[sort by : last post | last update] wiki เกษตร ที่ใครๆก็โพสได้..
+ โพสเรื่องใหม่ | + เลือกหน้า | All contents

 
ติดตามสินค้าที่คุณสั่ง
คุณ ชัยวัฒน์ จือเปีย, จันทร์ 03 สิงหาคม 2563 11:39:32, เลขจัดส่ง SAMN000103236
คุณ จิราวรรณ หนองผือ, จันทร์ 03 สิงหาคม 2563 10:13:01, เลขจัดส่ง SAMN000103235
คุณ ศรฤดี แก้วสัง, จันทร์ 03 สิงหาคม 2563 10:11:00, เลขจัดส่ง SAMN000103238
คุณ อำนาจ ชื่นเอี่ยม, อาทิตย์ 02 สิงหาคม 2563 14:51:04, เลขจัดส่ง SAMN000103239
คุณ วิรัตน์ วิศพันธุ์ , อาทิตย์ 02 สิงหาคม 2563 14:28:49, เลขจัดส่ง SAMN000103244
คุณ ณันทวัน กิจไทสง, อาทิตย์ 02 สิงหาคม 2563 09:43:10, เลขจัดส่ง SAMN000103241
คุณ นพวรรณ พรประสิทธิ, อาทิตย์ 02 สิงหาคม 2563 09:40:19, เลขจัดส่ง SAMN000103240
คุณ เผชิญ แก้วกล้า, อาทิตย์ 02 สิงหาคม 2563 09:34:05, เลขจัดส่ง SAMN000103237
คุณ ปิยะพงษ์ ชมเวอ, เสาร์ 01 สิงหาคม 2563 20:04:18, เลขจัดส่ง SAMN000103243
คุณไตรภพ อมรสิงห์, เสาร์ 01 สิงหาคม 2563 15:48:52, เลขจัดส่ง SAMN000103242
ดูรายการจัดส่งทั้งหมด
อยากทราบราคาปุ๋ยหลายๆที่ เพื่อที่จะเอาไปเปรียบเทียบ เพื่อตัดสินใจซื้อ
125.24.8.20: 2553/02/20 10:47:38
อยากทราบราคาปุ๋ยหลายๆที่ เพื่อที่จะเอาไปเปรียบเทียบ เพื่อตัดสินใจซื้อครับ
อ่าน:1343 | ความคิดเห็น:6 | แสดงความคิดเห็น
ฟังกันมามากแล้ว ว่าประเทศไทยเป็นครัวของโลก แล้วทำไมชาวไทยยังจนกันอยู่อย่างนี้ล่ะครับ
125.24.8.20: 2553/02/20 10:47:38
เป็นเรื่องที่น่าแปลกใจ ที่กลุ่มประเทศผู้ค้าน้ำมันรวมตัวกันได้ และสามารถกำหนดราคาน้ำมัน ให้สูง หรือต่ำได้ตามใจชอบ ถึงแม้น้ำมันจะเป็นสิ่งจำเป็นก็จริง แต่เราไม่ได้กินน้ำมันเป็นอาหารนะครับ หลายคนอาจจะมาแย้งว่า ไม่มีน้ำมัน แล้วภาคขนส่ง โรงงานการผลิตจะขับเคลื่อนได้ยังไง ทำไม่เราไม่มองว่า หากประเทศเราไม่ผลิตของกิน แล้วใครมันจะทำงานได้ล่ะครับ จริงๆแล้วเรามีกันอยู่ไม่กี่ประเทศ ที่ส่งออกอาหารเป็นอันดับต้นๆของโลก ไหนจะพืชพลังงาน อย่าง มันสำปะหลัง ปาล์มน้ำมัน อ้อย และพืชเศรษฐกิจอย่างยางพารา ที่เป็นวัตถุดิบที่สำคัญ แต่เราก็ไม่สามารถรวมกลุ่มกันให้เข็มแข็งอย่างโอเปคได้ ไทย มาเลเซีย อินโดนีเซีย ก็ตัดราคายางพารากันเอง ต้องรอให้ไฟไหม้อินโดนีเซียก่อน ราคายางพาราในไทยถึงจะได้สูงขึ้นมา และยังมีข้าว ที่ส่งออกแข่งกับเวียดนาม

จริงๆหากเรารวมตัวกันได้กับกลุ่มประเทศเหล่านี้ เราน่าจะเป็นผู้กำหนดราคาสินค้าของเราได้ ไม่ใช่ให้ผู้อื่นมาเป็นคนกำหนด แต่ใครล่ะจะเป็นคนเริ่มต้น ฝากคนที่มีอำนาจหน้าที่ช่วยดูแลด้วยแล้วกัน
อ่าน:1907 | ความคิดเห็น:3 | แสดงความคิดเห็น
หญ้าดอกขาว 
222.123.160.103: 2553/02/20 10:47:38
ถ้าเกษตรกร เจอหญ้าดอกขาวที่เรียกว่าหญ้าดอกขาวดื้อยา 
เรียกว่าใช้สาร ฟีน๊อก ฉีดแล้วไม่ตาย 
มีสารตัวไหนที่พอจะใช้แทนได้หรือเป่า หรือว่า มีสารตัวไหนที่พอ จะผสมแล้วใช้ฆ่าได้บ้าง 
อ่าน:1257 | ความคิดเห็น:8 | แสดงความคิดเห็น
​เกษตรอินทรีย์ ทาง​เลือก​ใน​การ​แข่งขันสำหรับธุรกิจขนาดย่อม
125.24.86.67: ././. .:.:.
ข้อมูลจาก: http://www.newswit.com/news/2007-07-17/0807-c62885aeeed7aaa1a76601ff0d6ca2b1/

กระทรวง​เกษตร​และสหกรณ์ กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ​และสิ่ง​แวดล้อม สำนักงาน​ความร่วมมือทางวิชา​การของ​เยอรมัน ​หรือ GTZ มูลนิธิรักษ์ดินรักษ์น้ำมหาวิทยาลัย​แม่​โจ้ สำนักงานมาตรฐาน​เกษตรอินทรีย์ สมาคม​การค้า​เกษตรอินทรีย์​ไทย ​และสหกรณ์กรีน​เนท ​ได้ร่วมกันจัด​เวที​เสวนา​การ​เพิ่มประสิทธิภาพ​เชิง​เศรษฐนิ​เวศ ครั้งที่ 5 ขึ้น ​เมื่อ​เร็วๆ นี้ ​ในหัวข้อ “อุตสาหกรรม​เกษตรอินทรีย์​ไทย...ภูมิปัญญา​และนวัตกรรม” ​เพื่อ​เป็น​เวที​แลก​เปลี่ยน​ความรู้ ประสบ​การณ์ ​และข้อคิด​เห็นของบุคคลต่างๆ ที่มีบทบาทหน้าที่หลัก​ใน​การพัฒนาผลิตภัณฑ์​และ​การตลาดของ​เกษตรอินทรีย์ ​โดยมีประ​เด็นที่​ให้​ความสำคัญต่อ​การนำภูมิปัญญา​ไทยมาผสานกับ​เทค​โน​โล ยี กับกระบวน​การจัด​การ ก่อ​ให้​เกิดนวัตกรรม ​เพื่อ​การพัฒนา​การผลิต​และ​การค้าสินค้า​เกษตรอินทรีย์ของ​ไทยต่อ​ไป
​ในภาพ จากซ้าย
1. คุณสมชัย ​เพียรสถาพร
รองปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ​และสิ่ง​แวดล้อม
2. รศ.ดร.ชยาพร วัฒนศิริ

ประธานกรรม​การบริหารสาขาวิชาส่ง​เสริม​การ​เกษตร​และสหกรณ์ มหาวิทยาลัยสุ​โขทัยธรรมาธิราช
3. คุณสัณหจุฑา จิราธิวัฒน์
ประธาน มูลนิธิรักษ์ดินรักษ์น้ำ
4. ดร..มิชชา​เอล บันสฮัฟ
อุปทูต
สหพันธสาธารณรัฐ​เยอรมนี ประจำประ​เทศ​ไทย
5. ดร.รุ่ง​เรือง อิศรางกูร ณ อยุธยา
ฯพณฯ รัฐมนตรีช่วยว่า​การกระทรวง​เกษตร​และสหกรณ์
6. นายบัวร์คาร์ด ​เร้า​เชลบัค
​ผู้อำนวย​การกลุ่มงาน​เสริมสร้างประสิทธิภาพ​เชิง​เศรษฐนิ​เวศ, GTZ
7. นายปรา​โมทย์ ขลิบ​เงิน
รองอธิ​การบดีฝ่ายทรัพย์สิน​และกิจ​การพิ​เศษ มหาวิทยาลัย​แม่​โจ้
​เกษตรอินทรีย์ ทาง​เลือก​ใน​การ​แข่งขันสำหรับธุรกิจขนาดย่อม
อ่าน:3505 | ความคิดเห็น:0 | แสดงความคิดเห็น
ปลูกมันสำปะหลังอย่างไร จึงจะได้ผลผลิตสูงสุด
125.24.86.67: 2563/06/25 16:27:36
ราคา มันสำปะหลังสูงขึ้นเป็นประวัติการณ์อย่างไม่เคยมีมาก่อน จึงจูงใจให้เกษตรกรหันมาปลูกมันสำปะหลังกันมากขึ้น และเพื่อป้องกันมิให้มีการหักร้างถางป่าเพื่อเพิ่มพื้นที่การปลูกมัน สำปะหลัง ศูนย์วิจัยพืชไร่ระยอง จึงได้แนะนำ หลักในการเพิ่มผลผลิตมันสำปะหลัง ดังนี้

1. การปรับปรุงดินให้เหมาะสมต่อการผลิตมันสำปะหลัง หลักสำคัญก็คือการเพิ่มอินทรียวัตถุให้กับดินเป็นการสร้างให้ดินมีความ สามารถในการอุ้มน้ำได้ดีและการเพิ่มธาตุอาหารหลักให้กับดิน ได้แก่ การใช้ปุ๋ยอินทรีย์จากมูลสัตว์หรือเปลือกมันจากโรงงานแป้งหรือปุ๋ยพืชสดจาก ปอเทืองและถั่วพร้าปลูกแล้วไถกลบ ในกรณีที่ดินถูกใช้งานมาเป็นเวลานาน ทำให้เกิดชั้นดินดานใต้ดิน ทำให้ระบายน้ำลงใต้ดินได้ยากในฤดูฝน เกิดปัญหาหัวเน่าจากน้ำท่วมขัง ในช่วงฤดูแล้งมันสำปะหลังไม่สามารถใช้น้ำใต้ดินได้ ทำให้เกิดการชะงักการเจริญเติบโต ดังนั้น ควรไถระเบิดชั้นดินดาน หรือ ใช้หญ้าแฝกปลูกประมาณ 1-2 ปี เพราะหญ้าแฝกมีระบบรากลึกถึง 3 เมตร สามารถทำลายชั้นดินดานได้ อีกทั้งเพิ่มปริมาณอินทรียวัตถุให้กับดินด้วย

2. การเลือกฤดูปลูก หลักสำคัญก็คือควรจัดวันปลูกเพื่อให้ช่วงอายุ 3-12 เดือนของมันสำปะหลังได้รับน้ำฝนมากที่สุด เพราะผลผลิตขึ้นอยู่กับปริมาณน้ำฝนในช่วงอายุดังกล่าว โดยในช่วงแรกระยะตั้งแต่ 1-3 เดือนหลังปลูก มันสำปะหลังต้องการน้ำน้อยเพื่อการเจริญเติบโต ดังนั้น เมื่อคำนวณแล้ว พบว่า การปลูกมันสำปะหลังแบบอาศัยน้ำฝนจะให้ผลผลิตสูงสุดเมื่อปลูกในช่วงฤดูร้อน (กุมภาพันธ์-มีนาคม) รองลงมา คือ ต้นฤดูฝน (เมษายน-พฤษภาคม) และปลายฤดูฝน (ตุลาคม-พฤศจิกายน) แต่การปลูกในช่วงฤดูร้อนและปลายฤดูฝนมีข้อจำกัดของปริมาณน้ำฝนค่อนข้างน้อย มีผลต่อการงอกของท่อนพันธุ์

3. การเลือกพันธุ์มันสำปะหลัง ดินที่ใช้ปลูกมันสำปะหลังโดยทั่วไปแบ่งออกเป็น 2 ชนิด คือ ดินร่วนเหนียวถือได้ว่าเป็นดินดี ดินชนิดนี้สามารถนำไปปั้นเป็นลูกกระสุนได้ และดินร่วนทรายถือได้ว่าเป็นดินปานกลางถึงเลว ดินชนิดนี้ไม่สามารถนำไปปั้นเป็นลูกกระสุนได้ เนื่องจากดินแตกง่ายไม่เกาะติดกัน โดยดินร่วนเหนียว ควรปลูก พันธุ์ระยอง 5 และระยอง 72 ส่วนดินร่วนทรายควรปลูกพันธุ์เกษตรศาสตร์ 50 ระยอง 90 ห้วยบง 60 และระยอง 9 เนื่องจากทั้ง 4 พันธุ์ เมื่อนำไปปลูกในดินร่วนเหนียวจะเจริญเติบโตในส่วนของ ลำต้นที่อยู่เหนือดินมากกว่าลงหัว หรือที่ชาวบ้าน เรียกกันว่าขึ้นต้นหรือบ้าต้นเกินไป ส่วนพันธุ์ระยอง 7 นั้นเหมาะทั้งดินร่วนเหนียวและดินร่วนทรายที่มีความชื้นของดินดีตลอดช่วงของ การเจริญเติบโต แต่ไม่เหมาะกับสภาพดินที่แห้งแล้ง

4. การเตรียมดินให้ลึก หลักสำคัญก็คือ ต้องไถดะครั้งแรกให้ลึกที่สุดด้วยผาล 3 หรือ ผาล 4 เท่านั้น ควรไถดะในขณะที่ดินมีความชื้นพอเหมาะ ห้ามไถดะด้วยผาล 7 เพราะจะไถได้ไม่ลึกการ ไถดะให้ลึกจะเพิ่มความสามารถในการเก็บกักความชื้นของดินได้มากขึ้นและมัน สำปะหลัง ลงหัวได้ง่าย จากนั้น ตากหน้าดินเพื่อให้วัชพืชตาย ถ้าเป็นดินร่วนเหนียวควรไถแปรครั้งที่สองเพื่อย่อยดินด้วยผาล 7 และตามด้วยการยกร่องพร้อมปลูก ส่วนดินร่วนทรายไม่จำเป็นต้องไถแปรครั้งที่สองด้วยผาล 7 สามารถยกร่องพร้อมปลูกได้เลย ในกรณีที่ เกษตรกรสามารถหาปุ๋ยอินทรีย์หรือปุ๋ยหมักได้ควร หว่านก่อนไถดะ ปุ๋ยหมักที่ใช้ได้ผลดี คือ ปุ๋ยหมักมูลไก่ 500-1,000 กิโลกรัมต่อไร่ หรือ วัสดุอินทรีย์จากกากมันที่เหลือจากโรงงานแป้ง 2 ตันต่อไร่

5. การปลูกที่ถูกต้อง หลักสำคัญก็คือ ต้นพันธุ์ที่ใช้ปลูกควรมีอายุ 10-12 เดือน จะให้ความงอกดีที่สุด โดยเลือกต้นพันธุ์ที่แข็งแรง มีตาถี่ ขนาดโตพอสมควร ต้องตัดท่อนปลูกด้วยมีดที่คม เพื่อมิให้ท่อนปลูกช้ำ ยาวไม่ต่ำกว่า 20 เซนติเมตร ปลูกปักตรงให้ลึก 2 ใน 3 ของความยาวท่อนปลูก ในดินร่วนเหนียว ควรใช้ระยะแถวกว้าง 1.20 เมตร ระยะปลูกตั้งแต่ 0.50-1.00 เมตร และในดินร่วนทราย ควรใช้ระยะแถวแคบ 0.80 เมตร ระยะปลูกตั้งแต่ 0.50-0.80 เมตร

6. การกำจัดวัชพืช หลักสำคัญก็คือ มันสำปะหลังใช้เวลาประมาณ 3 เดือนหลังจากปลูก เพื่อสร้างพุ่มใบให้คลุมพื้นที่ระหว่างร่องทั้งหมด ดังนั้น ภายในช่วง 3 เดือนแรกถือว่าเป็นช่วงวิกฤติของมันสำปะหลัง ต้องดูแลรักษาให้มันสำปะหลังปลอดวัชพืช ถ้าปล่อยให้วัชพืชแข่งขันกับมันสำปะหลัง มันสำปะหลังจะแคระแกร็น มีผลให้ผลผลิตลดลงมาก การกำจัดวัชพืชสามารถเลือกทำแบบผสมผสาน โดยใช้จอบถาง รถไถเดินตามแถก ระหว่างร่อง ใช้สารเคมีประเภทคลุมก่อนวัชพืชงอกหรือสารเคมีฆ่าหลังวัชพืชงอก สารเคมีประเภทคลุมใช้ได้ผลเฉพาะการปลูกต้นฤดูฝนเท่านั้น ห้ามใช้ไกลโฟเสทในขณะที่มันสำปะหลังต้นเล็กอยู่ เพราะมีผลทำให้ชะงักการเจริญเติบโต

7. การใส่ปุ๋ยเคมี ควรเลือกใช้ปุ๋ยเคมีอัตราส่วน 2 : 1 : 2 ปุ๋ยเคมีที่แนะนำ คือ 15-7-18 หรือ 15-15-15 อัตรา 50 กิโลกรัมต่อไร่ โดยใส่ปุ๋ย 2 ข้างลำต้นรัศมีพุ่มใบแล้วกลบ ใส่ปุ๋ยครั้งเดียวเมื่ออายุ 1 เดือนหลังจากปลูก และต้องใส่ปุ๋ยเคมีในขณะที่ดินมีความชื้นและต้องกลบปุ๋ยด้วย ถ้าไม่กลบปุ๋ยอาจสูญเสียปุ๋ยมากเกิน 50 เปอร์เซ็นต์ สำหรับการเก็บเกี่ยวควรเลือกเก็บเกี่ยวมันสำปะหลังในช่วงที่เหมาะสมตั้งแต่ อายุ 10-18 เดือน ควรงดเว้นการเก็บเกี่ยว มันสำปะหลังในช่วงฝนแรก คือ ตั้งแต่เดือนเมษายนถึงมิถุนายน เนื่องจากมันสำปะหลังแตกใบอ่อน จะให้เปอร์เซ็นต์ แป้งต่ำ

8. การให้น้ำมันสำปะหลัง ควรให้น้ำในช่วงฤดูแล้งเพื่อจะช่วยให้มันสำปะหลังมีการเจริญเติบโตอย่างต่อ เนื่องหรือทำให้ใบร่วงน้อยที่สุด มีผลทำให้ผลผลิตเพิ่มขึ้นแต่ละเดือนอย่างก้าวกระโดด ดังนั้น การปลูกมันสำปะหลังเพื่อให้ได้ผลผลิตสูงสุด ต้องปลูกในช่วงต้นฤดูฝน คือ ตั้งแต่เดือนมีนาคมถึงเมษายน มีการให้น้ำในช่วง สองเดือนแรกของการเจริญเติบโตตามความจำเป็น และให้น้ำเต็มที่ในช่วงฤดูแล้ง 5 เดือน ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายนถึงมีนาคม เก็บเกี่ยวที่อายุ 12 เดือน ผลผลิตจะเพิ่มขึ้นอีกหนึ่งเท่าตัว

รายละเอียดสอบถามได้ที่สถาบันวิจัยพืชไร่ กรมวิชาการเกษตร โทร. 0-2579-0603 และ 0-2940-5492 และศูนย์วิจัยพืชไร่ระยอง 0-3868-1515 ทุกวันในเวลาราชการ.

นวลศรี โชตินันทน์
ข้อมูลจาก: dailynews.co.th/ web/html/popup_news/ Default.aspx?Newsid=162916 &NewsType=1&Template=1
ปลูกมันสำปะหลังอย่างไร จึงจะได้ผลผลิตสูงสุด
อ่าน:8613 | ความคิดเห็น:0 | แสดงความคิดเห็น
ธรรมชาติสมดุลในสวนปาล์ม เอาน้ำเสียผสมขี้หมูป่าแทนปุ๋ย
125.24.30.6: ././. .:.:.
จาก: http://www.thairath.co.th/news.php?section=agriculture&content=114558

เศรษฐกิจพอเพียง...คือ ความพอประมาณ ความมีเหตุผล อันจะเป็น ภูมิคุ้มกันในตัว ซึ่งเป็นวิถีทางให้คนทุกเพศวัย ทุกระดับสาขาวิชาชีพสามารถยึดเป็นแนวปฏิบัติ...!!!

และ.....ท่ามกลางวิกฤติของสังคมและเศรษฐกิจ แม้จะอยู่ท่ามกลางสภาวะราคาพืชผลที่ขึ้นๆลงๆไม่มีความแน่นอนนี้ หากรู้จักนำปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้...ก็สามารถพาครอบครัว ดำรงชีวิตอยู่ได้อย่างมีความสุข

...ลุงบัวไล แสนอุบล วัย 51 ปี จบการศึกษาเพียงแค่ ป.4 หันเหชีวิตจากภูมิลำเนาจังหวัดสกลนคร ถิ่นอีสานเหนือ มาใช้ชีวิตเป็นชาวสวนปาล์มที่ตำบลคลองยา อำเภออ่าวลึก กระบี่ ซึ่งถือเป็นเกษตรกรรายหนึ่งที่ ประสบความสำเร็จตามวิถีชีวิตเศรษฐกิจพอเพียง เล่าถึงความเป็นมาว่า....

...เมื่อปี 2527 เริ่มจากการเป็นสมาชิกสหกรณ์การเกษตรเพื่อลงทุนในการทำสวนปาล์มมูลค่า 1.4 แสนบาทต่อแปลง (แปลงละ 25 ไร่) ล้มลุกคลุกคลานกับการเก็บเกี่ยวผลผลิตและราคาผลปาล์มที่ขึ้นๆลงๆ แต่ก็ไม่เคยทำให้หมดหวัง

โดยบอกถึงปรัชญาในการทำงานและอยู่ในสังคมว่า “...การที่จะประกอบกิจการใดๆ ให้เจริญเป็นผลดีนั้น ย่อมต้องมีความอุตสาหะ พากเพียร ความซื่อสัตย์ สุจริต อดทน อดกลั้น เป็นรากฐานสำคัญ อีกที่ขาดไม่ได้คือ ต้องมีจิตเมตตากรุณาไม่เบียดเบียนผู้อื่น พร้อมที่จะบำเพ็ญประโยชน์ให้เกิดแก่ส่วนรวมตามโอกาสอีกด้วย”

...เมื่อปี 2537 ลุงบัวไล...จึงปิ๊งไอเดียแล้วนำ หมูป่ามาเลี้ยงในสวนปาล์ม ด้วย ความคิดในการเลียนแบบธรรมชาติว่ามันสามารถอยู่ในสวนปาล์มได้อย่าง มีความสุขเหมือนอยู่ในป่า เพราะหมูป่าชอบอยู่กันเป็นฝูงและชอบอยู่ในที่โล่ง อาหารก็สามารถหาได้เองตามธรรมชาติ ไม่ว่าจะเป็นผลปาล์มร่วง หญ้าในสวน ผักตบชวา ต้นกล้วย

...ขณะเดียวกัน หมูป่ายังช่วยรักษาความสมดุลทางธรรมชาติ ความสมบูรณ์ของดิน พรวนดินให้มีความร่วนอยู่เสมอ เกิดความอุดมสมบูรณ์ ให้กับต้นปาล์มโดยไม่ต้องใส่ปุ๋ย เป็นความประหยัดและพอเพียงที่แทบไม่ต้องลงทุน จากหมูป่าที่ลงทุนเพียง 10 ตัว ปัจจุบันเพิ่มประชากร กว่า 50 ตัว ต่อ มาปี 2549 มีการสร้างโรงงานสกัดผลปาล์มมาตั้งอยู่ในละแวกไม่ไกลจากสวนปาล์ม ภายหลังมีการถ่ายเทน้ำเสียออกมาไม่น้อย ตอนนั้นเกิดวิตกเช่นกันเลยส่งตัวอย่างน้ำให้ เจ้าหน้าที่ผู้ชำนาญนำไปวิเคราะห์

....เมื่อรู้ผลว่าไม่กระทบและไม่มีความเสี่ยงต่อต้นปาล์ม...เลยนำวิกฤติ มาแปรสภาพเป็นโอกาส บวกกับความกล้าคิด กล้าทำ กล้าเสี่ยง จึงต่อท่อน้ำเสียจากบ่อพักน้ำเสียจากโรงงานสูบฉีดเข้าไปยัง สวนปาล์มผสมผสาน กับ ขี้หมูป่า ที่เลี้ยงตามธรรมชาติ....แทนการใช้ปุ๋ยยี่ห้อดัง

ทำไปสักระยะก็เห็นผลผลิตเพิ่มขึ้นทุกปี ผลปาล์มดกให้น้ำหนักดี จากเดิมต่อแปลง 25 ไร่ ให้ผลผลิต 2-3 ตันต่อปี แต่เมื่อใช้น้ำเสียและมูลหมูป่าให้ผลผลิตเพิ่มเป็นเท่าตัว 5 ตันต่อปี ทำให้รายได้ ก็เพิ่มเป็นเท่าตัว ที่สำคัญคือ ไม่ต้องควักกระเป๋าซื้อปุ๋ย...ได้ประโยชน์เกินคุ้ม

เมื่อต้นเดือนกันยายน 2551 ที่ผ่านมา นายชรินทร์ แกล้วทนงค์ ผู้อำนวยการศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย (กศน.) อ.อ่าวลึก จ.กระบี่ ได้ประกาศยกย่องให้ สวน ปาล์มของลุงบัวไลเป็นศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียง ต.คลองยา ด้านการเลี้ยงหมูป่าและการใช้น้ำเสียจากโรงงาน แทนการใช้ปุ๋ยในสวนปาล์ม

ปัจจุบัน....เนื้อที่ 62 ไร่ ของ สวนปาล์มของลุงบัวไล ได้ เป็นต้นแบบให้กับครอบครัวและชุมชนในละแวกใกล้เคียง ได้เข้ามาเก็บเกี่ยวความรู้ และเป็นเวทีให้ชาวบ้านเข้ามาร่วมแลกเปลี่ยนข้อมูลและเรียนรู้ระบบการดำเนิน งาน ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง

ซึ่งได้ขยายฐานไปยังชุมชนต่างๆทั้งใกล้และไกล รวมถึงต่างชาติ อย่าง ประเทศเยอรมนี ก็เคยมาลงพื้นที่เพื่อเรียนรู้ความลงตัวที่สมดุลกับวิถีชีวิตเศรษฐกิจพอเพียง...

...หากชาวสวนปาล์มสนใจจะแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ....แวะหา บัวไล ได้ที่ 6/3 บ้านหมู่ 1 ตำบลคลองยา...หรือกริ๊งกร๊าง 0-7563-4582 ในเวลาที่เหมาะสม.

รัตนา เตชะเสาวภาคย์
ธรรมชาติสมดุลในสวนปาล์ม เอาน้ำเสียผสมขี้หมูป่าแทนปุ๋ย
อ่าน:3076 | ความคิดเห็น:0 | แสดงความคิดเห็น
ปลูกดาวเรืองขายส่งลูกเรียน อาชีพทำเงิน "สำรวย ถันทอง"
125.24.26.83: 2553/02/20 10:47:38
จาก: http://www.komchadluek.net/2008/12/12/x_agi_b001_323934.php?news_id=323934

แม้สามีของ "สำรวย ถันทอง" เสาหลักของครอบครัวจะรับราชการครู มีเงินเดือนประจำที่จุนเจือครอบครัวได้โดยไม่ต้องดิ้นรนมากนัก แต่ด้วยภาระค่าใช้จ่ายของลูกๆ ทั้ง 3 คน ที่กำลังอยู่ในวัยเรียนทำให้เธอจำต้องประกอบอาชีพอื่นด้วย รวมทั้งการปลูก "ดอกดาวเรือง" ส่งขายปากคลองตลาด กรุงเทพฯ


สำรวย ในวัย 42 ปี ชาวบ้านศรีแก้ว ต.ศรีแก้ว อ.ศรีรัตนะ จ.ศรีสะเกษ เล่าว่า ทำนามาหลายสิบปี แต่รายได้ไม่คุ้มกับการลงทุนลงแรง และด้วยภาระค่าใช้จ่ายของลูกชาย 1 คน และลูกสาวฝาแฝดอีก 1 คู่ ที่กำลังอยู่ในวัยเรียนระดับอุดมศึกษาที่ต่อเดือนนั้นสูงมาก จึงจำต้องหาอาชีพเสริมและเห็นคนในหมู่บ้านปลูกดอกดาวเรืองแล้วส่งไปขายที่ปากคลองตลาดมีรายได้ดี จึงศึกษารายละเอียดและนำมาทดลองปลูก ถึงขณะนี้ปลูกขายมาได้ 5 ปีแล้ว

 สำรวย เล่าถึงต้นทุนในการปลูกดาวเรืองว่า แม้จะค่อนข้างสูง โดยเฉพาะเมล็ดพันธุ์ที่ไม่สามารถขยายปลูกเองได้ ต้องลงทุนซื้อใหม่ทุกรอบ ตกเมล็ดละ 1 บาท ซึ่งตนเองปลูก 3  ไร่ต้องใช้เมล็ดพันธุ์ประมาณ 1.3 หมื่นเมล็ด จากนั้นก็จะมีค่าใช้จ่ายต่างๆ อาทิ ค่ารถไถ เตรียมแปลง ค่าจ้างแรงงาน ค่าไฟฟ้า ค่าปุ๋ย ยาฆ่าแมลง และยาเร่งดอกต่างๆ แต่รายได้นั้นก็ถือว่าดีทีเดียว

 สำรวย บอกอีกว่า ระยะที่เก็บดอกขายได้คือราว 4 เดือนหลังปลูก โดยจ้างคนงานเก็บวันละ 150 บาท/คน ซึ่งจะเก็บส่งขายปากคลองตลาด 2 วัน/เที่ยว แต่ละเที่ยวจะส่ง 2-3 หมื่นดอก แต่เพื่อเป็นการประหยัดค่าใช้จ่ายในการขนส่ง ก็จะรวมกับเพื่อนบ้านคนอื่นไปส่งพร้อมกัน ตกเที่ยวละ 7-8 หมื่นดอก โดยตลาดปากคลองจะรับซื้อดอกละ 40-50 สต.

 "บางครั้งราคาดีก็จะขายได้ดอกละ 70-80 สต. ซึ่งการส่งดอกดาวเรืองไปขายที่ปากคลองตลาด แต่ละครั้งหลังหักค่าใช้จ่ายแล้วก็จะเหลือกำไรเที่ยวละอย่างต่ำ 1 หมื่นบาท"

 ถึงเวลานี้ สำรวย บอกว่าการปลูกดอกดาวเรืองขายถือเป็นอาชีพหลักเลยก็ว่าได้ เพราะค่าใช้จ่ายในการส่งเสียลูกๆ ทั้ง 3 คนเรียนหนังสือก็มาจากเงินที่ขายดอกดาวเรืองทั้งหมด  
ปลูกดาวเรืองขายส่งลูกเรียน อาชีพทำเงิน 
อ่าน:6280 | ความคิดเห็น:1 | แสดงความคิดเห็น
ชิวาวา...สุนัขพันธุ์จิ๋ว สัตว์เลี้ยงอารมณ์ดี..ขี้งอน
125.24.21.215: ././. .:.:.
จาก: http://www.thairath.co.th/news.php?section=agriculture&content=114438

“เล็กๆ...สเปกที่เราชอบ....”

อ๊ะ...อ๊ะ.....อย่าพึ่งคิดมากและตีความหมายเป็น อย่างอื่น เราหมายถึง “น้องหมา” สายพันธุ์ “ชิวาวา” หรือที่เรารู้จักมักคุ้นว่า “หมากระเป๋า” ที่หลายคนตกหลุมรักมันต่างหากล่ะ!...

...“ชิวาวา” มีต้นกำเนิดอยู่ที่ในประเทศเม็กซิโก เกิดจากการผสมข้ามสายพันธุ์ระหว่าง Techichi กับสุนัขตัวเล็กที่ไร้ขนมาจากเอเชีย ซึ่งชาวเม็กซิกันนิยม เลี้ยงสีดำแต้มด้วยสีแทน หรือสีขาวจุดดำ ส่วนชาวอเมริกัน นิยมสีพื้นไม่มีแต้มและนิยมเลี้ยงขนสั้นมากกว่าขนยาว...

ทั้งนี้ สถานะของ “เจ้าตัวจิ๋ว” ในยุคของ Toltecs และ Aztec ในช่วงราว ค.ศ. 1519-1520 ไม่ได้เป็นแค่เพียง สุนัขที่ผู้คนนิยมเลี้ยง แต่ยังมีบทบาทความสำคัญทางศาสนา โดย พวกมันถูกใช้เป็นสื่อกลางในการบูชาเทพเจ้า ใช้เป็นผู้นำทางวิญญาณ ไปสู่โลกแห่งความตาย รวมทั้งรับบาปแทนมนุษย์ ด้วยเหตุนี้ นักโบราณคดีจึงได้เห็นซาก “ชิวาวา” ถูกฝังอยู่ในหลุมศพเดียวกับคนอยู่ทั่วไป ในเม็กซิโกและบางส่วนของสหรัฐอเมริกา

คุณวรุทัย แก้วกำแพง เจ้าของฟาร์มชิวาวา T-CUP SWEET HOME บอกกับ “หลายชีวิต” เกี่ยวกับการดูลักษณะสายพันธุ์ที่ได้มาตรฐานว่า หัวกะโหลกกลม มีโดมสูงเล็กน้อยคล้ายผลแอปเปิ้ล หน้าตา ดูทะเล้น หู ใหญ่ ชี้ตั้ง เอียงออกด้านข้าง 45 องศา ตา กลมโตไม่ปูดโปน แวววาว สีเข้ม

จมูก จะเป็นไปตามสีขน ปาก สั้นชี้ตรงมาข้างหน้า คอ โค้งเล็กน้อย แนว หลังตรง หาง ยาวพอสมควร และต้องไม่ตกลงไปจุกก้น ลำตัว มีความยาวมากกว่าความสูงเล็กน้อย เท้าเล็ก อุ้งเท้าหนานุ่ม นิ้วแยกจากกันชัดเจนแต่ไม่กางออก ท่วงท่าการเดินต้องเดินเตะเหมือนม้าวิ่งเหยาะๆ คล่องแคล่ว

นิสัย ปราดเปรียว กระโดดโลดเต้น ชื่นชอบการ ออกกำลังกาย เพศผู้ อายุจะ เริ่มเป็นสัดเร็วกว่าเพศเมีย หลังผ่านช่วงเวลาจับคู่ “กิ๊บกิ๊ว” กันแล้วจะตกลูกเต็มที่ 1-3 ตัว น้ำหนักแรกเกิดโดย เฉลี่ย 1 ขีด ไม่เกิน 2 ขีด เมื่อโตเต็มวัยอยู่ที่ราว 1.8-2.7 กิโลกรัม ส่วนอายุโดยเฉลี่ยของมันอยู่ที่ 15 ปี

อุแม้เจ้า...แค่นี้เองรึ...แล้วทำไมหลายๆคนถึงตกหลุมรักมัน!....

นายณรงค์กรณ์ ราชวิริยารักษ์ ซึ่งอยู่ที่ 895/27-28 จุฬาลงกรณ์ ซอย 5 แขวงวังใหม่ เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ บอกให้ฟังว่าชอบสายพันธุ์นี้ เพราะมีขนาดเล็ก โดยธรรมชาติรักเจ้าของ ส่วนนิสัยจะเป็นอย่างไรนั้นขึ้นอยู่กับเจ้าของ ถ้าเรารู้จักเอาใจที่จะสอน ค่อยๆฝึก อย่าดุมาก เพราะจะทำให้กลายเป็นหมาที่ก้าวร้าว รนราน และ อิคิว (หมายถึง ชื่อน้องหมา) เข้ามาเป็นสมาชิกของครอบครัวตั้งแต่อายุได้ 2 เดือน ช่วงแรกต้องประคบประหงมมาก ดูแลเขาเหมือนลูก...

ในเรื่องอาหาร หลายคนที่รักหมามักจะให้อาหาร ที่คนกิน ซึ่ง นั่นเป็นการทำร้ายทางอ้อม เพราะจะมีผลต่อลำไส้ ช่วงอายุสั้นลง ที่เหมาะสม ควรเป็นอาหารของสุนัขโดยเฉพาะ หมั่นพาออกกำลังกายอย่างน้อยสัปดาห์ละ 2-3 ครั้ง จะช่วยทำให้สุขภาพร่างกายแข็งแรง และจิตใจดี

ซึ่งนิสัย อารมณ์ “อิคิว” จะเหมือนเด็ก มีงอนคือนั่งนิ่งอยู่กับที่แอบใช้สายตาชำเลือง ต้องการให้เราง้อ ขี้เล่น ประจบเอาใจเก่ง และยิ่งเวลาที่ต้องการไปเที่ยวหรืออยากได้ของสักชิ้น ด้วยธรรมชาติเป็นทุนเดิมในเรื่องขี้ประจบ เวลาต้องการอะไรจะคลานเข้าหา ใช้เท้าหน้า สะกิด ซึ่งไม่เคยสอนแต่มันเป็นธรรมชาติในสุนัขตัวนั้นๆ

ในบางวันที่เหนื่อยเคลียด พอเขามาเล่นคลอเคลีย มันทำให้หายเหนื่อยเป็นปลิดทิ้ง นั่นเป็นเพราะเราเปิดใจ ให้เขาอย่างแท้จริง แล้วคุณละก่อนเปิดกระเป๋าควักเงินซื้อ ชีวิตเขามา ขอให้ถามตัวเองก่อนว่า คุณ!...เปิดใจแล้วหรือยัง

และ...นี่เป็นอีกคำตอบหนึ่งจากผู้เข้าร่วมสนุกที่บริษัท เดอะมอลล์ กรุ๊ป ร่วมกับ T-CUP SWEET HOME จัดกิจกรรมรวมพลคนรักสุนัข ด้วยการพาน้องหมาดูหนังที่ศูนย์การค้าเดอะมอลล์ งามวงศ์วาน...

...คิดเองแล้วกันว่าบรรยากาศเป็นอย่างไร... คน หรือ สุนัขจะสนุกสนาน...!!!

เพ็ญพิชญา เตียว
ชิวาวา...สุนัขพันธุ์จิ๋ว สัตว์เลี้ยงอารมณ์ดี..ขี้งอน
อ่าน:1968 | ความคิดเห็น:0 | แสดงความคิดเห็น
ลดปัญหาภัยแล้งและท่วม ชลประทานพยากรณ์น้ำ ล่วงหน้า
125.24.20.252: ././. .:.:.
จาก: http://www.thairath.co.th/news.php?section=agriculture&content=113824

นายวีระ วงศ์แสงนาค รองอธิบดีกรมชลประทาน เผยว่า กรม ชลประทานร่วมกับสถาบันเทคโนโลยีแห่งเอเชียและมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ประสบผลสำเร็จในการพัฒนาระบบพยากรณ์น้ำท่วมและบริหารจัดการน้ำลุ่มน้ำเจ้าพระยา-ท่าจีน ซึ่งจะทำให้คาดการณ์สถานการณ์ น้ำครอบคลุมพื้นที่ประมาณ 33,200 ตารางกิโลเมตร ในเขต 22 จังหวัด ทั้งอยู่ในพื้นที่ลุ่มน้ำเจ้าพระยาและลุ่มน้ำท่าจีนได้ ล่วงหน้า 3-7 วัน ซึ่งเพียงพอที่จะเตรียมการป้องกันและแจ้งเตือนประชาชนได้รับทราบ

รองอธิบดีกรมชลประทานกล่าวอีกว่า การบรรเทาปัญหาอุทกภัยต้องดำเนินการหลายๆด้าน และเทคโนโลยีที่สำคัญอย่างหนึ่ง ซึ่งจะสามารถบรรเทาปัญหาอุทกภัยได้ คือ ระบบที่สามารถพยากรณ์การไหลของน้ำ และคาดการณ์หากเกิดน้ำท่วม โดยใช้แบบจำลองทางคณิตศาสตร์เป็นเครื่องมือช่วยในการเตือนภัยที่จะเกิดขึ้นและ เตรียมการเพื่อช่วยในการลดความเสียหาย รวมทั้งใช้เป็นเครื่องมือในการบริหารจัดการน้ำได้เป็นอย่างดี

“สำหรับแบบจำลองทางคณิตศาสตร์ ที่ได้รับการพัฒนาเพื่อมาใช้พยากรณ์น้ำท่วมและบริหารจัดการน้ำลุ่มน้ำเจ้าพระยา-ท่าจีน จะนำมาใช้ตั้งแต่ฤดูฝนในปี 2552 เป็นต้นไป ซึ่งจะทำให้ข้อมูลการตรวจวัด ปริมาณน้ำของกรมชลประทานมีประสิทธิภาพมากขึ้น และช่วยบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนที่ประสบอุทกภัยได้ยังจะนำระบบ พยากรณ์น้ำท่วมและบริหารจัดการน้ำลุ่มน้ำเจ้าพระยา-ท่าจีน ดังกล่าว ไปพัฒนาประยุกต์ใช้ในลุ่มน้ำชีและลุ่มน้ำมูลได้อย่างมีประสิทธิภาพและมีความถูกต้อง” นายวีระกล่าว.
ลดปัญหาภัยแล้งและท่วม ชลประทานพยากรณ์น้ำ ล่วงหน้า
อ่าน:47799 | ความคิดเห็น:0 | แสดงความคิดเห็น
มท.๓ เกาะกระแส E85ตั้งฐานผลิตเอทานอลใหญ่อันดับ ๓ ในอีสาน 
125.24.25.147: ././. .:.:.
หนังสือพิมพ์โคราชรายวัน 

ปีที่ ๓๓ ฉบับที่ ๑๗๓๘


มท.๓ เกาะกระแส E85ตั้งฐานผลิตเอทานอลใหญ่อันดับ ๓ ในอีสาน 

สนองนโยบายใช้พลังงานทดแทน E85 มท.๓ ‘สิทธิชัย โควสุรัตน์’ เลือกพื้นที่เมืองดอกบัว เร่งแปรรูปมันสำปะหลัง ครบวงจรทันปีหน้า 
ตามแผนผลิตแป้งมัน-ไฟฟ้าชีวภาพขายกฟผ. ก่อนเตรียมทุ่ม ๔,๒๒๙ ล. เปิดโรงงานผลิตเอทานอล ‘เกษตรพลังงานอุตสาหกรรม’ใหญ่เป็นอันดับ ๓ ในอีสาน 
เครือเดียวกับ ‘บุญเอนก’ ที่จะตั้งฐาน ผลิตเอทานอล ๕,๓๘๔ ล. ในเมืองย่าโม 

สืบเนื่องจากสถิติพื้นที่เพาะปลูกมันสำปะหลังในภาคอีสานตอนใต้ของสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรเขต ๕ จังหวัดนครราชสีมา 
พบว่าจังหวัดอุบลราชธานีและจังหวัดศรีสะเกษ ตั้งแต่ปี ๒๕๕๐ พื้นที่เพาะปลูกมันสำปะหลังในจังหวัดอุบลราชธานี มีจำนวนถึง ๑๐๔,๙๓๔ ไร่ 
ขณะที่จังหวัดศรีสะเกษมีจำนวน ๘๔,๗๖๗ ไร่ และคาดว่าในปีเพาะปลูก ๒๕๕๑ จะมีแนวโน้มเพิ่มมากขึ้นกว่าทุกปี เนื่องจากราคามันสำปะหลังที่ปรับสูงขึ้น 
และการเตรียมจัดตั้งโรงงานเอทานอลขึ้นที่อำเภอนาเยีย จังหวัดอุบลราชธานี ของบริษัท อุบลเกษตรพลังงาน จำกัด ที่มีความต้องการหัวมันสำปะหลังสดประมาณ 
๕,๐๐๐ ตันต่อวัน มาเป็นวัตถุดิบผลิตเอทานอล รองรับกำลังการผลิตวันละ ๖๐๐,๐๐๐ ลิตร ซึ่งเบื้องต้นเมื่อวิเคราะห์กำลังการผลิตและความต้องการวัตถุดิบในแต่ละวันของบริษัทฯ 
ที่จะก่อสร้างโรงงานแล้วเสร็จในปี ๒๕๕๒ และจะสามารถเริ่มรับซื้อหัวมันสำปะหลังสดได้ตั้งแต่กลางปีนี้เป็นต้นไป จะต้องมีพื้นที่ปลูกมันสำปะหลังเป็นจำนวนมากถึง 
๔๕๐,๐๐๐ - ๕๒๐,๐๐๐ ไร่ต่อปี ด้วยผลผลิตเฉลี่ย ๓.๕ - ๔ ตันต่อไร่ ในขณะที่พื้นที่ปลูกมันสำปะหลังในจังหวัดอุบลราชธานี และจังหวัดศรีสะเกษมีเพียงประมาณ ๒๐๐,๐๐๐ ไร่ 
ซึ่งจะส่งผลให้มันสำปะหลัง กลายเป็นพืชเศรษฐกิจของทั้งสองจังหวัด รวมถึงจังหวัดใกล้เคียง ที่จะสร้างรายได้ให้กับเกษตรกรในพื้นที่อีสานตอนใต้ 

สำหรับความต้องการหัวมันสำปะหลังสด เพื่อเป็นวัตถุดิบผลิตเอทานอลต่อการลงทุนดังกล่าวของบริษัท อุบลเกษตรพลังงาน จำกัด ตามนโยบายการกระตุ้นเรื่องพลังงานทดแทน 
ซึ่งพลโทหญิงพูนภิรมย์ ลิปตพัลลภ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน กำลังผลักดันปริมาณการใช้เอทานอล เพื่อนำมาเป็นพลังงานเชื้อเพลิงในรูปของ E85 
ที่มีส่วนผสมของเอทานอลผสมอยู่ในน้ำมันเบนซินร้อยละ ๘๕ นั้น นายสมชาย เสงี่ยมศักดิ์ อุตสาหกรรมจังหวัดอุบลราชธานี เปิดเผยกับ "โคราชรายวัน คนอีสาน" ถึงเรื่องนี้ว่า 
บริษัท อุบลเกษตรพลังงาน จำกัด มีโครงการจัดตั้งโรงงานเอทานอลจริง แต่ยังไม่ได้มาขอจัดตั้งโรงงานเพื่อดำเนินการในขณะนี้ เนื่องจากอยู่ระหว่างการเตรียมพื้นที่ก่อสร้าง 
ระบบบำบัดน้ำเสียอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อรองรับโครงการแปรรูปมันสำปะหลังขนาดใหญ่ บนพื้นที่ประมาณ ๓๐๐ ไร่ ซึ่งทางบริษัทฯ ได้มาขอจัดตั้งโรงงานอุตสาหกรรม ๔ โรงงาน 
ในพื้นที่อำเภอนาเยีย กับอุตสาหกรรมจังหวัดอุบลราชธานีตั้งแต่ปีที่แล้ว ประกอบด้วย การจัดตั้งโรงงานรับซื้อหัวมันสำปะหลังสด, โรงงานแปรรูปแป้งมันสำปะหลัง, 
โรงงานผลิตก๊าซชีวภาพ หรือ Biogas (ที่ได้จากน้ำเสียในกระบวนการผลิตของโรงงานแปรรูปแป้งมันสำปะหลัง) และโรงงานผลิตไฟฟ้าจากก๊าซชีวภาพ 
ให้กับการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย(กฟผ.) ซึ่งเป็นการลงทุนเฉียด ๑,๐๐๐ ล้านบาท และถ้าทำสำเร็จร้อยเปอร์เซ็นต์ นับว่าเป็นโครงการขนาดใหญ่ที่สุดในภาคอีสาน 
ที่ครบวงจรกระบวนการแปรรูปมันสำปะหลัง ภายใต้การดำเนินการของกลุ่ม "อุบลเกษตรพลังงาน" โดยนายสิทธิชัย โควสุรัตน์ รมช. มหาดไทย 
และโครงการนี้คาดว่าจะก่อสร้างเสร็จในปีหน้า หากระบบบำบัดน้ำเสียดังกล่าวแล้วเสร็จ สามารถลงเครื่องจักรเพื่อเข้าสู่กระบวนการผลิตมันสำปะหลังแปรรูปได้ 
จากนั้นจึงจะเปิดโรงงานผลิตก๊าซชีวภาพ และโรงงานผลิตไฟฟ้าจากก๊าซชีวภาพต่อเนื่องกันตามแผน 

ต่อข้อซักถามที่ว่า ตั้งแต่กลางปีนี้ บริษัท อุบลเกษตรพลังงาน จำกัด มีแผนเริ่มเปิดรับซื้อหัวมันสำปะหลังสดใช่หรือไม่ นายสมชาย กล่าวว่า ขณะนี้ได้เริ่มเปิดรับซื้อหัวมันสำปะหลังสด 
และทางบริษัทฯ ได้เตรียมลานมันตากแห้งไว้แล้ว เพื่อปาดหัวมันสำปะหลังสดเป็นมันเส้นเพื่อส่งขายก่อนๆ ที่จะรองรับ กระบวนการแปรรูปมันสำปะหลัง ซึ่งคาดว่าจะสามารถ 
เปิดโรงงานแปรรูปแป้งมันสำปะหลังได้ภายใน ๖ เดือนนี้ ถ้าระบบบำบัดน้ำเสียแล้วเสร็จ ส่วนเหตุผลที่เลือกตั้งฐานการผลิตในพื้นที่อำเภอนาเยีย 
เพราะเป็นพื้นที่เพาะปลูกมันสำปะหลังขนาดใหญ่ใช่หรือไม่ นายสมชาย กล่าวว่า เป็นพื้นที่กรรมสิทธิ์ของรมช. มหาดไทย ซึ่งก่อนหน้านี้ได้ส่งเสริมให้เกษตรในพื้นที่เพาะปลูกมันสำปะหลัง 
และสอดรับกับการสนับสนุนให้ชาวนาปลูกมันสำปะหลัง หลังจากช่วงฤดูเก็บเกี่ยวข้าวแล้ว ของนายพรชัย โควสุรัตน์ นายกอบจ.อุบลราชธานี ซึ่งจะทำให้ผลผลิตมันสำปะหลังเพิ่มขึ้นอีกเยอะ 
โดยส่วนตัวหวังว่า หากโครงการนี้จัดตั้งได้สำเร็จ จะส่งผลให้ราคาวัตถุดิบและสินค้าเกษตรมีราคาดีต่อไป 

ต่อคำถามที่ว่า ขณะนี้แนวโน้มการลงทุนภาคอุตสาหกรรมในจังหวัดอุบลราชธานีเป็นอย่างไร นายสมชาย กล่าวว่า ยังคงชะลออยู่ 
เพราะว่าในพื้นที่ยังมีปัญหาเรื่องฝีมือแรงงานเฉพาะด้านในทุกกลุ่มอุตสาหกรรมยังมีจำนวนไม่เพียงพอกับความต้องการ เนื่องจากการผลิตบุคลากรของสถานศึกษาในพื้นที่ 
ไม่ตรงกับความต้องการของตลาด ขณะนี้ทางจังหวัดโดยผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี ได้ให้บูรณาการระหว่างโรงงานอุตสาหกรรม ผ่านสภาอุตสาหกรรมจังหวัดอุบลราชธานี 
สถานศึกษา และสำนักงานจัดหางานจังหวัดอุบลราชธานี ซึ่งมีศูนย์พัฒนาฝีมือแรงงาน เพื่อร่วมกันจัดหลักสูตรให้ตรงกับความต้องการของตลาดแรงงาน 

เมื่อถามต่อไปว่า นอกจากมันสำปะหลังแล้ว พืชเศรษฐกิจใดในจังหวัดอุบลราชธานี ที่จะช่วยต่อยอดการลงทุนในอนาคต นายสมชาย กล่าวว่า อีกประมาณ ๒ - ๓ ปีนี้ 
ยางพาราที่เพาะปลูกในพื้นที่จังหวัดอุบลราชธานี จะสามารถกรีดน้ำยางได้ และเริ่มเข้าสู่ตลาด ซึ่งนักลงทุนได้เตรียมลงพื้นที่มาสำรวจบ้างแล้ว เพื่อจัดตั้งโรงงานรับซื้อและบ่มยางพารา 
โดยจะนำไปผลิตเป็นยางแผ่น หรือยางน้ำ ทั้งนี้ โครงการผลิตเอทานอล ซึ่งอยู่ในแผนดำเนินการของบริษัท อุบลเกษตรพลังงาน จำกัด 

จากข้อมูลของศูนย์เศรษฐกิจการลงทุนภาคที่ ๒ (บีโอไอ) จังหวัดนครราชสีมา ระบุว่า นางพิรดา อินทามะระ ในนาม บริษัท พลังเกษตรอุตสาหกรรม จำกัด 
(เป็นหนึ่งในบริษัทในเครือของบริษัทดังกล่าว ที่ประกอบธุรกิจอสังหาริมทรัพย์) ได้มายื่นขอรับการส่งเสริมการลงทุนจากบีโอไอ ในโครงการจัดตั้งโรงงานผลิตเอทานอลจากมันสำปะหลัง 
บนพื้นที่อำเภอนาเยีย จังหวัดอุบลราชธานี เมื่อวันที่ ๗ พฤศจิกายน ๒๕๔๙ และได้รับการอนุมัติส่งเสริมการลงทุน เมื่อวันที่ ๑๓ พฤศจิกายน ๒๕๕๐ 
ตามแผนกำลังการผลิตเอทานอลวันละ ๗๐๐,๐๐๐ ลิตร และกำลังการผลิตเอทานอลปีละ ๒๓๑,๐๐๐,๐๐๐ จากความต้องการหัวมันสำปะหลังสดเฉลี่ย ๑,๔๐๐,๐๐๐ ตันต่อปี 
ด้วยเงินลงทุนทั้งสิ้น ๔,๒๒๙.๗ ล้านบาท ซึ่งนับว่าโครงการผลิตเอทานอลดังกล่าว มีขนาดใหญ่เป็นลำดับสามของภาคอีสาน รองจากบริษัท ที พี เค เอทานอล จำกัด 
ในพื้นที่อำเภอครบุรี จังหวัดนครราชสีมา ซึ่งลงทุนเป็นอันดับที่หนึ่ง มีเป้าหมายผลิตเอทานอล จากมันสำปะหลัง ๑,๐๒๐,๐๐๐ ลิตรต่อวัน และเฉลี่ยต่อปี ๓๓๖,๖๐๐,๐๐๐ ลิตร 
ด้วยมูลค่าการลงทุนทั้งสิ้น ๕,๖๐๐ ล้านบาท และบริษัท บุญอเนก จำกัด ลงทุนเป็นอันดับที่สอง 
(ซึ่งได้รับข้อมูลจากแหล่งข่าวในพื้นที่ว่า เป็นกลุ่มทุนหรือบริษัทในเครือเดียวกับ บริษัท พลังเกษตรอุตสาหกรรม จำกัด ที่จะดำเนินการจัดตั้งโรงงานผลิตเอทานอลข้างต้น) 
ในพื้นที่อำเภอปักธงชัย จังหวัดนครราชสีมา ซึ่งมีเป้าหมายกำลังการผลิตเอทานอลจากมันสำปะหลังประมาณ ๑,๐๕๐,๐๐๐ ลิตรต่อวัน 
หรือโดยเฉลี่ยปีละประมาณ ๓๔๖,๕๐๐,๐๐๐ ลิตร ด้วยมูลค่าการลงทุนทั้งสิ้น ๕,๓๘๔ ล้านบาท ตามที่ได้รับการอนุมัติส่งเสริมการลงทุนจากบีโอไอก่อนหน้านี้ 
และอยู่ระหว่างการจัดตั้งโรงงาน 

อ่าน:1974 | ความคิดเห็น:0 | แสดงความคิดเห็น
2156 เรื่อง หน้าละ 10 รายการ 215 หน้า, หน้าที่ 216 มี 6 รายการ
|-Page 196 of 216-| 1 | 2 | 3 | 4 | 5 | 6 | 7 | 8 | 9 | 10 | 11 | 12 | 13 | 14 | 15 | 16 | 17 | 18 | 19 | 20 | 21 | 22 | 23 | 24 | 25 | 26 | 27 | 28 | 29 | 30 | 31 | 32 | 33 | 34 | 35 | 36 | 37 | 38 | 39 | 40 | 41 | 42 | 43 | 44 | 45 | 46 | 47 | 48 | 49 | 50 | 51 | 52 | 53 | 54 | 55 | 56 | 57 | 58 | 59 | 60 | 61 | 62 | 63 | 64 | 65 | 66 | 67 | 68 | 69 | 70 | 71 | 72 | 73 | 74 | 75 | 76 | 77 | 78 | 79 | 80 | 81 | 82 | 83 | 84 | 85 | 86 | 87 | 88 | 89 | 90 | 91 | 92 | 93 | 94 | 95 | 96 | 97 | 98 | 99 | 100 | 101 | 102 | 103 | 104 | 105 | 106 | 107 | 108 | 109 | 110 | 111 | 112 | 113 | 114 | 115 | 116 | 117 | 118 | 119 | 120 | 121 | 122 | 123 | 124 | 125 | 126 | 127 | 128 | 129 | 130 | 131 | 132 | 133 | 134 | 135 | 136 | 137 | 138 | 139 | 140 | 141 | 142 | 143 | 144 | 145 | 146 | 147 | 148 | 149 | 150 | 151 | 152 | 153 | 154 | 155 | 156 | 157 | 158 | 159 | 160 | 161 | 162 | 163 | 164 | 165 | 166 | 167 | 168 | 169 | 170 | 171 | 172 | 173 | 174 | 175 | 176 | 177 | 178 | 179 | 180 | 181 | 182 | 183 | 184 | 185 | 186 | 187 | 188 | 189 | 190 | 191 | 192 | 193 | 194 | 195 | 196 | 197 | 198 | 199 | 200 | 201 | 202 | 203 | 204 | 205 | 206 | 207 | 208 | 209 | 210 | 211 | 212 | 213 | 214 | 215 | 216 |
จำหน่ายเมล็ดทานตะวันเพาะกินต้นอ่อนครับ
Update: 2558/03/03 21:40:07 - Views: 1728 | Ans: 0
ขายสปริงเกอร์ และอุปกรณ์เกษตรอื่นๆ มากมาย ราคาโรงงาน สินค้าดี มีคุณภาพ 
Update: 2553/06/07 22:42:30 - Views: 2431 | Ans: 2
ขายสปริงเกอร์ และอุปกรณ์เกษตรอื่นๆ มากมาย ราคาโรงงาน สินค้าดี มีคุณภาพ 
คำนิยม - ลูกค้าใช้ ไอเอส แก้โรคใบไหม้ ทุเรียน ที่ ต.ไทยสามัคคี อ.วังน้ำเขียว จ.นครราชสีมา สั่งซื้อเพิ่ม เพราะทุเรียนดีขึ้น
Update: 2563/07/06 22:42:22 - Views: 62 | Ans: 0
คำนิยม - ลูกค้าใช้ ไอเอส แก้โรคใบไหม้ ทุเรียน ที่ ต.ไทยสามัคคี อ.วังน้ำเขียว จ.นครราชสีมา สั่งซื้อเพิ่ม เพราะทุเรียนดีขึ้น
คำนิยม - ลูกค้าใช้ ไอเอส แก้โรคใบไหม้ ทุเรียน ที่ ต.ไทยสามัคคี อ.วังน้ำเขียว จ.นครราชสีมา สั่งซื้อเพิ่ม เพราะทุเรียนดีขึ้น
จำหน่ายพันธุ์ปลาน้ำจืดทุกชนิด 
Update: 2555/03/07 10:23:16 - Views: 4811 | Ans: 0
จำหน่ายพันธุ์ปลาน้ำจืดทุกชนิด 
มท.๓ เกาะกระแส E85ตั้งฐานผลิตเอทานอลใหญ่อันดับ ๓ ในอีสาน 
Update: ././. .:.:. - Views: 1974 | Ans: 0
เกษตรฯ ถกแผนปรับการผลิตข้าวเหนียว เล็งขยายตลาดต่างประเทศและการแปรรูป
Update: 2553/02/20 10:47:38 - Views: 360 | Ans: 0
จำหน่ายและจองกล้าพันธ์ยางพาราRRIM600ให้คนอีสานโดยคนอีสานใต้
Update: 2554/10/28 14:30:57 - Views: 1648 | Ans: 0
ขายเครื่องนวดข้าว พร้อมเทลเลอร์ มี 2 เครื่อง ขายถูกๆ 28,500 บ.
Update: 2557/05/31 10:40:22 - Views: 4271 | Ans: 2
ขายเครื่องนวดข้าว พร้อมเทลเลอร์ มี 2 เครื่อง ขายถูกๆ 28,500 บ.
ท่านใดมีที่ปลูก มันสำปะหลัง เราลงทุนให้ทุกอย่าง
Update: 2554/06/15 19:15:32 - Views: 5507 | Ans: 0
ท่านใดมีที่ปลูก มันสำปะหลัง เราลงทุนให้ทุกอย่าง
ขายรถไถเล็ก KUBOTA L4508 ขับเคลื่อน4ล้อ 46แรงม้า+โรตารี่ตราช้าง สภาพดีมาก สด/ผ่อนก็ได้ 385000
Update: 2563/06/16 22:44:09 - Views: 11618 | Ans: 0
ขายรถไถเล็ก KUBOTA L4508 ขับเคลื่อน4ล้อ 46แรงม้า+โรตารี่ตราช้าง สภาพดีมาก สด/ผ่อนก็ได้ 385000
© FarmKaset.ORG