ฟาร์มเกษตร (ครบเครื่อง เรื่องปุ๋ยยาฯ)
หน้าแรก | ตามสินค้า | สั่งซื้อ | เกี่ยวกับเรา
FB | iLab | อยากเป็นตัวแทนจำหน่าย | Eng Site
[sort by : last post | last update] wiki เกษตร ที่ใครๆก็โพสได้..
+ โพสเรื่องใหม่ | + เลือกหน้า | All contents

 
ติดตามสินค้าที่คุณสั่ง
คุณ กิมไล้ บุญเสถียร, Saturday 24 October 2020 11:39:54, เลขจัดส่ง SMAM000213708
คุณ ฉลอง เมืองช้าง, Saturday 24 October 2020 08:28:59, เลขจัดส่ง SMAM000213704
นาง ทองสุข เพ็ชรเพ็ง, Friday 23 October 2020 15:19:56, เลขจัดส่ง SMAM000213706
คุณ คุณ สุมล ขวัญทอง, Friday 23 October 2020 15:19:00, เลขจัดส่ง SMAM000213707
คุณ อรวิภา แก้วยิ่ง, Friday 23 October 2020 12:58:46, เลขจัดส่ง SMAM000213710
คุณ วัน เนียมมณี, Friday 23 October 2020 11:29:32, เลขจัดส่ง SMAM000213705
คุณ คำหล้า ทับสุข, Friday 23 October 2020 09:29:09, เลขจัดส่ง SMAM000213709
คุณ วิลัย เนตรัตน์, Thursday 22 October 2020 20:06:02, เลขจัดส่ง SMAM000213703
คุณ บุญส่ง รักกมล, Thursday 22 October 2020 15:39:01, เลขจัดส่ง SMAM000213581
คุณ พัฒนา สังขศิลากาญจน์, Thursday 22 October 2020 12:23:29, เลขจัดส่ง SMAM000213549
ดูรายการจัดส่งทั้งหมด
ปลูกแตงโมไร้สารเคมี พลิกวิกฤตแล้ง รายได้ 6 หมื่นบาทต่อไร่เป็นอย่างน้อย เกษตรกรเมืองพัทลุง
110.169.64.131: 2563/06/18 17:39:34
ปลูกแตงโมไร้สารเคมี พลิกวิกฤตแล้ง รายได้ 6 หมื่นบาทต่อไร่เป็นอย่างน้อย เกษตรกรเมืองพัทลุง
เกษตกรเมืองพัทลุงพลิกวิกฤตแล้งเป็นโอกาสปลูกแตงโมไร้สารเคมีขายได้ไร่ละไม่ต่ำกว่า 6 หมื่นบาท
นายสุวิทย์ ดิษโต เกษตรกรเจ้าของสวนแตงโม อยู่บ้านเลขที่ 129 ม.1 ต.นาปะขอ อ.บางแก้ว จ.พัทลุง กล่าวว่า ได้ร่วมกับชาวบ้านใกล้เคียงงปลูกแตงโม พันธุ์กินรี C28 จนสามารถสร้างรายได้พลิกฟื้นตัวเองได้เร็วเพียงใช้ระยะเวลาไม่นานนัก ซึ่งแตงโมที่เลือกปลูกนั้นเป็นพันธุ์กินรี C28 เป็นพืชที่ไม่ชอบสภาพอากาศที่ฝนตกชุก จึงเหมาะที่จะปลูกในช่วงหน้าร้อนเพราะรสชาติของแตงโมจะมีรสชาติที่หวานน่ารับประทานและมีสีแดงสด


การปลูกแตงโมแต่ละพันธุ์ก็จะไม่แตกต่างกัน ซึ่งควรที่จะเริ่มจากเตรียมดินไถเปิดหน้าดินรอบแรกลึกประมาณ 1 ฟุต ตากดินให้แห้งไว้ 2 สัปดาห์ ใช้รถไถย่อยดินอีกหนึ่งรอบ ระยะปลูกแตงโมนั้นส่วนใหญ่จะใช้ความกว้างประมาณ 6 เมตร (แต่ถ้าช่วงหน้าแล้ง กว้าง 5 เมตรหน้าฝน กว้าง 7 เมตร) ทำแถวคู่ระยะปลูกระหว่างหลุม 60 เซนติเมตรระหว่างแถวห่าง 6 เมตรปรับปรุงดินโดยใส่ปุ๋ยคอก 1 ตัน ต่อไร่ หว่านปูนขาวให้ทั่วเพื่อปรับสภาพดิน ใช้รถไถเล็กยกแปลงกรีดร่อง ใส่ปุ๋ยสูตรเสมอ( 16-16-16)จำนวน30กิโลกรัมต่อไร่ แต่ไม่เกิน 50 กิโลกรัมขึ้นอยู่กับสภาพพื้นดินว่ามีความสมบูรณ์แค่ไหน จากนั้นไถยกร่องโดยรถไถเดินตามยกแปลง หว่านเมล็ดหลุมละ3 เมล็ด ใช้เวลาประมาณ 2 อาทิตย์ คัดให้เหลือ 1 ต้นต่อหลุม

นายสุวิทย์ กล่าวอีกว่า การที่จะเพิ่มผลผลิตได้ คือการตัดแต่งแขนง หรือเถาการปลูกเพื่อให้ได้ผลผลิตและคุณภาพสูง และ จำเป็นต้องมีการตัดแต่งแขนง เพื่อให้เกิดการสมดุลในการสร้างและใช้อาหาร โดยให้ต้นแม่มีการเจริญเติบโตเต็มที่การปล่อยให้เถาแขนงและผลเจริญในระยะแรกจะทำให้เกิดการแย่งอาหารส่งผลให้ยอดของต้นแม่ชะลอหรือชะงักการเจริญ ซึ่งเป็นปัจจัยหนึ่งที่ทำให้ผลผลิตและคุณภาพตํ่า และการบำรุงก็ไม่ยุ่งยาก ใส่ปุ๋ยคอกและปุ๋ยเคมีผสมเพียงเล็กน้อย แตงโมจะเริ่มออกดอกและติดผลเป็นลูกเล็กๆ ตามเถาที่เลื้อยบนดินในแปลงต้องมั่นดูแลเรื่องโรคและแมลง ระยะเก็บเกี่ยวผลผลิตแตงโมกินรีนั้นประมาณ 60 วัน สามารถเก็บเกี่ยวได้

"ในพื้นที่ ต.นาปะขอ อ.บางแก้ว ที่ปลูกนั้นเป็นพื้นที่ ที่เหมาะสม ช่วงนี้เป็นช่วงที่เหมาะแก่การเพาะปลูกเพราะ ไม่มีโรคแมลงเข้ารบกวน และสามารกเก็บผลผลิตขายสร้างรายได้ดี โดยช่วงนี้จะขายกันอยู่ที่ กก.ละ12 บาท ซึ่งราคาจะสูงกว่าพื้นที่อื่น เนื่องจากชาวบ้านปลูกโดยไม่ใช้สารเคมีแต่อย่างใด แถมยังให้ผลผลิตสูง และเป็นที่ต้องการของตลาดสามารถขายได้ไร่ละไม่ต่ำกว่า 6 หมื่นบาทเลยทีเดียว"

ข้อมูลจาก posttoday.com/social/local/76834
ปลูกแตงโมไร้สารเคมี พลิกวิกฤตแล้ง รายได้ 6 หมื่นบาทต่อไร่เป็นอย่างน้อย เกษตรกรเมืองพัทลุง
อ่าน:219 | ความคิดเห็น:0 | แสดงความคิดเห็น
5 เคล็ดลับ เลือกข้าวหอมมะลิยังไงให้ได้ข้าวที่หุงแล้วหอม สวย ขึ้นหม้อ
184.22.2.75: 2563/05/13 17:09:38
5 เคล็ดลับ เลือกข้าวหอมมะลิยังไงให้ได้ข้าวที่หุงแล้วหอม สวย ขึ้นหม้อ
https://pixabay.com/photos/rice-food-eat-staple-food-grainy-960625/
ข้าวหอมมะลิเป็นข้าวขึ้นชื่อของไทยที่ดังไปไกลถึงต่างประเทศ เป็นข้าวที่คนไทยนิยมกินกันมากเป็นอันดับหนึ่ง ด้วยเอกลักษณ์ที่ นุ่ม หอม แต่เคยสงสัยกันมั้ยว่า ทำไมเวลาไปซื้อป้ายเขียนว่าข้าวหอมมะลิเหมือนกัน แต่เวลาหุงออกมาดันไม่เหมือนกัน แล้วจะต้องเลือกข้าวหอมมะลิยังไง ถึงจะดี ข้าวหุงออกมาหอม สวย วันนี้เรามีคำตอบมาฝาก

เลือกจากลักษณะของข้าวและบรรจุภัณฑ์
เลือกที่เมล็ดข้าวมีผิวเรียบ แข็ง แห้ง ไม่มีรอยแตก สวยงาม ไม่จับกันเป็นก้อน ขนาดเล็กใหญ่เท่ากันหรือไม่ต่างกัน ไม่มีสีสันที่ผิดปกติ สีขาวใส สะอาด ไม่มีสิ่งแปลกปลอม เช่น ทราย และแมลง ไม่มีกลิ่นอับชื้น เหม็นหืน ถ้าเป็นข้าวถุง ควรเลือกถุงที่บรรจุปิดสนิทไม่ฉีกขาดระบุสถานที่ผลิตและราคาจำหน่ายชัดเจน

เลือกตามอายุของข้าวหอมมะลิ
หลายคนน่าจะเคยสงสัยว่า ซื้อข้าวยี่ห้อเดียวกัน แต่ทำไมเวลาหุงออกมาถึงไม่เหมือนกัน อาจเป็นเพราะอายุข้าวไม่เท่ากัน ทำให้เวลาหุงออกมาได้ข้าวสุกที่ไม่เหมือนกัน จะมีข้าวใหม่กับข้าวเก่า ซึ่งทั้งสองอย่างมีความแตกต่างกัน ข้าวสารใหม่ สีเมล็ดจะเป็นสีขาวน้ำนม เวลาหุงจะมีกลิ่นหอมชัด มีความนุ่มมาก ต้องระวังถ้าหุงไม่เป็นอาจแฉะได้ แต่ถ้าเป็นข้าวเก่าเมล็ดจะออกแดงๆ แต่ข้าวเก่าไม่ได้แปลว่าไม่ดี เป็นข้าวที่นิยมทานกันตามปกติ เวลาหุงจะขึ้นหม้อเมล็ดเรียงตัวสวย แค่จะหอมและนิ่มน้อยกว่า ซึ่งอันนี้ขึ้นอยู่กับความชอบของแต่ละคน

เลือกข้าวหอมมะลิตามฤดูกาล
การทำนาจะถูกแบ่งออกเป็น 2 ฤดูกาล นั่นคือข้าวนาปีและข้าวนาปรัง ข้าวทั้งสองฤดูกาลมีความแตกต่างกัน ข้าวนาปี เป็นข้าวที่ผลิตตามฤดูกาล จะออกตามวันและเดือนที่ค่อนข้างตายตัว ข้าวที่ได้จึงหอม นุ่มกว่า เพราะจะโตตามฤดูกาลส่วนข้าวนาปรัง เป็นข้าวที่ถูกปลูกนอกฤดูกาล เป็นข้าวที่เก็บเกี่ยวตามอายุ ไม่ว่าจะปลูกเดือนไหนพอครบอายุครบประมาณ 3 เดือน ก็จะเก็บเกี่ยวได้เลย จะหาซื้อได้ง่ายกว่า

เลือกซื้อข้าวหอมมะลิตามสายพันธุ์ http://www.nanapanagri.com/th/tanyatip-inter-trade ข้าวหอมมะลิในบ้านเรามีหลากหลายสายพันธุ์มากๆ ถึงจะเป็นข้าวหอมมะลิเหมือนกัน แต่รสชาติและรสสัมผัสแตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับจุดเด่นของสายพันธุ์นั้นๆ เช่น
ข้าวหอมมะลิ 105 : มีกลิ่นหอมคล้ายใบเตย เวลาหุงเสร็จจะมีกลิ่นหอมเป็นพิเศษ
ข้าวหอมมะลิทุ่งกุลา : เมล็ดข้าวจะมีลักษณะยาว เรียว เมื่อหุงแล้วจะมีกลิ่นหอมและนุ่ม
ข้าวหอมมะลิปทุมเทพ : เป็นข้าวที่มีความหอมและนุ่มเป็นพิเศษ

เลือกซื้อข้าวหอมมะลิจากชาวนาโดยตรง
การซื้อข้าวจากชาวนาโดยตรง นอกจากจะเป็นการช่วยชาวนาแล้ว จะได้ซื้อในราคาที่ถูกด้วย ข้าวที่ได้มีความอร่อยและหอมกว่าข้าวถุงที่ถูกเก็บไว้นาน แต่มักจะเป็นข้าวที่ยังไม่ถูกคัด เรื่องความสวยงามอาจลดน้อยลง

ความหอม นุ่มที่เป็นเอกลักษณ์ จึงทำให้ข้าวหอมมะลิกลายเป็นข้าวที่หลายๆ บ้านนิยม นอกจากเคล็ดลับบอกไว้ การเลือกข้าวที่เชื่อถือได้ คุณภาพสูงอย่าข้าวสารและธัญพืชตรา ธัญญทิพย์ http://www.nanapanagri.com/th/tanyatip-inter-trade ก็เป็นอีกเคล็ดลับเช่นเดียวกัน เพราะมีการคัดสรรวัตถุดิบอย่างพิถีพิถัน สะอาด ปลอดภัย ปราศจากสิ่งเจือปน มีผลิตภัณฑ์ที่หลากหลาย สำคัญมีบริการจัดส่งผลิตภัณฑ์ให้แก่ลูกค้าด้วยบริการที่สะดวกรวดเร็ว





อ่าน:99 | ความคิดเห็น:0 | แสดงความคิดเห็น
กระเจี๊ยบแดง เป็นยาลดไขมันในเส้นเลือด และช่วยลดน้ำหนัก ลดความดันโลหิต ลดความเหนียวข้นของเลือด
223.24.154.71: 2563/05/13 06:53:35
กระเจี๊ยบแดง เป็นยาลดไขมันในเส้นเลือด และช่วยลดน้ำหนัก ลดความดันโลหิต ลดความเหนียวข้นของเลือด
กลุ่มยาลดไขมันในเส้นเลือด

กระเจี๊ยบแดง

ชื่อวิทยาศาสตร์ : Hibiscus sabdariffa L.

ชื่อสามัญ : Jamaican Sorel_ Roselle

วงศ์ : Malvaceae

ชื่ออื่น : กระเจี๊ยบ กระเจี๊ยบเปรี้ย ผักเก็งเค็ง ส้มเก็งเค็ง ส้มตะเลงเครง

ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ : ไม้พุ่ม สูง 50-180 ซม. มีหลายพันธุ์ ลำต้นสีม่วงแดง ใบเดี่ยว รูปฝ่ามือ 3 หรือ 5 แฉก กว้างและยาวใกล้เคียงกัน 8-15 ซม. ดอกเดี่ยว ออกที่ซอกใบ กลีบดอกสีชมพูหรือเหลืองบริเวณกลางดอกสีม่วงแดง เกสรตัวผู้เชื่อมกันเป็นหลอด ผลเป็นผลแห้ง แตกได้ มีกลีบเลี้ยงสีแดงฉ่ำน้ำหุ้มไว้

สรรพคุณ :

กลีบเลี้ยงของดอก หรือกลีบที่เหลืออยู่ที่ผล

เป็นยาลดไขมันในเส้นเลือด และช่วยลดน้ำหนักด้วย

ลดความดันโลหิตได้โดยไม่มีผลร้ายแต่อย่างใด

น้ำกระเจี๊ยบทำให้ความเหนียวข้นของเลือดลดลง

ช่วยรักษาโรคเส้นโลหิตแข็งเปราะได้ดี

น้ำกระเจี๊ยบยังมีฤทธิ์ขับปัสสาวะ เป็นการช่วยลดความดันอีกทางหนึ่ง

ช่วยย่อยอาหาร เพราะไม่เพิ่มการหลั่งของกรดในกระเพาะ

เพิ่มการหลั่งน้ำดีจากตับ

เป็นเครื่องดื่มที่ช่วยให้ร่างกายสดชื่น เพราะมีกรดซีตริคอยู่ด้วย

ใบ แก้โรคพยาธิตัวจี๊ด ยากัดเสมหะ แก้ไอ ขับเมือกมันในลำคอ ให้ลงสู่ทวารหนัก

ดอก แก้โรคนิ่วในไต แก้โรคนิ่วในกระเพราะปัสสาวะ ขัดเบา ละลายไขมันในเส้นเลือด กัดเสมหะ ขับเมือกในลำไส้ให้ลงสู่ทวารหนัก

ผล ลดไขมันในเส้นเลือด แก้กระหายน้ำ รักษาแผลในกระเพาะ

เมล็ด บำรุงธาตุ บำรุงกำลัง แก้ดีพิการ ขับปัสสาวะ ลดไขมันในเส้นเลือด

นอกจากนี้ได้บ่งสรรพคุณโดยไม่ได้ระบุว่าใช้ส่วนใด ดังนี้คือ แก้อ่อนเพลีย บำรุงกำลัง บำรุงธาตุ แก้ดีพิการ แก้ปัสสาวะพิการ แก้คอแห้งกระหายน้ำ แก้ความดันโลหิตสูง กัดเสมหะ แก้ไอ ขับเมือกมันในลำไส้ ลดไขมันในเลือด บำรุงโลหิต ลดอุณหภูมิในร่างกาย แก้โรคเบาหวาน แก้เส้นเลือดตีบตัน

นอกจากใช้เดี่ยวๆ แล้ว ยังใช้ผสมในตำรับยาร่วมกับสมุนไพรอื่น ใช้ถ่ายพยาธิตัวจี๊ด

วิธีและปริมาณที่ใช้
โดยนำเอากลีบเลี้ยง หรือกลีบรองดอกสีม่วงแดง ตากแห้งและบดเป็นผง ใช้ครั้งละ 1 ช้อนชา (หนัก 3 กรัม) ชงกับน้ำเดือด 1 ถ้วย (250 มิลลิลิตร) ดื่มเฉพาะน้ำสีแดงใส ดื่มวันละ 3 ครั้ง ติดต่อกันทุกวันจนกว่าอาการขัดเบาและอาการอื่นๆ จะหายไป
สารเคมี

ดอก พบ Protocatechuic acid_ hibiscetin_ hibicin_ organic acid_ malvin_ gossypetin
คุณค่าด้านอาหาร

น้ำกระเจี๊ยบแดง มีรสเปรี้ยว นำมาต้มกับน้ำ เติมน้ำตาล ดื่มแก้ร้อนใน กระหายน้ำ และช่วยป้องกันการจับตัวของไขมันในเส้นเลือดได้ และยังนำมาทำขนมเยลลี่ แยม หรือใช้เป็นสารแต่งสี ใบอ่อนของกระเจี๊ยบเป็นผักได้ หรือใช้แกงส้ม รสเปรี้ยวกำลังดี กระเจี๊ยบเปรี้ยวมีชื่อเรียกอีกชื่อว่า "ส้มพอเหมาะ" ในใบมี วิตามินเอ ช่วยบำรุงสายตา ส่วนกลีบเลี้ยงและกลีบดอก มีสารแคลเซียม ช่วยบำรุงกระดูกและฟันให้แข็งแรง

น้ำกระเจี๊ยบแดงที่ได้สีแดงเข้ม สาร Anthocyanin นำไปแต่งสีอาหารตามต้องการ

ข้อมูลจาก rspg.or.th/plants_data/herbs/herbs_01.htm

รูปภาพจาก arit.kpru.ac.th/ap2/local/?nu=pages &page_id=1450&code_db=610010&code_type=01
กระเจี๊ยบแดง เป็นยาลดไขมันในเส้นเลือด และช่วยลดน้ำหนัก ลดความดันโลหิต ลดความเหนียวข้นของเลือด
อ่าน:151 | ความคิดเห็น:0 | แสดงความคิดเห็น
เพชรสังฆาต สมุนไพรไทย รักษาโรคริดสีดวงทวาร
110.169.64.91: 2563/05/12 13:22:41
เพชรสังฆาต สมุนไพรไทย รักษาโรคริดสีดวงทวาร
เพชรสังฆาต มีชื่อภาษาอังกฤษว่า Veld grape มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า cissus quadrangularis เพชรสังฆาตเป็นไม้เถาลักษณะเป็นรูปสี่เหลี่ยม เป็นข้อปล้องๆต่อกัน เพชรสังฆาตสมุนไพรไทยที่มีสรรพคุณทางยามากมาย ช่วยรักษาโรคได้ผลชะงัด

รักษาริดสีดวงทวาร
เพชรสังฆาตมีสรรพคุณใช้เป็นยารักษาริดสีดวง สำหรับคนที่เป็นโรคริดสีดวงทวาร จะเกิดภาวะเลือดดำคั่งจนทำให้ส่วนปลายสุดของลำไส้ใหญ่เกิดอาการโป่งพองคล้ายกับมีติ่งยื่นออกมาจากทวารหนัก การรับประทานเพชรสังฆาตจึงช่วยลดอาการอักเสบ รวมทั้งช่วยทำให้หลอดเลือดดำที่บวมเป่งอยู่บริเวณทวารหนักหดตัวลงได้อีกด้วย

เนื่องจากเพชรสังฆาตสดจะมีรสขมและทำให้คันคอมาก เพราะเพชรสังฆาตมีสารแคลเซียมออกซาเลต สารนี้จะมีผลึกรูปเข็มที่สามารถทิ่มแทงทำให้เกิดอาการระคายเคืองภายในช่องปากและคอได้ ดังนั้นแนะนำให้รับประทานเพชรสังฆาตแบบแคปซูล โดยรับประทานครั้งละ 3 แคปซูล วันละ 3 ครั้ง หลังอาหาร เป็นเวลาประมาณ 1 เดือน จะช่วยให้อาการดีขึ้น

ข้อมูลจาก health.mthai.com/howto/health-care/26294.html
เพชรสังฆาต สมุนไพรไทย รักษาโรคริดสีดวงทวาร
อ่าน:196 | ความคิดเห็น:0 | แสดงความคิดเห็น
ว่านหางจรเข้ บรรเทาปวดศีรษะ พอกแผลน้ำร้อนลวก แผลไฟไหม้ แก้ปวดแสบปวดร้อน รักษาผิวที่แดดเผา รักษาแผลในกระเพาะอาหาร ฯ
110.169.64.46: 2563/06/18 17:33:53
ว่านหางจรเข้ บรรเทาปวดศีรษะ พอกแผลน้ำร้อนลวก แผลไฟไหม้ แก้ปวดแสบปวดร้อน รักษาผิวที่แดดเผา รักษาแผลในกระเพาะอาหาร ฯ
ว่านหางจระเข้

ไม้ล้มลุกใบใหญ่หนาที่ทุกคนรู้จักกันดี แม้ถิ่นกำเนิดจะอยู่ไกลถึงฝั่งเมดิเตอร์เรเนียน และแอฟริกา แต่ในประเทศไทยก็มีการปลูกว่านหางจระเข้อย่างแพร่หลาย ซึ่งในตำรับยาไทยก็ใช้ว่านหางจระเข้บำบัดอาการต่าง ๆ ได้มากมาย จนเป็นที่รู้จักว่า เป็นพืชอัศจรรย์ที่มีสรรพคุณสารพัดประโยชน์

โดย "วุ้นในใบสด" สามารถนำมาบรรเทาอาการปวดศีรษะได้ แต่สรรพคุณเด่น ๆ ที่ทุกคนน่าจะรู้จักก็คือ นำมาพอกแผลน้ำร้อนลวก ไฟไหม้ แก้ปวดแสบปวดร้อน แผลเรื้อรัง รักษาผิวที่ถูกแดดเผา แผลในกระเพาะอาหาร และช่วยถอนพิษได้ เพราะว่านหางจระเข้มีสรรพคุณช่วยสมานแผล แต่มีข้อแนะนำว่า ก่อนใช้ควรทดสอบดูก่อนว่าแพ้หรือไม่ โดยเอาวุ้นทาบริเวณท้องแขนด้านใน ถ้าผิวไม่คันหรือแดงก็ใช้ได้ นอกจากส่วนวุ้นในใบสดแล้ว ส่วน "ยางในใบ" ก็สามารถนำมาทำเป็นยาระบายได้ และส่วน "เหง้า" ก็นำไปต้มน้ำรับประทาน แก้โรคหนองในได้ด้วย
ว่านหางจรเข้ บรรเทาปวดศีรษะ พอกแผลน้ำร้อนลวก แผลไฟไหม้ แก้ปวดแสบปวดร้อน รักษาผิวที่แดดเผา รักษาแผลในกระเพาะอาหาร ฯ
อ่าน:131 | ความคิดเห็น:0 | แสดงความคิดเห็น
ฟ้าทะลายโจร มีฤทธิ์เป็นยาแก้ไข้ โรคทางเดินหายใจ แก้เจ็บคอ แต่บางคนอาจเกิดอาการแพ้ได้
110.169.64.46: 2563/05/11 13:51:56
ฟ้าทะลายโจร มีฤทธิ์เป็นยาแก้ไข้ โรคทางเดินหายใจ แก้เจ็บคอ แต่บางคนอาจเกิดอาการแพ้ได้
ฟ้าทะลายโจร (ชื่อวิทยาศาสตร์: Andrographis paniculata ( Burm.f. ) Wall ex Nees.) เป็นพืชล้มลุกฤดูเดียว ในตระกูล Acanthaceae มีถิ่นกำเนิดในอินเดียและศรีลังกา โดยในตำรายาโบราณของไทย จัดให้เป็นสมุนไพรพื้นบ้านที่สามารถหามารับประทานแก้โรคได้เอง สูงประมาณ 30-70 ซม. ลำต้นเป็นสี่เหลี่ยม แตกกิ่งมาก ใบรียาว ปลายใบแหลม ดอกขนาดเล็กสีขาว มีรอยกระสีม่วงแดง ลักษณะเป็นหลอด ฝักคล้ายฝักต้อยติ่ง เมล็ดสีน้ำตาลอ่อน ใบมีสารประกอบแลกโตน ซึ่งมีฤทธิ์เป็นยาแก้ไข้ โรคทางเดินหายใจ แก้เจ็บคอ แต่บางคนอาจเกิดอาการแพ้ได้ ซึ่งต้องหยุดยาทันที

ข้อมูลจาก th.wikipedia.org/wiki/ฟ้าทะลายโจร_(พืช)
อ่าน:113 | ความคิดเห็น:0 | แสดงความคิดเห็น
จากช่างซ่อมรถ รายได้เดือนหมื่นห้า เปลี่ยนมาเลี้ยงปลาทับทิมในกระชัง สร้างรายได้กว่า 200000 บาท สองแสนบาทต่อเดือน
110.169.64.133: 2563/05/07 15:41:16

การเลี้ยงปลาทับทิม
รูปแบบการเลี้ยงปลาทับทิม จำแนกตามลักษณะแหล่งน้ำที่เลี้ยง ได้แก่
1. การเลี้ยงในบ่อดิน
เป็นการเลี้ยงในบ่อที่ขุดบริเวณพื้นที่ว่าง โดยคันบ่อ ขอบบ่อ และก้นบ่อเป็นดิน และไม่ใช้วัสดุกันน้ำใดๆรองพื้นหรือที่เรียกว่า บ่อน้ำหรือสระ บ่อเลี้ยงในลักษณะนี้มักเป็นบ่อขนาดใหญ่เป็นไร่หรือมากกว่า มีความลึกของบ่อตั้งแต่ 2 เมตร การเลี้ยงในลักษณะนี้จำเป็นต้องมีปริมาณน้ำมากเพียงพอ เพราะจำเป็นต้องใช้น้ำมาก

2. การเลี้ยงในเขื่อนหรืออ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่
การเลี้ยงในเขื่อนหรืออ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ จะเป็นลักษณะการเลี้ยงในกระชังเป็นกลุ่มๆ เพื่อให้ปลาอยู่ในพื้นที่เลี้ยง ขนาดความลึกของน้ำไม่ควรต่ำกว่า 5 เมตร มีค่าความขุ่นใสไม่น้อยกว่า 70 เซนติเมตร

3. การเลี้ยงในแม่น้ำ
การเลี้ยงในแม่น้ำจัดเป็นการเลี้ยงในกระชังเช่นกัน แม่น้ำควรมีน้ำไหลตลอดฤดูกาลเลี้ยง หากเป็นพื้นที่ใกล้ปากอ่าว ควรให้กระชังห่างจากปากอ่าวมากที่สุด อย่างน้อย 20 กิโลเมตร เพื่อไม่ให้น้ำมีการเปลี่ยนแปลงความเค็มหรือคุณภาพมากเกินไป

4. การเลี้ยงในบ่อซีเมนต์
เป็นการเลี้ยงที่ใช้วิธีการสร้างบ่อน้ำด้วยการก่อบ่อซีเมนต์สี่เหลี่ยมผืนผ้า ซึ่งมักเลี้ยงในโรงเรือนที่สามารถป้องกันน้ำฝนได้ การเลี้ยงลักษณะนี้จะเลี้ยงได้ในปริมาณน้อย จากปัญหาเรื่องพื้นที่จำกัด และอาจต้องใช้เครื่องเติมอากาศเข้าช่วยเพื่อให้ออกซิเจน

การเลี้ยงตามลักษณะการจำหน่าย
1. การเลี้ยงแบบกึ่งพัฒนา เป็นการเลี้ยงเพื่อการบริโภค และเพื่อการจำหน่าย โดยส่วนที่จำหน่ายจะเป็นส่วนที่เหลือจากการบริโภค การเลี้ยงลักษณะนี้มุ่งเน้นให้มีต้นทุนต่ำ โดยใช้วัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรหรือวัสดุที่หาได้ตามท้องถิ่นเป็นอาหารแก่ปลาเป็นหลัก ร่วมกับการหากินเองของปลาตามธรรมชาติ เช่น ปุ๋ยคอก เศษพืชผัก ปลวก เป็นต้น

2. การเลี้ยงเชิงพาณิชย์ หรือการเลี้ยงแบบเข้มข้นเพื่อการจำหน่ายเป็นหลัก อาหารที่เลี้ยงจะเป็นอาการสำเร็จรูปที่หาซื้อได้ตามท้องตลาดเป็นหลัก เพราะเป็นการเลี้ยงเพื่อให้ปลาได้รับสารอาหารที่เพียงพอ ทำหให้ปลาเจริญเติบโตเร็ว ปลาที่มีขนาดใหญ่ และเป็นไปตามความต้องการของตลาด อัตราการปล่อยเลี้ยงจะใช้แบบหนาแน่น และให้อาหารมาก เพื่อย่นระยะเวลาการเลี้ยงให้สั้นลง

3. การเลี้ยงระบบฟาร์มลูก เป็นรูปแบบการเลี้ยงที่เกษตรเป็นเครือข่ายของบริษัทผู้พัฒนาพันธุ์ปลา โดยบริษัทจะให้การสนับสนุนในหลายด้าน อาทิ พันธุ์ปลา ยา และอาการ รวมถึงการให้คำปรึกษา และการแก้ปัญหาตลอดระยะเวลาการเลี้ยง ทำให้ผู้เลี้ยงสามารถผลิตปลาทับทิมได้มีคุณภาพดี และสม่ำเสมอ ทั้งนี้ ในด้านการตลาด บริษัทเครือข่ายจะเป็นผู้รับชื้อในราคาต่อหน่วยกิโลกรัมปลา โดยที่เกษตรกรไม่จำเป็นต้องวิ่งหาตลาดเอง

พันธุ์ปลาที่เลี้ยง
ลูกพันธุ์ปลาทับทิมที่นำมาเลี้ยง ควรหาซื้อจากฟาร์มที่มีความน่าเชื่อถือ หรือจากบริษัทผู้ผลิตพันธุ์ปลาโดยตรง นอกจากนั้น หากเกษตรกรมีการเลี้ยงจำนวนมาก และเป็นผู้มีความรู้ในด้านการเพาะขยายพันธุ์ปลา อาจทำการเพาะขยายพันธุ์ปลาเอง ซึ่งจะช่วยลดต้นทุนเรื่องพันธุ์ปลาลงได้มาก


ที่มา http://pasusat.com/%E0%B8%9B%E0%B8%A5...
https://www.youtube.com/watch?v=kK31Ch6-b5E
จากช่างซ่อมรถ รายได้เดือนหมื่นห้า เปลี่ยนมาเลี้ยงปลาทับทิมในกระชัง สร้างรายได้กว่า 200000 บาท สองแสนบาทต่อเดือน
อ่าน:234 | ความคิดเห็น:0 | แสดงความคิดเห็น
แนวทางพัฒนาเศรษฐกิจแบบคนรุ่นใหม่ เต้ ประธาน YEC อำนาจเจริญ - Piyamas Live ปิยะมาศ บัวแก้ว
110.169.64.133: 2563/05/07 15:30:57

#คิดแบบคนรุ่นใหม่
คิดอย่างไรติดตาม สัมภาษณ์ไลฟ์สด #ประธานYEC อำนาจเจริญ
#น้องเต้
พฤหัสฯ 7 พค.
14.00 น.
- Piyamas Live
ปิยะมาศ บัวแก้ว

https://www.youtube.com/watch?v=mDzGp4sBTwI
แนวทางพัฒนาเศรษฐกิจแบบคนรุ่นใหม่ เต้ ประธาน YEC อำนาจเจริญ - Piyamas Live ปิยะมาศ บัวแก้ว
อ่าน:112 | ความคิดเห็น:0 | แสดงความคิดเห็น
รู้หรือไม่? ปลานิล ปลาทับทิม ที่เราได้ทานกันทุกวันนี้ มีที่มาอย่างไร
1.46.131.210: 2563/06/15 16:27:47
จาก “ปลานิล” สู่ “ปลาทับทิม” อีกปลาเศรษฐกิจของคนไทย
“ปลานิล” เป็นอีกสัญลักษณ์หนึ่งที่แสดงถึงพระอัจฉริยภาพในองค์พระบาทสมเด็จ

พระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช หลังจากที่สมเด็จพระจักรพรรดิอะกิฮิโตะเมื่อครั้งดำรงพระอิสริยยศมกุฎราชกุมารแห่งประเทศญี่ปุ่นได้ถวายปลานิล จำนวน 50 ตัว เมื่อวันที่ 25 มี.ค.2508 และโปรดเกล้าฯ ให้ทดลองเลี้ยงปลานิลในบ่อภายในสวนจิตรลดา เป็นที่มาของชื่อ ปลานิลจิตรลดา

ต่อมาทรงพระราชทานพันธุ์ปลาดังกล่าวให้กับกรมประมง จำนวน 10_000 ตัว เมื่อวันที่ 17 มี.ค.2509 เพื่อนำไปขยายพันธุ์และแจกจ่ายแก่พสกนิกร และปล่อยลงไว้ตามแหล่งน้ำต่าง ๆ ตามที่เห็นว่าเหมาะสม เนื่องจากปลานิลมีคุณลักษณะพิเศษหลายอย่าง เช่น เลี้ยงง่าย โตเร็ว กินอาหารได้ทุกชนิด เช่น ไรน้ำ ตะไคร่น้ำ ตัวอ่อนของแมลงและสัตว์น้ำเล็กๆ

รวมทั้งมีขนาดลำตัวใหญ่ ขยายพันธุ์ง่าย และมีรสชาติดี กลายเป็นปลาเศรษฐกิจที่สร้างงานให้คนไทยนับล้าน และเป็นโปรตีนราคาถูกให้พสกนิกรทั่วประเทศของพระองค์ได้บริโภค

นอกจากปลานิลสายพันธุ์ทั่วไปแล้ว ยังมีปลาที่มีลักษณะคล้ายปลานิลแต่มีสีแดง ซึ่งปัจจุบัน เกษตรกรโดยเฉพาะในภาคกลางและภาคเหนือ ได้ทำการเพาะเลี้ยงปลานิลควบคู่ไปกับปลานิลสีแดง โดยมีการพบครั้งแรกในราวปี2511 ที่จ.อุบลราชธานี โดยนักวิชาการประมงของสถานีประมงจังหวัดอุบลราชธานีและเกษตรกรในจังหวัดนั้น ได้ปลานิลแดงปะปนอยู่ในบ่อเลี้ยงปลานิล

นักวิชาการประมงประจำสถานีฯ จึงได้ทำการคัดเลือกปลานิลที่มีสีแดงทั้งตัวแยกเพาะเลี้ยงไว้ต่างหากจากปลานิลพันธุ์ปกติ โดยในขณะนั้นยังไม่มีการศึกษาด้านพันธุกรรมของปลานิลชนิดนี้

ต่อมาในปี2525 กลุ่มวิจัยการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ สถาบันประมงน้ำจืดแห่งชาติ ได้นำลูกปลานิลสีแดงขนาด 2–3 เซนติเมตร จำนวน 1_000 ตัว จากสถานีประมงจังหวัดอุบลราชธานีมาเลี้ยงไว้เพื่อทำการคัดพันธุ์และศึกษาวิจัยด้านพันธุกรรม ภายใต้โครงการ “พันธุกรรมปลา” ในปี 2527 กรมประมงได้ส่งตัวอย่างปลานิลแดงนี้ไปตรวจสอบพันธุ์ ณ มหาวิทยาลัยสเตอร์ริง สหราชอาณาจักรและมหาวิทยาลัยฟิลิปปินส์ สาธารณรัฐฟิลิปปินส์

จากการศึกษาสายพันธุ์โดยการวิเคราะห์ในระดับโปรตีนที่ถูกควบคุมด้วยยีนบางชนิดพบว่า ปลานิลแดงเป็นปลาลูกผสมระหว่างปลานิลกับปลาหมอเทศ ซึ่งสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามมกุฏราชกุมารี ได้ทรงพระราชทานชื่อปลาชนิดนี้ว่า “ปลานิลสีแดง” แต่มักจะเรียกกันว่า “ปลานิลแดง”

ส่วน “ปลาทับทิม” เป็นการพัฒนาสายพันธุ์ปลานิลโดยภาคเอกชนคือเครือเจริญโภคภัณฑ์ โดยซีพีเอฟทำการพัฒนาสายพันธุ์ปลาตามแนวพระราชดำริด้วยวิธีธรรมชาติ ไม่ใช่การตัดแต่งพันธุกรรม ด้วยการนำปลานิลแดงมาพัฒนาต่อ โดยผสมข้ามสายพันธุ์กับปลานิลแดงที่มีลักษณะเด่นมากในด้านต่างๆจากหลายประเทศ ได้แก่ สหรัฐอเมริกา อิสราเอลและไต้หวัน

โดยทำการปรับปรุงสายพันธุ์ทางด้านคุณภาพ ความต้านทานโรค ลักษณะเนื้อและรสชาติให้ดีขึ้นด้วยวิธีตามธรรมชาติ กระทั่งได้ปลาเนื้อพันธุ์ใหม่ที่มีลักษณะภายนอกโดดเด่นคือสีของเกล็ดและตัวปลาที่มีสีแดงอมชมพู และสามารถเลี้ยงให้เติบโตได้ดีในน้ำที่มีความเค็ม

เมื่อวันที่ 22 ม.ค.2541 พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงพระราชทานนามปลาชนิดใหม่นี้ว่า “ปลาทับทิม”

กล่าวได้ว่าปลาทับทิมถือกำเนิดขึ้นจากปลานิลจิตรลดาและเกิดขึ้นจากพระมหากรุณาธิคุณแห่งพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชโดยแท้

ปัจจุบัน “ปลาทับทิม” มีการเพาะพันธุ์จำหน่ายโดยเกษตรกรและบริษัทต่างๆมากมาย มิใช่เพียงเครือเจริญโภคภัณฑ์ และปลาทับทิมก็ได้รับความนิยมทั้งจากเกษตรกร ผู้ประกอบการร้านอาหาร และผู้บริโภคอย่างแพร่หลาย กลายเป็นปลาเนื้อเศรษฐกิจอีกชนิดหนึ่งที่มีคุณภาพสูง เป็นปลาของคนไทยที่สามารถสร้างงานสร้างอาชีพ และรายได้แก่เกษตรกรอย่างยั่งยืน

อ้างอิง bangkokbiznews.com/ blog/detail/639647
รู้หรือไม่? ปลานิล ปลาทับทิม ที่เราได้ทานกันทุกวันนี้ มีที่มาอย่างไร
อ่าน:216 | ความคิดเห็น:0 | แสดงความคิดเห็น
แก้ใบไหม้ ใบจุด ใบแห้ง กิ่งแห้ง โรคพืช ที่มีสาเหตุจากเชื้อรา ใช้ ไอเอส สั่งซื้อโทร 090-592-8614
110.169.64.72: 2563/05/06 12:40:00

แก้โรคพืชต่างๆ ใบไหม้ ใบจุด ใบแห้ง กิ่งแห้ง ขั้วผลหลุดง่าย โรคพืชต่างๆ ที่มีสาเหตุจากเชื้อรา ใช้ ไอเอส ใช้ได้กับทุกพืช

สนใจทักแชทได้เลยนะคะ
ไอเอส ขนาด 1 ลิตร 450 บาท
ไอเอส ขนาด 3 ลิตร 900 บาท
FK-1 บรรจุ 2 กิโลกรัม 890 บาท

โทร 090-592-8614
ไลน์ไอดี FarmKaset
หรือ ทักแชทได้เลยค่ะ

www.FarmKaset.ORG www.FKX.asia
https://www.youtube.com/watch?v=WvmOx_5MgxM
แก้ใบไหม้ ใบจุด ใบแห้ง กิ่งแห้ง โรคพืช ที่มีสาเหตุจากเชื้อรา ใช้ ไอเอส สั่งซื้อโทร 090-592-8614
อ่าน:115 | ความคิดเห็น:0 | แสดงความคิดเห็น
408 เรื่อง หน้าละ 10 รายการ 40 หน้า, หน้าที่ 41 มี 8 รายการ
|-Page 12 of 41-| 1 | 2 | 3 | 4 | 5 | 6 | 7 | 8 | 9 | 10 | 11 | 12 | 13 | 14 | 15 | 16 | 17 | 18 | 19 | 20 | 21 | 22 | 23 | 24 | 25 | 26 | 27 | 28 | 29 | 30 | 31 | 32 | 33 | 34 | 35 | 36 | 37 | 38 | 39 | 40 | 41 |
การจัดการดินและระบบการปลูกมันสำปะหลัง
Update: 2553/02/20 10:47:38 - Views: 2568 | Ans: 2
รับซื้อมันเส้น สะอาด. ตลอดทั้งฤดูกาล
Update: 2559/04/29 16:03:36 - Views: 1143 | Ans: 0
สมุนไพรไทยกันยุง ได้แก่ ตะไคร้หอม ตะไคร้ มะกรุด สะเดา วิเศษจริงๆ ภูมิปัญญาไทยเรานี้
Update: 2563/05/22 11:09:25 - Views: 203 | Ans: 5
สมุนไพรไทยกันยุง ได้แก่ ตะไคร้หอม ตะไคร้ มะกรุด สะเดา วิเศษจริงๆ ภูมิปัญญาไทยเรานี้
สมุนไพรไทยกันยุง ได้แก่ ตะไคร้หอม ตะไคร้ มะกรุด สะเดา วิเศษจริงๆ ภูมิปัญญาไทยเรานี้
ทิศทางเกษตรไทย​ ปี​ 2563
Update: 2563/02/20 18:34:35 - Views: 166 | Ans: 0
ทิศทางเกษตรไทย​ ปี​ 2563
การเก็บเกี่ยวมันสำปะหลัง ระยะเวลาการเก็บเกี่ยวมันสำปะหลัง
Update: 2563/06/12 10:28:31 - Views: 247 | Ans: 0
การเก็บเกี่ยวมันสำปะหลัง ระยะเวลาการเก็บเกี่ยวมันสำปะหลัง
สารใน มังคุด กระตุ้นการทำงานระบบภูมิคุ้มกันในร่างกาย
Update: 2555/08/06 21:00:30 - Views: 2737 | Ans: 0
สารใน มังคุด กระตุ้นการทำงานระบบภูมิคุ้มกันในร่างกาย
ดินมันเป็นกรดดูยังไง
Update: 2563/09/02 14:26:55 - Views: 9054 | Ans: 2
จีนตอบโต้มาตรการภาษีอเมริกา สะเทือนถึงเกษตรกรขาดรายได้
Update: 2562/09/02 09:40:53 - Views: 412 | Ans: 0
จีนตอบโต้มาตรการภาษีอเมริกา สะเทือนถึงเกษตรกรขาดรายได้
ปีนี้นำ้เยอะ ท่วมมันสำปะหลังไท่รู้จะทำยังไง
Update: 2554/08/03 05:57:32 - Views: 3845 | Ans: 0
แร่ธาตุอาหารของพืช
Update: 2563/10/23 07:32:50 - Views: 7337 | Ans: 1
© FarmKaset.ORG