ฟาร์มเกษตร (ครบเครื่อง เรื่องปุ๋ยยาฯ)
หน้าแรก | ตามสินค้า | สั่งซื้อ | ติดต่อเรา
FB | iLab | อยากเป็นตัวแทนจำหน่าย | Eng Site
FarmKaset.ORG wiki เกษตร ที่ใครๆก็โพสได้
โพสเรื่องของคุณได้ที่ หน้าแรก
การจัดการดินและระบบการปลูกมันสำปะหลัง
202.91.19.194 3/9//25/51 7::5:57 , View: 2583, Post: 2, e
การจัดการดินและระบบการปลูกมันสำปะหลัง
 
       สภาพและปัจจัยที่มีความเหมาะสมต่อการปลูกมันสำปะหลัง โดยมันสำปะหลังปลูกได้ในดินทุกชนิด แต่ชอบดินร่วนปนทรายเพราะจะลงหัวและเก็บเกี่ยวง่าย เจริญเติบโตได้ดีในสภาพดินที่ไม่มีน้ำท่วมขัง มีค่าเป็นกรดเป็นด่าง (pH) ระหว่าง 5.5-8.0 ทนต่อสภาพความเป็นกรดสูงได้แม้ pH ของดินจะต่ำจนถึง 4.5 ก็ไม่ทำให้ผลผลิตลด แต่ไม่ทนต่อสภาพพื้นที่เป็นด่าง โดยไม่สามารถขึ้นได้ถ้า pH สูงถึง 8 ถ้าเป็นดินทรายสามารถปลูกได้ตลอดปี แต่เกษตรกรมักนิยมปลูกปลายฤดูฝน เช่น แถบจังหวัดระยอง และชลบุรี ถ้าเป็นดินเหนียวจะนิยมปลูกต้นฤดูฝน เพราะถ้าเป็นฤดูแล้งการไถพรวนจะได้ดินก้อนใหญ่ ท่อนพันธุ์มันสำปะหลังจะแห้งตายก่อนที่จะงอก มันสำปะหลังเป็นพืชวันสั้น ผลผลิตจะลดลงถ้า
ช่วงแสงของวันยาวเกิน 10-12 ชั่วโมง ขึ้นได้ดีในพื้นที่ที่มีอุณหภูมิ 10-30 องศาเซลเซียส มีปริมาณน้ำฝน 500-2,500 มิลลิเมตรต่อปี
       ความต้องการธาตุอาหารของมันสำปะหลัง มันสำปะหลังมีความต้องการธาตุอาหารหลัก ได้แก่ ไนโตรเจน ฟอสฟอรัส และโพแทสเซียม โดยในแต่ละฤดูการผลิตมันสำปะหลังจะต้องการธาตุไนโตรเจน 10-20 กิโลกรัมต่อไร่ ฟอสฟอรัส 6-10 กิโลกรัมต่อไร่ และต้องการโพแทสเซียม 8-12 กิโลกรัมต่อไร่ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับปริมาณธาตุอาหารในดินก่อนปลูก มันสำปะหลังจะตอบสนองต่อปริมาณธาตุไนโตรเจนที่ได้รับมากน้อยเพียงใด ขึ้นอยู่กับความสามารถในการอุ้มน้ำของดินและปริมาณฝนที่ตกกระจายอย่างสม่ำเสมอ แต่เมื่อได้รับธาตุไนโตรเจนมากเกินไป จะทำให้เปอร์เซ็นต์แป้งในหัวมันลดลง ส่วนธาตุฟอสฟอรัสนั้นถึงแม้จะมีปริมาณความต้องการน้อยกว่าธาตุไนโตรเจนและโพแทสเซียม แต่ก็มีบทบาทเกี่ยวข้องกับการเจริญเติบโตและปริมาณผลผลิตที่สำคัญอย่างยิ่ง ธาตุฟอสฟอรัสจะมีประโยชน์ต่อมันสำปะหลังมากที่สุดที่ระดับ pH ของดินเป็นกลางในระหว่าง 6-7 สำหรับธาตุโพแทสเซียมนั้นมีความสำคัญต่อการเคลื่อนย้ายคาร์โบไฮเดรทจากส่วนใบและต้นไปยังราก เพิ่มปริมาณแป้งในหัวมัน และลดปริมาณไฮโดรไซยานิคในหัวมัน การขาดโพแทสเซียมจะทำให้ผลผลิตหัวมันลดลงอย่างชัดเจน ใบแก่จะร่วงหล่นเร็วกว่าปกติ ใบเล็กแคบ และลำต้นแคระแกร็น

3.1 การเตรียมพื้นที่
   3.1.1 การเลือกพื้นที่ปลูก
   ควรเลือกพื้นที่ที่มีขนาดใหญ่ติดต่อกัน ห่างจากถนนหลวงและมีความอุดมสมบูรณ์ของดินโดยธรรมชาติค่อนข้างสูง ประกอบด้วยธาตุอาหารที่จำเป็นต่อการเจริญเติบโตของมันสำปะหลังอย่างเพียงพอ มีแหล่งน้ำสำหรับการเพาะปลูก ไม่ควรเป็นพื้นที่ที่มีการใช้สารเคมีในปริมาณมากติดต่อกันเป็นเวลานาน หรือมีการปนเปื้อนของสารเคมีสูง และห่างจากพื้นที่ที่มีการใช้สารเคมีการเกษตร พื้นที่ที่จะใช้ในการผลิตมันสำปะหลังอินทรีย์ต้องมีการวิเคราะห์สมบัติของดินและน้ำ เพื่อตรวจสอบหาสารพิษตกค้าง และทำประวัติการทำการเกษตรของพื้นที่ 

   3.1.2 การวางผังแปลง
       การทำไร่มันสำปะหลังอินทรีย์นั้นจะต้องมีการวางผังแปลงอย่างดี มีการจัดแบ่งพื้นที่ ระหว่างแปลงมีถนนเพื่อความสะดวกในการปฏิบัติงาน ในพื้นที่ราบควรวางแนวแปลงปลูกให้ขนานกับทางลำเลียง แต่ในบริเวณลาดเอียงปลูกขวางความลาดเอียงของพื้นที่เพื่อลดการชะล้างและสูญเสียหน้าดิน

   3.1.3 การปรับพื้นที่
       เน้นการปรับหน้าดินเพื่อไม่ให้น้ำขังในแปลง บริเวณที่ลุ่มเป็นแอ่งเล็กน้อย ควรปรับเอาดินข้างๆ มากลบ แต่ถ้าเป็นแอ่งลึกและกว้างควรแก้ไขโดยการระบายน้ำออก

   3.1.4 การปลูกพืชเพื่อป้องกันการปนเปื้อนจากภายนอกพื้นที่หรือทางอากาศ
       ปลูกไม้ยืนต้นโตเร็วเพื่อเป็นแนวกันชน ป้องกันลม ป้องกันแมลงศัตรูพืชและสารเคมีจากพื้นที่อื่น ได้แก่ กระถิน แคฝรั่ง มะแฮะ เป็นต้น

   3.1.5 การเตรียมดิน
       มันสำปะหลังเป็นพืชหัว ผลผลิตที่ใช้ประโยชน์คือรากที่มีการสะสมอาหารจำพวกแป้งจนขยายใหญ่ขึ้นเป็นหัวอยู่ในดิน การเลือกพื้นที่ควรเลือกที่ดอน ดินเป็นดินร่วนปนทราย ถ้าเป็นดินเหนียวต้องมีการระบายน้ำดี น้ำไม่ท่วมขัง และต้องมีหน้าดินลึกพอสมควร ก่อนปลูกควรไถและพรวนอย่างน้อย 2-3 ครั้ง ลึก 20-30 เซนติเมตร เพื่อกลบเศษซากพืชจากฤดูก่อน และทำลายวัชพืชต่างๆ ให้ลดจำนวนลง การไถให้ใช้ผาน 3 ติดท้ายรถแทรกเตอร์ 1 ครั้ง ตามด้วยผาน 7 อีก 1 ครั้ง จะได้ผลผลิตมันสำปะหลังและกำไรสูงสุด ถ้าพื้นที่มีความลาดชันต้องไถพรวนตามแนวขวาง เพื่อป้องกันการชะล้างของดิน และถ้าดินระบายน้ำไม่ดีต้องยกร่องปลูก


3.2 การบำรุงดินด้วยอินทรียวัตถุ 
   การใช้ปุ๋ยอินทรีย์เพื่อเพิ่มความอุดมสมบูรณ์ให้กับดิน และทำให้ดินมีกำลังการผลิตที่เพียงพอ สามารถทำได้โดยการเพิ่มปริมาณซากพืช เพิ่มธาตุอาหารพืชในดิน และกระตุ้นให้เกิดกิจกรรมทางชีวภาพในดิน สามารถทำได้ดังนี้

   3.2.1 ไม่เผาตอซังมันสำปะหลัง และเศษวัสดุอินทรีย์ แต่ทำการไถกลบลงในพื้นที่เพาะปลูก 
   3.2.2 ปลูกพืชปุ๋ยสดเพื่อไถกลบ โดยเฉพาะพืชตระกูลถั่ว เช่น ถั่วพร้าอัตรา 8-12 กิโลกรัมต่อไร่ ระหว่างปลูกพืชปุ๋ยสดให้ทำการฉีดด้วยปุ๋ยอินทรีย์น้ำอัตรา 5 ลิตรต่อไร่ โดยเจือจางด้วยน้ำในสัดส่วน 1:500 หรือ 1:1,000 ไถกลบเมื่ออายุประมาณ 45 วัน หรือถั่วพุ่มอัตรา 6-8 กิโลกรัมต่อไร่ แล้วไถกลบเมื่ออายุประมาณ 35 วัน ซึ่งเป็นช่วงออกดอก ทิ้งไว้ 15 วัน ก่อนปลูกมันสำปะหลัง
   3.2.3 ใช้ปุ๋ยอินทรีย์น้ำ อัตรา 5 ลิตรต่อไร่ เจือจาง 1: 500 หรือ 1:1,000 ฉีดพ่นให้ทั่วแปลง และฉีดพ่นให้แก่มันสำปะหลัง หลังจากปลูกแล้ว 15 วัน หลังจากนั้นให้ฉีดพ่นทุกๆ 1 เดือน จนกว่าจะเก็บเกี่ยวมันสำปะหลัง
   3.2.4 ปลูกพืชปุ๋ยสดแซมมันสำปะหลัง เช่น ถั่วพุ่ม หรือถั่วพร้า แซมในแถวมันสำปะหลัง โดยปลูกหลังจากปลูกมันสำปะหลังไปแล้วประมาณ 1-2 สัปดาห์ แล้วตัดคลุมดินช่วงพืชปุ๋ยสดออกดอก เพื่อเป็นการรักษาความชื้นในดิน และเพิ่มอินทรียวัตถุให้แก่ดิน เมื่อเศษพืชปุ๋ยสดสลายตัว


3.3 วิธีการปลูก
   การเตรียมท่อนพันธุ์
       การปลูกมันสำปะหลังนิยมใช้ท่อนพันธุ์ โดยตัดลำต้นให้เป็นท่อนยาว 15-20 เซนติเมตร เลือกใช้ต้นพันธุ์ที่แก่มีอายุตั้งแต่ 8 เดือนขึ้นไป แช่ท่อนพันธุ์ในปุ๋ยอินทรีย์น้ำ เจือจาง 1:500 หรือ 1:1,000 เป็นเวลา 24 ชั่วโมง แล้วนำมาผึ่งท่อนพันธุ์ให้แห้ง ก่อนนำไปปลูก 

   วิธีปลูก
       การปลูกมันสำปะหลังทำได้โดยนำท่อนพันธุ์ที่เตรียมไว้ปักลงในดินให้ลึกประมาณ 2/3 ของท่อนพันธุ์ ควรระวังอย่าปักส่วนยอดลงดินเพราะตาจะไม่งอก การปักตรง 90 องศา หรือปักเฉียง 45 องศากับพื้นดิน ให้ผลผลิตไม่แตกต่างกัน และมันสำปะหลังจะงอกเร็ว สะดวกต่อการกำจัดวัชพืชและปลูกซ่อม และลงหัวด้านเดียวเป็นกลุ่ม ง่ายต่อการเก็บเกี่ยว และให้ผลผลิตสูงกว่าการปลูกแบบฝัง 10-15 เปอร์เซ็นต์ 

   ระยะปลูก
       พันธุ์ระยอง 1 โดยใช้ระยะ 100 x 100 เซนติเมตร ซึ่งในพื้นที่ 1 ไร่ จะปลูกได้ 1,600 ต้น ปลูกประมาณเดือนมิถุนายน เก็บเกี่ยวเดือนเมษายน 
       ส่วนพันธุ์ระยอง 90 ควรใช้ระยะ 80 x 100 เซนติเมตร (2,000 ต้นต่อไร่) ปลูกประมาณเดือนมิถุนายน เก็บเกี่ยวเดือนเมษายน 
       พันธุ์ระยอง 60 ควรใช้ระยะ 60 x 100 เซนติเมตร (2,400 ต้นต่อไร่) ปลูกประมาณเดือนมิถุนายน เก็บเกี่ยวเดือนกุมภาพันธ์ 
       พันธุ์เกษตรศาสตร์ 50 ควรใช้ระยะปลูก 80 x 100 เซนติเมตร ปลูกประมาณเดือนมิถุนายน เก็บเกี่ยวเดือนพฤษภาคม


3.4 การดูแลรักษาและกำจัดศัตรูพืชในระบบเกษตรอินทรีย์
   3.4.1 การป้องกันกำจัดโรคพืช
       มันสำปะหลังที่ปลูกในประเทศไทย มีปัญหาเรื่องโรคและแมลงรบกวนน้อยมาก ซึ่งปรับตัวเข้ากับสภาพแวดล้อมได้ดี และมีความต้านทานต่อโรคและแมลงอยู่แล้ว อาจพบได้ในบางกรณี เช่น โรคที่เกิดจากเชื้อรา เช่น โรคใบจุดสีน้ำตาล โรคใบจุดไหม้ โรคใบจุดขาว สามารถป้องกันกำจัดโดยใช้สารสกัดป้องกันเชื้อราจาก กระชาย ก้ามปู ตะไคร้ สมอดุ้ง เป็นต้น โรคที่เกิดจากเชื้อแบคทีเรีย เช่น โรคใบไหม้ ป้องกันกำจัดโดยใช้สารสกัดป้องกันเชื้อแบคทีเรียจาก กระชาย ตะไคร้ ตีนเป็ดทะเล ฉัตรพระอินทร์ เป็นต้น

      โรคและการป้องกันกำจัด
       มันสำปะหลังที่ปลูกในประเทศไทย มีปัญหาเรื่องโรคและแมลงรบกวนน้อยมาก อาจเนื่องมาจากส่วนใหญ่เป็นพันธุ์พื้นเมืองซึ่งปรับตัวเข้ากับสภาพแวดล้อมได้ดี และมีความต้านทานต่อโรคและแมลงอยู่แล้ว แต่เมื่อนำพันธุ์ใหม่เข้ามาปลูกโดยไม่มีการควบคุมที่ดีพอ อาจมีโรคร้ายแรงติดเข้ามาระบาดในประเทศได้โรคที่พบระบาดในประเทศไทย มีดังนี้

โรคใบจุดสีน้ำตาล (brown leaf spot) เกิดจากเชื้อรา Crecosporidium henningsii อาการที่พบจะเป็นจุดที่ใบโดยเฉพาะใบแก่ รอยแผลจะเป็นเหลี่ยมตามเส้นใบ มีขอบชัดเจน สีเหลืองตรงกลางแผลจะแห้ง โรคนี้พบได้ในทุกพันธุ์ พันธุ์พื้นเมืองซึ่งเป็นพันธุ์ต้านทานปานกลาง โรคนี้ทำให้ผลผลิตลดลง 14-20 เปอร์เซ็นต์ ป้องกันกำจัดโดยใช้สารสกัดป้องกันเชื้อราจากกระชาย ก้ามปู ตะไคร้ สมอดุ้ง เป็นต้น
โรคใบไหม้ (cassava bacterial blight, CBB) เกิดจากเชื้อแบคทีเรีย Xanthomonas camprestris pv. Manihotis อาการจะเกิดขึ้นที่ใบ เริ่มแรกเป็นจุดเหลี่ยมฉ่ำน้ำแล้วขยายตัวเพิ่มขึ้นเป็นใบไหม้ ใบเหี่ยวร่วงหล่น มียางไหล ต่อมาเกิดอาการยอดเหี่ยว และแห้งตายลงมา (die back) เป็นโรคที่ร้ายแรงมากชนิดหนึ่งซึ่งจะทำความเสียหายให้มันสำปะหลังได้ถึง 30-90 เปอร์เซ็นต์ ในประเทศไทยพบอาการต้นเป็นโรคและไม่ระบาดรุนแรง อาจเป็นเพราะสภาพแวดล้อมไม่เหมาะสมในการระบาด และพันธุ์ที่แนะนำส่วนใหญ่เป็นพันธุ์ที่ค่อนข้างต้านทานต่อโรคนี้ ป้องกันกำจัดโดยใช้สารสกัดป้องกันเชื้อแบคทีเรียจากกระชาย ตะไคร้ ตีนเป็ดทะเล ฉัตรพระอินทร์ เป็นต้น

นอกจากนี้ ยังสามารถพบโรคอื่นๆ ได้ เช่น โรคใบจุดไหม้ (blight leaf spot) เกิดจากเชื้อรา Cercospora viscosae โรคใบจุดขาว (white leaf spot) เกิดจากเชื้อรา Phaeoramularia manihotis โรคลำต้นเน่า (stem rot) เกิดจากเชื้อ Glomerella cingulata และโรคหัวเน่า (root rot) ซึ่งมีสาเหตุมาจากเชื้อราหลายชนิด มักจะเกิดขึ้นเมื่อหัวมันสำปะหลังเป็นแผล

   3.4.2 การป้องกันกำจัดแมลง
       แมลงที่ทำลายมันสำปะหลังมักจะพบระบาดมากในช่วงที่อากาศค่อนข้างแห้งแล้ง มักจะเป็นแมลงพวกปากดูด ได้แก่ ไรแดง เพลี้ยแป้ง แมลงหวี่ขาว สามารถป้องกันกำจัดโดยพ่นสารสกัดจาก ขมิ้นชัน ข่อย หางไหล เถาวัลย์เปรียง ปอกระเจา รางจืด สะเดา เป็นต้น เพื่อฆ่าแมลงและศัตรูพืชเป็นจุดเฉพาะบริเวณที่ระบาดรุนแรง

ไรแดง (red spider mite) ที่พบทำความเสียหายให้มันสำปะหลังมี 2 ชนิด ได้แก่ ไรแดงหม่อน (Tetranychus truncatus) จะดูดกินน้ำเลี้ยงตามใต้ใบล่างๆ แล้วลามขึ้นมาขึ้นสู่ยอด และไรแดงมันสำปะหลัง (Oligonychus biharensis) จะดูดกินน้ำเลี้ยงบนหลังใบส่วนยอด แล้วขยายปริมาณลงสู่ส่วนล่างของต้น ถ้าไรแดงระบาดมากๆ ใบจะเหลืองซีด ม้วนงอ ส่วนยอดงองุ้ม ถ้ามันสำปะหลังมีขนาดเล็กอาจตายได้ หากระบาดมากต้องพ่นสารสกัดจาก ขมิ้นชัน ข่อย หางไหล เถาวัลย์เปรียง ปอกระเจา รางจืด สะเดา เป็นต้น เพื่อฆ่าแมลงและศัตรูพืชเฉพาะบริเวณที่มีการระบาดรุนแรง
เพลี้ยแป้ง (stripped mealy bug) เป็นแมลงปากดูด ทั้งตัวอ่อนและตัวเต็มวัยจะดูดกินน้ำเลี้ยงตามส่วนต่างๆ และถ่ายมูลเหลวไว้ทำให้เกิดราดำ ถ้าระบาดมากต้นจะแคระแกร็น ยอดแห้งตาย หรือแตกพุ่ม ถ้าพบต้องตัดต้นไปทำลาย พ่นสารสกัดจาก ขมิ้นชัน ข่อย หางไหล เถาวัลย์เปรียง ปอกระเจา รางจืด สะเดา เป็นต้น
แมลงหวี่ขาว (white fly) เป็นแมลงปากดูดจะดูดกินน้ำเลี้ยงจากส่วนใต้ใบพืช และถ่ายมูลเหลวออกมาทำให้เกิดราดำ มักเกิดควบคู่กับการเข้าทำลายของไรแดง และเพลี้ยแป้ง พ่นสารสกัดจากขมิ้นชัน ข่อย หางไหล เถาวัลย์เปรียง ปอกระเจา รางจืด สะเดา เป็นต้น
แมลงปากกัดอื่นๆ พบบ้างแต่ไม่ทำความเสียหายมากนัก เช่น แมลงนูนหลวง ตัวหนอนจะทำลายกัดกินราก ต้นมันสำปะหลังที่มีขนาดเล็กอาจตายได้ ด้วงหนวดยาว ตัวหนอนจะกัดกินภายในเหง้าและต้นทำให้ต้นหักล้ม

   3.4.3 การควบคุมวัชพืช
       ในระยะแรกของการปลูกมันสำปะหลังจะมีวัชพืชขึ้นรบกวนมาก และระยะเวลาวิกฤตในการกำจัดวัชพืชจะอยู่ที่ 2-3 เดือนแรก เนื่องจากเป็นระยะเวลาที่มันสำปะหลังกำลังลงหัว หลังจาก 4 เดือนไปแล้วมันสำปะหลังจะไม่มีการสร้างหัวเพิ่ม แต่จะขยายขนาดหัวให้ใหญ่ขึ้น ถ้ามีวัชพืชขึ้นรบกวนในช่วงนี้มากจะทำให้ผลผลิตลดลง การเริ่มกำจัดวัชพืชครั้งแรกต้องรีบกระทำ อาจเริ่มที่ 15 วันหลังจากปลูก ยิ่งล่าช้าออกไปผลผลิตจะยิ่งลดลง ควรกำจัดวัชพืชครั้งแรกให้เสร็จภายใน 1 เดือน หลังจากปลูก และอาจต้องกำจัดวัชพืชอีก 2-3 ครั้ง จนกว่าพุ่มของใบมันสำปะหลังจะชิดกัน หรืออีกวิธีหนึ่งที่สามารถป้องกันวัชพืชได้คือการปลูกพืชปุ๋ยสดแซมในแปลงมันสำปะหลัง เป็นการคลุมดินป้องกันวัชพืชได้ในช่วงแรกๆ แล้วตัดวางคลุมดินไว้ หรือใช้สารสกัดจากควินิน แกง ชุมเห็ดไทย ตำแยแมว ชบา น้ำนมราชสีห์ เพื่อยับยั้งการเจริญเติบโตของวัชพืช



3.5 การจัดการดินหลังเก็บเกี่ยว
       มันสำปะหลังได้เปรียบพืชไร่ชนิดอื่นที่สามารถยืดหยุ่นอายุการเก็บเกี่ยวได้ตั้งแต่ 8 เดือนขึ้นไป เกษตรกรจะเก็บเกี่ยวมันสำปะหลังตามความจำเป็น เช่น ราคา และแรงงาน แต่โดยปกติจะเก็บเกี่ยวเมื่ออายุ 10-12 เดือน เพราะผลผลิตมันสำปะหลังจะมากขึ้นตามอายุที่เพิ่มขึ้น หลังจากเก็บเกี่ยวหัวมันสำปะหลัง ต้องตัดเหง้าและต้นออก และรีบส่งหัวมันสดเข้าโรงงานทันที หรืออย่างช้าไม่เกิน 3 วัน มิฉะนั้นหัวมันจะเริ่มเน่า ส่วนลำต้นต้องเก็บทันทีเพื่อใช้ทำพันธุ์ต่อไป โดยนำไปกองรวมกันแบบตั้งขึ้นให้โคนติดพื้นดินส่วนยอดตั้งขึ้นในร่ม วิธีนี้สามารถเก็บต้นได้นานถึง 30 วัน ส่วนของกิ่ง ก้าน และใบ และในส่วนที่เป็นวัสดุตอซังให้สับกลบลงสู่ดินทุกครั้งหลังการเก็บเกี่ยว เพื่อเพิ่มปริมาณอินทรียวัตถุให้แก่ดิน

      

3.6 การบันทึกข้อมูล
       เพื่อให้ระบบการผลิตมันสำปะหลังอินทรีย์ถูกต้องตามหลักการเกษตรอินทรีย์ และได้ผลผลิตที่มีคุณภาพดีปลอดภัยจากสารพิษ จำเป็นต้องมีระบบการบันทึกข้อมูลตั้งแต่การเตรียมดินจนถึงการเก็บเกี่ยวที่ชัดเจน มีประสิทธิภาพ และสอดคล้องกับหลักการของระบบเกษตรอินทรีย์ 

บริษํท  เกษตรพัฒนารุ่งโรจน์  จำกัด
มีปุ๋ยสำหรับมันสำปะหลังมาเสนอ
ปุ๋ยอินทรีย์สำหลับพืชแต่ละชนิด  เช่น
รายการปุ๋ย                    ราคาสด เครดิต เงินดาวน์
ปุ๋ยอินทรีย์ ตรากุหลาบทอง 350
ปุ๋ยอินทรีย์  ตรามันทอง 600 680 340
ปุ๋ยอินทรีย์  ตรายางทอง 600 680 340
ปุ๋ยอินทรีย์  ตราปาล์มทอง 600 680 340
ปุ๋ยอินทรีย์  ตราผลไม้ทอง 600 680 340
ปุ๋ยอินทรีย์  ตราข้าวรวงทอง 600 680 340

เป็นปุ๋ยอินทรีสูตรพิเศษที่ทางบริษัทฯ ได้มีการคนคว้าออกมาให้มีแร่ธาตุอาหารที่ตรงตามชนิของพืชมาเป็นระยะเวลา  5 ปีเศษเกษตกรให้ความสนใจมากกว่า  80%    ทางบริษัทฯ มีนโยบายที่จะมีความช่วยเหลือเกษตรกรครึ่งหนึ่งของราคาจึงอยากนำเสนอเกษตรกรได้ใชของที่ดีและมีราคาที่ถูก  ( ให้เครดิตนานตามอายุของพืช 

และทางบริษัทฯขอนำเสนอปุ๋ยเคมีตราม้าคู่กระต่ายในราคาหน้าโรงงาน

สูตร                                   ราคา
เคมี  36-0-0                      850
เคมี  15-15-15 950
เคมี  17-9-9                      800
เคมี  16-8-8                      780
เคมี  16-20-0                      950
เคมี  15-7-18                      980
เคมี  12-12-27 1,050
เคมี  13-13-21 1,100
เคมี  25-7-7                      990
เคมี  8-24-24     1,250
เคมี  35-5-0                       850
เคมี  16-16-8                       950

หมายเหตุ : ราคานี้อาจมีการปลี่ยนแปลงตามราคาวัตถุดิบ
                  สั่งซื้อด่วนลดพิเสษทันที  บริการจัดส่งฟรีถึงบ้านท่าน  จัดส่งในจำนวน 200  กระสอบ  ทั่วประเทศ

087-2080906
                          ภราดร   สามคูเมือง

222.123.168.75 24/9//2/55 1 :0::54 e

line id FarmKaset คำนวณราคา และสั่งซื้อสินค้าด้วยตัวเอง ง่ายๆ ส่งฟรีถึงบ้าน ชำระปลายทาง เฉพาะค่าสินค้า
เพียง.. กรอกตัวเลขจำนวนสินค้า หลังรายการสินค้าที่ต้องการสั่งซื้อ (ตัวเลขเท่านั้น)
ดูโบรชัวร์ ข้อมูลรายะเอียดสินค้า คลิกที่นี่
หรือโทรสั่งซื้อได้ที่ 090-592-8614 หรือไลน์ไอดี FarmKaset

ไอเอส ขนาด 3ลิตร 900บาท
ยาอินทรีย์ ป้องกัน ยับยั้งโรค ใบไหม้ และโรคพืชต่างๆ ที่มีสาเหตุจากเชื้อรา ใช้ได้กับทุกพืช
อัตราผสม 50ซีซี ต่อน้ำ 20ลิตร (1 แกลลอนใช้ได้ประมาณ 12-15ไร่)
ซื้อ ไอเอส3ลิตร บนลาซาด้า คลิก
จำนวน
 
แกลลอน
ไอเอส ขนาด 1ลิตร 450บาท
ยาอินทรีย์ ป้องกัน ยับยั้งโรค ใบไหม้ และโรคพืชต่างๆ ที่มีสาเหตุจากเชื้อรา ใช้ได้กับทุกพืช
อัตราผสม 50ซีซี ต่อน้ำ 20ลิตร (1 ขวดใช้ได้ประมาณ 3-5ไร่)
ซื้อ ไอเอส1ลิตร บนลาซาด้า คลิก
จำนวน
 
ขวด
มาคา ขนาด 1ลิตร 470บาท
ยาอินทรีย์ ป้องกัน และกำจัดเพลี้ยต่างๆ และแมลงจำพวกปากดูต่างๆ ใช้ได้กับทุกพืช
อัตราผสม 50ซีซี ต่อน้ำ 20ลิตร (1 ขวดใช้ได้ประมาณ 3-5ไร่)
ซื้อ มาคา บนลาซาด้า คลิก
จำนวน
 
ขวด
ไอกี้-บีที ขนาด 500กรัม 490บาท
ยาชีวินทรีย์ ป้องกัน กำจัดหนอนต่างๆ กำจัดได้ทุกหนอน ใช้ได้กับทุกพืช
อัตราผสม 50กรัม ต่อน้ำ 20ลิตร (1 กระปุกใช้ได้ประมาณ 3-5ไร่)
ซื้อ ไอกี้-บีที บนลาซาด้า คลิก
จำนวน
 
กระปุก
FK-1 บรรจุ 2กิโลกรัม 890บาท
ปุ๋ยเร่งโต เสริมสร้างความสมบูรณ์แข็งแรง เร่งพืชฟื้นตัวจากการเข้าทำลายของโรคและแมลง ใช้ได้กับพืชทุกชนิด
อัตราผสม แกะกล่องมามี 2 ถุง ใช้ถุงแรก 50กรัม ถุงที่สอง 50กรัม ต่อน้ำ 20ลิตร (1 กล่องใช้ได้ประมาณ 5ไร่)
ซื้อ FK-1 บนลาซาด้า คลิก
จำนวน
 
กล่อง
FK-3 บรรจุ 2กิโลกรัม 950บาท
ปุ๋ยเร่งผลผลิต เพิ่มขนาด เพิ่มน้ำหนัก ใช้ได้กับพืชออกผลทุกชนิด
อัตราผสม ใช้ถุงแรก 50กรัม ถุงที่สอง 50กรัม ต่อน้ำ 20ลิตร (1 กล่องใช้ได้ประมาณ 5ไร่)
ซื้อ FK-3 บนลาซาด้า คลิก
จำนวน
 
ชุด
FK-3C บรรจุ 2กิโลกรัม 950บาท
ปุ๋ยระเบิดหัวมันสำปะหลัง เร่งน้ำหนัก เพิ่มขนาดหัว เพิ่มเปอร์เซ็นต์แป้ง เพิ่มผลผลิตมันสำปะหลัง
อัตราผสม แกะกล่องมามี 2 ถุง ใช้ถุงแรก 50กรัม ถุงที่สอง 50กรัม ต่อน้ำ 20ลิตร (1 กล่องใช้ได้ประมาณ 5ไร่)
ซื้อ FK-3C บนลาซาด้า คลิก
จำนวน
 
กล่อง
FK-3R บรรจุ 2กิโลกรัม 950บาท
ปุ๋ยเร่งผลผผลิตข้าว ข้าวรวงยาว เมล็ดเต็ม ได้น้ำหนักดี ผลผลิตสูง
อัตราผสม แกะกล่องมามี 2 ถุง ใช้ถุงแรก 50กรัม ถุงที่สอง 50กรัม ต่อน้ำ 20ลิตร (1 กล่องใช้ได้ประมาณ 5ไร่)
ซื้อ FK-3R บนลาซาด้า คลิก
จำนวน
 
กล่อง
FK-3S บรรจุ 2กิโลกรัม 950บาท
ปุ๋ยเร่งผลผลิตอ้อย อ้อยย่างปล้องสูง ลำโต น้ำหนักดี เร่งค่าความหวาน หรือค่า CCS ขายได้ราคา
อัตราผสม แกะกล่องมามี 2 ถุง ใช้ถุงแรก 50กรัม ถุงที่สอง 50กรัม ต่อน้ำ 20ลิตร (1 กล่องใช้ได้ประมาณ 5ไร่)
FK-3S บนลาซาด้า คลิก
จำนวน
 
กล่อง
กู๊ดโซค ขนาด 500ซีซี 430บาท
น้ำยาแช่ท่อนพันธุ์มันสำปะหลัง เร่งราก ป้องกันโรค เพิ่มเปอร์เซ็นต์การงอก ใช้จุ่มท่อนพันธุ์ก่อนปลูก
อัตราผสม 50ซีซี ต่อน้ำ 20ลิตร (1 ขวดใช้ได้ประมาณ 3-5ไร่)
ซื้อ กู๊ดโซค บนลาซาด้า คลิก
จำนวน
 
ขวด
บูสเตอร์เงิน ขนาด 1ลิตร 310บาท
เพิ่มความเขียว เพิ่มความต้านทาน ให้พืชสังเคราะห์แสงได้ดี พืชสมบูร์ณ์แข็งแรง อุดมไปด้วย ธาตุเหล็ก ธาตุสังกะสี ใช้ได้กับทุกพืช
อัตราผสม 50ซีซี ต่อน้ำ 20ลิตร (1 ขวดใช้ได้ประมาณ 3-5ไร่)
ซื้อ บูสเตอร์เงิน บนลาซาด้า คลิก
จำนวน
 
ขวด
บูสเตอร์ส้ม ขนาด 1ลิตร 320บาท
เร่งผลผลิต เพิ่มขนาดผล เพิ่มสำน้ำหนัก สำหรับพืชออกผลทุกชนิด
อัตราผสม 50ซีซี ต่อน้ำ 20ลิตร (1 ขวดใช้ได้ประมาณ 3-5ไร่)
ซื้อ บูสเตอร์ส้ม บนลาซาด้า คลิก
จำนวน
 
ขวด
ปุ๋ยน้ำ นาโนอะมิโน ขนาด 1ลิตร 290บาท
ตัวนี้เหม็นมาก เหม็นแบบอินทรีย์ชีวภาพ ไม่ได้เหม็นแบบเคมี แต่ใช้ดีมากเลย เร่งโต พืชเขียว โตไว แข็งแรง ใช้ได้กับทุกพืช
อัตราผสม 50ซีซี ต่อน้ำ 20ลิตร (1 ขวดใช้ได้ประมาณ 3-5ไร่)
ซื้อ นาโนอะมิโน บนลาซาด้า คลิก
จำนวน
 
ขวด
ย่อยสลายตอซังฟางข้าว ไอซี-คิท ขนาด 2ลิตร 640บาท
ชุดย่อยสลายต่อซังฟางข้าว ลดข้าวดีด ข้าวปน คืนไนโตรเจนให้กับดิน
อัตราผสม มีสองขวด ใช้พร้อมกัน ขวดละ 50ซีซี ต่อน้ำ 20ลิตร (1 ชุดใช้ได้ประมาณ 5ไร่)
จำนวน
 
ชุด
ความคิดเห็นของคุณ
   
ติดตามสินค้าที่คุณสั่ง
คุณสมพล คล้ายสุวรรณ, Tuesday 24 November 2020 15:10:29, เลขจัดส่ง SMAM000217301
คุณ อาจหาญ จตุรพรไพร , Tuesday 24 November 2020 08:13:40, เลขจัดส่ง SMAM000217296
คุณ ณฤดี แจ่มจำรัส, Tuesday 24 November 2020 08:10:10, เลขจัดส่ง SMAM000217295
คุณ คุณธัญสินี อัตตวนิช, Monday 23 November 2020 18:26:46, เลขจัดส่ง SMAM000217297
คุณ อัษฎานนท์ จันทนะ, Monday 23 November 2020 18:25:36, เลขจัดส่ง SMAM000217298
คุณ สมศักดิ์ คงคนึง, Monday 23 November 2020 15:01:42, เลขจัดส่ง SMAM000217192
คุณ เสาคำ อธิวงศ์, Monday 23 November 2020 12:12:45, เลขจัดส่ง SMAM000217189
คุณ นวลจันทร์ เหง้าพรมมินทร์, Monday 23 November 2020 12:08:01, เลขจัดส่ง SMAM000217187
คุณ วรนุช ลาภวิไล, Monday 23 November 2020 12:03:23, เลขจัดส่ง SMAM000217190
คุณ แม่บุญโฮม แสนคำ, Monday 23 November 2020 11:58:13, เลขจัดส่ง SMAM000217191
ดูรายการจัดส่งทั้งหมด
เที่ยวงานเกษตร และของดีท่ายาง ครั้งที่ 25
Update: 2559/02/18 13:41:53 - Views: 1139 | Ans: 0
หญ้าดอกขาว 
Update: 2553/02/20 10:47:38 - Views: 1301 | Ans: 8
ทิศทางเกษตรไทย​ ปี​ 2563
Update: 2563/11/15 14:29:12 - Views: 194 | Ans: 1
ทิศทางเกษตรไทย​ ปี​ 2563
มันสำปะหลังผลผลิตต่ำ! เพราะขาดธาตุ สังกะสี เพราะเกี่ยวข้องกับการสร้าง คลอโรฟิลล์ สังเคราะห์โปรตีน ส่งเสริมการใช้ฟอสฟอรัส และไนโตรเจน ฯลฯ
Update: 2563/06/13 10:45:52 - Views: 170 | Ans: 0
มันสำปะหลังผลผลิตต่ำ! เพราะขาดธาตุ สังกะสี เพราะเกี่ยวข้องกับการสร้าง คลอโรฟิลล์ สังเคราะห์โปรตีน ส่งเสริมการใช้ฟอสฟอรัส และไนโตรเจน ฯลฯ
มันสำปะหลังผลผลิตต่ำ! เพราะขาดธาตุ สังกะสี เพราะเกี่ยวข้องกับการสร้าง คลอโรฟิลล์ สังเคราะห์โปรตีน ส่งเสริมการใช้ฟอสฟอรัส และไนโตรเจน ฯลฯ
คำนิยม - ลูกค้า ไอกี้บีที กำจัดหนอนปลอดสารพิษ
Update: 2562/08/30 11:59:16 - Views: 296 | Ans: 0
คำนิยม - ลูกค้า ไอกี้บีที กำจัดหนอนปลอดสารพิษ
ปลูกพืช พบปัญหา ใบไหม้ โรคใบจุดสีน้ำตาล ราน้ำค้าง ราสนิม และโรคพืชต่างๆ ที่มีสาเหตุจากเชื้อรา ใช้ ไอเอส
Update: 2563/04/08 09:35:14 - Views: 233 | Ans: 1
ปลูกพืช พบปัญหา ใบไหม้ โรคใบจุดสีน้ำตาล ราน้ำค้าง ราสนิม และโรคพืชต่างๆ ที่มีสาเหตุจากเชื้อรา ใช้ ไอเอส
ไฟทอปธอรา (Phytophthora) ระบาดหนักในสวนยาง แก้ด้วย ไอเอส
Update: 2562/08/13 21:17:14 - Views: 212 | Ans: 0
ไฟทอปธอรา (Phytophthora) ระบาดหนักในสวนยาง แก้ด้วย ไอเอส
ไฟทอปธอรา (Phytophthora) ระบาดหนักในสวนยาง แก้ด้วย ไอเอส
ยาแช่ท่อนพันธุ์มันสำปะหลัง ปุ๋ยเร่งโตมันสำปะหลัง ปุ๋ยเร่งหัวมันสำปะหลัง ปุ๋ยน้ำฉีดมันสำปะหลัง FK
Update: 2563/04/29 09:18:46 - Views: 319 | Ans: 1
ยาแช่ท่อนพันธุ์มันสำปะหลัง ปุ๋ยเร่งโตมันสำปะหลัง ปุ๋ยเร่งหัวมันสำปะหลัง ปุ๋ยน้ำฉีดมันสำปะหลัง FK
FK Park
Update: 2563/10/07 21:45:53 - Views: 48 | Ans: 0
FK Park
รับซื้อเหง้าสับปะรดทั่ว ราคาดี ไม่ต้องปอกขาว
Update: 2562/09/03 15:49:37 - Views: 2875 | Ans: 1
© FarmKaset.ORG