[sort by : last post | last update] wiki เกษตร ที่ใครๆก็โพสได้..
+ โพสเรื่องใหม่ | + เลือกหน้า | All contents

 
ติดตามสินค้าที่คุณสั่ง
คุณ พรภิรมย์ มาพระลับ, ศุกร์ 10 กรกฎาคม 2563 14:36:04, เลขจัดส่ง SMAM000199673
คุณ ชัชชัย ทิมกลับ, ศุกร์ 10 กรกฎาคม 2563 12:43:35, เลขจัดส่ง SMAM000199672
คุณ โรจน์ จันทร์ทอง, ศุกร์ 10 กรกฎาคม 2563 11:14:03, เลขจัดส่ง SMAM000199674
คุณ เฉลียว ทิพย์อักษร, พฤหัสบดี 09 กรกฎาคม 2563 20:24:33, เลขจัดส่ง SMAM000199671
ด.ต.นิล ยงไร่นา , พฤหัสบดี 09 กรกฎาคม 2563 11:57:09, เลขจัดส่ง จัดส่งจากโรงงานถึงบ้านลูกค้า
คุณ กฤศ ภูธนวิวรรธน์, พุธ 08 กรกฎาคม 2563 21:37:39, เลขจัดส่ง SMAM000199494
ด.ต จรูญ ไพบูลย์, พุธ 08 กรกฎาคม 2563 19:24:01, เลขจัดส่ง SMAM000199495
คุณ ทรงวุฒิ มณีรัตน์, อังคาร 07 กรกฎาคม 2563 16:47:37, เลขจัดส่ง SMAM000199306
คุณสมเชษฐ์ บุญขวัญ , อังคาร 07 กรกฎาคม 2563 15:30:07, เลขจัดส่ง SMAM000199310
คุณราชัน สังเว, อังคาร 07 กรกฎาคม 2563 14:44:01, เลขจัดส่ง SMAM000199319
ดูรายการจัดส่งทั้งหมด
สอบถามเกี่ยวกับการปลูกยางที่ใต้กับที่อิสาน
125.27.216.66: 2553/02/20 10:47:38
สอบถามเกี่ยวกับการปลูกยางที่ใต้กับที่อิสาน
อยากสอบถามผู้รู้นะคะ ว่าระหว่างการปลูกยางที่ใต้ กับที่อิสาน ปลูกที่ไหนดีกว่ากัน เพราะตอนนี้เห็นชาวใต้ นิยมมาซื้อสวนยางที่อิสานเทนทำที่ภาคใต้นะค่ะ 
อ่าน:3059 | ความคิดเห็น:14 | แสดงความคิดเห็น
ขายเมล็ดพันธุ์ ต้นตะกูพันธุ์ก้านแดง และต้นกล้าพันธุ์จำนวนมาก 
58.147.40.55: 2553/02/20 10:47:38
ขายเมล็ดพันธุ์ ต้นตะกูพันธุ์ก้านแดง และต้นกล้าพันธุ์จำนวนมาก 
ขายเมล็ดพันธุ์ ต้นตะกูพันธุ์ก้านแดง และต้นกล้าพันธุ์จำนวนมาก สนใจติดต่อคุณไก่..081-2839267

อ่าน:395 | ความคิดเห็น:0 | แสดงความคิดเห็น
ต้องการผู้จัดจำหน่าย ปุ๋ยอินทรีย์ เกรด A ซุปเปอร์/ปุ๋ยยางพารา/ปุ๋ยเคมี ต้องการตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศ 
117.47.232.246: 2553/02/20 10:47:38
ต้องการผู้จัดจำหน่าย ปุ๋ยอินทรีย์ เกรด A ซุปเปอร์/ปุ๋ยยางพารา/ปุ๋ยเคมี ต้องการตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศ 
ต้องการผู้จัดจำหน่าย ปุ๋ยอินทรีย์ เกรด A ซุปเปอร์/ปุ๋ยยางพารา/ปุ๋ยเคมี ต้องการตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศ 
เราขาย รับสมัคร ผู้แทนฝ่ายขายปุ๋ยประจำจังหวัด ไม่จำกัดจำนวน ไม่จำกัดเพศ - วัย- วุฒิการศึกษา – งานฟรีแลนด์ ไม่ผูกมัด มีประสบการณ์ยิ่งดี    ควรมียานพาหนะเป็นของตนเองงานจะคล่อง ต้องการตัวแทนจำหน่ายทุกจังหวัด   มีออร์เดอร์ลูกค้าเก่า เป็นลูกค้าเงินสด จังหวัดละ 5,000 – 7,000 กระสอบ กว่า 4 ปี ที่เราทำตลาดขายตรงกับเกษตรกร ยอดจำหน่ายปีละ หลายหมื่นตัน ทำให้สินค้าของเรามีชื่อเสียงอย่างมากกับเกษตรกรโดยตรง แต่เรา ยังไม่วางหน้าร้านเลย ปี 2551 นี้เราต้องการหาเอเย่น ประจำจังหวัดเพื่อกระจายสินค้า..............โอกาสดีเพียงท่านรีบโทรหาเรา หจก.เฟอร์ทิไลซ์ปุ๋ยไทย เจ้าของและเป็นผู้จัดจำหน่าย ปุ๋ยอินทรีย์ เกรด A พิเศษ มาตรฐาน Q ปุ๋ยยางพารา ปุ๋ยเคมี ต้องการตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศ ดำเนินการผลิตและจำหน่ายมา 4 ปี ลูกค้าตอบรับทั่วประเทศ รับสินค้าโดยตรงจากโรงงาน ราคาหน้าโรงงาน เพราะเรามีโรงงานผลิตสินค้าเอง โอกาสดีที่สุด ต้องการข้อมูลเพิ่มเติม ติอต่อ สายด่วน 085-0005379 , 043-343731 คุณปุ๊ก ผจก.ฝ่ายการตลาด หจก. เฟอร์ทิไลซ์ปุ๋ยไทย 433/151 ม.2 ต.ศิลา อ.เมือง จ.ขอนแก่น 40000  สนใจติดต่อคุณ : ปุ๊กกี้ e-mail : thaifertilize@yahoo.com  หรือดูรายละเอียดที่เว็ปไซต์  http://www.geocities.com/thaifertilize 
อ่าน:468 | ความคิดเห็น:0 | แสดงความคิดเห็น
เกษตรฯ ชงเหลียวหลังดูแลเกษตรกรผู้ผลิตข้าว หวั่นเกษตรกรหดหายถาวร 
202.91.18.206: 2553/02/20 10:47:38
เกษตรฯ ชงเหลียวหลังดูแลเกษตรกรผู้ผลิตข้าว หวั่นเกษตรกรหดหายถาวร 
เกษตรฯ ชงเหลียวหลังดูแลเกษตรกรผู้ผลิตข้าว หวั่นเกษตรกรหดหายถาวร หันหาจุดคุ้มทุนกำหนดราคาข้าวเปลือกแทนข้าวสาร เพื่อสร้างระดับราคาให้คงเสถียรภาพในระยะยาว  
    
                                นายสมศักดิ์   ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยภายหลังปาฐกถาพิเศษ เรื่อง สถานการณ์ข้าวไทย ว่า ขณะที่ราคาข้าวพุ่งสูงขื้น ซึ่งเป็นราคาของข้าวสารเป็นหลัก แต่ในความเป็นจริงแล้ว หน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยเฉพาะผู้ประกอบการและผู้ส่งออกต้องพิจารณาถึงรายได้ของเกษตรกรที่เป็นต้นทางการผลิต นั่นคือ การกำหนดจุดคุ้มทุนที่ราคาข้าวเปลือกซึ่งจะเป็นผลกำไรจากการลงทุนจริงของเกษตรกร โดยเฉพาะในภาวะที่ปัจจัยการผลิตที่สูงขึ้นอยู่ในขณะนี้  ไม่ว่าจะเป็นการนำวิวัฒนาการใหม่ๆ ที่เป็นเครื่องทุ่นแรงให้แก่เกษตรกรไม่ว่าจะเป็นขั้นตอนการดำนา จนถึงขั้นตอนการเก็บเกี่ยว ที่ส่งผลทำให้ค่าใช้จ่ายของเกษตรกรสูงขึ้น ดังนั้น  การจะกำหนดราคาที่จะเป็นธรรมต่อเกษตรกรและข้าวขายได้ราคาหรือไม่นั้น ควรพิจารณากันที่ราคาข้าวเปลือกเป็นหลัก หากนำมาแปรสภาพเป็นข้าวสารแล้วสามารถจำหน่ายได้ราคาที่สูงขึ้นไปอีก ก็จะย้อนกลับมาเป็นผลกำไรให้เกษตรกรอย่างแท้จริง  ซึ่งการกำหนดราคานั้นอยู่นอกเหนือการควบคุมของกระทรวงเกษตรฯ

                                สำหรับกระทรวงเกษตรฯ ที่จะเร่งสนับสนุนการผลิต ทั้งการเพิ่มปริมาณและคุณภาพรองรับความต้องการของตลาดโลกที่มีความต้องการข้าวที่เพิ่มสูงขึ้น ขณะเดียวกันก็จะพัฒนาองค์ความรู้ของเกษตรกรควบคู่กันไปด้วย เพื่อป้องกันการหดหายของประชากรภาคเกษตรที่นับจะลดน้อยลงก่อนจะกระทบต่อกำลังการผลิตสินค้าเกษตรของประเทศ ขณะเดียวกัน จะให้การสนับสนุนปัจจัยการผลิตในเรื่องแหล่งน้ำให้เพียงพอต่อพื้นที่ทำการเกษตรของประเทศ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งที่จะอยู่ในแผนยุทธศาสตร์วิกฤตอาหารโลกและพืชพลังงาน ที่จะอาศัยความร่วมมือจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งหน่วยผลิต และตลาด โดยประมาณสัปดาห์หน้าจะเริ่มมีการประชุมเพื่อกำหนดแผนการปฏิบัติงานอย่างชัดเจน ส่วนในเรื่องการจัดสรรที่ดินเพื่อทำการเกษตร ซึ่งขณะนี้พบว่าได้เริ่มมีปรับเปลี่ยนพื้นที่รกร้าว และปลูกพืชชนิดอื่นมาปลูกข้าวเพิ่มขึ้น รวมถึงที่ราชพัสดุของกรมธนารักษ์ ที่มีพื้นที่ไม่ได้ใช้ประโยชน์ประมาณ 1 ล้านไร่ มาปรับปรุงและพัฒนาพื้นที่ให้มีความเหมาะสมทางด้านการเกษตร ซึ่งในส่วนนี้กระทรวงเกษตรฯและกระทรวงการคลังจะทำงานร่วมกัน เพื่อทำพื้นที่ให้เกิดประโยชน์ในเชิงเศรษฐกิจ โดยการให้เกษตรกรที่ไม่มีที่ดินทำกินเช่าในราคาถูกและสามารถนำไปเพาะปลูกที่มีความเหมาะสมและสร้างให้เกิดรายได้ต่อไป
 
    
  วันที่ : 24/April/2008  
from : moac.go.th
อ่าน:732 | ความคิดเห็น:0 | แสดงความคิดเห็น
ก.เกษตรฯ  เร่งขับเคลื่อนโรงงานผลิตปุ๋ยอินทรีย์-ชีวภาพชุมชน  หวังแก้ปัญหาปุ๋ยแพง
202.91.18.206: 2553/02/20 10:47:38
ก.เกษตรฯ  เร่งขับเคลื่อนโรงงานผลิตปุ๋ยอินทรีย์-ชีวภาพชุมชน  หวังแก้ปัญหาปุ๋ยแพง
ก.เกษตรฯ  เร่งขับเคลื่อนโรงงานผลิตปุ๋ยอินทรีย์-ชีวภาพชุมชน  หวังแก้ปัญหาปุ๋ยแพง  ตั้งเป้าปี 51 ผลิตปุ๋ยหมักอินทรีย์ได้กว่า 5  หมื่นตัน พร้อมเตรียมเพิ่มศักยภาพการผลิตเพื่อรองรับความต้องการของเกษตรกรในชุมชน

                  นายสมพัฒน์  แก้วพิจิตร  รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์  เปิดเผยภายหลังเป็นประธานเปิดการประชุมเชิงปฏิบัติการ “ขับเคลื่อนการดำเนินงานโรงงานผลิตปุ๋ยอินทรีย์-ชีวภาพ   ชุมชน”  ว่า  จากปัญหาปุ๋ยเคมีราคาแพง ส่งผลให้เกษตรกรได้รับความเดือดร้อนเป็น             อย่างมาก    กระทรวงเกษตรและสหกรณ์  โดยกรมพัฒนาที่ดิน  ได้ตระหนักและให้ความสำคัญต่อการช่วยเหลือเกษตรกรที่ประสบปัญหาจากการที่ปุ๋ยเคมีมีราคาแพงขึ้น     โดยได้ดำเนินการส่งเสริม   สนับสนุนให้เกษตรกรปรับเปลี่ยนระบบการผลิตภาคการเกษตรเคมีเป็นระบบเกษตรที่ลดการพึ่งพาปุ๋ยเคมีและสารเคมีทางการเกษตร   รวมทั้งสร้างเครือข่ายขยายผลให้เกษตรกรเข้าใจและเห็นความสำคัญในการผลิตและใช้              ปุ๋ยอินทรีย์  เพื่อลดปริมาณการใช้ปุ๋ยเคมี    ฟื้นฟูปรับปรุงทรัพยากรดินให้มีความอุดมสมบูรณ์    และสามารถใช้ประโยชน์ได้อย่างยั่งยืน     นอกจากนี้  กรมพัฒนาที่ดินยังได้ดำเนินโครงการโรงงานผลิตปุ๋ยอินทรีย์-ชีวภาพ  ชุมชน  ซึ่งได้รับงบประมาณจากงบบูรณาการจังหวัด (CEO) อย่างต่อเนื่อง  โดยมีเป้าหมายจัดสร้างโรงงานผลิตปุ๋ยอินทรีย์-ชีวภาพ ชุมชน   จำนวน   362   โรง  ในพื้นที่  45  จังหวัด   โดยกรมพัฒนาที่ดินจะทำหน้าที่ให้คำปรึกษาแนะนำทางด้านวิชาการการผลิตปุ๋ยอินทรีย์      และให้การสนับสนุนช่วยเหลือกลุ่มเกษตรกรผู้บริหารโรงงานผลิตปุ๋ยอินทรีย์      รวมทั้งบูรณาการ   ประสานการดำเนินงานร่วมกับหน่วยงานส่วนท้องถิ่นและกลุ่มเกษตรกรผู้บริหารโรงงานผลิตปุ๋ยอินทรีย์     ในการขับเคลื่อนการดำเนินงานโรงงานผลิตปุ๋ยอินทรีย์-ชีวภาพ ชุมชน  ให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและเห็นผลเป็นรูปธรรมอย่างชัดเจน     

                                นายสมพัฒน์  กล่าวต่อไปว่า  ผลการดำเนินงานในปัจจุบันมีโรงงานผลิตปุ๋ยอินทรีย์ที่ดำเนินการผลิตแล้ว จำนวน   323  โรง   คิดเป็น 90%  สำหรับแผนการผลิตในปี  2551  ตั้งเป้าที่จะผลิตปุ๋ยหมักให้ได้ประมาณ  51,000  ตัน   และปุ๋ยอินทรีย์น้ำ   ประมาณ   1.5  ล้านลิตร   ทั้งนี้ โรงงานส่วนใหญ่ยังไม่สามารถดำเนินการผลิตปุ๋ยอินทรีย์ได้เต็มตามศักยภาพของกำลังการผลิต       เนื่องจากปัจจัยหลายประการ   เช่น    ปัญหาการขาดวัตถุดิบในการผลิตปุ๋ยอินทรีย์    กลุ่มเกษตรกรขาดความรู้ด้านวิธีการผลิต    การบริหารจัดการโรงงานและขาดความรู้ในด้านการหาตลาด  เป็นต้น  สำหรับโรงงานผลิตปุ๋ยอินทรีย์ที่ยังไม่เริ่มดำเนินการผลิต   มีจำนวน   39   โรง   คิดเป็น10 %   ซึ่งมีสาเหตุสำคัญ    คือ  ไม่มีไฟฟ้าขนาด  3 เฟส     ขาดเงินทุนหมุนเวียน     กลุ่มเกษตรกรขาดความรู้ในการผลิตปุ๋ยอินทรีย์  เป็นต้น    ทั้งนี้ได้มีการแต่งตั้งคณะทำงานเพื่อเข้าไปดำเนินการแก้ไขปัญหาดังกล่าวแล้ว  เพื่อให้การขับเคลื่อนการดำเนินงานโรงงานผลิตปุ๋ยอินทรีย์เป็นไปอย่างต่อเนื่อง   และคาดว่าการประชุมเชิงปฏิบัติการฯ ที่จัดขึ้นในครั้งนี้  จะช่วยสร้าง              ความเข้าใจในการปฏิบัติงานให้กับเจ้าหน้าที่ซึ่งที่ได้รับมอบหมายให้ดำเนินการขับเคลื่อนโรงงานผลิตปุ๋ยอินทรีย์-ชีวภาพ  ชุมชน     เพื่อให้เจ้าหน้าที่มีความรู้ความเข้าใจด้านนโยบายการดำเนินงานอย่างถูกต้องและเป็นไปในทิศทางเดียวกัน    สามารถขับเคลื่อนการดำเนินงานของโรงงานผลิตปุ๋ยอินทรีย์-ชีวภาพ ชุมชนทุกโรง  และทำให้แต่ละโรงปุ๋ยสามารถขยายเป้าหมายการผลิตให้ได้มากที่สุดเพื่อรองรับความต้องการของเกษตรกรในชุมชน

 
 
    
  วันที่ : 24/April/2008  

from: moac.go.th
อ่าน:589 | ความคิดเห็น:2 | แสดงความคิดเห็น
รมช.ธีระชัย สั่งลุย หยุดผู้ค้าผู้ผลิตปุ๋ยปลอมหลังพบมีการจำหน่ายปุ๋ยปลอมในท้องตลาดจำนวนมาก  
203.152.57.5: 2553/02/20 10:47:38
รมช.ธีระชัย สั่งลุย หยุดผู้ค้าผู้ผลิตปุ๋ยปลอมหลังพบมีการจำหน่ายปุ๋ยปลอมในท้องตลาดจำนวนมาก  
“รมช.ธีระชัย” สั่งลุยตั้งคณะทำงานระดับจังหวัด ระดมสารวัตรเกษตร อาสาสมัครทุกหน่วยงานในสังกัด ประสานกระทรวงมหาดไทยและกระทรวงอุตสาหกรรม หยุดผู้ค้าผู้ผลิตปุ๋ยปลอมหลังพบมีการจำหน่ายปุ๋ยปลอมในท้องตลาดจำนวนมาก  
    
  นายธีระชัย  แสนแก้ว  รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์  เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการเฉพาะกิจติดตามและตรวจสอบปุ๋ยปลอมว่า  จากกรณีที่มีปุ๋ยปลอมระบาดในท้องตลาด กระทรวงเกษตรฯได้ตั้งคณะกรรมการเฉพาะกิจขึ้น 1 ชุด เพื่อติดตามและแก้ไขปัญหาปุ๋ยปลอมและสารเคมีปลอมระบาด โดยคณะกรรมการประกอบด้วยผู้เชี่ยวชาญทางด้านกฎหมายและวิชาการ เพื่อให้การทำงานเป็นไปอย่างรวดเร็วและรัดกุมที่สุด นอกจากนี้ได้ตั้งคณะทำงานระดับจังหวัด โดยมีผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นประธาน  คณะทำงานประกอบด้วยผู้แทนจากกระทรวงมหาดไทย อัยการจังหวัด  ตลอดจนเจ้าหน้าและอาสาสมัครในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เพื่อร่วมกันดูแล ติดตามและตรวจตราร้านค้าหรือผู้ผลิตปุ๋ยเคมีในพื้นที่ พร้อมทั้งให้คำแนะนำเกษตรกร  โดยจะจัดให้มีการประชุมผู้นำเกษตรกร ผู้นำชุมชน และฝึกอบรมเกษตรกรในทุกจังหวัด เพื่อชี้แจง ทำความเข้าใจ รวมถึงให้ความรู้เกี่ยวกับปุ๋ยกับเกษตรกร

                “ปัญหาที่พบในขณะนี้ คือ การบังคับใช้กฎหมายของกรมวิชาการเกษตร อาทิ พ.ร.บ.ปุ๋ย       พ.ศ. 2518 และพ.ร.บ.ปุ๋ย ฉบับแก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ.2550 ซึ่งยังไม่เข็มแข็ง ทำให้การดำเนินคดีกับผู้ค้า และ ผู้ผลิตปุ๋ยปลอมไม่มีความคืบหน้าเท่าที่ควร แนวทางการแก้ไขได้หารือกับกระทรวงอุตสาหกรรม      เพื่อจะได้นำกฎหมายของกระทรวงอุตสาหกรรมมาใช้ดำเนินการปราบปรามผู้กระทำผิดด้วย เพราะโรงงานผลิตปุ๋ยจะมีการใช้วัสดุ อุปกรณ์และเครื่องจักรกลต่างๆ ซึ่งอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของกระทรวงอุตสาหกรรม อย่างไรก็ดี ได้กำชับให้กรมวิชาการเกษตรเพิ่มความเข็มงวด กวดขันและบังคับใช้กฎหมายกับผู้กระทำผิดให้มากขึ้น และได้สั่งการให้หน่วยงานในระดับพื้นที่ อาทิ กรมส่งเสริมการเกาตร กรมพัฒนาที่ดิน และกรมปศุสัตว์ ให้มีการสนธิกำลังของสารวัตรเกษตร อาสาสมัคร พนังงานการเกษตรในระดับพื้นที่  เพื่อเป็นหูเป็นตาร่วมกันป้องปรามการกระทำผิดของผู้ผลิตปุ๋ยปลอมและไม่ได้มาตรฐาน เพื่อไม่ให้มีการนำปุ๋ยดังกล่าวมาจำหน่ายในท้องตลาดได้” นายธีระชัย  กล่าว
 
    
  วันที่ : 18/April/2008  
from moac.go.th
อ่าน:380 | ความคิดเห็น:0 | แสดงความคิดเห็น
คาดปีนี้ผลไม้ภาคตะวันออกราคาดี ผู้ประกอบการส่งออกทุเรียน มังคุดเมืองจันทบุรี แห่จองออร์เดอร์ เกรด AA
202.91.18.206: 2553/02/20 10:47:38
คาดปีนี้ผลไม้ภาคตะวันออกราคาดี ผู้ประกอบการส่งออกทุเรียน มังคุดเมืองจันทบุรี แห่จองออร์เดอร์ เกรด AA
คาดปีนี้ผลไม้ภาคตะวันออกราคาดี ผู้ประกอบการส่งออกทุเรียน มังคุดเมืองจันทบุรี แห่จองออร์เดอร์ เกรด AA หวั่นไม่พอส่งออก กระทรวงเกษตรฯเตือนเกษตรกรระวังปุ๋ยและยาเคมีปลอมระบาดช่วงบำรุงไม้ผล  
    
  คาดปีนี้ผลไม้ภาคตะวันออกราคาดี  ผู้ประกอบการส่งออกทุเรียน มังคุดเมืองจันทบุรี แห่จองออร์เดอร์ เกรด AA หวั่นไม่พอส่งออก  กระทรวงเกษตรฯเตือนเกษตรกรระวังปุ๋ยและยาเคมีปลอมระบาดช่วงบำรุงไม้ผล

 

นายธีระชัย แสนแก้ว รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า ในปีนี้คาดว่าสถานการณ์ผลไม้ของจังหวัดจันทบุรี เช่น ทุเรียน มังคุด และเงาะ จะไม่มีปัญหาด้านราคาและผลผลิตล้นตลาด   อีกทั้งผลผลิตส่วนใหญ่มีคุณภาพดี  โดยทุเรียนจะมีผลผลิตประมาณ 1.8 แสนตัน มังคุดประมาณ 7 หมื่นตัน และเงาะประมาณ 2 แสนตัน อย่างไรก็ตาม ในส่วนของเงาะแม้ว่าในปีนี้ผลผลิตจะลดลงกว่าปีที่ผ่านมาประมาณ 3%  แต่เนื่องจากผลผลิตจะออกสู่ตลาดพร้อมกันในช่วงระยะเวลาสั้นๆ  ระหว่างวันที่ 10 - 25 พฤษภาคม จึงจำเป็นจะต้องเร่งระบายผลผลิตให้เร็วที่สุด  ได้สั่งการให้กรมส่งเสริมสหกรณ์ประสานการทำงานร่วมกันทางจังหวัด โดยมีผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นแกนหลัก ดำเนินการกระจายผลผลิตเงาะผ่านเครือข่ายของสหกรณ์อำเภอขลุงไปยังภาคเหนือ กลาง อีสานและใต้ โดยใช้เงินกองทุนสหกรณ์เป็นทุนหมุนเวียนและบริหารจัดการผลผลิต   ขณะนี้ราคาจำหน่ายเงาะที่สหกรณ์อำเภอขลุง อยู่ที่กิโลกรัมละ 35 บาท โดยทางสหกรณ์ได้ทำสัญญาซื้อขายกับ ห้างโมเดลเทรดรับซื้อในราคากิโลกรัมละ 35 บาท

ในส่วนของทุเรียนเริ่มต้นฤดูกาล  ชะนีและกระดุมราคาอยู่ที่กิโลกรัมละ 25 บาท ส่วนหมอนทองจะเริ่มเข้าสู่ตลาดประมาณเดือนพฤษภาคม โดยปีนี้ผลผลิตทั้งทุเรียนและมังคุดมีคุณภาพดี ผลผลิตส่วนใหญ่อยู่ในเกรด AA ทำให้ในขณะนี้ราคามังคุดส่งออกช่วงต้นฤดูราคาสูงถึงกิโลกรัมละ 105 บาท ซึ่งผู้นำเข้าจากประเทศจีนได้     เข้ามาตั้งโรงคัดเกรดรับซื้อผลผลิตในพื้นที่ อย่างไรก็ดี ผู้ประกอบการส่งออกยังมีความกังวลว่าผลผลิตอาจไม่เพียงพอในการส่งออก

นายธีระชัย กล่าวเพิ่มเติมว่า เนื่องจากปีนี้ผลไม้มีราคาดี เกษตรกรจะใช้ปุ๋ยและยากำจัดศัตรูพืชจำนวนมาก ซึ่งเป็นโอกาสที่ร้านค้าจะฉวยโอกาสนำปุ๋ยปลอม และยาเคมีที่ไม่ได้คุณภาพมาจำหน่าย     ขณะนี้ได้รับรายงานมีการระบาดของปุ๋ยและยาปลอมเป็นจำนวนมากในจังหวัดจันทบุรี ได้สั่งการให้กรมวิชาการเกษตรเร่งส่งเจ้าหน้าที่เข้ามาดำเนินการตรวจสอบปุ๋ย และยาเคมีที่จำหน่ายในพื้นที่จังหวัดจันทบุรีและจังหวัดใกล้เคียงแล้ว

 “กระทรวงเกษตรฯ มีนโยบายที่จะเร่งให้มีการปราบปรามผู้กระทำผิดตาม พ.ร.บ ปุ๋ย พ.ศ.2518 และ  2550 ภายใต้การควบคุมของกรมวิชาการเกษตรอย่างจริงจัง ได้กำชับให้กรมวิชาการเกษตรจัดส่งเจ้าหน้าที่เข้ามาดำเนินการตรวจสอบปู๋ยและยาเคมีที่จำหน่ายในพื้นที่จังหวัดจันทบุรี และจังหวัดใกล้เคียงโดยเร็ว เพราะตั้งแต่เดือนมีนาคมนี้  สถาบันการเงินหลายแห่งจะเริ่มปล่อยสินเชื่อให้กับเกษตรกร เพื่อเป็นทุนหมุนเวียนในการปรับปรุงบำรุงดิน และซื้อปัจจัยการเกษตรต่างๆ หากราคาผลไม้ในฤดูกาลนี้มีราคาดี เกษตรกรคาดว่าจะมีรายได้จากการจำหน่ายผลไม้มาก ก็จะนำเงินไปลงทุนในพื้นที่ของตน เมื่อเกษตรกรได้ปุ๋ยที่ไม่มีคุณภาพ ยาหรือปุ๋ยเคมีปลอมก็จะส่งผลต่อผลผลิตในฤดูกาลต่อไป ทำให้ได้ผลผลิตลดลงหรือผลผลิตด้อยคุณภาพตกเกรดได้ ราคาการจำหน่ายลดลงตามไปด้วย  ช่วงนี้เป็นช่วงที่เกษตรกรจะใช้ปุ๋ยและยามากเพื่อบำรุงต้นไม้ เนื่องจากเห็นว่าราคาผลไม้ดี และคาดหวังว่าในปีต่อไปผลไม้จะมีราคาดีเช่นเดียวกับปีนี้ ดังนั้น ในช่วงนี้จึงจำเป็นที่เจ้าหน้าที่จะต้อง   เร่งลงพื้นที่และเพิ่มการกวดขันในการตรวจสอบปุ๋ยและยาเคมีให้มากขึ้น และอยากขอความร่วมมือหากมีผู้ใด       พบเห็นหรือมีข้อมูลร้านค้าใดจำหน่ายปุ๋ยหรือยาเคมีปลอมให้แจ้งเจ้าหน้าที่การเกษตรในจังหวัด เพื่อจะได้เข้าไปตรวจสอบและดำเนินคดีกับร้านค้าดังกล่าวต่อไป” นายธีระชัย กล่าว
 
    
  วันที่ : 16/April/2008  
from: moac.go.th
อ่าน:586 | ความคิดเห็น:6 | แสดงความคิดเห็น
ไทย-อินโดฯ เจรจาสถานการณ์ซื้อขายปุ๋ย พร้อมพัฒนาความร่วมมือด้านการประมงระหว่างสองประเทศ
125.24.215.59: 2553/02/20 10:47:38
ไทย-อินโดฯ เจรจาสถานการณ์ซื้อขายปุ๋ย พร้อมพัฒนาความร่วมมือด้านการประมงระหว่างสองประเทศ
ไทย-อินโดฯ เจรจาสถานการณ์ซื้อขายปุ๋ย พร้อมพัฒนาความร่วมมือด้านการประมงระหว่างสองประเทศ  
    
  นายสมศักดิ์ ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยภายหลังหารือร่วมกับ ฯพณฯ อิบราฮิม ยูซูป เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐอินโดนีเซียประจำประเทศไทยว่า ประเด็นสำคัญในการหารือครั้งนี้ คือ การเจรจาขอซื้อปุ๋ยจากอินโดนีเซีย เนื่องจากประเทศไทยประสบปัญหาราคาปุ๋ยแพง และภาวการณ์ขาดแคลนปุ๋ยในนาข้าว ซึ่งราคาปุ๋ยจากอินโดนีเซียในขณะนี้อยู่ที่หนึ่งหมื่นบาทเศษ/ตัน โดยทางอินโดนีเซียจะเร่งพิจารณาเรื่องดังกล่าวว่าหากมีการจำหน่ายให้กับไทยจริง จะมีเงื่อนไขทางด้านราคาหรือปริมาณเท่าใด อย่างไร และจะเร่งแจ้งท่าทีมายังไทยประมาณวันที่ 17 เมษายน นี้ นอกจากนี้ ยังได้เจรจาเกี่ยวกับความร่วมมือด้านประมงของไทยและอินโดนีเซีย เนื่องจากทั้งสองประเทศมีความสัมพันธ์อันดีต่อกันด้านการทำประมง โดยฝ่ายไทยได้ขอให้อินโดนีเซียแจ้งรายละเอียดและกฎข้อบังคับอันใหม่ของกระทรวงกิจการทะเลและประมงซึ่งได้ประกาศใช้ไปเมื่อต้นปี พ.ศ. 2551 เพื่อให้ฝ่ายไทยสามารถปฏิบัติได้อย่างถูกต้องตามกฎระเบียบ สำหรับการจัดทำบันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือด้านการประมงระหว่างไทยและอินโดนีเซียนั้น ขณะนี้อยู่ระหว่างการเจรจา ซึ่งคาดว่าจะสามารถหาข้อสรุปได้โดยเร็ว และจะสามารถพัฒนาความร่วมมือด้านการประมงระหว่างทั้งสองประเทศให้มีความแนบแน่นและยั่งยืนได้ต่อไปในอนาคต รวมถึงได้หารือถึงสินค้าส่งออกที่สำคัญของไทยไปยังประเทศอินโดนีเซีย ได้แก่ น้ำตาล ข้าว สัตว์น้ำสด แช่เย็น แช่แข็ง แปรรูป และกึ่งสำเร็จรูป ตลอดจนสินค้าเกษตรและอาหารประเภทอื่นๆ ที่อาจมีลู่ทางการส่งออกเพิ่มเติมในภาพรวมมากยิ่งขึ้น จากเดิมที่มีมูลค่า คิดเป็น 164,227.80 ล้านบาท ตลอดจนแสวงหาความร่วมมือในรูปแบบการแลกเปลี่ยนสินค้าเกษตรและอาหารระหว่างสองประเทศต่อไป  
    
  วันที่ : 11/April/2008  
From: moac.go.th
อ่าน:339 | ความคิดเห็น:0 | แสดงความคิดเห็น
สำหรับผู้สนใจ  ต้องการหาตัวแทน จำหน่ายเมล็ดพันธุ์พืชในเวียตนาม 
58.9.93.196: 2553/02/20 10:47:38
สำหรับผู้สนใจ  ต้องการหาตัวแทน จำหน่ายเมล็ดพันธุ์พืชในเวียตนาม 
สำหรับผู้สนใจ ต้องการหาตัวแทน จำหน่ายเมล็ดพันธุ์พืชในเวียตนาม 

ติดต่อดูรายละเอียดได้จากเวป

www.grand-biz.com

อ่าน:301 | ความคิดเห็น:0 | แสดงความคิดเห็น
ก.เกษตรฯ หนุนภาคเอกชนพัฒนาผลิตภัณฑ์ยาง ย้ำให้สิทธิพิเศษและมาตรการจูงใจภาคอุตสาหกรรม
203.152.57.5: 2553/02/20 10:47:38
ก.เกษตรฯ หนุนภาคเอกชนพัฒนาผลิตภัณฑ์ยาง ย้ำให้สิทธิพิเศษและมาตรการจูงใจภาคอุตสาหกรรม
 ก.เกษตรฯ หนุนภาคเอกชนพัฒนาผลิตภัณฑ์ยาง ย้ำให้สิทธิพิเศษและมาตรการจูงใจภาคอุตสาหกรรม มุ่งเพิ่มการใช้ยางพาราและผลิตภัณฑ์ยางในประเทศอย่างจริงจัง  
    
  นายธีระชัย แสนแก้ว รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า สถานการณ์ตลาดและราคายางพารา  ขณะนี้พบว่ามีแนวโน้มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง  ราคาตลาดล่วงหน้าของยางแผ่นรมครัวชั้น 3 ในช่วงปลายปี 2550 ถึงต้นปี 2551 อยู่ที่กิโลกรัมละ     80-90 บาท สูงกว่าในช่วงปลายปี 2549 ถึงกลางปี 2550 จึงจูงใจให้เกษตรกรกรีดยางเพิ่มขึ้น และมีการบำรุงดูแลรักษาดี จึงคาดว่าผลผลิตต่อไร่จะสูงขึ้น ส่งผลให้ผลผลิตภาพรวมของผลผลิตเพิ่มขึ้นด้วย           อย่างไรก็ดี  แม้ว่าไทยจะผู้ผลิตและส่งออกยางเป็นอันดับ 1 ของโลก แต่ 90 % ของผลผลิตทั้งหมดส่งออกในรูปของยางดิบ ที่เหลือจำนวน 10 % นำไปแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ยางใช้ในประเทศ ส่งผลให้การพัฒนาการแปรรูปและสร้างมูลค่าเพิ่มให้ยางพาราของไทยยังอยู่ในเกณฑ์ต่ำ  

                                กระทรวงเกษตรฯ จึงมีนโยบายส่งเสริมและพัฒนาผลิตภัณฑ์ยาง  เพื่อใช้ในประเทศให้มากขึ้น จากเดิม 10 % เป็น 20 %  โดยส่งเสริมและสนับสนุนอุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์ยาง  ให้สิทธิพิเศษด้านภาษีและสิทธิพิเศษอื่นๆ รวมทั้งมาตรการต่าง ๆ เพื่อจูงใจภาคอุตสาหกรรมเพิ่มการใช้ยางพาราและผลิตภัณฑ์ยางในประเทศอย่างจริงจัง  นอกจากนี้ ยังมีเป้าหมายลดการส่งออกยางดิบให้เหลือ 60% และอีก 40 %  แปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ยางส่งออก  โดยมุ่งเน้นวิจัยและพัฒนาการแปรรูปผลิตภัณฑ์ยางเป็นหัวใจสำคัญ เพื่อต่อยอดและขยายผลการใช้ยางในเชิงพาณิชย์ ตลอดจนพัฒนาอุตสาหกรรมยางไทยให้สามารถแข่งขันในตลาดโลกได้อย่างมีประสิทธิภาพ  ซึ่งจะเป็นรายได้เข้าประเทศเพิ่มขึ้นอีกนับหลายแสนล้านบาท

                                “ยางพาราเป็นพืชเศรษฐกิจหลักที่สร้างมูลค่าการส่งออกเป็นอันดับ 1 ของสินค้าเกษตรทั้งหมดของไทย สร้างรายได้เข้าประเทศในภาพรวมปีละไม่ต่ำกว่า 350,000 ล้านบาท และเป็นหนึ่งในสินค้าเกษตรไม่กี่ชนิดที่มีการซื้อขายในตลาดสินค้าเกษตรล่วงหน้า ราคายางที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่องเป็นแรงจูงใจสำคัญที่ทำให้เกษตรกรทั่วประเทศตื่นตัวสนใจปลูกยางพารามากขึ้น เนื่องจากเห็นว่าเป็นอาชีพที่สร้างรายได้มั่นคงและยั่งยืน เพราะยางพาราเมื่อปลูกแล้วสามารถ        เก็บผลผลิตได้นานหลายสิบปี  ส่งผลให้ขณะนี้มีพื้นที่ปลูกทั่วประเทศมากกว่า 14 ล้านไร่ ทั้งในภาคใต้ ตะวันออก เหนือและภาคอีสาน  เป็นพื้นที่ที่เปิดกรีดได้แล้วประมาณ 11 ล้านไร่ เพิ่มขึ้นจากปี 2550 จำนวน  92,000 ไร่ หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 0.83  คิดเป็นผลผลิตรวม 3.2 ล้านตัน เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้ว 0.2 ล้านตัน หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 5.5  หากนโยบายดังกล่าวเป็นไปตามเป้าหมายที่กำหนดไว้ นอกจากเกษตรกรจะมีรายเพิ่มขึ้นแล้ว ไทยจะเป็นผู้นำการส่งออกยางแผ่นดิบและผลิตภัณฑ์ยางในเวทีการค้าโลกในอนาคตอีกด้วย”  นายธีระชัย  กล่าว
 
    
  วันที่ : 10/April/2008  
from: moac.go.th
อ่าน:450 | ความคิดเห็น:0 | แสดงความคิดเห็น
2294 เรื่อง หน้าละ 10 รายการ 229 หน้า, หน้าที่ 230 มี 4 รายการ
|-Page 224 of 230-| 1 | 2 | 3 | 4 | 5 | 6 | 7 | 8 | 9 | 10 | 11 | 12 | 13 | 14 | 15 | 16 | 17 | 18 | 19 | 20 | 21 | 22 | 23 | 24 | 25 | 26 | 27 | 28 | 29 | 30 | 31 | 32 | 33 | 34 | 35 | 36 | 37 | 38 | 39 | 40 | 41 | 42 | 43 | 44 | 45 | 46 | 47 | 48 | 49 | 50 | 51 | 52 | 53 | 54 | 55 | 56 | 57 | 58 | 59 | 60 | 61 | 62 | 63 | 64 | 65 | 66 | 67 | 68 | 69 | 70 | 71 | 72 | 73 | 74 | 75 | 76 | 77 | 78 | 79 | 80 | 81 | 82 | 83 | 84 | 85 | 86 | 87 | 88 | 89 | 90 | 91 | 92 | 93 | 94 | 95 | 96 | 97 | 98 | 99 | 100 | 101 | 102 | 103 | 104 | 105 | 106 | 107 | 108 | 109 | 110 | 111 | 112 | 113 | 114 | 115 | 116 | 117 | 118 | 119 | 120 | 121 | 122 | 123 | 124 | 125 | 126 | 127 | 128 | 129 | 130 | 131 | 132 | 133 | 134 | 135 | 136 | 137 | 138 | 139 | 140 | 141 | 142 | 143 | 144 | 145 | 146 | 147 | 148 | 149 | 150 | 151 | 152 | 153 | 154 | 155 | 156 | 157 | 158 | 159 | 160 | 161 | 162 | 163 | 164 | 165 | 166 | 167 | 168 | 169 | 170 | 171 | 172 | 173 | 174 | 175 | 176 | 177 | 178 | 179 | 180 | 181 | 182 | 183 | 184 | 185 | 186 | 187 | 188 | 189 | 190 | 191 | 192 | 193 | 194 | 195 | 196 | 197 | 198 | 199 | 200 | 201 | 202 | 203 | 204 | 205 | 206 | 207 | 208 | 209 | 210 | 211 | 212 | 213 | 214 | 215 | 216 | 217 | 218 | 219 | 220 | 221 | 222 | 223 | 224 | 225 | 226 | 227 | 228 | 229 | 230 |
ศึกชิงแชมป์ลูกทุ่งเงินล้าน” รอบชิงชนะเลิศ ชิงถ้วยรางวัลจากสมาคมดนตรีฯ พร้อมเงินรางวัลกว่า 1 ล้านบาท
Update: 2559/08/13 21:11:33 - Views: 431 | Ans: 0
จำหน่ายไก่เบตง ไก่ดำ สนใจติดต่อ 0816707743 (อาร์ม สกลนคร) 
Update: 2555/02/16 11:24:42 - Views: 7028 | Ans: 0
จำหน่ายไก่เบตง ไก่ดำ สนใจติดต่อ 0816707743 (อาร์ม สกลนคร) 
เปิดประมูลรถแทรคเตอร์ YANMAR EF494T มือสองสภาพเยี่ยมกว่า 80 คัน ราคา 99,999.-
Update: 2558/06/04 15:11:15 - Views: 1113 | Ans: 0
ขายท่อนพันธุ์มันสำปะหลัง พันธุ์ห้วยบง 80
Update: 2555/04/27 09:25:36 - Views: 4108 | Ans: 0
อยากได้รถไถนามือสอง
Update: 2553/12/14 19:22:23 - Views: 811 | Ans: 0
รับซื้อ-ขายขี้วัว จากจ.เพชรบูรณ์ค่ะ
Update: 2555/07/23 15:31:37 - Views: 5771 | Ans: 3
สารชีวภาพป้องกันกำจัดโรคพืช ที่เกิดจากเชื้อราและแบคทีเรีย
Update: 2553/06/09 21:12:54 - Views: 2111 | Ans: 2
โรคไหม้คอรวง ข้าวขาดคอรวง ข้าวเน่าคอรวง แก้ด้วย ไอเอส สารอินทรีย์กำจัดเชื้อรา ปลอดภัย
Update: 2562/10/21 20:42:14 - Views: 920 | Ans: 0
โรคไหม้คอรวง ข้าวขาดคอรวง ข้าวเน่าคอรวง แก้ด้วย ไอเอส สารอินทรีย์กำจัดเชื้อรา ปลอดภัย
โรคไหม้คอรวง ข้าวขาดคอรวง ข้าวเน่าคอรวง แก้ด้วย ไอเอส สารอินทรีย์กำจัดเชื้อรา ปลอดภัย
อยากลงทุนขาย อาหารหมู อาหารไก่ อาหารปลา (ปลาดุก) ขอคำแนะนำด้วยครับ
Update: 2553/02/20 10:47:38 - Views: 1135 | Ans: 3
จำหน่ายยางพาราชำถุง ต้นกล้ายางพารา เบี้ยยางพารา พันธุ์ RRIM600 ปี 54
Update: 2563/06/30 07:40:19 - Views: 4377 | Ans: 7
จำหน่ายยางพาราชำถุง ต้นกล้ายางพารา เบี้ยยางพารา พันธุ์ RRIM600 ปี 54
© FarmKaset.ORG