค่าการจำหน่ายสินค้าอินทรีย์ของโลกในปี 2549 สูงถึง 1.3 ล้านล้านบาท ขณะเดียวกันราคาสินค้าเกษตรอินทรีย์ส่วนใหญ่ที่จำหน่ายยังสูงกว่าราคาสินค้าเกษตรทั่วไปถึง 20 – 30 %  ดังนั้น ประเทศไทยจึงต้องเร่งพัฒนาการผลิตสินค้าเกษตรอินทรีย์เพิ่มมากขึ้น โดยปัจจุบันการผลิตสินค้าเกษตรอินทรีย์ในไทยยังมีสัดส่วนน้อยมาก  จากตัวเลขในปี 2549 มีพื้นที่เพาะปลูก 140,963 ไร่ หรือร้อยละ 0.103 ของพื้นที่การเกษตรเท่านั้น และเมื่อเทียบกับประเทศจีนและอินเดียพบว่า ประเทศไทยยังเติบโตช้ากว่ามาก  โดยพื้นที่เกษตรอินทรีย์ของไทยจัดอยู่ในอันดับที่ 71 ของโลกจากจำนวน 85 ประเทศที่มีการจัดอันดับ

สำหรับการส่งออกสินค้าเกษตรอินทรีย์ในปี 2548 ประเทศไทยมีการส่งออกสินค้าเกษตรอินทรีย์ประมาณ 970 ล้านบาท โดยส่งไปจำหน่ายที่สหภาพยุโรปเป็นตลาดหลัก  ส่วนสินค้าเกษตรอินทรีย์ที่ส่งออกเป็นหลัก ได้แก่ ข้าวอินทรีย์  ขณะที่ผัก และผลไม้ ก็เพิ่งเริ่มได้ไม่กี่ปีที่ผ่านมา แม้จะมีอัตราการเติบโตที่เร็วก็ตาม 

นายรุ่งเรือง กล่าวต่อไปอีกว่า  กระทรวงเกษตรฯ พยายามเร่งผลักดันการผลิต และการตลาดสินค้าเกษตรอินทรีย์มากยิ่งขึ้น ทั้งในด้านการส่งเสริมความรู้ที่ถูกต้องในการทำเกษตรอินทรีย์ และการตรวจสอบรับรองมาตรฐานเกษตรอินทรีย์  โดยเฉพาะเกษตรกรรายย่อย ที่มุ่งทำการเกษตรแบบพึ่งตนเองเป็นหลัก และผลผลิตก็ไม่ได้มีหน่วยงานมาตรวจรับรองมาตรฐาน เนื่องจากเป็นการผลิตที่มุ่งบริโภคในครัวเรือน แต่เมื่อเกษตรกรกลุ่มนี้มีเครือข่ายและมีการผลิตเหลือการบริโภคก็ต้องมีการจำหน่ายเป็นการค้า ก็จำเป็นจะต้องทำให้เกิดระบบและมีมาตรฐานความปลอดภัยทางด้านอาหาร ในส่วนนี้กระทรวงเกษตรฯ ก็ได้เข้าไปเชื่อมโยงและสนับสนุนให้เกิดการพัฒนาเกษตรกรรายย่อย โดยผ่านปราชญ์ชาวบ้าน ซึ่งถือว่าประสบความสำเร็จเป็นอย่างมากในปี 2550 ที่มีการสนับสนุนปราชญ์ชาวบ้านรวม 40 ศูนย์ พัฒนาเกษตรกรได้กว่า 23,000 คน และในปี 2551 จะสนับสนุนให้เพิ่มขึ้นเป็น 129 ศูนย์ครอบคลุมเกษตรกร 75,000 ราย เพื่อให้การผลิตที่ได้จากกลุ่มเกษตรกรรายย่อยมีมาตรฐานรองรับสามารถเข้าสู่ตลาดในซุปเปอร์มาเก็ตได้

นอกจากนี้  การพัฒนาเกษตรอินทรีย์ในภาพรวม ยังได้มีการจัดตั้งอนุกรรมการศึกษาและพัฒนาเกษตรอินทรีย์ขึ้นประกอบด้วยองค์กรภาครัฐและเอกชน โดยมีสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ หรือสภาพัฒน์ เป็นเจ้าภาพหลักในการเชื่อมโยงส่วนที่เกี่ยวข้องเข้าด้วยกัน รวมถึงยังได้ร่วมกันกำหนดแผนยุทธศาสตร์เกษตรอินทรีย์ปี 2551 – 2552 ซึ่งผ่านความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรีเรียบร้อยแล้ว ดังนั้น การดำเนินงานตามแผนยุทธศาสตร์ 6 ด้านประกอบด้วย 1. ด้านมาตรฐานและระบบการรับรองที่ต้องได้รับการยอมรับในระดับสากล 2. ด้านการส่งเสริมสนับสนุนเกษตรกรเครือข่าย 3.ด้านระบบเชื่อมโยงการผลิต การแปรรูป และการตลาด 4. ด้านการส่งเสริมและประชาสัมพันธ์การตลาด 5. ด้านการวิจัยและพัฒนา และ 6. ด้านนโยบายและการบริหารจัดการ เพื่อให้การดำเนินงานเกิดความชัดเจนขึ้น เป็นรูปธรรม และสามารถขยายพื้นที่เป้าหมายการทำเกษตรอินทรีย์ให้เป็น 2 แสนไร่ได้ในปี 2552
    
   วันที่ : 18/January/2008
from: www.moac.go.th
ผลิตภัณฑ์หมากเม่าแปรรูปภูพานเพชร ไวน์หมากเม่าภูพานเพชร แยมหมากเม่าภูพานเพชร น้ำหมากเม่าภูพานเพชร
Update: 2553/02/20 10:47:38 - Views: 469 | Ans: 1
"ภูพานเพชร" ผู้นำตลาดหมากเม่าระดับสากล
PhuPhanPhet - Leading MaMao Market

หมากเม่า (มะเม่า เม่าเสี้ยน มัดเซ) เป็นผลไม้ชั้นนำในเขตภาคอีสาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งอำเภอภูพาน จังหวัดสกลนคร ส่วนภาคอื่นๆ เรียกว่า "เม่า"  ชื่อวิทยาศาสตร์  Antidesma velutinosum Blume ในวงศ์ Stilaginaceae. เป็นไม้ยืนต้นไม่ผลัดใบ ความสูงประมาณ 12-15 เมตร ออกดอกช่วงเดือนมีนาคม - พฤษภาคม และผลจะสุกในช่วงเดือนสิงหาคม - กันยายน 
  
ประโยชน์ “หมากเม่า” 
1. ผลดิบสีเขียวอ่อน ประกอบอาหารคล้ายส้มตำเม่า 
2. ผลแก่สีแดงมีรสเปรี้ยว ส่วนผลแก่จัดสีดำม่วง จะมีรสหวานอมเปรี้ยว รับประทานเป็นผลไม้สด 
3. ผลมีสรรพคุณเป็นยาระบายและบำรุงสายตา ใบสดนำมาอังไฟเพื่อใช้ประคบแก้อาการฟกช้ำดำเขียว เปลือกต้นเม่าใช้เป็นส่วนประกอบของลูกประคบ 
4. ผลหมากเม่าสุก มีกรดอะมิโน 18 ชนิด  แคลเซียม เหล็ก สังกะสี  วิตามิน B1 B2 C และ E
5. ผลิตภัณฑ์แปรรูปเช่น น้ำผลไม้  ไวน์เม่า แยม กวน  สีธรรมชาติผสมอาหาร ฯลฯ 
6. น้ำเม่าสกัดเข้มข้น 100%  มีสารอาหาร วิตามินหลายชนิด ซึ่งมีประโยชน์ต่อร่างกายรวมทั้ง มีสารต้านอนุมูลอิสระ
7.ไวน์หมากเม่า มีสารต้านอนุมูลอิสระ ซึ่งเป็นสาเหตุของการเกิดโรคมะเร็ง 
8.กัมมาลและคณะ (2546) ศึกษาฤทธิ์ต้านเชื้อ HIV เชื้อรา เชื้อแบคทีเรียของสมุนไพรไทย 5 ชนิด คือ มะเม่า ฟ้าทลายโจร หญ้าแห้วหมู ผักเป็ดแดง และสายน้ำผึ้ง พบว่า มะเม่า สายน้ำผึ้ง และหญ้าแห้วหมู มีศักยภาพในการกระตุ้นภูมิคุ้มกันและมีฤทธิ์ต้านเชื้อ HIV ได้ 

หจก.ภูพานเพชร มีทั้งต้นพันธุ์ และผลิตภัณฑ์แปรรูป
หมากเม่า “ภูพานเพชร “
1. ลักษณะเด่น หมากเม่า สายพันธุ์ "ภูพานเพชร"  
    *  ต้นสูงประมาณ 12 - 15 เมตร
    *  ลักษณะใบ กว้างมนใหญ่ มีทั้งใบยาว และใบสั้น
    *  ผล เป็นพวงช่อขนาดใหญ่ ประมาณ 15 ซม. ผลดิบมีสีเขียว ผลแก่ 
       สีแดง เมื่อผลแก่จัดจะเปลี่ยนเป็นสีดำ 
 2. ผลิตภัณฑ์ “ภูพานเพชร”
    2.1 ต้นพันธุ์หมากเม่า “ภูพานเพชร”  ความสูง 50,   80,  100 ซม.
    2.2 ไวน์หมากเม่า "ภูพานเพชร"  
    2.3  แยมหมากเม่า "ภูพานเพชร"  
    2.4  น้ำผลไม้เข้มข้น หมากเม่า "ภูพานเพชร"
 

หมากเม่า “ภูพานทอง”
1. ลักษณะเด่น หมากเม่าสายพันธุ์ "ภูพานทอง"  
    *  ต้นสูงประมาณ 10 - 12 เมตร
    *  ลักษณะใบ แคบเล็กยาว ใบห่าง
    *  ผล เป็นพวงช่อขนาดใหญ่ ประมาณ 12 ซม. ผลดิบมีสีเขียว ผลแก่
       สีแดง เมื่อผลแก่จัดจะเปลี่ยนเป็นสีดำ
2. ผลิตภัณฑ์ “ภูพานทอง”
    2.1 ต้นพันธุ์หมากเม่า “ภูพานทอง”  ความสูง 50,   80,  100 ซม.
    2.2 ไวน์หมากเม่า "ภูพานทอง" 
    2.3 แยมหมากเม่า "ภูพานทอง"
    2.4 น้ำผลไม้เข้มข้นหมากเม่า "ภูพานทอง"
 
สนใจดูรายละเอียดเพิ่มเติม

www.phuphanphet.com

Tel: 081 839 0015  คุณเอมอร สาระขันธ์
จำหน่ายมูลไก่ไข่คุณภาพราคา 1,450/ตัน ไม่ได้ผสมดินหินทรายแกลบไม่มีโซดาไฟ ที่จ.นครปฐมโทร.081-9797345 
Update: 2553/02/20 10:47:38 - Views: 298 | Ans: 1
จำหน่าย ปลีกและส่ง มูลไก่ไข่  มูลเป็นไข่
ไม่ได้ผสม ดินหินทราย  แกลบ หรือวัสดุอื่นๆ ไม่มีโซดาไฟ มีแต่เนื้อมูลไก่ไข่อย่างเดียว 100%  
มูลไก่ไข่ มูลเป็นไข่ จากฟาร์มระบบปิด คุณภาพดีมาก 
ปลอดเชื้อที่เป็นอันตรายต่อ ตน สัตว์ พืช สิ่งแวดล้อม

มูลไก่ผง  ราคาขายส่ง  1,450/ตันน้ำหนักกระสอบละ 25-35 กก. 
มูลไก่อัดเม็ด ราคาขายส่ง 5400/ตันน้ำหนักกระสอบละ 50 กก.    
ราคาสินค้าขึ้นลงตามราคาตลาด โปรดโทรสอบถามราคาสินค้าก่อน  ราคานี่ไม่รวมค่าขนส่ง
โอนเงินพร้อมรับสินค้า   รับสินค้าได้ที่ จ. นครปฐม 

สนใจติดต่อ  คุณวรรณโณ  081-9797345
ชื่อบัญชี   วรรณโณ  แซ่กว้าง   เลขที่บัญชี  251-2-48081-3  ธนาคารกสิกรไทย  สาขาพุนพินประเภทบัญชีออมทรัพย์  
โทร. 077-253379 แฟกซ์. 077-253257  E-mail  karuna_agritech@hotmail.com
เลี้ยงดิน ให้ดิน เลี้ยงพืช
คาดหมายสถานการณ์ วันที่ 18-24 มกราคม 2551
Update: 2553/02/20 10:47:38 - Views: 331 | Ans: 0
คาดหมายสถานการณ์
วันที่ 18-24 มกราคม 2551
การคาดหมายลักษณะอากาศตามแผนที่ผิวพื้นวันที่ 18 มกราคม 2551 เวลา 07.00 น.
(ข้อมูลกรมอุตุนิยมวิทยา)

ในระยะนี้ บริเวณความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นกำลังแรงจากประเทศจีนที่ปกคลุมประเทศไทยและอ่าวไทยจะมีกำลังอ่อนลงอย่างต่อเนื่อง ทำให้ในช่วงวันที่ 18-19 ม.ค. มีอุณหภูมิเปลี่ยนแปลงเล็กน้อย หลังจากนั้นอุณหภูมิจะสูงขึ้นและมีหมอกหนาเพิ่มมากขึ้นในตอนเช้า สำหรับมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดปกคลุมภาคใต้และอ่าวไทยมีกำลังแรงในช่วงวันที่ 18-20 ม.ค. ทำให้มีฝนตกหนักบางพื้นที่ในภาคใต้ตอนล่างและคลื่นลมในอ่าวไทยมีกำลังแรง หลังจากนั้นมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดปกคลุมภาคใต้และอ่าวไทยมีกำลังอ่อนลง 
อนึ่ง บริเวณความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นระลอกใหม่จากประเทศจีนจะแผ่ลงมาปกคลุมตอนบนสุดของภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทยตั้งแต่วันที่ 24 ม.ค.เป็นต้นไป 
ข้อควรระวัง   ในช่วงวันที่ 18-20 ม.ค. คลื่นลมในอ่าวไทยจะมีกำลังแรง ขอให้ชาวเรือในอ่าวไทยเพิ่มความระมัดระวังในการเดินเรือและเรือเล็กบริเวณอ่าวไทยควรงดออกจากฝั่ง ส่วนประชาชนตั้งแต่จังหวัดนครศรีธรรมราชลงไปให้ระวังอันตรายจากฝนตกหนัก ในช่วงวันที่ 21-24 ม.ค. ขอให้ประชาชนบริเวณประเทศไทยตอนบนระมัดระวังอันตรายในการสัญจรผ่านบริเวณที่มีหมอกหนาไว้ด้วย 
ผลกระทบของลักษณะอากาศต่อการเกษตรตามภาคต่าง ๆ ในระยะ 7 วันข้างหน้า 
 
ภาคเหนือ     
       ในช่วงวันที่ 18-20 ม.ค.มีหมอกในตอนเช้า อากาศหนาวทางตอนบนของภาค ส่วนทางตอนล่างของภาคอากาศเย็น สำหรับบริเวณยอดดอยมีอากาศหนาวถึงหนาวจัด และมีน้ำค้างแข็งบางพื้นที่ เกษตรกรควรป้องกันความเสียหายที่อาจจะเกิดกับพืชผลทางการเกษตร และในช่วงวันที่ 21-24 ม.ค. อุณหภูมิจะสูงขึ้น 1-3 องศาเซลเซียส และมีหมอกหนาเพิ่มขึ้นในบางพื้นที่ในตอนเช้า ผู้ใช้รถใช้ถนนควรเพิ่มความระมัดระวังโดยเปิดไฟหน้ารถเพื่อเป็นที่สังเกต สำหรับไม้ผลที่อยู่ในระยะออกดอกและติดผล เกษตรกรควรให้น้ำอย่างพอเพียง เพราะหากขาดน้ำจะทำให้ดอกและผลอ่อนร่วงหล่น การติดผลลดลง     
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ     
       ในช่วงวันที่ 18-19 ม.ค.อากาศหนาวทางตอนบนของภาค ส่วนทางตอนล่างของภาคอากาศเย็น สำหรับบริเวณยอดภูจะมีอากาศหนาวถึงหนาวจัด และในช่วงวันที่ 20-24 ม.ค. อุณหภูมิจะสูงขึ้น 2-3 องศาเซลเซียส และมีหมอกหนาเพิ่มขึ้นในบางพื้นที่ในตอนเช้า เนื่องจากระยะนี้มีหมอกหนาในบางพื้นที่ ดังนั้นจึงควรใช้รถใช้ถนนด้วยความระมัดระวัง เพื่อป้องกันอุบัติเหตุที่อาจเกิดขึ้นได้ ในช่วงนี้สภาพอากาศแห้ง เกษตรกรควรระวังการเกิดอัคคีภัย โดยทำแนวกันไฟรอบพื้นที่การเกษตรและที่อยู่อาศัย รวมทั้งควรดับไฟให้สนิททุกครั้งหลังใช้งาน    
 
ภาคกลาง     
       ในช่วงวันที่ 18-20 ม.ค. อากาศเย็น และในช่วงวันที่ 21-24 ม.ค.อุณหภูมิจะสูงขึ้น 2-3 องศาเซลเซียส กับมีหมอกหนาเพิ่มขึ้นในบางพื้นที่ในตอนเช้า สำหรับบริเวณที่มีหมอกหนาทำให้ทัศนวิสัยในการมองเห็นต่ำกว่าปกติ ผู้ขับขี่ยานพาหนะควรใช้ความระมัดระวัง เกษตรกรควรวางแผนการใช้น้ำอย่างมีประสิทธิภาพและให้เพียงพอต่อความต้องการของพืช 
   
ภาคตะวันออก     
       ในช่วงวันที่ 18-20 ม.ค. อากาศเย็นทางตอนบนของภาคกับมีลมแรง และในช่วงวันที่ 21-24 ม.ค. อุณหภูมิจะสูงขึ้น 1-3 องศาเซลเซียส และมีหมอกในตอนเช้า ผู้ที่สัญจรบนท้องถนนควรใช้ความระมัดระวังขณะอยู่ในบริเวณที่มีหมอกหนา สำหรับไม้ผลที่อยู่ในระยะออกดอกและติดผลอ่อน เกษตรกรควรดูแลให้น้ำอย่างเพียงพอ เพราะหากขาดน้ำจะทำให้การติดผลลดลง อนึ่ง ควรระมัดระวังโรคทางเดินอาหารที่อาจระบาดในช่วงนี้     

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก)     
       ในช่วงวันที่ 18-20 ม.ค.มีฝนฟ้าคะนองกระจาย และมีฝนตกหนักบางพื้นที่ทางตอนล่างของภาคตั้งแต่จังหวัดนครศรีธรรมราชลงไป และในช่วงวันที่ 21-24 ม.ค.มีฝนฟ้าคะนองบางแห่งถึงเป็นแห่งๆ บริเวณตอนบนของภาคอากาศแห้ง สำหรับไม้ผลที่อยู่ในระยะแตกใบอ่อน เช่น ทุเรียน และมังคุด เกษตรกรควรระวังและป้องกันการระบาดของศัตรูพืชจำพวกปากดูด เช่น เพลี้ยและไรต่างๆซึ่งจะดูดกินน้ำเลี้ยงทำให้ใบและยอดอ่อนเสียหาย ส่วนทางตอนล่างของภาคซึ่งมีฝนตก เกษตรกรควรกักเก็บน้ำเอาไว้ใช้ต่อไป ส่วนชาวสวนยางพาราควรระวังและป้องกันโรคพืชที่เกิดจากเชื้อรา เช่นโรคหน้ากรีดยาง และโรคราสีชมพู โดยดูแลบริเวณสวนให้โปร่งอากาศถ่ายเทได้สะดวก เพื่อลดความชื้นภายในสวน อนึ่ง ในช่วงวันที่ 18-20 ม.ค. คลื่นลมในอ่าวไทยจะมีกำลังแรง บริเวณเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่งควรระมัดระวังความเสียหายจากสภาวะดังกล่าว ส่วนชาวประมงควรเพิ่มความระมัดระวังในการเดินเรือ และเรือเล็กควรงดออกจากฝั่ง 
   
ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก)     
       คำพยากรณ์ รวมอยู่ในส่วนของ ภาคใต้(ฝั่งตะวันออก)แล้ว   


ข่าวเตือนภัยศัตรูพืชระบาดประจำวันที่  14-20 มกราคม 2551 

โรคไหม้ข้าว 
ในช่วงนี้เกษตรกรที่ปลูกข้าวนาปรังระวังโรคไหม้ข้าวระบาดเนื่องจากจะมีหมอกลงในช่วงเช้าทำให้มีความชื้นสัมพัทธ์ในอากาศสูง ประกอบกับเกษตรกรส่วนใหญ่ ใช้พันธุ์ข้าวที่อ่อนแอต่อโรคและใช้เมล็ดพันธุ์ข้าวในอัตราที่สูงกว่าคำแนะนำ ซึ่งสภาพดังกล่าวเหมาะสมต่อการเกิดโรคไหม้ระบาดในระยะต่างๆซึ่งจะระบาดได้ตั้งแต่ระยะกล้า แตกกอและออกรวง ถ้าเป็นในระยะคอรวง ในขณะที่ข้าวเพิ่งจะเริ่มให้รวง เมื่อถูกเชื้อราสาเหตุของโรคนี้เข้าทำลายเมล็ดจะลีบหมด แต่ถ้าเป็นกับข้าวในระยะแก่ใกล้เก็บเกี่ยว คอรวงจะมีรอยแผลช้ำสีน้ำตาล ทำให้เปราะหักง่าย รวงข้าวร่วงหล่นเสียหาย ดังนั้นเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการแพร่ระบาดของโรคไหม้ ขอให้เกษตรกรที่จะปลูกข้าวปฏิบัติ ตามคำแนะนำของ กรมส่งเสริมการเกษตร ดังนี้
1     สำรวจแปลงนา อย่างสม่ำเสมอถ้าพบอาการของโรคไหม้ข้าวควรให้ปฏิบัติดังนี
1.1 .  ใช้เชื้อบีเอส (บาซิลลัส  ซับทีลิส   ฉีดพ่นอัตราตามคำแนะนำในฉลาก
1.2 . ใช้เชื้อเชื้อไตรโครเดอร์มาอัตรา 1 กก./ น้ำ 200 ลิตรฉีดพ่น
2 .ถ้ามีความจำเป็นให้ใช้สารเคมีฉีดพ่นเฉพาะจุดที่พบการระบาดเพื่อควบคุมไม่ให้เชื้อราแพร่กระจายขยายเป็นวงกว้างออกไปสำหรับสารเคมีที่ใช้ได้แก่  อิดิเฟนฟอส 50 เปอร์เซ็นต์ อีซี  อัตรา 20-25 ซีซี  ผสมน้ำ 20 ลิตร บลาสติซิดิน-เอส 2 เปอร์เซ็นต์ อีซี  อัตรา 20-25 ซีซี ผสมน้ำ 20 ลิตร ไตรไซคราโซล 75 เปอร์เซ็นต์ ดับบลิวพี อัตรา 10-16 กรัม ผสมน้ำ 20ลิตร  ควรพ่นในแปลงข้าวที่มีประวัติว่าเคยมีโรคระบาดมาก่อน  การใช้สารเคมีฉีดพ่นซ้ำกันหลายครั้ง  เชื้อราจะต้านทานสารเคมีหรือดื้อยา  ดังนั้น  เพื่อป้องกันไม่ให้เชื้อต้านทานสารเคมี  จึงควรเลือกใช้สารเคมีบางชนิดฉีดพ่นสลับกัน  ทั้งนี้ในการใช้สารเคมีควรใช้ด้วยความระมัดระวัง และคำนึงถึง ความปลอดภัยต่อตัวผู้ใช้และสภาพแวดล้อม
ในฤดูถัดไป
1.หลีกเลี่ยงการปลูกข้าวในเดือน พฤศจิกายน  - ต้นเดือนธันวาคม เพราะข้าวจะอยู่ ในระยะคอรวง ประมาณปลายเดือนกุมภาพันธ์ซึ่งเสี่ยงต่อการระบาดของโรคไหม้ สำหรับระยะเวลาที่เหมาะสมในการปลูกข้าวคือ กลางเดือนธันวาคมเป็นต้นไป ช่วงที่หลีกเลี่ยงควรปลูกพืชบำรุงดินได้แก่พืชตระกูลถั่ว เช่น ถั่วเขียว  เพราะสามารถเพิ่มผลผลิตให้กับข้าวในฤดูต่อไป   และยังตัดวงจรชีวิตของศัตรูพืชได้อีกด้วย
2.ใช้พันธุ์ต้านทานต่อโรคไหม้ ได้แก่ กข 9  กข 11  กข 21  สุพรรณบุรี 1 สุพรรณบุรี 60 สุพรรณบุรี 90  และคลองหลวง 1 
3.เชื้อไตรโครเดอร์มาที่เจริญบนเมล็ดธัญพืช อัตรา 1 กิโลกรัม /น้ำ 200 ลิตร / เมล็ดข้าว 500กก.ขยำเอาสปอร์ออก และคลุกเมล็ดข้าวนำไปแช่บ่มเตรียมปลูก 
4.ไม่ควรหว่านข้าวหนาแน่นเกินไป เพราะจะทำให้อับลม เป็นตัวส่งเสริมให้เชื้อราแพร่กระจายและพัฒนาได้อย่างรวดเร็ว ควรใช้ตามคำแนะนำของราชการ 
5.ลดปริมาณการใช้ปุ๋ยไนโตรเจนลง วิธีนี้อาจมีผลกระทบต่อผลผลิตบ้างแต่จะช่วยไม่ให้ข้าว อ่อนแอต่อโรค 
6.เพิ่มปริมาณซิลิก้าให้แก่ต้นข้าว เพื่อต้านทานต่อโรค โดยใช้ปุ๋ยหมักและแคลเซี่ยม 
7. นอกจากการป้องกันและกำจัดศัตรูพืชด้วยวิธีการต่างๆแล้ว อาจใช้สารเคมีคลุกเมล็ดพันธุ์ เช่น เบโนมิลผสมกับไธแรมหรือคาร์ซูก้าไมซิน คลุกเมล็ดก่อนปลูก หรือแช่เมล็ดในสารละลายเคมีนาน 24 ชั่วโมง ก่อนปลูก

http://www.moac.go.th
บทสัมภาษมาใหม่: รายการ วูดดี้ เกิดมาคุย ด้านมืดของ วิกรม กรมดิษฐ์
Update: 2553/02/20 10:47:38 - Views: 3807 | Ans: 1
รายการ วูดดี้ เกิดมาคุย ด้านมืดของ วิกรม กรมดิษฐ์ ดูได้ตามลิงค์ด้านล่างครับ
แนะเกษตรกรใช้ปุ๋ยผสมผสาน ระหว่าง ‘ปุ๋ยเคมีและอินทรีย์’
Update: ././. .:.:. - Views: 426 | Ans: 1
ปัจจุบันเกษตรกรยังมีความเข้าใจไม่ถูกต้องเกี่ยวกับการใช้ปุ๋ยอย่างเหมาะสม เพราะการปลูกพืชให้ได้ผลดีต้องรู้จักใช้ปุ๋ยผสมผสานอย่างเหมาะสม “ทั้งปุ๋ยอินทรีย์และปุ๋ยเคมี”
 
มิใช่เลือกใช้ปุ๋ยชนิดใดชนิดหนึ่งเพียงอย่างเดียวเท่านั้น
 
นายศักดิ์เกษม สุนทรภัทร์ หัวหน้าฝ่ายปุ๋ยเคมี ส่วนใบอนุญาตและขึ้นทะเบียน สำนักควบคุมพืชและวัสดุการเกษตร กรมวิชาการเกษตร ได้แนะนำการใช้ปุ๋ยว่า....
 
เริ่มต้นเกษตรกรควรเรียนรู้และเข้าใจถึงความต้องการของพืชว่าในแต่ละระยะการเติบโตต้องการธาตุอาหารใดในปริมาณเท่าใด เช่น ระยะแรกอาจใช้ปุ๋ยอินทรีย์ เนื่องจากปุ๋ยอินทรีย์จะช่วยให้ดินร่วนซุย เหมาะสำหรับการตั้งตัวของต้นกล้า พอถึงระยะที่พืชต้องให้ผลผลิตก็อาจจะหันมาใช้ปุ๋ยเคมี ซึ่งมีปริมาณธาตุอาหารสูงเมื่อเปรียบเทียบต่อหน่วยน้ำหนัก และพืชสามารถดึงธาตุอาหารเหล่านั้นไปใช้เพื่อการเจริญเติบโตได้ทันที เป็นต้น
 
ทั้งนี้ หากพิจารณาข้อได้เปรียบเสียเปรียบของปุ๋ยเคมีและปุ๋ยอินทรีย์ในการปรับปรุงดิน นั้น ข้อได้เปรียบของปุ๋ยอินทรีย์คือ ช่วยปรับปรุงดินให้ดีขึ้น โดยเฉพาะคุณสมบัติทางกายภาพของดิน เช่น ความโปร่ง ความร่วนซุย ความสามารถในการอุ้มน้ำ และธาตุอาหารพืชของดินดีขึ้น อยู่ในดินได้นานและค่อย ๆ ปลดปล่อยธาตุอาหารพืชอย่างช้า ๆ เมื่อใช้ร่วมกับปุ๋ยเคมี จะส่งเสริมปุ๋ยเคมีให้เป็นประโยชน์แก่พืชอย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ส่งเสริมให้จุลชีพในดินโดยเฉพาะพวกที่เป็นประโยชน์ต่อการบำรุงดินให้ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ส่วนข้อเสียเปรียบของปุ๋ยอินทรีย์ ได้แก่ มีปริมาณธาตุอาหารพืชต่ำ ใช้เวลานานกว่าปุ๋ยเคมีในการปลดปล่อยธาตุอาหารที่จะเป็นประโยชน์ให้แก่พืช ราคาแพงกว่าปุ๋ยเคมีเมื่อคิดเทียบในแง่ราคาต่อหน่วยต่อน้ำหนักของธาตุอาหาร อีกทั้งยังหายาก หากต้องการใช้ในปริมาณมาก
 
สำหรับปุ๋ยเคมี มีข้อได้เปรียบปุ๋ยอินทรีย์ในแง่ปริมาณธาตุอาหารต่อหน่วยน้ำหนักของปุ๋ยสูงใช้ปริมาณเพียงเล็กน้อย ราคาถูกเมื่อคิดเป็นราคาต่อหน่วยน้ำหนักของธาตุอาหาร การขนส่งและเก็บรักษาสะดวก หาซื้อได้ง่าย ในขณะที่ข้อเสียเปรียบของปุ๋ยเคมี คือ ปุ๋ยเคมีไม่มีคุณสมบัติปรับปรุงสมบัติทางกายภาพของดิน กล่าวคือไม่ทำให้ดินโปร่ง ร่วนซุย เหมือนปุ๋ยอินทรีย์ และหากเกษตร  กรใช้ปุ๋ยไนโตรเจนในรูปแอมโมเนีย เป็นปริมาณมากและติดต่อกันเป็นระยะเวลานาน จะทำให้ดินเป็นกรดเพิ่มขึ้น จำเป็นต้องใช้ปูนขาวช่วยแก้ความเป็นกรดในดิน และต้องเข้าใจว่าปุ๋ยเคมีทุกชนิดมีความเค็ม ถ้าใช้ในอัตราสูงหรือใส่โคนต้นพืชจะเกิดอันตรายแก่พืชและการงอกของเมล็ด
 
ทั้งนี้ จะเห็นได้ว่าปุ๋ยอินทรีย์และปุ๋ยเคมีล้วนมีข้อดีและข้อเสียด้วยกันทั้งนั้น แต่ปุ๋ยทั้งสองชนิดก็มีบทบาทร่วมกันที่จะช่วยสนับสนุนและสร้างประโยชน์ที่ดีที่สุดในแง่ของความอุดมสมบูรณ์ของดิน ดังนั้น การใช้ปุ๋ยเคมีร่วมกับปุ๋ยอินทรีย์จึงควรเป็นนโยบายที่สำคัญในการใช้ปุ๋ยอย่างมีประสิทธิภาพ เพราะจะทำให้ดินได้ธาตุอาหารพืชอย่างครบถ้วน ทั้งธาตุอาหารหลัก ธาตุอาหารรอง และธาตุอาหารเสริม และมีโครงสร้างดินที่ดี ถือเป็นระบบการผลิตแบบเกษตรยั่งยืนที่ดีที่สุดสำหรับเกษตรกรไทย
 
อย่างไรก็ตาม การผลิตพืชโดยการใช้ปุ๋ยอย่างมีประสิทธิภาพเพื่อลดต้นทุนการผลิต เกษตรกรควรทราบลักษณะและคุณสมบัติของดินในแปลงของตนเอง เพื่อจะได้แก้ไขปรับปรุงดินได้อย่างเหมาะสม จากนั้นพิจารณาดูว่าในดินมีธาตุอาหารพืชชนิดใดบ้าง การปลูกพืชต้องเพิ่มเติมธาตุอาหารพืชในปริมาณเท่าใด เพื่อจะได้พิจารณาการใช้ปุ๋ยในแบบผสมผสานได้อย่างเหมาะสม หรืออย่างน้อยควรมีการเก็บตัวอย่างดินส่งวิเคราะห์ทุก 3-5 ปี เพื่อจะได้รับคำแนะนำจากการจัดการดินและปุ๋ยอย่างถูกต้องตามหลักวิชาการ ช่วยให้จัดการดินและปุ๋ยได้ถูกต้อง และลดต้นทุนการผลิตพืชได้อย่างมีประสิทธิภาพ.

จาก: http://www.dailynews.co.th/web/html/popup_news/Default.aspx?Newsid=123598&NewsType=1&Template=1
รมช.เกษตรฯเชื่อปุ๋ยปลอมระบาดกว่าแสนตัน สั่งตรวจ รง.ผลิตปุ๋ยปลอมไม่มีคุณภาพและไม่ได้มาตรฐานมาจำหน่ายให้กับเกษตรกรในราคาถูกกว่าท้องตลาด
Update: ././. .:.:. - Views: 597 | Ans: 2
นายธีระชัย แสนแก้ว รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวภายหลังเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการเฉพาะกิจเพื่อติดตามตรวจสอบปุ๋ย และสารเคมีเกษตรปลอมไม่ได้คุณภาพมาตรฐานว่า กรมวิชาการเกษตรรายงานเบื้องต้นว่า จะมีปุ๋ยเคมีปลอมระบาดในพื้นที่ต่างๆ มากกว่า 1 แสนตัน โดยเฉพาะในช่วงเดือนพฤษภาคมนี้ ซึ่งเป็นช่วงที่เกษตรกรซื้อปุ๋ยและยากำจัดวัชพืชเพื่อเตรียมการเพาะปลูกข้าว จึงเป็นโอกาสที่พ่อค้าหรือผู้ผลิตปุ๋ยเคมีปลอมจะฉวยโอกาสในช่วงนี้จำหน่ายปุ๋ยไม่มีคุณภาพ และไม่ได้มาตรฐาน ดังนั้น เพื่อป้องปรามผู้กระทำผิดและฝ่าฝืนกฎหมาย ได้สั่งการให้คณะทำงานเพื่อดำเนินคดีกับผู้ฝ่าฝืนกฎหมายว่าด้วยสารเคมีทางการเกษตรและปุ๋ย และคณะทำงานปฏิบัติการตรวจสอบปุ๋ยและสารเคมีทางการเกษตร เร่งตรวจสอบและดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิดตาม พ.ร.บ.ปุ๋ย พ.ศ.2518 และ พ.ร.บ.ปุ๋ย พ.ศ.2551 นอกจากนี้ ได้มีหนังสือถึงผู้ว่าราชการจังหวัด ซึ่งเป็นประธานชุดคณะทำงานระดับจังหวัด ให้เริ่มต้นปฏิบัติการตรวจสอบผู้จำหน่ายปุ๋ย และวัตถุอันตรายทางการเกษตร รวมทั้งสุ่มเก็บตัวอย่างปุ๋ยเคมีในท้องตลาด ส่งห้องปฏิบัติการเพื่อตรวจสอบคุณภาพและมาตรฐาน ตั้งแต่ในวันพรุ่งนี้ (2 พ.ค.51) เป็นต้นไป 

รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวด้วยว่า แหล่งที่คาดว่าจะมีการผลิตปุ๋ยเคมีปลอมอยู่ในเขตภาคกลาง ประมาณ 4-5 จังหวัด ซึ่งเป็นแหล่งที่อยู่ใกล้กับวัตถุดิบที่จะนำมาผลิตปุ๋ย เช่น พระนครศรีอยุธยา สระบุรี ราชบุรี ปทุมธานี เป็นต้น โดยเป้าหมายการตรวจสอบจะมุ่งไปที่โรงงานผลิตและบรรจุถุงปุ๋ยเป็นหลัก เพราะเป็นแหล่งกระจายปุ๋ยเคมีไปยังพื้นที่ต่างๆ โดยในภาคกลางมีประมาณ 10 โรงงานใหญ่ๆ ซึ่งส่วนใหญ่เจ้าของเป็นนักธุรกิจที่ฉวยโอกาสในช่วงปุ๋ยราคาแพง ผลิตปุ๋ยปลอมไม่มีคุณภาพและไม่ได้มาตรฐานมาจำหน่ายให้กับเกษตรกรในราคาถูกกว่าท้องตลาด
ยินดีต้อนรับสู่กระดานพักผ่อน และจุดประสงค์ของกระดานครับ
Update: ././. .:.:. - Views: 420 | Ans: 9
เหตุผล ที่เปิดกระดานนี้ขึ้นมา ก็เพราะคิดว่า บางทีพวกเราที่ทำงานเป็นเกษตรกร หรืออื่นๆเกี่ยวกับการเกษตร อยากจะพูดคุยกัน แต่ก็ไม่ได้อยากจะคุยอะไรที่เป็นสาระ อยากชวนคุยกันเล่นๆ มากกว่า ก็เลยเปิดกระดานนี้ขึ้นมาครับ 

และผมขออนุญาติถือโอกาสนี้ เปิดประเด็นแรกเลยนะครับ ผมอยากให้เรามาแลกเปลี่ยนกันว่า ก่อนที่คุณ จะเข้ามาทำอาชีพ เกี่ยวกับการเกษตร คุณเคยทำงานด้านอื่นๆ เกี่ยวกับอะไรมาก่อนหน้านี้ หรือเป็นเกษตรกรมาตั้งแต่ต้น ครับ เผื่อว่าวันหน้าวันหลัง พวกเรามีใครอยากรู้อะไร เกี่ยวกับสิ่งที่คุณรู้ จะได้ถามๆกันเป็นความรู้ครับผม 

ผมขอตอบของตัวผมเองก่อนเลยแล้วกันครับผม ตัวผมเป็นพนักงาน หรือเป็นลูกจ้างบริษัท ที่ทำงานเกี่ยวกับ เทคโนโลยีสารสนเทศครับ แต่อยากทำอาชีพเกี่ยวกับการเกษตรมากกว่า เพราะได้ซึมซับมาตั้งแต่เด็กๆ และคุณพ่อ ก็เป็นเกษตรกร เลยหันมาศึกษา และเริ่มทำมาจนถึงวันนี้ครับ
เตือนซื้อปุ๋ยระวังของปลอม หลอกขายในราคาต่ำผิดปกติ
Update: ././. .:.:. - Views: 23272 | Ans: 2
เตือนเกษตรกรให้ระวังปุ๋ยปลอม พืชได้รับแร่ธาตุไม่ครบถ้วน โดยให้ซื้อปุ๋ยเคมี หรือปุ๋ยชีวภาพกับพ่อค้าหรือร้านค้าที่เชื่อถือได้ หากมีข้อสงสัยในเรื่องคุณภาพหรือปุ๋ยปลอมให้ติดต่อสำนักงานเกษตรจังหวัด
ราคาข้าวถึงจุดอิ่มตัวแล้ว
Update: ././. .:.:. - Views: 26326 | Ans: 6
ใครเก็บไว้ ก็รีบๆขายนะครับ เร็วๆนี้ ทั้งไทย และเวียดน้ำ เพิ่มผลผลิตได้มากขึ้นมหาศาล ราคากำลังจะลดลงมามากๆเลย
เกษตรทฤษฎีใหม่ คืออะไร
Update: ././. .:.:. - Views: 530 | Ans: 0
ไทยเวย์-ออนทัวร์ สร้างมิติใหม่ ของการใช้ปุ๋ยในรูปแบบของสารอาหารแท้จริงที่พืชต้องการ ลดการขนส่ง ปุ๋ยกระสอบ ที่มีปูนขาว ดิน และสารปั้นเม็ด ซี่งสิ้นเปลืองค่าขนส่ง เกือบครึ่งหนึ่งของราคาปุ๋ยที่แท้จริง เกษตรกร จะประหยัดเงิน ที่ต้องจ่ายให้ปุ๋ยเคมี ซึ่งครึ่งหนึ่งเป็นค่าขนส่ง ผลิตภัณฑ์เกษตร ของเรามีจำหน่ายทั่วประเทศ หาซื้อได้ตามหัวเมืองทุกแห่ง พร้อมบริการ ฮ๊อทไลน์ ไขปัญหาเกษตร และ ข้อมูลการใช้ผลิตภัณฑ์ โครงการ ไทยเวย์-ออนทัวร์ สัญจรไปยังเกษตรในพื้นที่ต่าง ๆ เพื่อส่งเสริม การเกษตรทฤษฎีใหม่ ที่ ประหยัด และ มีประสิทธ์ภาพ เผยแพร่ ความรู้ และ ความเข้าใจในการเพิ่มผลผลิตเกษตร เยี่ยมชมสวนเกษตร ที่นำทฤษฎีใหม่ไปใช้แล้ว มาให้ดูให้ชมกันเป็นตัวอย่าง ท่านสามารถเยี่ยมชมได้ ตามบล๊อก ต่าง ๆ ของ ไทยเวย์ ด้วยนะครับ
ก.เกษตรฯ รายงานปฏิบัติการฝนหลวง พร้อมเผยหน่วยปฏิบัติการฝนหลวง 8 หน่วยขึ้นบิน
Update: ././. .:.:. - Views: 307 | Ans: 0
 ก.เกษตรฯ รายงานปฏิบัติการฝนหลวง พร้อมเผยหน่วยปฏิบัติการฝนหลวง 8 หน่วยขึ้นบินทำการระหว่าง 8 – 14 ก.พ. 51 ช่วยเหลือพื้นที่ขาดแคลนน้ำในช่วงฤดูแล้ง
    
                  นายจรัลธาดา  กรรณสูต  ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ รายงานถึงการปฏิบัติการฝนหลวงของหน่วยปฏิบัติการฝนหลวงระหว่างวันที่ 1 – 7 กุมภาพันธ์ 2551  จำนวน 3 ศูนย์  ได้แก่ ศูนย์ฯ ภาคเหนือตอนบน (หน่วยฯ เชียงใหม่), ศูนย์ฯ ภาคกลาง (หน่วยฯ นครสวรรค์) และศูนย์ฯ ภาคใต้ตอนบน (หน่วยฯ หัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์) พร้อมกับจะจัดตั้งศูนย์ฯ ภาคตะวันออก (หน่วยฯ ระยอง) ตั้งแต่วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2551 ว่าทางหน่วยปฏิบัติการฝนหลวงได้ดำเนินการช่วยเหลือพื้นที่ขาดแคลนน้ำในช่วงฤดูแล้ง และได้กำหนดพื้นที่การปฏิบัติการฝนหลวงดังนี้ 1) เน้นเพิ่มปริมาณน้ำให้อ่างเก็บน้ำที่มีปริมาณน้ำเก็บกักต่ำ (ต่ำกว่า 30% ของความจุอ่างในช่วงต้นปี 2551 มีจำนวน 1 อ่าง คือ ภาคเหนือตอนบน  (เขื่อนแม่กวงอุดมธารา มีปริมาณน้ำเก็บกัก 27%)  2) เน้นการปฏิบัติการฝนหลวงในพื้นที่ต่าง ๆที่มีผู้ขอรับบริการฝนหลวงในช่วงฤดูแล้ง จำนวน 3 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดลพบุรี จังหวัดตราด และจังหวัดสุราษฎร์ธานี  ส่วนผลการปฏิบัติฝนหลวงในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา  การขึ้นบินปฏิบัติการฝนหลวง  มีการขึ้นบิน  จำนวน 3 วัน  เที่ยวบินรวม  12  เที่ยวบิน  ชั่วโมงบินรวม  15:05  ชั่วโมง  ดังนี้  หน่วยฯ นครสวรรค์  ขึ้นบิน  3  วัน  12  เที่ยวบิน  15:05  ชั่วโมงบิน  หน่วยฯ เชียงใหม่   และหน่วยฯ หัวหินงใหเหขอรับบริการฝนหลวงในน้ำเป  ไม่ได้ขึ้นบินปฏิบัติการฝนหลวง  เนื่องจากสภาพอากาศต่ำกว่าเกณฑ์ที่เหมาะสม  ลมชื้นบนมีกำลังแรงและมีฝนตกพรำ  ส่วนผลการปฏิบัติงาน  ในวันที่ขึ้นบินปฏิบัติการฝนหลวง  มีฝนตกรวม  11  สถานี  พื้นที่  5  จังหวัดได้แก่  จังหวัด  นครสวรรค์  ชัยนาท  ลพบุรี  และปทุมธานี

                สำหรับข้อมูลปริมาณน้ำฝนของประเทศ มีรายละเอียดดังนี้  มีฝนตกเล็กน้อย ถึง ปานกลาง  ถึง หนักมาก  วัดได้ ณ สถานีวัดฝน 105 สถานี  โดยมีฝนตกกระจายทั่วไปทั้งประเทศ  ส่วนการคาดการณ์สภาพอากาศ ในช่วงระหว่างวันที่ 7-12 กุมภาพันธ์ 2551 บริเวณความกดอากาศสูงกำลังค่อนข้างแรงจากประเทศจีน  จะแผ่ลงมาปกคุลมประเทศไทยตอนบนและทะเลจีนใต้  ทำให้ประเทศไทยตอนบนมีฝนตกเล็กน้อยและอุณหภูมิจะลดลง 1-3 องศา ส่วนคลื่นลมในอ่าวไทย โดยเฉพาะทางตอนล่างตั้งแต่จังหวัดสุราษฎร์ธานีลงไปจะมีกลังแรงขึ้นจากนั้นบริเวณความกดอากาศสูงจะมีกำลังอ่อนลง แต่ยังคงทำให้มีอากาศหนาวเย็นกับมีหมอกหนาในบางพื้นที่  และตั้งแต่วันที่ 13 กุมภาพันธ์  2551 บริเวณความกดอากาศสูงกำลังค่อนข้างแรงอีกระลอกหนึ่งจากประเทศจีนจะแผ่เสริมลงมาปกคลุมประเทศไทยตอนบนและทะเลจีนใต้

                นายจรัลธาดา    กล่าวต่อว่า สำหรับแผนปฏิบัติการฝนหลวง  ช่วงระหว่างวันที่ 8-14 กุมภาพันธ์  2551  สำนักฝนหลวงและการบินเกษตร  ได้มีการวางแผนปฏิบัติการฝนหลวงช่วยเหลือพื้นที่เป้าหมายที่อยู่ในความรับผิดชอบของแต่ละศูนย์  ดังนี้  1. ศูนย์ฯ ภาคเหนือตอนบน (หน่วยฯ เชียงใหม่)  รับผิดชอบพื้นที่เป้าหมาย  จำนวน  7  จังหวัด  ได้แก่  จังหวัดเชียงใหม่  ตาก  เชียงราย  ลำพูน  ลำปาง  พะเยา  และแม่ฮ่องสอน  2.  ศูนย์ฯ ภาคกลาง (หน่วยฯ นครสวรรค์)  รับผิดชอบพื้นที่เป้าหมาย  จำนวน  14  จังหวัด  ได้แก่  จังหวัดนครสวรรค์  อุทัยธานี  ลพบุรี  ชัยนาท  สระบุรี  สิงห์บุรี  พระนครศรีอยุธยา  อ่างทอง  กาญจนบุรี    ปทุมธานี  สุพรรณบุรี  กรุงเทพฯ  นนทบุรี  และนครปฐม  3.  ศูนย์ฯ ภาคใต้ตอนบน (หน่วยฯ หัวหิน)  รับผิดชอบพื้นที่เป้าหมาย  5  จังหวัด  ได้แก่  จังหวัดประจวบคีรีขันธ์  เพชรบุรี  ราชบุรี  สมุทรสาคร  และสมุทรสงคราม  4.  ศูนย์ฯ ภาคตะวันออก  จะมีการจัดตั้งหน่วยฯ  ระยอง  ตั้งแต่วันที่  11  กุมภาพันธ์  2551  เป็นต้นไป  โดยจะรับผิดชอบพื้นที่เป้าหมาย  จำนวน  8  จังหวัด  ได้แก่  จังหวัดระยอง  ชลบุรี  จันทบุรี  ตราด  ปราจีนบุรี  ฉะเชิงเทรา  สระแก้ว  และนครนายก
    
   วันที่ : 12/February/2008
from: moac.go.th
ปีนี้หน้าฝนมาเร็วกว่าปกติ
Update: ././. .:.:. - Views: 20784 | Ans: 2
ที่ภาคอิสานตอนนี้พื้นดินชุ่มชื้นมากค่ะ  ได้ได้ยินข่าวจากทีวีว่า ปีนี้ฤดูฝนจะมาเร็วกว่าปกติ น่าดีใจจังจะได้ทำนาเร็ว ๆ ได้ผลผลิตเยอะ ๆ สาธุ
ต้องการรถ สิบล้อ ขนส่งปุ๋ยจาก สุพรรณ ไปอำนาจเจริญ
Update: ././. .:.:. - Views: 312 | Ans: 2
ต้องการรถ สิบล้อ ขนส่งปุ๋ยจาก สุพรรณ ไปอำนาจเจริญ
กรมส่งเสริมการส่งออกกำหนดจัดฝึกอบรม หลักสูตร “ความรู้เบื้องต้นในการประกอบธุรกิจส่งออก” โดยผ่านระบบ e-Learning
Update: ././. .:.:. - Views: 1110 | Ans: 2
กรมส่งเสริมการส่งออกกำหนดจัดฝึกอบรม หลักสูตร “ความรู้เบื้องต้นในการประกอบธุรกิจส่งออก” โดยผ่านระบบ e-Learning ซึ่งขอให้ท่านศึกษารายละเอียดก่อนสมัครเข้าเรียน โดยมีรายละเอียดหลักสูตรดังนี้

1. วัตถุประสงค์
     1. เพื่อเผยแพร่และเสริมสร้างความรู้ที่จำเป็นในการเริ่มต้นประกอบธุรกิจส่งออก อย่างถูกต้องและเป็นระบบสากลให้แก่ผู้สนใจประกอบธุรกิจส่งออก โดยครอบคลุมเนื้อหาสาระสำคัญต่างๆที่เป็นหัวใจสำคัญของการประกอบธุรกิจส่ง ออกโดยรวม รวมทั้งการให้ข้อมูลบริการต่างๆ ที่กรมส่งเสริมการส่งออกได้ดำเนินการให้การสนับสนุนและเป็นประโยชน์อย่าง ยิ่งต่อผู้ประกอบการในการประกอบธุรกิจส่งออกต่อไป
     2. เพื่อให้ผู้สนใจประกอบธุรกิจส่งออกมีโอกาสศึกษาได้เองโดยผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งทำให้ศึกษาได้โดยไม่จำกัดสถานที่และเวลา
     3. เพื่อให้ผู้สนใจประกอบธุรกิจส่งออกในภูมิภาคมีโอกาสในการเรียนรู้เรื่องการส่งออกเพิ่มขึ้น..

รายละเอียดเพิ่มเติมคลิกลิงค์ด้านล่าง
อยากได้วิธีการหมักปุ๋ย
Update: ././. .:.:. - Views: 1037 | Ans: 1
มีขั้นตอนยังไงบ้างคะ จำทำใช้เองค่ะ
จำหน่ายสูตรทำแชมพู สบู่สมุนไพร สบู่ขัดตัว และอื่นๆ จำนวนมาก
Update: ././. .:.:. - Views: 509 | Ans: 0
จำหน่ายสูตรการทำแชมพู สบู่สมุนไพร สบู่ขัดตัว สบู่เหลวฟอกตัว  ครีมนวดผม น้ำยาล้างจาน น้ำยาขัดรองเท้า น้ำยาปรับผ้านุ่ม ปุ๋ยอินทรีย์ชีวภาพ ดินผสมปลูกต้นไม้ พิมเสนน้ำ ยาดมส้มมือ น้ำมันมวย ยาหม่อง เทียนหอมไล่ยุง เทียนเจล ฮอร์โมนพืชเร่งดอก-ผล ปุ๋ยปลา ฮอร์โมนไข่ และอื่นๆ อีกมากมายฯลฯ มากกว่า 65 สูตร หนาเกือบ 200 หน้า ราคาหนังสือเพียงเล่มละ 450.-บาท สามารถนำไปทำใช้เองหรือทำจำหน่ายได้เลย ภายในเล่มบอกวิธีทำโดยละเอียดแต่ละสูตร และบอกสถานที่ซื้อสารเคมีและบรรจุภัณฑ์

สนใจโอนเงินเข้าบัญชี ธนาคารกรุงเทพ สาขาบางนา เลขที่บัญชี 130-5731273 ชื่อบัญชี จารุพงษ์ สุวรรณ บัญชีออมทรัพย์ โอนเงิน450.-บาทรวมค่าจัดส่งทาง ปณ.แล้วทางลงทะเบียน

เมื่อโอนเงินแล้ว ช่วยโทรมาแจ้งสถานที่จัดส่งสินค้า ทางเบอร์ 089-6617375 087-3596395
จำหน่ายสูตรทำแชมพู สบู่สมุนไพร สบู่ขัดตัว และอื่นๆ จำนวนมาก
Update: ././. .:.:. - Views: 1129 | Ans: 0
จำหน่ายสูตรการทำแชมพู สบู่สมุนไพร สบู่ขัดตัว สบู่เหลวฟอกตัว  ครีมนวดผม น้ำยาล้างจาน น้ำยาขัดรองเท้า น้ำยาปรับผ้านุ่ม ปุ๋ยอินทรีย์ชีวภาพ ดินผสมปลูกต้นไม้ พิมเสนน้ำ ยาดมส้มมือ น้ำมันมวย ยาหม่อง เทียนหอมไล่ยุง เทียนเจล ฮอร์โมนพืชเร่งดอก-ผล ปุ๋ยปลา ฮอร์โมนไข่ และอื่นๆ อีกมากมายฯลฯ มากกว่า 65 สูตร หนาเกือบ 200 หน้า ราคาหนังสือเพียงเล่มละ 450.-บาท สามารถนำไปทำใช้เองหรือทำจำหน่ายได้เลย ภายในเล่มบอกวิธีทำโดยละเอียดแต่ละสูตร และบอกสถานที่ซื้อสารเคมีและบรรจุภัณฑ์

สนใจโอนเงินเข้าบัญชี ธนาคารกรุงเทพ สาขาบางนา เลขที่บัญชี 130-5731273 ชื่อบัญชี จารุพงษ์ สุวรรณ บัญชีออมทรัพย์ โอนเงิน450.-บาทรวมค่าจัดส่งทาง ปณ.แล้วทางลงทะเบียน

เมื่อโอนเงินแล้ว ช่วยโทรมาแจ้งสถานที่จัดส่งสินค้า ทางเบอร์ 089-6617375 087-3596395
บทความใหม่: ระบบ Hal-Q ของศูนย์วิทยาศาสตร์ฮาลาล
Update: ././. .:.:. - Views: 1434 | Ans: 0
ประเทศไทยมีประชากรมุสลิมเป็นจำนวนมาก ดังนั้นความจำเป็นในการบริโภคอาหารฮาลาลจึงมีปริมาณมากเช่นกัน ศูนย์วิทยาศาสตร์ฮาลาล จุฬาลงกรณ์ มหาวิทยาลัย ได้จัดตั้งขึ้นเพื่อเป็นผู้นำในการพัฒนางานทางด้านวิทยาศาสตร์ฮาลาลในระดับ โลก....

อ่านต่อคลิกลิงค์ด้านล่าง
กระทรวงเกษตรฯ ตระหนักปัญหาเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนม ประชุมหาแนวทางแก้ไขปัญหาต้นทุนการเลี้ยงโคนมเพิ่มสูง หันมา...
Update: ././. .:.:. - Views: 786 | Ans: 0
กระทรวงเกษตรฯ ตระหนักปัญหาเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนม ประชุมหาแนวทางแก้ไขปัญหาต้นทุนการเลี้ยงโคนมเพิ่มสูง หันมาให้ความสำคัญเรื่องประสิทธิภาพการเลี้ยงโคนม ช่วยลดต้นทุนการผลิตอย่างจริงจัง  
    
  นายธีระชัย แสนแก้ว รัฐมนตรีช่วยกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวในโอกาสเป็นประธานใน        พิธีเปิดการประชุมใหญ่สามัญประจำปีของชุมสหกรณ์โคนมแห่งประเทศไทย จำกัด ว่า ชุมนุมสหกรณ์โคนมฯ ได้จดทะเบียนตาม พ.ร.บ. สหกรณ์ ปี 2511 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อ ดูแลช่วยเหลือ สหกรณ์สมาชิกและเกษตรกร  ผู้เลี้ยงโคนม  รวมถึงอุตสาหกรรมนมทั้งระบบ ปัจจุบันมีสหกรณ์โคนมผู้เป็นสมาชิก รวม 90 แห่ง     มีเกษตรกร  ผู้เลี้ยงโคนมเป็นสมาชิกสหกรณ์โคนมทั่วประเทศประมาณ 19,351 ครอบครัว สามารถผลิตน้ำนมดิบรวมได้ปริมาณ 1,576.59 ตัน/วัน อย่างไรก็ตาม ระบบอุตสาหกรรมนมและผลิตภัณฑ์นม โดยเฉพาะปัญหาด้านต้นทุน การเลี้ยงโคนมที่สูงอย่างต่อเนื่อง จากราคาอาหารสัตว์ น้ำมันเชื้อเพลิง ซึ่งเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมโดยเฉลี่ยกว่า 80 % ทั่วประเทศ เป็นฟาร์มขนาดเล็ก ยังต้องประสบปัญหาจากการเลี้ยงโคนมอยู่กิโลกรัมละ 2.17 บาท

                “กระทรวงเกษตรฯ เห็นว่าอาชีพการเลี้ยงโคนมยังคงต้องประสบปัญหาอย่างต่อเนื่องและได้รับความเดือดร้อนอย่างหนักในเรื่องราคาจำหน่ายน้ำนมดิบ  และต้นทุนการเลี้ยงโคนม ซึ่งกระทรวงเกษตรฯได้พยายามที่จะหาทางแก้ไขปัญหาดังกล่าว โดยเฉพาะปัญหาในเรื่อง การกำหนดราคารับซื้อน้ำนมดิบของเกษตรกร         ผู้เลี้ยงโคนม ซึ่งจะต้องพิจารณาให้มีความสอดคล้องกับสภาวะเศรษฐกิจและต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้น และในส่วนของเกษตรกรจะต้องหันมาให้ความสำคัญในเรื่องการเพิ่มประสิทธิภาพการเลี้ยงโคนม และต้นทุนการผลิตอย่างจริงจัง ซึ่งจะช่วยให้การแก้ปัญหาสามารถดำเนินได้อย่างลุล่วงและยั่งยืนในที่สุด อย่างไรก็ตาม ชุมนุมสหกรณ์มีความประสงค์จะขอกู้เงินจากกองทุนสหกรณ์ฯ วงเงิน 300 ล้านบาท ดอกเบี้ยต่ำ เพื่อนำมาพัฒนาและบริหารจัดการสหกรณ์ผู้เลี้ยงโคนมที่ประสบปัญหา ซึ่งเรื่องดังกล่าวไม่น่ามีปัญหาหากพิจารณาแล้วไม่ขัดต่อระเบียบและข้อกำหนด ซึ่งจะได้นำเรื่องนี้หารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องพิจารณาให้ความช่วยเหลือต่อไป” นายธีระชัย กล่าว
 
From: moac.go.th
+++จำหน่ายหมูย่างเมืองตรัง หมูย่างตรัง บริการส่งถึงกรุงเทพ+++
Update: ././. .:.:. - Views: 6691 | Ans: 0
จำหน่ายหมูย่างเมืองตรัง
หมูย่างตรัง สูตรของทางร้านเป็นสูตรไม่หวานมากนัก
รสชาติออกหวานเค็ม อร่อย กลมกล่อม ไม่หวานเลี่ยน
และด้วยรสชาตินี้เอง ทำให้หมูย่างของเรา ได้จำหน่ายส่งถึงต่างประเทศ
และทางร้านจะมีบริการส่ง ให้ลูกค้าที่อยู่กรุงเทพโดยทางเครื่องบิน
สำหรับงานจัดเลี้ยง งานพิธี ต่าง ๆ หรือไหว้เจ้าตรุษจีน แก้บน ต่าง ๆ
นอกจากนี้ทางร้านเรา ยังมีเค้กตรัง ขนมของฝากจากเมืองตรังอื่น ๆ
ไว้คอยบริการจำหน่ายทั้งปลีก - ส่ง
แวะชมได้ที่ www.aroi-at-trang.com
หรือโทรสอบถามได้ที่ 081-5418336 
ดินเปรี้ยว แก้ปัญหาดินเปรี้ยวด้วย สารปรับสภาพดิน ไฮ-แมกก้า
Update: ././. .:.:. - Views: 1094 | Ans: 0
ไฮ - แมกกา ตรานกอินทรีคู่
สารปรับสภาพดิน ราคาคลิกที่นี่
แก้เปรี้ยว ช่วยเขียว เยียวยาดิน
ขนาด 25 กก.

ส่วนประกอบ
แคลเซียมออกไซต์           35%
แมกนีเซียมออกไซต์         25%
ซิลิกอนไดออกไซต์           10%

·        แก้ปัญหาการขาดธาตุอาหาร แคลเซียม แมกนีเซียม และซิลิกอน ในดิน
·        เพิ่มค่าการดูดซับ และความสามารถการแลกเปลี่ยน CEC ของดิน
·        เพิ่มการสังเคราะห์แสง การสร้างสารเขียว และการแบ่งเซลล์ของพืช
·        เพิ่มความสามารถการทำงานของจุลินทรีย์ ปัองกันโรค และแมลงเข้าทำลาย

สนใจผลิตภัณฑ์ หรือสนใจเป็นตัวแทนจำหน่าย

ติดต่อ ฟาร์มเกษตร
คุณ ปิยะมาศ

โทร: 0894599003
6.00 น. - 21.00 น.

แฟกซ์: 045-511273
e-mail: piyamas@farmkaset.com
info@farmkaset.com
ขายเม็ดฟิลเลอร์ดำและขาว สำหรับผสมปุ๋ย
Update: ././. .:.:. - Views: 1227 | Ans: 0
ขายฟิลเลอร์ดำ  ฟิลเลอร์ขาว  เม็ดสารปรับสภาพดินและน้ำ เม็ดสวยขนาดดี รับรองไม่มีฝุ่นและความชื้น  และโดโรไมท์ผง  ธีรพงษ์ 087-0727884(โรงงานผลิต)
ข้าวดีด ข้าวเด้ง ข้าวปน ข้าววัชพืช
Update: ././. .:.:. - Views: 4330 | Ans: 0
ข้าววัชพืช "weedy rice"

โดย ดร.จรรยา มณีโชติ
กลุ่มวิจัยวัชพืช  สำนักวิจัยพัฒนาการอารักขาพืช
กรมวิชาการเกษตร
.
ข้อมูลนี้คัดมาจาก: http://kpp-rsc.ricethailand.go.th/weedyrice/weedy%20rice1.htm

ข้าววัชพืช
ปัจจุบัน ชาวนาในเขตภาคกลางจนถึงเหนือตอนล่าง กำลังประสบกับวัชพืชชนิดใหม่ที่มีลักษณะเหมือนต้นข้าวจนแยกไม่ออก
ในระยะต้นกล้า วัชพืชชนิดนี้มีชื่อเรียกต่างๆกันในแต่ละท้องถิ่นตามลักษณะภายนอกที่ปรากฏว่า “ข้าวหาง ข้าวนก ข้าวดีด ข้าวเด้ง ข้าวลาย หรือ ข้าวแดง”   ซึ่งข้าวเหล่านี้จัดเป็นวัชพืชร้ายแรงในนาข้าว มีชื่อสามัญ ว่า “ข้าววัชพืช” ตรงกับภาษาอังกฤษว่า
“weedy rice”  ในระยะเริ่มต้นของการ ระบาด ข้าววัชพืชจะแฝงตัวเข้ามาในนาข้าวเพียงไม่กี่ต้น หากไม่มีการกำจัดในระยะเวลา
2-3 ฤดู เท่านั้น ข้าววัชพืชสามารถเพิ่มจำนวนเป็นหลายล้านต้นปกคลุมจนมองไม่เห็นต้นข้าว

ประวัติการระบาดของข้าววัชพืช
พบการระบาดรุนแรงครั้งแรกในเดือนพฤษภาคม ปีพ.ศ. 2544 ในนาหว่านน้ำตม ที่ตำบลเขาสามสิบหาบ อำเภอท่ามะกา จังหวัดกาญจนบุรี และในนาหว่านข้าวแห้ง ในเขตจังหวัดนครนายกและปราจีนบุรี พื้นที่การระบาดเริ่มต้นเพียง 500 ไร่ และขยาย
วงกว้างออกไปเรื่อยๆ จนถึงปัจจุบันปี พ.ศ. 2549  ข้าววัชพืชกลายเป็นปัญหาร้ายแรงที่พบในพื้นที่ทำนาหว่านน้ำตมจำนวนหลาย
แสนไร่ ทั่วเขตภาคกลางจนถึงเหนือตอนล่าง รวม 21 จังหวัด ได้แก่ กรุงเทพมหานคร สมุทรปราการ กาญจนบุรี สุพรรณบุรี ราชบุรี นครปฐม ปทุมธานี นนทบุรี สิงห์บุรี ลพบุรี อ่างทอง ชัยนาท อยุธยา นครนายก ปราจีนบุรี สระบุรี นครสวรรค์ พิจิตร กำแพงเพชร อุตรดิตถ์ และพิษณุโลก นอกจากนั้น ยังแพร่กระจายไปสู่แหล่งปลูกข้าวคุณภาพ ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ได้แก่ นครราชสีมา บุรีรัมย์ สุรินทร์ ร้อยเอ็ด มหาสารคาม และหนองคาย

ข้าววัชพืช..มาจากไหน?
ข้าววัชพืช เกิดจากการผสมข้ามระหว่างข้าวป่าที่พบทั่วไปในธรรมชาติ กับข้าวปลูก เกิดเป็นลูกผสมที่มีการกระจายตัวของลูกหลาน
ออกเป็นหลายลักษณะ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นลักษณะที่ชาวนาไม่ต้องการ คือ เปลือกเมล็ดสีดำหรือลายน้ำตาลแดง เมล็ดข้าวสารมีสีแดง ปลายเมล็ดมีหางและเมื่อสุกแก่เมล็ดจะร่วงก่อนเก็บเกี่ยวข้าว

ชนิดของข้าววัชพืช
ข้าววัชพืชสามารถจำแนกตามความแตกต่างทางลักษณะภายนอกเป็น 3 ชนิด คือ ข้าวหาง ข้าวดีด และข้าวแดง ชนิดที่เป็นปัญหา
ร้ายแรงของชาวนาคือ ข้าวหาง และ ข้าวดีด เพราะเป็นข้าววัชพืชชนิดร่วงก่อนเกี่ยว เจริญเติบโตได้รวดเร็ว และสูงข่มข้าวปลูก
ในระยะแตกกอ ข้าวหางและข้าวดีดจะออกดอกและเมล็ดจะสุกแก่ก่อนก่อนปลูกข้าวประมาณ 2 สัปดาห์ ชาวนาไม่สามารถ
เก็บเกี่ยวได ้เพราะเมล็ดร่วงเกือบหมด ทำให้ผลผลิตข้าวเสียหาย 10-100 % ขึ้นอยู่กับความหนาแน่น ของข้าวหาง และข้าวดีด บางแปลงที่มีความหนาแน่นมาก ใน 1 ตารางเมตร มีข้าวหาง 800 ต้น เหลือต้นข้าวจริงเพียง 2 ต้น ชาวนาไม่สามารถ เก็บเกี่ยวได้ ทำให้ผลผลิตเสียหาย 100% ส่วนข้าวแดงนั้นเป็นข้าววัชพืชชนิดเมล็ดไม่ร่วง ชาวนาสามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตได้ ผลผลิตจึงไม่เสียหาย แต่คุณภาพ

ข้าว ลดลง เพราะเมล็ดขาวสารแดงที่ปนอยู่ ชาวนาถูกโรงสีตัดราคาเกวียนละ 200 - 800 บาท ตามเปอร์เซ็นต์ของข้าวแดงที่ปน เพื่อชดเชยผลผลิตที่จะต้องเสียไปบางส่วน เพื่อจะขัดเยื่อหุ้มเมล็ดสีแดงออก
ให้เป็นเมล็ดข้าวสารสีขาว ซึ่งบางครั้งในรายที่มีข้าววัชพืชปนเป็นจำนวนมาก โรงสีจะไม่รับซื้อ ชาวนาต้องนำไปขายเป็นข้าวเลี้ยงเป็ด และไก่ ในราคาถูกถังละ 30 - 50 บาท
---------------------------------------------------------------

ฟาร์มเกษตรนำเสนอสินค้า

ชุดย่อยสลายตอซังฟางข้าว ไอซี-คิท ลดข้าวดีดได้มากกว่า 70%  

ไอซี-คิท ชุดย่อยสลายตอซังฟางข้าว ชุด 2 ขวด
ขนาด 1 ลิตร x 2 ขวด/ชุด

ชุดย่อยสลาย เฉพาะเพื่อตอบสนองต่อความต้องการของเกษตรกร

ลดข้าวดีดมากกว่า 70%

- รวดเร็วในการย่อยสลายตอซังฟางข้าว ภายใน 5-7 วัน โดยไม่ต้องเผา

- ปรับสภาพดินในนาข้าว สามารถไถพรวนได้ง่าย

- เพิ่มจุลธาตุอาหารให้แก่นาข้าวหลังการเก็บเกี่ยว

- สามารถลดปัญหาข้าวดีด และข้าววัชพืชอื่น ๆ ในนาข้าวได้

 
สนใจผลิตภัณฑ์ หรือสนใจเป็นตัวแทนจำหน่าย

ติดต่อ ฟาร์มเกษตร
คุณ ปิยะมาศ

โทร: 0894599003
6.00 น. - 21.00 น.

แฟกซ์: 045-511273
e-mail: piyamas@farmkaset.com
info@farmkaset.com

หรือคลิกที่ลิงค์ด้านล่าง เพื่อดูราคา และข้อมูลสินค้า
กำจัดหอยเชอรี่ ด้วยกินรี สารกำจัดหอยเชอรี่ ประสิทธิภาพสูงปลอดสารพิษ ตามสไตล์ฟาร์มเกษตร
Update: ././. .:.:. - Views: 8555 | Ans: 0
ตุ่ง.. ตุง.. ตุ๊งงงง

ท่านผู้มีอุปการะคุณโปรดทราบ  ท่านผู้มีอุปการะคุณโปรดทราบ
หลังจากที่ท่านได้ลดข้าวดีด ข้าวเด้ง ข้าวปน ด้วย ICKIT 2 ชุดย่อสลายตอซังฟางข้าว ที่ลดข้าวดีดได้มากกว่า 70% โดยไม่ต้องเผา เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมจนเป็นที่น่าพอใจแล้ว อย่าลืมดูแลนาข้าวของท่าน โดยวิถีเกษตรอินทรีย์ที่ปลอดสารพิษ เพื่อการทำเกษตรกรรมแบบยั่งยืนต่อไปนะคะ

ปิ๊งป่อง ปิ๊งป่อง!! "รับกินรี สารกำจัดหอยเชอรี่ คุณภาพสูง ปลอดภัยต่อคนและสัตว์เลี้ยงเพิ่มมั้ยคะ"
กินรี สารกำจัดหอยเชอรี่ สูตร ยู-ล่า ปลอดสารพิษ
ขนาด 10 กก.
ฉับไว ออกฤทธิ์ภายใน 2-3 ชั่วโมง
    * ออกฤทธิ์ 3 ขั้นตอน ในสูตรเดียว
    * ใช้ได้ทั้ง น้ำขุ่น น้ำใส
    * ไม่มีสารพิษตกค้าง ปลอดภัยต่อผู้บริโภค
    * สกัดจากกากชา

ขอบคุณที่ใช้สินค้าและบริการค่ะ
ตุ๊ง.. ตุง.. ตุ่งงงง

อ้างอิง
กินรี สารกำจัดหอยเชอรี่ ปลอดสารพิษ http://www.farmkaset.org/home.aspx#ginari
ลดข้าวดีด ชุดย่อยสลายตอซังฟางข้าว http://www.farmkaset.org/home.aspx#ickit2

สนใจผลิตภัณฑ์ หรือสนใจเป็นตัวแทนจำหน่าย
ติดต่อ ฟาร์มเกษตร
คุณ ปิยะมาศ
โทร: 0894599003
6.00 น. - 21.00 น.
แฟกซ์: 045-511273
e-mail: piyamas@farmkaset.com
info@farmkaset.com
กระทรวงเกษตรฯ เดินเครื่องส่งชุดเฉพาะกิจปฏิบัติการกวาดล้างปุ๋ยปลอมต่อเนื่อง ผล 1 เดือน พบปลอม 48 ตัวอย่าง
Update: ././. .:.:. - Views: 1116 | Ans: 0
กระทรวงเกษตรฯ เดินเครื่องส่งชุดเฉพาะกิจปฏิบัติการกวาดล้างปุ๋ยปลอมต่อเนื่อง ผล 1 เดือน พบปลอม 48 ตัวอย่าง พร้อมหอบข้อมูลเข้าถก ครม. หวังหน่วยงานเกี่ยวข้องร่วมมือเชื่อมโยงกฎหมาย เอาผิดผู้ผลิต ปุ๋ยปลอมแบบถอนราก  
    
  นายธีระชัย แสนแก้ว รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยภายหลังเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการเฉพาะกิจเพื่อติดตาม ตรวจสอบ ปุ๋ยและสารเคมีเกษตรปลอมไม่ได้คุณภาพมาตรฐาน ว่า จากการแต่งตั้งคณะทำงานเพื่อดำเนินการด้านปุ๋ยและสารเคมีขึ้น 2 ชุด ประกอบด้วยคณะทำงานปฏิบัติการ ตรวจสอบปุ๋ยและสารเคมีทางการเกษตร และคณะทำงานเพื่อดำเนินคดีกับผู้ที่ฝ่าฝืนกฎหมายว่าด้วยสารเคมีทางการเกษตรและปุ๋ย นั้น มีการปฏิบัติงานอย่างเข้มข้นและต่อเนื่องควบคู่ไปกับการทำงานปกติของสารวัตรเกษตร กรมวิชาการเกษตร โดยตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม 2551- ปัจจุบัน มีการเก็บตัวอย่างปุ๋ยจากกลุ่มเป้าหมายที่ได้รับการแจ้งเบาะแส จำนวน 52 ตัวอย่าง ตรวจสอบพบว่าเป็นปุ๋ยปลอม จำนวน 48 ตัวอย่าง หรือคิดเป็นร้อยละ 92.3 โดยโรงงานผลิตปุ๋ยปลอมรายใหญ่กระจายอยู่ในพื้นที่จังหวัดสุพรรณบุรี 1 โรง กาญจนบุรี 5 โรง ราชบุรี 1 โรง นนทบุรี 1 โรง นครปฐม 1 โรง และกำแพงเพชร 1 โรง ซึ่งได้ทำการอายัดปุ๋ยปลอมเหล่านั้นไปแล้ว จำนวนกว่า 100 ตัน พร้อมทั้งสั่งการให้นิติกรส่งดำเนินคดีตามขั้นตอนทางกฎหมาย และพักใบอนุญาต รวมถึงขยายผลตรวจสอบไปยังกลุ่มผู้สั่งซื้อปุ๋ยจากโรงงานข้างต้น ซึ่งพบว่าหนึ่งในจำนวนนั้นมีกลุ่มสหกรณ์การตลาดหลายแห่งเป็นผู้สั่งซื้อปุ๋ยปลอมดังกล่าวด้วย จึงได้ประสานและประชาสัมพันธ์ไปยังกลุ่มผู้สั่งซื้อทั้งรายใหญ่และรายย่อยทั่วประเทศ ให้มีการตรวจสอบอย่างรัดกุมก่อนนำไปจำหน่ายให้กับเกษตรกร เพื่อป้องกันความเสียหายที่จะเกิดขึ้นกับผลผลิต และไม่ตกเป็นส่วนหนึ่งของวงจรการผลิตหรือจำหน่ายปุ๋ยปลอม แต่อย่างไรก็ดี ทางคณะกรรมการฯ ได้รับความร่วมมือจากเจ้าของลิขสิทธิ์ปุ๋ยที่ถูกทำปลอมในการเข้าแจ้งความกับกองปราบปราม เพื่อให้ดำเนินการช่วยเหลืออีกช่องทางหนึ่งด้วย นายธีระชัย กล่าวต่อไปว่า การดำเนินงานของคณะทำงานทั้งสองชุดอาจประสบปัญหาในด้านข้อกฎหมายและการบังคับใช้อยู่บ้าง เนื่องจากผู้กระทำความผิดบางรายเป็นผู้มีอิทธิพลในพื้นที่ หรือมีการปิดบังอำพรางเจ้าของโรงงานที่กระทำความผิดที่แท้จริงเอาไว้ ดังนั้น จึงจะรวบรวมข้อมูลอุปสรรคต่างๆ เสนอต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรี เพื่อหารือถึงความเป็นไปได้ในการที่จะเชื่อมโยงความร่วมมือ ข้อกฎหมายหรือระเบียบที่กระทรวงอื่นๆ มีอำนาจหน้าที่ เข้ามาร่วมขับเคลื่อนปฏิบัติการตรวจสอบและเอาผิดกับผู้ผลิตปุ๋ยปลอมได้อย่างเต็มที่ อาทิ กฎหมายเกี่ยวกับการฟอกเงิน กฎหมายโรงงาน กฎหมายทางด้านพาณิชย์ ฯลฯ ทั้งนี้ เมื่อประกอบกับการดำเนินงานของคณะกรรมการระดับจังหวัด เพื่อติดตามตรวจสอบร้านจำหน่ายปุ๋ยและวัตถุอันตรายทางการเกษตรปลอม ไม่ได้คุณภาพมาตรฐาน ที่กำลังอยู่ในระหว่างประสานความร่วมมือไปยังกระทรวงมหาดไทย และคาดว่าจะจัดตั้งขึ้นได้ในอนาคตอันใกล้นี้ จะช่วยเอื้อประโยชน์ให้การตรวจจับปุ๋ยปลอม และการดำเนินการกับผู้ฝ่าฝืนเกิดประสิทธิภาพ เนื่องจากเป็นการบูรณาการบุคลากรทั้งในส่วนกลางและส่วนภูมิภาคเข้าด้วยกัน “นอกจากจะเดินหน้าตรวจสอบและดำเนินคดีกับผู้ผลิตปุ๋ยปลอมแล้ว ทางกระทรวงเกษตรฯ โดยกรมวิชาการเกษตร จะเร่งขยายจำนวนร้านค้าผลิตภัณฑ์ทางการเกษตรที่ได้มาตรฐานคุณภาพ (Q) อย่างต่อเนื่อง เพื่อเป็นแหล่งจำหน่ายปัจจัยทางการผลิตที่เกษตรกรจะมั่นใจและเชื่อถือได้ในคุณภาพ ส่วนฤดูฝนซึ่งเป็นฤดูเริ่มต้นแห่งการเพาะปลูกนี้ นอกจากจะต้องตรวจสอบเรื่องปุ๋ยปลอมแล้ว เกษตรกรยังต้องระวังในเรื่องของยาปราบวัชพืชที่ไม่ได้มาตรฐาน ซึ่งกระทรวงเกษตรฯ จะส่งคณะทำงานลงพื้นที่และสืบทราบเบาะแสอย่างต่อเนื่อง เพื่อปกป้องผลประโยชน์ของพี่น้องเกษตรกรอย่างเต็มที่อีกด้วย” นายธีระชัย กล่าว  
กระทรวงเกษตรฯ สนับสนุนภาคเอกชนตั้งโรงงานรับซื้อผลผลิต
Update: ././. .:.:. - Views: 352 | Ans: 0
กระทรวงเกษตรฯ สนับสนุนภาคเอกชนตั้งโรงงานรับซื้อผลผลิต หวังสร้างความมั่นใจให้เกษตรกรผู้ปลูกยางพารา  
    
  นายสมพัฒน์ แก้วพิจิตร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยภายหลังเป็นประธานพิธีเปืดโรงงานไต๋ รับเบอร์ ซึ่งเป็นโรงงานรับซื้อยางถ้วย ขี้ยาง เพื่อนำไปผลิตยางแท่งเพื่อการส่งออก ของนายเกียรติศักดิ์ ตั้งเจริญสุทธิชัย ตั้งอยู่ที่ ตำบลกระแสบน อำเภอแกลง จังหวัดระยอง ว่า ภาคตะวันออกเป็นภาคที่มีความสำคัญทางเศรษฐกิจ เป็นแหล่งผลิตสินค้าเกษตรที่สำคัญ พืชที่สร้างรายได้ด้านไม้ผล ได้แก่ ทุเรียน เงาะ มังคุด มะม่วง ลองกอง ส่วนพืชไร่ ได้แก่ สับปะรด อ้อย มันสำปะหลัง และยางพารา ซึ่งภาคตะวันออกนั้นจะมีพื้นที่ปลูกยางพาราทั้งหมด 1.87 ล้านไร่ โดยที่จังหวัดระยองจะมีพื้นที่ปลูกยางพารามากที่สุดรองลงมา ได้แก่ จันทบุรี ตราด ฉะเชิงเทรา และสระแก้ว ตามลำดับ นายสมพัฒน์ กล่าวต่อไปว่า ประเทศไทยผลิตยางพาราปีละ 3.05 ล้านตัน ใช้ในประเทศ 3 แสนกว่าตัน ที่เหลือส่งออกไปจำหน่ายต่างประเทศ อาทิ จีน สหรัฐอเมริกา ปีละประมาณ 2 ล้านกว่าตัน สำหรับจังหวัดระยอง มีพื้นที่ปลูกยาง 7.35 แสนไร่ ให้ผลผลิตแล้ว 5.6 แสนไร่ ผลผลิต 1.4 แสนตัน/ปี ทำรายได้ปีละไม่ต่ำกว่าหมื่นล้านบาท ทั้งที่จะผลผลิตในประเทศทั้งหมด 3.05 ล้านตัน ใช้ในประเทศ 3 แสนกว่าตัน และส่งออกไปจำหน่ายต่างประเทศ อาทิ จีน สหรัฐอเมริกา ปีละประมาณ 2 ล้านกว่าตัน “ยางนับเป็นพืชเศรษฐกิจที่สร้างอาชีพและรายได้ ให้กับเกษตรกรในภาคตะวันออกเป็นอย่างมาก นอกจากกระทรวงเกษตรและสหกรณ์โดยหน่วยงานในสังกัด อาทิ สถาบันวิจัยยาง กองทุนสงเคราะห์การทำสวนยาง ฯลฯ จะให้การสนับสนุนในด้านวิชาการ การถ่ายทอดเทคโนโลยี ปัจจัยการผลิต การรวมกลุ่มเกษตรกร การแปรรูป และด้านการตลาดแล้ว ยังได้ให้การสนับสนุนและได้รับความร่วมมือจากภาคเอกชนในการส่งเสริมด้านการตลาด และการพัฒนาด้านการผลิตให้เป็นไปตามมาตรฐานในระดับสากล ทั้งนี้ เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับเกษตรกรชาวสวนยางในการมีตลาดรองรับผลผลิตเพิ่มขึ้น อันจะเป็นการสร้างรายได้ที่มั่นคงและยั่งยืนต่อไป” นายสมพัฒน์ กล่าว  
from: moac.go.th
ขายเมล็ดพันธุ์ตะกูก้านแดง เป็นเมล็ดพันธุ์เก็บจากต้นแม่พันธุ์ในเดือนธันวาคม ราคาเริ่มต้น 600 บาท
Update: ././. .:.:. - Views: 1463 | Ans: 0
ประกาศใหม่

                ประกาศราคาเมล็ดพันธ์ตะกูปรับปรุงล่าสุด23/12/51 
1.ราคาจำหน่ายผลตะกูสุก ราคากิโลกรัมละ 1,200 บาท ส่งถึงที่บ้านพร้อมส่งบ้านเพาะได้ประมาณ 500,000 ต้น ได้ประมาณ 6-7 ลูกใหญ่เท่าไข่ไก่ 
2.ราคาจำหน่ายเมล็ดพันธุ์ตะกูแห้ง ราคากิโลกรัมละ 2,000-2,500 บาท ส่งถึงที่บ้านพร้อมส่งบ้านเพาะได้ประมาณ 1,000,000 ต้น 
3. ขายเริ่มตั้งแต่ 1/2 กิโลกรัมขึ้นไป 
      3.1 ผลสุก1/2 กิโลกรัมละ 600 บาท 
      3.2 เมล็ดพันธุ์ตะกูแห้ง 1/2 กิโลกรัมละ 1000 - 1200 บาท 
4. สั่งเมล็ดพันธุ์ 5 กิโลกรมแถม 1/2 กิโลกรัม 
5. สั่ง 50 กิโลกรัมคิดราคาพิเศษ 
     5.1 สั่ง เมล็ดพันธุ์ตะกูสุกยังไม่แห้ง50 กิโลกรัมขึ้นไป คิดกิโลกรัมละ 900 บาท 
     5.2 สั่งเมล็ดพันธ์ตะกูแห้ง 50 กิโลกรัมขึ้นไป คิดกิโลกรัมละ 1700 - 2300 บาท 
สนใจติดต่อ 086-4201568(CAT), 083-5817587(D-tac) http://www.takoothai.com 
      ชำระเงินผ่านบัญชีธนาคาร, Paysbuy, หรือเก็บเงินปลายทาง โดยท่านสามารถตรวจสอบการส่งสินค้าทางไปรษณีย์ผ่านหน้าเวปได้เลยเพราะว่าหลังจากส่งสินค้าเราจะแจ้งหมายเลขตรวจสอบพัสดุสินค้าให้ท่านทันที ส่ง EMS 
      เมล็ดพันธุ์เก็บไว้ในเดือนธันวาคม 2551 รับประกันคุณภาพ


แม่โจ้..ก้าวย่างสู่ศตวรรษ 75 ปีนำของดีโชว์ศาสตร์ เกษตร 
Update: ././. .:.:. - Views: 7674 | Ans: 0
จาก http://www.thairath.co.th/news.php?section=agriculture&content=113696

การเกษตร...อันเป็นพื้นฐานอาชีพประชากรของประเทศผู้ผลิตอาหารเลี้ยงพลโลก อย่างเช่นบ้านเราจึงต้องพัฒนามาอย่างต่อเนื่องทั้ง ศาสตร์ และ ศิลป์ เพื่อสร้างคุณภาพและผลิตให้เพียงพอ

มหาวิทยาลัยแม่โจ้....เป็นสถาบันการศึกษาแห่งหนึ่งที่บ่มเพาะศาสตร์เกษตร และผลิตบุคลากรเข้าสู่สังคมมาเกือบศตวรรษ โดยพัฒนารูปแบบการเรียนการสอนมาตั้งแต่เป็น โรงเรียนฝึกหัดครูประถมกสิกรรม จนก้าวขึ้นมาเป็นมหาวิทยาลัยที่สมบูรณ์แบบ ณ ปัจจุบันมีอายุถึง 75 ปี

โดยมีปรัชญาชีวิตว่า “งานหนักไม่เคยฆ่าคน” ซึ่งบุคลากรที่ผ่านสถาบันแห่งนี้โดยที่ยอมรับกันว่า ลูกแม่โจ้ ได้สืบสานกันมาอย่างยาวนานในการตั้งมั่น ต่อความอดทนเพื่อออกมาพัฒนาประเทศทั้งในภาครัฐและ เอกชน......จากรุ่นสู่รุ่น ด้วยความรู้ สติปัญญา ทักษะ และ อาชีพ ให้บรรลุความสำเร็จตามเป้าหมาย

ด้วย.....ระยะเดินทางแห่งกาลเวลาอีกเพียง 25 ปี มหาวิทยาลัยแม่โจ้ก็จะก้าวถึง 1 ศตวรรษ ปีนี้จึงจัดกิจกรรม เพื่อนำผลงานการเกษตรทั้งที่ผ่านมา และที่จะเกิดขึ้นในศตวรรษหน้าออกมาแสดงให้สังคมทั้งในและนอก ประเทศได้รับรู้ถึงความก้าวหน้า แห่งศาสตร์เกษตรที่เก่าแก่ที่สุดของภาคเหนือ...จึงจัดงานเฉลิมฉลอง “แม่โจ้ 75 ปี” ขึ้นในวันนี้

รศ.ดร.เทพ พงษ์พานิช อธิการบดีมหาวิทยาลัยแม่โจ้ บอกว่า.... งาน 75 ปี แม่โจ้ มหาวิทยาลัยจะเน้นในการเผยแพร่นวัตกรรมองค์ ความรู้ของนักวิจัย อาจารย์ และ นักวิชาการ โดยจะมีโมเดลพร้อมนิทรรศการหลากหลาย อย่างเช่น เครื่องขุดมันฝรั่งติดรถไถเดินตาม, การผลิตปุ๋ยหมักแบบไม่พลิกกลับกองด้วยระบบกองเติมอากาศ, รถประหยัดเชื้อเพลิง, การตัดแต่งกิ่งลำไย, สบู่ดำ ความหวังของพืชพลังงาน, ผ้าอ้อมนาโนทางเลือกใหม่เพื่อโลกสีเขียวและปลูกผักในระบบไฮโดรโปรนิคส์

นอกจากนี้ยังมีการปฏิบัติให้เห็นจริง เช่น การปรับปรุงสภาพเมล็ดพันธุ์, การคัดคุณภาพส้ม ด้วยเครื่องคัดอัตโนมัติ, การสาธิตการผลิตลูกชิ้น, เบเกอรี่, ไวน์ และการสาธิตใช้เครื่องจักรกล เช่น เครื่องทำหญ้าแห้ง, เครื่องคั้นน้ำส้มอัตโนมัติ, เครื่องอบถุงมือยาง เป็นต้น

อธิการบดีมหาวิทยาลัยแม่โจ้ กล่าวอีกว่า...เกษตร ก็คือ อาหาร การเกษตรประยุกต์ในวันนี้ ทำให้รู้ว่า ผลิตแล้วจะเก็บอย่างไร วิธีลดการสูญเสีย ยืดอายุ แปรรูปอาหาร และ ขายอย่างไรถึงจะได้ราคาที่ดี ส่วนในเรื่องการ จัดการขยะชุมชน การลดขยะจากการใช้ผ้าอ้อมสำเร็จรูป การทำธุรกิจที่คำนึงถึงชุมชน และ การหาพลังงานทางเลือก



โดยทุกขั้นตอนมีวิทยากรบรรยายให้ความรู้ ซึ่งทางคณาจารย์ และนิสิต นักศึกษา พร้อมตั้งใจให้บริการวิชาการแก่สังคมด้วยตระหนักดีว่า...เจ้าของมหาวิทยาลัย คือ ประชาชนผู้เสียภาษี

ในงานฉลอง 75 ปี มหาวิทยาลัยแม่โจ้ ยังมีกิจกรรมเพิ่มเติมอีกมากมาย เช่น การเชิญ สักการะพระบรมสารีริกธาตุ จากประเทศศรีลังกา การเรียนรู้ไส้เดือนดินกำจัดขยะอินทรีย์ การจำหน่ายพันธุ์ ลูกปลาบึกที่เพาะพันธุ์ครั้งแรกในโลก และชม พ่อแม่พันธุ์ที่ยาวกว่า 3 เมตร การประชุมเสวนาการ บริการวิชาการ แจกฟรี เมล็ดถั่วลิสง ที่ใช้ เวลาพัฒนาสายพันธุ์ มากว่า 20 ปี การ ประกวดทั้งพืชและสัตว์ มหกรรมความบันเทิงตอนกลางคืนตลอด 7 วัน

โดยจัดขึ้นวันที่ 4-10 ธันวาคม 51 สอบถามรายละเอียดที่ 0-5387-3397-9 หรือคลิกดูกิจกรรมได้ www.75years.mju.ac.th

ที่สำคัญผู้ที่เข้ามากอบโกยความรู้จากแม่ (โจ้) แล้ว....อย่าลืมในบุญคุณ 6 ธันวาฯ อกแม่ยังอ้ารับ...!!

ไชยรัตน์ ส้มฉุน
ลดปัญหาภัยแล้งและท่วม ชลประทานพยากรณ์น้ำ ล่วงหน้า
Update: ././. .:.:. - Views: 47726 | Ans: 0
จาก: http://www.thairath.co.th/news.php?section=agriculture&content=113824

นายวีระ วงศ์แสงนาค รองอธิบดีกรมชลประทาน เผยว่า กรม ชลประทานร่วมกับสถาบันเทคโนโลยีแห่งเอเชียและมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ประสบผลสำเร็จในการพัฒนาระบบพยากรณ์น้ำท่วมและบริหารจัดการน้ำลุ่มน้ำเจ้าพระยา-ท่าจีน ซึ่งจะทำให้คาดการณ์สถานการณ์ น้ำครอบคลุมพื้นที่ประมาณ 33,200 ตารางกิโลเมตร ในเขต 22 จังหวัด ทั้งอยู่ในพื้นที่ลุ่มน้ำเจ้าพระยาและลุ่มน้ำท่าจีนได้ ล่วงหน้า 3-7 วัน ซึ่งเพียงพอที่จะเตรียมการป้องกันและแจ้งเตือนประชาชนได้รับทราบ

รองอธิบดีกรมชลประทานกล่าวอีกว่า การบรรเทาปัญหาอุทกภัยต้องดำเนินการหลายๆด้าน และเทคโนโลยีที่สำคัญอย่างหนึ่ง ซึ่งจะสามารถบรรเทาปัญหาอุทกภัยได้ คือ ระบบที่สามารถพยากรณ์การไหลของน้ำ และคาดการณ์หากเกิดน้ำท่วม โดยใช้แบบจำลองทางคณิตศาสตร์เป็นเครื่องมือช่วยในการเตือนภัยที่จะเกิดขึ้นและ เตรียมการเพื่อช่วยในการลดความเสียหาย รวมทั้งใช้เป็นเครื่องมือในการบริหารจัดการน้ำได้เป็นอย่างดี

“สำหรับแบบจำลองทางคณิตศาสตร์ ที่ได้รับการพัฒนาเพื่อมาใช้พยากรณ์น้ำท่วมและบริหารจัดการน้ำลุ่มน้ำเจ้าพระยา-ท่าจีน จะนำมาใช้ตั้งแต่ฤดูฝนในปี 2552 เป็นต้นไป ซึ่งจะทำให้ข้อมูลการตรวจวัด ปริมาณน้ำของกรมชลประทานมีประสิทธิภาพมากขึ้น และช่วยบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนที่ประสบอุทกภัยได้ยังจะนำระบบ พยากรณ์น้ำท่วมและบริหารจัดการน้ำลุ่มน้ำเจ้าพระยา-ท่าจีน ดังกล่าว ไปพัฒนาประยุกต์ใช้ในลุ่มน้ำชีและลุ่มน้ำมูลได้อย่างมีประสิทธิภาพและมีความถูกต้อง” นายวีระกล่าว.
ชิวาวา...สุนัขพันธุ์จิ๋ว สัตว์เลี้ยงอารมณ์ดี..ขี้งอน
Update: ././. .:.:. - Views: 1894 | Ans: 0
จาก: http://www.thairath.co.th/news.php?section=agriculture&content=114438

“เล็กๆ...สเปกที่เราชอบ....”

อ๊ะ...อ๊ะ.....อย่าพึ่งคิดมากและตีความหมายเป็น อย่างอื่น เราหมายถึง “น้องหมา” สายพันธุ์ “ชิวาวา” หรือที่เรารู้จักมักคุ้นว่า “หมากระเป๋า” ที่หลายคนตกหลุมรักมันต่างหากล่ะ!...

...“ชิวาวา” มีต้นกำเนิดอยู่ที่ในประเทศเม็กซิโก เกิดจากการผสมข้ามสายพันธุ์ระหว่าง Techichi กับสุนัขตัวเล็กที่ไร้ขนมาจากเอเชีย ซึ่งชาวเม็กซิกันนิยม เลี้ยงสีดำแต้มด้วยสีแทน หรือสีขาวจุดดำ ส่วนชาวอเมริกัน นิยมสีพื้นไม่มีแต้มและนิยมเลี้ยงขนสั้นมากกว่าขนยาว...

ทั้งนี้ สถานะของ “เจ้าตัวจิ๋ว” ในยุคของ Toltecs และ Aztec ในช่วงราว ค.ศ. 1519-1520 ไม่ได้เป็นแค่เพียง สุนัขที่ผู้คนนิยมเลี้ยง แต่ยังมีบทบาทความสำคัญทางศาสนา โดย พวกมันถูกใช้เป็นสื่อกลางในการบูชาเทพเจ้า ใช้เป็นผู้นำทางวิญญาณ ไปสู่โลกแห่งความตาย รวมทั้งรับบาปแทนมนุษย์ ด้วยเหตุนี้ นักโบราณคดีจึงได้เห็นซาก “ชิวาวา” ถูกฝังอยู่ในหลุมศพเดียวกับคนอยู่ทั่วไป ในเม็กซิโกและบางส่วนของสหรัฐอเมริกา

คุณวรุทัย แก้วกำแพง เจ้าของฟาร์มชิวาวา T-CUP SWEET HOME บอกกับ “หลายชีวิต” เกี่ยวกับการดูลักษณะสายพันธุ์ที่ได้มาตรฐานว่า หัวกะโหลกกลม มีโดมสูงเล็กน้อยคล้ายผลแอปเปิ้ล หน้าตา ดูทะเล้น หู ใหญ่ ชี้ตั้ง เอียงออกด้านข้าง 45 องศา ตา กลมโตไม่ปูดโปน แวววาว สีเข้ม

จมูก จะเป็นไปตามสีขน ปาก สั้นชี้ตรงมาข้างหน้า คอ โค้งเล็กน้อย แนว หลังตรง หาง ยาวพอสมควร และต้องไม่ตกลงไปจุกก้น ลำตัว มีความยาวมากกว่าความสูงเล็กน้อย เท้าเล็ก อุ้งเท้าหนานุ่ม นิ้วแยกจากกันชัดเจนแต่ไม่กางออก ท่วงท่าการเดินต้องเดินเตะเหมือนม้าวิ่งเหยาะๆ คล่องแคล่ว

นิสัย ปราดเปรียว กระโดดโลดเต้น ชื่นชอบการ ออกกำลังกาย เพศผู้ อายุจะ เริ่มเป็นสัดเร็วกว่าเพศเมีย หลังผ่านช่วงเวลาจับคู่ “กิ๊บกิ๊ว” กันแล้วจะตกลูกเต็มที่ 1-3 ตัว น้ำหนักแรกเกิดโดย เฉลี่ย 1 ขีด ไม่เกิน 2 ขีด เมื่อโตเต็มวัยอยู่ที่ราว 1.8-2.7 กิโลกรัม ส่วนอายุโดยเฉลี่ยของมันอยู่ที่ 15 ปี

อุแม้เจ้า...แค่นี้เองรึ...แล้วทำไมหลายๆคนถึงตกหลุมรักมัน!....

นายณรงค์กรณ์ ราชวิริยารักษ์ ซึ่งอยู่ที่ 895/27-28 จุฬาลงกรณ์ ซอย 5 แขวงวังใหม่ เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ บอกให้ฟังว่าชอบสายพันธุ์นี้ เพราะมีขนาดเล็ก โดยธรรมชาติรักเจ้าของ ส่วนนิสัยจะเป็นอย่างไรนั้นขึ้นอยู่กับเจ้าของ ถ้าเรารู้จักเอาใจที่จะสอน ค่อยๆฝึก อย่าดุมาก เพราะจะทำให้กลายเป็นหมาที่ก้าวร้าว รนราน และ อิคิว (หมายถึง ชื่อน้องหมา) เข้ามาเป็นสมาชิกของครอบครัวตั้งแต่อายุได้ 2 เดือน ช่วงแรกต้องประคบประหงมมาก ดูแลเขาเหมือนลูก...

ในเรื่องอาหาร หลายคนที่รักหมามักจะให้อาหาร ที่คนกิน ซึ่ง นั่นเป็นการทำร้ายทางอ้อม เพราะจะมีผลต่อลำไส้ ช่วงอายุสั้นลง ที่เหมาะสม ควรเป็นอาหารของสุนัขโดยเฉพาะ หมั่นพาออกกำลังกายอย่างน้อยสัปดาห์ละ 2-3 ครั้ง จะช่วยทำให้สุขภาพร่างกายแข็งแรง และจิตใจดี

ซึ่งนิสัย อารมณ์ “อิคิว” จะเหมือนเด็ก มีงอนคือนั่งนิ่งอยู่กับที่แอบใช้สายตาชำเลือง ต้องการให้เราง้อ ขี้เล่น ประจบเอาใจเก่ง และยิ่งเวลาที่ต้องการไปเที่ยวหรืออยากได้ของสักชิ้น ด้วยธรรมชาติเป็นทุนเดิมในเรื่องขี้ประจบ เวลาต้องการอะไรจะคลานเข้าหา ใช้เท้าหน้า สะกิด ซึ่งไม่เคยสอนแต่มันเป็นธรรมชาติในสุนัขตัวนั้นๆ

ในบางวันที่เหนื่อยเคลียด พอเขามาเล่นคลอเคลีย มันทำให้หายเหนื่อยเป็นปลิดทิ้ง นั่นเป็นเพราะเราเปิดใจ ให้เขาอย่างแท้จริง แล้วคุณละก่อนเปิดกระเป๋าควักเงินซื้อ ชีวิตเขามา ขอให้ถามตัวเองก่อนว่า คุณ!...เปิดใจแล้วหรือยัง

และ...นี่เป็นอีกคำตอบหนึ่งจากผู้เข้าร่วมสนุกที่บริษัท เดอะมอลล์ กรุ๊ป ร่วมกับ T-CUP SWEET HOME จัดกิจกรรมรวมพลคนรักสุนัข ด้วยการพาน้องหมาดูหนังที่ศูนย์การค้าเดอะมอลล์ งามวงศ์วาน...

...คิดเองแล้วกันว่าบรรยากาศเป็นอย่างไร... คน หรือ สุนัขจะสนุกสนาน...!!!

เพ็ญพิชญา เตียว
ธรรมชาติสมดุลในสวนปาล์ม เอาน้ำเสียผสมขี้หมูป่าแทนปุ๋ย
Update: ././. .:.:. - Views: 2930 | Ans: 0
จาก: http://www.thairath.co.th/news.php?section=agriculture&content=114558

เศรษฐกิจพอเพียง...คือ ความพอประมาณ ความมีเหตุผล อันจะเป็น ภูมิคุ้มกันในตัว ซึ่งเป็นวิถีทางให้คนทุกเพศวัย ทุกระดับสาขาวิชาชีพสามารถยึดเป็นแนวปฏิบัติ...!!!

และ.....ท่ามกลางวิกฤติของสังคมและเศรษฐกิจ แม้จะอยู่ท่ามกลางสภาวะราคาพืชผลที่ขึ้นๆลงๆไม่มีความแน่นอนนี้ หากรู้จักนำปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้...ก็สามารถพาครอบครัว ดำรงชีวิตอยู่ได้อย่างมีความสุข

...ลุงบัวไล แสนอุบล วัย 51 ปี จบการศึกษาเพียงแค่ ป.4 หันเหชีวิตจากภูมิลำเนาจังหวัดสกลนคร ถิ่นอีสานเหนือ มาใช้ชีวิตเป็นชาวสวนปาล์มที่ตำบลคลองยา อำเภออ่าวลึก กระบี่ ซึ่งถือเป็นเกษตรกรรายหนึ่งที่ ประสบความสำเร็จตามวิถีชีวิตเศรษฐกิจพอเพียง เล่าถึงความเป็นมาว่า....

...เมื่อปี 2527 เริ่มจากการเป็นสมาชิกสหกรณ์การเกษตรเพื่อลงทุนในการทำสวนปาล์มมูลค่า 1.4 แสนบาทต่อแปลง (แปลงละ 25 ไร่) ล้มลุกคลุกคลานกับการเก็บเกี่ยวผลผลิตและราคาผลปาล์มที่ขึ้นๆลงๆ แต่ก็ไม่เคยทำให้หมดหวัง

โดยบอกถึงปรัชญาในการทำงานและอยู่ในสังคมว่า “...การที่จะประกอบกิจการใดๆ ให้เจริญเป็นผลดีนั้น ย่อมต้องมีความอุตสาหะ พากเพียร ความซื่อสัตย์ สุจริต อดทน อดกลั้น เป็นรากฐานสำคัญ อีกที่ขาดไม่ได้คือ ต้องมีจิตเมตตากรุณาไม่เบียดเบียนผู้อื่น พร้อมที่จะบำเพ็ญประโยชน์ให้เกิดแก่ส่วนรวมตามโอกาสอีกด้วย”

...เมื่อปี 2537 ลุงบัวไล...จึงปิ๊งไอเดียแล้วนำ หมูป่ามาเลี้ยงในสวนปาล์ม ด้วย ความคิดในการเลียนแบบธรรมชาติว่ามันสามารถอยู่ในสวนปาล์มได้อย่าง มีความสุขเหมือนอยู่ในป่า เพราะหมูป่าชอบอยู่กันเป็นฝูงและชอบอยู่ในที่โล่ง อาหารก็สามารถหาได้เองตามธรรมชาติ ไม่ว่าจะเป็นผลปาล์มร่วง หญ้าในสวน ผักตบชวา ต้นกล้วย

...ขณะเดียวกัน หมูป่ายังช่วยรักษาความสมดุลทางธรรมชาติ ความสมบูรณ์ของดิน พรวนดินให้มีความร่วนอยู่เสมอ เกิดความอุดมสมบูรณ์ ให้กับต้นปาล์มโดยไม่ต้องใส่ปุ๋ย เป็นความประหยัดและพอเพียงที่แทบไม่ต้องลงทุน จากหมูป่าที่ลงทุนเพียง 10 ตัว ปัจจุบันเพิ่มประชากร กว่า 50 ตัว ต่อ มาปี 2549 มีการสร้างโรงงานสกัดผลปาล์มมาตั้งอยู่ในละแวกไม่ไกลจากสวนปาล์ม ภายหลังมีการถ่ายเทน้ำเสียออกมาไม่น้อย ตอนนั้นเกิดวิตกเช่นกันเลยส่งตัวอย่างน้ำให้ เจ้าหน้าที่ผู้ชำนาญนำไปวิเคราะห์

....เมื่อรู้ผลว่าไม่กระทบและไม่มีความเสี่ยงต่อต้นปาล์ม...เลยนำวิกฤติ มาแปรสภาพเป็นโอกาส บวกกับความกล้าคิด กล้าทำ กล้าเสี่ยง จึงต่อท่อน้ำเสียจากบ่อพักน้ำเสียจากโรงงานสูบฉีดเข้าไปยัง สวนปาล์มผสมผสาน กับ ขี้หมูป่า ที่เลี้ยงตามธรรมชาติ....แทนการใช้ปุ๋ยยี่ห้อดัง

ทำไปสักระยะก็เห็นผลผลิตเพิ่มขึ้นทุกปี ผลปาล์มดกให้น้ำหนักดี จากเดิมต่อแปลง 25 ไร่ ให้ผลผลิต 2-3 ตันต่อปี แต่เมื่อใช้น้ำเสียและมูลหมูป่าให้ผลผลิตเพิ่มเป็นเท่าตัว 5 ตันต่อปี ทำให้รายได้ ก็เพิ่มเป็นเท่าตัว ที่สำคัญคือ ไม่ต้องควักกระเป๋าซื้อปุ๋ย...ได้ประโยชน์เกินคุ้ม

เมื่อต้นเดือนกันยายน 2551 ที่ผ่านมา นายชรินทร์ แกล้วทนงค์ ผู้อำนวยการศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย (กศน.) อ.อ่าวลึก จ.กระบี่ ได้ประกาศยกย่องให้ สวน ปาล์มของลุงบัวไลเป็นศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียง ต.คลองยา ด้านการเลี้ยงหมูป่าและการใช้น้ำเสียจากโรงงาน แทนการใช้ปุ๋ยในสวนปาล์ม

ปัจจุบัน....เนื้อที่ 62 ไร่ ของ สวนปาล์มของลุงบัวไล ได้ เป็นต้นแบบให้กับครอบครัวและชุมชนในละแวกใกล้เคียง ได้เข้ามาเก็บเกี่ยวความรู้ และเป็นเวทีให้ชาวบ้านเข้ามาร่วมแลกเปลี่ยนข้อมูลและเรียนรู้ระบบการดำเนิน งาน ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง

ซึ่งได้ขยายฐานไปยังชุมชนต่างๆทั้งใกล้และไกล รวมถึงต่างชาติ อย่าง ประเทศเยอรมนี ก็เคยมาลงพื้นที่เพื่อเรียนรู้ความลงตัวที่สมดุลกับวิถีชีวิตเศรษฐกิจพอเพียง...

...หากชาวสวนปาล์มสนใจจะแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ....แวะหา บัวไล ได้ที่ 6/3 บ้านหมู่ 1 ตำบลคลองยา...หรือกริ๊งกร๊าง 0-7563-4582 ในเวลาที่เหมาะสม.

รัตนา เตชะเสาวภาคย์
ปลูกมันสำปะหลังอย่างไร จึงจะได้ผลผลิตสูงสุด
Update: ././. .:.:. - Views: 8462 | Ans: 0
ข้อมูลจาก: http://www.dailynews.co.th/web/html/popup_news/Default.aspx?Newsid=162916&NewsType=1&Template=1

ราคา มันสำปะหลังสูงขึ้นเป็นประวัติการณ์อย่างไม่เคยมีมาก่อน จึงจูงใจให้เกษตรกรหันมาปลูกมันสำปะหลังกันมากขึ้น และเพื่อป้องกันมิให้มีการหักร้างถางป่าเพื่อเพิ่มพื้นที่การปลูกมัน สำปะหลัง ศูนย์วิจัยพืชไร่ระยอง จึงได้แนะนำ หลักในการเพิ่มผลผลิตมันสำปะหลัง ดังนี้
 
1. การปรับปรุงดินให้เหมาะสมต่อการผลิตมันสำปะหลัง หลักสำคัญก็คือการเพิ่มอินทรียวัตถุให้กับดินเป็นการสร้างให้ดินมีความ สามารถในการอุ้มน้ำได้ดีและการเพิ่มธาตุอาหารหลักให้กับดิน ได้แก่ การใช้ปุ๋ยอินทรีย์จากมูลสัตว์หรือเปลือกมันจากโรงงานแป้งหรือปุ๋ยพืชสดจาก ปอเทืองและถั่วพร้าปลูกแล้วไถกลบ ในกรณีที่ดินถูกใช้งานมาเป็นเวลานาน ทำให้เกิดชั้นดินดานใต้ดิน ทำให้ระบายน้ำลงใต้ดินได้ยากในฤดูฝน เกิดปัญหาหัวเน่าจากน้ำท่วมขัง ในช่วงฤดูแล้งมันสำปะหลังไม่สามารถใช้น้ำใต้ดินได้ ทำให้เกิดการชะงักการเจริญเติบโต ดังนั้น ควรไถระเบิดชั้นดินดาน หรือ ใช้หญ้าแฝกปลูกประมาณ 1-2 ปี เพราะหญ้าแฝกมีระบบรากลึกถึง 3 เมตร สามารถทำลายชั้นดินดานได้ อีกทั้งเพิ่มปริมาณอินทรียวัตถุให้กับดินด้วย
  
2. การเลือกฤดูปลูก หลักสำคัญก็คือควรจัดวันปลูกเพื่อให้ช่วงอายุ 3-12 เดือนของมันสำปะหลังได้รับน้ำฝนมากที่สุด เพราะผลผลิตขึ้นอยู่กับปริมาณน้ำฝนในช่วงอายุดังกล่าว โดยในช่วงแรกระยะตั้งแต่ 1-3 เดือนหลังปลูก มันสำปะหลังต้องการน้ำน้อยเพื่อการเจริญเติบโต ดังนั้น เมื่อคำนวณแล้ว พบว่า การปลูกมันสำปะหลังแบบอาศัยน้ำฝนจะให้ผลผลิตสูงสุดเมื่อปลูกในช่วงฤดูร้อน (กุมภาพันธ์-มีนาคม) รองลงมา คือ ต้นฤดูฝน (เมษายน-พฤษภาคม) และปลายฤดูฝน (ตุลาคม-พฤศจิกายน) แต่การปลูกในช่วงฤดูร้อนและปลายฤดูฝนมีข้อจำกัดของปริมาณน้ำฝนค่อนข้างน้อย มีผลต่อการงอกของท่อนพันธุ์
 
3. การเลือกพันธุ์มันสำปะหลัง ดินที่ใช้ปลูกมันสำปะหลังโดยทั่วไปแบ่งออกเป็น 2 ชนิด คือ ดินร่วนเหนียวถือได้ว่าเป็นดินดี ดินชนิดนี้สามารถนำไปปั้นเป็นลูกกระสุนได้ และดินร่วนทรายถือได้ว่าเป็นดินปานกลางถึงเลว ดินชนิดนี้ไม่สามารถนำไปปั้นเป็นลูกกระสุนได้ เนื่องจากดินแตกง่ายไม่เกาะติดกัน โดยดินร่วนเหนียว ควรปลูก พันธุ์ระยอง 5 และระยอง 72 ส่วนดินร่วนทรายควรปลูกพันธุ์เกษตรศาสตร์ 50 ระยอง 90 ห้วยบง 60 และระยอง 9 เนื่องจากทั้ง 4 พันธุ์ เมื่อนำไปปลูกในดินร่วนเหนียวจะเจริญเติบโตในส่วนของ  ลำต้นที่อยู่เหนือดินมากกว่าลงหัว หรือที่ชาวบ้าน  เรียกกันว่าขึ้นต้นหรือบ้าต้นเกินไป ส่วนพันธุ์ระยอง    7 นั้นเหมาะทั้งดินร่วนเหนียวและดินร่วนทรายที่มีความชื้นของดินดีตลอดช่วงของ การเจริญเติบโต แต่ไม่เหมาะกับสภาพดินที่แห้งแล้ง  
 
4. การเตรียมดินให้ลึก หลักสำคัญก็คือ ต้องไถดะครั้งแรกให้ลึกที่สุดด้วยผาล 3 หรือ ผาล 4 เท่านั้น ควรไถดะในขณะที่ดินมีความชื้นพอเหมาะ ห้ามไถดะด้วยผาล 7 เพราะจะไถได้ไม่ลึกการ ไถดะให้ลึกจะเพิ่มความสามารถในการเก็บกักความชื้นของดินได้มากขึ้นและมัน สำปะหลัง  ลงหัวได้ง่าย จากนั้น ตากหน้าดินเพื่อให้วัชพืชตาย ถ้าเป็นดินร่วนเหนียวควรไถแปรครั้งที่สองเพื่อย่อยดินด้วยผาล 7 และตามด้วยการยกร่องพร้อมปลูก ส่วนดินร่วนทรายไม่จำเป็นต้องไถแปรครั้งที่สองด้วยผาล 7 สามารถยกร่องพร้อมปลูกได้เลย ในกรณีที่ เกษตรกรสามารถหาปุ๋ยอินทรีย์หรือปุ๋ยหมักได้ควร หว่านก่อนไถดะ ปุ๋ยหมักที่ใช้ได้ผลดี คือ ปุ๋ยหมักมูลไก่ 500-1,000 กิโลกรัมต่อไร่ หรือ วัสดุอินทรีย์จากกากมันที่เหลือจากโรงงานแป้ง 2 ตันต่อไร่
 
5. การปลูกที่ถูกต้อง หลักสำคัญก็คือ ต้นพันธุ์ที่ใช้ปลูกควรมีอายุ 10-12 เดือน จะให้ความงอกดีที่สุด โดยเลือกต้นพันธุ์ที่แข็งแรง มีตาถี่ ขนาดโตพอสมควร ต้องตัดท่อนปลูกด้วยมีดที่คม เพื่อมิให้ท่อนปลูกช้ำ ยาวไม่ต่ำกว่า 20 เซนติเมตร ปลูกปักตรงให้ลึก 2 ใน 3 ของความยาวท่อนปลูก ในดินร่วนเหนียว ควรใช้ระยะแถวกว้าง 1.20 เมตร ระยะปลูกตั้งแต่ 0.50-1.00 เมตร และในดินร่วนทราย ควรใช้ระยะแถวแคบ 0.80 เมตร ระยะปลูกตั้งแต่ 0.50-0.80 เมตร
 
6. การกำจัดวัชพืช หลักสำคัญก็คือ มันสำปะหลังใช้เวลาประมาณ 3 เดือนหลังจากปลูก เพื่อสร้างพุ่มใบให้คลุมพื้นที่ระหว่างร่องทั้งหมด ดังนั้น ภายในช่วง 3 เดือนแรกถือว่าเป็นช่วงวิกฤติของมันสำปะหลัง ต้องดูแลรักษาให้มันสำปะหลังปลอดวัชพืช ถ้าปล่อยให้วัชพืชแข่งขันกับมันสำปะหลัง มันสำปะหลังจะแคระแกร็น มีผลให้ผลผลิตลดลงมาก การกำจัดวัชพืชสามารถเลือกทำแบบผสมผสาน โดยใช้จอบถาง รถไถเดินตามแถก ระหว่างร่อง ใช้สารเคมีประเภทคลุมก่อนวัชพืชงอกหรือสารเคมีฆ่าหลังวัชพืชงอก สารเคมีประเภทคลุมใช้ได้ผลเฉพาะการปลูกต้นฤดูฝนเท่านั้น ห้ามใช้ไกลโฟเสทในขณะที่มันสำปะหลังต้นเล็กอยู่ เพราะมีผลทำให้ชะงักการเจริญเติบโต
 
7. การใส่ปุ๋ยเคมี ควรเลือกใช้ปุ๋ยเคมีอัตราส่วน  2 : 1 : 2  ปุ๋ยเคมีที่แนะนำ คือ 15-7-18 หรือ 15-15-15 อัตรา 50 กิโลกรัมต่อไร่ โดยใส่ปุ๋ย 2 ข้างลำต้นรัศมีพุ่มใบแล้วกลบ ใส่ปุ๋ยครั้งเดียวเมื่ออายุ 1 เดือนหลังจากปลูก และต้องใส่ปุ๋ยเคมีในขณะที่ดินมีความชื้นและต้องกลบปุ๋ยด้วย ถ้าไม่กลบปุ๋ยอาจสูญเสียปุ๋ยมากเกิน 50 เปอร์เซ็นต์ สำหรับการเก็บเกี่ยวควรเลือกเก็บเกี่ยวมันสำปะหลังในช่วงที่เหมาะสมตั้งแต่ อายุ 10-18 เดือน ควรงดเว้นการเก็บเกี่ยว มันสำปะหลังในช่วงฝนแรก คือ ตั้งแต่เดือนเมษายนถึงมิถุนายน เนื่องจากมันสำปะหลังแตกใบอ่อน จะให้เปอร์เซ็นต์ แป้งต่ำ
 
8. การให้น้ำมันสำปะหลัง ควรให้น้ำในช่วงฤดูแล้งเพื่อจะช่วยให้มันสำปะหลังมีการเจริญเติบโตอย่างต่อ เนื่องหรือทำให้ใบร่วงน้อยที่สุด มีผลทำให้ผลผลิตเพิ่มขึ้นแต่ละเดือนอย่างก้าวกระโดด ดังนั้น การปลูกมันสำปะหลังเพื่อให้ได้ผลผลิตสูงสุด ต้องปลูกในช่วงต้นฤดูฝน คือ ตั้งแต่เดือนมีนาคมถึงเมษายน มีการให้น้ำในช่วง สองเดือนแรกของการเจริญเติบโตตามความจำเป็น และให้น้ำเต็มที่ในช่วงฤดูแล้ง 5 เดือน ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายนถึงมีนาคม เก็บเกี่ยวที่อายุ 12 เดือน ผลผลิตจะเพิ่มขึ้นอีกหนึ่งเท่าตัว         
 
รายละเอียดสอบถามได้ที่สถาบันวิจัยพืชไร่ กรมวิชาการเกษตร โทร. 0-2579-0603 และ 0-2940-5492 และศูนย์วิจัยพืชไร่ระยอง  0-3868-1515 ทุกวันในเวลาราชการ.

นวลศรี โชตินันทน์
ขายถุงดำเพาะชำ และพลาสติกคลุมแปลง
Update: ././. .:.:. - Views: 422 | Ans: 0
รับผลิตพลาสติกทุกชนิด  ถุงดำเพาะชำ  ถาดหลุมเพาะเมล็ด  พลาสติกกรีนเฮาส์  พลาสติกอบพืชทำให้  ออกรากเร็ว  พลาสติกแผ่น  
พลาสติกม้วน พลาสติกปูเทคอนกรีต  มีทั้งเกรดหลอมรีไซเคิลราคาถูก   
เกรดผสมเม็ดใหม่บวกรีไซเคิล 
 และเม็ดพลาสติกใหม่ล้วน   และรับผลิตตามลูกค้าสั่ง  ถ้าท่านสนใจกรุณาสอบถามรายละเอียดได้ที่ 081-903-2563 www.maidokklong15.com
ท่องเที่ยวโครงการหลวง จ.เชียงราย
Update: ././. .:.:. - Views: 1740 | Ans: 0
จาก: http://www.chiangraifocus.com/travelroute_crRoyalproject.php

ศูนย์พัฒนาโครงการหลวง หรือ ที่เราเรียกกันว่า "โครงการหลวง" เริ่มต้นจากโครงการหลวงดอยอ่างขางเป็นแห่งแรก ตามแนวพระราชดำริของในหลวง ว่า "ให้ช่วยเขา ช่วยตัวเอง"
จนมาในปัจจุบัน โครงการหลวงทั้งหมด กระจายอยู่ใน 5 จังหวัดของภาคเหนือ อันได้แก่ เชียงใหม่ ,เชียงราย ,แม่ฮ่องสอน ,พะเยา และ ลำพูน โดยมีอยู่ทั้งสิ้น 36 โครงการ สำหรับ จ.เชียงราย มีโครงการหลวงทั้งหมด 6 โครงการ ดังนี้
ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงห้วยน้ำริน


ราษฎร ในพื้นที่ส่วนใหญ่มีอาชีพเกษตรกรรม ปลูกข้าวไร่ ข้าวโพด และฝิ่น แต่ขาดความรู้และความเข้าใจในเรื่องการเกษตร นอกจากมีการบุกรุกผืนป่าเพื่อทำไร่เลื่อนลอยแล้ว ยังไม่รู้จักการดูแลรักษาแหล่งน้ำอันเป็นทรัพยากรสำคัญ จึงก่อให้เกิดปัญหาตามมาทุกปี กระทั่งปี พ.ศ. 2525 ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงห้วยน้ำรินจึงได้ถูกจัดขึ้นในพื้นที่ 50 ไร่ ครอบคลุม 4 หมู่บ้าน ประชากรมีชาวเขาเผ่ามูเซอ และคนพื้นเมืองอาศัยอยู่ โดยจัดหาแนวทางการทำมาหากินให้กับชาวบ้านทดแทนการปลูกฝิ่น อาทิ พืชไร่ ผัก ผลไม้เมืองหนาว ที่ให้ผลคุ้มค่ากว่า ซึ่งเมื่อปฏิบัติตามแนวทางโครงการหลวง ชาวบ้านจึงมีความเป็นอยู่ดีขึ้นเช่นทุกวันนี้
ลักษณะพื้นที่

ส่วนใหญ่เป็นภูเขาชันประมาณ 95 % มีความสูงจากระดับน้ำทะเลปานกลาง 700-1,000 เมตร มีแหล่งน้ำขนาดเล็ก คือ ลำห้วยน้ำริน ลำห้วยแม่โถน้อย ลำห้วยสาขาของแม่โถไหลจากทิศเหนือไปทิศใต้ลงไปสู่แม่น้ำลาวเรื่อยลงสู่แม่น้ำโขง มีพื้นที่รับผิดชอบ 19.03 ตารางกิโลเมตร หรือ 11,890.90 ไร่ จำนวน 6 หมู่บ้าน คือ หมู่ที่ 8 บ้านเมืองน้อย บ้านห้วยน้าริน บ้านดอยมด และหมู่ที่ 10 บ้านดอยม่วง บ้านแสนเจริญ บ้านแม่ขะต๋าน มี 287 ครัวเรือน ประชากร 1,345 คน ประกอบด้วยชาวเขาเผ่ามูเซอ กะเหรี่ยง และคนเมือง

ลักษณะภูมิอากาศ

มีอุณหภูมิเฉลี่ย 20.5 องศาเซลเซียส และมีปริมาณน้ำฝนเฉลี่ย 1,400 มิลลิเมตรต่อปี

วัฒนธรรมประเพณีและภูมิปัญญาท้องถิ่น

ชมวัฒนธรรมของชนเผ่า ประเพณีปี๋ใหม่ของชนเผ่ามูเซอ พิธีการเลี้ยงชา พิธีเลี้ยงขวัญใต้เตียน การตำข้าวโดยใช้ครกกระเดื่อง งานศิลปวัฒนธรรมการทอผ้ากี่เอวแบบกระเหรี่ยง ของกลุ่มแม่บ้านขะต๋าน การผลิตไม้กวาดดอกหญ้าของกลุ่มแม่บ้านเมืองน้อย แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ

แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่อยู่ใกล้เคียง

อาทิ บ่อน้ำร้อนธรรมชาติแม่ขะจาน น้ำตกเมืองน้อยซึ่งมีสายน้ำไหลลัดเลาะผ่านหน้าผาสูงชันประมาณ 10 เมตร ตกลงสู่แผ่นหิน เกิดละอองน้ำปลิวอยู่ตลอดเวลา จากน้ำตกแห่งนี้สามารถเดินลัดเลาะสู่น้ำตกห้วยม่วง ซึ่งเป็นเส้นทางธรรมชาติที่สวยงาม บริเวณโดยรอบเป็นป่าดงดิบธรรมชาติ

กิจกรรมท่องเที่ยว

- ชมแปลงวิจัยเกษตรภายในศูนย์ อาทิ เฟิร์นหนัง เฟิร์นเขากวาง สาวรส บ๊วย (ออกดอกช่วงเดือนธันวาคม ออกผลประมาณเดือนมีนาคม-เมษายน)
- ชมแปลงเกษตรชาวบ้าน อาทิ แปลงตุ่มเงินตุ่มทอง แปลงสตอเบอรี่ (ออกผลช่วงเดือนพฤศจิกายน-กุมภาพันธ์)
- เที่ยวปีใหม่มูเซอ ช่วงประมาณเดือนกุมภาพันธ์ของทุกปี - พิธีเรียกขวัญ หรือใต้เตียน เป็นพิธีทำบุญของสมาชิกในหมู่บ้าน (เลือกวันได้ตามความสะดวก)
- พิธีเลี้ยงชา ช่วงประมาณเดือนมกราคม-กุมภาพันธ์
- ชมหัตถกรรมของชาวเขา อาทิ การตำข้าว การทอผ้า การทำเครื่องเงินแบบกรรมวิธีโบราณ ฯลฯ

ของฝาก

- ผ้าทอกี่เอวแบบกะเหรี่ยง
- เครื่องเงินโบราณ
- มีดแบบมูเซอ
- ไม้กวาดดอกหญ้า

ที่พักและสิ่งอำนวยความสะดวก

1. เรือนพักรับรองของศูนย์พัฒนาโครงการหลวงห้วยน้ำริน สามารถพักได้ คน อัตราค่าที่พัก 50 บาท/ คน /คืน
2. ที่พักแบบ Home Stay สัมผัสชีวิตชนเผ่ามูเซอ บ้านห้วยน้ำริน อัตราค่าที่พัก 60 บาท/ คน/ คืน
3. เกสท์เฮ้าส์บ้านเมืองน้อย สามารถพัก ได้ 50 คน อัตราค่าที่พัก 100บาท/ คน /คืน
4. บริเวณจุดกางเต็นท์ ภายในบริเวณศูนย์ และสวนสน อัตราค่าที่พัก 50 บาท
5. เต็นท์บริการ ขนาด 2 คน ราคา 100 บาท/หลัง/คืน ถุงนอนราคา 20 บาท /หลัง/คืน
6. มีร้านอาหารบริการภายในศูนย์

การเดินทาง

ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงห้วยน้ำรินห่างจากตัวเมืองเชียงใหม่ 72 กิโลเมตร ใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 118 เส้นทางเชียงใหม่ – เชียงราย เลี้ยวขวาระหว่างหลัก กม.ที่ 63-64 ต่อไปอีก 9 กม. ถึงศูนย์ฯ ห้วยน้ำริน

หมายเหตุ ใช้รถยนต์ได้ทุกประเภท หรือใช้บริการรถยนต์รับจ้าง จุดจอด ณ คิดรถเวียงกาหลง บริเวณสี่แยกตลาดธานินทร์ ราคาค่าโดยสารประมาณคนละ 35 บาท หากติดต่อเหมาจากเชียงใหม่ถึงศูนย์ ราคาประมาณ 1,000 บาท

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงห้วยน้ำริน บ้านห้วยน้ำริน หมู่ 8 ตำบลแม่เจดีย์ใหม่ อำเภอเวียงป่าเป้า จังหวัดเชียงราย
โทร / แฟ็กซ์ 053-609586, 081-0306417
โฮมเพจ / เว็บไซต์ : http://www.doikham.com 
ราคาปุ๋ยยูเรีย ลดลงน่าตกใจ 
Update: ././. .:.:. - Views: 2946 | Ans: 0
ราคาปุ๋ยยูเรีย กำลังลดลงมามากๆ ไม่รู้ว่าจะลงมาถึงกระสอบละ 600 บาทรึปล่าว
ขายปุ๋ยอินทรียื ขี้ไก่อัดเม็ด คุณภาพสูง 100%
Update: ././. .:.:. - Views: 800 | Ans: 0
จำหน่ายปุ๋ยอินทรีย์ ขี้ไก่อัดเม็ดคุณภาพสูงจริงๆ ราคาถูก ขายโดยโรงงานตรง ไม่ผ่านนายหน้า ติดต่อและดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ http://pui-in-see.pantown.com หรือติดต่อ 081-6601290 
วีดีโอประสบการณ์ผู้ใช้ปุ๋ยเจริญอินทรีย์ภัณฑ์
Update: ././. .:.:. - Views: 1221 | Ans: 0
จากการเปิดตัวเป็นที่ยอมรับของเกษตรกรในภาคใต้ ทางบริษัทมาขานรับนโยบายส่งเสริมการใช้ปุ๋ยอินทรีย์ชีวภาพ ทดแทนปุ๋ยเคมีที่มีราคาแพงมากในปัจจุบันทางบริษัทจะพัฒนาสูตรปุ๋ยซึ่งผ่านการพิสูจน์ ครั้งแล้วครั้งเล่า จากสวนยาง นาข้าว และสวนผลไม้ต่างๆ จนเป็นที่ยอมรับของเกษตรกร ว่าได้ผลจริงและเพิ่มผลผลิตเป็นที่พอใจของเกษตรกร และคืนกำไรแก่สมาชิกในรูปของเงินปันผลที่ได้รับ แบบไม่มีจำกัด ดังนั้นจึงเป็นโอกาสที่ดีของท่านที่จะลองศึกษาข้อมูลเพื่อเป็นช่องทางทำรายได้ " ปุ๋ยดีรายได้เยี่ยม " จากด้านคุณภาพที่เป็นที่ยอมรับในกลุ่มเกษตรกร ทั้งสวนยาง ปาล์ม สวนผลไม้ พืชผัก เรายังได้รายได้ที่ไม่จำกัดจากการสั่งซื้อ และสมาชิกในกลุ่มสั่งซื้อการสั่งทุกๆ 1 ตัน มีส่วนลดค่าขนส่ง 500 บาทผลตอบแทนเมื่อแบบขายส่ง เมื่อสั่งครั้งแรกครบ 40 กระสอบแล้ว ท่านมีสิทธ์รับเงินปันผลรายวัน ทุกๆ 1 ตันของสมาชิกภายใต้องค์กรของท่านท่านยังได้รายได้จากการสั่งซื้อของท่านต่อครั้งดังนี้คือ
จำหน่ายโดย บริษัท เจริญโอสถ อินเตอร์เนลชั่นเนล เน็ตเวริค จำกัด เบอร์โทรติดต่อ 085-0715902 หรือ 042-340350 
คุณสิทธิพงษ์, รับสมัครตัวแทนจำหน่ายจำนวนมาก
วีดีโอประสบการณ์ผู้ใช้ปุ๋ย
http://www.tempfiles.net/download/200901/33650/ปุ๋ย.html

วีดีโอประสบการณ์ผู้ใช้ปุ๋ยเจริญอินทรีย์ภัณฑ์ - ชีวภาพ
Update: ././. .:.:. - Views: 25354 | Ans: 0
จากการเปิดตัวเป็นที่ยอมรับของเกษตรกรในภาคใต้ ทางบริษัทมาขานรับนโยบายส่งเสริมการใช้ปุ๋ยอินทรีย์ชีวภาพ ทดแทนปุ๋ยเคมีที่มีราคาแพงมากในปัจจุบันทางบริษัทจะพัฒนาสูตรปุ๋ยซึ่งผ่านการพิสูจน์ ครั้งแล้วครั้งเล่า จากสวนยาง นาข้าว และสวนผลไม้ต่างๆ จนเป็นที่ยอมรับของเกษตรกร ว่าได้ผลจริงและเพิ่มผลผลิตเป็นที่พอใจของเกษตรกร และคืนกำไรแก่สมาชิกในรูปของเงินปันผลที่ได้รับ แบบไม่มีจำกัด ดังนั้นจึงเป็นโอกาสที่ดีของท่านที่จะลองศึกษาข้อมูลเพื่อเป็นช่องทางทำรายได้ " ปุ๋ยดีรายได้เยี่ยม " จากด้านคุณภาพที่เป็นที่ยอมรับในกลุ่มเกษตรกร ทั้งสวนยาง ปาล์ม สวนผลไม้ พืชผัก เรายังได้รายได้ที่ไม่จำกัดจากการสั่งซื้อ และสมาชิกในกลุ่มสั่งซื้อการสั่งทุกๆ 1 ตัน มีส่วนลดค่าขนส่ง 500 บาทผลตอบแทนเมื่อแบบขายส่ง เมื่อสั่งครั้งแรกครบ 40 กระสอบแล้ว ท่านมีสิทธ์รับเงินปันผลรายวัน ทุกๆ 1 ตันของสมาชิกภายใต้องค์กรของท่านท่านยังได้รายได้จากการสั่งซื้อของท่านต่อครั้งดังนี้คือ
จำหน่ายโดย บริษัท เจริญโอสถ อินเตอร์เนลชั่นเนล เน็ตเวริค จำกัด เบอร์โทรติดต่อ 085-0715902 หรือ 042-340350 
คุณสิทธิพงษ์, รับสมัครตัวแทนจำหน่ายจำนวนมาก

วีดีโอประสบการณ์ผู้ใช้ปุ๋ยเจริญอินทรีย์ภัณฑ์

http://www.tempfiles.net/download/200901/33650/ปุ๋ย.html
สำรอง
1.http://www.upchill.com/download.php?id=4d31a5795ebef2e080d564f88bbfc166
2.http://www.upchill.com/download.php?id=2e73c31e5238fb57b1a6460178dfd4fe


ขายถุงผ้าฝ้ายดิบ รับทำถุงผ้าฝ้ายดิบ- 
Update: ././. .:.:. - Views: 888 | Ans: 0
sell raw cotton shopping bag  
--ขายถุงผ้าฝ้ายดิบ รับทำถุงผ้าฝ้ายดิบ ขายกระเป๋าผ้าฝ้าย รับทำกระเป๋าผ้าฝ้าย  - sell raw cotton shopping bag  
 ทำได้ทุกขนาด  พร้อม พรินท์ โลโก้ บนกระเป๋าผ้า  เหมาะเป็นสินค้าพรีเมี่ยม  
สินค้าธรรมชาติ หัตถกรรมไทย  reuseable bag, friendly environment bag, 
http://www.geocities.com/witservice11/bag/bagshopping-cotton.htm
สนใจติดต่อ thaihandmade22@yahoo.com , witservice11@yahoo.com  tel.0846867054
+++++++++++++++++++++ 
จำหน่าย   ม้า  เลีย้งไว้ดูเล่นในรีสอด จำนวนตามต้องการ
Update: ././. .:.:. - Views: 2020 | Ans: 0
 มี ม้าหลากพันธุ์ ขาย เพื่อเลียงไว้ในที่ส่วนตัว  รีสอด สถานทีส่วนตัว  สนใจติดต่อ เพราพังงา   081 935 2354  
กระถางพลาสติก กระถางต้นไม้ กระถางกล้วยไม้ www.grathangplastics.com 
Update: ././. .:.:. - Views: 2447 | Ans: 0
กระถางพลาสติก กระถางต้นไม้ กระถางกล้วยไม้ www.grathangplastics.com 
มีกระถางแบบพลาสติก ทุกชนิด หลายรูปแบบ หลายสี 
- กระถางปากกลม,ปากจีบ (เล็ก,ใหญ่) พร้อมจานรอง มีสีดำ สีอิฐ 
- กระถางสี่เหลี่ยมจัตุรัส,ผืนผ้า(รางจิ๋ว,รางสั้น,รางยาว) หลากสี
- กระถางก้นตื้น,กระถางบัว,อ่างบัว สีดำ สีอิฐ
- กระถางแคคตัส สีอิฐ
- ถุงเพาะชำ ขนาด 2 นิ้ว - 13 นิ้ว
- กะบะเพาะเมล็ด
- กระถางกล้วยไม้ 
เป็นพลาสติกเกรด A ทนทาน แข็งแรง สวยงาม ส่งออกต่างประเทศได้
สั่งจำนวนมาก มีส่วนลดให้อีกเยอะ จัดส่งทั่วประเทศไทย
 http://www.grathangplastics.com 
เชิญเข้าไปเยี่ยมชมได้เลยครับ
หรือโทรสอบถามได้ 085-307-3277 
​เกษตรอินทรีย์ ทาง​เลือก​ใน​การ​แข่งขันสำหรับธุรกิจขนาดย่อม
Update: ././. .:.:. - Views: 3439 | Ans: 0
ข้อมูลจาก: http://www.newswit.com/news/2007-07-17/0807-c62885aeeed7aaa1a76601ff0d6ca2b1/

กระทรวง​เกษตร​และสหกรณ์ กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ​และสิ่ง​แวดล้อม สำนักงาน​ความร่วมมือทางวิชา​การของ​เยอรมัน ​หรือ GTZ มูลนิธิรักษ์ดินรักษ์น้ำมหาวิทยาลัย​แม่​โจ้ สำนักงานมาตรฐาน​เกษตรอินทรีย์ สมาคม​การค้า​เกษตรอินทรีย์​ไทย ​และสหกรณ์กรีน​เนท ​ได้ร่วมกันจัด​เวที​เสวนา​การ​เพิ่มประสิทธิภาพ​เชิง​เศรษฐนิ​เวศ ครั้งที่ 5 ขึ้น ​เมื่อ​เร็วๆ นี้ ​ในหัวข้อ “อุตสาหกรรม​เกษตรอินทรีย์​ไทย...ภูมิปัญญา​และนวัตกรรม” ​เพื่อ​เป็น​เวที​แลก​เปลี่ยน​ความรู้ ประสบ​การณ์ ​และข้อคิด​เห็นของบุคคลต่างๆ ที่มีบทบาทหน้าที่หลัก​ใน​การพัฒนาผลิตภัณฑ์​และ​การตลาดของ​เกษตรอินทรีย์ ​โดยมีประ​เด็นที่​ให้​ความสำคัญต่อ​การนำภูมิปัญญา​ไทยมาผสานกับ​เทค​โน​โล ยี กับกระบวน​การจัด​การ ก่อ​ให้​เกิดนวัตกรรม ​เพื่อ​การพัฒนา​การผลิต​และ​การค้าสินค้า​เกษตรอินทรีย์ของ​ไทยต่อ​ไป
​ในภาพ จากซ้าย
1. คุณสมชัย ​เพียรสถาพร
รองปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ​และสิ่ง​แวดล้อม
2. รศ.ดร.ชยาพร วัฒนศิริ

ประธานกรรม​การบริหารสาขาวิชาส่ง​เสริม​การ​เกษตร​และสหกรณ์ มหาวิทยาลัยสุ​โขทัยธรรมาธิราช
3. คุณสัณหจุฑา จิราธิวัฒน์
ประธาน มูลนิธิรักษ์ดินรักษ์น้ำ
4. ดร..มิชชา​เอล บันสฮัฟ
อุปทูต
สหพันธสาธารณรัฐ​เยอรมนี ประจำประ​เทศ​ไทย
5. ดร.รุ่ง​เรือง อิศรางกูร ณ อยุธยา
ฯพณฯ รัฐมนตรีช่วยว่า​การกระทรวง​เกษตร​และสหกรณ์
6. นายบัวร์คาร์ด ​เร้า​เชลบัค
​ผู้อำนวย​การกลุ่มงาน​เสริมสร้างประสิทธิภาพ​เชิง​เศรษฐนิ​เวศ, GTZ
7. นายปรา​โมทย์ ขลิบ​เงิน
รองอธิ​การบดีฝ่ายทรัพย์สิน​และกิจ​การพิ​เศษ มหาวิทยาลัย​แม่​โจ้
สปก.ทุ่มสองพันล้าน พัฒนาศูนย์เรียนรู้ทั่วประเทศ 
Update: ././. .:.:. - Views: 2398 | Ans: 0
นายสมพัฒน์ แก้วพิจิตร รมช.กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เผยว่า ปี'52 นี้ กระทรวงเกษตรฯ จัดสรรงบ 2,047.94 ล้านบาท เพื่อใช้ขับเคลื่อนพัฒนาคุณภาพชีวิตเกษตรกรในเขตปฏิรูปที่ดินทั่วประเทศ โดยมีนโยบายมอบหมายให้สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) เร่งขับเคลื่อนภารกิจ 3 ด้าน ได้แก่ การปฏิรูปที่ดิน การปฏิรูปเกษตรกร และการปฏิรูปการจัดการ ภายใต้ยุทธศาสตร์การฟื้นฟูความเชื่อมั่นของประเทศ และยุทธศาสตร์การปรับโครงสร้างเศรษฐกิจให้ขยายตัวอย่างสมดุล 

ด้านนายอนันต์ ภู่สิทธิกุล เลขาธิการ ส.ป.ก. เผยว่า ได้กำหนดแผนงานวางระบบการถือครองและกำหนดแนวเขตการใช้ที่ดิน โดยจะเร่งจัดที่ดินทำกินจำนวน 1.5 ล้านไร่ รองรับเกษตรกรกว่า 100,000 รายทั่วประเทศ เร่งปรับปรุงหนังสืออนุญาตให้เข้าทำประโยชน์ในเขตปฏิรูปที่ดินรายแปลง (เอกสารสิทธิ ส.ป.ก.4-01 ค) จำนวน 300,000 ฉบับ เร่งจัดที่ดินชุมชน 500 ชุมชน เกษตรกรเป้าหมาย 65,000 ราย พร้อมประสานความร่วมมือกับ 8 มหาวิทยาลัยเครือข่าย จัดทำแผนแม่บทการพัฒนาพื้นที่ฯรายตำบล จำนวน 250 ตำบล ครอบคลุมเนื้อที่กว่า 5 ล้านไร่ ทำแผนเร่งส่งเสริมให้เกษตรกรในเขตปฏิรูปปลูกไม้เศรษฐกิจเพื่อฟื้นฟูสภาพแวดล้อม จำนวน 200 ตำบล คิดเป็นพื้นที่ 6,000 ไร่ 

นอกจากนี้ ยังได้เร่งปรับโครงสร้างเศรษฐกิจภาคเกษตร โดยมุ่งที่การใช้ศูนย์บริการประชาชนเคลื่อนที่ในเขตปฏิรูปที่ดิน 800 ตำบล เร่งขยายผลการจัดตั้งศูนย์เรียนรู้และนิคมเศรษฐกิจพอเพียง ให้เป็นแหล่งเรียนรู้ต้นแบบกับเกษตรกรที่สนใจเข้ามาศึกษา เพื่อนำไปประยุกต์ใช้ในการประกอบอาชีพ โดยเน้นให้ยึดหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ตามแนวพระราชดำริพระบาทสมเด็จพระเจ้า อยู่หัว ซึ่งคาดว่าจะช่วยเพิ่มศักยภาพและสร้างมูลค่าที่ทำกิน ทั้งยังช่วยลดรายจ่าย เพิ่มรายได้ ให้เกษตรกรเฉลี่ยไม่น้อยกว่า 4,500 บาท/เดือน
 
จำหน่ายอุปกรณ์ระบบน้ำ เช่น สปริงเกลอร์ ราคาโรงงาน
Update: ././. .:.:. - Views: 27019 | Ans: 0
จำหน่ายอุปกรณ์การเกษตร เช่น ฟุตวาลว์,มินิสปริงเกลอร์,ท่อพีวีชีและพีอี,สายยาง
ท่อพีอีชีและอุปกรณ์ต่างๆ ฯลฯ

ติดต่อคุณ คุณพิณโญ
โทร: 028988121-2
www.guzzilla000@yahoo.com
ที่อยู่: 121/101 บางบอน เอกชัย 66/4
ตำบล/แขวง: บางบอน  อำเภอ/เขต: บางบอน
จังหวัด: กรุงเทพ 10150
แนะนำผลงานเด่นๆ ด้านการวิจัยเกษตร (พืช) ของศูนย์พันธุวิสวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ (BIOTEC)
Update: ././. .:.:. - Views: 1944 | Ans: 0
ลองดูตามลิงค์นี้นะครับ

http://www.biotec.or.th/biotechnology-th/BIOTEC-Output-list.asp?FilestrPath=งานวิจัยด้านการเกษตร%20(พืช)

มีผลงานวิจัย ที่น่าสนใจหลายๆด้านครับ
ยกตัวอย่างเช่น
- การวิจัยพัฒนาอ้อยพันธุ์ดี
- พันธุ์ข้าวต้านทานเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล
- เทคโนโลยีการสร้างกล้วยไม้ลูกผสมที่ไม่เป็นหมัน
- การปรับปรุงพันธุ์ข้าวเหนียว กข 6 สำหรับนาปรัง
- มะละกอต้านทานไวรัสใบด่างจุดวงแหวน
- การถ่ายทอดพันธุ์ข้าวขาวดอกมะลิ 105 ทนน้ำท่วมฉับพลัน สู่เกษตรกร
- การถ่ายทอดพันธุ์ข้าวแก้วเกษตรต้านทานโรคไหม้สู่เกษตรกร
- การเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อต้นสักเสาชิงช้า
- โครงการจัดการเชื้อพันธุกรรมพริกและการพัฒนาพันธุ์พริกเผ็ด
- การค้นพบยีนความหอมในข้าวและแนวทางการใช้ประโยชน์
- การรวบรวมเชื้อพันธุกรรมและการปรับปรุงพันธุ์ข้าวโพด
- การปรับปรุงพันธุ์พริกต้านทานโรคแอนแทรกโนส
- เทคโนโลยีการผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวคุณภาพดีที่เหมาะสมกับขุมชน
- เทคโนโลยีชีวภาพเพื่อการป้องกันและกำจัดโรคใบขาวในอ้อย
- การปรับปรุงพันธุ์กระเจี๊ยบเขียวลูกผสมต้านทานไวรัส
- การเก็บรวบรวมพันธุ์ชาของประเทศไทย
- เทคโนโลยีชีวภาพเพื่อการปรับปรุงพันธุ์มะเขือเทศต้านทานโรค
- การเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อกับการผลิตท่อนพันธุ์ขิงและหัวปทุมมาปลอดโรค
- การปรับปรุงพันธุ์ข้าวขาวดอกมะลิ 105 ทนน้ำท่วมฉับพลัน
- พันธุ์ถั่วเหลืองต้านทานโรคราสนิม

และยังมีอีกเยอะเลยครับ ทั้งหมดนี้ BIOTEC เตรียมไว้ให้ดาวน์โหลด ในรูปแบบ .pdf เปิดด้วยโปรแกรม Acrobat reader หรือ Adobe reader นะครับ สำหรับคนที่ยังไม่มี ก็ดาวน์โหลดได้ที่
http://www.adobe.com/products/acrobat/readstep2.html
เป็นซอฟท์แวร์ฟรีครับ
แนะนำลักษณะประจำของมันสำปะหลัง ที่นิยมปลูก
Update: ././. .:.:. - Views: 18031 | Ans: 0
ตามตารางนะครับ
ควบคุมเข้ม พ.ร.บ.พันธุ์พืช มอบป้าย 'ร้านค้าฯคุณภาพ' 
Update: ././. .:.:. - Views: 1303 | Ans: 0
นายพาโชค พงษ์พานิช นายกสมาคมการค้าเมล็ดพันธุ์แห่งประเทศไทย เผยว่า ปัจจุบันภาครัฐได้ให้ความสำคัญกับพระราชบัญญัติพันธุ์พืชอย่างจริงจัง เนื่องจากประเทศไทยเป็นประเทศเกษตรกรรม ฐานะทางเศรษฐกิจก็ยังขึ้นอยู่กับภาคการเกษตร แต่ในช่วงที่ผ่านมาเกษตรกรไทยมักประสบกับปัญหาเรื่องพันธุ์พืชอยู่ตลอดเวลา โดยเฉพาะเมล็ดพันธุ์ ตั้งแต่ต้น กอ หน่อ เหง้า กิ่ง แขนง ตา ราก ดอก หรือผล ซึ่งมักจะมีผู้ฉกฉวยโอกาส นำเมล็ดพันธุ์ปลอม ลอกเลียนแบบ หรือที่มีคุณภาพต่ำกว่ามาตรฐานมาจำหน่ายให้แก่เกษตรกร จนทำให้เกิดความเสียหาย 

“จากเดิม พ.ร.บ.พันธุ์พืช พ.ศ.2518 ได้แก้ไขเพิ่มเติมฉบับที่ 2 ปี พ.ศ.2535 และแก้ไขอีกครั้งเป็นฉบับที่ 3 ในปี พ.ศ. 2550 ทำให้ภาครัฐสามารถเข้าดำเนินการควบคุมคุณภาพเมล็ดพันธุ์ ที่จัดจำหน่ายในท้องตลาดตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2552 อย่างจริงจัง โดยการออกประกาศกำหนดเมล็ดพันธุ์ควบคุมอันมีข้อกำหนด 37 ชนิด แบ่งเป็นพืชไร่ 9 ชนิด และเมล็ดพันธุ์พืชผักอีก 28 ชนิด โดยมีการควบคุมผู้ประกอบการให้ผลิตเมล็ดพันธุ์ที่มีมาตรฐาน และมีการรับรองโดยกรมวิชาการเกษตรเท่านั้น” นายพาโชคกล่าว

นายกสมาคมการค้าเมล็ดพันธุ์ฯ กล่าวอีกว่า อย่างไรก็ตาม ทางสมาคมการค้าเมล็ดพันธุ์ฯยังได้ส่งเสริมให้ร้านค้าเมล็ดพันธุ์ขอป้าย “ร้านค้าเมล็ดพันธุ์ คุณภาพ” เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับเกษตรกรผู้ซื้อเมล็ดพันธุ์อีกด้านหนึ่ง ซึ่งจะเริ่มมอบป้ายในวันที่ 22 ตุลาคมนี้ ณ มหาวิทยาลัย เกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน จ.นครปฐม สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมที่สมาคมฯ โทรศัพท์ 0-2955-1710. 
โรงไฟฟ้าเชื้อเพลิงชีวมวล (BioMass Fuel Power Plant) ออกแบบ จำหน่าย ติดตั้งด้วยระบบ Turnkey Engineering
Update: ././. .:.:. - Views: 22447 | Ans: 0
บริษัท ทรอปิคอลเอเซีย จำกัด 
  
"ผู้เชี่ยวชาญด้าน การออกแบบ ผลิตและจำหน่าย เครื่องจักรกลการเกษตร ด้วยระบบบริหารจัดการเบ็ดเสร็จ" 
  
 *  โรงไฟฟ้าเชื้อเพลิงชีวมวล (BioMass Fuel Power Plant) 
  
 *  โรงงานสกัดน้ำมันไบโอดีเซล จากวัตถุดิบการเกษตร (BioDiesel) 
  
 *  โรงงานสกัดน้ำมันไบโอดีเซล จากยางรถยนต์ใช้แล้ว 
  
สนใจลงทุนตั้งโรงงาน  ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้จากเวป

www.biomassfuelpower.com 

Email: sanchaitropical2@yahoo.com หรือ

Email: biomassfuelpower@gmail.com

รับผลิตฮิวมิคแอซีดปรับปรุงดิน และเร่งการเจริญเติบโต สนใจกรุณษติดต่อ 081-903-2563บอส www.maidokklong15.com
Update: ././. .:.:. - Views: 819 | Ans: 0
รับผลิตฮิวมิคแอซีดปรับปรุงดินและเร่งการเจริญเติบโต ในนาข้าว ไม้ผม ไม้ดอกไม้ประดับ พืชไร่ สนใจกรุณาติดต่อ 81-903-2563 บอส www.maidokklong15.com
มท.๓ เกาะกระแส E85ตั้งฐานผลิตเอทานอลใหญ่อันดับ ๓ ในอีสาน 
Update: ././. .:.:. - Views: 1896 | Ans: 0
หนังสือพิมพ์โคราชรายวัน 

ปีที่ ๓๓ ฉบับที่ ๑๗๓๘


มท.๓ เกาะกระแส E85ตั้งฐานผลิตเอทานอลใหญ่อันดับ ๓ ในอีสาน 

สนองนโยบายใช้พลังงานทดแทน E85 มท.๓ ‘สิทธิชัย โควสุรัตน์’ เลือกพื้นที่เมืองดอกบัว เร่งแปรรูปมันสำปะหลัง ครบวงจรทันปีหน้า 
ตามแผนผลิตแป้งมัน-ไฟฟ้าชีวภาพขายกฟผ. ก่อนเตรียมทุ่ม ๔,๒๒๙ ล. เปิดโรงงานผลิตเอทานอล ‘เกษตรพลังงานอุตสาหกรรม’ใหญ่เป็นอันดับ ๓ ในอีสาน 
เครือเดียวกับ ‘บุญเอนก’ ที่จะตั้งฐาน ผลิตเอทานอล ๕,๓๘๔ ล. ในเมืองย่าโม 

สืบเนื่องจากสถิติพื้นที่เพาะปลูกมันสำปะหลังในภาคอีสานตอนใต้ของสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรเขต ๕ จังหวัดนครราชสีมา 
พบว่าจังหวัดอุบลราชธานีและจังหวัดศรีสะเกษ ตั้งแต่ปี ๒๕๕๐ พื้นที่เพาะปลูกมันสำปะหลังในจังหวัดอุบลราชธานี มีจำนวนถึง ๑๐๔,๙๓๔ ไร่ 
ขณะที่จังหวัดศรีสะเกษมีจำนวน ๘๔,๗๖๗ ไร่ และคาดว่าในปีเพาะปลูก ๒๕๕๑ จะมีแนวโน้มเพิ่มมากขึ้นกว่าทุกปี เนื่องจากราคามันสำปะหลังที่ปรับสูงขึ้น 
และการเตรียมจัดตั้งโรงงานเอทานอลขึ้นที่อำเภอนาเยีย จังหวัดอุบลราชธานี ของบริษัท อุบลเกษตรพลังงาน จำกัด ที่มีความต้องการหัวมันสำปะหลังสดประมาณ 
๕,๐๐๐ ตันต่อวัน มาเป็นวัตถุดิบผลิตเอทานอล รองรับกำลังการผลิตวันละ ๖๐๐,๐๐๐ ลิตร ซึ่งเบื้องต้นเมื่อวิเคราะห์กำลังการผลิตและความต้องการวัตถุดิบในแต่ละวันของบริษัทฯ 
ที่จะก่อสร้างโรงงานแล้วเสร็จในปี ๒๕๕๒ และจะสามารถเริ่มรับซื้อหัวมันสำปะหลังสดได้ตั้งแต่กลางปีนี้เป็นต้นไป จะต้องมีพื้นที่ปลูกมันสำปะหลังเป็นจำนวนมากถึง 
๔๕๐,๐๐๐ - ๕๒๐,๐๐๐ ไร่ต่อปี ด้วยผลผลิตเฉลี่ย ๓.๕ - ๔ ตันต่อไร่ ในขณะที่พื้นที่ปลูกมันสำปะหลังในจังหวัดอุบลราชธานี และจังหวัดศรีสะเกษมีเพียงประมาณ ๒๐๐,๐๐๐ ไร่ 
ซึ่งจะส่งผลให้มันสำปะหลัง กลายเป็นพืชเศรษฐกิจของทั้งสองจังหวัด รวมถึงจังหวัดใกล้เคียง ที่จะสร้างรายได้ให้กับเกษตรกรในพื้นที่อีสานตอนใต้ 

สำหรับความต้องการหัวมันสำปะหลังสด เพื่อเป็นวัตถุดิบผลิตเอทานอลต่อการลงทุนดังกล่าวของบริษัท อุบลเกษตรพลังงาน จำกัด ตามนโยบายการกระตุ้นเรื่องพลังงานทดแทน 
ซึ่งพลโทหญิงพูนภิรมย์ ลิปตพัลลภ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน กำลังผลักดันปริมาณการใช้เอทานอล เพื่อนำมาเป็นพลังงานเชื้อเพลิงในรูปของ E85 
ที่มีส่วนผสมของเอทานอลผสมอยู่ในน้ำมันเบนซินร้อยละ ๘๕ นั้น นายสมชาย เสงี่ยมศักดิ์ อุตสาหกรรมจังหวัดอุบลราชธานี เปิดเผยกับ "โคราชรายวัน คนอีสาน" ถึงเรื่องนี้ว่า 
บริษัท อุบลเกษตรพลังงาน จำกัด มีโครงการจัดตั้งโรงงานเอทานอลจริง แต่ยังไม่ได้มาขอจัดตั้งโรงงานเพื่อดำเนินการในขณะนี้ เนื่องจากอยู่ระหว่างการเตรียมพื้นที่ก่อสร้าง 
ระบบบำบัดน้ำเสียอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อรองรับโครงการแปรรูปมันสำปะหลังขนาดใหญ่ บนพื้นที่ประมาณ ๓๐๐ ไร่ ซึ่งทางบริษัทฯ ได้มาขอจัดตั้งโรงงานอุตสาหกรรม ๔ โรงงาน 
ในพื้นที่อำเภอนาเยีย กับอุตสาหกรรมจังหวัดอุบลราชธานีตั้งแต่ปีที่แล้ว ประกอบด้วย การจัดตั้งโรงงานรับซื้อหัวมันสำปะหลังสด, โรงงานแปรรูปแป้งมันสำปะหลัง, 
โรงงานผลิตก๊าซชีวภาพ หรือ Biogas (ที่ได้จากน้ำเสียในกระบวนการผลิตของโรงงานแปรรูปแป้งมันสำปะหลัง) และโรงงานผลิตไฟฟ้าจากก๊าซชีวภาพ 
ให้กับการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย(กฟผ.) ซึ่งเป็นการลงทุนเฉียด ๑,๐๐๐ ล้านบาท และถ้าทำสำเร็จร้อยเปอร์เซ็นต์ นับว่าเป็นโครงการขนาดใหญ่ที่สุดในภาคอีสาน 
ที่ครบวงจรกระบวนการแปรรูปมันสำปะหลัง ภายใต้การดำเนินการของกลุ่ม "อุบลเกษตรพลังงาน" โดยนายสิทธิชัย โควสุรัตน์ รมช. มหาดไทย 
และโครงการนี้คาดว่าจะก่อสร้างเสร็จในปีหน้า หากระบบบำบัดน้ำเสียดังกล่าวแล้วเสร็จ สามารถลงเครื่องจักรเพื่อเข้าสู่กระบวนการผลิตมันสำปะหลังแปรรูปได้ 
จากนั้นจึงจะเปิดโรงงานผลิตก๊าซชีวภาพ และโรงงานผลิตไฟฟ้าจากก๊าซชีวภาพต่อเนื่องกันตามแผน 

ต่อข้อซักถามที่ว่า ตั้งแต่กลางปีนี้ บริษัท อุบลเกษตรพลังงาน จำกัด มีแผนเริ่มเปิดรับซื้อหัวมันสำปะหลังสดใช่หรือไม่ นายสมชาย กล่าวว่า ขณะนี้ได้เริ่มเปิดรับซื้อหัวมันสำปะหลังสด 
และทางบริษัทฯ ได้เตรียมลานมันตากแห้งไว้แล้ว เพื่อปาดหัวมันสำปะหลังสดเป็นมันเส้นเพื่อส่งขายก่อนๆ ที่จะรองรับ กระบวนการแปรรูปมันสำปะหลัง ซึ่งคาดว่าจะสามารถ 
เปิดโรงงานแปรรูปแป้งมันสำปะหลังได้ภายใน ๖ เดือนนี้ ถ้าระบบบำบัดน้ำเสียแล้วเสร็จ ส่วนเหตุผลที่เลือกตั้งฐานการผลิตในพื้นที่อำเภอนาเยีย 
เพราะเป็นพื้นที่เพาะปลูกมันสำปะหลังขนาดใหญ่ใช่หรือไม่ นายสมชาย กล่าวว่า เป็นพื้นที่กรรมสิทธิ์ของรมช. มหาดไทย ซึ่งก่อนหน้านี้ได้ส่งเสริมให้เกษตรในพื้นที่เพาะปลูกมันสำปะหลัง 
และสอดรับกับการสนับสนุนให้ชาวนาปลูกมันสำปะหลัง หลังจากช่วงฤดูเก็บเกี่ยวข้าวแล้ว ของนายพรชัย โควสุรัตน์ นายกอบจ.อุบลราชธานี ซึ่งจะทำให้ผลผลิตมันสำปะหลังเพิ่มขึ้นอีกเยอะ 
โดยส่วนตัวหวังว่า หากโครงการนี้จัดตั้งได้สำเร็จ จะส่งผลให้ราคาวัตถุดิบและสินค้าเกษตรมีราคาดีต่อไป 

ต่อคำถามที่ว่า ขณะนี้แนวโน้มการลงทุนภาคอุตสาหกรรมในจังหวัดอุบลราชธานีเป็นอย่างไร นายสมชาย กล่าวว่า ยังคงชะลออยู่ 
เพราะว่าในพื้นที่ยังมีปัญหาเรื่องฝีมือแรงงานเฉพาะด้านในทุกกลุ่มอุตสาหกรรมยังมีจำนวนไม่เพียงพอกับความต้องการ เนื่องจากการผลิตบุคลากรของสถานศึกษาในพื้นที่ 
ไม่ตรงกับความต้องการของตลาด ขณะนี้ทางจังหวัดโดยผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี ได้ให้บูรณาการระหว่างโรงงานอุตสาหกรรม ผ่านสภาอุตสาหกรรมจังหวัดอุบลราชธานี 
สถานศึกษา และสำนักงานจัดหางานจังหวัดอุบลราชธานี ซึ่งมีศูนย์พัฒนาฝีมือแรงงาน เพื่อร่วมกันจัดหลักสูตรให้ตรงกับความต้องการของตลาดแรงงาน 

เมื่อถามต่อไปว่า นอกจากมันสำปะหลังแล้ว พืชเศรษฐกิจใดในจังหวัดอุบลราชธานี ที่จะช่วยต่อยอดการลงทุนในอนาคต นายสมชาย กล่าวว่า อีกประมาณ ๒ - ๓ ปีนี้ 
ยางพาราที่เพาะปลูกในพื้นที่จังหวัดอุบลราชธานี จะสามารถกรีดน้ำยางได้ และเริ่มเข้าสู่ตลาด ซึ่งนักลงทุนได้เตรียมลงพื้นที่มาสำรวจบ้างแล้ว เพื่อจัดตั้งโรงงานรับซื้อและบ่มยางพารา 
โดยจะนำไปผลิตเป็นยางแผ่น หรือยางน้ำ ทั้งนี้ โครงการผลิตเอทานอล ซึ่งอยู่ในแผนดำเนินการของบริษัท อุบลเกษตรพลังงาน จำกัด 

จากข้อมูลของศูนย์เศรษฐกิจการลงทุนภาคที่ ๒ (บีโอไอ) จังหวัดนครราชสีมา ระบุว่า นางพิรดา อินทามะระ ในนาม บริษัท พลังเกษตรอุตสาหกรรม จำกัด 
(เป็นหนึ่งในบริษัทในเครือของบริษัทดังกล่าว ที่ประกอบธุรกิจอสังหาริมทรัพย์) ได้มายื่นขอรับการส่งเสริมการลงทุนจากบีโอไอ ในโครงการจัดตั้งโรงงานผลิตเอทานอลจากมันสำปะหลัง 
บนพื้นที่อำเภอนาเยีย จังหวัดอุบลราชธานี เมื่อวันที่ ๗ พฤศจิกายน ๒๕๔๙ และได้รับการอนุมัติส่งเสริมการลงทุน เมื่อวันที่ ๑๓ พฤศจิกายน ๒๕๕๐ 
ตามแผนกำลังการผลิตเอทานอลวันละ ๗๐๐,๐๐๐ ลิตร และกำลังการผลิตเอทานอลปีละ ๒๓๑,๐๐๐,๐๐๐ จากความต้องการหัวมันสำปะหลังสดเฉลี่ย ๑,๔๐๐,๐๐๐ ตันต่อปี 
ด้วยเงินลงทุนทั้งสิ้น ๔,๒๒๙.๗ ล้านบาท ซึ่งนับว่าโครงการผลิตเอทานอลดังกล่าว มีขนาดใหญ่เป็นลำดับสามของภาคอีสาน รองจากบริษัท ที พี เค เอทานอล จำกัด 
ในพื้นที่อำเภอครบุรี จังหวัดนครราชสีมา ซึ่งลงทุนเป็นอันดับที่หนึ่ง มีเป้าหมายผลิตเอทานอล จากมันสำปะหลัง ๑,๐๒๐,๐๐๐ ลิตรต่อวัน และเฉลี่ยต่อปี ๓๓๖,๖๐๐,๐๐๐ ลิตร 
ด้วยมูลค่าการลงทุนทั้งสิ้น ๕,๖๐๐ ล้านบาท และบริษัท บุญอเนก จำกัด ลงทุนเป็นอันดับที่สอง 
(ซึ่งได้รับข้อมูลจากแหล่งข่าวในพื้นที่ว่า เป็นกลุ่มทุนหรือบริษัทในเครือเดียวกับ บริษัท พลังเกษตรอุตสาหกรรม จำกัด ที่จะดำเนินการจัดตั้งโรงงานผลิตเอทานอลข้างต้น) 
ในพื้นที่อำเภอปักธงชัย จังหวัดนครราชสีมา ซึ่งมีเป้าหมายกำลังการผลิตเอทานอลจากมันสำปะหลังประมาณ ๑,๐๕๐,๐๐๐ ลิตรต่อวัน 
หรือโดยเฉลี่ยปีละประมาณ ๓๔๖,๕๐๐,๐๐๐ ลิตร ด้วยมูลค่าการลงทุนทั้งสิ้น ๕,๓๘๔ ล้านบาท ตามที่ได้รับการอนุมัติส่งเสริมการลงทุนจากบีโอไอก่อนหน้านี้ 
และอยู่ระหว่างการจัดตั้งโรงงาน 

โคขุน...'ไทยแบล็ค' ลูกผสมพันธุ์ใหม่ให้เนื้อมาก
Update: ././. .:.:. - Views: 16569 | Ans: 0
เพื่อตอบสนองกลุ่มผู้บริโภคที่ต้องการ “เปิบ” อาหารคุณภาพเยี่ยม อีกทั้งผลักดันไทยให้ก้าวขึ้นสู่การเป็น “ครัวของโลก” กรมปศุสัตว์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จึงเร่งสร้างโคเนื้อพันธุ์ “ไทยแบล็ค” ขึ้น สำหรับส่งเสริมเกษตรกรเลี้ยงเป็นอาชีพ

น.สพ.ศักดิ์ชัย ศรีบุญซื่อ อธิบดีกรมปศุสัตว์ บอกกับ “หลายชีวิต” ว่า โคไทยแบล็ค หรือที่ชาวบ้านเรียกขานว่า “วัวดำ” เกิด จากการผสมระหว่างพ่อพันธุ์ แองกัส (Angus) ลักษณะ ไม่มีเขา (Poll) ขนเรียบ สีดำตลอดทั้งตัว ลำตัวขนาดไม่ใหญ่นัก ทนทานต่อสภาพอากาศหนาวเย็นได้ดี โคเพศผู้ เมื่อโตเต็มที่น้ำหนักเฉลี่ย 800-900 กก. เพศเมีย 600-700 กก. เจริญเติบโตและผสมพันธุ์ได้เร็ว

ทั้งนี้ เพื่อให้ได้สายพันธุ์ใหม่เหมาะสมกับสภาพพื้นที่ในการสร้างจะใช้แม่โคพื้นเมือง อายุ 400-600 วัน ซึ่ง ผ่านการตรวจหายีนไขมันแทรกเนื้อ (TG5) การเจริญเติบโต พื้นที่หน้าตัดสันนอก โดย ภาคเหนือ ใช้ขาวลำพูน อีสาน พันธุ์พื้นเมืองอีสาน กลาง พันธุ์โคลาน และ ภาคใต้ พันธุ์โคชน 

น.สพ.อยุทธ์ หรินทรานนท์ ผอ.สำนักเทคโนโลยี ชีวภาพการผลิตปศุสัตว์ เล่าถึงการสร้างสายพันธุ์ว่า ในปี'49 ได้นำน้ำเชื้อแช่แข็งพ่อพันธุ์แองกัส จากประเทศออสเตรเลีย และอเมริกา มาผสมเทียมกับแม่โค เกษตรกรในโครงการ ด้วยเทคโนโลยีการย้ายฝากตัวอ่อน วิธีดังกล่าวทำให้ได้ไข่ที่พร้อมผสมพันธุ์จำนวน 6-20 ฟอง จากเดิมได้เพียงแค่ 1 ฟอง จากนั้นคัดเลือกลูกโคที่มีความสมบูรณ์แต่ละรุ่น สำหรับใช้เป็นแม่โค 

กระทั่งปัจจุบัน สามารถสร้าง “วัวดำ” พันธุ์ใหม่ที่ โตเร็ว ทนทานต่อโรคอาทิ คอบวม ระบบทางเดินหายใจ มีความสมบูรณ์พันธุ์สูง ผสมติดง่าย ให้เนื้อมาก เปอร์เซ็นต์ซาก (Carcass Percentage) อาทิ พื้นที่หน้าตัดสันนอกเฉลี่ย 13.65 ตร.นิ้ว ความหนาไขมันสันหลัง 0.27 นิ้ว ไขมันแทรกเนื้อ 1 เปอร์เซ็นต์ ความหนาไขมันสะโพก 0.38 นิ้ว กระดูกเล็ก เนื้อไหล่กว้างใหญ่ และมี น้ำหนักเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 1.34 กก./วัน ในช่วงระยะเวลาขุน 

และ...คุณสมบัติเหล่านี้ ไม่ด้อยไปกว่าสายพันธุ์แท้จากบ้านเกิด ดังนั้น ไทยแบล็คจึงน่าจะเป็นอีกทางเลือกของตลาดโคขุน ที่สามารถทดแทนการนำเข้าได้ดีในอนาคต 

สำหรับเกษตรกรรายใดสนใจเข้าร่วมโครงการสามารถติดต่อสอบถามรายละเอียด ได้ที่ โทร. 0-2501-2116 ในวันและเวลาราชการ.

เพ็ญพิชญา เตียว
pro-order รองเท้าาสุดแนววว Nike DUNK ,AF1,PUMA,GUCCI, etc. รอบ2 
Update: ././. .:.:. - Views: 518 | Ans: 0


Nike DUNK, AF1, Puma, Gucci, Adidas, New Balance , Dolce&Gabbana , Timberland , A Bathing Ape , PRADA , Burberry, Chanel , Dsquared2 , Hogan , Lacoste , Evisu , Levis , Mauri , Christian Audigier , Coach , Louis Vuitton , Crocs , Greedy Genius , Ato Matsumoto , Ed Hardy , etc.

ขออัพเดตนิดหน่อยครับ ล็อกเเรกจะยังไม่รับสั่งของอย่างอื่นนอกจากรองเท้าก่อนนะครับบ ต้องขอโทดท่านที่กำลังจะสั่งด้วยนะครับ 

รับสั่งสินค้าจากเว็บ http://www.nikeairjordanexport.com โดยผมจะเป็นคนติดต่อให้ทั้งหมด ราคาพิเศษ ถูกกว่าในเว็บครับบ (ของก๊อปเกรดAAAนะครับ)

**การชำระเงิน**
---โดยมัดจำค่าสินค้า1000บาท หรืิอโอนเงินเต็มจำนวนโดยโอนเข้า (ขอให้โอนมีเศษสตางเช่น 1000.01เพื่อง่ายต่อการตรวจสอบ)

---หลังจากได้รับเงินโอนค่าสินค้าครบแล้ว จะส่งรูปถ่ายสำเนาบัตรประชาชน พร้อม confirm ตัวสินค้า ผ่านทาง Pm

**การรับสินค้า**
---การรับสินค้าโดยการนัดเจอ ที่เอ็มโพเรียม วันเสา-อาทิต เวลา 11.00-16.00 เท่านั้น
MSN: nike-cnn@hotmail.com
E-mail: nike-cnn@hotmail.com 


[IMG]http://imgsrv5.perfspot.com/pics/f/bc/gi/5e284bdc-d54b-4acb-bd11-aa380661cf5a.jpg[/IMG]

ข้อมูลราคา
ราคาขายปลีก 1800 THB/คู่ รวมค่าขนส่งโดยเครื่องบินใน 7 วัน
ราคาขายส่ง 1130 THB/คู่ รวมค่าขนส่งและภาษี โดยทางทะเลใน 20 วัน จำนวนขั้นต่ำ 60 คู่ ต่อครั้ง
ราคาอาจลดได้อีกขึ้นอยู่ที่จำนวนครับ

ประชุมมันสำปะหลังนานาชาติ ประกวดหัวมัน- เกษตรกรดีเด่น
Update: ././. .:.:. - Views: 1417 | Ans: 0
นางอภิรดี ตันตราภรณ์ อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ (คต.) เผยว่า เพื่อโชว์ศักยภาพในฐานะที่เป็นผู้นำการผลิตมันสำปะหลังของไทย รวมถึงการเพาะปลูก พัฒนาพันธุ์และการค้า ผลิตภัณฑ์มันสำปะหลังของโลก กรม การค้าต่างประเทศจึงได้จัดกิจกรรมประชุมมันสำปะหลังนานาชาติ หรือ World Tapioca Conference 2009 ที่จะจัดขึ้น ณ ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมอิมแพค เมืองทองธานี จังหวัดนนทบุรี ในวันที่ 15-16 มกราคม 52 

เพื่อให้การจัดงานประชุมครั้งนี้คึกคัก คณะกรรมการจึงจัดการประกวดขึ้น 2 ประเภท คือ การประกวดมันสำปะหลังหัวใหญ่ที่สุดในประเทศไทย และการประกวดเกษตรกรดีเด่น โดยจะพิจารณา คัดเลือกจากบัญชีรายชื่อของมูลนิธิกองทุนมันสำปะหลังที่ได้คัดเลือกไว้ แล้วเมื่อปี 2549-2550 ตามหลักเกณฑ์ การเพิ่มปริมาณผลผลิตการบริหารจัดการไร่ การบำเพ็ญประโยชน์ การอนุรักษ์ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และการประยุกต์ใช้เทคโนโลยี เป็นตัวชี้วัดในการตัดสินเพื่อมอบรางวัลเกษตรกร ที่ชนะเลิศการประกวดประเภทมันสำปะหลังหัวใหญ่ รางวัลที่ 1, 2 และ 3 จะได้รับโล่รางวัลประกาศเกียรติคุณพร้อมเงินสด หากเกษตรกรสนใจส่งมันสำปะหลังหัวใหญ่และเกษตรกรดีเด่น สามารถสอบถามรายละเอียดได้ที่ สำนักมาตรฐานสินค้านำเข้าส่งออก กรมการค้าต่างประเทศ โทรศัพท์ 0-2547-4744 และสายด่วน 1385 ในเวลา
 
 
รับจ้างผลิตฮอร์โมนอาหารเสริม
Update: ././. .:.:. - Views: 835 | Ans: 0
รับผลิตฮิวมิคแอซีดปรับปรุงดินและเร่งการเจริญเติบโตและเคมีเกษตร ฮอร์โมน อาหารเสริม และยาเชื้อรา ในนาข้าว ไม้ผม ไม้ดอกไม้ประดับ พืชไร่ สนใจกรุณาติดต่อ
 081-903-2563 บอส www.maidokklong15.com
รับผลิตฮอร์โมนอาหารเสริมสำหรับพืช ใช้ในนาข้าว ไม้ดอกไม้ประดับ ไม้ผล ไม้ขุด ผัก ข้าวโพด มัน อ้อย  ยางพารา สบู่ดำ ประโยชน์ ทำให้ใบเขียวเข้ม เร่งการเจริญเติบโต ยืดยอด เร่งดอก เร่งสี เร่งผลทำให้ผลใหญ่ เนื้อแน่น สินค้ามีคุณภาพราคาไม่แพง และรับสั่งยาปราบศรัตรูพืช ยาเชื้อรา ยาฆ่าหญ้า และ ฮอร์โมนอาหารเสริม จากต่างประเทศ  ตอนนี้ต้องการเซลฟรีแลนด์ และตัวแทนจำหน่าย ท่านสามารถดูรายละเอียดได้ที่เว็บไซด์ www.maidokklong15.com 081-903-2563 บอส
ททท.รุกท่องเที่ยวเชิงเกษตร หวังเพิ่มยอด"ญี่ปุ่น"เที่ยวไทย
Update: ././. .:.:. - Views: 1669 | Ans: 0
"บ้านเราขายเป็นกิโล ขายเป็นหวี แต่ที่ญี่ปุ่นเขาจะขายเป็นลูก อย่างมังคุดลูกละ 220 เยน กล้วยหอมทองลูกละ 320 เยน คิดเป็นเงินไทยลูกละเกือบร้อย แล้วคนญี่ปุ่นชอบผลไม้ไทยมาก ขณะที่การนำเข้าผลไม้ประเทศเขาค่อยข้างลำบาก เพราะการเข้มงวดในการตรวจสอบ 
  

   "ทำไมเราไม่ทำตลาดท่องเที่ยวเชิงเกษตรล่ะ พาเที่ยวสวนผลไม้ เน้นกลุ่มนักท่องเที่ยวญี่ปุ่น เป็นการยิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัว คือได้ทั้งเงินตราเข้าประเทศและการได้ทานผลไม้สด ๆ จากสวน  ถ้าเขารู้ว่าตรงไหนดีน่าสนใจก็จะบอกกันปากต่อปาก เพราะคนญี่ปุ่นการสื่อสารเขาเร็วมาก ยิ่งตอนนี้รัฐมนตรีเกษตรและรัฐมนตรีท่องเที่ยวมาจากพรรคเดียวกันก็น่าจะง่ายในเรื่องการประสานงานด้านนโยบาย" 

 ความเห็นของ"พิมใจ มัตสึโมโต" กรรมการผู้จัดการบริษัท พี.เค.สยาม จำกัด  ผู้ประกอบธุรกิจส่งออกผักและผลไม้ไทยไปยังประเทศญี่ปุ่นเผยถึงแนวทางการแก้วิกฤติการท่องเที่ยวไทยที่อยู่ภาวะซบเซาอย่างต่อเนื่อง หลังจากเกิดเหตุการณ์บ้านเมืองไม่สงบนับตั้งแต่ช่วงกลางปีที่ผ่านมา 

 ทีมงาน"ท่องโลกเกษตร"มีโอกาสสนทนากับผู้อำนวยการภูมิภาคเอเชียตะวันออก การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย(ททท.)"สรรเสริญ เงารังษี"ถึงความเป็นไปได้ในประเด็นดังกล่าว โดยยอมรับว่า จากข้อมูลตัวเลขนักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้ามาประเทศไทยในปี 2550 ที่ผ่านมาพบว่า เป็นนักท่องเที่ยวญี่ปุ่นจำนวน 1,248,700 คน มากเป็นอันดับ 2 ของจำนวนนักท่องเที่ยวชาวต่างประเทศทั้งหมดที่เดินทางมาประเทศไทยและยังทำรายได้เข้าสู่ประเทศสูงถึง 42,545.88 ล้านบาท

  ดังนั้นททท.จึงให้ความสำคัญต่อการจัดกิจกรรมเพื่อสร้างแรงจูงใจและกระตุ้นการตัดสินใจเดินทางของนักท่องเที่ยวในกลุ่มต่าง ๆ อย่างต่อเนื่องในทุก ๆ ด้าน ตามนโยบายของฯพณฯวีระศักดิ์ โควสุรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงท่องเที่ยวฯและผู้บริหารระดับสูงของททท.

 "จากการที่ประเทศไทยได้เข้าร่วมงาน จาต้า เวิลด์ เทรเวล แฟร์ 2008(JATA World Traval Fair 2008) ที่กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่นที่ผ่านมา ทางททท.ได้จัดให้มีการพบปะกับสื่อมวลชนญี่ปุ่นเพื่อให้ข้อมูลและสร้างความมั่นใจต่อความพร้อมของประเทศไทยในการต้อนรับนักท่องเที่ยวชาวญี่ปุ่น" 

  ผอ.ภูมิภาคเอเชียตะวันออกย้ำด้วยว่านอกจากนั้นแล้วยังได้ประชาสัมพันธ์การจัดกิจกรรมสำคัญต่าง ๆ ในปี 2552 โดยเฉพาะการเปิดตัวปี Visit Thailand Year 2009 ในวันที่ 8 ตุลาคม 2551ที่จะถึงนี้ ณ ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ซึ่งททท.ได้เชิญผู้ประกอบการนำเที่ยวและสื่อมวลชนจากทุกภูมิภาคทั่วโลกเข้าร่วมงานอีกด้วย  โดยเฉพาะญี่ปุ่นซึ่งเป็นตลาดหลักที่สำคัญของประเทศไทย 

 สอดรับมุมมองของ"จรัญ อ้นมี" ผู้อำนวยการสำนักงานการท่องเที่ยวประจำโอซาก้า ประเทศญี่ปุ่นที่ว่ามีความเป็นไปได้ที่จะโปรโมทสถานที่ท่องเที่ยวเชิงเกษตรให้เป็นที่รู้จักของคนญี่ปุ่นมากขึ้น โดยเฉพาะการพานักท่องเที่ยวชาวญี่ปุ่นเที่ยวชมสวนผลไม้ ได้รับประทานผลไม้สด ๆ จากสวน รวมถึงชมวิถีชีวิตความเป็นอยู่ดั้งเดิมของคนไทย โดยอาจจะเน้นพื้นที่ใกล้กรุงเทพฯก่อนเพื่อสะดวกในเรื่องของการเดินทาง 

 "ตอนนี้กำลังเตรียมแผนงานกันอยู่ว่าจะใช้เส้นทางไหนบ้าง แต่คงไม่ไกลจากกรุงเทพฯมากนัก เหมาะสำหรับผู้ที่เดินทางมาเที่ยวช่วงสั้น ๆ 3-5 วัน เบื้องต้นน่าจะเป็นแถวจังหวัดทางภาคตะวันออก ชลบุรี ระยอง จันทบุรี เพราะมีสวนผลไม้เยอะแล้งก็ใกล้พัทยาด้วย หรือไม่ก็มาทางแถบราชบุรี เพชรบุรี ซึ่งเป็นแหล่งปลูกกล้วยหอมทองส่งไปขายญี่ปุ่น ช่วงแรกอาจจะร่วมกับทางสำนักงานกรุงเทพฯเพื่อเป็นการนำร่องก่อน"จรัญเผย 

 ผอ.สำนักงานการท่องเที่ยวประจำโอซาก้า ยอมรับว่าแม้สถานที่ท่องเที่ยวบ้านเราจะได้รับความนิยมจากชาวญี่ปุ่น แต่สิ่งที่พวกเขากังวลก็คือในเรื่องความปลอดภัย ซึ่งถ้าสามารถขจัดสิ่งเหล่านี้ออกไปได้ เพิ่มความมั่นใจให้กับพวกเขาเชื่อว่าคนญี่ปุ่นจะมาท่องเที่ยวในประเทศไทยมากขึ้น

 "คนญี่ปุ่นชอบความสะดวกสบาย แพงไม่ว่าแต่ขอให้สะดวกสบาย มีความปลอดภัยสูง ผลไม้ก็ต้องปลอดสารเคมี คนญี่ปุ่นจะให้ความสนใจในเรื่องสุขภาพมาก ถ้าเราทำในสิ่งเหล่านี้ได้ การเชิญชวนให้คนญี่ญี่ปุ่นมาเที่ยวไทยก็ไม่น่ามีปัญหา เพราะคนญี่ปุ่นชอบเมืองไทยเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว"จรัญกล่าวย้ำ

  ด้าน เยียรยง ไชยรัตน์ ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวสำนักงานกรุงเทพมหานคร ซึ่งรับผิดชอบพื้นที่กรุงเทพฯและ 5 จังหวัดในเขตปริมณฑลกล่าวเสริมว่า พื้นที่ในเขตกรุงเทพฯและปริมณฑลนั้นมีความเหมาะสมสำหรับใช้เป็นโครงการนำร่องท่องเที่ยวเชิงเกษตรและเชิงวัฒนธรรม อีกทั้งยังเหมาะสำหรับผู้เดินทางมาเที่ยวในช่วงเวลาสั้น ๆ 3-5 วัน โดย 1-2 วันแรกจะเที่ยวชมสถานที่สำคัญ ๆ ในกรุงเทพฯ ก่อนจะพาไปสัมผัส ลิ้มรสชาติผลไม้สด ๆ จากสวนในช่วง 1-2 วันสุดท้ายก่อนกลับ ซึ่งมีอยู่มากมายใกล้กรุงเทพฯหรือไม่ก็ชมวิถีชีวิตคนริมน้ำเจ้าพระยา สัมผัสแสงระยิบระยับของหิ้งห้อยยามค่ำคืน เป็นต้น 

 นับเป็นอีกก้าวของการท่องเที่ยวไทยที่แปลงวิกฤติเป็นโอกาส ด้วยการดึงนักท่องเที่ยวญี่ปุ่นให้เดินทางมาเที่ยวเมืองไทยเพิ่มขึ้น โดยการชูแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรเพื่อให้พากเขาได้รับรู้ถึงต้นน้ำภาคการผลิตก่อนถึงมือผู้บริโภคชาวญี่ปุ่น ที่ปัจจุบันผลไม้ไทยได้รับการต้อนรับจากชาวญี่ปุ่นเป็นอย่างมาก

     ****************************** 

บายไลน์ - สุรัตน์ อัตตะ  
 
หนุนอีสานปลูกยาง 2.5 ล้านไร่ เปิดแหล่งรับซื้อ บุรีรัมย์ หนองคาย 
Update: ././. .:.:. - Views: 1060 | Ans: 0
From: http://www.thairath.co.th/news.php?section=agriculture&content=112971

นายสมชาย ชาญณรงค์กุล อธิบดีกรมวิชาการเกษตร เปิดเผยว่า จากการที่ไทยได้เสนอต่อที่ประชุมยางโลกซึ่งประกอบด้วยประเทศสมาชิกคือไทย อินโดนีเซีย และมาเลเซียที่ว่าประเทศไทยมีนโยบายลดพื้นที่ปลูกยาง 4 แสนไร่ เพื่อหันมาปลูกปาล์มนั้น ส่งผลให้สาธารณรัฐประชาชนจีน ที่เป็นผู้ซื้อรายใหญ่

โดยแต่ละปีจะมีการนำเข้ายางพาราจากประเทศไทยประมาณ 830,000 ตัน จากปริมาณการส่งออกทั้งประเทศ 2,700,000 ตัน หรือ 1 ใน 3 เกิดความไม่แน่ใจ พร้อมทั้งเตรียมหาแหล่งรับซื้อที่ใหม่โดยมุ่งไปที่ประเทศเวียดนาม ดังนั้นเพื่อแก้ปัญหาดังกล่าว จึงเดินทางเข้าพบกับรัฐมนตรีเกษตรจีนที่กำกับดูแลยาง และสมาคมอุตสาหกรรมยางจีนที่ขณะนี้กำลังประสบปัญหาการซื้อวัตถุดิบป้อนโรงงาน

อธิบดีกรมวิชาการเกษตร กล่าวต่อว่า ในการเจรจาดังกล่าวได้ข้อสรุปว่า สาเหตุที่ทำให้ราคาผันผวนเพราะมีการเก็งราคา รวมทั้งซื้อขายลมโดยไม่มีการส่งมอบจริง และยังสร้างความมั่นใจว่าปริมาณผลผลิตยางไทยยังมีคุณภาพ มีเพียงพอต่อความต้องการใช้ เพราะไทยได้ส่งเสริมให้เกษตรกรในพื้นที่แถบภาคอีสานปลูกยางเพิ่มขึ้นอีก 2.5 ล้านไร่ ซึ่งผลผลิตจะเริ่มทยอยออกสู่ตลาดในปี'54 และเมื่อผลผลิตเริ่มออกสู่ตลาด จะไม่มีปัญหาเรื่องราคาอย่างแน่นอน เพราะได้เตรียมแหล่งรับซื้อผลิตผล ไว้ 2 จุด ซึ่งอยู่ ในจังหวัดบุรีรัมย์ และหนองคาย

อย่างไรก็ตาม ยังได้เสนอให้ผู้ที่ลงทุนในสมาคมยางจีน เข้ามาลงทุนทำอุตสาหกรรมฯในพื้นที่ภาคอีสาน ซึ่งคาดว่าต่อไปในอนาคตผลิตผลจากฝั่งลาว และเขมร ที่ประเทศเวียดนามเข้าไปลงทุน จะถูกส่งมาแปรรูปทางด้านบริเวณนี้และจะส่งผลให้เศรษฐกิจในพื้นที่และภายใน ประเทศดีขึ้นอย่างแน่นอน

“การไปในครั้งนี้ยังได้เยี่ยม สนง.ที่ดูมาตรฐานของยางจีนที่ใช้ระบบ CCC รับรองมาตรฐาน เพื่อต่อไปไทยจะได้นำระบบดังกล่าวมาทำระบบมาตรฐานอย่างที่จีนใช้ นำมากำหนดเทียบเคียงร่วมกัน โดยเจ้าหน้าที่ของไทยจะเป็นผู้ตรวจสอบดูแลระบบทั้งหมด” นายสมชายกล่าว.
ขายแม่ปุ๋ย 21-0-0 จำนวนมากตันละ 8,000 085-1789876 
Update: ././. .:.:. - Views: 3626 | Ans: 0
ขายแม่ปุ๋ย 21-0-0 จำนวนมากตันละ 8,000 085-1789876 
รับผลิตฮิวมิคแอซีดปรับปรุงดิน และเร่งการเจริญเติบโต และเคมีเกษตร สนใจกรุณษติดต่อ 081-903-2563บอส www.maidokklong15.com
Update: ././. .:.:. - Views: 4070 | Ans: 0
รับผลิตฮิวมิคแอซีดปรับปรุงดินและเร่งการเจริญเติบโตและเคมีเกษตร ฮอร์โมน อาหารเสริม และยาเชื้อรา ในนาข้าว ไม้ผม ไม้ดอกไม้ประดับ พืชไร่ สนใจกรุณาติดต่อ
 081-903-2563 บอส www.maidokklong15.com
รับผลิตฮอร์โมนอาหารเสริมสำหรับพืช ใช้ในนาข้าว ไม้ดอกไม้ประดับ ไม้ผล ไม้ขุด ผัก ข้าวโพด มัน อ้อย  ยางพารา สบู่ดำ ประโยชน์ ทำให้ใบเขียวเข้ม เร่งการเจริญเติบโต ยืดยอด เร่งดอก เร่งสี เร่งผลทำให้ผลใหญ่ เนื้อแน่น สินค้ามีคุณภาพราคาไม่แพง และรับสั่งยาปราบศรัตรูพืช ยาเชื้อรา ยาฆ่าหญ้า และ ฮอร์โมนอาหารเสริม จากต่างประเทศ  ตอนนี้ต้องการเซลฟรีแลนด์ และตัวแทนจำหน่าย ท่านสามารถดูรายละเอียดได้ที่เว็บไซด์ www.maidokklong15.com 081-903-2563 บอส
ต้องการซื้อปั้มยาเคมีพลาสติกหรือสแตนเลส 081-903-2563
Update: ././. .:.:. - Views: 25033 | Ans: 0
ต้องการซื้อปั้มยาเคมีพลาสติกหรือสแตนเลส 081-903-2563
ขายแทรค์เตอร์ 32 แรง 4 WD คูโบต้า ภาพสวยมาก
Update: ././. .:.:. - Views: 5154 | Ans: 0
ขายแทรค์เตอร์ 32 แรง 4 WD คูโบต้า ภาพสวยมาก สนใจติดต่อ 089-8118807.
เชิญเยี่ยมชมเว็บเกษตร
Update: ././. .:.:. - Views: 2089 | Ans: 0
เชิญเยี่ยมชมเว็บเกษตร เพื่อแลกเปลี่ยนความรู้และประสบการณ์ครับ  http://www.kaset4you.com/
เงินกู้จากแบงค์ไทย  สมัครวันนี้ ฟรี..ค่าธรรมเนียมแรกเข้าและรายปี 
Update: ././. .:.:. - Views: 879 | Ans: 0
 อายุ 20-55 ปี / ฐานเงินเดือนตั้งแต่ 10,000 บาท/ อายุงาน 1 ปี ขึ้นไป
 วงเงินสินเชื่อสูงสุดจะไม่เกิน 3 เท่าของรายได้ สูงสุด 1,000,000 บาท
 ระยะเวลาผ่อนชำระ นาน 6-60 เดือน
 16-25 % ต่อปี ขึ้นอยู่กับวงเงิน
วงเงิน 10,000 - 24,999 บาท อัตราดอกเบี้ยคงที่ 25% ต่อปี
วงเงิน 25,000 - 49,999 บาท อัตราดอกเบี้ยคงที่ 23% ต่อปี
วงเงิน 50,000 - 74,999 บาท อัตราดอกเบี้ยคงที่ 21% ต่อปี
วงเงิน 75,000 - 99,999 บาท อัตราดอกเบี้ยคงที่ 18% ต่อปี
วงเงิน 100,000 - 1,000,000 บาท อัตราดอกเบี้ยคงที่ 16% ต่อปี
ติดต่อคุณกำไล 086-376-9761
แก้วมังกรเงินล้านของเกษตรกรตัวอย่าง-สกลฯ
Update: ././. .:.:. - Views: 1880 | Ans: 0
แก้วมังกร กำลังเป็นผลไม้ที่นิยมปลูกในจังหวัดสกลนครเนื่องจากผลผลิตทำรายได้ให้ปีละ หลายแสนบาทถึงปีนี้ราคาต่อกิโลกรัมจะตกลงกว่าปีที่แล้ว แต่ยังสามารถกระตุ้นเศรษฐกิจในจังหวัดได้เป็นอย่างดี

เกษตรกร ตัวอย่าง เจ้าของสวนธนูทอง เล่าว่า บนพื้นที่กว่า 20 ไร่ ของสวนธนูทอง บ้านหนองยาง ตำบลพังขว้าง อำเภอเมือง จังหวัดสกลนคร เต็มไปด้วยต้นแก้วมังกรที่เขียวขจี สลับกับสีชมพูอมแดงของผลแก้วมังกรที่กำลังสุกงอมรอการ...

อ่านทั้งหมดที่ http://www.farmkaset.org/contents/default.aspx?content=00226
ขายเลื่อยยนต์ สนใจติดต่อ 089-8118807  หรือไปที่ บิ๊กเค แทรค์เตอร์ บางตีนเป็ด ฉะเชิงเทรา 
Update: ././. .:.:. - Views: 4467 | Ans: 0
ขายเลื่อยยนต์ สนใจติดต่อ 089-8118807  หรือไปที่ บิ๊กเค แทรค์เตอร์ บางตีนเป็ด ฉะเชิงเทรา 
ต้องการผู้ขายอะไหล่ยนต์ด่วนมาก
Update: ././. .:.:. - Views: 23124 | Ans: 0
 ต้องการผู้ขายอะไหล่ยนต์ รถเก่ง รถบรรทุก สามารถจัดส่งได้เปิดเครดิตได้
 บ.น้ำตาลราชบุรี 
จัดส่งของที่โรงงาน ต.เบิกไพร อ.บ้านโป่ง
ติดต่อคุณศุภกิจ จัดซื้อ 0894469252
ขายโรตารี คูโบต้า 1.7 เมตร มือสองจากญีปุ่น สนใจติดต่อ 089 8118807 
Update: ././. .:.:. - Views: 1046 | Ans: 0
ขายโรตารี คูโบต้า 1.7 เมตร มือสองจากญีปุ่น สนใจติดต่อ 089 8118807 ด่วนของมีจำนวนจำกัด
สภาพสวยมาก  เพิ่งลงตู้มา 
แทรกเตอร์คูโบต้า รุ่น L1-24 DT ขายราคา   155,000 บาท
Update: ././. .:.:. - Views: 20752 | Ans: 0
รถแทรกเตอร์คูโบต้า รุ่น L1-24 DT
• เครื่องยนต์ดีเซลแบบไดเร็คอินเจ็คชั่น 3 สูบ 24 แรงม้า 
• แรงม้าเพลาอำนวยกำลัง (PTO) 
• ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ 
• ระบบพวงมาลัยเพาเวอร์ 
• ระบบไฟฟ้า 
• ระบบเบรคแบบจานแช่ในน้ำมัน
• ระบบไฮดรอลิคแบบควบคุมตำแหน่ง 
• แถมโรตารี่จอบหมุน ผานพรวน ใบมีดหน้า
                        ขายราคา   155,000 บาท
                   ติดต่อโทรมือถือ  0819504719   
                    หมู่ 2 ตำบลแม่ทะ  อำเภอแม่ทะ จังหวัดลำปาง
                     ติดต่อ Pasit โดยตรง
ขายรถพร้อมบุ้งกี๊ รถสภาพดี ราคาถูก  ตามรูป
Update: ././. .:.:. - Views: 3546 | Ans: 0
สนใจติดต่อ 089 7712088 
จำหน่ายผักปลอดสารพิษครับ
Update: ././. .:.:. - Views: 6180 | Ans: 0
ผักสวนครัวแม่ซุ้ย เรา จำหน่ายพืชผักสวน ครัวต่างๆตามฤดูกาล เริ่มกิจการมาปีที่สองแล้วครับ ซึ่งผักสวนครัวของเรา เป็น ผักปลอดสารพิษครับ และตอนนี้เราว่างจำหน่ายที่ ตลาดบ้านดอนแก้ว อำเภอ เสริมงาม จังหวัดลำปาง พร้อมกับ จำหน่ายที่สวนของเราเอง เบอร์ โทร 0861277265

เว็บไซต์
http://www.geocities.com/suie_kim
รู้หรือไม่?
เลือกซื้อสินค้ากับฟาร์มเกษตร ได้ถึง 4 ช่องทาง

1. ชอบซื้อกับลาซาด้า?
คลิกสินค้าที่คุณสนใจด้านล่าง สั่งซื้อบนเว็บลาซาด้าได้เลย!


2. ชอบแชทซื้อบนเฟสบุ๊ค?
ทักอินบ็อกสั่งซื้อเลย ที่เฟสบุ๊คเพจ ฟาร์มเกษตร
https://www.facebook.com/farmkaset/
(คลิกลิงค์ด้านบนเพื่อเข้าเฟสบุ๊ค และกดส่งข้อความ เพื่อเริ่มสอบถามหรือ สั่งซื้อ)

3. ชอบสั่งทางไลน์แอพ
แอดไลน์ไอดีเลย มีสองไอดีให้เลือก
ไลน์ไอดี FarmKaset
ไลน์ไอดี PrimPB
ไอดีไหนก็ได้ ตามสะดวกเลย!

4. ชอบโทรซื้อมากกว่า?
โทร 090-592-8614 สั่งซื้อได้เช่นกัน
© FarmKaset.ORG