[sort by : last post | last update] wiki เกษตร ที่ใครๆก็โพสได้..
+ โพสเรื่องใหม่ | + เลือกหน้า | All contents

 
ติดตามสินค้าที่คุณสั่ง
คุณ ชัยวัฒน์ จือเปีย, จันทร์ 03 สิงหาคม 2563 11:39:32, เลขจัดส่ง SAMN000103236
คุณ จิราวรรณ หนองผือ, จันทร์ 03 สิงหาคม 2563 10:13:01, เลขจัดส่ง SAMN000103235
คุณ ศรฤดี แก้วสัง, จันทร์ 03 สิงหาคม 2563 10:11:00, เลขจัดส่ง SAMN000103238
คุณ อำนาจ ชื่นเอี่ยม, อาทิตย์ 02 สิงหาคม 2563 14:51:04, เลขจัดส่ง SAMN000103239
คุณ วิรัตน์ วิศพันธุ์ , อาทิตย์ 02 สิงหาคม 2563 14:28:49, เลขจัดส่ง SAMN000103244
คุณ ณันทวัน กิจไทสง, อาทิตย์ 02 สิงหาคม 2563 09:43:10, เลขจัดส่ง SAMN000103241
คุณ นพวรรณ พรประสิทธิ, อาทิตย์ 02 สิงหาคม 2563 09:40:19, เลขจัดส่ง SAMN000103240
คุณ เผชิญ แก้วกล้า, อาทิตย์ 02 สิงหาคม 2563 09:34:05, เลขจัดส่ง SAMN000103237
คุณ ปิยะพงษ์ ชมเวอ, เสาร์ 01 สิงหาคม 2563 20:04:18, เลขจัดส่ง SAMN000103243
คุณไตรภพ อมรสิงห์, เสาร์ 01 สิงหาคม 2563 15:48:52, เลขจัดส่ง SAMN000103242
ดูรายการจัดส่งทั้งหมด
ขายเมล็ดพันธุ์ ต้นตะกูพันธุ์ก้านแดง และต้นกล้าพันธุ์จำนวนมาก 
58.147.40.55: 2553/02/20 10:47:38
ขายเมล็ดพันธุ์ ต้นตะกูพันธุ์ก้านแดง และต้นกล้าพันธุ์จำนวนมาก 
ขายเมล็ดพันธุ์ ต้นตะกูพันธุ์ก้านแดง และต้นกล้าพันธุ์จำนวนมาก สนใจติดต่อคุณไก่..081-2839267

อ่าน:401 | ความคิดเห็น:0 | แสดงความคิดเห็น
ต้องการผู้จัดจำหน่าย ปุ๋ยอินทรีย์ เกรด A ซุปเปอร์/ปุ๋ยยางพารา/ปุ๋ยเคมี ต้องการตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศ 
117.47.232.246: 2553/02/20 10:47:38
ต้องการผู้จัดจำหน่าย ปุ๋ยอินทรีย์ เกรด A ซุปเปอร์/ปุ๋ยยางพารา/ปุ๋ยเคมี ต้องการตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศ 
ต้องการผู้จัดจำหน่าย ปุ๋ยอินทรีย์ เกรด A ซุปเปอร์/ปุ๋ยยางพารา/ปุ๋ยเคมี ต้องการตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศ 
เราขาย รับสมัคร ผู้แทนฝ่ายขายปุ๋ยประจำจังหวัด ไม่จำกัดจำนวน ไม่จำกัดเพศ - วัย- วุฒิการศึกษา – งานฟรีแลนด์ ไม่ผูกมัด มีประสบการณ์ยิ่งดี    ควรมียานพาหนะเป็นของตนเองงานจะคล่อง ต้องการตัวแทนจำหน่ายทุกจังหวัด   มีออร์เดอร์ลูกค้าเก่า เป็นลูกค้าเงินสด จังหวัดละ 5,000 – 7,000 กระสอบ กว่า 4 ปี ที่เราทำตลาดขายตรงกับเกษตรกร ยอดจำหน่ายปีละ หลายหมื่นตัน ทำให้สินค้าของเรามีชื่อเสียงอย่างมากกับเกษตรกรโดยตรง แต่เรา ยังไม่วางหน้าร้านเลย ปี 2551 นี้เราต้องการหาเอเย่น ประจำจังหวัดเพื่อกระจายสินค้า..............โอกาสดีเพียงท่านรีบโทรหาเรา หจก.เฟอร์ทิไลซ์ปุ๋ยไทย เจ้าของและเป็นผู้จัดจำหน่าย ปุ๋ยอินทรีย์ เกรด A พิเศษ มาตรฐาน Q ปุ๋ยยางพารา ปุ๋ยเคมี ต้องการตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศ ดำเนินการผลิตและจำหน่ายมา 4 ปี ลูกค้าตอบรับทั่วประเทศ รับสินค้าโดยตรงจากโรงงาน ราคาหน้าโรงงาน เพราะเรามีโรงงานผลิตสินค้าเอง โอกาสดีที่สุด ต้องการข้อมูลเพิ่มเติม ติอต่อ สายด่วน 085-0005379 , 043-343731 คุณปุ๊ก ผจก.ฝ่ายการตลาด หจก. เฟอร์ทิไลซ์ปุ๋ยไทย 433/151 ม.2 ต.ศิลา อ.เมือง จ.ขอนแก่น 40000  สนใจติดต่อคุณ : ปุ๊กกี้ e-mail : thaifertilize@yahoo.com  หรือดูรายละเอียดที่เว็ปไซต์  http://www.geocities.com/thaifertilize 
อ่าน:476 | ความคิดเห็น:0 | แสดงความคิดเห็น
ก.เกษตรฯ  เร่งขับเคลื่อนโรงงานผลิตปุ๋ยอินทรีย์-ชีวภาพชุมชน  หวังแก้ปัญหาปุ๋ยแพง
202.91.18.206: 2553/02/20 10:47:38
ก.เกษตรฯ  เร่งขับเคลื่อนโรงงานผลิตปุ๋ยอินทรีย์-ชีวภาพชุมชน  หวังแก้ปัญหาปุ๋ยแพง
ก.เกษตรฯ  เร่งขับเคลื่อนโรงงานผลิตปุ๋ยอินทรีย์-ชีวภาพชุมชน  หวังแก้ปัญหาปุ๋ยแพง  ตั้งเป้าปี 51 ผลิตปุ๋ยหมักอินทรีย์ได้กว่า 5  หมื่นตัน พร้อมเตรียมเพิ่มศักยภาพการผลิตเพื่อรองรับความต้องการของเกษตรกรในชุมชน

                  นายสมพัฒน์  แก้วพิจิตร  รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์  เปิดเผยภายหลังเป็นประธานเปิดการประชุมเชิงปฏิบัติการ “ขับเคลื่อนการดำเนินงานโรงงานผลิตปุ๋ยอินทรีย์-ชีวภาพ   ชุมชน”  ว่า  จากปัญหาปุ๋ยเคมีราคาแพง ส่งผลให้เกษตรกรได้รับความเดือดร้อนเป็น             อย่างมาก    กระทรวงเกษตรและสหกรณ์  โดยกรมพัฒนาที่ดิน  ได้ตระหนักและให้ความสำคัญต่อการช่วยเหลือเกษตรกรที่ประสบปัญหาจากการที่ปุ๋ยเคมีมีราคาแพงขึ้น     โดยได้ดำเนินการส่งเสริม   สนับสนุนให้เกษตรกรปรับเปลี่ยนระบบการผลิตภาคการเกษตรเคมีเป็นระบบเกษตรที่ลดการพึ่งพาปุ๋ยเคมีและสารเคมีทางการเกษตร   รวมทั้งสร้างเครือข่ายขยายผลให้เกษตรกรเข้าใจและเห็นความสำคัญในการผลิตและใช้              ปุ๋ยอินทรีย์  เพื่อลดปริมาณการใช้ปุ๋ยเคมี    ฟื้นฟูปรับปรุงทรัพยากรดินให้มีความอุดมสมบูรณ์    และสามารถใช้ประโยชน์ได้อย่างยั่งยืน     นอกจากนี้  กรมพัฒนาที่ดินยังได้ดำเนินโครงการโรงงานผลิตปุ๋ยอินทรีย์-ชีวภาพ  ชุมชน  ซึ่งได้รับงบประมาณจากงบบูรณาการจังหวัด (CEO) อย่างต่อเนื่อง  โดยมีเป้าหมายจัดสร้างโรงงานผลิตปุ๋ยอินทรีย์-ชีวภาพ ชุมชน   จำนวน   362   โรง  ในพื้นที่  45  จังหวัด   โดยกรมพัฒนาที่ดินจะทำหน้าที่ให้คำปรึกษาแนะนำทางด้านวิชาการการผลิตปุ๋ยอินทรีย์      และให้การสนับสนุนช่วยเหลือกลุ่มเกษตรกรผู้บริหารโรงงานผลิตปุ๋ยอินทรีย์      รวมทั้งบูรณาการ   ประสานการดำเนินงานร่วมกับหน่วยงานส่วนท้องถิ่นและกลุ่มเกษตรกรผู้บริหารโรงงานผลิตปุ๋ยอินทรีย์     ในการขับเคลื่อนการดำเนินงานโรงงานผลิตปุ๋ยอินทรีย์-ชีวภาพ ชุมชน  ให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและเห็นผลเป็นรูปธรรมอย่างชัดเจน     

                                นายสมพัฒน์  กล่าวต่อไปว่า  ผลการดำเนินงานในปัจจุบันมีโรงงานผลิตปุ๋ยอินทรีย์ที่ดำเนินการผลิตแล้ว จำนวน   323  โรง   คิดเป็น 90%  สำหรับแผนการผลิตในปี  2551  ตั้งเป้าที่จะผลิตปุ๋ยหมักให้ได้ประมาณ  51,000  ตัน   และปุ๋ยอินทรีย์น้ำ   ประมาณ   1.5  ล้านลิตร   ทั้งนี้ โรงงานส่วนใหญ่ยังไม่สามารถดำเนินการผลิตปุ๋ยอินทรีย์ได้เต็มตามศักยภาพของกำลังการผลิต       เนื่องจากปัจจัยหลายประการ   เช่น    ปัญหาการขาดวัตถุดิบในการผลิตปุ๋ยอินทรีย์    กลุ่มเกษตรกรขาดความรู้ด้านวิธีการผลิต    การบริหารจัดการโรงงานและขาดความรู้ในด้านการหาตลาด  เป็นต้น  สำหรับโรงงานผลิตปุ๋ยอินทรีย์ที่ยังไม่เริ่มดำเนินการผลิต   มีจำนวน   39   โรง   คิดเป็น10 %   ซึ่งมีสาเหตุสำคัญ    คือ  ไม่มีไฟฟ้าขนาด  3 เฟส     ขาดเงินทุนหมุนเวียน     กลุ่มเกษตรกรขาดความรู้ในการผลิตปุ๋ยอินทรีย์  เป็นต้น    ทั้งนี้ได้มีการแต่งตั้งคณะทำงานเพื่อเข้าไปดำเนินการแก้ไขปัญหาดังกล่าวแล้ว  เพื่อให้การขับเคลื่อนการดำเนินงานโรงงานผลิตปุ๋ยอินทรีย์เป็นไปอย่างต่อเนื่อง   และคาดว่าการประชุมเชิงปฏิบัติการฯ ที่จัดขึ้นในครั้งนี้  จะช่วยสร้าง              ความเข้าใจในการปฏิบัติงานให้กับเจ้าหน้าที่ซึ่งที่ได้รับมอบหมายให้ดำเนินการขับเคลื่อนโรงงานผลิตปุ๋ยอินทรีย์-ชีวภาพ  ชุมชน     เพื่อให้เจ้าหน้าที่มีความรู้ความเข้าใจด้านนโยบายการดำเนินงานอย่างถูกต้องและเป็นไปในทิศทางเดียวกัน    สามารถขับเคลื่อนการดำเนินงานของโรงงานผลิตปุ๋ยอินทรีย์-ชีวภาพ ชุมชนทุกโรง  และทำให้แต่ละโรงปุ๋ยสามารถขยายเป้าหมายการผลิตให้ได้มากที่สุดเพื่อรองรับความต้องการของเกษตรกรในชุมชน

 
 
    
  วันที่ : 24/April/2008  

from: moac.go.th
อ่าน:597 | ความคิดเห็น:2 | แสดงความคิดเห็น
รมช.ธีระชัย สั่งลุย หยุดผู้ค้าผู้ผลิตปุ๋ยปลอมหลังพบมีการจำหน่ายปุ๋ยปลอมในท้องตลาดจำนวนมาก  
203.152.57.5: 2553/02/20 10:47:38
รมช.ธีระชัย สั่งลุย หยุดผู้ค้าผู้ผลิตปุ๋ยปลอมหลังพบมีการจำหน่ายปุ๋ยปลอมในท้องตลาดจำนวนมาก  
“รมช.ธีระชัย” สั่งลุยตั้งคณะทำงานระดับจังหวัด ระดมสารวัตรเกษตร อาสาสมัครทุกหน่วยงานในสังกัด ประสานกระทรวงมหาดไทยและกระทรวงอุตสาหกรรม หยุดผู้ค้าผู้ผลิตปุ๋ยปลอมหลังพบมีการจำหน่ายปุ๋ยปลอมในท้องตลาดจำนวนมาก  
    
  นายธีระชัย  แสนแก้ว  รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์  เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการเฉพาะกิจติดตามและตรวจสอบปุ๋ยปลอมว่า  จากกรณีที่มีปุ๋ยปลอมระบาดในท้องตลาด กระทรวงเกษตรฯได้ตั้งคณะกรรมการเฉพาะกิจขึ้น 1 ชุด เพื่อติดตามและแก้ไขปัญหาปุ๋ยปลอมและสารเคมีปลอมระบาด โดยคณะกรรมการประกอบด้วยผู้เชี่ยวชาญทางด้านกฎหมายและวิชาการ เพื่อให้การทำงานเป็นไปอย่างรวดเร็วและรัดกุมที่สุด นอกจากนี้ได้ตั้งคณะทำงานระดับจังหวัด โดยมีผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นประธาน  คณะทำงานประกอบด้วยผู้แทนจากกระทรวงมหาดไทย อัยการจังหวัด  ตลอดจนเจ้าหน้าและอาสาสมัครในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เพื่อร่วมกันดูแล ติดตามและตรวจตราร้านค้าหรือผู้ผลิตปุ๋ยเคมีในพื้นที่ พร้อมทั้งให้คำแนะนำเกษตรกร  โดยจะจัดให้มีการประชุมผู้นำเกษตรกร ผู้นำชุมชน และฝึกอบรมเกษตรกรในทุกจังหวัด เพื่อชี้แจง ทำความเข้าใจ รวมถึงให้ความรู้เกี่ยวกับปุ๋ยกับเกษตรกร

                “ปัญหาที่พบในขณะนี้ คือ การบังคับใช้กฎหมายของกรมวิชาการเกษตร อาทิ พ.ร.บ.ปุ๋ย       พ.ศ. 2518 และพ.ร.บ.ปุ๋ย ฉบับแก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ.2550 ซึ่งยังไม่เข็มแข็ง ทำให้การดำเนินคดีกับผู้ค้า และ ผู้ผลิตปุ๋ยปลอมไม่มีความคืบหน้าเท่าที่ควร แนวทางการแก้ไขได้หารือกับกระทรวงอุตสาหกรรม      เพื่อจะได้นำกฎหมายของกระทรวงอุตสาหกรรมมาใช้ดำเนินการปราบปรามผู้กระทำผิดด้วย เพราะโรงงานผลิตปุ๋ยจะมีการใช้วัสดุ อุปกรณ์และเครื่องจักรกลต่างๆ ซึ่งอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของกระทรวงอุตสาหกรรม อย่างไรก็ดี ได้กำชับให้กรมวิชาการเกษตรเพิ่มความเข็มงวด กวดขันและบังคับใช้กฎหมายกับผู้กระทำผิดให้มากขึ้น และได้สั่งการให้หน่วยงานในระดับพื้นที่ อาทิ กรมส่งเสริมการเกาตร กรมพัฒนาที่ดิน และกรมปศุสัตว์ ให้มีการสนธิกำลังของสารวัตรเกษตร อาสาสมัคร พนังงานการเกษตรในระดับพื้นที่  เพื่อเป็นหูเป็นตาร่วมกันป้องปรามการกระทำผิดของผู้ผลิตปุ๋ยปลอมและไม่ได้มาตรฐาน เพื่อไม่ให้มีการนำปุ๋ยดังกล่าวมาจำหน่ายในท้องตลาดได้” นายธีระชัย  กล่าว
 
    
  วันที่ : 18/April/2008  
from moac.go.th
อ่าน:387 | ความคิดเห็น:0 | แสดงความคิดเห็น
คาดปีนี้ผลไม้ภาคตะวันออกราคาดี ผู้ประกอบการส่งออกทุเรียน มังคุดเมืองจันทบุรี แห่จองออร์เดอร์ เกรด AA
202.91.18.206: 2553/02/20 10:47:38
คาดปีนี้ผลไม้ภาคตะวันออกราคาดี ผู้ประกอบการส่งออกทุเรียน มังคุดเมืองจันทบุรี แห่จองออร์เดอร์ เกรด AA
คาดปีนี้ผลไม้ภาคตะวันออกราคาดี ผู้ประกอบการส่งออกทุเรียน มังคุดเมืองจันทบุรี แห่จองออร์เดอร์ เกรด AA หวั่นไม่พอส่งออก กระทรวงเกษตรฯเตือนเกษตรกรระวังปุ๋ยและยาเคมีปลอมระบาดช่วงบำรุงไม้ผล  
    
  คาดปีนี้ผลไม้ภาคตะวันออกราคาดี  ผู้ประกอบการส่งออกทุเรียน มังคุดเมืองจันทบุรี แห่จองออร์เดอร์ เกรด AA หวั่นไม่พอส่งออก  กระทรวงเกษตรฯเตือนเกษตรกรระวังปุ๋ยและยาเคมีปลอมระบาดช่วงบำรุงไม้ผล

 

นายธีระชัย แสนแก้ว รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า ในปีนี้คาดว่าสถานการณ์ผลไม้ของจังหวัดจันทบุรี เช่น ทุเรียน มังคุด และเงาะ จะไม่มีปัญหาด้านราคาและผลผลิตล้นตลาด   อีกทั้งผลผลิตส่วนใหญ่มีคุณภาพดี  โดยทุเรียนจะมีผลผลิตประมาณ 1.8 แสนตัน มังคุดประมาณ 7 หมื่นตัน และเงาะประมาณ 2 แสนตัน อย่างไรก็ตาม ในส่วนของเงาะแม้ว่าในปีนี้ผลผลิตจะลดลงกว่าปีที่ผ่านมาประมาณ 3%  แต่เนื่องจากผลผลิตจะออกสู่ตลาดพร้อมกันในช่วงระยะเวลาสั้นๆ  ระหว่างวันที่ 10 - 25 พฤษภาคม จึงจำเป็นจะต้องเร่งระบายผลผลิตให้เร็วที่สุด  ได้สั่งการให้กรมส่งเสริมสหกรณ์ประสานการทำงานร่วมกันทางจังหวัด โดยมีผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นแกนหลัก ดำเนินการกระจายผลผลิตเงาะผ่านเครือข่ายของสหกรณ์อำเภอขลุงไปยังภาคเหนือ กลาง อีสานและใต้ โดยใช้เงินกองทุนสหกรณ์เป็นทุนหมุนเวียนและบริหารจัดการผลผลิต   ขณะนี้ราคาจำหน่ายเงาะที่สหกรณ์อำเภอขลุง อยู่ที่กิโลกรัมละ 35 บาท โดยทางสหกรณ์ได้ทำสัญญาซื้อขายกับ ห้างโมเดลเทรดรับซื้อในราคากิโลกรัมละ 35 บาท

ในส่วนของทุเรียนเริ่มต้นฤดูกาล  ชะนีและกระดุมราคาอยู่ที่กิโลกรัมละ 25 บาท ส่วนหมอนทองจะเริ่มเข้าสู่ตลาดประมาณเดือนพฤษภาคม โดยปีนี้ผลผลิตทั้งทุเรียนและมังคุดมีคุณภาพดี ผลผลิตส่วนใหญ่อยู่ในเกรด AA ทำให้ในขณะนี้ราคามังคุดส่งออกช่วงต้นฤดูราคาสูงถึงกิโลกรัมละ 105 บาท ซึ่งผู้นำเข้าจากประเทศจีนได้     เข้ามาตั้งโรงคัดเกรดรับซื้อผลผลิตในพื้นที่ อย่างไรก็ดี ผู้ประกอบการส่งออกยังมีความกังวลว่าผลผลิตอาจไม่เพียงพอในการส่งออก

นายธีระชัย กล่าวเพิ่มเติมว่า เนื่องจากปีนี้ผลไม้มีราคาดี เกษตรกรจะใช้ปุ๋ยและยากำจัดศัตรูพืชจำนวนมาก ซึ่งเป็นโอกาสที่ร้านค้าจะฉวยโอกาสนำปุ๋ยปลอม และยาเคมีที่ไม่ได้คุณภาพมาจำหน่าย     ขณะนี้ได้รับรายงานมีการระบาดของปุ๋ยและยาปลอมเป็นจำนวนมากในจังหวัดจันทบุรี ได้สั่งการให้กรมวิชาการเกษตรเร่งส่งเจ้าหน้าที่เข้ามาดำเนินการตรวจสอบปุ๋ย และยาเคมีที่จำหน่ายในพื้นที่จังหวัดจันทบุรีและจังหวัดใกล้เคียงแล้ว

 “กระทรวงเกษตรฯ มีนโยบายที่จะเร่งให้มีการปราบปรามผู้กระทำผิดตาม พ.ร.บ ปุ๋ย พ.ศ.2518 และ  2550 ภายใต้การควบคุมของกรมวิชาการเกษตรอย่างจริงจัง ได้กำชับให้กรมวิชาการเกษตรจัดส่งเจ้าหน้าที่เข้ามาดำเนินการตรวจสอบปู๋ยและยาเคมีที่จำหน่ายในพื้นที่จังหวัดจันทบุรี และจังหวัดใกล้เคียงโดยเร็ว เพราะตั้งแต่เดือนมีนาคมนี้  สถาบันการเงินหลายแห่งจะเริ่มปล่อยสินเชื่อให้กับเกษตรกร เพื่อเป็นทุนหมุนเวียนในการปรับปรุงบำรุงดิน และซื้อปัจจัยการเกษตรต่างๆ หากราคาผลไม้ในฤดูกาลนี้มีราคาดี เกษตรกรคาดว่าจะมีรายได้จากการจำหน่ายผลไม้มาก ก็จะนำเงินไปลงทุนในพื้นที่ของตน เมื่อเกษตรกรได้ปุ๋ยที่ไม่มีคุณภาพ ยาหรือปุ๋ยเคมีปลอมก็จะส่งผลต่อผลผลิตในฤดูกาลต่อไป ทำให้ได้ผลผลิตลดลงหรือผลผลิตด้อยคุณภาพตกเกรดได้ ราคาการจำหน่ายลดลงตามไปด้วย  ช่วงนี้เป็นช่วงที่เกษตรกรจะใช้ปุ๋ยและยามากเพื่อบำรุงต้นไม้ เนื่องจากเห็นว่าราคาผลไม้ดี และคาดหวังว่าในปีต่อไปผลไม้จะมีราคาดีเช่นเดียวกับปีนี้ ดังนั้น ในช่วงนี้จึงจำเป็นที่เจ้าหน้าที่จะต้อง   เร่งลงพื้นที่และเพิ่มการกวดขันในการตรวจสอบปุ๋ยและยาเคมีให้มากขึ้น และอยากขอความร่วมมือหากมีผู้ใด       พบเห็นหรือมีข้อมูลร้านค้าใดจำหน่ายปุ๋ยหรือยาเคมีปลอมให้แจ้งเจ้าหน้าที่การเกษตรในจังหวัด เพื่อจะได้เข้าไปตรวจสอบและดำเนินคดีกับร้านค้าดังกล่าวต่อไป” นายธีระชัย กล่าว
 
    
  วันที่ : 16/April/2008  
from: moac.go.th
อ่าน:596 | ความคิดเห็น:6 | แสดงความคิดเห็น
ไทย-อินโดฯ เจรจาสถานการณ์ซื้อขายปุ๋ย พร้อมพัฒนาความร่วมมือด้านการประมงระหว่างสองประเทศ
125.24.215.59: 2553/02/20 10:47:38
ไทย-อินโดฯ เจรจาสถานการณ์ซื้อขายปุ๋ย พร้อมพัฒนาความร่วมมือด้านการประมงระหว่างสองประเทศ
ไทย-อินโดฯ เจรจาสถานการณ์ซื้อขายปุ๋ย พร้อมพัฒนาความร่วมมือด้านการประมงระหว่างสองประเทศ  
    
  นายสมศักดิ์ ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยภายหลังหารือร่วมกับ ฯพณฯ อิบราฮิม ยูซูป เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐอินโดนีเซียประจำประเทศไทยว่า ประเด็นสำคัญในการหารือครั้งนี้ คือ การเจรจาขอซื้อปุ๋ยจากอินโดนีเซีย เนื่องจากประเทศไทยประสบปัญหาราคาปุ๋ยแพง และภาวการณ์ขาดแคลนปุ๋ยในนาข้าว ซึ่งราคาปุ๋ยจากอินโดนีเซียในขณะนี้อยู่ที่หนึ่งหมื่นบาทเศษ/ตัน โดยทางอินโดนีเซียจะเร่งพิจารณาเรื่องดังกล่าวว่าหากมีการจำหน่ายให้กับไทยจริง จะมีเงื่อนไขทางด้านราคาหรือปริมาณเท่าใด อย่างไร และจะเร่งแจ้งท่าทีมายังไทยประมาณวันที่ 17 เมษายน นี้ นอกจากนี้ ยังได้เจรจาเกี่ยวกับความร่วมมือด้านประมงของไทยและอินโดนีเซีย เนื่องจากทั้งสองประเทศมีความสัมพันธ์อันดีต่อกันด้านการทำประมง โดยฝ่ายไทยได้ขอให้อินโดนีเซียแจ้งรายละเอียดและกฎข้อบังคับอันใหม่ของกระทรวงกิจการทะเลและประมงซึ่งได้ประกาศใช้ไปเมื่อต้นปี พ.ศ. 2551 เพื่อให้ฝ่ายไทยสามารถปฏิบัติได้อย่างถูกต้องตามกฎระเบียบ สำหรับการจัดทำบันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือด้านการประมงระหว่างไทยและอินโดนีเซียนั้น ขณะนี้อยู่ระหว่างการเจรจา ซึ่งคาดว่าจะสามารถหาข้อสรุปได้โดยเร็ว และจะสามารถพัฒนาความร่วมมือด้านการประมงระหว่างทั้งสองประเทศให้มีความแนบแน่นและยั่งยืนได้ต่อไปในอนาคต รวมถึงได้หารือถึงสินค้าส่งออกที่สำคัญของไทยไปยังประเทศอินโดนีเซีย ได้แก่ น้ำตาล ข้าว สัตว์น้ำสด แช่เย็น แช่แข็ง แปรรูป และกึ่งสำเร็จรูป ตลอดจนสินค้าเกษตรและอาหารประเภทอื่นๆ ที่อาจมีลู่ทางการส่งออกเพิ่มเติมในภาพรวมมากยิ่งขึ้น จากเดิมที่มีมูลค่า คิดเป็น 164,227.80 ล้านบาท ตลอดจนแสวงหาความร่วมมือในรูปแบบการแลกเปลี่ยนสินค้าเกษตรและอาหารระหว่างสองประเทศต่อไป  
    
  วันที่ : 11/April/2008  
From: moac.go.th
อ่าน:345 | ความคิดเห็น:0 | แสดงความคิดเห็น
สำหรับผู้สนใจ  ต้องการหาตัวแทน จำหน่ายเมล็ดพันธุ์พืชในเวียตนาม 
58.9.93.196: 2553/02/20 10:47:38
สำหรับผู้สนใจ  ต้องการหาตัวแทน จำหน่ายเมล็ดพันธุ์พืชในเวียตนาม 
สำหรับผู้สนใจ ต้องการหาตัวแทน จำหน่ายเมล็ดพันธุ์พืชในเวียตนาม 

ติดต่อดูรายละเอียดได้จากเวป

www.grand-biz.com

อ่าน:308 | ความคิดเห็น:0 | แสดงความคิดเห็น
2551ปีทองมันสำปะหลังไทย ผลผลิต27ล้านตันดันราคาพุ่ง
202.91.18.204: 2563/06/16 22:37:26
2551ปีทองมันสำปะหลังไทย ผลผลิต27ล้านตันดันราคาพุ่ง
2551ปีทองมันสำปะหลังไทย ผลผลิต27ล้านตันดันราคาพุ่ง

คณะสำรวจผลผลิตมัน 4 สมาคมคาดการณ์ตัวเลขผลผลิตปี 2550/51 ไว้ที่ 27.619 ล้านตันหัวมันสด หรือเพิ่มขึ้นจากปีที่ผ่านมาประมาณ 1 ล้านตัน ราคาอยู่ในเกณฑ์สูงต่อเนื่อง จากความต้องการใช้มันในปีหน้าไม่ต่ำกว่า 30 ล้านตัน ส่งผลหัวมันสดไม่ต่ำกว่า 1.50 บาท มันเส้นราคาน่าจะวิ่งขึ้นไปถึง 4 บาท
ผู้สื่อข่าว "ประชาชาติธุรกิจ" รายงานผลการสำรวจภาวะการผลิตการค้ามันสำปะหลังประจำปี 2550/2551 ของคณะสำรวจภาวะการผลิตและการค้ามันสำปะหลัง ซึ่งประกอบไปด้วย สมาคมการค้ามันสำปะหลังไทย-สมาคมโรงงานผลิตภัณฑ์มันสำปะหลังไทย-สมาคมโรงงานผู้ผลิตมัน สำปะหลังภาคตะวันออกเฉียงเหนือ-สมาคมแป้งมันสำปะหลังไทย และมูลนิธิสถาบันพัฒนามัน สำปะหลังแห่งประเทศไทย โดยออกสำรวจในแหล่งปลูกมันสำปะหลัง 36 จังหวัด ทั้งภาคเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ในระหว่างเดือนสิงหาคม-กันยายนที่ผ่านมา
ผลปรากฏ หากดินฟ้าอากาศเอื้ออำนวยต่อการเจริญเติบโตของหัวมันสำปะหลัง คาดการณ์ว่า จะมีพื้นที่เก็บเกี่ยวรวมทั้งสิ้น 7.302 ล้านไร่ หรือเพิ่มขึ้นจากปีก่อน (2549/2550) ที่มีพื้นที่เก็บเกี่ยว 7.201 ล้านไร่ ผลผลิตต่อไร่เฉลี่ย 3.782 ตัน จะได้ผลผลิตมันสำปะหลังปีนี้เท่ากับ 27.619 ล้านตัน หรือเพิ่มขึ้นจากปีก่อนที่มีผลผลิต 26.411 ล้านตัน
โดยจังหวัดที่มีผลผลิตหัวมันสดเกินกว่า 500,000 ตันขึ้นไป ได้แก่ กำแพงเพชร 1,629,320 ตัน, พิษณุโลก 637,256 ตัน, นครสวรรค์ 902,429 ตัน, อุทัยธานี 751,253 ตัน, อุดรธานี 644,540 ตัน, บุรีรัมย์ 731,038 ตัน, กาฬสินธุ์ 1,009,056 ตัน, ขอนแก่น 760,989 ตัน, ชัยภูมิ 1,329,967 ตัน, นครราชสีมา 7,263,167 ตัน, ฉะเชิงเทรา 1,120,464 ตัน, สระแก้ว 1,347,320 ตัน, จันทบุรี 1,016,756 ตัน, ชลบุรี 1,285,836 ตัน และกาญจนบุรี 1,141,089 ตัน
แหล่งข่าวในวงการค้ามันสำปะหลัง ให้ความเห็นกับ "ประชาชาติธุรกิจ" ถึงผลผลิตหัวมันสดที่ปริมาณ 27.619 ล้านตันว่า ผลผลิตที่ออกมายัง "ต่ำกว่า" ความต้องการที่คาดว่า จะมีไม่ต่ำกว่า 30 ล้านตัน ส่งผลให้ราคาหัวมันสดในปีหน้าอยู่ในเกณฑ์สูงต่อเนื่องจากปีนี้ โดยคาดการณ์ว่า สหภาพยุโรป จะมีความต้องการมันเม็ดไม่ต่ำกว่า 2 ล้านตัน, จีน ต้องการมันเส้นไม่ต่ำกว่า 4 ล้านตัน และโรงงานอาหารสัตว์ภายในประเทศจะใช้มันอยู่ระหว่าง 1.2-1.5 ล้านตัน ส่งผลให้มีความต้องการใช้มันเส้น-มันเม็ดไปแล้วถึง 7 ล้านตัน หรือ 15 ล้านตันหัวมันสด
ในขณะที่อุตสาหกรรมแป้งมันสำปะหลัง มีความต้องการใช้มันไม่ต่ำกว่า 15 ล้านตัน เนื่องจากราคาแป้งอยู่ในเกณฑ์ที่ดีมากมาตลอด ทั้งหมดนี้ทำให้วงการค้ามันสำปะหลังคาดการณ์ว่า ราคามันในช่วงที่ผลผลิตออกสู่ตลาดมากในระหว่างเดือนมกราคม-มีนาคม 2551 ไม่น่าจะต่ำกว่า 1.50 บาท ขณะที่ราคามันปัจจุบันอยู่ระหว่าง 1.90-2 บาท ส่วนมันเส้นราคาน่าจะอยู่ที่ไม่ต่ำกว่า 4 บาท

from: http://agro.psu.ac.th/index.php?option=com_content&task=view&id=1251&Itemid=113
อ่าน:386 | ความคิดเห็น:0 | แสดงความคิดเห็น
เกษตรฯ ลุยนำเข้าปุ๋ยนำร่อง 2 หมื่นตัน หลัง ครม.ไฟเขียว หวังช่วยกดราคาปุ๋ยลง
202.91.18.204: 2553/02/20 10:47:38
เกษตรฯ ลุยนำเข้าปุ๋ยนำร่อง 2 หมื่นตัน หลัง ครม.ไฟเขียว หวังช่วยกดราคาปุ๋ยลง
เกษตรฯ ลุยนำเข้าปุ๋ยนำร่อง 2 หมื่นตัน หลัง ครม.ไฟเขียว หวังช่วยกดราคาปุ๋ยลง  
    
  นายสมศักดิ์  ปริศนานันทกุล  รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์  เปิดเผยว่า  ที่ประชุม ครม.มีมติเห็นชอบให้กระทรวงเกษตรฯ  นำเข้าปุ๋ยจากต่างประเทศพร้อมอนุมัติงบประมาณรอบแรก 300 ล้านบาท  เพื่อใช้จัดซื้อปุ๋ย 20,000 ตัน  และเป็นการตรวจสอบราคาที่แท้จริงในตลาด  เพื่อใช้พิจารณาจัดซื้อปุ๋ยรอบต่อไป  ซึ่งกระทรวงเกษตรฯ จะสรุปความต้องการปุ๋ยของเกษตรกรแต่ละสูตร เพื่อจัดซื้อเป็นไปตามความต้องการของเกษตรกรโดยเร็วที่สุด

                สำหรับงบประมาณ 300 ล้านบาทที่ ครม.อนุมัติ จาก 10%  ของวงเงินที่ขอ  เพื่อแก้ปัญหาเฉพาะหน้าและทดลองตลาดก่อนนั้น  โดยสำนักงบประมาณจะพิจารณาแหล่งเงินทุน ว่าจะใช้เงินกู้รัฐบาลหรือเงินจากคณะกรรมการนโยบายและมาตรการช่วยเหลือเกษตรกร  (คชก.)  ซึ่งคาดว่าจะมีความชัดเจนภายในสิ้นเดือนเมษายนนี้  ขณะเดียวกัน กระทรวงเกษตรฯ ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ที่รับผิดชอบเร่งประสานไปยังประเทศผู้ผลิตปุ๋ย  เพื่อขอข้อมูลจำนวนและราคาปุ๋ย  มาพิจารณาสั่งซื้อ  ให้สอดคล้องกับข้อมูลความต้องการปุ๋ยแต่ละสูตรเพื่อเร่งจัดซื้อให้เร็วที่สุด  โดยมอบหมายให้กรมส่งเสริมการเกษตรดูแลเรื่องการจำหน่ายปุ๋ยราคาถูกกว่าท้องตลาด ซึ่งจะสามารถสร้างการแข่งขันกดดันราคาในท้องตลาดให้ลดลงได้ในที่สุด  

                “ก่อนหน้านี้  กระทรวงเกษตรฯ  และกระทรวงพาณิชย์ได้เรียกผู้จำหน่ายปุ๋ยในประเทศมาเจรจา  โดยผู้ประกอบการตกลงจะปรับลดราคาลง  200 – 1,000  บาทต่อตัน  แต่ยังไม่เป็นที่น่าพอใจเพราะปุ๋ยที่เกษตรกรต้องการได้ลดเพียง  200  บาทต่อตัน  ส่วนปุ๋ยที่จะลดราคา  1  พันบาทต่อตันนั้น  เป็นปุ๋ยสูตรที่ประชาชนไม่จำเป็นต้องใช้  กระทรวงเกษตรฯ  จึงตัดสินใจนำเข้าปุ๋ยจากต่างประเทศเพื่อช่วยลดต้นทุนของเกษตรกร”  นายสมศักดิ์กล่าว

                นายสมศักดิ์  กล่าวว่า  ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ที่รับผิดชอบเร่งประสานไปยังประเทศผู้ผลิตปุ๋ย  เพื่อขอข้อมูลจำนวนและราคาปุ๋ย  มาพิจารณาสั่งซื้อต่อไป  ส่วนที่  ครม.  อนุมัติงบฯ  300  ล้านบาท  เป็นเพียงการทดลองนำร่องเพื่อหยั่งราคาของประเทศผู้ผลิตว่าจะขายสินค้าในราคาเท่าไร  และความต้องการของเกษตรกรมีจำนวนเท่าไร  รูปแบบจะเป็นอย่างไร  เพื่อที่จะได้นำไปใช้เป็นบรรทัดฐานในการสั่งซื้อปุ๋ยล็อตใหญ่ที่จะมีขึ้นในอนาคต
 
    
  วันที่ : 09/April/2008  
From: moac.go.th
อ่าน:336 | ความคิดเห็น:0 | แสดงความคิดเห็น
ก.เกษตรฯ เร่งขับเคลื่อน “ธนาคารปุ๋ยเคลื่อนที่” สู่วิสาหกิจชุมชนในเขตปฏิรูปที่ดินภาคใต้
202.91.18.205: 2563/06/24 10:18:56
ก.เกษตรฯ เร่งขับเคลื่อน “ธนาคารปุ๋ยเคลื่อนที่” สู่วิสาหกิจชุมชนในเขตปฏิรูปที่ดินภาคใต้
ก.เกษตรฯ เร่งขับเคลื่อน “ธนาคารปุ๋ยเคลื่อนที่” สู่วิสาหกิจชุมชนในเขตปฏิรูปที่ดินภาคใต้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ที่ดิน และพัฒนาศักยภาพของกลุ่มเกษตรกรให้มีความเข้มแข็งและพึ่งพาตนเองได้

นายสมพัฒน์ แก้วพิจิตร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยภายหลังเป็นประธานเปิดงานขับเคลื่อน “ธนาคารปุ๋ยเคลื่อนที่” สู่วิสาหกิจชุมชนปาล์มน้ำมันในเขตปฏิรูปที่ดินภาคใต้ ณ ด่านกักกันสัตว์ อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี ว่า จากการกำหนดนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาลที่จะให้มีการวางระบบการถือครองที่ดิน และกำหนดแนวเขตการใช้ที่ดินให้ทั่วถึงและเป็นธรรม โดยใช้ข้อมูลระบบภูมิสารสนเทศภายใต้กระบวนการที่ชุมชนมีส่วนร่วม เพื่อให้ประชาชนมีที่ดินทำกิน และประกอบอาชีพอย่างทั่วถึงพอเพียง ทำให้สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) ต้องเร่งดำเนินการปฏิรูปที่ดินเพื่อให้เกษตรกรมีที่ดินทำกินอย่างถูกต้องตามกฎหมาย ซึ่งการที่จะทำให้เกษตรกรที่ได้รับที่ดินสามารถพึ่งตนเองได้ มีอาชีพรายได้ที่มั่นคงและถาวรนั้น จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีการพัฒนาศักยภาพของเกษตรกรและที่ดิน ดังนั้น ส.ป.ก. จึงได้สร้างและพัฒนาเครือข่ายวิสาหกิจชุมชนโคเนื้อในเขตปฏิรูปที่ดิน ภายใต้ระบบการสร้างธนาคารปุ๋ยคอกเคลื่อนที่ขึ้น ในปี 2551 โดยมีหลักการที่สำคัญ คือ 1) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ที่ดินต่อหน่วย โดยใช้โคเนื้อเป็นตัวแปรสำคัญที่ทำให้เกิดปุ๋ยในที่ดิน ซึ่ง ส.ป.ก. ได้สนับสนุนเกษตรกรรวมกลุ่มจัดตั้งวิสาหกิจชุมชนโคเนื้อในเขตปฏิรูปที่ดินที่จัดตั้งวิสาหกิจชุมชนโคเนื้อแล้ว จำนวน 1,493 กลุ่ม สมาชิกทั้งสิ้น 19,227 ราย มีการเลี้ยงโคเนื้อจำนวน 58,946 ตัว จำนวนสินเชื้อ 643.132 ล้านบาท 2) เพิ่มศักยภาพของดิน เพื่อรองรับการผลิตพืชเศรษฐกิจและพืชพลังงานทดแทน เช่น ข้าวหอมมะลิ มันสำปะหลัง ปาล์มน้ำมัน อ้อย เป็นต้น โดยการสร้างเครือข่ายวิสาหกิจชุมชนโคเนื้อ ในเขตปฏิรูปที่ดินทั่วทุกภาคอันจะก่อให้เกิดธนาคารปุ๋ยคอกเคลื่อนที่ ซึ่งช่วยในการฟื้นฟูความอุดมสมบูรณ์ของดินได้ 3) สร้างโอกาสในการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ การจัดการระหว่างชุมชน การเข้าถึงหรือการทำการตลาดด้วยตนเองได้ 4) สนับสนุนและขยายโอกาสให้วิสาหกิจชุมชนโคเนื้อเข้าถึงแหล่งทุน

“การดำเนินโครงการและการจัดกิจกรรมในครั้งนี้จะเป็นประโยชน์ต่อเกษตรกรอย่างมาก ทำให้เกิดการรวมกลุ่มเพื่อการพึ่งพาตนเอง พัฒนาระบบเศรษฐกิจชุมชนให้มีความเข้มแข็ง มีพลัง และสามารถแข่งขันทางการค้าในอนาคต นอกจากนี้ยังถือเป็นการพบปะแลกเปลี่ยนความรู้การจัดการ และสร้างการตลาดระหว่างเครือข่ายวิสาหกิจชุมชนโคเนื้อภาคใต้ ซึ่งขาดแคลนโคที่จะนำมาดำเนินงานในโครงการกับเครือข่ายวิสาหกิจชุมชนโคเนื้อภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งมีศักยภาพในการสนับสนุนโคให้ภาคใต้ได้” นายสมพัฒน์ กล่าว

From: moac.go.th
อ่าน:434 | ความคิดเห็น:0 | แสดงความคิดเห็น
2156 เรื่อง หน้าละ 10 รายการ 215 หน้า, หน้าที่ 216 มี 6 รายการ
|-Page 211 of 216-| 1 | 2 | 3 | 4 | 5 | 6 | 7 | 8 | 9 | 10 | 11 | 12 | 13 | 14 | 15 | 16 | 17 | 18 | 19 | 20 | 21 | 22 | 23 | 24 | 25 | 26 | 27 | 28 | 29 | 30 | 31 | 32 | 33 | 34 | 35 | 36 | 37 | 38 | 39 | 40 | 41 | 42 | 43 | 44 | 45 | 46 | 47 | 48 | 49 | 50 | 51 | 52 | 53 | 54 | 55 | 56 | 57 | 58 | 59 | 60 | 61 | 62 | 63 | 64 | 65 | 66 | 67 | 68 | 69 | 70 | 71 | 72 | 73 | 74 | 75 | 76 | 77 | 78 | 79 | 80 | 81 | 82 | 83 | 84 | 85 | 86 | 87 | 88 | 89 | 90 | 91 | 92 | 93 | 94 | 95 | 96 | 97 | 98 | 99 | 100 | 101 | 102 | 103 | 104 | 105 | 106 | 107 | 108 | 109 | 110 | 111 | 112 | 113 | 114 | 115 | 116 | 117 | 118 | 119 | 120 | 121 | 122 | 123 | 124 | 125 | 126 | 127 | 128 | 129 | 130 | 131 | 132 | 133 | 134 | 135 | 136 | 137 | 138 | 139 | 140 | 141 | 142 | 143 | 144 | 145 | 146 | 147 | 148 | 149 | 150 | 151 | 152 | 153 | 154 | 155 | 156 | 157 | 158 | 159 | 160 | 161 | 162 | 163 | 164 | 165 | 166 | 167 | 168 | 169 | 170 | 171 | 172 | 173 | 174 | 175 | 176 | 177 | 178 | 179 | 180 | 181 | 182 | 183 | 184 | 185 | 186 | 187 | 188 | 189 | 190 | 191 | 192 | 193 | 194 | 195 | 196 | 197 | 198 | 199 | 200 | 201 | 202 | 203 | 204 | 205 | 206 | 207 | 208 | 209 | 210 | 211 | 212 | 213 | 214 | 215 | 216 |
ขายรถไถคูโบต้า L4202 DT lสี่สูบ  4x4 พร้อมผาน  4
Update: 2553/07/23 17:41:56 - Views: 3122 | Ans: 3
เที่ยวสวนออแกนิคฟรี...มังคุดออแกนิคจ.ตราด โลละ 25.-
Update: 2554/06/01 13:28:46 - Views: 1494 | Ans: 0
ก้อนเชื้่อเห็ดทุกชนิด นางฟ้า ภูฐาน หูหนู คุณภาพสูง 
Update: 2556/05/02 22:26:58 - Views: 1911 | Ans: 0
จำหน่ายอุปกรณ์ปศุสัตว์ราคาเหมาะสม คุณภาพดีเยี่ยม
Update: 2557/06/16 12:13:44 - Views: 2008 | Ans: 0
จำหน่ายอุปกรณ์ปศุสัตว์ราคาเหมาะสม คุณภาพดีเยี่ยม
หากคุณปลูกยาเส้น เราขอเสนอเครื่องทำบุหรี่ ที่สามารถเปลี่ยนยาเส้นให้กลายเป็นบุหรี่ ได้อย่างง่ายดาย พกพาสะดวก และประหยัดมากขึ้น
Update: 2555/03/13 11:20:28 - Views: 5470 | Ans: 0
หากคุณปลูกยาเส้น เราขอเสนอเครื่องทำบุหรี่ ที่สามารถเปลี่ยนยาเส้นให้กลายเป็นบุหรี่ ได้อย่างง่ายดาย พกพาสะดวก และประหยัดมากขึ้น
จำหน่ายแหนแดง สำหรับเลี้ยงสัตว์ ทำปุ๋ยอินทรีย์ ส่งไปรษณีย์ EMS 
Update: 2557/01/24 00:49:54 - Views: 3298 | Ans: 0
จำหน่ายแหนแดง สำหรับเลี้ยงสัตว์ ทำปุ๋ยอินทรีย์ ส่งไปรษณีย์ EMS 
ล้างสหกรณ์ขายปุ๋ยปลอม กรมส่งเสริมฯเข้มประกาศฟันไม่เลี้ยงหากพบผลิต-ขายให้สมาชิก
Update: 2554/08/12 11:28:21 - Views: 1844 | Ans: 4
เครื่องสีข้าวขนาดเล็ก ราคาถูก
Update: 2557/07/20 21:14:12 - Views: 3207 | Ans: 0
เครื่องสีข้าวขนาดเล็ก ราคาถูก
ขายเมล็ดGunja Seedsพันธุ์ดีTHเมล็ดสมบูรณ์ หลายรายการ 39 บาท!!!
Update: 2555/08/30 10:40:40 - Views: 3701 | Ans: 0
ขายเมล็ดGunja Seedsพันธุ์ดีTHเมล็ดสมบูรณ์ หลายรายการ 39 บาท!!!
จำหน่ายมูลไส้เดือนสำหรับฟื้นฟูดิน และ น้ำ ทั้งปลีก และ ส่ง บรรจุ 25 กก. , 1 กก.
Update: 2558/08/08 10:43:30 - Views: 1371 | Ans: 11
© FarmKaset.ORG