หน้าแรก | ตามสินค้า | เลือกซื้อ | iLab
เฟสบุ๊ค | ไลน์ไอดี FarmKaset | ตัวแทน | EngWeb
ต้องการสั่งซื้อปุ๋ยและยาฯอินทรีย์จากเรา โทร 090-592-8614 หรือไลน์ไอดี PrimPB นะคะ
FarmKaset.ORG wiki เกษตร ที่ใครๆก็โพสได้
+ โพสเรื่องใหม่ | + เลือกหน้า | All contents
2618 เรื่อง หน้าละ 100 รายการ 26 หน้า, หน้าที่ 27 มี 18 รายการ
|-Page 23 of 27-| 1 | 2 | 3 | 4 | 5 | 6 | 7 | 8 | 9 | 10 | 11 | 12 | 13 | 14 | 15 | 16 | 17 | 18 | 19 | 20 | 21 | 22 | 23 | 24 | 25 | 26 | 27 |
ติดตามสินค้าที่คุณสั่ง
คุณ จุฑามาศ นวลใย, จันทร์ 30 มีนาคม 2563 19:34:39, เลขจัดส่ง SMAM000รออัพเดท
ด.ต.สุวิทย์ รุจิเสรี, จันทร์ 30 มีนาคม 2563 15:58:02, เลขจัดส่ง SMAM000รออัพเดท
คุณ ธัญชนก จุลวิจิตร (คุณปรีชาผู้สั่ง), จันทร์ 30 มีนาคม 2563 13:37:58, เลขจัดส่ง SMAM000174304
คุณ แป๊ก แทนนิกร, จันทร์ 30 มีนาคม 2563 12:38:53, เลขจัดส่ง SMAM000174294
คุณ ประทาน คำมีภา, จันทร์ 30 มีนาคม 2563 12:30:22, เลขจัดส่ง SMAM000174293
คุณ สุนิษา พ่อค้าช้าง, จันทร์ 30 มีนาคม 2563 12:22:11, เลขจัดส่ง SMAM000174298
คุณ วิเชียร ใครอินทร์, จันทร์ 30 มีนาคม 2563 10:24:27, เลขจัดส่ง SMAM000174297
คุณ สุทธิพงษ์ คลังแก้ว, อาทิตย์ 29 มีนาคม 2563 15:23:39, เลขจัดส่ง SMAM000174291
คุณ วัฒนะ เหาะสูงเนิน, อาทิตย์ 29 มีนาคม 2563 12:43:11, เลขจัดส่ง SMAM000174289
คุณ กฤษณร์ ทำสวน , อาทิตย์ 29 มีนาคม 2563 11:41:31, เลขจัดส่ง SMAM000174302
ดูรายการจัดส่งทั้งหมด
ต่างชาติเมินเปิดศูนย์วิจัยในไทย ชี้รัฐไม่หนุนลงทุนศึกษา-สลดอีก168ปีถึงตามเกาหลีทัน
125.26.149.87: 2553/06/11 13:50:24
นางกาญจนา ปานข่อยงาม รักษาราชการแทนเลขาธิการคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ เผยว่า สำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ให้ทุนอุดหนุนแก่ รศ.ดร.ชัยยุทธ์ สัตยาประเสริฐ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และคณะ ทำการศึกษาความเป็นไปได้ของบริษัทข้ามชาติในการเปิดศูนย์วิจัยในประเทศไทย ซึ่งจะช่วยให้ประเทศไทยได้รับประโยชน์ในเรื่องของการจ้างงาน เกิดการเรียนรู้ทางเทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่ๆ และเพิ่มศักยภาพของบุคลากรไทย

ผลการวิจัยได้ข้อสรุปว่า ปัจจัยด้านทรัพยากรมนุษย์ของประเทศไทยอยู่ในระดับต่ำถึงปานกลาง จึงทำให้ไม่เป็นที่จูงใจของบริษัทข้ามชาติที่จะเข้ามาลงทุนด้านการวิจัยและ พัฒนาในประเทศไทย และไทยยังต้องพึ่งพาแรงงานที่มีทักษะและเทคโนโลยีจากชาวต่างชาติ โดยเฉพาะนักวิจัยที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน อย่างไรก็ตามปัจจัยด้านทำเลที่ตั้งและพื้นที่ใช้ประโยชน์ของประเทศไทย มีความได้เปรียบสูงกว่าประเทศอื่นๆ ทำให้ประเทศไทยยังคงมีความน่าลงทุนในระดับสูง ขณะที่ปัจจัยด้านความมั่นคงทางการเมืองและการเงินของไทย ยังถือว่า มีปัญหา สำหรับปัจจัยด้านการวิจัยและพัฒนา รวมทั้งการลงทุนด้านการศึกษานั้น ไทยมีการลงทุนต่ำมาก ทำให้ไม่มีความน่าลงทุน

นอกจาก นี้ ผู้วิจัยได้นำจำนวนบทความวิจัยที่ตีพิมพ์ในวารสารต่างประเทศและจำนวนสิทธิ บัตรที่ได้รับการรับรองของประเทศนั้นๆ มาเป็นเครื่องพิจารณาชี้วัด เพื่อให้เห็นศักยภาพว่าประเทศนั้นๆ เหมาะสมที่จะจัดตั้งศูนย์และพัฒนาหรือไม่ พบว่าประเทศไทยอยู่ในระดับไม่น่าสนใจ ส่วนเรื่องสิทธิบัตรประเทศไทยเทียบกับประเทศเกาหลีใต้พบว่า ไทยล้าหลังเรื่องเกี่ยวกับวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ถึงกับต้องใช้เวลาประมาณ 163 ปี เพื่อจะพัฒนาให้เท่าเกาหลีใต้

อย่างไร ก็ตาม งานวิจัยนี้ยังได้สัมภาษณ์ผู้บริหารบริษัทข้ามชาติที่จะมาลงทุนจัดตั้ง ศูนย์วิจัยและพัฒนาในประเทศไทยด้วย และพบว่าเป็นเรื่องความละเอียดอ่อนของแต่ละประเทศ ทั้งความพร้อมของบุคลากร คุณภาพ ค่าจ้างราคาต่ำ ความเสี่ยงด้านการเมืองและการเงินตลอดจนผลตอบแทนที่ได้จากแรงจูงใจที่ประเทศ นั้นๆ แต่กระนั้นก็ตาม การจัดตั้งศูนย์วิจัยและพัฒนาของบริษัทข้ามชาติ เป็นเพียงมาตรการหนึ่งที่จะช่วยส่งเสริมการพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีไทย แต่ไม่ใช่เป็นปัจจัยหลัก ที่จะแก้ปัญหาความอ่อนแอด้านพื้นฐานของวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีภายในประเทศ ซึ่งจะต้องขึ้นอยู่กับการลงทุนด้านโครงสร้างและการศึกษาของประเทศเป็นหลัก 

http://www.naewna.com/news.asp?ID=211489
อ่าน:687 | ความคิดเห็น:1 | แสดงความคิดเห็น
ขายรถไถนาเดินตาม
125.27.194.16: 2553/06/10 10:40:40
รถใหม่ซื้อมาไม่ถึง4เดือน มีใบรับประกันพร้อม จำเป็นต้องขายเพราะเดือดร้อนเรื่องเงิน
อ่าน:8863 | ความคิดเห็น:0 | แสดงความคิดเห็น
ขายถุงกระสอบ ใส่ข้าว ใส่ปุ๋ย ใส่พืชผลการเกษตร สะอาดไม่เคยใช้ คัดออกจากพิมพ์ผิด พิมพ์เกินจำนวน ขนาด ตั้งแต่ 20x30 ใบละ 3.25 บาท
58.9.104.75: 2553/06/10 09:20:02
จำหน่ายถุงกระสอบ ใหม่สะอาด คัดออกเนื่องจากพิมพ์ผิด หรือพิมพ์เกินจำนวน สามารถนำมาใส่ 
ผลผลิตทางการเกษตร ข้าว ปุ๋ย ทราย ขนาด 20"x30"  ราคาเริ่มต้น ใบละ3.25 บาท 
มีจำนวนหลายหมื่นใบ สอบถามได้ที่เบอร์ 085 955 6723 หลิว ขอบคุณค่ะ
อ่าน:1204 | ความคิดเห็น:3 | แสดงความคิดเห็น
ขาย EM จุลินทรีย์ชีวภาพสำหรับการเกษตร
58.9.143.9: 2553/06/10 08:15:49
ขาย EM จุลินทรีย์ชีวภาพสำหรับการเกษตร ใช้ผสมน้ำรดต้นไม้ พืชไร่ สวน หรือแปลงผัก 
เพื่อเพิ่มผลิต และลดต้นทุน จากการใช้ยา หรือเคมีภัณฑ์ 
สิ่งที่สำคัญคือการช่วยฟื้นฟูสภาพของดินให้กลับมาอุดมสมบูรณ์ตามวงจรธรรมชาติ
ประโยชน์ของ EM
- ช่วยปรับสภาพความเป็นกรด-ด่างในดินและน้ำ 
- ช่วยแก้ปัญหาจากแมลงศัตรูพืชและโรคระบาดต่าง ๆ 
- ช่วยปรับสภาพดินให้ร่วนซุย อุ้มน้ำและอากาศผ่านได้ดี 
- ช่วยย่อยสลายอินทรีย์วัตถุ เพื่อให้เป็นปุ๋ย (อาหาร) แก่อาหารพืชดูดซึมไปเป็นอาหารได้ดี 
  ไม่ต้องใช้พลังงานมากเหมือนการให้ปุ๋ยวิทยาศาสตร์ 
- ช่วยสร้างฮอร์โมนพืช พืชให้ผลผลิตสูงและคุณภาพดีขึ้น 
- ช่วยกำจัดกลิ่นเหม็นจากฟาร์มปศุสัตว์ ไก่และสุกร ได้ภายในเวลา 24 ชม. 
- ช่วยกำจัดน้ำเสียจากฟาร์มได้ภายใน 1 – 2 สัปดาห์ 
ราคา 50 บาทต่อลิตร
ราคาส่งกรุญาติดต่อทางโทรศัพท์หรืออีเมล เพื่อสอบถามรายละเอียน
สนใจติดต่อ 
Tel        k.วรุธ 0834470362
Email   em_tpg@hotmail.com
อ่าน:998 | ความคิดเห็น:3 | แสดงความคิดเห็น
เขื่อนใหญ่วิกฤติน้ำสำรอง กรมชลสั่งลดการระบายน้ำเขื่อนภูมิพล-สิริกิติ์/เน้นใช้เฉพาะอุปโภค-บริโภค
125.26.149.87: 2553/06/09 21:19:05
นายวีระ วงศ์แสงนาค รองอธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยว่า แม้ขณะนี้จะสิ้นสุดฤดูแล้ง และเริ่มมีฝนตกลงมาแล้วก็ตาม แต่เขื่อนขนาดใหญ่หลายแห่งคงเหลือปริมาณน้ำเก็บกักน้อยและมีปริมาณน้ำไหล เข้าเขื่อนปริมาณต่ำ บางแห่งไม่มีเลย เช่น เขื่อนภูมิพล เขื่อนสิริกิติ์ เขื่อนแม่กวง เขื่อนห้วยหลวง เขื่อนน้ำอูน เขื่อนลำพระเพลิง เขื่อนทับเสลา เป็นต้น จำเป็นจะต้องควบคุมการบริหารน้ำอย่างรอบคอบ โดยเฉพาะพื้นที่ในลุ่มน้ำเจ้าพระยา ซึ่งเป็นพื้นที่อู่ข้าวอู่น้ำของประเทศ

สำหรับสถานการณ์น้ำในเขื่อนภูมิพลและเขื่อนสิริกิติ์ ขณะนี้เหลือปริมาณน้ำที่สามารถใช้การได้รวมกันประมาณ 1,500 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือร้อยละ 7 ของความจุที่ระดับเก็บกัก ทำให้กรมชลประทานต้องลดการระบายน้ำจากทั้ง 2 เขื่อน เหลือแค่ 20 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อวัน ตั้งแต่ วันที่ 1 พฤษภาคม ที่ผ่านมา จากเดิมที่เคยระบายน้ำ 30-50 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อวัน โดยจะระบายน้ำเพื่อการอุปโภคบริโภค และการรักษาระบบนิเวศน์เท่านั้น เนื่องจากที่ผ่านมามีการใช้น้ำเกินแผนที่กำหนดไว้ถึง 2,339 ล้านลูกบาศก์เมตร จำเป็นจะต้องกักเก็บน้ำไว้ใช้ในกรณีเกิดฝนทิ้งช่วงในช่วงต้นฤดูฝน

อย่างไรก็ตาม ในฤดูแล้งที่ผ่านมากรมชลประทานประสบผลสำเร็จในการบริหารจัดการน้ำเขื่อนขนาด ใหญ่ที่ประสบภาวะวิกฤติปริมาณน้ำต้นทุนมีน้อย แต่สามารถจัดการน้ำให้เพียงพอกับความต้องการได้ ซึ่งประกอบด้วย เขื่อนแม่กวงอุดมธารา เขื่อนห้วยหลวง เขื่อนลำพระเพลิง เขื่อนลำตะคอง เขื่อนน้ำอูน เขื่อนทับเสลา เขื่อนสียัด และเขื่อนขุนด่านปราการชล

กรมชลประทานได้บริหารจัดการน้ำโดยเชิญผู้บริหารระดับจังหวัด ผู้บริหารระดับอำเภอ ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เกษตรกร และผู้ที่เกี่ยวข้องมาประชุมหารือกำหนดข้อตกลงการใช้น้ำร่วมกันว่า จะใช้ในกิจกรรมอะไรบ้าง สามารถจัดสรรน้ำเพื่อทำนาปรัง การปลูกพืชผัก และพืชฤดูแล้งอื่นๆ ได้หรือไม่ ถ้าได้มีจำนวนกี่ไร่ พื้นที่ไหนบ้าง ตลอดจนช่วยกันวางแนวทางในการบริหารจัดการน้ำ เพื่อให้สามารถส่งน้ำ ที่มีจำกัดได้ทั่วถึง โดยจะให้ความสำคัญในการส่งน้ำเพื่อรักษาระบบนิเวศน์และการอุปโภคบริโภคเป็น อันดับแรก" รองอธิบดีกรมชลประทานกล่าว
วันที่ 17/5/2010

http://www.naewna.com/news.asp?ID=211311
อ่าน:658 | ความคิดเห็น:1 | แสดงความคิดเห็น
อบรมวิชาชีพ  ราชฏภูเก็ต
202.29.50.40: 2553/06/09 21:18:55
ฝากประชาสัมพันธ์การอบรมวิชาชีพของ มหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต

                                      กำหนดการอบรมวิชาชีพ สำหรับบุคคลทั่วไป
                                  คณะเทคโนโลยีการเกษตร  มหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต
                                               ภาคเรียนที่ 1  ปีการศึกษา 2553

                 หัวข้อ                    วันที่อบรม              จำนวน    สถานที่อบรม
1.การทำน้ำชีวภาพและปุ๋ยหมัก 15  มิ.ย.2553 - คณะเทคโนโลยีการเกษตร
2.การทำอาหารพื้นเมืองภูเก็ต 17-18 มิ.ย.53 - อาคารวิทยาศาสตร์การอาหาร
3. การจัดดอกไม้                 19 มิ.ย. 2553 25 คน คณะเทคโนโลยีการเกษตร
4.การร้อยมาลัยและทำบายศรี 20 มิ.ย. 2553 25 คน คณะเทคโนโลยีการเกษตร
5.การปลูกพืชแบบไฮโดรโปนิกส์ 26-27 มิ.ย. 53 25 คน คณะเทคโนโลยีการเกษตร
6.การผลิตลูกชิ้น ไก่ยอ ไส้กรอก และ
กุนเชียง   เพื่อสร้างอาชีพ                 26-27 มิ.ย. 53 - อาคารวิทยาศาสตร์การอาหาร
7.การทำตู้ปลาสำหรับนักเรียนมัธยม 3 กค. 2553                 20 คน อาคารเพาะเลี้ยงสัตว์
8.การเพาะเห็ด                 3-4 ก.ค. 2553 - คณะเทคโนโลยีการเกษตร
                                                   สอบถามรายละเอียดได้ที่ 076-215-133
อ่าน:738 | ความคิดเห็น:2 | แสดงความคิดเห็น
จำหน่ายต้นกล้าปาล์มน้ำมัน Tenera Yangambi ลูกผสมพันธุ์หนองเป็ด DxP พร้อมใบรับรอง
198.36.95.12: 2553/06/09 21:17:17
จำหน่ายต้นกล้าปาล์มน้ำมัน Tenera Yangambi ลูกผสมพันธุ์หนองเป็ด DxP พร้อมใบรับรอง

จุดเด่น : ลำต้นใหญ่-ผลใหญ่-ทะลายดก-ทางใบสั้นและสูงช้า (แม่พันธุ์เป็น Deli Dula , พ่อพันธุ์เป็น Yangambi from Malaysia 
หันมาปลูกพืชพลังงานทดแทนกันเถอะ อนาคตสดใสล้านเปอร์เซ็น ปลูกแล้วไม่ผิดหวัง เพียง 3 ปีตัดผลผลิตขายได้แล้ว ,
มาแรงมากๆเพราะเชื่อว่าน้ำมันจะค่อยๆหมดจากโลก / ปลูกวันนี้เพื่อซื้ออนาคตที่ดีกว่า / มีต้นทุนต่ำกว่าพืชพลังงานประเภทอื่นๆ
ประเทศไทยจะเป็นครัวอาหารโลก / น้ำมันปาล์มจะเข้ามาเกี่ยวข้องกับการใช้ในชีวิตประจำวันแทบทั้งสิ้นเช่นบะหมี่ สบู่ ยาสีฟัน
แชมพู และน้ำมันพืชเป็นต้น, 1 ไร่ปลูกได้ 22-24 ต้น , 1 เดือนตัดได้ 2 ครั้ง , นานถึง 25 ปี ผลผลิตอย่างน้อย 40Kgต่อต้นต่อเดือน , 
1 ไร่(22ต้น)ให้ผลผลิต 880Kg , หากปาล์มกก.ละ 4 บาท ดังนั้นพื้นที่1 ไร่จะขายได้ 3,520 บาทต่อเดือน
ต้นกล้าตั้งอยู่ที่ อ.มะขาม จ.จันทบุรี เปิดจองแล้ววันนี้ มีต้นกล้าปาล์มน้ำมันอายุ 2-5-9 เดือนรอจำหน่าย ราคาขายต้นละ65-85-95 บาท
พร้อมใบรับรอง ติดต่อ ตุ้ย081- 4507223 ท่านใดต้องการมาชมสวนที่ให้ผลผลิตแล้วหรือเพิ่งปลูกใหม่ปีที่แล้วเชิญติดต่อเข้ามาครับ
!!!! หากจะเลือกปาล์มไปปลูกต้องเป็น Tenera (Deli dura+Yangambi  ของหนองเป็ดเท่านั้น !!!
หากท่านใดสนใจสายพันธุ์เปรียบเทียบ Felda-Yangambi ( 95 - 115 - 125  , Compact-Ghana ASD ( 185 - 205 - 215 ก็เชิญติดต่อเข้ามาครับ
อ่าน:5338 | ความคิดเห็น:2 | แสดงความคิดเห็น
[ขออนุญาตประชาสัมพันธ์สินค้าคะ]จำหน่าย-ปรึกษาการติดตั้งหัวฉีดลดความร้อน - เพิ่มความชื้น ในโรงเรือนปศุสัตว์-พืช ภายใน-ภายนอกอาคาร 
58.9.59.253: 2553/06/09 21:17:03
สำหรับท่านที่กำลังมองหาอุปกรณ์ฉีดลดความร้อน - เพิ่มความชื้นภายในโรงเรือน หรือภายในภายนอกอาคาร
เราเป็นตัวแทนจำหน่ายหัวฉีดพ่นหมอก-ละอองน้ำ-เม็ดน้ำจากต่างประเทศ หลายยี่ห้อ หลายรุ่น
เพื่อความเหมาะสมของการนำไปใช้งาน

การนำไปใช้งานโดยทั่วไป-ประโยชน์ของการใช้งาน
1.ฟาร์มเกษตร-ปศุสัตว์ 
- ฟาร์มไก่ หัวฉีดเม็ดน้ำเล็กพิเศษ เพื่อลดความร้อนในโรงเรือนไก่ เพื่อลดความเครียดของไก่จากอากาศที่ร้อนขึ้นทุกวัน 
อุณหภูมิที่เหมาะสมจะทำให้ไก่ให้ผลผลิตไข่มากขึ้น เพิ่มคุณภาพไข่ และมีระยะออกไข่ที่นานขึ้น
โดยหัวฉีดตัวนี้เป้นที่นิยมใช้ในฟาร์มเปิดทั้งในและต่างประเทศ ที่ไม่มีระบบปรับอากาศซึ่งราคาสูงมาก
- ฟาร์มสุกร-โคกระบือ และสัตว์ใหญ่อื่นๆ  อากาศร้อนที่ร้อนขึ้นเรื่อยๆของไทยนั้น ส่งผลให้สุกร และสัตว์ใหญ่
หลายๆประเภทเกิดความเครียด กินอาหารได้น้อยลง ไม่ผสมพันธุ์-ไม่ออกลูก ส่งผลโดยตรงต่อผลผลิต
การลดอุณหภูมิจึงเป็นการแก่ปัญหาพื้นฐานได้ดี อีกทั้งช่วยในเรื่องแมลงรบกวนต่างๆด้วย
- ฟาร์มพืชผลต่างๆ โดยเฉพาะพืชที่ต้องการความชื้นสูง ต้องการน้ำมากๆ เช่นฟาร์มเห็ด เป็นต้น 
เรามีหัวฉีดที่หลายรุ่นที่สามารถเลือกปริมาณที่ฉีดต่อชั่วโมงได้

2.ภายนอกอาคาร
- บ้านเรือนทั่วไป โรงงาน ใช้ลดความร้อนบริเวณบ้าน ในสวนย่อม บนหลังคา  สามารถเลือกได้ตามความเหมาะสมของการใช้งาน
- สวนสาธารณะ ลานกิจกรรม พื้นที่สาธารณะ พื้นจัดงานต่างๆ ใช้ร่วมกับพัดลมไอน้ำหรือไม่ต้องก็ได้สำหรับที่เปิดโล่งมีลมพัด 
ลดความร้อน ช่วยให้สดชื่นแก่ผู้คนที่ผ่านไปมาบริเวณนั้น

3.ภายในอาคาร
- โรงงานอุตสาหกรรมที่ต้องการความชื้นช่วยในการผลิต  หรือแต่ประโยชน์ในการใช้ลดความร้อน
ภายในตัวอาคารปฎิบัติงานต่างๆ
-  สถานที่ในร่มที่เปิดโล่งต่างๆ เช่นโรงอาหาร ศาลาวัด เป็นต้น


ทางเรามีประสบการณ์ในให้คำปรึกษาการติดตั้งและจำหน่ายให้กับลูกค้าตามกลุ่มตัวอย่างข้างต้นมาแล้ว
ส่วนสำหรับการใช้งานอื่นๆที่ยังไม่ได้กล่าวไว้ข้างต้น เรามีหัวฉีดทุกประเภทไว้รองรับการใช้งานที่หลายหลาก
ไม่ว่าจะเป็นการใช้ครัวเรือน อุตสากรรมการผลิตขนาดเล็ก-ใหญ่ การใช้งานการเกษตร และอื่นอีกมากมาย

ราคาของสินค้า ตั้งแต่ 350 บาทขึ้นไป
ในที่นี้ขึ้นอยู่กับวัสดุของหัวฉีดที่ท่านเลือก และเหมาะสมกับการใช้งาน
อุปกรณ์ที่ใช้ร่วมจำพวข้อต่อ ท่อ ก็สามารถสอบถามมาได้เช่นกัน
สำหรับลูกค้าที่อยู่ต่างจังหวัดสนใจสั่งซื้อ เรายินดีส่งสินค้าทางไปรษณีย์ และโอนเงินผ่านธนาคารคะ
สำหรับท่านสะดวกเกินมาดูสินค้า ทดสอบสินค้าก่อน เรามีโชว์รูมที่กทม.คะ
สามารถโทรมานัดเวลาและสอบถามก่อนได้คะ


ติดต่อขอข้อมูลเพิ่มเติมหรือสอบถามรายละเอียด
อีเมล์ : coolingfognozzle@gmail.com
โทรศัพท์ : 0890 - 2196 - 09  คุณเบญ
                 0813 - 7594 - 35  คุณตุ๊ก
ทำการ จันทร์-เสาร์ เวลา 8.30 - 17.30น.

อ่าน:1311 | ความคิดเห็น:2 | แสดงความคิดเห็น
ปุ๋ยควายธนู ปุ๋ยอินทรีย์เคมี ปุ๋ยนวัตกรรมใหม่ ที่ทั่วโลกยอมรับว่าดีที่สุดสำหรับการเพาะปลูก ที่ประสิทธิภาพเทียบเท่าปุ๋ยเคมี แต่ไม่ทำลายดิน ไม่ทำให้ดินเสื่อมและยังช่วยฟื้นฟูสภาพดินให้ดีขึ้น
58.136.202.101: 2553/06/09 21:16:47
ต้องการข้อมูลเพิ่มเติม เข้าชมได้ที่

http://www.ควายธนู.com หรือ  http://www.BuffaloBow.com

e-mail: info@buffalobow.com   Mobile: 08-7703-8925



มีธาตุอาหาร หลัก รอง เสริม ครบ 13 ธาตุ และเพิ่มสารพิเศษอื่นๆอีกมาก

ปุ๋ยควายธนู ผลิตขึ้นโดยนำข้อดีของปุ๋ยเคมีและปุ๋ยอินทรีย์มารวมกัน และ

แก้จุดอ่อนของปุ๋ยทั้ง2ชนิด

- มีธาตุอาหารครบถ้วน หลัก รอง เสริม(จุลธาตุ)

  ธาตุอาหารหลัก มี 3 ธาตุ ครบ คือ 
 1. ไนโตรเจน (Nitrogen : N)
 2. ฟอสฟอรัส (Phosphorus : P)
 3. โปตัสเซียม (Potassium : K) 

 ธาตุอาหารรอง มี 3 ธาตุ ครบ คือ
 1. แคลเซียม (Calcium : Ca)
 2. แมกนีเซียม (Magnesium : Mg)
 3. กำมะถัน (Sulphur : S)


 ธาตุอาหารเสริม(จุลธาตุ) มี 7 ธาตุ ครบ คือ
 1. เหล็ก (Ferrus : Fe)
 2. แมงกานีส (Manganese : Mn)
 3. สังกะสี (Zinc : Zn)
 4. ทองแดง (Copper : Cu)
 5. โบรอน (Boron : Bo)
 6. โมลิดีนั่ม (Molybdenum : Mo)
 7. คลอรีน (Chlorine : Cl)

 ปุ๋ยควายธนูยังได้เพิ่มสารพิเศษอื่นๆอีก เช่น
 อินทรีย์วัตถุ (Organic Matter : OM)
 ฮิวมัส (Humus)
 โซเดียม (Sodium : Na)
 ซิลเวอร์ (Silver : Ag)
 ซิลิกอน (Silicon : Si)
 อะลูมินั่ม (Aluminum : Al)
 สารอาหารของจุลินทรีย์ชนิดดี
 สาร ปรับปรุง ฟื้นฟู สภาพดิน
 สารที่เป็นสูตรพิเศษเฉพาะอีกมาก
อ่าน:2680 | ความคิดเห็น:2 | แสดงความคิดเห็น
ขายรถเกี่ยวข้าวที่อุบล ด่วน
112.142.105.214: 2553/06/09 21:16:30
ขายรถเกี่ยวข้าว คันใหญ่ ที่อุบล ด่วน 400,000 บาทเท่านั้น เจ้าของขายเองคะ
อ่าน:978 | ความคิดเห็น:3 | แสดงความคิดเห็น
กรีนไลฟ์ต้องการตัวแทนจำหน่ายปุ๋ย 1 อำเภอ 1 ศูนย์จำหน่าย
124.121.189.201: 2553/06/09 21:15:33
บ.จีไลฟ์ อินเตอร์เนชั่นเนล จำกัด
ผู้จัดจำหน่ายปุ๋ยตรากรีนไลฟ์
   * กรีนไลฟ์เม็ด เคมีผสมอินทรีย์ ทดแทนปุ๋ยสูตร
   * ซุปเปอร์ออร์แกนิค ปุ๋ยอินทรีย์เต็มประสิทธิภาพ
   * สารเสริมประสิทธิภาพในพืช เร่งดอก เร่งออกรวง เร่งน้ำยาง เร่งหัวใญ่

ต้องการตัวแทนจำหน่ายปุ๋ย 1 อำเภอ 1 ศูนย์จำหน่าย
 ติดต่อ เปรมยุดา 086-892-3393
อ่าน:1135 | ความคิดเห็น:7 | แสดงความคิดเห็น
มันเส้น & มันหัว   (ความหมายของมันสัมประหลัง) ต่างกันอย่างไรครับ
164.115.7.10: 2553/06/09 21:14:57
  ความหมายของมันสัมประหลัง ระห่ว่าง มันเส้น & มันหัว   ต่างกันอย่างไรครับ 
  
  อย่ากรู้เรื่องมันครับ    (เกษตรกรใหม่ครับ)
อ่าน:516 | ความคิดเห็น:2 | แสดงความคิดเห็น
ขายเมล็ดอัลฟัลฟ่าสำหรับปลุกเป็นอาหารสัตว์
110.164.167.8: 2553/06/09 21:14:17
ราคาซองละ100บาท บรรจุซองละ100เมล็ด
มีค้นจำหน่าย
สนใจติดต่อเอ0865423622
อ่าน:861 | ความคิดเห็น:2 | แสดงความคิดเห็น
ขายสปริงเกอร์ และอุปกรณ์เกษตรอื่นๆ มากมาย ราคาโรงงาน สินค้าดี มีคุณภาพสูง 
124.122.118.96: 2553/06/09 21:14:05
บริษัท ไทย อินเตอร์ แอคเคาน์ติ้ง จำกัด จำหน่ายอุปกรณ์การเกษตร  สินค้าของเรามีให้เลือกมากมายเช่น หัวสปริงเกอร์ที่สามารถเปลี่ยนหัวได้หลากหลาย, หัวน้ำหยด , หัวพ่นน้ำด้านเดียว, มินิสปริงเกอร์, ท่อพีอี, ปั๊ม, ถ้วยรองน้ำยาง และถุงเพาะชำ โดยเฉพาะทางบริษัทฯ รับออกแบบวางระบบสปริงเกอร์ให้เหมาะสมกับพื้นที่เกษตรของท่าน           ในระบบที่สมบูรณ์และประหยัด เราบริการให้คำปรึกษาหลังการขายโดยบุคคลากรที่มีความเชี่ยวชาญ เพื่อให้ลูกค้าพึงพอใจในสินค้าและบริการมากที่สุด สนใจรายละเอียด คลิ๊ก www.greenkaset.com
อ่าน:2374 | ความคิดเห็น:2 | แสดงความคิดเห็น
สารชีวภาพป้องกันกำจัดโรคพืช ที่เกิดจากเชื้อราและแบคทีเรีย
118.172.228.130: 2553/06/09 21:12:54
พืชทุกชนิดล้วนประสบปัญหาโรคเชื้อราและเชื้อแบคทีเรีย ทางชมรมส่งเสริมเกษตรชีวภาพขอเสนอ โคโค-แม็กซ์ เป็นผลิตภัณฑ์เทคโนโลยีชีวภาพ ปลอดภัยต่อผู้ใช้และพืช พิสูจน์แล้วใช้ได้ผลดีจริง สามารถป้องกันกำจัดโรคพืชได้ทุกชนิด ทุกพืชที่เกิดจากเชื้อราและแบคทีเรียได้ในครั้งเดียว เช่น โรคแอนแทรคโนส ราแป้ง โรคราดำ โรคเน่าดำ  โรคต้นเน่าแห้งหรือโรคราเมล็ดผักกาด หรือเน่าเข้าไส้ ใบด่าง รากเน่าโคนเน่า โรคใบหงิกหด โรคแคงเกอร์ โรคเน่าเละ โรคสนิมเหล็ก โรคราน้ำค้าง โรคเหี่ยว โรคแผลสะเก็ด(สแคป) เป็นต้น โดยเกษตรกรส่วนใหญ่ได้ให้ความสนใจและเชื่อมั่นในผลิตภัณฑ์เพิ่มขึ้นมาก เห็นได้ชัดจากยอดขาย KOKO-MAX ที่เพิ่มขึ้นตลอดเวลา เพราะเกษตรกรเชื่อมั่นในคุณภาพและเกิดปรากฎการบอกต่อปากต่อปากจริงและนี่คือโอกาสที่ท่านไม่ควรพลาด ผลิตและควบคุมคุณภาพโดย นักจุลชีววิทยาและนักโรคพืชมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

**ใช้ได้ผลดีและเป็นที่นิยมในผู้เลี้ยงกล้วยไม้ ชวนชม และไม้ดอกไม้ประดับ

**ดูรายละเอียดได้ที่  http://www.kokomax.com

ชมรมส่งเสริมเกษตรชีวภาพ 
โทร.087-2126507,056-912218
อีเมลล์  info.kokomax@gmail.com  
อ่าน:2076 | ความคิดเห็น:2 | แสดงความคิดเห็น
ปุ๋ย7DAYS ปุ๋ยไม้ดอกไม้ประดับ ไม้กระถาง ไม้สวน  อ่างบัว กล้วยไม้ พืชผักปลอดสารพิษ
58.136.202.231: 2553/06/09 21:12:05
ปุ๋ย 7DAYS by KasetD  ปุ๋ยเซเว่นเดย์ส สูตร ALL IN 1 ปุ๋ยสำหรับพืชทุกชนิด ไม้ดอก ไม้ประดับ อ่างบัว ไม้กระถาง ไม้สวน กล้วยไม้ พืชสวนครัว ผักปลอดสารพิษ ไม้ผล ไม้ยืนต้น และอื่นๆ

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่
http://www.kasetd.com
e-mail: 7days@kasetd.com

ข้อดีของปุ๋ย 7DAYS
- ธาตุอาหารพืช หลัก รอง และเสริม ครบถ้วนใน 1 เดียว
- เร่งทุกระบบของพืช อย่างสมบูรณ์แบบ
- ช่วยให้รากแข็งแรง ดูดซึมอาหารได้ดี
- ลำต้นแข็งแรง เติบโตเร็ว แตกกิ่งมาก
- ไม้ใบ ใบใหญ่ หนา สีเข้ม เป็นมันสวย
- ไม้ดอก ออกดอกดก สีเข้มจัด ดอกหอมมากขึ้น
- ไม้ผล ออกลูกดก ลูกใหญ่ รสชาติจัด ทนไม่เน่าเสียง่าย
- พืชผัก หวานกรอบอร่อย เก็บได้นาน
- ต้นพืชแข็งแรงจากภายใน จึงต้านทานโรคและแมลงได้ดี
- ไร้สารพิษ ไม่เป็นอันตรายต่อคน
- เม็ดปุ๋ยจะละลายช้าๆ ปุ๋ยอยู่ได้นานมาก
- ช่วยฟื้นฟูและบำรุงดิน ให้ร่วนซุย ไม่แข็ง อุ้มน้ำได้ดี
- หากใส่ปุ๋ยเกินขนาด พืชไม่ตาย เพราะปุ๋ยนี้ไม่เป็นกรด
อ่าน:4751 | ความคิดเห็น:2 | แสดงความคิดเห็น
เกษตรนำร่องแผนลดทำนาปรัง แหล่งปลูกข้าวภาคกลาง-อีสาน กรมชลฯชี้ต้นฤดูฝนน้ำยังน่าห่วง 
113.53.163.130: 2553/06/09 21:08:23
นายชลิต ดำรงศักดิ์ อธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยว่า สถานการณ์น้ำในอ่างเก็บน้ำขนาดกลางและขนาดใหญ่ในช่วงต้นฤดูฝน ยังมีเป็นปริมาณที่น้อย สืบเนื่องมาจากฤดูฝนปีก่อนเกิดฝนทิ้งช่วง ปริมาณน้ำที่เก็บกักไว้ใช้ต่ำกว่าที่คาดการณ์ไว้ ขณะที่เกษตรกรเพิ่มจำนวนรอบการปลูกพืชมากขึ้น กรมชลประทานจึงต้องระบายน้ำเพิ่ม ทำให้มีการใช้น้ำเกินต้นทุนเกินแผนที่วางไว้

นอกจากนี้ยังประสบปัญหาการระบาดของศัตรูพืช โดยเฉพาะเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล ซึ่งเกิดขึ้นเนื่องจากมีการปลูกพืชซ้ำบนพื้นที่เดียวกันนานเกินไป ปัญหาเหล่านี้ได้สร้างความเสียหายให้กับพื้นที่ในการปลูกข้าวเป็นจำนวนมาก เกษตรกรจึงจำเป็นต้องทำลายนาข้าวทิ้งและปลูกใหม่ ทำให้การปลูกข้าวรอบใหม่ล่าช้าเกินฤดูกาล จนเกิดข้าวค้างทุ่งที่ประสบปัญหาเรื่องน้ำไม่เพียงพอ

กระทรวงเกษตรและสหกรณ์จึงมีนโยบายเรื่องการปรับเปลี่ยนรูปแบบวิธีการปลูก ข้าวใหม่ เนื่องจากหากเกษตรกรยังใช้รูปแบบการปลูกเหมือนเดิม คือ การปลูกข้าวทั้งนาปี-นาปรังบนพื้นที่ซ้ำๆ 3-4 ครั้งต่อปี ไม่มีการพักดิน ทำให้การป้องกันหรือการแก้ไขปัญหาต่างๆ ทั้งปัญหาศัตรูพืช ปัญหาน้ำ หรือปัญหาการดูแลรักษาต่างๆ เป็นไปได้ยาก

ทั้งนี้นโยบายดังกล่าว เป็นการทำงานร่วมกันของหน่วยงานต่างๆ โดยมีกรมการข้าวเป็นหน่วยงานหลัก ทำงานร่วมกับกรมส่งเสริมการเกษตร องค์กรส่วนท้องถิ่น และกรมชลประทาน ซึ่งได้ข้อสรุปออกมาเป็นรูปแบบการปลูกข้าว 3 กรณี คือ

1.ปลูกข้าวนาปี-พืชหลังนา-ข้าวนาปรัง โดยเกษตรกรปลูกข้าวนาปีได้เต็มพื้นที่ หลังจากเก็บเกี่ยวเสร็จให้ปลูกพืชหลังนาที่ใช้น้ำน้อยได้เต็มพื้นที่เช่นกัน เมื่อเก็บผลผลิตแล้วปริมาณน้ำที่เหลือใช้สำหรับปลูกข้าวนาปรัง 2.ปลูกข้าวนาปี-เว้นปลูก-ข้าวนาปรัง โดยปลูกข้าวนาปีได้เต็มพื้นที่ แล้วเว้นการปลูกพืชทุกชนิด 2 เดือน จากนั้นจึงปลูกข้าวนาปรังตามความเหมาะสมของปริมาณน้ำที่เหลืออยู่ 3.ปลูกข้าวนาปี-พืชหลังนา-พืชไร่ โดยปลูกข้าวนาปีได้เต็มพื้นที่ หลังจากเก็บเกี่ยวเสร็จ ให้ปลูกพืชหลังนาที่ใช้น้ำน้อย และพืชไร่ ตามลำดับ

นายชลิต กล่าวด้วยว่า ทั้งนี้นโยบายดังกล่าวมีการประชุมชี้แจงให้เกษตรกรรับทราบแล้ว และเกษตรกรส่วนใหญ่เห็นด้วย เบื้องต้นจะมีการนำร่องในพื้นที่ต่างๆโดยเฉพาะพื้นที่ลุ่มเจ้าพระยาและภาค อีสาน ซึ่งเป็นแหล่งเพาะปลูกข้าวแหล่งใหญ่ที่ประสบปัญหามากที่สุด 

http://www.naewna.com/news.asp?ID=211917
อ่าน:1002 | ความคิดเห็น:2 | แสดงความคิดเห็น
หัวฉีดพ่นปุ๋ยน้ำ พ่นน้ำยา คอ28 - Pump spray 
183.89.80.227: 2553/06/09 21:07:28
หัวฉีดพ่นปุ๋ยน้ำ พ่นน้ำยา คอ28 - Pump spray 

ปั๊มอัดอากาศเข้าขวด  ก่อนกดปุ่ม พ่นน้ำยาออกมาเป็นละอองฝอย

สามารถใช้คู่กับขวดคอ28 ได้  เช่น ขวดน้ำอัดลม  ขวดน้ำดื่ม

ราคาขายปลีก  80 บาท 


ไม่กำหนดขั้นต่ำการสั่งซื้อ ชิ้นเดียวส่งทั่วไทย  
สนใจสั่งซื้อสินค้าทางเว็บไซต์
Shopping online ผลิตภัณฑ์สมุนไพร และ บรรจุภัณฑ์ต่างๆ ที่ 
http://www.deeproduct.com หรือ อีเมล์ sale@deeproduct.com
คุณธนสิญจ์ ตนุเจริญทรัพย์ โทร 0818102846
สำนักงานขาย โทร. 021006319, 0819289231
อ่าน:3979 | ความคิดเห็น:2 | แสดงความคิดเห็น
ขายปุ๋ยขี้ยอ
118.172.253.23: 2553/06/09 21:01:54
ปุ๋ยขี้ยอเกิดจากซากพืชซากสัตว์ทะเล เช่น สาหร่าย ปะการังอ่อน ซากกุ้งปูปลา รวมทั้งสัตว์น้ำขนาดเล็กและแพลนตอน มีคลื่นน้ำทะเลเป็นตัวช่วยเร่งให้มีการย่อยสลาย และพัดพาซากพืชซากสัตว์ดังกล่าวรวมทั้งธาตุอาหารหน้าดินทะเล มาทับถมกันที่ชายฝั่งทะเลบริเวณป่าชายเลน

ประโยชน์ : ปุ๋ยขี้ยอพบมาก บริเวณป่าชายเลนจังหวัดจันทบุรีและตราด เป็นผลิตผลทางธรรมชาติอย่างแท้จริงระยะแรกชาวบ้านเรียกว่า “ขี้ยอ”เมื่อชาวประมงนำขี้ยอไปถมที่ปลูกต้นไม้ ปรากฎว่าต้นไม้เจริญ เติบโตให้ผลผลิตดี ต่อมาเมื่อเกษตรกรนำขี้ยอไปใช้แทนปุ๋ยอินทรีย์ ปรากฎว่าผักและผลไม้ ออกดอกออกผลดก รสชาติดี เพิ่มผลผลิตให้ กับเกษตรกรได้ ชาวบ้านจึงเรียก ว่า “ปุ๋ยขี้ยอ” ประโยชน์ ปุ๋ยขี้ยอเป็นปุ๋ยอินทรีย์ชนิดหนึ่ง มีแร่ธาตุทางทะเล โดยเฉพาะแคลเซียมซึ่งเป็นประโยชน์ต่อพืชหลายชนิดสูงมาก ความเค็มมีเพียงเล็กน้อยเมื่อรดน้ำก็เจือจางไม่เป็นอันตรายต่อพืช ขณะนี้ ปุ๋ยขี้ยอ กำลังเป็นที่นิยมอย่างมาก ของชาวสวนผลไม้และสวนปาล์มจันทบุรีและตราด ใช้แล้วทำให้ดินร่วนซุย ใช้ในแปลงนาข้าวจะทำให้ไถพรวนง่าย หากได้ใช้อย่างต่อเนื่อง จะทำให้โครงสร้างดินสมบูรณ์ปริมาณการใช้ปุ๋ยเคมีจะลดลง สามารถลดต้นทุนการผลิตของเกษตรกรได้อย่างดี

วิธีใช้ สามารถใช้ปุ๋ยขี้ยอได้เช่นเดียวกับปุ๋ยอินทรีย์ และปุ๋ยคอกทั่วไป จะนำไปใส่รองก้นหลุม เพื่อเตรียมแปลงเพาะก่อนทำการปลูกหรือนำ ไปคลุกเคล้ากับดินขณะไถพรวนแปลงนาหรือสวน หรือใส่บริเวณรอบโคน ต้นไม้ก็ได้ ปุ๋ยขี้ยอ เหมาะมากสำหรับพืชอายุสั้นและพืชตระกูลผัก แต่ต้องใช้ในระยะเริ่มแรก ปริมาณการใช้ปุ๋ยขี้ยอ ขึ้นอยู่กับความสมบูรณ์ของสภาพดินหรือแปลงนาแต่ละพื้นที่ หากพื้นที่ใดใส่ปุ๋ยเคมีมานาน สภาพดินแข็ง อินทรีย์ธาตุธรรมชาติมีน้อย ควรใส่ปุ๋ยขี้ยอปริมาณมาก เพื่อเพิ่มอินทรีย์ธาตุให้มากขึ้น สนใจติดต่อ นุกูล 0861142957
อ่าน:2436 | ความคิดเห็น:4 | แสดงความคิดเห็น
ฮอร์โมนเพิ่มผลผลิต น้ำยางพารา RTC 
118.173.63.245: 2553/06/09 15:08:30
บริการเพิ่มผลผลิตให้กับต้นยางพาราที่อายุมาก และน้ำยางไม่ค่อยไหล โดยการใช้ฮอร์โมนเอทธิลีน
ลงทุนต่ำผลตอบแทนสูง รับรองผลแน่นอน (เป็นฮอร์โมนที่ศูนย์วิจัยยาง สุราษฎร์ วิจัยทดลองมา เป็น 10 ปี แล้วครับ)
สนใจโทรมาคุยรายละเอียดได้ครับที่ 081 -3821088 เอก

ปล. 
 ใช้แล้วไม่ทำให้หน้ายางตายนึ่ง หรือโทรมตายเร็วนะครับ แต่ตรงกันข้าม กลับจะช่วยยืดอายุการโค่นไปอีก 20 ปี และตอนนี้มีสวนที่ใช้ฮอร์โมนดังกล่าวไปหลายแปลงแล้ว สนใจติดต่อขอชมแปลงสวนที่ใช้จริงได้ครับ 
 พิเศษช่วงโปรโมนชั่น เกษตรกรท่านใดที่อยู่ในพื้นที่ภาคใต้ ทีมงานยินดีลงให้ข้อมูลและแนะนำการติดตั้งถึงสวนโดยไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่อมใด ๆ ทั้งสิ้น
อ่าน:1630 | ความคิดเห็น:0 | แสดงความคิดเห็น
แบ่งขาย กากน้ำตาล ตัว วีนัส ราคาถูก
58.181.157.122: 2553/06/08 12:25:56
มีกากน้ำตาลตัว วีนัส จำนวนมาก แบ่งขายเพราะไม่มีที่เก็บ ประมาณ 10000กว่าลิตรใครอยากได้จะแบ่งขายให้เพราะใช้ไม่ทัน แต่ได้มาเป็นล็อต ถ้าอยากได้แต่ต้องมาเอาเองนะ  แบ่งขายลิตรละ 5 บาท ถ้าซื้อจำนวนมากลดได้อีกครับ รายละเอียดที่ wat_6109@windowslive.com 
อ่าน:3257 | ความคิดเห็น:4 | แสดงความคิดเห็น
ปุ๋ยเคมีคุณภาพดีราคาถูก ติดต่อบริษัทเกษตรพัฒนารุ่งโรจน์  จำกัดผู้ผลิต     
222.123.174.142: 2553/06/08 11:29:48
ปุ๋ยเคมีคุณภาพดีราคาถูก ติดต่อบริษัทเกษตรพัฒนารุ่งโรจน์  จำกัดผู้ผลิต     

ปุ๋ยเคมี ตราม้าคู่กระต่าย สูตร 36-0-0 

ปุ๋ยเคมี ตราม้าคู่กระต่าย สูตร 15-15-15 

ปุ๋ยเคมี ตราม้าคู่กระต่าย สูตร 16-8-8 

ปุ๋ยเคมี ตราม้าคู่กระต่าย สูตร 16-20-0 

ปุ๋ยเคมี ตราม้าคู่กระต่าย สูตร 15-7-18 


ปุ๋ยเคมี ตราม้าคู่กระต่าย สูตร 13-13-21 

ปุ๋ยเคมี ตราม้าคู่กระต่าย สูตร 25-7-7 




ส่งฟรีทั่วประเทศ จากบริษัทโดยตรง 

 

สนใจติดต่อ 055-781142,055781143 หรือ www.kpr-kp.com ฝ่ายการตลาด      
อ่าน:745 | ความคิดเห็น:2 | แสดงความคิดเห็น
มีน้ำมูลค้างคาวสกัดเข้มข้นขายแล้ว  คุณภาพยอดเยี่ยม BAT-TECH ติต่อ 087 682 5983
58.10.219.233: 2553/06/08 11:28:40
BAT-TECH
แบท-เทค น้ำมูลค้างคาวสกัดเข้มข้น (สารอินทรีย์ชีวภาพเพื่อผลผลิตพืช)
ประกอบด้วยอินทรียสารที่มีประโยชน์และจำเป็นต่อพืช ได้แก่
• ธาตุอาหารหลัก (ไนโตรเจน ฟอสเฟต โปรแทสเซี่ยม 
• ธาตุอาหารรอง (แคลเซี่ยม แมกนีเซี่ยม กำมะถัน 
• ธาตุอาหารเสริม (เหล็ก ซิลิคอน สังกะสี โบรอน โมลิบดินัม 
• กรดฮิวมิก (ทำให้ดินปลดปล่อยธาตุอาหารมากขึ้น)
คุณประโยชน์ที่เหนือกว่า
• ลดต้นทุน เพิ่มผลผลิตและคุณภาพ
• ป้องกันและยับยั้งโรคที่เกิดจากเชื้อราต่างๆ
• ป้องกันศัตรูพืช
• ทำให้ดินร่วนซุย เกิดห่วงโซ่อาหารในดิน ทำให้ดินปลดปล่อยธาตุอาหารมากขึ้น
• ใช้ร่วมกับสารอื่นๆได้ทุกชนิด เก็บไว้ได้นาน
• ไม่มีสารเคมี ปลอดภัยต่อผู้ใช้ ผู้บริโภค และรักษาสิ่งแวดล้อม
ราคาสินค้า
1. ขนาดบรรจุ 1 ลิตร  ราคา 290    บาท
2. ขนาดบรรจุ 4 ลิตร  ราคา 1,050 บาท

ด่วน !!!!
1.ต้องการตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศ ไม่จำเป็นต้องมีหน้าร้าน
2.ไม่มีค่าสมัคร ไม่มีค่าสมาชิก ไม่มีค่าลงทะเบียน
ขายง่าย กำไรดี เกษตรกรพึงพอใจ
รับสิทธิพิเศษ :  ส่วนลด 30 % + Promotions
หากท่านสนใจกรุณาติดต่อ ป้อม สุรศักดิ์
บริษัท เอเอเอ เอ็ดดูเคชั่น จำกัด
เลขที่ 46/5 ถนนนิมิตใหม่ 40 แขวงสามวาตะวันออก เขตคลองสามวา กรุงเทพฯ 10510
โทรศัพท์ : 02-993-1771  , 087-682-5983
e-mail  : battech.3a@gmail.com  ,  pommay1977@gmail.com
อ่าน:1920 | ความคิดเห็น:2 | แสดงความคิดเห็น
ปุ๋ยเคมีคุณภาพดีราคาถูก ติดต่อบริษัทเกษตรพัฒนารุ่งโรจน์  จำกัดผู้ผลิต     
117.47.91.191: 2553/06/08 11:24:18
ปุ๋ยเคมีคุณภาพดีราคาถูก ติดต่อบริษัทเกษตรพัฒนารุ่งโรจน์  จำกัดผู้ผลิต     

ปุ๋ยเคมี ตราม้าคู่กระต่าย สูตร 36-0-0 

ปุ๋ยเคมี ตราม้าคู่กระต่าย สูตร 15-15-15 

ปุ๋ยเคมี ตราม้าคู่กระต่าย สูตร 17-9-9 

ปุ๋ยเคมี ตราม้าคู่กระต่าย สูตร 16-8-8 

ปุ๋ยเคมี ตราม้าคู่กระต่าย สูตร 16-20-0 

ปุ๋ยเคมี ตราม้าคู่กระต่าย สูตร 15-7-18 

ปุ๋ยเคมี ตราม้าคู่กระต่าย สูตร 12-12-27 

ปุ๋ยเคมี ตราม้าคู่กระต่าย สูตร 13-13-21 

ปุ๋ยเคมี ตราม้าคู่กระต่าย สูตร 25-7-7 

ปุ๋ยเคมี ตราม้าคู่กระต่าย สูตร 8-24-24 

ปุ๋ยเคมี ตราม้าคู่กระต่าย สูตร 35-0-0 

ปุ๋ยเคมี ตราม้าคู่กระต่าย สูตร 16-16-8  

ส่งฟรีทั่วประเทศ จากบริษัทโดยตรง 

 

สนใจติดต่อ 055-781142,055781143 หรือ www.kpr-kp.com ฝ่ายการตลาด      
อ่าน:5790 | ความคิดเห็น:2 | แสดงความคิดเห็น
ขาย Bornnet Booster อาหารเสริมกระตุ้นภูมิคุ้มกันและเร่งการเจริญเติบโตของพืช
124.120.61.179: 2553/06/08 11:23:52
บอร์นเนต บูสเตอร์ Bornnet Booster
อาหารเสริมกระตุ้นภูมิคุ้มกันและเร่งการเจริญเติบโตของพืช


เป็นผลิตภัณฑ์ที่สกัดจากธรรมชาติมีส่วนประกอบหลักคือโพลีกลูโคซามีนโอลี โก เมอร์ (Polyglucosamineologomers)
ซึ่งเป็นสารสกัดจากเปลือกกุ้งที่มีทั้งโมเลกุลสายยาวและสั้นที่ผ่านขบวน การ ทำให้บริสุทธิ์
และผ่านขบวนการย่อยด้วยเทคโนโลยีเฉพาะจนพืชสามารถนำไปใช้ได้ทันที


ขนาดบรรจุต่อขวด = 1 ลิตร



***** สนใจแจ้งเบอร์ติดต่อสอบ ถามมาที่ : bb-tex@hotmail.com *****
โดยแจ้งเบอร์มาทางเมลล์ที่ให้ไว้นะครับ
เดี๋ยวจะทำการโทรติดต่อกลับพร้อมแจ้งรายละเอียดครับ  


รูปขวดจริง


http://i456.photobucket.com/albums/qq284/ikkyuikkyu/DSC00486-1Small.jpg
http://i456.photobucket.com/albums/qq284/ikkyuikkyu/DSC00487-1Small.jpg
http://i456.photobucket.com/albums/qq284/ikkyuikkyu/DSC00488-1Small.jpg





bb-tex@hotmail.com

อ่าน:639 | ความคิดเห็น:4 | แสดงความคิดเห็น
ขายสปริงเกอร์ และอุปกรณ์เกษตรอื่นๆ มากมาย ราคาโรงงาน สินค้าดี มีคุณภาพสูง 
124.122.177.63: 2553/06/08 11:22:44
บริษัท ไทย อินเตอร์ แอคเคาน์ติ้ง จำกัด จำหน่ายอุปกรณ์การเกษตร  สินค้าของเรามีให้เลือกมากมายเช่น หัวสปริงเกอร์ที่สามารถเปลี่ยนหัวได้หลากหลาย, หัวน้ำหยด , หัวพ่นน้ำด้านเดียว, มินิสปริงเกอร์, ท่อพีอี, ปั๊ม, ถ้วยรองน้ำยาง และถุงเพาะชำ โดยเฉพาะทางบริษัทฯ รับออกแบบวางระบบสปริงเกอร์ให้เหมาะสมกับพื้นที่เกษตรของท่าน           ในระบบที่สมบูรณ์และประหยัด เราบริการให้คำปรึกษาหลังการขายโดยบุคคลากรที่มีความเชี่ยวชาญ เพื่อให้ลูกค้าพึงพอใจในสินค้าและบริการมากที่สุด สนใจรายละเอียด คลิ๊ก www.greenkaset.com
อ่าน:1202 | ความคิดเห็น:1 | แสดงความคิดเห็น
รับซื้อ ผักคาวตองแห้ง กก.ละ120 บาท
112.142.114.201: 2553/06/08 11:22:30
รับซื้อผักคาวตองแห้ง ประจำ กก.ละ 120 บาท
ปลอดเคมีและเชื้อรา
ชำระด้วยเงินสด 
รับซื้อครั้งละ 50 กก.
รับซื้อเฉพาะในเขตพื้นที่อำเภอพาน แม่ลาว ป่าแดด แม่จัน แม่สายและเชียงแสน เท่านั้น
ติดต่อ 0851245457
email: domvit1@hotmail.com
อ่าน:1176 | ความคิดเห็น:2 | แสดงความคิดเห็น
ขายผ่อนดาวน์ คูโบต้า M 5000 4WD
115.87.99.116: 2553/06/08 11:22:10
ขายผ่อนดาวน์ 350,000 บาท (ราคาต่อรองได้) เจ้าของขายเอง สภาพใหม่มาก เพิ่งใช้งานแค่ 50 ชั่วโมงนิดๆ อุปกรณ์เสริม ติดรถครบ....
สนใจติดต่อ คุณสบาย  089 655 8132 (รถอยู่ที่ จ.นครศรีธรรมราช)
อ่าน:865 | ความคิดเห็น:1 | แสดงความคิดเห็น
ขายปุ๋ยอินทรีย์ สำหรับไร่มันสำปะหลัง รับประกันคุณภาพ
202.176.90.214: 2553/06/08 11:20:25
ขายปุ๋ยอินทรีย์คุณภาพสูง เหมาะกับ นาข้าว ไร่มันสำปะหลัง
รับประกันคุณภาพ ราคามิตรภาพ ไม่ได้ผลยินดีคืนเงิน
อ่าน:615 | ความคิดเห็น:3 | แสดงความคิดเห็น
ขายด่วน   รถไถนาแบบนั่งขับ   รุ่น  L4508
118.175.72.226: 2553/06/08 11:03:56
 สนใจติดต่อ  089 -4493360 
อ่าน:939 | ความคิดเห็น:2 | แสดงความคิดเห็น
ใครมีรถไถไม่ใช้มาแลก BMW 318  ขับดีมั้ย ครับ พี่น้อง.
58.181.157.122: 2553/06/08 09:21:56
ใครอยากเข้าโครงการ รถไถ แรก รถเก๋ง มั้ยครับ  รายละเอียดคือ

ผมมี BMW 318 IA  (เกียร์ออโต้ อยู่ 2 คัน ครับ)  มูลค่าประมาณ คันหนึ่ง 380,000.อีกคัน 480,000.และมีรถวีโก้อีก2คัน วีโก้ใช้งานบ่อยรถเก๋งไม่ค่อยได้ใช้และต้องการรถไถคูโบต้ารุ่น95หรือ105 แรงม้าครับเพราะจะทำไร่มันเลยอยากแรกกันครับถ้าใครมีหรือแลกแล้วเพิ่มเงินส่วนต่างได้ครับลองมาคุยกันครับ วัฒน์ 0815542992 หรือ wat_6109@windowslive.com

 
อ่าน:39287 | ความคิดเห็น:1 | แสดงความคิดเห็น
ขายสปริงเกอร์ และอุปกรณ์เกษตรอื่นๆ มากมาย ราคาโรงงาน สินค้าดี มีคุณภาพ 
124.120.71.37: 2553/06/07 22:42:30
บริษัท ไทย อินเตอร์ แอคเคาน์ติ้ง จำกัด จำหน่ายอุปกรณ์การเกษตร  สินค้าของเรามีให้เลือกมากมายเช่น หัวสปริงเกอร์ที่สามารถเปลี่ยนหัวได้หลากหลาย, หัวน้ำหยด , หัวพ่นน้ำด้านเดียว, มินิสปริงเกอร์, ท่อพีอี, ปั๊ม, ถ้วยรองน้ำยาง และถุงเพาะชำ โดยเฉพาะทางบริษัทฯ รับออกแบบวางระบบสปริงเกอร์ให้เหมาะสมกับพื้นที่เกษตรของท่าน           ในระบบที่สมบูรณ์และประหยัด เราบริการให้คำปรึกษาหลังการขายโดยบุคคลากรที่มีความเชี่ยวชาญ เพื่อให้ลูกค้าพึงพอใจในสินค้าและบริการมากที่สุด สนใจรายละเอียด คลิ๊ก www.greenkaset.com
อ่าน:2380 | ความคิดเห็น:2 | แสดงความคิดเห็น
ขายปุ๋ยยูเรีย-ราคาพิเศษ 12500บาท/ตัน  Urea 46
125.26.153.51: 2553/06/07 22:40:41
มีปุ๋ยยูเรียขาย (ขายปุ๋ยยูเรีย) ราคาพิเศษ 12500บาท/ตัน  Urea 46, Russia  5000mt  ของมีจำนวนจำกัด  ที่สมุทรปราการโทร.084686-7054.
witservice11@yahoo.com
อ่าน:3319 | ความคิดเห็น:3 | แสดงความคิดเห็น
ต้องการสัมภาษณ์ผู้เพาะเลี้ยงไข่มดแดงขายครับ จากทีมงานTHAI PBS
180.210.216.68: 2553/03/05 16:09:03
สถานีวิทยุไทย เพื่อเด็กและครอบครัว FM 105 MHz มีรายการวิถีทางเลือก (ประเด็นอาชีพทางเลือก)

ต้องการได้ข้อมูลจากเกษตรกรที่เพาะเลี้ยงมดแดงเพื่อขายไข่มดแดงในเชิงพาณิชย์

อาจทำเป็นฟาร์ม อาชีพหลักหรือเป็นอาชีพเสริม เพื่อเป็นข้อมูลและคำแนะนำให้ผู้ฟัง

จึงต้องการสัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ วันจันทร์ที่ 8 มีนาคม 2553 เวลา 16.40-16.50 น.

ติดต่อกลับสุรพงษ์ (โปรดิวเซอร์รายการ) 086 7808302 ขอบคุณครับ
อ่าน:1424 | ความคิดเห็น:0 | แสดงความคิดเห็น
ขายผานตัดหญ้าขนาด 140 ซม. ราคา 26000 บาท
124.157.176.13: 2553/03/05 09:54:29
สภาพ 90% พร้อมใช้งาน ของอยู่ระยอง
อ่าน:3693 | ความคิดเห็น:0 | แสดงความคิดเห็น
รับพิมพ์ฉลากปุ๋ย โบรชัว แผ่นพับ ราคาถูกสุดๆ www.sp-print.com
124.120.65.180: 2553/03/04 20:08:16
ขออนุญาติเจ้าของเว็ป แนะนำโรงพิมพ์หน่อยครับ เผื่อมีอะไรให้รับใช้น่ะครับ (ราคาถูกสำหรับร้านค้า ครับ ชมผลงานบางส่วนทาง www.sp-print.
083-7869333
อ่าน:2771 | ความคิดเห็น:0 | แสดงความคิดเห็น
อยากให้มีเนื้อหา หรือระบบอะไรใน FarmKaset.com แสดงความคิดเห็นไว้ที่นี่เลยครับ
203.152.57.5: 2553/03/03 13:07:47
อยากให้มีเนื้อหา หรือระบบอะไรใน FarmKaset.com แสดงความคิดเห็นไว้ที่นี่เลยครับ หรืออาจจะเพิ่มเป็นหัวห้อใหม่ในกระดานนี้เลยก็ดีครับ จะได้มีคนมาออกความคิดเห็น เห็นด้วยหรือไม่กับความคิดของคุณได้ด้วย 

!!อย่าลืม ทิ้ง e-mail หรือ หมายเลขโทรศัพท์ไว้ด้วยนะครับ

หากความคิดของท่านใด เป็นไอเดียที่ดี เราจะได้ติดต่อกลับไป ขออนุญาติกับท่านเจ้าของความคิด เพื่อปรับปรุงเป็นเนื้หา หรือข้อมูลขึ้นบนเว็บไซต์ ฟาร์มเกษตรดอทคอมครับ 

ทางฟาร์มเกษตรในเบื้องต้น อาจจะไม่มีอะไรตอบแทนความคิดดีๆของคุณได้ แต่เราจะอ้างอิงไว้ในหน้า
http://www.farmkaset.com/contents/category.aspx?content=10
เพื่อแสดงว่า ความคิดที่ได้กลายมาเป็นเนื้อหา หรือระบบบนเว็บไซต์ ฟาร์มเกษตร ได้ความกรุณาแนะนำมาจากใคร

เราพยายามปรับปรุงเนื้อหา ให้ตอบรับความต้องการด้านเกษตรกรรมตลอดเวลา แต่ทางเรายังมีความรู้น้อย เพราะความรู้ด้านเกษตรกรรม มีมากมายหลายด้าน เราเพียงฝ่ายเดียว ไม่อาจจะทำเนื้อหา ให้ตอบสนองความต้องการของทุกคนได้ อย่างเช่นเว็บบอร์ด คุณอยากจะให้มีกระดานสนทนาเกี่ยวกับอะไรเพิ่มขึ้นมา ก็แจ้งมาได้เลยนะครับ เราจะสร้างขึ้นมาให้

ฟาร์มเกษตรขอขอบคุณสำหรับทุกความคิดเห็น แม้จะเป็นความเห็นในเรื่องเล็กๆน้อยๆ ก็แนะนำได้ทุกอย่างครับ
อ่าน:7089 | ความคิดเห็น:30 | แสดงความคิดเห็น
จำหน่ายยาชีวภาพกำจัดโรคพืช กำจัดเชื้อราและแบคทีเรีย
118.172.230.216: 2553/03/03 06:58:38
พืชทุกชนิดล้วนประสบปัญหาโรคเชื้อราและเชื้อแบคทีเรีย ทางชมรมส่งเสริมเกษตรชีวภาพขอเสนอ โคโค-แม็กซ์ เป็น ผลิตภัณฑ์เทคโนโลยีชีวภาพ ปลอดภัยต่อผู้ใช้และพืช พิสูจน์แล้วใช้ได้ผลดีจริง สามารถป้องกันกำจัดโรคพืชได้ทุกชนิด ทุกพืชที่เกิดจากเชื้อราและแบคทีเรียได้ในครั้งเดียว เช่น โรคแอนแทรคโนส ราแป้ง โรคราดำ โรคเน่าดำ โรคต้นเน่าแห้งหรือโรคราเมล็ดผักกาด หรือ เน่าเข้าไส้ ใบด่าง รากเน่าโคนเน่า โรคใบหงิกหด โรคแคงเกอร์ โรคเน่าเละ โรคสนิมเหล็ก โรคราน้ำค้าง โรคเหี่ยว โรคแผลสะเก็ด(สแคป) เป็นต้น โดยเกษตรกรส่วนใหญ่ได้ให้ความสนใจและเชื่อมั่นในผลิตภัณฑ์เพิ่มขึ้นมาก เห็นได้ชัดจากยอดขาย KOKO-MAX ที่เพิ่มขึ้นตลอดเวลา เพราะเกษตรกรเชื่อมั่นในคุณภาพและเกิดปรากฎการบอกต่อปากต่อปากจริงและนี่คือ โอกาสที่ท่านไม่ควรพลาด ผลิตและควบคุมคุณภาพโดย นักจุลชีววิทยาและนักโรคพืชมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
 
ดูรายละเอียดได้ที่ www.kokomax.com
 
ชมรมส่งเสริมเกษตรชีวภาพ
โทร.087-2126507,056-912218
อีเมลล์  info.kokomax@gmail.com
อ่าน:1502 | ความคิดเห็น:3 | แสดงความคิดเห็น
ขายใบมีดตัดหญ้ามหัศจรรย์ ฝีมือคนไทย ภูมิปัญญาไทย 
117.47.234.96: 2553/03/03 06:55:40
ขายใบมีดตัดหญ้ามหัศจรรย์
ใบมีดตัดหญ้ามหัศจรรย์ ฝีมือคนไทย ภูมิปัญญาไทย 


ตัดได้เร็วกว่า ประหยัดน้ำมันกว่าใบมีดตัดหญ้าทั่วไป
ไม่ว่าพงอ้อกอใหญ่ๆ หรือต้นไมยราบยักษ์ ที่หลายคนขยาด แต่ใบมีดของเราตัดขาดได้อย่างง่ายดาย



รางวัล INVENTOR AWARD จากสำนักงานสภาวิจัยแห่งชาติ เป็นประกัน
โดยได้รับรางวัลชนะเลิศระดับดีเยี่ยม ด้านเกษตรกรรมและอุสาหกรรมการเกษตรในงานวันนักประดิษฐ์และวันนักประดิษฐ์นานาชาติประจะปี 2552




สนใจสั่งซื้อ โทร. 089-422-9700
ยินดีจัดส่งทั่วประเทศ ยินดีจัดส่งแบบ พ.ก.ง. 
ชุดเดียวก็จัดส่ง
ราคาโปรโมชั่น ชุดละ 300 บาทเท่านั้น 
จัดส่งฟรีแบบพัสดุไปรษณีย์ธรรมดา


(ทีมงานขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงราคาโดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า)



กรณีให้จัดส่งเป็นอย่างอื่น
1. ลงทะเบียน + 20 บาท
2. EMS + 60 บาท
3. พ.ก.ง. + 100 บาท

กรณีโอนเงิน  บัญชีออมทรัพย์
ธ.กรุงไทย 447-000-4146
ธ.กรุงเทพ 192-4-16545-7
ธ.กสิกรไทย 098-2-57617-2
ธ.ไทยพาณิชย์ 143-227958-0


คุณสมบัติ: 

- ตัวใบมีดตัดหญ้ามหัศจรรย์ทำจากเหล็กใบเลื่อยแท้ 100 % มีประสิทธิภาพสูง 
- มีด้านที่เท่ากันทั้งสองด้าน ซึ่งมีคมอยู่ที่ด้านทั้งสองนี้ 
- เมื่อเครื่องยนต์ทำงานจะเกิดแรงเหวี่ยงใบมีดจะกางออกและสามารถหมุนรอบตัวเองได้อย่างอิสระ 
- ใบมีดจะล็อคหญ้าและเกี่ยวกระชากหญ้าให้ขาดทั้งหมดภายใน1รอบ 
- มีประสิทธิภาพดีกว่า ใบมีดสี่เหลี่ยมที่ใช้ในปัจจุบัน 
- ตัวใบมีดแข็งแรงทนทานกว่าใบมีดทั่วไปหลายสิบเท่าตัว ทำงานได้สมบุกสมบัน 
- ตัดหญ้าหนาค้างปี หญ้าสูงท่วมหัว หญ้าขน หญ้าคา ต้นไมยราบยักษ์ขนาด 1 นิ้วก็ตัดได้ 
- ในการตัดหญ้าพื้นที่ที่เท่ากันจะใช้เวลาน้อยกว่า ใช้น้ำมันน้อยกว่าเครื่องที่ใช้ใบมีดทั่วไป 
- ประหยัดเวลาทำงานทำให้ไม่เหนื่อยมาก ช่วยเบาแรง 
- ประหยัดน้ำมันได้ถึง 50 % 
- ในการยึดใบมีดตัดหญ้ามหัศจรรย์จะใช้น๊อตเพียงตัวเดียวโดยจะมีบูชสวมห่อหุ้มน๊อตตัวผู้ไว้ น๊อตจะไม่ขาดใบมีดไม่หลุด 


กรุณาติดต่อ คุณวุฒิพงศ์ โทร. 089-422-9700

หรือดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่... 

http://bkkaset.bloggang.com

ขอบคุณครับ
วุฒิพงศ์ ตางจงราช
089-422-9700

e-mail: vutthipong@hotmail.com


อ่าน:7366 | ความคิดเห็น:9 | แสดงความคิดเห็น
เข้าลิ้งค์ไปหัวข้อเก่าๆไม่ได้เลยโผล่มาหน้าซื้อขายอย่างเดียว จะเข้าเรือ่งมันสำปะหลัง
115.67.194.225: 2553/03/03 06:47:16
เข้าลิ้งค์ไปหัวข้อเก่าๆไม่ได้เลยโผล่มาหน้าซื้อขายอย่างเดียว
เซ็งข้อมูลดีๆหายหมด

เป็นอย่างนี้อีกหน่อยไม่เข้าแล้ว
อ่าน:3435 | ความคิดเห็น:7 | แสดงความคิดเห็น
ขายพันธุ์มันสำปะหลัง ห้วยบง , 60 เกษตรศาสตร์ 50 ระยอง 81 ราคาลำละ 1-1.20 บาท  
124.120.101.165: 2553/03/03 06:12:19
- ลำต้นอวบ สมบูรณ์ สูงประมาณ 1.20- 1.50 เมตร
- ให้ผลผลิตดี เปอร์เซ็นต์แป้งสูง
- ปราศจาก เพลี้ย และโรคทุกชนิด
- ไม่ใช้หญ้าฆ่าหญ้าในแปลง
- ราคา 1-1.20 บาท/ลำ

สถานที่รับสินค้า ต. บ้านใหม่ กม. 9 อ.สีคิ้ว จ.นครราชสีมา

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม 
คุณศุภานัน  สระบัว
086-3081046
ชมรมส่งเสริมการเกษตรแผนใหม่
www.tarad.com/agronomythai/
อ่าน:3539 | ความคิดเห็น:4 | แสดงความคิดเห็น
ขอเชิญเกษตรกร และประชาชนทั่วไป เข้ารับการฝึกอบรมโครงการพัฒนาการเกษตรตามแนวทฤษฎีใหม่
125.25.241.40: 2553/03/03 05:41:24
ขอเชิญเกษตรกร และประชาชนทั่วไป เข้ารับการฝึกอบรมโครงการพัฒนาการเกษตร 
ตามแนวทฤษฎีใหม่โดยยึดปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ปีงบประมาณ 2553 (ไม่เสียค่าใช้จ่าย ใดๆ ทั้งสิ้น)

ด้วยในปี  2553  กระทรวงเกษตรและสหกรณ์จะดำเนินการฝึกอบรมเกษตรกรตามโครงการ การเกษตรตามแนวทฤษฎีใหม่โดยยึดปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง  โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อสนับสนุนให้เกษตรกร และประชาชนทั่วไป มีความรู้  ความเข้าใจ  ในการดำเนินการพัฒนาการ เกษตรตามแนวทฤษฎีใหม่โดยยึดปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ณ ศูนย์เครือข่ายปราชญ์ ชาวบ้าน (นายถวิล  เสียงแจ๋ว) หมู่ที่ 6 ตำบลบ่อเงิน  อำเภอลาดหลุม แก้ว  จังหวัดปทุมธานี  โดยหลักสูตรจะเป็นเรื่องการปลูกข้าวตอซัง  การทำ ปุ๋ยน้ำ  ปุ๋ยอินทรีย์แห้ง  ฮอร์โมนไข่  การทำน้ำส้มควันไม้  การทำสบู่ ถ่าน  และอื่นๆ ทั้งภาคทฤษฏีและปฏิบัติ ระยะเวลาอบรมจำนวน  3  วัน  อบรม จำนวน  2  รุ่น  รุ่นละ  30  คน
ขอเรียนเชิญเกษตรกรผู้สนใจติดต่อ สอบถามรายละเอียดได้โดยตรงที่ นาย ถวิล  เสียงแจ๋ว  โทรศัพท์ 
085-075-6131  หรือ นาย ชูชีย พุดซ้อน 085 - 3426287 และ พันเอก อุดม  ธรรมนิทัศนา 085 - 1413373  

           รุ่นที่  1  อบรมระหว่างวันที่  22-24  มกราคม  2553  รับจำนวน  30  คน
           รุ่นที่  2  อบรมระหว่างวันที่  19-21  กุมภาพันธ์ 2553  รับจำนวน  30  คน

ตารางการฝึกอบรม รุ่นที่ 1/2553
วันที่ 22 ม.ค.
- ฝึกปฏิบัติการทำบัญชีชาวนา
- การวางแผนการทำการเกษตรตามแนวทางเศรษฐกิจพอเพียง
- การตีป่นปุ๋ยอินทรีย์
- การสีข้าวและการฝึกปฏิบัติการสีข้าว
วันที่ 23 ม.ค. 
- การทำปุ๋ยแห้งและน้ำ 
- การทำน้ำส้มควันไม้
- การเผาถ่าน 
- การทำน้ำยาล้างจาน
- การทำฮอร์โมนไข่
- การทำสารไล่แมลง
- การปั้นเม็ดปุ๋ย อัดเม็ดปุ๋ย – ผสมปุ๋ย
- การเพาะเห็ด
- การเพาะเลี้ยงไส้เดือน
อบรมระหว่างเวลา 09.00 – 16.30 ของวันที่ 22 – 24 ม.ค. 2553 สามารถเดินทางไปกลับ หรือพักที่ศูนย์การเรียนรู้ การคมนาคมสะดวกอยู่ใกล้กับวัดเจดีย์หอย และสถานีบริการภาคพื้นดินไทยคม ลาดหลุมแก้ว

รายละเอียด 
นายถวิล  เสียงแจ๋ว (หมอดินประจำจังหวัดปทุมธานี)
http://www.ldd.go.th/Lddwebsite/WEB_r01/Website_station/ptm01/mordinptn.html

แผนที่การเดินทาง
http://maps.google.co.th/maps/ms?hl=th&gl=th&ie=UTF8&oe=UTF8&msa=0&msid=105763749423882307058.00047d3d89c90a4b32e00
ศูนย์เครือข่ายปราชญ์ชาวบ้าน (นายถวิล  เสียงแจ๋ว)
อยู่ใกล้กับสถานีไทยคม ลาดหลุมแก้ว, มหาวิทยาลัยชินวัตร, วัดบ่อเงิน และวัดเจดีย์หอยครับ
อ่าน:1648 | ความคิดเห็น:3 | แสดงความคิดเห็น
จำไว้....อย่าเอาเก้าอี้ ที่เทียบเท่าหัวหน้ามานั่งทำงาน
113.53.173.236: 2553/02/27 13:07:21
จากเมล์ฟอร์เวิร์ด
อ่าน:589 | ความคิดเห็น:0 | แสดงความคิดเห็น
ปุ๋ยน้ำช้อนเงิน สำหรับผักไฮโดรโปนิกส์
118.172.228.236: 2553/02/20 10:47:59
ฮอร์โมนช้อน เงิน สำหรับผักไฮโดรโปนิกส์(ผักไร้ดิน)และพืชผักทุกชนิด ในระยะบำรุงต้น 

ผลิตภัณฑ์เทคโนโลยีชีวภาพ ปลอดสารพิษและสารเคมีตกค้าง 

ฮอร์โมนช้อนเงินสูตรบำรุงต้นใบ โตเร็ว สมบูรณ์ น้ำหนักดี มีคุณภาพทุกใบ 

ฮอร์โมนช้อนเงิน เป็นธาตุอาหารชนิดน้ำ สำหรับฉีดพ่นทางใบ สำหรับพืชโดยเฉพาะ สกัดจากธรรมชาติปรุงแต่งด้วยกรรมวิธีทางวิทยาศาสตร์ ประกอบด้วยธาตุอาหารที่จำเป็นสำหรับพืช ตรงตามความต้องการขั้นสูง อุดมด้วยธาตุอาหารหลัก ธาตุรอง ธาตุเสริม วิตามิน ฮอร์โมน แร่ธาตุต่างๆ ที่ผ่านกรรมวิธีทางธรรมชาติ 

คุณประโยชน์ 

*เร่งการเจริญเติบ โต เร่งกิ่ง ก้าน ใบ และยอดใหม่ ใบชูสู้แสง 
*ช่วยให้ลำต้นใหญ่ แข็งแรง กิ่งก้านใหญ่ ใบสวย 
*สร้างภูมิคุ้มกันโรคและแมลงได้ดี 
*ยอดที่แตก ใหม่จะมีคุณภาพทุกใบ 
*เก็บเกี่ยวได้เร็วยิ่งขึ้น 
*ปลอดสารตกค้าง 100 % 

ดูรายละเอียดได้ที่ http://www.kokomax.com

ชมรมส่งเสริมเกษตรชีวภาพ
โทร087-2126507,056-912218
อีเมลล์ info.kokomax@gmail.com
อ่าน:1621 | ความคิดเห็น:0 | แสดงความคิดเห็น
จำหน่ายเครื่องมือเกษตร มอเตอร์หินเจียร์ ปั้มลม
118.172.240.158: 2553/02/20 10:47:58
จำหน่ายเครื่องมือเกษตร มอเตอร์หินเจียร์ ปั้มลม

บล็อกลม(ครบชุด)
มอเตอร์หินเจียร์ไฟฟ้า 8"(375 w.)งานเบา
มอเตอร์หินเจียร์สายอ่อน
ปั๊มลมโรตารี่  XM- 2540
ปั๊มลมสายพาน PP-2

เครื่องมืออื่นๆอีกมากมายในราคากันเอง
ดูสินค้าเพิ่มเติมได้ที่

http://rankarthai.com/daijai 


085-070-1034     อุ้ย   ตลอด 24 ชั่วโมง
w.daijai@hotmail.com
ชำระเงินได้ที

   ธนาคารกรุงเทพ สาขาวรจักร

        ชื่อบัญชี  สิริยา  อิ้วบาง

      เลขที่บัญชี  121-063346-5

           โทร  085-070-1034
อ่าน:3295 | ความคิดเห็น:0 | แสดงความคิดเห็น
ตัวอย่างทดลองใช้  สารอาหารเสริมสำหรับพืชทุกชนิด  ผัก ผลไม้ พืชไร่ พืชสวน และต้องการตัวแทนจำหน่ายทุกภาค
110.164.163.1: 2553/02/20 10:47:57
                                                         สารอาหารเสริมสำหรับพืช "ใบตอง"

ส่วนประกอบสำคัญ : ไนโตรเจน ฟอสฟอรัส โปรแตสเซียม และธาตุอาหารอื่นๆ แคลเซียม  แมกนี เซียม โบรอน เหล็ก ทองแดง สังกะสี
คุณสมบัติ   :  ใช้กับพืชได้ทุกชนิดเช่น ข้าว ผัก ผลไม้ ไม้ดอก ไม้ประดับ พืชไร่ ช่วยให้พืชโตเร็ว แข็งแรง ต้านทานโรค ผลผลิตดี
วิธีใช้  : ใช้อัตราส่วน 10 ซีซีต่อน้ำ 5 ลิตร  หรือ     1ลิตรติ่น้ำ 500 ลิตร ฉีดพ่นทางใบ  ขณะมีแสงแดดตอนเช้า พ่นทุก 7-10 วัน 

ข้อแตกต่างระหว่างการให้อาหารแก่พืช “ทางราก-ทางใบ”
  ทางใบ   พืชจะได้รับอาหาร 8-10 ส่วน    ปุ๋ยทางใบมีเนื้อปุ๋ย 100 % ปุ๋ยทางใบเคลื่อนที่ไปสู่ส่วนต่างๆของลำต้นได้รวดเร็ว การให้อาหารทางใบพืชจะได้รับเฉาะตอนที่ปากใบเปิดเท่านั้น  ปุ๋ยส่วนที่เหลือจากการให้อาหารทางใบเมื่อตกลงดินพืชสามารถดูดต่อทางรากได้  
  ทางราก   พืชจะได้รับสารอาหาร 2-4 ส่วนใน 10 ส่วน   เนื้อปุ๋ยมีปริมาณน้อยเพราะที่เหลือ  คือวัสดุหุ้มเม็ดปุ๋ย   ปุ๋ยทางรากเคลื่อนย้ายไปสู่ส่วนต่างๆของลำต้นได้ช้า

ข้อดีของสารสกัดจากสาหร่าย
ของปุ๋ยใบตอง   เป็นสารสกัดจากพืช ที่มีคุณค่าทางอาหารครบถ้วนตามที่พืชต้องการ และผ่านกระบวนการเบรคเซลล์ให้มีขนาดเล็กกว่า0.02-0.01 ไมครอน ทำให้มีคุณสมบัติพิเศษคือ สามารถซึมผ่านรูปากใบได้ทันทีขณะฉีดพ่นทางใบ  ทำให้ประหยัด       
สารอาหารที่มีอยู่ในสาหร่ายสกัดประกอบด้วย  
ไนโตรเจนที่อยู่ในรูปที่ไม่ระเหยเมื่อโดนแสงแดด ทำให้ดินจับตรึงเอาไว้ และ ค่อยๆปลดปล่อยออก มาให้เป็นอาหารของพืช  ไม่ทำให้เกิดการสูญเสียไนโตร- เจนรวดเร็วเหมือนยูเรีย ช่วยให้ประหยัด
กรดอะมิโนหลายชนิดที่เป็นอาหารของพืช เมื่อตกไปในดินก็จะเป็นอาหาร   ของ  จุลินทรีย์ในดิน ช่วยปรับสภาพความเป็นกรด-ด่าง , ทำให้ดินโปร่งร่วนซุย สร้าง  ฮิวมิกแอซิด(โพลิตินอล,ควินนอยด์ ,อ๊อกซิน,ออแกนิค แอซิด ฯลฯ)ซึ่งเป็นอาหารที่พืชนำไปใช้ได้ทันที สร้างเชื้อราที่มีประโยชน์ เช่น ไตรโคเดอร์ม่า แอ็คติโนมัยซิส ช่วยกำจัดเชื้อราที่มีโทษ (ไฟธอปเทอร่า, พิเทียม ,ฟูซาเลียม ,สเคลโรเทียม, และไส้เดือนฝอยรากปม)
อ่าน:799 | ความคิดเห็น:0 | แสดงความคิดเห็น
ส่งเสริมสุขภาพสัตว์เลี้ยง  ด้วยธรรมชาติบำบัด
110.164.163.1: 2553/02/20 10:47:56
สำหรับคนที่เลี้ยง สุนัข แมว กระรอก กระต่าย หนู
หากต้องการให้สัตว์เลี้ยงอายุยืน  เราขอแนะนำการให้สารอาหารเสริม(ธรรมชาติ) เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันให้กับสัตว์เลี้ยง
จะทำให้สัตว์เลี้ยงแข็งแรง ไม่ป่วยง่าย

หากคุณกำลังเลี้ยงสุนัข กระต่าย แล้วมีโรคเรื้อรังที่รักษาไม่หาย เช่น ขี้เรื้อน เบาหวาน ไต ท้องเสียเรื้อรัง
เรามียาสมุนไพรรักษา เห็นผล 100% ปลอดภัยไม่ทำลายตับไต เหมือนสารเคมี

สนใจติดต่อสอบถาม หรือรับยารักษาได้ฟรีที่
บ้านสุขภาพดี คลินิกแพทย์แผนไทย
นายสัตวแพทย์สมหมาย 
โทร.0879020088
อ่าน:520 | ความคิดเห็น:0 | แสดงความคิดเห็น
ส่งเสริมสุขภาพสัตว์เลี้ยง  ด้วยธรรมชาติบำบัด
110.164.163.1: 2553/02/20 10:47:55
สำหรับคนที่เลี้ยง สุนัข แมว กระรอก กระต่าย หนู
หากต้องการให้สัตว์เลี้ยงอายุยืน  เราขอแนะนำการให้สารอาหารเสริม(ธรรมชาติ) เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันให้กับสัตว์เลี้ยง
จะทำให้สัตว์เลี้ยงแข็งแรง ไม่ป่วยง่าย

หากคุณกำลังเลี้ยงสุนัข กระต่าย แล้วมีโรคเรื้อรังที่รักษาไม่หาย เช่น ขี้เรื้อน เบาหวาน ไต ท้องเสียเรื้อรัง
เรามียาสมุนไพรรักษา เห็นผล 100% ปลอดภัยไม่ทำลายตับไต เหมือนสารเคมี

สนใจติดต่อสอบถาม หรือรับยารักษาได้ฟรีที่
บ้านสุขภาพดี คลินิกแพทย์แผนไทย
นายสัตวแพทย์สมหมาย 
โทร.0879020088
อ่าน:1956 | ความคิดเห็น:0 | แสดงความคิดเห็น
ขาย แทรค์เตอร์ คูโบต้า L1-38 จากญี่ปุ่น ราคาถูก
146.82.26.108: 2553/02/20 10:47:50
ขาย แทรค์เตอร์ คูโบต้า L1-38 จากญี่ปุ่น ราคาถูก สนใจติดต่อ 089-7712088
อ่าน:3124 | ความคิดเห็น:0 | แสดงความคิดเห็น
โรตารี่ สภาพดี สวย สนใจติดต่อ 089-7712088 
146.82.26.108: 2553/02/20 10:47:49
รถแทรค์เตอร์ และ โรตารี่ นำเข้าจากญี่ปุ่น สภาพดี สนใจติดต่อ 089-7712088
อ่าน:1589 | ความคิดเห็น:0 | แสดงความคิดเห็น
ขาย โรตารี่ 1.20 เมตร จากญี่ปุ่น ราคาถูก ติดต่อ 089-7712088
146.82.26.108: 2553/02/20 10:47:48
ขาย โรตารี่ 1.20 เมตร จากญี่ปุ่น ราคาถูก ติดต่อ 089-7712088
อ่าน:3689 | ความคิดเห็น:0 | แสดงความคิดเห็น
ขายอะไหล่ แทรคเตอร์ คูโบต้า อีเซกื มีทั้ง แท้จากญี่ปุ่น ราคาถูก ติดต่อ 089-7712088
64.213.88.83: 2553/02/20 10:47:47
ขายอะไหล่ แทรคเตอร์ คูโบต้า อีเซกื มีทั้ง แท้จากญี่ปุ่น ราคาถูก ติดต่อ 089-7712088
แหวน ผาสูบ ประเก็น ลูกสูบ  ราคาไม่แพง.
อ่าน:2173 | ความคิดเห็น:0 | แสดงความคิดเห็น
ขายรถไถ KUBOTA  M7040
202.151.6.27: 2553/02/20 10:47:46
ขายรถไถ KUBOTA  รุ่น M7040  รถ 2 ปี สภาพตามรูป เครื่องดีไม่มีปัญหา
ขายดาวน์ 300,000.- สนใจติดต่อ คุณมีโชค 089-471-8469
อ่าน:3564 | ความคิดเห็น:0 | แสดงความคิดเห็น
เซ้งโรงเรือนเพาะเห็ด
203.156.27.44: 2553/02/20 10:47:44
ต้องการเซ้งกิจการเพาะเห็ด มีโรงเรือน 2 โรง ขนาดกว้าง x ยาว x สูง = 4.5 x 8.5 x 4 เมตร ติดตั้งระบบสปริงเกอร์สำหรับรดน้ำไว้ด้านบน สามารถใส่ก้อนเห็ดได้โรงละ 5,000 ก้อน ใช้งานมาเพียง 1 ปี ปัจจุบันมีก้อนเห็ดโคนญี่ปุ่น (ยานางิ) อยู่ 5,000 ก้อนและเห็ดนางฟ้าภูฏาน 1,200 ก้อน ยังให้ผลผลิตอยู่ โรงเรือนอยู่ในบริเวณบ้านเช่า ขนาดพื้นที่ประมาณ 200 ตรว. อยู่รังสิตคลอง 3 ค่าเซ้งทั้งสิ้น 20,000 บาท สนใจติดต่อ แซม โทร. 0816241991 
อ่าน:8066 | ความคิดเห็น:0 | แสดงความคิดเห็น
ไผ่ซางหม่นปลูกง่ายรวยเร็ว
118.172.170.127: 2553/02/20 10:47:43
ขายพันธ์ไผ่ซางหม่นฉายา" เพชรแห่งล้านนา "  ลำใหญ่หนาหน่อหวาน ไม่มีคายและไม่มีหนาม เหมาะสำหรับงานอุสาหกรรมต่างๆและสำหรับทำไม้ตะเกียบโดยเฉพาะ...จังหวัดน่าน/แพร่ส่งเสิมให้ปลูก สนใจสอบถาม   0810427529    ขอบคุณมากค่ะ สนใจที่เวบไซน์    www.sangmon.com 
   หรือเวบไซน์เกษตรพอเพียง                  http://www.kasetporpeang.com/forums/index.php?topic=4975.0
อ่าน:1770 | ความคิดเห็น:1 | แสดงความคิดเห็น
แจ้งกระดานสนทนาชุมชนออนไลน์ farmkaset.net กลับมาใช้งานได้แล้ว
113.53.175.240: 2553/02/20 10:47:40
จากที่เกิดความเสียหายของชุมชนเกษตรออนไลน์ www.FarmKaset.NET และไม่สามาถกู้ข้อมูลได้ ทางเราได้พยายามศึกษา หาระบบใหม่ เพื่อรองรับการใช้งานให้ได้ดีกว่าเดิม ทางเราได้ใช้เวลาศึกษาอยู่นานพอสมควร ก่อนที่จะสามารถเปิดให้บริการได้ ต้องกล่าวขออภัยท่านผู้ใช้บริการเว็บไซต์ไว้ ณ ที่นี้ด้วย โดยเฉพาะ ท่านผู้ที่เคยได้เข้าไปให้ความรู้และเนื้อหาที่เป็นประโยชน์แก่เพื่อนๆในบอร์ดมากมาย หลายๆท่าน 

ตอนนี้เราสร้างบอร์ดขึ้นมาใหม่ ด้วยระบบใหม่ที่ดีกว่าเดิม จัดหมวดหมู่ใหม่ ให้กระชับขึ้น ตรงกับความต้องการของผู้ใช้ส่วนมาก มากว่าเดิม จากข้อมูลที่เรามี

เข้าใช้ได้ที่

www.FarmKaset.NET หน้ากระดานสนทนา
หรือเข้าโดยตรงที่
http://store.farmkaset.net/index.php?option=com_kunena&Itemid=85

ขอบคุณครับ
อ่าน:596 | ความคิดเห็น:0 | แสดงความคิดเห็น
ขาย อีเซกิ 23 แรง มือสองนำเข้าจากญี่ปุ่น 
146.82.26.108: 2553/02/20 10:47:39
ขาย อีเซกิ 23 แรง นำเข้าจากญี่ปุ่น สภาพสวย สนใจติดต่อ 089-7712088
อ่าน:18276 | ความคิดเห็น:0 | แสดงความคิดเห็น
เมื่อผลผลิตปาล์มลดลง
115.67.110.225: 2553/02/20 10:47:38
IONIQUE GROUP (IG) เป็นบริษัทร่วมทุนระหว่างประเทศ ได้แก่ ไทย ออสเตรเลีย มาเลเซีย และฟิลิปปินส์ ได้ทำการศึกษา วิจัยและค้นคว้าด้านปุ๋ยอินทรีย์ธรรมชาติ และปัจจัยทางการเกษตรสมัยใหม่ในรูปแบบปลอดสารเคมี ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2541 บริษัท ไอออนิค จำกัด เป็นบริษัทของคนไทย ที่ซึ่งจัดตั้งขึ้นในเดือนธันวาคม 2547 โดยคนไทยเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ถึง 88% และใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ที่พิสูจน์แล้วในหลายประเทศ ได้รับการส่งเสริมจากคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) เมื่อเดือนสิงหาคม 2548 และด้วยความมุ่งมั่นทุ่มเทของเรา กองทุนร่วมทุน สำนักงานวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) จึงเข้าร่วมลงทุนกับทางบริษัทฯ เมื่อเดือนกรกฎาคม 2549 เพื่อช่วยกันยกระดับการเกษตรกรรมไทย 

     *ตลอดเวลา 2 ปีที่ผ่านมาทางบริษัทได้เข้าไปดูแลเกษตรกรสวนยางและสวนปาล์มในภาคใต้ทั้งวิชาการและการนำไปใช้จริง ส่งผลให้ผลผลิตเพิ่มขึ้นและสามารถลดการใช้ปุ๋ยลง จนเป็นที่ยอมรับของเกษตรกรและบริษัทเอกชน โดยเฉพาะปาล์มน้ำมันซึ่งเป็นที่สนใจและยอมรับกันกว้างขวาง สามารถชมแปลงของเกษตรกรได้ที่จ.  สุราษฏร์ธานี 
โทรปรึกษา เอนก 089-4283487 

เพิ่มเติม        http://www.hinlotom.com/showdetail.asp?boardid=80
อ่าน:3480 | ความคิดเห็น:3 | แสดงความคิดเห็น
ขายปุ๋ยยูเรีย
125.26.214.129: 2553/02/20 10:47:38
มียูเรีย จำหน่าย ราคา 24500 บาท/ตัน 
เงื่อนไขเงินสด 
ถอยรถเข้ามาในโรงงานเลยแล้วก็ชำระเงินด้วยเงินสดหรือเงินโอนผ่านธนาคาร พอทางเราเช็คว่าเงินเข้าระบบเรียบร้อยก็ขนของขึ้นรถ สบายใจทั้งผู้ขายและผู้ซื้อ
สนใจติต่อ 086-6403532  loginmoto@hotmail.com
อ่าน:779 | ความคิดเห็น:3 | แสดงความคิดเห็น
ภูชี้ฟ้าเป็นจุดชมวิวทะเลหมอก และพระอาทิตย์ขึ้น
125.24.16.239: 2553/02/20 10:47:38
ข้อมูลทั่วไป : 
ภูชี้ฟ้าเป็นจุดชมวิวทะเลหมอก และพระอาทิตย์ขึ้นอีกแห่งหนึ่ง อยู่ห่างจากดอยผาตั้ง 25 กม. อยู่สูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 1,628 เมตร มีหน้าผาเป็นแนวยาวยื่นไปทางฝั่งประเทศลาว มองเห็นหมู่บ้านลาวที่เรียกว่า เชียงตอง ยามเช้าในฤดูหนาวจะมี ทะลหมอก และอากาศหนาวเย็น โดยเฉพาะเดือนกุมภาพันธ์จะเป็นช่วงที่ดอกเสี้ยวหรือดอกชงโคป่าบานสะพรั่งอยู่ทั่วไปบริเวณภูชี้ฟ้า บนยอดภูชี้ฟ้าเป็นทุ่งหญ้ากว้าง แซมด้วยทุ่งโคลงเคลง ที่มีดอกสีชมพูอมม่วงซึ่งจะบานระหว่างเดือน กรกฎาคม – มกราคม 


--------------------------------------------------------------------------------
การเดินทาง : 
ทางรถยนต์
1. การเดินทางจากจังหวัดเชียงรายระยะทางประมาณ 108 กิโลเมตร โดยใช้เส้นทางเชียงราย - เทิง ระยะทาง 64 กิโลเมตร และจากเทิง - ปางค่า ระยะทาง 24 กิโลเมตร จากนั้นเป็นลูกรังถึงภูชี้ฟ้าระยะทาง 19 กิโลเมตร 

2. ใช้เส้นทาง 1021 เทิง - เชียงคำ ระยะทาง 27 กิโลเมตร ก่อนถึงเชียงคำ 6 กิโลเมตร มีทางแยกไปวนอุทยานน้ำตกภูซาง (1093) บ้านฮวก อีก 19 กิโลเมตร แล้วเดินทางไปภูชี้ฟ้าอีก 30 กิโลเมตร แล้วเดินทางเท้าต่ออีก 1 กิโลเมตร จึงจะถึงจุดชมวิว ทางเดินเท้ามีความสูงชันมาก 

ทางรถโดยสาร
จากสถานีขนส่งเชียงราย มีรถโดยสารไปยังภูชี้ฟ้าและดอยผาตั้ง รถออกเวลา 12.30 น. รายละเอียดติดต่อ บ.สหกิจ โทร 0-5371-1654 

อ่าน:7615 | ความคิดเห็น:2 | แสดงความคิดเห็น
ศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงนิคมสหกรณ์ดงเย็น มุกดาหาร
125.24.16.239: 2553/02/20 10:47:38
รูปแบบการสาธิตอาชีพเกษตรผสมผสาน

ศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงนิคมสหกรณ์ดงเย็น อำเภอเมือง จังหวัดมุกดาหาร เป็นอีกหนึ่งศูนย์เรียนรู้ ซึ่งกรมส่งเสริมสหกรณ์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์จัดตั้งขึ้นมา มีพื้นที่ประมาณ 100 ไร่ กิจกรรมภายในศูนย์ฯแห่งนี้จะเน้นรูปแบบการสาธิตวิธีการประกอบอาชีพ ด้านเกษตรผสมผสาน มีการแบ่งพื้นที่ออกเป็น   6 ส่วน ประกอบด้วย สระน้ำ 10 ไร่ เพื่อเลี้ยงปลา พื้นที่เลี้ยงสัตว์ 3 ไร่ ปลูกพืชไร่พืชสวน 73 ไร่ ปลูกพืชผักสวนครัวและเห็ด 3 ไร่ จัดเป็นป่าชุมชน 10 ไร่ และอาคารสำนักงาน 1 ไร่  
 
ขณะนี้ กรมส่งเสริมสหกรณ์ได้คัดเลือกเกษตรกรรุ่นแรก ซึ่งทั้งหมดเป็นสมาชิกนิคมสหกรณ์ดงเย็น และสมาชิกนิคมสหกรณ์คำอาฮวน จำนวน 30 คน ที่ไม่มีที่ดินทำกินเป็นของตนเอง หรือ มีที่ดินทำกินน้อยไม่เพียงพอต่อการดำรงชีพ และสนใจที่จะเข้าร่วมโครงการ ได้มีโอกาสเข้ามารับการศึกษาอบรมภาคทฤษฎีและฝึกการปฏิบัติจริงในแปลงสาธิตภายในศูนย์เรียนรู้ฯ เป็นระยะเวลา 60 วัน 
อ่าน:19154 | ความคิดเห็น:2 | แสดงความคิดเห็น
ปุ๋ยอินทรีย์ VS. ปุ๋ยเคมี
125.24.44.178: 2553/02/20 10:47:38
อยากทราบความคิดเห็นของทุกคนครับ ว่ามีความเห็นอย่างไร เมื่อจับเอา ปุ๋ยอินทรีย์ กับปุ๋ยเคมี มาเทียบประสิทธิภาพกันในทุกๆด้าน
อย่างเช่น
- ความรวดเร็วในการเห็นผลหลังใช้ ว่าอะไรดีกว่า
- เมื่อเห็นผลแล้ว ยังคงอยู่ไปอีกนานเท่าไหร่ เช่นเขียวนานไปกี่วัน
- ผลดีก็การปรับปรุงสภาพดินเป็นยังไง ให้ผลดีในระยะสั้น หรือยาวแค่ไหน ต่างกันอย่างไร
- ธาตุอาหารที่ส่งผลต่อการเจริญเติบโตของพืช เที่ยบกันแล้วเป็นอย่างไร
ฯลฯ ถามแบบปลายเปิดครับ
อ่าน:826 | ความคิดเห็น:5 | แสดงความคิดเห็น
รับสมัครตัวแทนจำหน่ายปุ๋ย Super Big, Super Chito "นวตกรรมทางเลือกสำหรับการทำเกษตรอินทรีย์ ยุคใหม่"
202.28.78.134: 2553/02/20 10:47:38
รับสมัครตัวแทนจำหน่ายปุ๋ย Super Big, Super Chito "นวตกรรมทางเลือกสำหรับการทำเกษตรอินทรีย์ ยุคใหม่"


สารอาหารเสริมเข้มข้นจากธรรมชาติที่ฉีดพ่นทางใบ 

"นวตกรรมทางเลือกสำหรับการทำเกษตรอินทรีย์ ยุคใหม่"

คุณสมบัติของ Super Big



• ลดปริมาณการใช้ปุ๋ยหรือสามารถใช้แทนปุ๋ยได้เลย

• ลดการใช้ยาฆ่าแมลงเพราะ Super Big มีสารจากธรรมชาติที่ไล่แมลงอยู่แล้ว

• ลดการใช้ฮอร์โมนต่างๆ เพราะ Super Big มีสารอาหารที่ครบถ้วนอยู่แล้ว

• ไม่เป็นอันตรายต่อผู้ใช้และสิ่งแวดล้อมและไม่มีสารตกค้างเพราะสกัดจากธรรมชาติ100%

• พืชแข็งแรงโตไวให้ผลผลิตสูง ใช้ระยะปลูกสั้น

• ต้นทุนในการใช้ต่ำมากเมื่อเทียบกับการใช้ปู๋ยเคมี 2-6 เท่า

• สามารถใช้กับพืชได้ทุกชนิด


สนใจเป็นตัวแทนจำหน่าย 

ขอรายละเอียดได้ที่ E-mail gmsuperbig@hotmail.com

หรือติดต่อได้ที่ โทร. (คุณพรฤดี) 087-7192333
Website: http://www.siambig.com/shop/index.php?shop=GM-AMATA
หจก. จี.เอ็ม.อมตะซัพพลาย 98/42 หมู่ 3 ต.ดอนหัวฬ่อ อ.เมือง จ.ชลบุรี 20000
อ่าน:20205 | ความคิดเห็น:1 | แสดงความคิดเห็น
ด่วน! ขายไร่อ้อยทำเลเยี่ยม 60 ไร่ติดถนนสายหลักโคราช-สุรินทร์ ห่างจากเทศบาลประมาณ 8 กิโลเมตรเท่านั้น 
115.67.207.117: 2553/02/20 10:47:38
ด่วน! ขายไร่อ้อยทำเลเยี่ยม 60 ไร่ติดถนนสายหลักโคราช-สุรินทร์ ห่างจากเทศบาลประมาณ 8 กิโลเมตรเท่านั้น 
ที่ดินทำเลสวยมาก ยื่นกู้ได้วงเงินดีเพราะเป็นที่ดินในเขตเทศบาล ติดต่อขอรับภาพถ่าย สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ 
มาร์ค 0848289494/ 0843535300
อ่าน:10625 | ความคิดเห็น:1 | แสดงความคิดเห็น
ปุ๋ยปลาตราชาวประมง
112.142.50.238: 2553/02/20 10:47:38
หจก. พรจันทร์มาร์เก็ตติ้งกรุ๊ป 
จำหน่ายปุ๋ยปลาปุ๋ยอินทรีย์น้ำ ตราชาวประมง 
ปุ๋ยปลา คือ ปุ๋ยอินทรีย์ชนิดหนึ่ง มีลักษณะเป็น สารละลายเข้มข้น ที่ได้จากปลาสดโดยกระบวนการหมักซึ่งมีกลุ่มจุลินทรีย์ช่วยย่อยสลาย มีธาตุอาหารหลักและรองครบตามที่พืชต้องการ
วัตถุดิบ
ปลาสดจากทะเล : ให้ ฟอสฟอรัส แคลเซียม แมกนีเซียม เหล็ก แก่ต้นพืช
ส่าเหล้า : สารอินทรีย์ และ อนินทรีย์ มีสีน้ำตาลเข้ม และมีธาตุอาหาร N: P: K ซึ่งเป็นสารอาหารที่พืชต้องการ 
จุลลินทรีย์ : สิ่งมีชีวิตขนาดเล็กที่ไม่สามารถมองเห็นด้วยตาเปล่า เป็นตัวกลางช่วยเร่งปฏิกิริยาการดูดซึมธาตุอาหารของพืชได้เร็วขึ้น 

ใช้ได้กับทุกชนิดพืช ไม้ผล,ไม้ดอก-ไม้ประดับ,พืชสวน,พืชไร่,พืชผัก,นาข้าว,โรงเพาะเห็ด,หัวเชื้อในการทำปุ๋ยหมักแห้ง, ปาล์มน้ำมัน, ยางพารา

ประโยชน์ของปุ๋ยปลาตราชาวประมง
- ปรับสภาพดินและฟื้นฟูสภาพดินที่เสื่อมโทรมจากการทำเกษตกรรมมายาวนาน และจากการใช้ปุ๋ยเคมีที่เกินขนาด ช่วยให้ดินโปรง ร่วนซุย
- ปรับความเป็นกรด-ด่างในดิน สร้างความต้านทานโรครากเน่าโคนเน่า
- ช่วยเปิดรากพืชเสริมการดูดซึมธาตุอาหารแก่พืช
- เพิ่มความเขียวสดเป็นมันวาวให้ไม้ใบ ยืดอายุการบานของไม้ดอก
- มีกลิ่นและสารช่วยไล่แมลง พวกแทนนิน ลิกนิน

มีจำหน่ายขนาด 1 ลิตร 20 ลิตร มีทั้งราคาส่งและปลีก

อยากทราบรายละเอียดเพิ่มเติมติดต่อมานะครับ ขอบคุณครับ
ภาคใต้   ติดต่อ คุณกัญญา สารแก้ว อ.หลังสวน จ.ชุมพร โทร 077-541347’544473
 หรือ คุณสามารถ แสงจันทร์  โทร 0831062524 
ภาคอิสาน กรุงเทพฯและปริมณฑล  ติดต่อ คุณโกรัน คำโสภา 0819794783
http://www.paknamlangsuan.com/forum/index.php?board=25.0

พร้อมจัดส่ง

เราขอเสนอขายปุ๋ยปลาเพื่อเป็นหัวเชื้อในการผลิตปุ๋ยอินทรีย์แห้ง และรับผลิตปุ๋ยปลาตามสูตรของท่าน ในราคาต่ำ สนใจติดต่อฝ่ายขาย คุณ สามารถ แสงจันทร์ 0831062524
อ่าน:49579 | ความคิดเห็น:1 | แสดงความคิดเห็น
โรงงานลิตและจำหน่ายปุ๋ยอินทรีย์มูลไก่อัดเม็ดที่ได้มาตรฐาน ตรา "ชาวไร่" เหมาะสำหรับใส่ ข้าว มันสำปะหลัง อ้อย ข้าวโพด ยางพารา ผักและผลไม้ต่างๆ "ชาวไร่" 
125.26.107.72: 2553/02/20 10:47:38
โรงงานผลิต และ จำหน่าย ปุ๋ยอินทรีย์มูลไก่อัดเม็ด 100% ได้มาตรฐาน ปุ๋ยอินทรีย์มูลไก่อัดเม็ด แท้ ผ่านการฆ่าเชื้อแล้ว ราคาถูกเป็นราคาหน้าโรงงาน ไม่ผ่านนายหน้า ผลิตภายใต้การถ่ายทอดเทคโนโลยี จาก กระทรงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ได้รับอนุญาตจากกรมวิชาการเกษตร เลขที่ กษ 0913/002/1444 ลดต้นทุนของเกษตรกร ลดต้นทุน เพิ่มพูนผลผลิต พิชิตความยากจน ราคาถูกเป็นราคาหน้าโรงงาน ไม่ผ่านนายหน้า ได้รับความเชื่อใจจากโครงอยู่ดีมีสุข และ SML ฯลฯ 
บรรจุกระสอบละ 50 กิโลกรัม ราคากระสอบละ 130 บาท [ตันละ 2,800 บาท> ไม่รวมค่าขนส่ง

สนใจติดต่อ นายนที มีมาก
ห้างหุ้นส่วนจำกัด โคราช พี.เอส.แอล.กรุ๊ป
เลขทะเบียนโรงงาน  จ 3-43(1)-2/45 นม
อนุญาตจากกรมวิชาการเกษตร เลขที่ กษ 0913/002/1444
เลขประจำตัวผู้เสียภาษี/Tax I.D.  0303539003000
Add : 222/13-14 หมู่ 2 ต.โคกกรวด อ.เมือง จ.นครราชสีมา 30280
Tel : 084-832-8025 [ คุณนที > 
Tel : 081-901-3393 [ คุณตุ๊ > Fax : 044-190-155
E-mail : nisara0203@hotmail.com
http://farmer2550.blogspot.com

อ่าน:883 | ความคิดเห็น:1 | แสดงความคิดเห็น
ต้องการขาย  รถไถ  60000  บาท  ซื้อมาเพราะต้องการทำการเกษตร   แต่เงินทุนหมดก่อนเลยไปทำอย่างอื่นแทน  (ต่อลองกันได้ร้อนเงิน) สภาพ 98 เปอรเซนต์
202.183.203.4: 2553/02/20 10:47:38
อยากขาย  รถไถคูโบต้า  ที่60000 บาท ซื้อมาใช้ไปแค่ ไม่เกิน 30 ชั่วโมง  ขายเพราะโครงการทำการเกษตรล้มเลิก  สนใจติดต่อกลับที่  086-001-0043
คุณภากร
อ่าน:5026 | ความคิดเห็น:5 | แสดงความคิดเห็น
ฟาร์มเกษตรเข้าร่วมพบปะกลุ่มเกษตรกรทำสวนยางพารา เพื่อช่วยแก้ไขปัญหาโรคซึ่งเป็นสาเหตุของน้ำยางไม่ออก
113.53.166.250: 2553/02/20 10:47:38
เมื่อวันที่ 24 - 26 มิถุนายนที่ผ่านมา ฟาร์มเกษตรเข้าพบเกษตรกรทำสวนยางพารา ที่ป่าติ้วจังหวัดยโสธร นิคมคำสร้อยจังหวัดมุกดาหาร และชานุมานจังหวัดอำนาจเจริญตามลำดับ 

ที่ป่าติ้วจังหวัดยโสธร พบปัญหาโรคเปลือกแข็งมีลักษณะเปลือกแตกที่ลำต้น และเป็นแหล่งสะสมของเชื้อราทำให้ต้นยางพาราอ่อนแอ 

ที่อำเภอนิคมคำสร้อยพบปัญหาที่เกิดจากเกษตรกรกรีดยางลึกเกินไป จึงทำให้หน้ายางไม่เรียบ และพบปัญหาใบร่วงและโรคที่เกิดจากเชื้อราบ้างเล็กน้อย

ที่อำเภอชานุมานเป็นยางเล็ก ไม่พบปัญหา

ทั้งนี้ทางนักวิชาการของเราได้แนะนำวิธีแก้ปัญหาเหล่านี้ให้กับเกษตรกรให้กับเกษตรกร และในวันเสาร์ที่ 4 ก.ค. นี้จะเข้าไปทำการแก้ปัญหาและจะนัดติดตามผลอีกครั้งในต้นเดือนสิงหาคม 
อ่าน:437 | ความคิดเห็น:3 | แสดงความคิดเห็น
ขอใบเสนอเราคาปุ๋ยตรานกอินทรีย์คู่หน่อยค่ะ
113.53.160.121: 2553/02/20 10:47:38
ขอใบเสนอเราคาปุ๋ยตรานกอินทรีย์คู่ วันเดอร์เขียว วันเดอร์แดง และวันเดอร์ส้มหน่อยค่ะอย่างละ 10 ตัน รวม 30 ตัน ส่งมาที่อีเมล์ nucha_jangat@hotmail.com นะคะ

ขอบคุณค่ะ
อ่าน:2015 | ความคิดเห็น:1 | แสดงความคิดเห็น
ปุ๋ยยูเรียราคาถูกครับ
124.121.65.3: 2553/02/20 10:47:38
46-0-0 ตันละ 11000 บาท
สนใจติดต่อเชนครับ
0848796633
0818230662
อ่าน:2161 | ความคิดเห็น:2 | แสดงความคิดเห็น
ขายปุ๋ยขี้วัวแห้งบรรจุกระสอบ ไม่มีสารเคมี ราคาถูกมาก 
58.9.54.55: 2553/02/20 10:47:38
ขายขี้วัวนมตากแห้ง เป็นของเกษตรกรโดยตรง ราคาไม่แพง เหมาะสำหรับต้นไม้ทุกชนิดเพราะจะทำให้ดินร่วนซุย ประหยัดค่าปุ๋ยได้มากในช่วงสภาวะเศรษฐกิจเช่นนี้ 

- ขนาดกระสอบบรรจุ 12-15 ก.ก. เย็บปากถุงเรียบร้อยตาม ราคากระสอบละ 20 บาท
- ขายแบบชั่งกิโล ขายตันละ 1,800 บาทต่อ 1 ตัน

สนใจติดต่อ สุภาพร 08-9134-4153 
อ่าน:6917 | ความคิดเห็น:2 | แสดงความคิดเห็น
โรงงานลิตและจำหน่ายปุ๋ยอินทรีย์มูลไก่อัดเม็ดที่ได้มาตรฐาน ตรา "ชาวไร่" เหมาะสำหรับใส่ ข้าว มันสำปะหลัง อ้อย ข้าวโพด ยางพารา ผักและผลไม้ต่างๆ "ชาวไร่" 
125.26.107.72: 2553/02/20 10:47:38
โรงงานผลิต และ จำหน่าย ปุ๋ยอินทรีย์มูลไก่อัดเม็ด 100% ได้มาตรฐาน ปุ๋ยอินทรีย์มูลไก่อัดเม็ด แท้ ผ่านการฆ่าเชื้อแล้ว ราคาถูกเป็นราคาหน้าโรงงาน ไม่ผ่านนายหน้า ผลิตภายใต้การถ่ายทอดเทคโนโลยี จาก กระทรงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ได้รับอนุญาตจากกรมวิชาการเกษตร เลขที่ กษ 0913/002/1444 ลดต้นทุนของเกษตรกร ลดต้นทุน เพิ่มพูนผลผลิต พิชิตความยากจน ราคาถูกเป็นราคาหน้าโรงงาน ไม่ผ่านนายหน้า ได้รับความเชื่อใจจากโครงอยู่ดีมีสุข และ SML ฯลฯ 
บรรจุกระสอบละ 50 กิโลกรัม ราคากระสอบละ 130 บาท [ตันละ 2,800 บาท> ไม่รวมค่าขนส่ง

สนใจติดต่อ นายนที มีมาก
ห้างหุ้นส่วนจำกัด โคราช พี.เอส.แอล.กรุ๊ป
เลขทะเบียนโรงงาน  จ 3-43(1)-2/45 นม
อนุญาตจากกรมวิชาการเกษตร เลขที่ กษ 0913/002/1444
เลขประจำตัวผู้เสียภาษี/Tax I.D.  0303539003000
Add : 222/13-14 หมู่ 2 ต.โคกกรวด อ.เมือง จ.นครราชสีมา 30280
Tel : 084-832-8025 [ คุณนที > 
Tel : 081-901-3393 [ คุณตุ๊ > Fax : 044-190-155
E-mail : nisara0203@hotmail.com
http://farmer2550.blogspot.com
อ่าน:3199 | ความคิดเห็น:1 | แสดงความคิดเห็น
ชุดไบโอดีเซลชุมชนแบบง่าย
113.53.160.80: 2553/02/20 10:47:38
โครงการถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิตและการใช้น้ำมันไบโอดีเซล เริ่มดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2550 โดยได้รับงบประมาณสนับสนุนจากมหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงคราม (งบยุทธศาสตร์) เพื่อเป็นแหล่งเรียนรู้เทคโนโลยีการผลิตน้ำมันไบโอดีเซล โดยได้ทำการปรับปรุงอาคารเดิมของคณะเทคโนโลยีการเกษตรและอาหาร (อาคารไพรัช พืชพันธ์) เพื่อใช้เป็นโรงงานผลิตน้ำมันไบโอดีเซล และเป็นแหล่งฝึกอบรม เรียนรู้ของชุมชน โดยได้ติดตั้งเครื่องจักรผลิตน้ำมันไบโอดีเซลขนาด 300 ลิตร/ครั้ง นอกจากนั้นยังได้ออกแบบชุดผลิตน้ำมันไบโอดีเซลชุมชนขนาด กำลังการผลิตครั้งละ 20 ลิตร   

ชุดไบโอดีเซลชุมชนแบบง่าย (กำลังการผลิต 20 ลิตร/ครั้ง)
อ่าน:3466 | ความคิดเห็น:1 | แสดงความคิดเห็น
เกษตรฯ เร่งจัดซื้อที่ดินเอกชน เพื่อจัดสรรให้ชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบจากการสร้างเขื่อนสิรินธร
203.152.57.5: 2553/02/20 10:47:38
เกษตรฯ เร่งจัดซื้อที่ดินเอกชน เพื่อจัดสรรให้ชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบจากการสร้างเขื่อนสิรินธร ภายในเดือน ก.ย. 51 ได้ที่ทำกินครบทุกครัวเรือนๆ ละ 15 ไร่ พร้อมเปิดทางเลือกสร้างอาชีพ  

ศ.ดร.ธีระ สูตะบุตร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยความคืบหน้าการดำเนินโครงการจัดหาที่ดิน จัดที่ดินและพัฒนาที่ดินเพื่อฟื้นฟูคุณภาพชีวิตชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบจากการก่อสร้างเขื่อนสิรินธร จังหวัดอุบลราชธานี ว่า กระทรวงเกษตรฯได้มอบหมายให้สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม(ส.ป.ก.) เร่งดำเนินการตรวจสอบสิทธิผู้ได้รับผลกระทบจากการก่อสร้างเขื่อนดังกล่าวแล้วจำนวน 2,299 ราย  ผลการตรวจสอบพบว่า มีผู้ได้รับผลกระทบจริง จำนวน 2,274 ราย ปัจจุบัน ส.ป.ก.ได้จัดตั้งศูนย์จัดหาที่ดินทำกินโครงการสิรินธร(จ.ก.ส.)ขึ้น  2 ศูนย์ พร้อมประกาศกำหนดเขตพื้นที่เพื่อจัดซื้อที่ดินในเขตจังหวัดอุบลราชธานี จำนวน 11 อำเภอ ได้แก่ อำเภอพิบูลมังสาหาร สิรินธร บุณฑริก นาจะหลวย เดชอุดม  โขงเจียม ตระการพืชผล ตาลสุม ม่วงสามสิบ ทุ่งศรีอุดม และนาเยีย เพื่อนำมาจัดสรรให้ผู้ที่ได้รับความเดือดร้อนตามมติคณะรัฐมนตรี(ครม.) ครอบครัวละไม่เกิน 15 ไร่  ราคาไร่ละไม่เกิน 32,000 บาท

ปัจจุบันมีราษฎรในพื้นที่จังหวัดอุบลราชธานีมาเสนอขายที่ดินให้โครงการฯแล้ว จำนวน 795 ราย รวมเนื้อที่กว่า 16,086.06 ไร่ มีทั้งที่ดินที่มีโฉนด ที่ดินที่มี น.ส.3  และ น.ส.3ก  จากการสำรวจความต้องการของผู้ได้รับผลกระทบ พบว่ามีความสนใจในที่ดินที่เสนอขาย 299 ราย เนื้อที่ 3,675 ไร่ ขณะเดียวกันยังมีการจับคู่แมชชิ่ง(Matching)ระหว่างผู้เสนอขายที่ดิน 153 ราย กับผู้ได้รับผลกระทบ 234 ราย เนื้อที่ประมาณ 2,880.31 ไร่ด้วย ซึ่งคณะกรรมปฏิรูปที่ดินจังหวัด(คปจ.)อุบลราชธานีได้อนุมัติจัดซื้อที่ดินไปแล้ว 367 แปลง เนื้อที่ 7,633 ไร่ รองรับผู้ได้รับผลกระทบ จำนวน 643 ราย  

ด้านนายสถิตย์พงษ์  สุดชูเกียรติ  รองเลขาธิการสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม(ส.ป.ก.) ส่วนที่เหลือ  ส.ป.ก.จะเร่งจัดหาที่ดินและจัดซื้อที่ดินเพื่อนำมาจัดสรรให้ราษฎรผู้ที่ได้รับผลกระทบให้ครบโดยเร็ว คาดว่าจะดำเนินการแล้วเสร็จภายในเดือนกันยายน 2551 นี้ ซึ่งหลังจากจัดราษฎรลงแปลงแล้ว จะมอบหนังสืออนุญาตให้เข้าทำประโยชน์ในเขตปฏิรูปที่ดิน หรือเอกสารสิทธิ สปก.4-01ค ให้ พร้อมเร่งฟื้นฟูอาชีพเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตราษฎรที่เดือดร้อน โดยขึ้นอยู่กับความต้องการของราษฎรเป็นหลัก 

  “เบื้องต้นคณะอนุกรรมการดำเนินการจัดหาที่ดิน จัดที่ดินและพัฒนาที่ดินฯ ได้วางกรอบและกำหนดแนวทางการพัฒนาที่ดินเพื่อช่วยเหลือเกษตรกร โดยจะเร่งพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน แหล่งน้ำ พร้อมสนับสนุนปัจจัยการผลิต และพัฒนาองค์ความรู้เพื่อช่วยเสริมทักษะในการฟื้นฟูอาชีพทางการเกษตร สำหรับเงินส่วนที่เหลือจากการจัดซื้อที่ดินของผู้ที่ได้รับผลกระทบ จะมอบกลับคืนให้ผู้ได้รับผลกระทบแต่ละรายในรูปโครงการแผนพัฒนาที่ดิน ซึ่งคาดว่าจะช่วยให้เกษตรกรมีรายได้เลี้ยงครอบครัว สามารถดำรงชีพอยู่ได้และมีความเป็นอยู่ดีขึ้นตามลำดับ” นายสถิตย์พงษ์ กล่าว
     
  วันที่ : 15/January/2008  

http://www.moac.go.th
อ่าน:390 | ความคิดเห็น:0 | แสดงความคิดเห็น
เกษตรฯ เพิ่มการระบายน้ำเขื่อนภูมิพล-สิริกิติ์ แก้วิกฤติแล้ง มั่นใจมีปริมาณน้ำอีก 2 พันกว่าล้าน ลบ.ม
203.152.57.5: 2553/02/20 10:47:38
เกษตรฯ เพิ่มการระบายน้ำเขื่อนภูมิพล-สิริกิติ์ แก้วิกฤติแล้ง มั่นใจมีปริมาณน้ำอีก 2 พันกว่าล้าน ลบ.ม ใช้ในฤดูแล้ง ด้าน"สมศักดิ์" สั่งตั้งฐานฝนหลวงที่ จ.ตากเพิ่มเริ่มปฏิบัติการ 1 เมษา พร้อมเตรียมอัดงบปี'52 เพิ่มเครื่องบินและประสิทธิภาพการทำฝนหลวง  
    
  วันที่ 27 มีนาคม 2551 นายสมศักดิ์  ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยภายหลังเดินทางตรวจเยี่ยมสถานการณ์ภัยแล้ง จ.ตาก และจ.อุตรดิตถ์ ว่า  จากปริมาณความต้องการใช้น้ำทั้งภาคการเกษตร  การอุปโภค-บริโภค และภาคอุตสาหกรรม โดยเฉพาะในพื้นที่ลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยาที่เพิ่มขื้น  ทางกรมชลประทานได้ปรับแผนดำเนินการระบายน้ำในเขื่อนภูมิพล และเขื่อนสิริกิติ์ ซึ่งเป็นแหล่งน้ำที่สำคัญในการส่งน้ำให้ภาคเกษตรเพิ่มขึ้นจากเดิม  8,700 ล้าน ลบ.ม เป็น  9,000 ล้าน ลบ.ม  แบ่งเป็นจากเขื่อนภูมิพล 5,300 ล้าน ลบ.ม และเขื่อนสิริกิติ์ 3,700 ลบ.ม  ซึ่งยังเหลือปริมาณน้ำที่ใช้การได้และจะต้องระบายอีก 2.100 ล้าน ลบ.ม ภายในสิ้นเดือนเมษายนซึ่งเป็นปลายฤดูแล้ง   และ คาดว่าเมื่อสิ้นเดือน พ.ค. 51 จะมีปริมาตรน้ำต้นทุนเหลืออยู่ในอ่างทั้งสองรวมกัน 3,900  ล้าน ลบ.ม. โดยภาพรวมแล้วอยู่ในเกณฑ์ที่วางใจได้  สามารถรับมือได้

                สำหรับการจัดสรรน้ำเพื่อการเพาะปลูกพืชฤดูแล้งประเทศ ขณะนี้เกินกว่าเป้าหมายจำนวน 11.9 ล้านไร่ ไปถึง 13.31 ล้านไร่ หรือคิดเป็น 111% แล้ว   แยกเป็น แยกเป็น นาปรัง 8.68 ล้านไร่  (115%) พืชไร่-พืชผัก 0.74 ล้านไร่

(82%) และไม้ผลไม้ยืนต้นบ่อกุ้งบ่อปลา  3.88 ล้านไร่(112%) ซึ่งอาจจะประสบปัญหาในการจัดสรรน้ำได้อย่างเพียงพอและทั่วถึงไม่เต็ม 100% เนื่องจากผลิตผลทางการเกษตรราคาสูงขึ้น  แต่อย่างไรก็ตาม  เกษตรกรที่ทำนาปรังไปแล้วทางกรมชลประทานก็จะดูแลให้เกษตรกรได้รับผลกระทบน้อยที่สุด  ส่วนที่ยังไม่ลงมือปลูกก็จะขอความร่วมมือให้ระงับการทำนาปรังครั้งที่ 2 เนื่องจากปริมาณน้ำต้นทุนที่จะส่งให้พื้นทีเพาะปลูกมีจำนวนจำกัด และมอบกรมส่งเสริมการเกษตรสนับสนุนพืชใช้น้ำน้อยเพื่อเสริมรายได้ให้เกษตรกรในช่วงฤดูแล้ง 

                             นอกจากนี้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ยังได้มอบหมายให้สำนักฝนหลวงและการบินเกษตร  เพิ่มศูนย์ปฏิบัติการฝนหลวงที่ จ.ตาก อีก 1 ศูนย์ เนื่องจากมีปัญหาภัยแล้งค่อนข้างรุนแรง และมีพื้นที่การเกษตรได้รับผลกระทบอย่างมาก ซึ่งจะเริ่มปฏิบัติการฝนหลวงตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน นี้  รวมถึงจะพิจารณาความจำเป็นและความต้องการเครื่องบินและอุปกรณ์เครื่องมือที่ใช้ในการปฏิบัติการฝนหลวงให้เพียงพอและเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ  โดยเฉพาะเรื่องเครื่องบินฝนหลวงที่ขณะนี้ใช้การได้เพียง 22 เครืองซึ่งเป็นเครื่องเก่า ก็จะมอบหมายให้สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรดูแลเรื่องงบประมาณในปี 2552 ในการดำเนินการโดยเร่งด่วน ส่วนในระยะสั้นที่ต้องเร่งให้ความช่วยเหลือพื้นที่ประสบภัยแล้งและปัญหาหมอกควันจะจัดสรรงบประมาณดำเนินจากงบปกติหรืองบกลาง เพื่อดูแลในส่วนนี้อย่างเร่งด่วนเช่นกัน
 
    
  วันที่ : 27/March/2008  
From: moac.go.th
อ่าน:340 | ความคิดเห็น:1 | แสดงความคิดเห็น
ยุทธวิธี เพิ่มผลผลิต โดยจ่ายเงินน้อย ปลอดภัยและไม่ผิดหวัง
124.157.216.222: 2553/02/20 10:47:38
รับปรึกษา ปัญหา พืช และสัตว์ / / 
ด้วยออมเงิน  ออมทอง ร่วมกับ ซีโฟร์ พืชและสัตว์นะ
 ราคา ไม่ถึง 1000 บาท ใช้ได้หลายไร่

ปัญหาพืช 
หน้ายางตาย ดอกร่วงมาก  ราในท้องนา เพลี้ยลง  ผลผลิตน้อย  ผลผลิตไม่ได้คุณภาพ  แมลงรบกวน  รากสั้น
ปัญหาสัตว์   ใช้เพียง 300 บาท 
 เป็นโรค  น้ำหนักน้อย  ท้องร่วง  สีไม่สวย  อาหารเปลือง  เบื่ออาหาร  มีแต่ไขมัน  ออกลูกน้อย  โตช้า  ถ่ายออกมากลิ่นเหม็น

เราช่วยท่านได้ ปรึกษาติดต่อ 086 9553 778
อ่าน:365 | ความคิดเห็น:0 | แสดงความคิดเห็น
ก.เกษตรฯ   จัดโครงการเพิ่มศักยภาพข้าวหอมนครชัยศรีบนผืนดินพระราชทาน
202.91.18.205: 2553/02/20 10:47:38
ก.เกษตรฯ   จัดโครงการเพิ่มศักยภาพข้าวหอมนครชัยศรีบนผืนดินพระราชทาน  หวังเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตข้าวและสร้างรายได้ให้แก่เกษตรกรในเขตปฏิรูปที่ดินพระราชทาน  

                                นายสมพัฒน์   แก้วพิจิตร   รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์  เปิดเผยภายหลังเป็นประธานเปิดงาน “วันไร่นาข้าวหอมนครชัยศรี  บนผืนดินพระราชทาน”   ณ   อ.พุทธมณฑล  จ.นครปฐม  ว่า  สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม  กระทรวงเกษตรและสหกรณ์  ได้ดำเนินการจัดที่ดิน  พัฒนาปัจจัยพื้นฐาน  รวมทั้งจัดสิทธิเข้าทำประโยชน์ในเขตที่ดินพระราชทานที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ได้พระราชทานให้แก่เกษตรกร   โดยมีเป้าหมายที่จะพัฒนาเกษตรกรในเขตที่ดินพระราชทานให้มีอาชีพเกษตรกรรม  และมีรายได้ไม่ต่ำกว่าครอบครัวละ 50,000  บาทต่อเดือน   สำหรับจังหวัดนครปฐมนั้น  มีเกษตรกรที่ได้รับการจัดที่ดินจำนวน  115  ราย  เนื้อที่ 940  ไร่  ในเขตพื้นที่ตำบลมหาสวัสดิ์  อำเภอพุทธมณฑล                   จังหวัดนครปฐม  ทั้งนี้  เพื่อให้การดำเนินงานปฏิรูปที่ดินและพัฒนาเกษตรกรในผืนดินพระราชทาน                           มีประสิทธิภาพ  และใช้ประโยชน์ในที่ดินเพื่อการเพิ่มประสิทธิภาพในการผลิตข้าวและสร้างรายได้ให้แก่เกษตรกรในผืนดินพระราชทาน  สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม  จึงจัดทำโครงการเพิ่มศักยภาพ               ข้าวหอมนครชัยศรีบนผืนดินพระราชทานขึ้น  โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเพิ่มศักยภาพการผลิตข้าวบนผืนดินพระราชทาน   รวมทั้งแสดงคุณค่าของสายพันธุ์ข้าว  กระตุ้นให้เกิดเอกลักษณ์การผลิตข้าวของแต่ละท้องถิ่น   ตลอดจนเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ประโยชน์ในเขตปฏิรูปที่ดินพระราชทาน  

                                นายสมพัฒน์   กล่าวต่อไปว่า  สำหรับแนวทางการดำเนินงานโครงการดังกล่าวมี  4  แนวทาง  คือ 1) การเข้าถึงองค์ความรู้  โดยการใช้พันธุ์ข้าวคัดผ่านกระบวนการศูนย์เรียนรู้  การขับเคลื่อนบริการ  และ   การอบรม  2)  การเข้าถึงทรัพยากร  โดยการสร้างกระบวนการเรียนรู้และยอมรับ  โดยการพัฒนาสายพันธุ์ข้าวหอมนครชัยศรี  และเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตข้าว    3)  การเข้าถึงแหล่งทุน  โดยการสนับสนุนเงินกองทุน           การปฏิรูปที่ดิน   และ 4)  การเข้าถึงตลาด  โดยสนับสนุนการรวมกลุ่มจัดตั้งวิสาหกิจชุมชน  และการร่วมมือกับภาคเอกชนด้านการรวบรวมผลผลิต  และการจำหน่าย  ตลอดจนการสร้างแบรนด์ของท้องถิ่น  

                                “ การดำเนินงานโครงการฯ ดังกล่าว  จะช่วยสร้างโอกาสให้เกษตรกรภายใต้โครงการ                 เพิ่มศักยภาพข้าวบนผืนดินพระราชทาน  ได้เข้าถึงองค์ความรู้ในการใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อผลิตข้าวหอม  นครชัยศรี  และเรียนรู้การพัฒนาการผลิต  เพื่อยกระดับการผลิตข้าวของชาวนาไทยให้สามารถผลิตข้าวที่มีคุณภาพได้มาตรฐานตามความต้องการของตลาดในประเทศและต่างประเทศ  นอกจากนี้การจัดงาน “วันไร่นา          ข้าวหอมนครชัยศรี  บนผืนดินพระราชทาน”   ยังทำให้เกษตรกรได้มีโอกาสแลกเปลี่ยนความรู้ประสบการณ์ร่วมกัน   และสามารถนำความรู้ด้านวิทยาการใหม่ ๆ ไปปรับใช้ในการประกอบอาชีพเกษตรกรรมในที่ดินของตนเองได้ต่อไป”   นายสมพัฒน์  กล่าว 

From: moac.go.th
อ่าน:465 | ความคิดเห็น:0 | แสดงความคิดเห็น
ก.เกษตรฯ เร่งขับเคลื่อน “ธนาคารปุ๋ยเคลื่อนที่” สู่วิสาหกิจชุมชนในเขตปฏิรูปที่ดินภาคใต้ 
202.91.18.205: 2553/02/20 10:47:38
ก.เกษตรฯ เร่งขับเคลื่อน “ธนาคารปุ๋ยเคลื่อนที่” สู่วิสาหกิจชุมชนในเขตปฏิรูปที่ดินภาคใต้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ที่ดิน และพัฒนาศักยภาพของกลุ่มเกษตรกรให้มีความเข้มแข็งและพึ่งพาตนเองได้  
    
                                นายสมพัฒน์   แก้วพิจิตร   รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์  เปิดเผยภายหลังเป็นประธานเปิดงานขับเคลื่อน “ธนาคารปุ๋ยเคลื่อนที่” สู่วิสาหกิจชุมชนปาล์มน้ำมันในเขตปฏิรูปที่ดินภาคใต้   ณ   ด่านกักกันสัตว์  อ.ชะอำ  จ.เพชรบุรี ว่า  จากการกำหนดนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาลที่จะให้มีการวางระบบการถือครองที่ดิน และกำหนดแนวเขตการใช้ที่ดินให้ทั่วถึงและเป็นธรรม  โดยใช้ข้อมูลระบบภูมิสารสนเทศภายใต้กระบวนการที่ชุมชนมีส่วนร่วม  เพื่อให้ประชาชนมีที่ดินทำกิน  และประกอบอาชีพอย่างทั่วถึงพอเพียง   ทำให้สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม  (ส.ป.ก.)   ต้องเร่งดำเนินการปฏิรูปที่ดินเพื่อให้เกษตรกรมีที่ดินทำกินอย่างถูกต้องตามกฎหมาย   ซึ่งการที่จะทำให้เกษตรกรที่ได้รับที่ดินสามารถพึ่งตนเองได้ มีอาชีพรายได้ที่มั่นคงและถาวรนั้น  จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีการพัฒนาศักยภาพของเกษตรกรและที่ดิน   ดังนั้น  ส.ป.ก. จึงได้สร้างและพัฒนาเครือข่ายวิสาหกิจชุมชนโคเนื้อในเขตปฏิรูปที่ดิน  ภายใต้ระบบการสร้างธนาคารปุ๋ยคอกเคลื่อนที่ขึ้น ในปี 2551  โดยมีหลักการที่สำคัญ  คือ  1)  เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ที่ดินต่อหน่วย  โดยใช้โคเนื้อเป็นตัวแปรสำคัญที่ทำให้เกิดปุ๋ยในที่ดิน   ซึ่ง ส.ป.ก. ได้สนับสนุนเกษตรกรรวมกลุ่มจัดตั้งวิสาหกิจชุมชนโคเนื้อในเขตปฏิรูปที่ดินที่จัดตั้งวิสาหกิจชุมชนโคเนื้อแล้ว จำนวน 1,493  กลุ่ม  สมาชิกทั้งสิ้น  19,227 ราย  มีการเลี้ยงโคเนื้อจำนวน 58,946  ตัว  จำนวนสินเชื้อ 643.132  ล้านบาท    2)  เพิ่มศักยภาพของดิน เพื่อรองรับการผลิตพืชเศรษฐกิจและพืชพลังงานทดแทน  เช่น ข้าวหอมมะลิ  มันสำปะหลัง  ปาล์มน้ำมัน  อ้อย  เป็นต้น  โดยการสร้างเครือข่ายวิสาหกิจชุมชนโคเนื้อ             ในเขตปฏิรูปที่ดินทั่วทุกภาคอันจะก่อให้เกิดธนาคารปุ๋ยคอกเคลื่อนที่   ซึ่งช่วยในการฟื้นฟูความอุดมสมบูรณ์ของดินได้   3)  สร้างโอกาสในการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้  การจัดการระหว่างชุมชน  การเข้าถึงหรือการทำการตลาดด้วยตนเองได้  4)  สนับสนุนและขยายโอกาสให้วิสาหกิจชุมชนโคเนื้อเข้าถึงแหล่งทุน

                                “การดำเนินโครงการและการจัดกิจกรรมในครั้งนี้จะเป็นประโยชน์ต่อเกษตรกรอย่างมาก  ทำให้เกิดการรวมกลุ่มเพื่อการพึ่งพาตนเอง  พัฒนาระบบเศรษฐกิจชุมชนให้มีความเข้มแข็ง มีพลัง  และสามารถแข่งขันทางการค้าในอนาคต   นอกจากนี้ยังถือเป็นการพบปะแลกเปลี่ยนความรู้การจัดการ  และสร้างการตลาดระหว่างเครือข่ายวิสาหกิจชุมชนโคเนื้อภาคใต้  ซึ่งขาดแคลนโคที่จะนำมาดำเนินงานในโครงการกับเครือข่ายวิสาหกิจชุมชนโคเนื้อภาคตะวันออกเฉียงเหนือ  ซึ่งมีศักยภาพในการสนับสนุนโคให้ภาคใต้ได้”  นายสมพัฒน์  กล่าว
 
From: moac.go.th
อ่าน:385 | ความคิดเห็น:0 | แสดงความคิดเห็น
กระทรวงเกษตรฯ เดินเครื่อง “โครงการเพิ่มศักยภาพข้าวหอมมะลิ”
203.144.211.51: 2553/02/20 10:47:38
กระทรวงเกษตรฯ เดินเครื่อง “โครงการเพิ่มศักยภาพข้าวหอมมะลิ” พัฒนาข้าว 5 จังหวัด พื้นที่ 2 แสนไร่ในภาคอีสาน สู่มาตรฐานอินทรีย์และ GAP  
    
                                นายสมพัฒน์  แก้วพิจิตร  รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยภายหลังการเป็นประธานการประชุมเจรจาการผลิตและการตลาดวิสาหกิจชุมชนข้าวหอมมะลิ ในเขตปฏิรูปที่ดิน 5 จังหวัด ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ  ณ จังหวัดอุบลราชธานี  ว่า  กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้ดำเนินโครงการเพิ่มศักยภาพข้าวหอมมะลิ 105  ในเขตปฏิรูปที่ดิน 5 จังหวัด ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ  ได้แก่  ยโสธร  ร้อยเอ็ด  ศรีสะเกษ  สุรินทร์  และอุบลราชธานี    มีพื้นที่ดำเนินการ  200,000  ไร่  ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพการจัดการการผลิตข้าวหอมมะลิ  105  โดยได้รับความร่วมมือไตรภาคีกับภาคเอกชน  และเครือข่ายที่เป็นตลาดรองรับผลผลิต    ซึ่งได้มอบหมายให้สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) เร่งดำเนินการจัดประชุมสัมมนาและอบรมเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อเตรียมความพร้อมในเรื่องการตรวจสอบกระบวนการผลิตมาตรฐานระบบการผลิตข้าว GAP     การตรวจประเมินระบบการผลิตข้าว  GAP  รวมทั้งให้คำแนะนำในการผลิตข้าวที่ได้มาตรฐานและปลอดภัย  

                                นายสมพัฒน์  กล่าวต่อไปว่า  สำหรับกลุ่มเป้าหมายเป็นเกษตรกรผู้ปลูกข้าวที่ร่วมโครงการ  จำนวน  16,283  ราย  เนื้อที่  240,472  ไร่  ในจำนวนนี้  มีเกษตรกรเข้าร่วมผลิตข้าวที่ได้มาตรฐานและปลอดภัย  (GAP)  จำนวน  2,000  ราย  ซึ่งในขณะนี้กระทรวงเกษตรฯ โดย ส.ป.ก.  ได้ดำเนินการจัดตั้ง “ศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจข้าวหอมมะลิ”  จำนวน 1,000  ศูนย์  เพื่อเป็นแหล่งเรียนรู้ในการเพิ่มประสิทธิภาพด้านการผลิตข้าวหอมมะลิอินทรีย์ทั้งระบบ  รวมทั้งวางแผนพัฒนาระบบชลประทานในพื้นที่  และได้ร่วมมือกับกรมการข้าวสนับสนุนให้เกษตรกรเปลี่ยนพันธุ์ข้าวใหม่    ซึ่งเป็นพันธุ์ข้าวพันธุ์ดี  100%  รวมถึงสนับสนุนวิสาหกิจชุมชนตามโครงการเพิ่มศักยภาพข้าวหอมมะลิ 15  ในเขตปฏิรูปที่ดิน รวม  35  กลุ่ม  ซึ่งหน่วยงานในสังกัด  อาทิ กรมพัฒนาที่ดิน  กรมการข้าว  กรมส่งเสริมการเกษตร  กรมส่งเสริมสหกรณ์  กรมตรวจบัญชีสหกรณ์  และภาคเอกชน คือ บริษัท  เจียเม้งมาร์เก็ตติ้ง  จำกัด ได้ร่วมมือบูรณาการงานจนประสบผลสำเร็จ  

                                “ผลจากโครงการดังกล่าว คาดว่าจะลดปัญหาการปลอมปน และสามารถพัฒนาการผลิตข้าวหอมมะลิ  ที่มีคุณภาพ ได้มาตรฐาน และมีผลผลิตต่อไร่สูงขึ้น รวมทั้งสามารถเชื่อมโยงเครือข่ายผู้ผลิต ให้เกิดความร่วมมือ           ในการวางแนวทางพัฒนาศักยภาพข้าวหอมมะลิของไทยทั้งระบบ ให้เป็นที่ยอมรับในตลาดโลกเพิ่มมากยิ่งขึ้นอีกด้วย”นายสมพัฒน์  กล่าว
 
    
  วันที่ : 08/April/2008  
From: moac.go.th
อ่าน:298 | ความคิดเห็น:0 | แสดงความคิดเห็น
สมาคมดินฯ...แนะอินทรีย์ร่วมเคมี
125.25.199.135: 2553/02/20 10:47:38
เมื่อไม่กี่วันมานี้...นายกสมาคมดินและปุ๋ยแห่งประเทศไทย "ประสาท เกศวพิทักษ์" ได้เข้าพบ
นายวีระ มุสิกพงศ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการเกษตรและสหกรณ์ ในฐานะผู้แทนรัฐมนตรีว่าการฯ...
พร้อมกับยื่นข้อมูลสรุปการประชุมในเรื่อง "ปุ๋ยกับการเกษตรของชาติ" ระหว่างสมาคมฯกับ
สภาคณบดีสาขาเกษตรของประเทศไทย (ประกอบด้วยคณะเกษตรจาก 19 มหาวิทยาลัย/สถาบัน
ทั่วประเทศ).. โดยมีข้อมูลว่า
     โดยสรุป ไม่เห็นด้วยกับนโยบายของรัฐบาลที่จะมีการส่งเสริม การใช้ปุ๋ยหมักชนิดน้ำและ
ปุ๋ยอินทรีย์  แทนปุ๋ยเคมีทั้งหมด...  หรือแม้แต่การหามาตรการที่จะนำไปสู่การงดนำเข้าปุ๋ยเคมี
ในอนาคต
     ทั้งนี้...เนื่องจากการเกษตรทั่วโลก  ยังไม่เคยมีประเทศใดเลยที่มีการผลิตสินค้าเกษตร
ระบบอินทรีย์ระบบเดียว สำหรับความเชื่อที่ว่า "ปุ๋ยเคมีทำให้ดินเสีย ทำให้ผลผลิตพืชที่ผลิตได้
ไม่ปลอดภัยต่อผู้บริโภค"...ไม่เป็นความจริง เพราะปุ๋ยเคมีไม่ใช่สารพิษ
     ดังจะเห็นได้จาก...ผลผลิตของการปลูกพืชในสารละลาย(ไฮโดรโปนิค) ซึ่งเป็นการปลูกพืช
ในน้ำที่ผสมปุ๋ยเคมี ทั่วโลกก็ยังถือว่าเป็นผลผลิตที่สะอาดและปลอดภัย (Green Product)
     นอกจากนี้ ไม่ว่าเราจะใสปุ๋ยเคมี หรือใส่ปุ๋ยอินทรีย์ลงในดิน พืชก็จะดูดธาตุอาหารที่ได้จาก
ปุ๋ยทั้งสองชนิดเข้าไปในรูปแบบที่เหมือนกันทุกประการ  เพียงแต่ถ้าเป็นปุ๋ยเคมี พืชจะดูดใช้ได้เลย
ส่วนปุ๋ยอินทรีย์จะต้องมีจุลินทรย์ในดินมาย่อยสลายเสียก่อน  พืชจึงจะดูดไปใช้ได้
     ดังนั้น ในการผลิตพืชเป็นการค้า เพื่อมุ่งสู่การผลิตสินค้าเกษตรที่มีคุณภาพเป็นเลิศ และมุ่งให้
ไทยเราสู่การเป็นครัวของโลก จำเป็นมากที่จักต้องมีการจัดการดินที่ถูกต้อง เพื่อความอุดมสมบูรณ์ของดิน
และผลตอบแทนทางเศรษฐกิจที่ดีและยั่งยืนไว้ โดยการใช้ปุ๋ยอินทรีย์ ปุ๋ยชีวภาพ และปุ๋ยเคมี...
ในลักษณะผสมผสมผสานร่วมกันอย่างเหมาะสม
     สำหรับ การกำหนดพื้นที่ทั้งจังหวัด ให้ผลิตพืขด้วยระบบอินทรีย์หมดพื้นที่นั้น สมควรมีการ ส่งเสริมเฉพาะบางส่วน บางพื้นที่ที่เหมาะสมเป็นอันดับแรกจะดีกว่า  ส่วนการขยายพื้นที่จำนวนชนิดพืช
ที่ผลิตนั้น จำเป็นต้องพิจารนาด้วยความรอบคอบ และมีแผนการพัฒนาที่ชัดเจน...เพื่อไม่ให้เกิดผล
กระทบต่อเกษตรกร
     นอกจากนี้...ยังได้ขอให้รัฐบาลมีการทบทวนวาระแห่งชาติที่ภาครัฐฯได้กำหนดไว้เฉพาะเรื่อง
ปุ๋ยอินทรียและปุ๋ยชีวภาพ โดยขอให้ปรับเป็นการจัดการธาตุอาหารพืชแบบบูรณาการ
     โดยให้มีการส่งเสริมและแนะนำในการใช้ปุ๋ยเชิงอนุรักษ์ ให้มีการใช้ปุ๋ยปรับปรุงดิน อย่างมี ประสิทธิภาพตามผลการวิเคราะห์ดิน และพืช เพื่อรักษาผลิตภาพดินให้ยั่งยืน...จะดีกว่า มุ่งเน้นปุ๋ย
อินทรีย์และชีวภาพทั้งหมด
....   ...ข้อความจาก ดอกสะแบง "หลังสู้ฟ้าหน้าสู้ดิน" ไทยรัฐ 23 ธันวาคม 2547
อ่าน:618 | ความคิดเห็น:3 | แสดงความคิดเห็น
ยางพาราดอทคอม แนะนำเกษตรกรชาวสวนยาง ป้องกันโรคใบร่วง
58.10.90.167: 2553/02/20 10:47:38
สาเหตุการเกิดโรค เกิดจากเชื้อราไฟทอปโทรา

ลักษณะอาการที่เกิด ใบยางจะร่วงทั้งที่ใบยังเขียวสด และใบเหลือง ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสภาพอากาศลักษณะที่เด่นชัดคือ ก้านใบมีรอยช้ำสีดำ ตรงกึ่งกลางรอยช้ำจะปรากฏหยดน้ำยาง สีขาวเกาะอยู่เมื่อนำใบยางที่ร่วงนำมาสะบัดไปมาเบาๆ ใบย่อยจะหลุดร่วงบางครั้งบนแผ่นใบจะเป็นแผล มีลักษณะช้ำ ฉ่ำน้ำ ขนาดแผลไม่แน่นอน ฝักยางจะเน่าดำและไม่ร่วงหล่นตามธรรมชาติ ส่วนต้นยางอ่อน เชื้อจะเข้าทำลายบริเวณยอดอ่อน ทำให้ยอดเน่าแล้วลุกลามเข้าทำลายก้านใบและแผ่นใบ ทำให้ต้นยางยืนต้นตาย

การแพร่ระบาด เชื้อราจะแพร่ระบาดโดยลมพัดพาสปอร์ไป โรคจะระบาดมากในสภาพอากาศเย็น มีฝนตกชุก และความชื้นสูงต่อเนื่องกันอย่างน้อย 4 วันและมีแสงแดดน้อยกว่า 3 ชั่วโมงต่อวัน พบมากในพื้นที่ที่อยู่ภายใต้อิทธิพลลมมรสุม ในภาคใต้ฝั่งตะวันตกและฝั่งตะวันออก

การป้องกันกำจัด
-ปลูกยางพันธุ์ต้านทานโรค
-ควรกำจัดวัชพืชและตัดแต่งกิ่งในสวนยางให้โปร่ง เพื่อให้อากาศถ่ายเทสะดวกลดความชื้นในสวนยาง
-ไม่ควรปลูกพืชอาศัยของเชื้อรา เช่น ทุเรียน ส้ม พริกไทย ร่วมในสวนยาง
-การใช้สารเคมีสำหรับต้นยางอายุน้อยกว่า 2 ปี ฉีดพ่นพุ่มใบยางด้วยยาเอพรอน 35% SD หรืออาลีเอท 80%WP ในอัตรา 20 กรัม ผสมน้ำ 20 ลิตร ก่อนฤดู โรคระบาดทุก 7วัน
-นำยูเรีย (46-0-0)อัตรา 5% ผสมสารจัดใบฉีดพ่นพุ่มใยยางก่อนฤดูกาลระบาด ในช่วงเย็นทุก 3 วัน
-ในต้นยางใหญ่ การใช้สารเคมีป้องกันไม่คุ้มค่าใช้จ่าย แนะนำให้หยุดกรีดยางระหว่างที่เกิดโรคระบาด แล้วใส่ปุ๋ยบำรุงต้นยางให้สมบูรณ์ 

ที่มา: http://www.yangpara.com/2550/activity/view.php?No=2
อ่าน:1279 | ความคิดเห็น:3 | แสดงความคิดเห็น
การใส่ปุ๋ยต้นฤดูฝนเตรียมรับฤดูกรีดยาง
58.10.90.167: 2553/02/20 10:47:38
การใส่ปุ๋ยบำรุงยางพาราช่วงที่เหมาะสมควรจะเป็นช่วงต้นฤดูฝน ทั้งยางพาราเล็กหรือเปิดกรีดแล้ว เหตุผลเนื่องจากปุ๋ยเป็นแหล่งธาตุอาหารที่สำคัญที่จะให้ยางเติบโตเร็วและช่วยเพิ่มผลผลิต และให้ได้ประสิทธิภาพควรเลือกให้ปุ๋ยให้ตรงตามความต้องการของยางพารา รวมถึงชนิดของดินและแหล่งปลูก ตามอัตรา วิธีการและเวลาที่เหมาะสม
วิธีการใส่ปุ๋ยยางพาราก่อนเปิดกรีดในระยะ 1-2 ปีแรก ใส่ปีละ 3 ครั้ง  ระยะ 3-6 ปี ใส่ปีละ 2 ครั้ง โดยใส่บริเวณรอบๆ โคนต้นยางพาราในรัศมีตามแนวทรงพุ่มใบแล้วกลบ หรือ ขุดหลุมใส่ให้หลุมลึกประมาณ 5-10 ซม.จำนวนสองหลุมต่อต้น(พื้นที่ลาดชัด)ใช้สูตรตามกรมวิชาการเกษตรแนะนำ เขตปลูกยางใหม่ใช้สูตร 20-10-12 เขตปลูกยางเดิมใช้ 20-8-20 โดยอัตราที่ใส่ขึ้นอยู่กับชนิดของดิน ถ้าเป็นดินร่วนทรายจะต้องการปริมาณธาตุอาหารมากกว่าดินร่วนเหนียว
วิธีการใส่ปุ๋ยยางพาราสำหรับต้นยางที่เปิดกรีดแล้ว ใส่ปุ๋ยดูแล 2 ครั้งคือช่วง ต้นฤดูฝนและปลายฤดูฝนโดยใส่บริเวณกึ่งกลางแถวยางแล้วกลบ สูตรที่แนะนำ 30-5-18 หรือสูตร 29-5-18 
การใช้ปุ๋ยเคมีอย่างเดียวคงไม่เพียงพอโดยเฉพาะเขตปลูกยางใหม่เพราะดินส่วนใหญ่จะมีปริมาณอินทรียวัตถุในดินในระดับต่ำและมีแนวโน้มลดลงอีก เนื่องจากภูมิอากาศเป็นเขตร้อนทำให้อัตราการย่อยสลายอินทรียวัตถุในดินเกิดขึ้นรวดเร็ว

ที่มา: http://www.yangpara.com/2550/article/view.php?No=24&ArticleType=0
อ่าน:1572 | ความคิดเห็น:2 | แสดงความคิดเห็น
การใชปุยและปญหาไนเทรตในสับปะรด
58.10.90.167: 2553/02/20 10:47:38
การใชปุยและปญหาไนเทรตในสับปะรด
กลุมวิจัยปฐพีวิทยา สํานักวิจัยพัฒนาปจจัยการผลิตทางการเกษตร
สับปะรด [Ananas comosus
L. (Merr)]เป นผลไม สํ าคั ญทาง
เศรษฐกิจของประเทศ มี มูลคาการสง
ออกปละประมาณ 14,000-20,000 ลาน
บาท พื้นที่ปลูกสับปะรดสวนใหญเปน
ที่ลาดเท ดินเนื้อหยาบ เชน ดินรวน ดิน
รวนปนทราย หรือดินทราย ถาการจัด
การดิ นไม ถู กตองจะทําใหดินสูญเสี ย
ธาตุอาหารไดงาย โดยเฉพาะธาตุ
อาหารไนโตรเจนและโพแทสเซียมซึ่ งเปนธาตุอาหารที่จําเป นและมี ความสําคัญตอการใหผลผลิตและคุณ
ภาพของสับปะรด สับปะรดตองการปุยไนโตรเจน 6-9 กรัมNตอตน ปุยฟอสฟอรัส 2-4 กรัมP2O5ตอตน
และปุยโพแทสเซียม 8-12 กรัมK2Oตอตน ขึ้นกับวิธีการปลูกและระดับความอุดมสมบูรณของดิน ในพื้นที่
เพาะปลูกประมาณ 1 ลานไร มีพื้นที่เก็บเกี่ยวปละ 5-6 แสนไร ใหผลผลิต 1.8-2.6 ลานตันตอป ผลผลิตเฉลี่ย
ของเกษตรกรประมาณ 4 ตันตอไร ขณะที่ผลผลิตจากงานวิจัยและทดสอบในแหลงปลูกตาง ๆ ไดประมาณ
8.53-16.81 ตันตอไร
การปลูกสับปะรด
1. การใชหนอหรือจุกปลูก (plant crop) ปลูกแถวคูระยะปลูก 30x50x(80-90) เซนติเมตร ปลูกได
ประมาณ 7500-8500 ตนตอไร
2. การใชตนตอ(ratoon crop) โดยหลังจากเก็บเกี่ยวผลสับปะรดแลว ใชมีดตัดตนสับปะรดระดับ
เหนือดิน 20-30 เซนติเมตร และตัดใบใหเหลือประมาณ 10 เซนติเมตร แลวใชปุยสูตร 46-0-0
หรือแอมโมเนียมซัลเฟต อัตรา 7-15 กรัม/ตน ใสบริเวณกาบใบลางเพื่อเรงการเจริญเติบโตของ
หนอ และคัดเลือกใหเหลือเพียงตนเดียว ผลผลิตที่ไดจากการใชหนอปลูกหรือจุกจะสูงกวา
การใชตนตอ ประมาณ 20 เปอรเซ็นต แตการใชตนตอจะไดรับผลตอบแทนทางเศรษฐกิจสูง
กวาการใชหนอปลูก เนื่องจากไม ตองมีคาใชจ ายในการเตรี ยมดินและคาหนอพันธุ รวมทั้งคา
ปลูก
การใหปุยสับปะรด
1. การใชหนอปลูก สามารถเลือกใหปุย
วิธีการใดวิธีการหนึ่งดังนี้
1.1 การใหปุยทางดินรวมกับการให
ปุยทางกาบใบ
- ใหปุยรองพื้นกอนปลูก โดย
ใชปุยสูตร 16-20-0 อัตรา
10-15 กรัมตอตน
- ใหปุยบริเวณกาบใบลางของตน 2 ครั้ง ครั้งแรกใหที่ระยะ 1-3 เดือนหลังปลูกและครั้งที่
สองใหปุยหางจากครั้งแรก 2-3 เดือน โดยใชปุยสูตร 12-6-15 หรือ 12-4-18 หรือ 15-5-
20 หรือ 13-13-21 ครั้งละ 10-15 กรัมตอตน
1.2 การใหปุยเฉพาะทางกาบใบเพียงอยางเดียว
- ใหปุยบริเวณกาบใบลางของตน 3 ครั้งหลังปลูก 1, 3 และ 6 เดือน โดยใชปุยสูตรตาง ๆ เชน
เดียวกับขอ 1.1
1.3 การใหปุยทางดินรวมกับการพนปุยน้ําทางใบ
- ใหปุยรองพื้นหรือใหปุยบริเวณกาบใบลางของตน 1 ครั้งหลังปลูกได 1-3 เดือน โดย ใชปุย
สูตรตางๆ เชนเดียวกับขอ 1.1 ในอัตรา 10-15 กรัมตอตน
- พนปุยน้ําทางใบ อัตรา 1000 ลิตรตอไร เดือนละ 1 ครั้ง จนตนสับปะรดไดขนาดที่จะบังคับ
ดอกได (ปุยน้ํา ประกอบดวย แอมโมเนียมซัลเฟต 30 กิโลกรัม โพแทสเซียมคลอไรด 10
กิโลกรัม แมกนีเซียมซัลเฟต 1 กิโลกรัม เหล็กซัลเฟต 3 กิโลกรัม สังกะสีซัลเฟต 0.5
กิโลกรัม และบอแรกซ 0.1 กิโลกรัม ละลายน้ํา 1000 ลิตร)
2. การใชตนตอปลูก
ใหปุยทางกาบใบของตนตอที่เลือกไว 2 ครั้ง โดยครั้งแรกหลังจากเลือกตนตอ และครั้งที่2 ที่
ระยะหลังจากครั้งแรก 4 เดือน โดยใชปุยเคมีสูตร 12-6-15 หรือ 13-13-21 อัตรา 15 กรัมตอตน
ในชวงการเจริญเติบโต ถาใบสับปะรดแสดงอาการขาดธาตุอาหาร/ใบสับปะรดมีสีเขียวซีดจาง ให
ใชปุยเคมีสูตร 23-0-30 ผสมน้ํา(เขมขน 5%) อัตรา 75 มิลลิลิตรตอตน ฉีดพนทางใบ 3 ครั้งที่ระยะกอนบังคับ
ดอก 30 วัน 5 วัน และหลังบังคับดอก 20 วัน
ปญหาไนเทรตในผลสับปะรด
มีไนเทรตตกคาง ไมมีไนเทรตตกคาง
ผลสั บปะรดมีปริมาณไนเทรตสู ง เป นปญหาการเกิ ดกระปองดํา(detinning) ในอุตสาหกรรม
สับปะรดกระปองของไทย ดังนั้นการรับซื้อสับปะรดจากเกษตรกรของโรงงานสับปะรดในประเทศ กําหนด
มาตรฐานปริมาณไนเทรตในผลสับปะรดขั้นต่ําตองไมเกิน 25 มิลลิกรัมตอลิตร ในป 2536 พบปญหาสาร
ไนเตรทตกคางในผลเกินมาตรฐานเฉลี่ย 8.12 เปอรเซ็นต
จากการศึกษาวิจัยพบวา การสะสมไนเทรตในผลสับปะรด เป นผลมาจากการปฏิบัติในไรของ
เกษตรกรเปนสวนใหญ เชน การใสปุยไนโตรเจน ในปริมาณที่มากเกินความจําเปน การใสปุยไนโตรเจน
หลังบังคับดอก การทําลายจุกสับปะรด และการใหน้ํากอนการเก็บเกี่ยว 15-30 วัน เปนตน ซึ่งสงผลให
กระบวนการใชไนโตรเจนของพืชไมสมบูรณ ทําใหเกิดการสะสมไนเทรตในผล อีกทั้งปจจัยทางดานภูมิ
อากาศก็มี ผลตอการสะสมปริมาณไนเทรต คือ กอนเก็บเกี่ยวสับปะรดถาอากาศมีความเขมของแสงแดดต่ํา
จะมีผลใหประสิทธิภาพของไนเทรตรีดักเทสลดลง ทําใหมีปริมาณไนเทรตสูงเชนกัน
ผลสับปะรดที่มีปริ มาณกรดซิ ตริกและโพแทสเซียมไนเทรตสูง เมื่อบรรจุกระปองจะทําให ผิวภาย
ในของกระปองกลายเปนสีดํา (detinning) มากกวาผลสับปะรดที่มีระดับความเปนกรดและปริมาณไนเทรต
ต่ํา
การปองกันการตกคางของไนเทรตในผลสับปะรด
1. ใชปุยตามคําแนะนําไมควรใชปุยสูงเกินอัตราแนะนํา (N อัตรา 6-9 กรัมตอตน, P อัตรา 2-4
กรัม P2O5ตอตน, K อัตรา 8-12 กรัม K2O ตอตน) หรือ N-P-K อัตรา 8-4-12 กรัม N-P2O5-K2O
ตอตน
2. หามทําลายจุกสับปะรด
3. งดการใหน้ํากอนการเก็บเกี่ยวประมาณ 15-30 วัน
4. หามใชปุยไนโตรเจนหลังบังคับดอก
ในแหลงที่เคยพบไนเทรตตกคางในผลสับปะรดสูงเกินมาตรฐาน แนะนําใหดําเนินการแกไขดังนี้
1. ใชธาตุโมลิบดินัมอัตรา 5 มิลลิกรัมตอตน (ธาตุโมลิบดินัมอัตรา 50 กรัมตอไร  หรือ
ใชสารละลายโซเดียมโมลิบเดท 4% อัตรา 1.25 ลิตรตอไร พนทางใบหลังบังคับดอก
ในระยะดอกแดง
2. ใชปุยอินทรีย 2-4 ตัน/ไร ชวงปลูก เนื่องจากในปุยอินทรียมีธาตุอาหารรอง(Mg, Ca)
และธาตุอาหารเสริม(Cu, Zn, Mn และ Fe เปนตน). หรืออาจใช แมกนีเซียมซัลเฟต
27% MgO อัตรา 95 กก./ไร หรือแมกนีเซียมคลอไรด 20%MgO อัตรา 125 กก./ไร
หรือโพแทสเซียมคลอไรด 60%K2O อัตรา 70.8 กก./ไร หลังการชักนําการออกดอก
สับปะรดแลว 75 วัน

Content from: http://www.doa.go.th in pdf format
อ่าน:786 | ความคิดเห็น:0 | แสดงความคิดเห็น
เกษตรฯ เปิด 6 ยุทธศาสตร์พัฒนาสินค้าเกษตรอินทรีย์สู่มาตรฐานสากล ตั้งเป้าขยายพื้นที่การผลิตกว่า 2 แสนไร่
58.10.90.66: 2553/02/20 10:47:38
   เกษตรฯ เปิด 6 ยุทธศาสตร์พัฒนาสินค้าเกษตรอินทรีย์สู่มาตรฐานสากล ตั้งเป้าขยายพื้นที่การผลิตกว่า 2 แสนไร่ มกอช.เร่งพัฒนาระบบรับรองพร้อมยื่นสมัครเข้าสู่บัญชีประเทศที่ 3 ของอียู หวังส่งออกสินค้าอินทรีย์ไทยตีตลาดยุโรปคล่องขึ้น
    
นายจรัลธาดา    กรรณสูต   ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า กระทรวงเกษตรฯได้จัดทำ  ยุทธศาสตร์การพัฒนาสินค้าเกษตรอินทรีย์สู่มาตรฐานสากล ปี 2551-2552 โดยมีแผนเร่งส่งเสริมเพื่อขยายพื้นที่การผลิตเกษตรอินทรีย์ทั้งด้านพืช ปศุสัตว์ และประมง เช่น ข้าวอินทรีย์ ผักผลไม้ สมุนไพร กุ้ง ปลา เนื้อสัตว์ นมและผลิตภัณฑ์นม และไข่อินทรีย์ มีพื้นที่เป้าหมายกว่า 200,000 ไร่ โดยจะบูรณาการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการ 6 ด้าน คือ  1. มุ่งพัฒนาระบบมาตรฐานและการรับรองมาตรฐานเกษตรอินทรีย์ไทยให้เป็นที่ยอมรับ ทั้งในประเทศและประเทศคู่ค้า   2. ส่งเสริมและสนับสนุนให้เกษตรกรและ   กลุ่มเกษตรกรเข้าสู่ระบบการผลิตมาตรฐานเกษตรอินทรีย์เพื่อให้ได้สินค้าที่ผ่านการรับรองและเป็นที่ยอมรับ   3. เชื่อมโยงการผลิต การแปรรูปและการตลาด เพื่อให้ได้สินค้าที่มีปริมาณและคุณภาพตรงตามความต้องการของตลาดทั้งภายในและต่างประเทศ และยังมุ่งส่งเสริมให้เข้าสู่ระบบคอนแทร็กฟาร์มมิ่ง(Contract farming) ด้วย   4. เร่งประชาสัมพันธ์สินค้าเกษตรอินทรีย์ให้ผู้บริโภคมีความเข้าใจที่ถูกต้องซึ่งจะทำให้เกิดความเชื่อมั่นที่นำไปสู่การขยายช่องทางการตลาด 5.เร่งวิจัยและพัฒนาเกษตรอินทรีย์เพื่อให้เกิด  การพัฒนาเทคโนโลยีที่เหมาะสม สามารถนำไปปฏิบัติเพื่อเพิ่มมูลค่าสินค้า และ6.สร้างความร่วมมือและเชื่อมโยงกับกระทรวงพาณิชย์ กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ เพื่อกำหนดนโยบายการบริหารจัดการสินค้าเกษตรอินทรีย์ในรูปแบบบูรณาการ

“ปัจจุบันพื้นที่เกษตรอินทรีย์ของไทยมีกว่า 140,900 ไร่ หรือประมาณ 0.103 % ของพื้นที่การเกษตรทั้งประเทศ และเป็นอันดับที่ 71 ของโลก โดยปี 2549 ประเทศไทยมีมูลค่าสินค้าเกษตรอินทรีย์ประมาณ    920 ล้านบาท และปี 2550 ประมาณ 1,000 ล้านบาท มีตลาดส่งออกหลัก คือ สหภาพยุโรป(EU) และสหรัฐอเมริกา โดยมีข้าวหอมมะลิอินทรีย์เป็นสินค้าส่งออกมากที่สุด  รองลงมา คือ ผัก ผลไม้ สมุนไพรและเครื่องเทศ อนาคตผลไม้เมืองร้อนอินทรีย์ถือว่ามีโอกาสในการขยายตลาดค่อนข้างสูง  เช่น มะม่วง เสาวรส มะพร้าว  ซึ่งผู้นำเข้าของประเทศอิตาลีมีความต้องการที่จะนำเข้าเป็นจำนวนมาก” นายจรัลธาดา กล่าว

อย่างไรก็ตาม การจัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการข้อมูลการตลาดสินค้าเกษตรอินทรีย์(Commerce Intelligence of Moc : CIM) นับเป็นโอกาสที่ดี หากมีการเชื่อมโยงกับเว็บไซต์(Website)ของหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรฯที่ดำเนินงานเกี่ยวข้องกับเกษตรอินทรีย์  อาทิ  มกอช.ที่เป็นหน่วยงานกำหนดและประกาศใช้มาตรฐานเกษตรอินทรีย์ระดับประเทศ และเป็นหน่วยรับรองระบบงานด้านเกษตรอินทรีย์ด้วย ขณะที่กรมวิชาการเกษตรเป็นหน่วยรับรองเกษตรอินทรีย์ด้านพืช กรมประมงรับรองเกษตรอินทรีย์ด้านเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ พร้อมส่งเสริมการเลี้ยงและเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำอินทรีย์ และกรมปศุสัตว์เป็นหน่วยรับรองเกษตรอินทรีย์ด้านปศุสัตว์ มีกรมส่งเสริมการเกษตรและกรมพัฒนาที่ดินเป็นหน่วยงานสนับสนุน              ซึ่งเว็บไซต์ของหน่วยงานดังกล่าว น่าจะเป็นแหล่งข้อมูลที่เป็นประโยชน์ทั้งด้านการผลิต มาตรฐาน         การรับรอง และการตลาดด้วย

ด้านนายมนตรี  กฤษณีไพบูลย์  รองผู้อำนวยการสำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ(มกอช.) กล่าวเพิ่มเติมว่า กระทรวงเกษตรฯได้มอบหมายให้มกอช.จัดทำโครงการพัฒนาระบบการตรวจรับรองด้านเกษตรอินทรีย์ของประเทศไทย ให้เป็นที่ยอมรับของประเทศผู้นำเข้ารายใหญ่ เช่น อียู และสหรัฐอเมริกาซึ่งมีการนำเข้าสินค้าอินทรีย์สูงถึง 97 % โดยขณะนี้ประเทศไทยได้ทำหนังสือแจ้งคณะกรรมาธิการสหภาพยุโรปเพื่อยื่นขอสมัครอยู่ในบัญชีประเทศที่ 3 (Third Country list) ของอียู       ซึ่งปัจจุบันมีเพียง 7 ประเทศเท่านั้นที่อยู่ในบัญชีดังกล่าว ได้แก่ อาร์เจนติน่า คอสตาริก้า สวิสเซอร์แลนด์ อิสราเอล ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ และอินเดีย  อนาคตหากไทยสามารถเข้าอยู่ในบัญชีประเทศที่ 3 ได้ คาดว่าจะมีการส่งออกสินค้าเกษตรอินทรีย์ของไทยไปจำหน่ายในตลาดยุโรปมากขึ้น โดยใช้ระบบการตรวจรับรองของไทยเอง

“การเป็นประเทศในบัญชีประเทศที่ 3 ของอียู   อาจใช้เวลาอย่างน้อย 3 ปี  เนื่องจากต้องดำเนินการตามข้อกำหนดเงื่อนไข และกฎระเบียบของอียู   เพื่อให้มาตรฐานสินค้าเกษตรอินทรีย์ของไทยมีความทัดเทียมและสอดคล้องกับการปฏิบัติและข้อบังคับของอียู  นอกจากนั้น มกอช.ยังได้เร่งศึกษาเปรียบเทียบระบบการตรวจรับรองระหว่างมาตรฐานเกษตรอินทรีย์ของไทย กับสหรัฐอเมริกาและญี่ปุ่น เพื่อนำไปสู่กระบวนการประเมินความเท่าเทียมกันและให้การยอมรับซึ่งกันระดับรัฐบาลต่อไปด้วย” นายมนตรี กล่าว

Content From: http://www.moac.go.th
อ่าน:346 | ความคิดเห็น:0 | แสดงความคิดเห็น
 “เด็กไทยหัวใจเกษตร 5” คึกคัก ทุกหน่วยงานในสังกัดจับมือจัดกิจกรรมสาระประโยชน์ 
58.10.90.66: 2553/02/20 10:47:38
 “เด็กไทยหัวใจเกษตร 5” คึกคัก ทุกหน่วยงานในสังกัดจับมือจัดกิจกรรมสาระประโยชน์ เน้นเด็กเยาวชนเดินตามคำขวัญ “สามัคคี มีวินัย ใฝ่เรียนรู้ เชิดชูคุณธรรม”
    
            กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จัดงานวันเด็กแห่งชาติ  ภายใต้ชื่องาน “เด็กไทยหัวใจเกษตร 5”  ณ พิพิธภัณฑ์การเกษตรเฉลิมพระเกียรติ  อ.คลองหลวง  จ.ปทุมธานี  ตั้งแต่ 08.00 – 15.00 น. โดย ศ.ดร.ธีระ  สูตะบุตร  รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์  เป็นประธานในพิธีเปิด 

                พิธีเปิดงานเริ่มขึ้นในเวลา 09.00 น. ด้วยขบวน Mascot ผัก ผลไม้ และสัตว์ต่างๆ ที่แสนน่ารัก ตามด้วยขบวนเด็กๆ ในชุดสาวเหนือ / รองเง็ง / ลิเกฮูลู / สาวบ้านแต้ / ชุดเอกลักษณ์ไทย ที่สวยงามน่ารัก  นำท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์  และคณะ  เข้าสู่บริเวณทำพิธีเปิดงาน

                 ศ.ดร.ธีระ  สูตะบุตร  รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวเปิดงาน “เด็กไทยหัวใจเกษตร 5” มีใจความสำคัญ ดังนี้ “การจัดงานในวันนี้ เพื่อให้เด็กไทยเกิดจิตสำนึกและตระหนักถึงความสำคัญของอาชีพเกษตรกรรม ซึ่งเป็นอาชีพหลักที่สืบทอดประเพณีวัฒนธรรมและวิถีชีวิตที่คู่คนไทยมาตั้งแต่อดีต ทำให้คนไทยได้บริโภคอาหารอย่างอุดมสมบูรณ์ และส่งผลให้ประเทศไทยเป็นประเทศสำคัญที่ส่งผลผลิตการเกษตรไปสู่ชาวโลก  สำหรับการจัดงานในวันนี้ เด็กๆ จะได้ศึกษาเรียนรู้ “พระราชกรณียกิจด้านการเกษตรของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอเจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์” ซึ่งทรงให้ความสำคัญกับอาชีพเกษตรกรมาโดยตลอด  ขอให้เด็กๆ ทุกคนจดจำคำขวัญประจำปี 2551 ของ ฯพณฯนายกรัฐมนตรี ที่ว่า หากปฏิบัติได้ตามคำขวัญนี้ จะนำมาซึ่งความสุข ความสำเร็จและความก้าวหน้าตามที่ทุกคนปรารถนา”

                หลังจากนั้น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์  กดเครื่องเล่น Paper Shoot และ Co2  ถูกยิงขึ้นสูง ตามด้วยบับเบิลบอลหลายร้อยใบกระจายตัวลงมา  เป็นสัญลักษณ์ว่างาน “เด็กไทยหัวใจเกษตร 5”  ได้เริ่มขึ้นแล้ว

                ศ.ดร.ธีระ  กล่าวต่อกับสื่อมวลชนว่า “ กิจกรรมมากมายที่แต่ละหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรฯ จัดมาในวันนี้ ตั้งใจที่จะมอบสิ่งที่ดี มีคุณประโยชน์  ให้แก่เด็กและเยาวชนอย่างเต็มที่   มุ่งหวังที่จะให้เกิดการพัฒนาทั้งในด้านสติปัญญา  การดำรงชีวิตประจำวัน  เสริมสร้างคุณภาพชีวิต  ให้เด็กและเยาวชนมีคุณธรรม รู้จักรับผิดชอบในทุกๆด้าน ส่งให้เกิดทรัพยากรบุคคลที่มีพละกำลังและความเข้มแข็งต่อไปในวันข้างหน้า”

                บริเวณสนามหน้าอาคารพิพิธภัณฑ์ จัดแสดงนิทรรศการเทิดพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์  พร้อมด้วยแท่นสักการะและสมุดลงนามไว้อาลัย 

นิทรรศการ  กิจกรรมต่างๆ เกมส์  การแข่งขัน  ของ 18 หน่วยงานสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์  จัดภายใน

เตนท์เต็มพื้นที่บริเวณลานจอดรถของพิพิธภัณฑ์การเกษตรเฉลิมพระเกียรติ  อาทิเช่น  กรมชลประทานจัดแสดงแบบจำลองกังหันน้ำชัยพัฒนาที่ช่วยในการบำบัดน้ำเสีย  การจัดแสดงเรือขุดลำแรกของประเทศไทย ตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 5  และขอเชิญชวนเด็กและเยาวชนร่วมกัน “ปลูกต้นไม้เพื่อถวายพ่อแห่งแผ่นดิน”

 

นิทรรศการฝนหลวงพระราชทานแบบซุปเปอร์แซนวิช ของสำนักฝนหลวง,  นิทรรศการเรื่องการทำบัญชีกับ

เศรษฐกิจพอเพียง , แบบจำลองเกี่ยวกับโครงการพระราชดำริต่างๆ , พระกรณียกิจด้านการประมง , นิทรรศการจุดกำเนิดอาชีพพระราชทาน “การเลี้ยงโคนม” ,  กรมประมง ยก Touch Pool ขนาดใหญ่  จัดแสดงสัตว์น้ำจืด  สัตว์น้ำเค็ม  ปลาสวยงามที่หาดูยากมาให้ชม  มีพันธุ์ปลาสวยงามแจก  ,  กรมวิชาการเกษตร จัดนิทรรศการรื่อง “พืชพลังงานทดแทน” , กรมส่งเสริมการเกษตร สาธิต การเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ  , กิจกรรมสร้างสรรค์งานศิลปะด้วยมือตนเอง ในกิจกรรม   “สีสันปั้นแต่ง”  ของกรมส่งเสริมสหกรณ์ , สำนักงานปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (สปก.)  นำช่างฝีมือจากศิลปาชีพ มาสาธิตและสอนการปั้นตุ๊กตาชาววัง และประดิษฐ์ดอกไม้จากผ้า

นิทรรศการที่เด็กควรมาศึกษาหาความรู้เป็นอย่างยิ่ง คือ  แสดงเรื่องเทคโนโลยีชีวภาพในด้านการเกษตร ซึ่งเป็นเรื่องของความหน้าทางเทคโนโลยีที่น่าสนใจเหมาะสำหรับเด็กที่จะมาศึกษาเรียนรู้  รวมถึงนิทรรศการภาวะโลกร้อนที่บอกกล่าวถึงภัยร้อนที่จะเกิดขึ้น  จะเกิดภัยพิบัติอะไรบ้าง  จะช่วยกันป้องกันอย่างไร   เด็กจะได้พบกับสาระความรู้จากห้องสมุดเคลื่อนที่ 

                เวทีกลางของงานจัดกิจกรรมสนุก ๆ กับครอบครัวดารา มี “อภิรดี  ภวภูตานนท์ และน้องเบลล์”  และ “ฝันดี  จรรยาธนากรและลูกชาย”  จะมาเล่นเกมส์สนุกสนานเสริมสร้างความรัก ความอบอุ่นในครอบครัว และกิจกรรมส่งเสริมให้เด็กกินผัก  โยงไปถึงความรัก  ความผูกพันที่มีต่อสัตว์เลี้ยงแสนรัก  สาธิตวิธีการสอนให้สัตว์เลี้ยงเป็นสัตว์แสนรู้ และเชิญชวนให้เด็กและเยาวชนนำสัตว์เลี้ยงแสนรู้  แสนรัก  เก่งกล้าทุกชนิด  มาประกวดชิงรางวัล   

                นอกจากเด็กๆจะได้หอบของรางวัลกลับบ้าน จากการเล่นเกมส์ การแข่งขัน การตอบปัญหา ซึ่งของรางวัลของแต่ละหน่วยงานมีมากกว่า 1,000 ชิ้น รวมไปถึงของแจก เช่น พันธุ์ปลาสวยงาม  พันธุ์พืช  สมุดอนุรักษ์ท้องทะเลไทย   สารเร่ง พด.  ปุ๋ยอินทรีย์น้ำ  และอื่นๆอีกมากมายแล้ว   ตลอดงานเด็กๆ จะอิ่มอร่อยไปกับอาหารหลากหลายชนิด ขนม  นม เครื่องดื่ม น้ำผลไม้  ที่เตรียมไว้เป็นจำนวนมาก

เด็กทุกคนที่เข้าไปในบริเวณงานจะได้รับแจกบัตรชิงโชคคนละ 1 ใบ เพื่อนำไปจับรางวัลใหญ่ เช่น รถจักรยาน  พัดลม  หม้อหุงข้าว  อุปกรณ์กีฬา    อุปกรณ์เครื่องเขียน เป็นต้น  ซึ่งเราจะจับรางวัลทุกๆ 15 นาที โดยจะประกาศให้ทราบเป็นระยะๆ

 “เด็กไทยหัวใจเกษตร 5”  นอกจากจะปลุกกระแสความเป็นเกษตรกรให้ซึมซับไปกับเด็กและเยาวชนแล้ว กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ก็คาดหวังว่าสาระต่างๆ ที่เด็กได้มาเรียนรู้ มาสัมผัส พบเห็น จะช่วย สร้างเสริมคุณภาพชีวิตให้เด็กมีการพัฒนาทั้งด้านสติปัญญา  ร่างกาย  จิตใจ  เพื่อเป็นพลเมืองผู้ใหญ่ที่มีประสิทธิภาพและเข้มแข็งเป็นพละกำลังที่สำคัญยิ่งของประเทศชาติต่อไป

Content from: www.moac.go.th
อ่าน:369 | ความคิดเห็น:0 | แสดงความคิดเห็น
เปิดจองยูเรียนำเข้า
61.7.136.137: 2553/02/20 10:47:38
สินค้ามาถึงภายในวันที่16-18 ก.ค นี้ราคา20,500บาท/ตัน มี25,000ตัน เริ่มต้นที่5,000ตันขึ้นไปครับ ติดต่อ สราวุธ 0848161007
อ่าน:343 | ความคิดเห็น:2 | แสดงความคิดเห็น
การปาฐกถาพิเศษที่มหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ดเมื่อเดือนมิถุนายน ของ สตีฟ จ็อบส
203.152.57.5: 2553/02/20 10:47:38
อ่านแล้วชอบมากเลยเอามาฝากครับ

สตีฟ จ็อบส (CEO Apple Computer และ Pixar Animation Studio)

ถอดความโดย : กิตติ สิงหาปัด

เป็นการปาฐกถาพิเศษที่มหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ดเมื่อเดือนมิถุนายน
ผมไปอ่านพบบทความนี้ในนิตยสาร Fortune ฉบับ September 5, 2005
ฟอร์จูนไดเขียนในข้อความโปรยก่อนบทความว่า

ปกติการปาฐกถาพิเศษ
ในวันรับปริญญามักจะเป็นอะไรที่ฟังสบาย ๆ แล้วก็ผ่านไป
แต่ปาฐกถาพิเศษของ Jobs ที่ Stanford ครั้งนี้ถือว่าไม่ธรรมดา
เพราะหลังจากวันนั้นก็คนพูดถึงอย่างมากมาย
ไม่เฉพาะในหมู่บัณฑิต ของสแตนด์ฟอร์ดเท่านั้น
แต่มีการโพสตเข้าไปในเวบไซด์ต่างๆ ส่งอีเมลให้คนรู้จักอ่าน
ถกเถียงในเวบล็อก คนที่ไม่ไดอ่านก็ถามหากันมาก
จนฟอร์จูนต้องเอามาตีพิมพแม้จะผ่านมาแล้วถึง 4 เดือนก็ตาม



" ผมรู้สึกเป็นเกียรติ ที่ได้มาร่วมในพิธีรับปริญญา
ของมหาวิทยาลัยที่ดีที่สุดแห่งหนึ่ง่จบปริญญาครับ
จะว่าไปแล้วการมาที่นี่ในวันนี้ถือว่าทําใหผมได้อยู่ใกลกับคําว่าไดปริญญามากที่สุด
วันนี้ผมอยากจะบอกเล่าเรื่องราวในชีวิตผมให้ฟัง สามเรื่อง
เป็นแค่เรื่องของชีวิตผมเองเท่านั้น
จริง ๆ นะครับ ไม่ไดเป็นเรื่องใหญ่โตอะไร

เรื่องแรก... เป็นเรื่องของการมองเส้นทางเดินของชีวิตที่ผ่านมา
ซึ่งมันเป็นคล้าย ๆ การต่อเชื่อมจุดให้เป็นรูปร่าง
ผมดร็อปจากมหาวิทยาลัย Reed หลังจากเข้าเรียนไดเพียง 6 เดือน
แตก็ยังเตร็ดเตร่อยูในมหาวิทยาลัยอีก 18 เดือน ก่อนที่จะออกมาจริง ๆ
ถามว่าทําไมผมถึงดร็อป ...

บางทีเรื่องนี้อาจจะเริ่มมาตั้งแต่ผมยังไมเกิดด้วยซ้ําไป
แมของผมเป็นสาวรุ่นที่เพิ่งจบจากมหาวิทยาลัยและไม่ได้แต่งงาน
เธอตั้งใจว่าจะยกผมให้คนที่ต้องการเด็กรับไปเลี้ยงเป็นลูกบุญธรรม
เธอมีเงื่อนไขในใจที่ค่อนข้างแรงกล้าว่า
จะยกผมให้กับคู่สามีภรรยาที่ต้องจบมหาวิทยาลัยเท่านั้น

ตอนแรกผูที่จะรับผมไปอุปการะนั้นเป็นคู่ของทนายความกับภรรยา
แต่ปรากฏว่าตอนผมคลอดนั้น ทั้งสองก็เกิดเปลี่ยนใจกะทันหันว่าอยากได้เด็กผู้หญิง
ผมก็เลยมาเป็นลูกของพ่อแม่ผมในขณะนี้
ตอนนั้นท่านทั้งสองอยูในรายชื่อถัดไปที่ต้องการรับเด็กไปเลี้ยง
พอคู่ของทนายปฏิเสธ ก็เลยมาถึงคิวของทาน แตปัญหาก็คือ..พอแมผมไม้ได้จบมหาวิทยาลัย

ในหนแรกแมผมจะไม่ยอม แต่สุดท้ายก็ยอม
เพราะพ่อแมผมให้สัญญาว่าจะส่งผมเข้ามหาวิทยาลัยเมื่อผมโตขึ้นอย่างแน่นอน

17 ปต่อมาผมก็ได้เข้ามหาวิทยาลัยจริง ๆ แต่ผมดันไปเลือกมหาวิทยาลัยที่ค่าเทอมแพงพอ ๆ กับที่นี่
ด้วยเงินเก็บของพ่อแม่ผมซึ่งท่านก็เป็นคนระดับทํางานธรรมดา
หมดไปกับ่เห็นว่า มันจะคุ้มกับค่าเล่าเรียนยังไง
ผมไม่รูว่าจะเอายังไงกับชีวิตดี และมหาวิทยาลัยก็ไม่ได้ให้ทางออกกับผม

ผมใชเงินที่พ่อแมสะสมมาทั้งชีวิตหมดไปในหกเดือนที่ Reed
ในที่สุดผมตัดสินใจดรอปโดยมั่นใจว่าทุกอย่างจะดีขึ้นจริง ๆ
ตอนนั้นผมก็ค่อนข้างกลัว แตเมื่อมองกลับไป
การตัดสินใจดรอปเป็นการตัดสินใจที่ดีที่สุดครั้งหนึ่งในชีวิต
การดรอปทําใหผมไม่ต้องเรียนวิชาบังคับที่ผมไม่ชอบ
แต่ในขณะเดียวกันกลับทําใหผมไดเข้าเรียนวิชาที่ผมสนใจ

แต่ก็ไม่ใช่เรื่องดีทั้งหมดนะครับ
ผมไม่มีหอพัก ต้องสิงในห้องของเพื่อน ผมต้องเก็บกระป๋องโค้กไปคืนที่ร้าน
เพื่อเอาเงินมัดจํากระป๋องละ 5เซ็นต ไปซื้อข้าวประทังชีวิต
และทุก ๆ วันอาทิตยผมต้องเดินข้ามเมืองถึง 7 ไมล
เพื่อที่จะไดกินอาหารดี ๆซักมื้อที่โบสถ์พราหมณ
และมีหลายอย่างที่ผมอาจจะก้าวพลาดไปโดยบังเอิญเพราะความอยากรูอยากเห็น
หรือโดยสัญชาตญาณ ได้ให้บทเรียนที่มิอาจประเมินค่าได้กับผม

ผมอยากจะยกตัวอย่างให้ฟังซักเรื่อง
มหาวิทยาลัย Reed ในตอนนั้นอาจจะเรียกไดว่ามีคอร์สสอนการออกแบบตัวอักษร (calligraphy)
ที่ดีที่สุดในอเมริกาก็ว่าได ป้ายหรือโปสเตอรต่าง ๆ ในมหาวิทยาลัย
จะถูกออกแบบอย่างสวยงาม
ผมตัดสินใจเข้าเรียนวิชานี้ เนื่องจากไม่ต้องลงเรียนวิชาปกติ
หลังจากดรอปไว ผมได้เรียนรูตัวอักษร serif และ sans serif
ได้รู้เรื่องการจัดวางช่องไฟ การผสมผสานตัวอักษรขนาดต่าง ๆ กัน
ให้งานออกมาดูดีที่สุด มันเป็นอะไรที่บ่งบอกถึงความสวยงาม มีที่มาที่ไป
และมีศิลปะแบบที่วิทยาศาสตรก็สอนเราไมได มันสุดยอดจริงๆ

แต่สิ่งเหล่านี้ก็ไม่ได้ช่วยอะไรในแมคอินทอชเครื่องแรก
นั่นแหละวิชาที่เรียนตอนดรอปถึงช่วยได้จริง ๆ

ทุกท่านคงเห็นเครื่องแมคฯ ที่มีตัวฟอนทที่สวยงาม

ในตอนนั้นแล้ว เราก็คงไม่มีเครื่องแมคอย่างที่เราเห็นในวันนี้
และความจริงก็คือถ้าวินโดวส์ไม่ลอกเราในวันนั้น
พีซีในยุคปัจจุบันก็จะไม่มีตัวฟอนท์อย่างนี้ก็ได

ทั้งหมดเกิดขึ้นไดเพราะผมลงเรียนวิชาคัดลายมือครั้งนั้นทีเดียวจริง ๆ
แน่นอนครับว่าเราคงไม่สามารถต่อเชื่อมจุดเปนรูปร่างไดเมื่อผมอยูที่ Reed
แตเมื่อตอนสิบปีผ่านไปทุกอย่างก็เห็นได้ชัด

ผมขอย้ําอีกครั้งหนึ่งว่า เราไม่สามารถต่อจุดใหเป็นรูปร่างไดโดยการมองไปข้างหน้า
เราจะทําไดก็ต่อเมื่อนึกถึงเวลาเราเชื่อมจุดเป็นรูปต่าง ๆ
ถ้าเราเอากระดาษปิดจุดที่เราต่อมาแล้วเราจะต่อไปข้างหน้าไม่ถูก)
ฉะนั้นขอให้เชื่อว่าจุดต่าง ๆ ที่ผ่านมานั้นอาจจะเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตเราในวันข้างหน้า

เราต้องเชื่อในอะไรซักอย่างไม่ว่าจะเป็นความมุ่งมั่น ตั้งใจ ชะตาชีวิตหรือกรรมอะไรก็ได
วิธีคิดแบบนี้ไม่ทําให้ผมผิดหวังท้อแท แต่กลับสร้างสิ่งต่าง ๆ ให้เกิดขึ้นกับชีวิตผมมากมาย

เรื่องที่สอง... ที่จะเล่าให้ฟังเกี่ยวกับความรักและการสูญเสียครับ
ผมโชคดีที่ได้พบกับสิ่งที่ผมรักที่จะทําตั้งแต่วัยหนุ่ม

วอซ (StephenWozniak ผู้ร่วมก่อตั้ง Apple) กับผม
เริ่มทําคอมพิวเตอรแอปเปิลกันที่โรงรถของพ่อแมผมตอนผมอายุ 20
เราทํางานกันอย่างหนัก ภายในระยะเวลา 10 ป
แอปเปิลที่เริ่มจากเราสองคนในโรงรถเติบโตขึ้น มีสินทรัพยถึง 2,000 ล้านเหรียญ
มีพนักงานกวา 4,000 คน
เราเพิ่งสร้างคอมพิวเตอร์ที่ดีที่สุดคือ แมคอินทอช ตอนผมเพิ่งย่างสามสิบ
แตผมกลับถูกไล่ออก

หลายคนอาจสงสัยว่าผมถูกไล่ออกจากบริษัทที่ตัวเองก่อตั้งมาได้ยังไง
คือเมื่อแอปเปิลเริ่มเข้าที่และเติบโต
เราก็หาคนที่เราคิดว่าเก่งมาร่วมบริหาร
แรกก็ไปได้ดี แต่พอซักพักัวิสัยทัศน์เราก็เริ่มไม่ตรงกัน
หนักเข้าก็กลายเป็นความขัดแย้ง และในที่สุดคณะกรรมการบริหารก็เลือกข้างเขา
และผมก็เป็นฝ่ายต้องออกมาเป็นการออกที่คนรู้กันทั่วไปใหญ่โต
สิ่งที่เป็นหัวใจในชีวิตของผมมลายหายไป ชีวิตผมเหมือนไม่เหลืออะไรเลย



ช่วงนั้นผมไม่รู้ว่าจะทําอะไรอยู่หลายเดือน
ผมรู้สึกว่าผมได้ปล่อยให้ความเป็นเจ้าของกิจการหลุดลอยไป ทั้ง ๆ ที่มีโอกาส
ช่วงหลังผมได้พบกับ David Packard (หนึ่งในผู้ร่วมก่อตั้ง HP)
และ Bob Noyce (หนึ่งใน ผู้ร่วมก่อตั้ง Intel) เพื่อขอโทษในสิ่งที่เกิดขึ้น

คนทั่วไปมองว่านี่เป็นความล้มเหลวของผม
จนผมคิดจะออกจากธุรกิจไอทีนี่แล้ว
แต่แล้วผมก็รู้สึกว่าเริ่มคิดอะไรบางอย่างได
ผมยังรักในสิ่งที่ผมทํา สิ่งที่เกิดขึ้นที่แอปเปิล
ไม่ได้ทําให้ความรักของผมกับคอมพิวเตอร์ลดลงแม้แต่น้อย
ถึงผมจะถูกปฏิเสธ แตผมก็ยังรักมัน ผมจึงตัดสินใจเริ่มต้นอีกครั้งหนึ่ง

ตอนนั้นผมอาจจะยังไม่รู้ว่าอนาคตจะเป็นอย่างไร
แตถ้ามามองตอนนี้ การออกจากแอปเปิล
กลับถือเป็นสิ่งที่ดีที่สุดที่เกิดขึ้นในชีวิตของผม
กลับถูกแทนที่ด้วยการที่ไม่มีอะไรต้องเสียจากการที่เป็นผู้ที่เริ่มต้นใหม
ผมกลายเป็นคนที่จะไม่มั่นใจกับอะไรมากจนเกินไป
และที่สําคัญ มันเป็นการปลดปล่อยตัวเอง
ให้เข้าสู่ช่วงที่ถือว่ามีพลังสร้างสรรค์มากที่สุด
ช่วงหนึ่งของชีวิต


ในช่วง 5 ปหลังจากนั้นผมเริ่มทําบริษัทใหมชื่อ NeXT และอีกบริษัทหนึ่งคือ Pixar
และพบรักกับหญิงสาวคนที่เปนภรรยาผมตอนนี้
Pixar ได้ผลิตหนังการ์ตูนแอนนิเมชั่นดืวยคอมพิวเตอร์เรื่องแรกของโลก คือ Toy Story
และปัจจุบันนี้ Pixarก็เป็นสตูดิโอที่ประสบความสําเร็จมากที่สุดในโลก
และเหตุการณซึ่งถือว่าเป็นจุดเปลี่ยนที่สําคัญอีกจุดหนึ่งก็มาถึง
แอปเปิลซื้อกิจการ NeXT และผมก็กลับแอปเปิล
และสิ่งที่ผมสร้างไวที่NeXT ก็กลายมาเป็นหัวใจของแอปเปิลในยุคฟื้นฟู
และผมก็ไดแต่งงานกับ Laurene

"ผมค่อนข้างมั่นใจว่าสิ่งเหล่านี้จะไม่มีวันเกิดขึ้นถ้าผมไม่ถูกไล่ออกจากแอปเปิล
ถือว่าเป็นการให้ยาที่แรงสุด ๆ แต่ก็ถือว่าถูกกับคนไข
บางทีชีวิตก็เล่นกับเราแรง แต่ขออย่าเสียความเชื่อมั่นศรัทธา
ผมเชื่อว่าสิ่งที่ทําใหผมก้าวหน้ามาถึงวันนี้ได ก็เพราะผมรักในสิ่งที่ผมทํา
พวกคุณต้องค้นหาว่าคุณรักอะไร ความจริงมันก็คล้าย ๆ กับการหาแฟนซักคนนั่นแหละ
จะว่าไปแลทางเดียวที่จะนงานที่ยิ่งใหญมีความหมาย

และการที่จะทําใหการทํางานที่ยิ่งใหญให้ประสบความสําเร็จก็คือ
การรักในสิ่งที่ทํา ...
ถ้าตอนนี้ยังไม่รู้ว่าตัวเองชอบอะไร ก็จงค้นหาต่อไป อย่าเพิ่งหยุด
คุณจะรู้ไดด้วยใจคุณเองเมื่อคุณค้นพบมัน และมันจะทําให้เราดีขึ้นเรื่อย ๆ
เพราะฉะนั้นจงค้นหา ต่อไป"

เรื่องที่สาม... ที่จะเล่าให้ฟังวันนี้เป็นเรื่องเกี่ยวกับความตาย
เมื่อตอนอายุ 17 ผมอ่านเจอคําพูดของคน ๆหนึ่งพูดไว้ว่า
 “ ถ้าคุณใช้ชีวิตในแต่ละวันเหมือนกับเป็นวันสุดท้ายในชีวิตของคุณ สักวันคุณจะดีขึ้นแน่นอน”
ผมประทับใจมาก และตลอด 30 ปตั้งแต่นั้นมา
ผมจะมองกระจกและถามตัวเองทุกเช้าว่า ถ้าวันนี้เป็นวันสุดท้ายของผม
ผมอยากทําอะไร และวันนี้จะทําอะไรบ้าง
ถ้าเมื่อไหรก็ตามที่คําตอบออกมาว่าไม่รู้จะทําอะไรติดต่อกันหลายๆ วัน
ผมรู้ว่าผมต้องเปลี่ยนแปลงอะไรบางอย่างแล้ว

การระลึกอยู่เสมอว่าเราต้องตายเร็ว ๆนี้เป็นอาวุธที่สําคัญที่สุดที่ผมใช
ในยามต้องตัดสินใจเรื่องสําคัญ ๆ ในชีวิต
เพราะเกือบจะทุกอย่างไม๋ว๋าจะเป้นความคาดหวังต๋าง ๆ จากคนภายนอก ความภาคภูมิใจ
การกลัวการเสียหน้า หรือล้มเหลว ล้วนแต่ไม่เป็นสาระทั้งสิ้น
เมื่อเราต้องเผชิญกับความตาย มันทําให้เรานึกถึงแต่สิ่งที่เป็นแก่น
เป็นความสําคัญที่สุดเท่านั้น

การระลึกว่า คุณกําลังจะตายเป็นวิธีที่ดีที่สุดที่จะหลุดพ้น
จากความคิดที่กลัวการสูญเสียอะไรบางอย่าง
ชีวิตคุณมีแต่ตัวนี่ เพราะฉะนั้นก็ไม่มีเหตุอะไรที่ไม่เดินตามความฝันของตัวเอง

เมื่อปีที่แล้วผมไปตรวจพบว่าเป็นมะเร็ง หมอทําสแกนผมราว เจ็ดโมงครึ่ง
และเห็นชัดว่ามีก้อนเนื้อที่ ตับอ่อน
ผมเองไม่รูแม้กระทั่งว่าตับอ่อนคืออะไร
หมอบอกว่าเท่าที่ดูแล้วค่อนข้างชัดเจนว่าเป็นมะเร็งชนิดที่ไม่มีทางรักษา
และบอกว่าผมน่าจะมีชีวิตอยู่ได้อีกไม่เกิน 3-6 เดือน
หมอแนะนําว่าให้กลับบ้านและจัดการอะไรต่าง ๆ ให้เรียบร้อย
พูดแบบชาวบ้านก็คือหมอบอกให้ไปเตรียมตัวตายนั่นเอง
มันหมายความว่าคุณต้องรีบคุยกับลูกในสิ่งที่คุณคิดว่าจะคุยในอีกสิบปีข้างหนา
หมายความว่าต้องเตรียมสิ่งต่างๆ ไว้ให้ครอบครัวเมื่อคุณต้องจากไป
และหมายความความว่าคุณต้องลาโลกนี้ไปแล้ว

ผมอยู่กับความรู้สึกว่าเป็นมะเร็งและต้องตายเร็ว ๆนี้ทั้งวัน
จนกระทั่งตอนเย็นหมอต้องตัดเอาเนื้อเยื่อเพื่อวิเคราะห์อีกครั้ง
หมอใชกลองสองภายในสอดผานลําคอ ผานกระเพาะ ลงลําไสเล็ก
และใชเข็มเล็ก ๆ เจาะกอนเนื้อเล็ก ๆ ในตับออนออกมาตรวจ
ตอนนั้นผมถูกวางยางสลบอยูแตภรรยาผมบอกภายหลังวา
เมื่อหมอตรวจเนื้อเยื่อผานกลองจุลทรรศนอีกครั้งหนึ่งก็พบวา
ผมเปนมะเร็งแบบที่พบไดนอยมาก
คือ เปนชนิดที่รักษาไดดวยการผาตัด
และผมก็เขารับการผาตัดรักษาจนหายดีแลวในตอนนี้

นี่ถือวาเปนการเขาใกลความตายมากที่สุดของผม
และผมก็หวังวามันจะรักษาสถิติที่ใกลที่ สุดไปอีกหลายสิบปขางหนา
ดวย การที่ผมผานชวงเวลานั้นมาไดก็ทําใหผมเลาใหพวกคุณฟงไดอยางเต็มที่
ไมใชเพียงแคความคิดเชิงหลักการอยางเดียว

ไมมีใครอยากตายหรอกครับ แมแตคนที่อยากไปสวรรคก็ไมตองการตายเพื่อที่จะไปถึงที่นั่น
แต ทุกคนตองตายครับ ไมมีใครหลีกพนความตายได
และมันก็ควรจะเปนอยางนั้น
เพราะผมถือวา ความตายนาจะเปนสิ่งประดิษฐที่ดีที่สุดของชีวิต
ความตายทําใหชีวิตเกิดการเปลี่ยนแปลง
มันเปนการกําจัดคนเกาเพื่อเปดทางใหคนใหม
ตอนนี้คนใหมคือพวกคุณทั้งหลาย และจะคอย ๆ แกไปใน
ที่สุดและจะถูกกําจัดไป ขอโทษที่ผมอาจจะพูดอะไรที่เปนนิยายไปหนอย แตก็เปนความจริงนะครับ

ชีวิตของพวกคุณมีจํากัดครับ จงอยาเสียเวลาใชชีวิตอยูบนชีวิตของคนอื่น
อยาตกอยูในหลุมพรางของความเชื่ออะไรบางอยาง
ซึ่งทําใหเราดํารงชีวิตอยูบนความคิดของคนอื่น
อยาใหความคิดของคนอื่นมากดความตองการที่แทจริงภายในใจของเรา
สิ่ งที่สําคัญนะครับ จงมีความกลาหาญที่จะกาวเดินตามสิ่งที่หัวใจเราเรียกร้อง
ซึ่งตอนนี้อาจจะรู้แล้วว่าคุณต้องการเป็นอะไร อย่างอื่นเป็นเรื่องรองทั้งสิ้น


ตอนผมหนุ่ม ๆ มีสิ่งพิมพที่เรียกว่า The Whole Earth Catalog ซึ่งได้รับความนิยมมากในยุคนั้น
คนที่ทํามันขึ้นมาชื่อ Stewart Brand ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากนี่เท่าไหร
คือที่ Menlo Park ใน Whole Earth Catalog มีบทกวีดี ๆเพื่อเป็นแนวทางในการดําเนินชีวิตเยอะ
ตอนนั้นเป็นช่วงปลายทศวรรษ 1960 กอนที่จะมีพีซี
เพราะฉะนั้นนิตยสารนี้จึงทําขึ้นด้วยพิมพ์ดีดมือ กรรไกร และกล้องโพลารอยด
 มันก็คล้าย ๆ กับ Google ฉบับหนังสือนั่นแหละ
คือเกิดก่อน Google 35 ป มันเป็นอะไรที่อุดมคติ มีคําสอน ข้อคิดเตือนใจดี ๆ มากมาย

Stewart ออก Catalog หลายฉบับแต่ทุกอย่างก็ย่อมมีจุดสิ้นสุด
มาถึงฉบับสุดท้ายเมื่อราวกลาง ทศวรรษ 1970 ซึ่งตอนนั้นผมก็อายุเท่า ๆ กับพวกคุณนี่แหละ
ในปกหลังของฉบับสุดท้ายนี่เป็นรูปถ่ายถนน ในชนบทยามเชา
เป็นภาพที่หลายคนคงเคยสัมผัส ถ้าเผื่อเป็นคนที่ชอบเดินทางท่องเที่ยว
ด้านล่างของภาพเขียนวา “Stay Hungry. Stay Foolish”
มันเป็นเหมือนการกล่าวอําลาของพวกเขาด้วย
“จงเป็นคนที่หิวอยู่เสมอจงเป็นคนที่โง่อยูเสมอ” เป็นสิ่งที่ผมใช้เตือนตัวเองตลอดเวลา
และในโอกาสที่พวกคุณจะจบการศึกษาออกไปเผชิญโลกกว้าง
ผมขอให้พวกคุณจงเป็นคนที่ Stay Hungry และ Stay Foolish .."

ขอบคุณครับ
อ่าน:417 | ความคิดเห็น:4 | แสดงความคิดเห็น
สินค้าเกษตรคุณภาพ ตราภูเขาทอง
203.152.57.5: 2553/02/20 10:47:38
สินค้าเกษตรคุณภาพ ตราภูเขาทอง
เหมาะสำหรับ พืชไร่ พืชสวน ไม้ผล ไม้ดอก ไม้ประดับ และพืชทุกชนิด
ปุ๋ยเคมีตราภูเขาทอง ผสมกรดซิลิคอน
กรดซิลิคอนสามารถละลายน้ำได้ พืชสามารถดูดขึ้นไปพร้อมกับการดูดน้ำ ต่อมาน้ำระเหยออกทางผิวพืชแต่ซิลิคอนไม่ระเหย จึงสะสมที่ผิวพืช เมื่อมากเข้าก็กลายเป็นผลึกควอร์ทซ์ โอปอล หรือเปลี่ยนเป็นซิลิเกต ซึ่งทำให้ผิวพืชแข็งแกร่ง ต้านทานต่อเพลี้ย หนอน รา ไร ไส้เดือนฝอยดีขึ้น
กรดซิลิคอน เป็นกรดซึ่งเกิดตามธรรมชาติสามารถพบได้จาก ดินในป่าที่มีความอุดมสมบูรณ์สูง ป่าตามธรรมชาติ กรดตัวนี้เมื่อพืชนำมาใช้แล้วจะหมดไปตามธรรมชาติ ไม่สามารถสร้างขึ้นมาเพื่อทดแทนเพื่อตอบสนองความต้องการของพืชได้ทัน จึงต้องใส่กรดซิลิคอนผสมลงในปุ๋ย เพื่อให้เกิดความอุดมสมบูรณ์ของแร่ธาตุอาหารที่จำเป็นต่อพืชได้เพียงพอต่อความต้องการ เราจึงนำกรดซิลิคอนผสมกับปุ๋ยเคมีตราภูเขาทองทุกสูตร
คุณประโยชน์ที่ได้รับจาก กรดซิลิคอน
ช่วยป้องกันโรคพืช แมลงศัตรูพืช ต้านทานต่อเพลี้ย หนอน รา ไร ไส้เดือนฝอยดีขึ้น รักษาหน้าดินให้อุดมสมบูรณ์เหมือนป่าที่อุดมสมบูรณ์และที่สำคัญช่วยเพิ่มผลผลิต และรสชาติที่ดีขึ้นอีกด้วย
ปุ๋ยเคมี ตราภูเขาทองผสมกรดซิลิคอน สูตรต่างๆที่มีจำหน่าย
สูตร 15-15-15 สูตร 25-7-7 สูตร 12-8-36 สูตร 16-8-8 สูตร 36-0-0 สูตร 20-8-20
สูตร 13-13-21 สูตร16-20-0 สูตร18-12-6 สูตร 16-16-8 สูตร 15-7-18 สูตร 8-24-24

สนใจเป็นตัวแทนจำหน่าย
ติดต่อ บริษัท ทวีผลเกษตรธรรมชาติ จำกัด
โทร. 081-9354335, 081-6228499 คุณทวีเกียรติ (ผู้จัดการฝ่ายขาย)
โทร. (034) 824563-4
E-MAIL : tvpagri@hotmail.com
อ่าน:560 | ความคิดเห็น:0 | แสดงความคิดเห็น
ไทยหารือเตรียมความพร้อมการประชุมคณะกรรมการบริหารโครงการนำร่องเพื่อระบบ การสำรองข้าวของภูมิภาคอาเซียน 
203.152.57.5: 2553/02/20 10:47:38
 ไทยหารือเตรียมความพร้อมการประชุมคณะกรรมการบริหารโครงการนำร่องเพื่อระบบ การสำรองข้าวของภูมิภาคอาเซียน  
    
                                นายพินิจ  กอศรีพร  รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์  เปิดเผยภายหลังเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการพิจารณาศึกษาแนวทางการดำเนินงานโครงการนำร่องเพื่อระบบการสำรองข้าวของภูมิภาคอาเซียน  กับสาธารณรัฐประชาชนจีน  ญี่ปุ่น  และสาธารณรัฐเกาหลีว่า  ตามที่โครงการนำร่อง               เพื่อระบบการสำรองข้าวในเอเชียตะวันออก (East  Asia  Emergency Rice  Reserve : EAERR)  จะจัดประชุมคณะกรรมการบริหารโครงการ ครั้งที่ 9  ขึ้นในระหว่างวันที่  24 - 25  มกราคม  2551  ณ   เมืองเซียะเหมิน  สาธารณรัฐประชาชนจีน  ดังนั้นทางคณะกรรมการฯ  จึงได้หารือเพื่อเตรียมความพร้อมในการประชุมดังกล่าว   โดยมีประเด็นสำคัญ 2 ประเด็น  คือ  1)  ร่างข้อตกลง ASEAN Plus Three  Emergency Rice  Reserve (APTERR)  ซึ่งยังไม่ได้ข้อยุติในเรื่องแหล่งกำเนิดข้าว  เนื่องจากญี่ปุ่นและเกาหลีเสนอให้ตัดเรื่องแหล่งกำเนิดข้าวออก  แต่จากการหารือในครั้งนี้   ที่ประชุม มีมติให้คงเรื่องดังกล่าวไว้   พร้อมทั้งยืนยันว่าข้าวที่จะนำมาใช้ในโครงการสำรองข้าวต้องเป็นข้าวที่เก็บเกี่ยวในประเทศอาเซียน+3  และไทยไม่สนับสนุนให้มีการนำข้าวจากนอกภูมิภาคอาเซียนมาใช้ในการบริจาค  เนื่องจากกังวลว่าข้าวจากนอกภูมิภาคอาจจะเป็นข้าวที่ไม่มีคุณภาพ  และการกระทำดังกล่าวอาจจะทำลายโครงสร้างของชาวนาในภูมิภาคอาเซียนเพราะจะทำให้ราคาข้าวในภูมิภาคมีราคาถูกลง  ดังนั้น ประเทศไทยจึงเสนอให้ประเทศผู้บริจาคพิจารณาซื้อข้าวจากใน             พื้นที่มาใช้ในการบริจาคเพราะนอกจากจะช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายด้านการขนส่งแล้ว  ยังเป็นการส่งเสริมชาวนาในประเทศดังกล่าวให้มีแหล่งจำหน่ายข้าวเพิ่มขึ้นด้วย  ซึ่งแนวคิดดังกล่าวของไทยได้รับการสนับสนุนจากประเทศสมาชิกจำนวนมาก  ยกเว้นเกาหลีและญี่ปุ่น  ดังนั้น  จึงจำเป็นจะต้องมีการเจรจาต่อไปเพื่อหาข้อยุติที่ก่อให้เกิดประโยชน์แก่ทุกประเทศ    2)  การจัดหาสถานที่ตั้งองค์กรถาวรของระบบการสำรองข้าวในเอเซียตะวันออก    เนื่องจากโครงการนำร่องเพื่อระบบการสำรองข้าวในเอเชียตะวันออก  จะเปลี่ยนรูปแบบไปเป็นองค์กรถาวรของระบบการสำรองข้าวในเอเซียตะวันออก    จึงจำเป็นต้องมีสถานที่ตั้งองค์กร

ซึ่งประเทศไทยในฐานะประเทศผู้ผลิตข้าวรายใหญ่ได้พิจารณาเรื่องดังกล่าวอย่างจริงจัง   และจากการหารือ  ที่ประชุมมีมติเห็นชอบให้ไทยเสนอตัวเป็นสถานที่ตั้งองค์กรถาวรของระบบการสำรองข้าวในเอเซียตะวันออก    พร้อมทั้งมอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องพิจารณารวบรวมข้อมูลด้านความพร้อมและศักยภาพของไทยเพื่อนำเสนอให้ที่ประชุมคณะกรรมการบริหารโครงการพิจารณาต่อไป 
 
    
  วันที่ : 15/January/2008  

จาก http://www.moac.go.th
อ่าน:324 | ความคิดเห็น:0 | แสดงความคิดเห็น
เกษตรฯ ย้ำสร้างสมดุลราคาปาล์ม ตีกรอบเวลานำเข้าปาล์ม 3 หมื่นตันให้เร็วและสั้นที่สุด 
58.10.90.155: 2553/02/20 10:47:38
เกษตรฯ ย้ำสร้างสมดุลราคาปาล์ม ตีกรอบเวลานำเข้าปาล์ม 3 หมื่นตันให้เร็วและสั้นที่สุด หวั่นกระทบผลผลิตปาล์มในประเทศที่จะออกสู่ตลาดช่วงมีนาคม พร้อมสร้างโอกาสกระตุ้นการบริโภคน้ำมันรำข้าว เพิ่มทางเลือกให้ผู้บริโภค  
    
  ศ.ดร.ธีระ สูตะบุตร เปิดเผยว่า  ตามที่กระทรวงเกษตรฯ ได้มีการหารือร่วมกับกระทรวงพาณิชย์ ถึงปริมาณการนำเข้าน้ำมันปาล์มจากต่างประเทศ ซึ่งแม้ว่าในส่วนของปริมาณการผลิตปาล์มที่กระทรวงเกษตรฯ ยืนยันว่ามีปริมาณการผลิตที่เพียงพอที่จะใช้ภายในประเทศนั้น แต่เนื่องจากขณะนี้ผู้บริโภคต้องประสบปัญหาราคาน้ำมันปาล์มบริโภคที่สูงขึ้น จึงได้มีข้อสรุปร่วมกันที่จะมีการนำเข้าน้ำมันปาล์มต่างประเทศจำนวนไม่เกิน 3 หมื่นตัน เพื่อรักษาระดับราคาน้ำมันปาล์มไม่ให้ผู้บริโภคได้รับความเดือนร้อน ขณะเดียวกันกระทรวงเกษตรฯ ก็ต้องปกป้องราคาน้ำมันปาล์มดิบของเกษตรกรไม่ให้ได้รับผลกระทบเช่นกัน โดยปัจจุบันราคาปาล์มดิบอยู่ที่ 6.50 บาท/ลิตร ทั้งนี้ ได้มีการกำหนดกรอบระยะเวลาการนำเข้าน้ำมันปาล์มให้แล้วเสร็จภายในเดือนมกราคม หรืออย่างช้าที่สุดภายในเดือนกุมภาพันธ์ เพื่อไม่ให้กระทบต่อผลผลิตปาล์มที่จะออกสู่ตลาดมากในช่วงเดือนมีนาคม ซึ่งมาตรการนำเข้าปาล์มถือเป็นมาตรการแก้ไขปัญหาราคาน้ำมันปาล์มที่สูงขึ้น และจะมีการนำเข้าเพียงช่วงสั้นๆ เท่านั้น จึงไม่น่าจะกระทบต่อผลผลิตปาล์มและราคาน้ำมันปาล์มของเกษตรกร 

                                นอกจากนี้ ที่ประชุมยังได้มีการหารือถึงแนวทางในการเพิ่มปริมาณความต้องการการบริโภคน้ำมันพืชชนิดอื่นๆ เพื่อสร้างทางเลือกให้แก่ผู้บริโภค  เช่น น้ำมันถั่วเหลือง น้ำมันมะพร้าว น้ำมันดอกทานตะวัน โดยเฉพาะน้ำมันรำข้าว ที่สามารถใช้วัตถุดิบข้าวภายในประเทศ ซึ่งปัจจุบันมีปริมาณการบริโภคน้ำมันรำข้าวอยู่ประมาณ 5 % ของส่วนแบ่งตลาด  ขณะที่ปริมาณการใช้น้ำมันปาล์มมีถึง 60 %  ดังนั้น หากมีการกระตุ้นการบริโภคของประชาชนให้หันมาบริโภคน้ำมันรำข้าวเพิ่มขึ้น ก็จะยิ่งช่วยเพิ่มปริมาณการผลิตน้ำมันรำข้าวซึ่งมีศักยภาพเพียงพอต่อการรองรับความต้องการของตลาด ขณะนี้ราคาน้ำมันรำข้าวปัจจุบันอยู่ที่ 42 บาท/ลิตร ซึ่งมีราคาใกล้เคียงกับราคาน้ำมันปาล์มซึ่งอยู่ที่ 41 บาท/ลิตร

                                ด้านนายมณฑล  เจียมเจริญ รองเลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร เปิดเผยว่า ขณะนี้ถือได้ว่าราคาปาล์มอยู่ในระดับที่ดีและมีแนวโน้มที่ดีต่อเนื่อง ซึ่งจะเป็นการสร้างแรงจูงใจให้เกษตรกรหันมาปลูกปาล์มเพิ่มขึ้นตามเป้าหมายโครงการเพิ่มพื้นที่ปลูกปาล์มน้ำมัน เพื่อนำไปผลิตเป็นไบโอดีเซล ประกอบกับมาตรการช่วยเหลือในเรื่องดอกเบี้ยจากงบประมาณกองทุนน้ำมัน และจากธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร ให้แก่เกษตรกรนำไปลงทุน ก็คาดว่าจะสามารถไปสู่เป้าหมายการขยายพื้นที่ปลูกปาล์ม 2.5 ล้านไร่ใน 5 ปี ได้ไม่ยากนัก  
 
    
  วันที่ : 16/January/2008  
from: http://www.moac.go.th
อ่าน:380 | ความคิดเห็น:0 | แสดงความคิดเห็น
ประวัติศาสตร์ของเกษตรกรรม
203.152.57.5: 2553/02/20 10:47:38
จุดเริ่มต้นในสมัยโบราณ

การทำเกษตรกรรมอย่างเป็นระบบปรากฏขึ้นเป็นครั้งแรกในภูมิภาคเอเชียตะวันตกเฉียงใต้ในดินแดนแถบ Fertile Crescent โดยเฉพาะในบริเวณที่เป็นประเทศซีเรียและตอนใต้ของอิรักในปัจจุบัน เมื่อช่วงประมาณ 9,500 ปีก่อนคริสตกาล คนในสมัยนั้นเริ่มมีการคัดเลือกพืชอาหารที่มีลักษณะตามความต้องการเพื่อนำไปเพาะปลูก

ประมาณ 7,000 ปีก่อนคริสตกาล ระบบเกษตรกรรมขนาดเล็กได้แพร่เข้าไปสู่อียิปต์ ในช่วงเวลาเดียวกัน ก็เริ่มมีการเพาะปลูกข้าวสาลีและข้าวบาร์เลย์ในอนุทวีปอินเดีย ซึ่งปรากฏหลักฐานในการขุดค้นแหล่งโบราณคดี Mehrgarh ในภูมิภาค Balochistan จนถึงเมื่อ 6,000 ปีก่อนคริสตกาล ในอียิปต์เริ่มมีการทำเกษตรกรรมขนาดกลางบนริมฝั่งแม่น้ำไนล์ และในช่วงเวลานี้ในภูมิภาคตะวันออกไกลก็มีการพัฒนาทางเกษตรกรรมในรูปแบบเฉพาะตน โดยจะเน้นเพาะปลูกข้าวเจ้าเป็นพืชผลหลักมากกว่าข้าวสาลี

From: http://th.wikipedia.org
อ่าน:357 | ความคิดเห็น:0 | แสดงความคิดเห็น
เกษตรอินทรีย์โตช้า ก.เกษตรฯ เร่งผลักดันตามยุทธศาสตร์ชิงส่วนแบ่งตลาดโลก
58.10.90.45: 2553/02/20 10:47:38
เกษตรอินทรีย์โตช้า ก.เกษตรฯ เร่งผลักดันตามยุทธศาสตร์ชิงส่วนแบ่งตลาดโลกที่มีมูลค่าสูงถึง 1.3 ล้านล้านบาท พร้อมสร้างเกษตรกรเป็นแนวร่วมตั้งเป้า 1 แสนคนต่อปี รองรับการขยายพื้นที่เกษตรอินทรีย์ 2 แสนไร่ในปี 2552
    
นายรุ่งเรือง  อิศรางกูร  ณ อยุธยา  รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์  เปิดเผยในโอกาสเป็นประธานเปิดการสัมมนา เรื่อง “เกษตรอินทรีย์จากภูมิปัญญาท้องถิ่นสู่ตลาดโลก” ว่า ขณะนี้ความต้องการบริโภคสินค้าเกษตรอินทรีย์ในตลาดโลกมีเพิ่มมากขึ้นถึง 20 %/ ปี  โดยเฉพาะในกลุ่มประเทศที่มีฐานะทางเศรษฐกิจดี เช่น สหภาพยุโรป สหรัฐอเมริกา และญี่ปุ่น ซึ่งมูลค่าการจำหน่ายสินค้าอินทรีย์ของโลกในปี 2549 สูงถึง 1.3 ล้านล้านบาท ขณะเดียวกันราคาสินค้าเกษตรอินทรีย์ส่วนใหญ่ที่จำหน่ายยังสูงกว่าราคาสินค้าเกษตรทั่วไปถึง 20 – 30 %  ดังนั้น ประเทศไทยจึงต้องเร่งพัฒนาการผลิตสินค้าเกษตรอินทรีย์เพิ่มมากขึ้น โดยปัจจุบันการผลิตสินค้าเกษตรอินทรีย์ในไทยยังมีสัดส่วนน้อยมาก  จากตัวเลขในปี 2549 มีพื้นที่เพาะปลูก 140,963 ไร่ หรือร้อยละ 0.103 ของพื้นที่การเกษตรเท่านั้น และเมื่อเทียบกับประเทศจีนและอินเดียพบว่า ประเทศไทยยังเติบโตช้ากว่ามาก  โดยพื้นที่เกษตรอินทรีย์ของไทยจัดอยู่ในอันดับที่ 71 ของโลกจากจำนวน 85 ประเทศที่มีการจัดอันดับ

สำหรับการส่งออกสินค้าเกษตรอินทรีย์ในปี 2548 ประเทศไทยมีการส่งออกสินค้าเกษตรอินทรีย์ประมาณ 970 ล้านบาท โดยส่งไปจำหน่ายที่สหภาพยุโรปเป็นตลาดหลัก  ส่วนสินค้าเกษตรอินทรีย์ที่ส่งออกเป็นหลัก ได้แก่ ข้าวอินทรีย์  ขณะที่ผัก และผลไม้ ก็เพิ่งเริ่มได้ไม่กี่ปีที่ผ่านมา แม้จะมีอัตราการเติบโตที่เร็วก็ตาม 

นายรุ่งเรือง กล่าวต่อไปอีกว่า  กระทรวงเกษตรฯ พยายามเร่งผลักดันการผลิต และการตลาดสินค้าเกษตรอินทรีย์มากยิ่งขึ้น ทั้งในด้านการส่งเสริมความรู้ที่ถูกต้องในการทำเกษตรอินทรีย์ และการตรวจสอบรับรองมาตรฐานเกษตรอินทรีย์  โดยเฉพาะเกษตรกรรายย่อย ที่มุ่งทำการเกษตรแบบพึ่งตนเองเป็นหลัก และผลผลิตก็ไม่ได้มีหน่วยงานมาตรวจรับรองมาตรฐาน เนื่องจากเป็นการผลิตที่มุ่งบริโภคในครัวเรือน แต่เมื่อเกษตรกรกลุ่มนี้มีเครือข่ายและมีการผลิตเหลือการบริโภคก็ต้องมีการจำหน่ายเป็นการค้า ก็จำเป็นจะต้องทำให้เกิดระบบและมีมาตรฐานความปลอดภัยทางด้านอาหาร ในส่วนนี้กระทรวงเกษตรฯ ก็ได้เข้าไปเชื่อมโยงและสนับสนุนให้เกิดการพัฒนาเกษตรกรรายย่อย โดยผ่านปราชญ์ชาวบ้าน ซึ่งถือว่าประสบความสำเร็จเป็นอย่างมากในปี 2550 ที่มีการสนับสนุนปราชญ์ชาวบ้านรวม 40 ศูนย์ พัฒนาเกษตรกรได้กว่า 23,000 คน และในปี 2551 จะสนับสนุนให้เพิ่มขึ้นเป็น 129 ศูนย์ครอบคลุมเกษตรกร 75,000 ราย เพื่อให้การผลิตที่ได้จากกลุ่มเกษตรกรรายย่อยมีมาตรฐานรองรับสามารถเข้าสู่ตลาดในซุปเปอร์มาเก็ตได้

นอกจากนี้  การพัฒนาเกษตรอินทรีย์ในภาพรวม ยังได้มีการจัดตั้งอนุกรรมการศึกษาและพัฒนาเกษตรอินทรีย์ขึ้นประกอบด้วยองค์กรภาครัฐและเอกชน โดยมีสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ หรือสภาพัฒน์ เป็นเจ้าภาพหลักในการเชื่อมโยงส่วนที่เกี่ยวข้องเข้าด้วยกัน รวมถึงยังได้ร่วมกันกำหนดแผนยุทธศาสตร์เกษตรอินทรีย์ปี 2551 – 2552 ซึ่งผ่านความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรีเรียบร้อยแล้ว ดังนั้น การดำเนินงานตามแผนยุทธศาสตร์ 6 ด้านประกอบด้วย 1. ด้านมาตรฐานและระบบการรับรองที่ต้องได้รับการยอมรับในระดับสากล 2. ด้านการส่งเสริมสนับสนุนเกษตรกรเครือข่าย 3.ด้านระบบเชื่อมโยงการผลิต การแปรรูป และการตลาด 4. ด้านการส่งเสริมและประชาสัมพันธ์การตลาด 5. ด้านการวิจัยและพัฒนา และ 6. ด้านนโยบายและการบริหารจัดการ เพื่อให้การดำเนินงานเกิดความชัดเจนขึ้น เป็นรูปธรรม และสามารถขยายพื้นที่เป้าหมายการทำเกษตรอินทรีย์ให้เป็น 2 แสนไร่ได้ในปี 2552
    
   วันที่ : 18/January/2008
from: www.moac.go.th
อ่าน:575 | ความคิดเห็น:0 | แสดงความคิดเห็น
เกษตรฯ ตั้ง คกก.ว่าด้วยความร่วมมือระหว่างกรมการข้าวและกรมส่งเสริมการเกษตร ผลักดัน 6 ข้อตกลง
58.10.90.45: 2553/02/20 10:47:38
เกษตรฯ ตั้ง คกก.ว่าด้วยความร่วมมือระหว่างกรมการข้าวและกรมส่งเสริมการเกษตร ผลักดัน 6 ข้อตกลงสู่การปฏิบัติในการพัฒนาข้าว

ศ.ดร.ธีระ  สูตะบุตร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยในโอกาสเป็นประธานการลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือในการปฏิบัติงาน ระหว่างกรมการข้าว และกรมส่งเสริมการเกษตรว่า การลงนามในครั้งนี้ก็เพื่อให้เกิดการบูรณาการความร่วมมือในการปฏิบัติงานด้านข้าวของหน่วยงานทั้งสองทั้งในส่วนกลางและส่วนภูมิภาคอย่างมีระบบและสอดคล้องกัน โดยอยู่ภายใต้คณะกรรมการว่าด้วยความร่วมมือระหว่างกรมการข้าว และกรมส่งเสริมการเกษตร ซึ่งอธิบดีของทั้ง 2 หน่วยงานจะผลัดกันเป็นประธานและดำรงตำแหน่งวาระละ 2 ปี โดยในวาระแรก นายทรงศักดิ์  วงศ์ภูมิวัฒน์ อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตรจะเป็นประธาน 

สำหรับสาระสำคัญในการจัดทำข้อตกลงความร่วมมือในการปฏิบัติงานที่ต้องเร่งผลักดันให้เกิดขึ้นอย่างชัดเจน ต่อเนื่อง และเป็นรูปธรรม มี 6 ประเด็นด้วยกัน คือ 

1. การประสานความร่วมมือของหน่วยงานทั้งสอง ได้แก่ สำนักส่งเสริมการผลิตข้าว ศูนย์วิจัยข้าว และศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าว ของกรมการข้าว กับส่วนส่งเสริมการผลิตข้าว สำนักส่งเสริมและจัดการสินค้าเกษตรสำนักงานเกษตรจังหวัด และสำนักงานเกษตรอำเภอ ของกรมส่งเสริมการเกษตร 

2. การบริหารแผนงานโครงการส่งเสริมและพัฒนาข้าวและชาวนา 

3. การสนับสนุนศูนย์ข้าวชุมชน โดยสนับสนุนการขยายเมล็ดพันธุ์  วัสดุอุปกรณ์ ปัจจัยการผลิตรวมถึงงบประมาณตามโครงการ เพื่อให้การบริหารจัดการศูนย์ข้าวชุมชนที่มีอยู่เดิมและจัดตั้งขึ้นใหม่สามารถดำเนินการได้อย่างประสิทธิภาพ

4. การรับรองแหล่งผลิตข้าวตามระบบจัดการคุณภาพ (GAP) โดยมีการตรวจรับรองแปลงเกษตรกร ออกหนังสือรับรอง จัดการอบรมให้ความรู้ จัดทำฐานข้อมูลเกษตรกร ตามระบบGAP และการให้คำปรึกษา 

5. การเตือนภัยการระบาดศัตรูข้าวและภัยธรรมชาติ โดยมีการประเมินสถานการณ์การระบาดศัตรูข้าวระดับภูมิภาคและระดับประเทศ 

6. ระบบข้อมูลและรายงาน โดยกรมการข้าวจะมีหน้าที่นำข้อมูลด้านข้าวและชาวนาจากระบบจัดเก็บของกรมส่งเสริมการเกษตรมาวิเคราะห์เพื่อวางแผนการผลิตและดำเนินการในกิจกรรมโครงการ รวมทั้งมีหน้าที่สำรวจและรวบรวมข้อมูลเทคโนโลยีการผลิตข้าว
    
   วันที่ : 18/January/2008
from: www.moac.go.th
อ่าน:665 | ความคิดเห็น:0 | แสดงความคิดเห็น
คาดหมายสถานการณ์ วันที่ 18-24 มกราคม 2551
202.183.252.154: 2553/02/20 10:47:38
คาดหมายสถานการณ์
วันที่ 18-24 มกราคม 2551
การคาดหมายลักษณะอากาศตามแผนที่ผิวพื้นวันที่ 18 มกราคม 2551 เวลา 07.00 น.
(ข้อมูลกรมอุตุนิยมวิทยา)

ในระยะนี้ บริเวณความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นกำลังแรงจากประเทศจีนที่ปกคลุมประเทศไทยและอ่าวไทยจะมีกำลังอ่อนลงอย่างต่อเนื่อง ทำให้ในช่วงวันที่ 18-19 ม.ค. มีอุณหภูมิเปลี่ยนแปลงเล็กน้อย หลังจากนั้นอุณหภูมิจะสูงขึ้นและมีหมอกหนาเพิ่มมากขึ้นในตอนเช้า สำหรับมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดปกคลุมภาคใต้และอ่าวไทยมีกำลังแรงในช่วงวันที่ 18-20 ม.ค. ทำให้มีฝนตกหนักบางพื้นที่ในภาคใต้ตอนล่างและคลื่นลมในอ่าวไทยมีกำลังแรง หลังจากนั้นมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดปกคลุมภาคใต้และอ่าวไทยมีกำลังอ่อนลง 
อนึ่ง บริเวณความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นระลอกใหม่จากประเทศจีนจะแผ่ลงมาปกคลุมตอนบนสุดของภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทยตั้งแต่วันที่ 24 ม.ค.เป็นต้นไป 
ข้อควรระวัง   ในช่วงวันที่ 18-20 ม.ค. คลื่นลมในอ่าวไทยจะมีกำลังแรง ขอให้ชาวเรือในอ่าวไทยเพิ่มความระมัดระวังในการเดินเรือและเรือเล็กบริเวณอ่าวไทยควรงดออกจากฝั่ง ส่วนประชาชนตั้งแต่จังหวัดนครศรีธรรมราชลงไปให้ระวังอันตรายจากฝนตกหนัก ในช่วงวันที่ 21-24 ม.ค. ขอให้ประชาชนบริเวณประเทศไทยตอนบนระมัดระวังอันตรายในการสัญจรผ่านบริเวณที่มีหมอกหนาไว้ด้วย 
ผลกระทบของลักษณะอากาศต่อการเกษตรตามภาคต่าง ๆ ในระยะ 7 วันข้างหน้า 
 
ภาคเหนือ     
       ในช่วงวันที่ 18-20 ม.ค.มีหมอกในตอนเช้า อากาศหนาวทางตอนบนของภาค ส่วนทางตอนล่างของภาคอากาศเย็น สำหรับบริเวณยอดดอยมีอากาศหนาวถึงหนาวจัด และมีน้ำค้างแข็งบางพื้นที่ เกษตรกรควรป้องกันความเสียหายที่อาจจะเกิดกับพืชผลทางการเกษตร และในช่วงวันที่ 21-24 ม.ค. อุณหภูมิจะสูงขึ้น 1-3 องศาเซลเซียส และมีหมอกหนาเพิ่มขึ้นในบางพื้นที่ในตอนเช้า ผู้ใช้รถใช้ถนนควรเพิ่มความระมัดระวังโดยเปิดไฟหน้ารถเพื่อเป็นที่สังเกต สำหรับไม้ผลที่อยู่ในระยะออกดอกและติดผล เกษตรกรควรให้น้ำอย่างพอเพียง เพราะหากขาดน้ำจะทำให้ดอกและผลอ่อนร่วงหล่น การติดผลลดลง     
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ     
       ในช่วงวันที่ 18-19 ม.ค.อากาศหนาวทางตอนบนของภาค ส่วนทางตอนล่างของภาคอากาศเย็น สำหรับบริเวณยอดภูจะมีอากาศหนาวถึงหนาวจัด และในช่วงวันที่ 20-24 ม.ค. อุณหภูมิจะสูงขึ้น 2-3 องศาเซลเซียส และมีหมอกหนาเพิ่มขึ้นในบางพื้นที่ในตอนเช้า เนื่องจากระยะนี้มีหมอกหนาในบางพื้นที่ ดังนั้นจึงควรใช้รถใช้ถนนด้วยความระมัดระวัง เพื่อป้องกันอุบัติเหตุที่อาจเกิดขึ้นได้ ในช่วงนี้สภาพอากาศแห้ง เกษตรกรควรระวังการเกิดอัคคีภัย โดยทำแนวกันไฟรอบพื้นที่การเกษตรและที่อยู่อาศัย รวมทั้งควรดับไฟให้สนิททุกครั้งหลังใช้งาน    
 
ภาคกลาง     
       ในช่วงวันที่ 18-20 ม.ค. อากาศเย็น และในช่วงวันที่ 21-24 ม.ค.อุณหภูมิจะสูงขึ้น 2-3 องศาเซลเซียส กับมีหมอกหนาเพิ่มขึ้นในบางพื้นที่ในตอนเช้า สำหรับบริเวณที่มีหมอกหนาทำให้ทัศนวิสัยในการมองเห็นต่ำกว่าปกติ ผู้ขับขี่ยานพาหนะควรใช้ความระมัดระวัง เกษตรกรควรวางแผนการใช้น้ำอย่างมีประสิทธิภาพและให้เพียงพอต่อความต้องการของพืช 
   
ภาคตะวันออก     
       ในช่วงวันที่ 18-20 ม.ค. อากาศเย็นทางตอนบนของภาคกับมีลมแรง และในช่วงวันที่ 21-24 ม.ค. อุณหภูมิจะสูงขึ้น 1-3 องศาเซลเซียส และมีหมอกในตอนเช้า ผู้ที่สัญจรบนท้องถนนควรใช้ความระมัดระวังขณะอยู่ในบริเวณที่มีหมอกหนา สำหรับไม้ผลที่อยู่ในระยะออกดอกและติดผลอ่อน เกษตรกรควรดูแลให้น้ำอย่างเพียงพอ เพราะหากขาดน้ำจะทำให้การติดผลลดลง อนึ่ง ควรระมัดระวังโรคทางเดินอาหารที่อาจระบาดในช่วงนี้     

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก)     
       ในช่วงวันที่ 18-20 ม.ค.มีฝนฟ้าคะนองกระจาย และมีฝนตกหนักบางพื้นที่ทางตอนล่างของภาคตั้งแต่จังหวัดนครศรีธรรมราชลงไป และในช่วงวันที่ 21-24 ม.ค.มีฝนฟ้าคะนองบางแห่งถึงเป็นแห่งๆ บริเวณตอนบนของภาคอากาศแห้ง สำหรับไม้ผลที่อยู่ในระยะแตกใบอ่อน เช่น ทุเรียน และมังคุด เกษตรกรควรระวังและป้องกันการระบาดของศัตรูพืชจำพวกปากดูด เช่น เพลี้ยและไรต่างๆซึ่งจะดูดกินน้ำเลี้ยงทำให้ใบและยอดอ่อนเสียหาย ส่วนทางตอนล่างของภาคซึ่งมีฝนตก เกษตรกรควรกักเก็บน้ำเอาไว้ใช้ต่อไป ส่วนชาวสวนยางพาราควรระวังและป้องกันโรคพืชที่เกิดจากเชื้อรา เช่นโรคหน้ากรีดยาง และโรคราสีชมพู โดยดูแลบริเวณสวนให้โปร่งอากาศถ่ายเทได้สะดวก เพื่อลดความชื้นภายในสวน อนึ่ง ในช่วงวันที่ 18-20 ม.ค. คลื่นลมในอ่าวไทยจะมีกำลังแรง บริเวณเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่งควรระมัดระวังความเสียหายจากสภาวะดังกล่าว ส่วนชาวประมงควรเพิ่มความระมัดระวังในการเดินเรือ และเรือเล็กควรงดออกจากฝั่ง 
   
ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก)     
       คำพยากรณ์ รวมอยู่ในส่วนของ ภาคใต้(ฝั่งตะวันออก)แล้ว   


ข่าวเตือนภัยศัตรูพืชระบาดประจำวันที่  14-20 มกราคม 2551 

โรคไหม้ข้าว 
ในช่วงนี้เกษตรกรที่ปลูกข้าวนาปรังระวังโรคไหม้ข้าวระบาดเนื่องจากจะมีหมอกลงในช่วงเช้าทำให้มีความชื้นสัมพัทธ์ในอากาศสูง ประกอบกับเกษตรกรส่วนใหญ่ ใช้พันธุ์ข้าวที่อ่อนแอต่อโรคและใช้เมล็ดพันธุ์ข้าวในอัตราที่สูงกว่าคำแนะนำ ซึ่งสภาพดังกล่าวเหมาะสมต่อการเกิดโรคไหม้ระบาดในระยะต่างๆซึ่งจะระบาดได้ตั้งแต่ระยะกล้า แตกกอและออกรวง ถ้าเป็นในระยะคอรวง ในขณะที่ข้าวเพิ่งจะเริ่มให้รวง เมื่อถูกเชื้อราสาเหตุของโรคนี้เข้าทำลายเมล็ดจะลีบหมด แต่ถ้าเป็นกับข้าวในระยะแก่ใกล้เก็บเกี่ยว คอรวงจะมีรอยแผลช้ำสีน้ำตาล ทำให้เปราะหักง่าย รวงข้าวร่วงหล่นเสียหาย ดังนั้นเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการแพร่ระบาดของโรคไหม้ ขอให้เกษตรกรที่จะปลูกข้าวปฏิบัติ ตามคำแนะนำของ กรมส่งเสริมการเกษตร ดังนี้
1     สำรวจแปลงนา อย่างสม่ำเสมอถ้าพบอาการของโรคไหม้ข้าวควรให้ปฏิบัติดังนี
1.1 .  ใช้เชื้อบีเอส (บาซิลลัส  ซับทีลิส   ฉีดพ่นอัตราตามคำแนะนำในฉลาก
1.2 . ใช้เชื้อเชื้อไตรโครเดอร์มาอัตรา 1 กก./ น้ำ 200 ลิตรฉีดพ่น
2 .ถ้ามีความจำเป็นให้ใช้สารเคมีฉีดพ่นเฉพาะจุดที่พบการระบาดเพื่อควบคุมไม่ให้เชื้อราแพร่กระจายขยายเป็นวงกว้างออกไปสำหรับสารเคมีที่ใช้ได้แก่  อิดิเฟนฟอส 50 เปอร์เซ็นต์ อีซี  อัตรา 20-25 ซีซี  ผสมน้ำ 20 ลิตร บลาสติซิดิน-เอส 2 เปอร์เซ็นต์ อีซี  อัตรา 20-25 ซีซี ผสมน้ำ 20 ลิตร ไตรไซคราโซล 75 เปอร์เซ็นต์ ดับบลิวพี อัตรา 10-16 กรัม ผสมน้ำ 20ลิตร  ควรพ่นในแปลงข้าวที่มีประวัติว่าเคยมีโรคระบาดมาก่อน  การใช้สารเคมีฉีดพ่นซ้ำกันหลายครั้ง  เชื้อราจะต้านทานสารเคมีหรือดื้อยา  ดังนั้น  เพื่อป้องกันไม่ให้เชื้อต้านทานสารเคมี  จึงควรเลือกใช้สารเคมีบางชนิดฉีดพ่นสลับกัน  ทั้งนี้ในการใช้สารเคมีควรใช้ด้วยความระมัดระวัง และคำนึงถึง ความปลอดภัยต่อตัวผู้ใช้และสภาพแวดล้อม
ในฤดูถัดไป
1.หลีกเลี่ยงการปลูกข้าวในเดือน พฤศจิกายน  - ต้นเดือนธันวาคม เพราะข้าวจะอยู่ ในระยะคอรวง ประมาณปลายเดือนกุมภาพันธ์ซึ่งเสี่ยงต่อการระบาดของโรคไหม้ สำหรับระยะเวลาที่เหมาะสมในการปลูกข้าวคือ กลางเดือนธันวาคมเป็นต้นไป ช่วงที่หลีกเลี่ยงควรปลูกพืชบำรุงดินได้แก่พืชตระกูลถั่ว เช่น ถั่วเขียว  เพราะสามารถเพิ่มผลผลิตให้กับข้าวในฤดูต่อไป   และยังตัดวงจรชีวิตของศัตรูพืชได้อีกด้วย
2.ใช้พันธุ์ต้านทานต่อโรคไหม้ ได้แก่ กข 9  กข 11  กข 21  สุพรรณบุรี 1 สุพรรณบุรี 60 สุพรรณบุรี 90  และคลองหลวง 1 
3.เชื้อไตรโครเดอร์มาที่เจริญบนเมล็ดธัญพืช อัตรา 1 กิโลกรัม /น้ำ 200 ลิตร / เมล็ดข้าว 500กก.ขยำเอาสปอร์ออก และคลุกเมล็ดข้าวนำไปแช่บ่มเตรียมปลูก 
4.ไม่ควรหว่านข้าวหนาแน่นเกินไป เพราะจะทำให้อับลม เป็นตัวส่งเสริมให้เชื้อราแพร่กระจายและพัฒนาได้อย่างรวดเร็ว ควรใช้ตามคำแนะนำของราชการ 
5.ลดปริมาณการใช้ปุ๋ยไนโตรเจนลง วิธีนี้อาจมีผลกระทบต่อผลผลิตบ้างแต่จะช่วยไม่ให้ข้าว อ่อนแอต่อโรค 
6.เพิ่มปริมาณซิลิก้าให้แก่ต้นข้าว เพื่อต้านทานต่อโรค โดยใช้ปุ๋ยหมักและแคลเซี่ยม 
7. นอกจากการป้องกันและกำจัดศัตรูพืชด้วยวิธีการต่างๆแล้ว อาจใช้สารเคมีคลุกเมล็ดพันธุ์ เช่น เบโนมิลผสมกับไธแรมหรือคาร์ซูก้าไมซิน คลุกเมล็ดก่อนปลูก หรือแช่เมล็ดในสารละลายเคมีนาน 24 ชั่วโมง ก่อนปลูก

http://www.moac.go.th
อ่าน:361 | ความคิดเห็น:0 | แสดงความคิดเห็น
เกษตรฯ เร่งจัดสรรงบช่วยเหลือผู้ประสบภัยแล้งน้ำท่วม คาดแล้วเสร็จใน 2 เดือน
58.10.90.126: 2553/02/20 10:47:38
 เกษตรฯ เร่งจัดสรรงบช่วยเหลือผู้ประสบภัยแล้งน้ำท่วม คาดแล้วเสร็จใน 2 เดือน พร้อมเดินแผนบริหารน้ำ-การปลูกพืช-ฝนหลวงรับแล้งปี’51

                                ศ.ดร.ธีระ  สูตะบุตร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยภายหลังการประชุมผู้บริหารระดับสูงกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ว่า ขณะนี้สถานการณ์น้ำในอ่างเก็บน้ำภาพรวมยังอยู่ในภาวะปกติ แม้ว่าปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ทั่วประเทศจะน้อยกว่าปี 2550 อยู่ประมาณ 6% ซึ่งกรมชลประทานได้วางแผนการใช้น้ำจากโครงการชลประทานขนาดใหญ่ และขนาดกลางทั่วประเทศในช่วงฤดูแล้งปี 2550/2551 ตั้งแต่ 1 พย. 50 – 30 เม.ย.51 จำนวน 20,661ล้าน ลบ.ม. ในลุ่มน้ำเจ้าพระยา จำนวน 8,550 ล้าน ลบ.ม.จากเขื่อนภูมิพลและเขื่อนสิริกิตติ์รวมกัน จำนวน 7,000 ล้าน ลบ.ม. เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์จำนวน 550 ล้าน ลบ.ม. และจากลุ่มน้ำแม่กลอง จำนวน 1,000 ล้าน ลบ.ม. โดยได้ประสานกับแต่ละจังหวัดซึ่งอยู่ในพื้นที่ที่จะได้รับการจัดสรรน้ำสามารถได้รับน้ำอย่างเพียงพอในการปลูกพืชฤดูแล้ง ซึ่งความคืบหน้าในการปลูกพืชฤดูแล้งทั่วประเทศขณะนี้ดำเนินการแล้ว 9.47 ล้านไร่ จากพื้นที่เป้าหมาย 11.90 ล้านไร่  และบริเวณลุ่มน้ำเจ้าพระยาดำเนินการแล้ว 5.36 ล้านไร่ จากเป้าหมาย 5.83 ล้านไร่

                                  ทั้งนี้ คาดว่าการจัดสรรน้ำเพื่อการเกษตรในปีนี้จะไม่ประสบปัญหา แต่เนื่องจากยังมีพื้นที่บางส่วนของลุ่มน้ำเจ้าพระยาตอนล่าง ที่อาจจะประสบปัญหาปริมาณน้ำไม่เพียงพอในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ เนื่องจากเป็นพื้นที่นอกเขตชลประทาน จะได้มีการประสานกับทางผู้ว่าราชการจังหวัด และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทำความเข้าใจกับเกษตรกรไม่ให้มีการขยายพื้นที่ไปยังบริเวณที่น้ำ ไม่สามารถเข้าถึงได้ รวมถึงจะเริ่มปฏิบัติการฝนหลวงตั้งแต่ 1 กุมภาพันธ์ นี้ เพื่อเพิ่มปริมาณน้ำฝนในพื้นที่ที่ประสบภัยแล้ง พื้นที่ที่เกิดปัญหาหมอกควัน หรือในพื้นที่ที่มีการประสานขอความช่วยเหลือมา เช่น จังหวัดสระแก้ว ชลบุรี ที่เป็นพื้นที่ส่วนใหญ่ที่ปลูกผลไม้ภาคตะวันออกอยู่มาก รวมถึงในพื้นที่นาปรังนอกเขตชลประทานในภาคกลางด้วย

                                ศ.ดร.ธีระ กล่าวต่อไปอีกว่า สำหรับความคืบหน้าการจัดสรรงบประมาณในการช่วยเหลือเกษตรกรที่ได้รับความเสียหายจากปัญหาน้ำท่วมและภัยแล้งในปี 2550 ที่ได้ของบประมาณจากคณะรัฐมนตรีทั้งสิ้นจำนวน 2 พันล้านนั้น ซึ่งคณะรัฐมนตรีได้อนุมัติงบประมาณจำนวน 615 ล้านบาท ทั้งนี้ งบประมาณบางส่วนดำเนินการโดยใช้งบประมาณปกติจากทางจังหวัดแล้วจำนวน 186 ล้าน และกระทรวงเกษตรฯ ได้รับการจัดสรรวงเงินจากสำนักงบประมาณ งวดแรกจำนวน 266 ล้าน และงวดที่ 2 จำนวน 19.5 ล้านบาท ซึ่งคาดว่าจะดำเนินการจัดสรรเงินช่วยเหลือแก่เกษตรกรผ่านธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ให้แล้วเสร็จภายในเดือนกุมภาพันธ์นี้ ส่วนงบประมาณที่ได้เสนอ ครม.อนุมัติเพิ่มเติมเงินช่วยเหลือเกษตรกรที่ประสบภัยธรรมชาติที่ยืดเยื้อมาตั้งแต่ปี 2549 ทั้งปัญหาภัยแล้ง น้ำท่วม ภัยหนาว ที่ครม.ได้อนุมัติงบประมาณจำนวน 976 ล้านบาทนั้น กรมส่งเสริมการเกษตรจะเร่งดำเนินการจ่ายเงินช่วยเหลือให้แก่เกษตรกรให้แล้วเสร็จภายใน 2 เดือน
    
   วันที่ : 23/January/2008

From moac.go.th
อ่าน:305 | ความคิดเห็น:0 | แสดงความคิดเห็น
เกษตรฯ แจ้งพบหวัดนกในไก่เนื้อที่ จ.นครสวรรค์ 
58.10.90.153: 2553/02/20 10:47:38
   เกษตรฯ แจ้งพบหวัดนกในไก่เนื้อที่ จ.นครสวรรค์ ปศุสัตว์คุมเข้มพื้นที่และประสานทุกหน่วยในพื้นที่ร่วมติดตามเฝ้าระวังป้องกันระบาดเพิ่ม
    
 นายสัตวแพทย์ศักดิ์ชัย  ศรีบุญซื่อ  อธิบดีกรมปศุสัตว์ เปิดเผยว่า  จากการดำเนินงานตามโครงการรณรงค์ค้นหาโรคไข้หวัดนกในสัตว์ปีกแบบบูรณาการ (x-ray) ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทุกพื้นที่ และได้มีการสุ่มเก็บตัวอย่างสัตว์ปีกป่วยตายส่งตรวจทางห้องปฏิบัติการอย่างต่อเนื่อง   ซึ่งขณะนี้ได้มีผลการตรวจพบเชื้อไข้หวัดนก ชนิด H5 ซึ่งตรวจด้วยวิธี Real time RT PCR  เมื่อวันที่  22 มกราคม 2551 จากตัวอย่างซากไก่เนื้อ ที่ส่งตรวจโดยสำนักงานปศุสัตว์จังหวัดนครสวรรค์  ซึ่งผลการสอบสวนโรค และควบคุมโรคเบื้องต้นพบว่า พื้นที่พบเชื้อไข้หวัดนก  เป็นฟาร์มไก่เนื้อ  ศรีไพรฟาร์ม  ของนางศรีไพร  แก้วมณีฉาย  ต.พิกุล อ.ชุมแสง  จังหวัดนครสวรรค์ เลี้ยงไก่เนื้อ จำนวน  4 โรงเรือน จำนวนไก่เนื้อทั้งสิ้น 59,670 ตัว โดยโรงเรือนที่เกิดเหตุเป็นโรงเรือนหลังที่ 2 เลี้ยงบนบ่อปลา เลี้ยงไก่เนื้อ จำนวน 14,000 ตัว  ทั้งนี้  ฟาร์มดังกล่าวเป็นฟาร์มไก่เนื้อระบบปิด มีจำนวนทั้งสิ้น 4โรงเรือน  แบ่งเป็นโรงเรือนระบบปิดบนบ่อปลา จำนวน 2 โรงเรือน และโรงเรือนระบบปิดบนพื้นดิน จำนวน 2 โรงเรือน

  อธิบดีกรมปศุสัตว์ กล่าวเพิ่มเติมอีกว่า ไก่เนื้อจำนวนดังกล่าว เริ่มป่วยตายผิดปกติ เมื่อวันที่ 18 มกราคม 2551 จำนวน 4,085 ตัว โดยเจ้าของฟาร์มแจ้งไก่ป่วยตายกับปศุสัตว์อำเภอชุมแสงเมื่อวันที่ 21 มกราคม 2551  ซึ่งเจ้าหน้าที่ปศุสัตว์ได้ทำการเก็บตัวอย่างซากไก่เนื้อ จำนวน 10 ตัวอย่าง ส่งตรวจที่ศูนย์วิจัยและพัฒนาการสัตวแพทย์ ภาคเหนือ ตอนล่าง จังหวัดพิษณุโลก เมื่อวันที่ 21 มกราคม 2551   ซึ่งขณะนี้ได้สั่งการให้มีการควบคุมการแพร่ระบาดของเชื้อโรค  และห้ามเคลื่อนย้ายสัตว์ปีกในพื้นที่รัศมี 5  กิโลเมตร รอบจุดเกิดโรค  ประกอบด้วยพื้นที่ จำนวน 35หมู่บ้าน 5 ตำบล 1 อำเภอที่มีจำนวนสัตว์ปีกทั้งสิ้น 182,240 ตัว เกษตรกร จำนวน 413 ราย  และได้เข้าทำลายไก่เนื้อบริเวณจุดเกิดโรคโรงเรือนที่  2  จำนวนทั้งสิ้น  9,915 ตัว เมื่อวันที่ 22 มกราคม 2551 พร้อมทั้งพ่นน้ำยาฆ่าเชื้อโรคในฟาร์มเกิดเหตุ  และบ้านที่เลี้ยงสัตว์ปีกในหมู่ 3 ตำบลพิกุล  อำเภอชุมแสง และ บริเวณหมู่บ้านใกล้เคียง โดยประสานงานกับสำนักงานสาธารณสุขอำเภอชุมแสง และองค์การบริหารส่วนตำบลพิกุล ในการดำเนินงาน

                                            นอกจากนี้  ได้มีสุ่มเก็บตัวอย่าง (cloacal swab) ในโรงเรือนที่เหลือของฟาร์ม และทุกหลังคาเรือนที่เลี้ยงสัตว์ปีกของหมู่ 3 ตำบลพิกุล  อำเภอชุมแสง และหมู่บ้านในรัศมี 5 กิโลเมตรรอบจุดเกิดโรค หมู่บ้านละ 20 ตัวอย่าง และได้ประสานงานกับสาธารณสุขจังหวัดนครสวรรค์ ในการเฝ้าระวังโรคโนคน และฝ่ายปกครอง  ในการเฝ้าระวังโรคไข้หวัดนกอย่างใกล้ชิด  เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดไปยังจุดอื่นเพิ่มเติม
    
   วันที่ : 24/January/2008

from: moac.go.th
อ่าน:332 | ความคิดเห็น:0 | แสดงความคิดเห็น
ปุ๋ยตัวอย่าง
58.8.45.48: 2553/02/20 10:47:38
ท่านใดที่ต้องการตัวอย่างปุ๋ยอินทรีย์ชีวภาพจริง ๆ  ที่ได้รับรองจากกรมวิชาการเกษตรตามหนังสือที่ กษ  0913/002/3903
peerantorn@hotmail.com
084-1469950

ท่านสามารถนำไปเป็นตัวอย่างในการหาซื้อปุ๋ยอินทรีย์ชีวภาพได้ในคุณภาพใกล้เคียงกัน เช่น  ลักษณะเม็ด  สี   เมื่อใช้กับพืชใบเลี้ยงเดี่ยวจะเห็นผล 3-4 วัน
อ่าน:549 | ความคิดเห็น:0 | แสดงความคิดเห็น
ก.เกษตรฯ เร่งขับเคลื่อนแผนพัฒนาการสหกรณ์ไปสู่การปฏิบัติอย่างแท้จริง
58.10.90.186: 2553/02/20 10:47:38
ก.เกษตรฯ เร่งขับเคลื่อนแผนพัฒนาการสหกรณ์ไปสู่การปฏิบัติอย่างแท้จริง พร้อมพิจารณาการออกระเบียบนายทะเบียนสหกรณ์ มุ่งเดินไปทิศทางเดียวกัน เพื่อบรรลุเป้าหมายที่แท้จริง
    
ก.เกษตรฯ เร่งขับเคลื่อนแผนพัฒนาการสหกรณ์ไปสู่การปฏิบัติอย่างแท้จริง พร้อมพิจารณาการออกระเบียบนายทะเบียนสหกรณ์ มุ่งเดินไปทิศทางเดียวกัน เพื่อบรรลุเป้าหมายที่แท้จริง

                ศ.ดร.ธีระ สูตะบุตร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผย ภายหลังเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการพัฒนาสหกรณ์แห่งชาติ ( คพช.) ว่า สืบเนื่องจากคณะรัฐมนตรีมีมติเมื่อวันที่ 6 พฤศจิกายน 2550 เห็นชอบแผนพัฒนาการสหกรณ์ฉบับที่ 2 ( พ.ศ.2550 – 2554  ทั้งนี้ให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ รับความเห็นและข้อสังเกตของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปพิจารณาดำเนินการ รวมทั้งประเด็นอภิปรายของคณะกรรมการกลั่นกรองฯที่เสนอให้ทำการศึกษาความเป็นไปได้และความเหมาะสมในการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างของหน่วยงานที่กำกับ ดูแล และพัฒนาสหกรณ์ คือ กรมส่งเสริมสหกรณ์ และกรมตรวจบัญชีสหกรณ์จากเดิมที่เป็นส่วนราชการให้เป็นหน่วยงานที่มีความเป็นอิสระ โดยสามารถพิจารณาเทียบเคียงลักษณะองค์กรได้จากกรณีของสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย ซึ่งจัดตั้งเป็นหน่วยงานของรัฐที่ไม่เป็นส่วนราชการและไม่เป็นรัฐวิสาหกิจ มีฐานะเป็นนิติบุคคล ทั้งนี้การศึกษาดังกล่าวควรให้หน่วยงานที่มีความเป็นกลางหรือหน่วยงานอิสระเป็นผู้เป็นผู้ดำเนินการเนื่องจากสามารถศึกษา วิเคราะห์ ปัญหาหรือกระบวนการต่างๆได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยอาจว่าจ้างสถาบันการศึกษาทำการวิจัยโครงสร้างของหน่วยงานที่กำกับ ดูแล และพัฒนาสหกรณ์ว่าสมควรเป็นส่วนราชการ หน่วยงานของรัฐหรือหน่วยงานประเภทใดที่สามารถพัฒนากิจการของสหกรณ์ให้ก้าวหน้าและประสบความสำเร็จสูงสุด ทางกระทรวงฯได้เตรียมการในการดำเนินการขบวนการขับเคลื่อนแผนฯในเบื้องต้นแล้ว โดยมีรายละเอียด ดังนี้ 1) จัดพิมพ์แผนพัฒนาการสหกรณ์ฉบับที่ 2 ( พ.ศ.2550 – 2554  เพื่อแจกจ่ายให้สหกรณ์และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องใช้เป็นกรอบในการจัดทำแผนปฎิบัติการแล้ว   2)  ประเด็นอภิปรายของคณะกรรมการกลั่นกรองในเรื่องการศึกษาความเป็นไปได้และความเหมาะสมในการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างของหน่วยงานที่กำกับดูแลและพัฒนาสหกรณ์ ขณะนี้กระทรวงเกษตรฯ กำลังพิจารณาดำเนินการตามมติคณะรัฐมนตรีดังกล่าว

                  ศ.ดร.ธีระ กล่าวต่อว่า สหกรณ์จัดตั้งขึ้นย่อมมีวัตถุประสงค์หลักแตกต่างกันไปตามลักษณะกลุ่มสมาชิกและประเภทของสหกรณ์ แต่ปัจจุบันสหกรณ์แต่ละประเภทมีความต้องการดำเนินธุรกิจค่อนข้างหลากหลาย ซึ่งบางครั้งไม่เหมาะสมกับลักษณะของกลุ่มสมาชิกและประเภทของสหกรณ์แต่เนื่องจากนายทะเบียนสหกรณ์ไม่ได้กำหนดกรอบการดำเนินงานและวัตถุประสงค์ของสหกรณ์แต่ละประเภทให้ชัดเจนทำให้ยากต่อการส่งเสริมสหกรณ์และมีปัญหาในการตีความ จึงมอบหมายให้กรมส่งเสริมสหกรณ์ จัดทำข้อมูลรายละเอียดเกี่ยวกับหน้าที่และขอบเขตการทำงานของสหกรณ์อย่างชัดเจน โดยสหกรณ์ที่จะจัดตั้งขึ้นประเภทใดให้เป็นไปตามความหมายและกำหนดวัตถุประสงค์ให้แล้วเสร็จภายใน 1 เดือน เพื่อที่จะทำให้สหกรณ์ต่างๆได้ดำเนินไปในทิศทางเดียวกัน 
    
   วันที่ : 30/January/2008

From: moac.go.th
อ่าน:374 | ความคิดเห็น:0 | แสดงความคิดเห็น
เกษตรฯ ถกแผนปรับการผลิตข้าวเหนียว เล็งขยายตลาดต่างประเทศและการแปรรูป
58.10.90.235: 2553/02/20 10:47:38
เกษตรฯ ถกแผนปรับการผลิตข้าวเหนียว เล็งขยายตลาดต่างประเทศและการแปรรูป รองรับตลาดที่อาจจะผันผวนในอนาคต
    
ศ.ดร.ธีระ สูตะบุตร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า ขณะนี้ข้าวเหนียวมีราคาสูงขึ้น จากตันละ 7,000 บาท เป็น 12,000 – 13,000 บาท โดยเฉพาะใกล้ช่วงกีฬาโอลิมปิกที่จะมีการสั่งซื้อข้าวเหนียวจากประเทศจีนมากขึ้น จึงทำให้เกษตรกรหันมาปลูกข้าวเหนียวและขยายพื้นที่ปลูกกันเป็นจำนวนมากตามไปด้วย ดังนั้น เพื่อให้กลไกตลาดเดินได้ตามปกติและไม่กระทบกับราคาข้าวเหนียวจากปริมาณการผลิตที่เพิ่มขึ้นของเกษตรกร ดังนั้น กระทรวงเกษตรฯ จึงได้เตรียมหาแนวทางและมาตรการต่างๆ เพื่อรองรับปัญหาที่อาจเกิดขึ้นในด้านการผลิต และสามารถตอบสนองความต้องการของตลาดให้มีปริมาณการผลิตที่เหมาะสม โดยมีการหารือร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงอุตสาหกรรม สถาบันการศึกษา สถาบันเกษตรกร และผู้ประกอบการ ที่จะหารือร่วมกันในการพัฒนาบรรจุภัณฑ์ การแปรรูป มากกว่าการส่งออกเป็นเพียงวัตถุดิบเท่านั้น ซึ่งจะเป็นการส่งเสริมการตลาดอีกทางหนึ่ง รวมทั้งการขยายการส่งออกข้าวเหนียวไปยังลูกค้ากลุ่มใหม่ๆ จากตลาดเดิมที่มีการส่งออกในปัจจุบันได้แก่ อินเดีย ญี่ปุ่น และจีน ที่มีตัวเลขการส่งออกประมาณ 2 แสนตัน/ปี ...................................
    
   วันที่ : 31/January/2008
อ่าน:313 | ความคิดเห็น:0 | แสดงความคิดเห็น
ชาวนาภาคอีสานแห่พัฒนา “ข้าวหอมมะลิ 105”
58.10.90.61: 2553/02/20 10:47:38
ชาวนาภาคอิสานแห่ร่วมโครงการเพิ่มศักยภาพ “ข้าวหอมมะลิ105” เพียบ เกษตรฯเร่งบูรณาการพัฒนาให้ทันฤดูปลูกปี 51 เป้าหมายกว่า  2 แสนไร่  พร้อมดันเข้าสู่แปลง GAP นำร่อง 2,000 ราย ส.ป.ก.เตรียมเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำให้ยืมลงทุนผลิตสินค้าข้าว วงเงิน 400 ล้านบาท

ศ.ดร.ธีระ สูตะบุตร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า จากการที่กระทรวงเกษตรฯได้มอบหมายให้สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม(ส.ป.ก.) ร่วมกับกรมการข้าว กรมพัฒนาที่ดิน กรมส่งเสริมการเกษตร กรมส่งเสริมสหกรณ์ และกรมตรวจบัญชีสหกรณ์ เร่งขับเคลื่อนโครงการเพิ่มศักยภาพข้าวหอมมะลิ 105 ในเขตปฏิรูปที่ดิน 5 จังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือภายใต้ความร่วมมือไตรภาคี ได้แก่ จังหวัดอุบลราชธานี ร้อยเอ็ด  ศรีสะเกษ  สุรินทร์  และยโสธร ขณะนี้มีเกษตรกรสนใจสมัครเข้าร่วมโครงการฯดังกล่าวเป็นจำนวนมาก  ซึ่งฤดูปลูกข้าวปี 2551 นี้ คาดว่าจะสามารถส่งเสริมให้เกษตรกรปลูกข้าวหอมมะลิได้ทันและครบตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ จำนวน 200,000 ไร่ เกษตรกรไม่น้อยกว่า 20,000 ราย

เบื้องต้นได้เตรียมผลักดันเกษตรกรในโครงการฯ ให้เร่งพัฒนาแปลงปลูกข้าวเข้าสู่ระบบการผลิตทางการเกษตรอย่างถูกต้องและเหมาะสม(GAP) นำร่อง 2,000 ราย โดย ส.ป.ก.จะจัดตั้งศูนย์เรียนเศรษฐกิจข้าวหอมมะลิ ประมาณ 1,000 ศูนย์ ครอบคลุมพื้นที่ 5 จังหวัด เพื่อเป็นแหล่งเรียนรู้ในการเพิ่มประสิทธิภาพด้านการผลิตข้าว พร้อมวางแผนพัฒนาระบบชลประทานในพื้นที่ ซึ่งในเบื้องต้น  กรมพัฒนาที่ดิน  กรมชลประทาน  และสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม  จะร่วมกันบริหารจัดการแหล่งน้ำในพื้นที่เพิ่มมากขึ้น  โดยอาจขุดบ่อน้ำ  50 ไร่  ในพื้นที่  เพื่อทำให้ผลผลิตข้าวมีปริมาณเพิ่มขึ้น  อย่างไรก็ตาม ฤดูปลูกข้าวปีนี้เกษตรกรในโครงการฯ ทั้งหมดต้องเปลี่ยนพันธุ์ข้าวใหม่ 100 % ซึ่งกรมการข้าวพร้อมที่จะสนับสนุนข้าวหอมมะลิพันธุ์คัดกว่า 3,000 ตัน ให้เกษตรกรไปปลูกเพื่อตัดปัญหาข้าวพันธุ์อื่นปนเปื้อน จะทำให้ได้ผลผลิตข้าวที่มีคุณภาพ ได้มาตรฐานและตรงตามความต้องการของตลาดด้วย

“นอกจากนี้ห้องปฏิบัติการกลางตรวจสอบผลิตภัณฑ์เกษตรและอาหาร หรือเซ็นทรัลแล็ป(CENTRAL LAB) ยังจะเข้ามาสุ่มตรวจพันธุ์ข้าว สุ่มตรวจสอบตัวอย่างดินและวิเคราะห์สารพิษตกค้างด้วย เพื่อช่วยพัฒนาและยกระดับการผลิตข้าวหอมมะลิในโครงการฯ ให้มีคุณภาพ และเพิ่มจุดแข็งให้กับสินค้าข้าวไทยให้สามารถแข่งขันได้ในตลาดโลก ซึ่งจะช่วยผลักดันการส่งออกข้าวได้เพิ่มมากขึ้นจากเดิมที่มีมูลค่าการส่งออกปีละ 80,000-100,000 ล้านบาท”  ศ.ดร.ธีระ

ทางด้านนายอนันต์ ภู่สิทธิกุล เลขาธิการสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม(ส.ป.ก.) กล่าวเพิ่มเติมว่า ปีนี้กองทุนการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมได้เตรียมสนับสนุนสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ อัตราร้อยละ 1 ต่อปี  ไว้ให้เกษตรกรในเขตปฏิรูปที่ดินกู้ยืมไปลงทุน วงเงินรวมทั้งสิ้น 850   ล้านบาท ในส่วนของการผลิตสินค้าข้าว ส.ป.ก.ได้กำหนดวงเงินกู้ไว้ประมาณ 400 ล้านบาท ซึ่งปัจจุบันมีผู้สนใจที่จะกู้เงินไปลงทุนเป็นจำนวนมาก โดยเกษตรกรในโครงการเพิ่มศักยภาพข้าวหอมมะลิ 105 ยื่นขอกู้เงินเข้ามาแล้วประมาณ  280 ล้านบาท เหลือวงเงินกู้ยืมอีกประมาณ 120 ล้านบาท

“การส่งเสริมการผลิตข้าวหอมมะลิใน 5 จังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภายใต้การบูรณาการร่วมกันของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง คาดว่าจะช่วยปรับโครงสร้างการผลิตข้าวของเกษตรกรในเขตปฏิรูปที่ดินรายแปลงให้สามารถผลิตสินค้าข้าวได้อย่างมีคุณภาพ มีมาตรฐานและมีความปลอดภัยทางด้านอาหาร(Food Safety)  เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้ตลาดรับซื้อ ซึ่งจะทำให้เกิดเครือข่ายการผลิตเชื่อมโยงกับตลาด  และนำไปสู่การขยายช่องทางการส่งออกข้าวในอนาคต” นายอนันต์ กล่าว

ข้อมูลจาก: http://www.moac.go.th
อ่าน:317 | ความคิดเห็น:0 | แสดงความคิดเห็น
หนอนเจาะผลฝรั่ง โรคฝรั่งต่างๆที่เกิดจากเชื้อรา เพลี้ยต่างๆในฝรั่ง โรคฝรั่งใบไหม้ ใบจุดสีน้ำตาล..
Update: 2563/02/26 22:51:57 - Views: 70 | Ans: 1
จำหน่ายกล้ายางราถูก ทั่วประเทศ มีสายพันธุ์ไทย- มาเลย์ โทร 087-9327571
Update: 2556/05/14 08:36:53 - Views: 2602 | Ans: 1
ขายรถพรวนดินเดินตาม มือสอง สภาพดี
Update: 2555/04/25 14:45:56 - Views: 14490 | Ans: 0
เปลือกสับะรดตีป่น เปลือกสับปะรดตากแห้ง กากมันอบแห้ง
Update: 2562/10/14 21:11:31 - Views: 209 | Ans: 0
ขายชุดตรวจค่าดินน้ำปุ๋ยเคมี PH/NPK และCD ปุ๋ยสั่งตัด ..จัดส่งทั่วประเทศ
Update: ././. .:.:. - Views: 8712 | Ans: 0
ปลวก,มด,เพลี้ย,หนอน,แมลง กำจัดได้ง่่ายดายและเด็ดขาด ด้วย เมทา-แม็ก
Update: 2554/09/14 16:42:53 - Views: 11029 | Ans: 10
ปาล์มนำ้มันสายพันธุ์ CPI Hybrid
Update: 2558/09/22 16:56:16 - Views: 1081 | Ans: 0
ขายโรตารี่ มือสอง จากญี่ปุ่น 
Update: 2555/06/27 14:36:11 - Views: 4760 | Ans: 0
ด่วน !!!จำนวนจำกัด     รับสมัครตัวแทนขาย / ขายส่ง  ปุ๋ยอินทรีย์ มูลค้างคาว    โดโลไมท์ชนิดผง    โดโลไมท์ชนิดเม็ด   ปุ๋ยหินร็อคฟอสเฟต  
Update: 2553/12/02 14:13:36 - Views: 7128 | Ans: 0
กระทรวงเกษตรฯ  เตรียมพิจารณาการเปิดตลาดสินค้าเมล็ดกาแฟดิบเพื่อใช้ในประเทศ ปี 2551 เพื่อแก้ไขปัญหาขาด..
Update: ././. .:.:. - Views: 904 | Ans: 0
© FarmKaset.ORG