ฟาร์มเกษตร
ชีวิตเกษตร ครบวงจร
ฟาร์มเกษตรขายดี
ด้วยเว็บไซต์จาก
FKmicro.com
หมวด: Agri live update | อ่านแล้ว 1919 คน | สั่งพิมพ์หน้านี้ | L

ปิดตำนานตลาดเอเฟท ก้าวสู่ ทีเฟกซ์ ไม่เวิร์กจริงหรือ?

ปิดตำนานตลาดเอเฟท ก้าวสู่ ทีเฟกซ์ ไม่เวิร์กจริงหรือ?

ทีเฟกซ์ - ปัญหาการควบรวม 2 ตลาดล่วงหน้า ระหว่างตลาดสินค้าเกษตรล่วงหน้า AFET กับบริษัท ตลาดสัญญาซื้อขายล่วงหน้า TFEX

data-ad-format="autorelaxed">

ทีเฟกซ์ 

กำลังเป็นกระแส “ทอล์ก ออฟ เดอะ ทาวน์” สำหรับปัญหาการควบรวม 2 ตลาดล่วงหน้า ระหว่างตลาดสินค้าเกษตรล่วงหน้าแห่งประเทศไทย หรือAFET (เอเฟท) กับบริษัท ตลาดสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ TFEX (ทีเฟกต์)ให้เป็นหนึ่งเดียว ซึ่งหากเปรียบกับสุภาษิตไทย ๆ คงเข้ากับคำว่า “ก้นหม้อข้าวยังไม่ทันดำ” เพราะแค่ทดลองควบรวมก็มีปัญหาเกิดขึ้นมากมาย และอาจจะกลายเป็นมหากาพย์อีกเรื่องหนึ่ง ที่ยังไม่รู้ตอนจบ

 

พลิกปูมก่อนควบรวม

ย้อนไปเมื่อปลายปี 2557 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี มีนโยบายรวมศูนย์การซื้อขายสินค้าเกษตรล่วงหน้าของประเทศไทย ขณะนั้นมี 2 ตลาด คือ ตลาดเอเฟทซึ่งทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางในการซื้อขายล่วงหน้าสินค้าเกษตร และตลาดทีเฟ็กซ์ซึ่งทำหน้าที่เป็นศูนย์ซื้อขายสัญญาซื้อขายล่วงหน้าในสินค้าทั่วไปตามกฎหมายว่าด้วยสัญญาซื้อขายล่วงหน้า โดยทั้ง 2 ตลาดมีขั้นตอนการซื้อขายที่ใกล้เคียงกัน ดังนั้นจึงเห็นสมควรให้มีการซื้อขายล่วงหน้าภายใต้กฎหมายว่าด้วยสัญญาซื้อขายล่วงหน้าเพียงตลาดเดียว อันจะเกิดผลดีต่อประเทศในด้านการประหยัดต่อขนาด (Economy of Scale) และเป็นการให้ความสะดวกแก่ผู้ซื้อ-ผู้ขายที่สามารถทำธุรกรรมได้ในตลาดเดียว อันจะเป็นแนวทางหนึ่งที่จะช่วยส่งเสริมประสิทธิภาพของกลไกตลาดซื้อขายล่วงหน้าในประเทศไทยให้เกิดความสามารถเชิงแข่งขัน กับตลาดซื้อขายล่วงหน้าอื่นในภูมิภาคได้

 

จากนโยบายของผู้นำประเทศข้างต้น หน่วยงานต่าง ๆ ได้เดินหน้าปฏิบัติตามนโยบาย โดยฝ่ายกระทรวงการคลัง และตลาดหลักทรัพย์ฯได้ดำเนินการเปิดรับบริษัทนายหน้า (โบรกเกอร์) เดิมในตลาดเอเฟท เข้าเป็นสมาชิกทีเฟ็กซ์ รวมถึงแก้กฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้องเพื่อให้สอดคล้องตามนโยบาย ส่วนกระทรวงพาณิชย์ ในฐานะหน่วยงานที่กำกับดูแลตลาดเอเฟทมาตั้งแต่ปี 2542 รวมระยะเวลา 16 ปีเศษ ก็ไม่ขัดข้องกับการควบรวมในครั้งนี้ แต่กล่าวย้ำเพียงว่า การซื้อขายสินค้าเกษตรในตลาดทีเฟ็กซ์ จะต้องดำรงเจตนารมณ์ของการจัดตั้งเอเฟท คือเป็นศูนย์กลางการซื้อขายล่วงหน้าสินค้าเกษตรของไทย เป็นกลไกในการลดความเสี่ยง ความผันผวนของราคาสินค้าเกษตรเพื่อรักษาเสถียรภาพราคาสินค้าเกษตรต่อไป และในส่วนของผู้ประกอบการที่ดูเหมือนในตอนแรกจะเห็นคล้อยตามกับการควบรวมจะเกิดผลดีต่อภาพรวมและเป็นการยกระดับตลาดยางพาราล่วงหน้าของไทยเทียบเท่าสิงคโปร์และญี่ปุ่น แต่ปรากฏว่าทุกอย่างไม่เป็นดังฝัน

 

3 ตัวบ่งชี้ความล้มเหลว

แหล่งข่าวจากโบรกเกอร์รายใหญ่ในตลาดเอเฟท ให้สัมภาษณ์กับ “ฐานเศรษฐกิจ” ว่า นับตั้งแต่ สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์ และตลาดหลักทรัพย์ หรือ ก.ล.ต. ได้มีการเปิดซื้อขายยางแผ่นรมควันชั้น 3 ในตลาดทีเฟ็กซ์ ตั้งแต่วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2559 เป็นต้นมาควบคู่กับการซื้อขายแบบคู่ขนานกับตลาดเอเฟท ที่ผ่านมาทางโบรกเกอร์ตลาดเอเฟทไม่เห็นด้วยกับนโยบายดังกล่าว เพราะมีผลทำให้ต้นทุนการบริหารจัดการสูงขึ้น การแข่งขันกับนายหน้าเดิมในตลาดทีเฟ็กซ์ ที่มีผู้ประกอบการจำนวน 42 รายเป็นไปได้ยากเนื่องจากขนาดของธุรกิจต่างกันมาก ที่สำคัญช่วงที่มีสัญญาคงค้างมากกว่า 2 พันสัญญาได้เสนอการย้ายสถานะถือคงค้างจากเอเฟทข้ามไปทำการซื้อขายต่อโดยอัตโนมัติที่ทีเฟ็กซ์เลย แต่ ก.ล.ต.ไม่เห็นด้วยและไม่ยินยอมกับวิธีดังกล่าว จึงทำให้ขาดความต่อเนื่อง นับว่าเป็นความล้มเหลวในการควบรวม ซึ่งมี 3 ตัวบ่งชี้ ได้แก่ 1. ไม่มีการซื้อขายยางแผ่นรมควันชั้น 3 ในตลาดทีเฟ็กซ์เลย 2.ผู้ประกอบการนักลงทุนไม่เข้ามาการทำการซื้อขาย และ 3.บริษัทสมาชิกเดิมในตลาดเอเฟทเหลือเพียง 2 บริษัท และมีอีก 1 บริษัทที่รอการทดสอบระบบอยู่ ผ่านมา 6 เดือนแล้วไม่แน่ใจว่าบริษัทนี้จะเข้ามาหรือไม่

 

“จุดเริ่มต้นของปัญหา ต้องมองที่ความแตกต่างหรือวัตถุประสงค์การก่อตั้ง ตลาดของเอเฟท เกิดขึ้นจากแนวความคิดเพื่อให้มีศูนย์กลางการซื้อขายสินค้าเกษตรล่วงหน้า เป็นกลไกในการประกันความเสี่ยงของผู้ประกอบธุรกิจที่เกี่ยวข้อง โดยมิได้ยึดถือเรื่องกำไรขาดทุนขององค์กรเป็นหลัก จะเห็นได้จากการที่สินค้าบางรายการจะไม่มีการซื้อขายเนื่องจากมีการแทรกแซงราคาในตลาดจริงของภาครัฐ แต่เอเฟทก็ยังคงต้องจัดให้มีสินค้าเหล่านั้นอยู่บนกระดานซื้อขาย อย่างน้อยก็เป็นกลไกให้เกษตรกรมีราคาอ้างอิง ลดการถูกเอารัดเอาเปรียบจากพ่อค้าคนกลาง เห็นได้จากที่ผ่านมารัฐบาลต้องใช้งบประมาณปีละ 150-200 ล้านบาทมาโดยตลอด ผ่านกระทรวงพาณิชย์ในการกำกับดูแลเอเฟท”

 

ขณะที่ทีเฟ็กซ์ ซึ่งเป็นบริษัทลูกของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย จะมีความแตกต่างด้วยความที่เป็นบริษัทจำกัด จึงต้องคำนึงถึงเรื่องกำไรขาดทุนในการดำเนินงานเป็นสำคัญ การพิจารณาเลือกสินค้าเข้ามาทำการซื้อขายจึงยึดโยงอยู่กับสินค้ากระแสที่ได้รับความสนใจจากนักลงทุนเป็นหลัก อาทิ ทองคำหรือน้ำมันดิบ เป็นต้น จะเห็นว่าสินค้าเหล่านี้มีความผันผวนราคาค่อนข้างสูง รวมถึงมีราคาอ้างอิงในตลาดโลกอยู่แล้ว ทำให้นักลงทุนสามารถเข้ามาเก็งกำไรจากความผันผวนของราคาที่เกิดขึ้นอย่างสม่ำเสมอ ดังนั้นทั้ง 2 ตลาดจึงมีแนวคิดที่แตกต่างกันโดยสิ้นเชิง และมองอนาคตหากในตลาดทีเฟ็กซ์ไม่มีการซื้อขายยางแผ่นรมควันชั้น 3 ในที่สุดจะถูกถอดออกจากกระดานซื้อขายในอนาคตในเร็วนี้อย่างแน่นอนเป็นไปตามกฎกติกาของ ก.ล.ต.

 

 เตรียมหารือว่าที่ปลัดพาณิชย์ใหม่

สำหรับผลกระทบประเทศไทยในฐานะเบอร์ 1 ผู้ส่งออกยางของโลก แต่กลับไม่มีราคาอ้างอิงที่น่าเชื่อถือ ทำให้ต้องใช้ราคาอ้างอิงจากต่างประเทศซึ่งเป็นผู้ซื้อยางพารา เช่น ตลาดโตคอม ประเทศญี่ปุ่น ตลาดเซี่ยงไฮ้ ประเทศจีน หรือ ตลาดไซคอม ประเทศสิงคโปร์ ทำให้ประเทศไทยเสียเปรียบในด้านการค้ากับประเทศอื่น ดังนั้นในวันที่ 9 กันยายนที่จะถึงนี้ ทางสมาชิกสมาคมนายหน้าซื้อขายล่วงหน้าตลาดเอเฟทจะเดินทางไปแสดงความยินดีกับนางสาววิบูลย์ลักษณ์ ร่วมรักษ์ อธิบดีกรมการค้าภายใน ว่าที่ปลัดกระทรวงพาณิชย์คนใหม่ เพื่อปรึกษาถึงแนวทางช่วยเหลือผู้ประกอบการในการลดค่าใช้จ่ายต่างๆ ในระยะเปลี่ยนผ่าน หรือผ่อนปรนให้ เพื่อสร้างแรงจูงใจให้นักลงทุนในตลาดเอเฟท 22 บริษัทหันกลับซื้อขายในตลาด ตลอดจนเพิ่มสินค้าใหม่ๆ เข้ามา เช่น สินค้าข้าว เป็นต้น ส่วนผลการเจรจาหลายฝ่ายไม่แน่ใจว่ากระทรวงพาณิชย์จะช่วยได้แค่ไหน เพราะตามกฎหมายตลาดเอเฟทได้มีการควบรวมและอยู่ภายใต้การบริหารของ ก.ล.ต. เรียบร้อยแล้ว ดังนั้นต้องติดตามตอนต่อไปว่าจะจบลงอย่างไร

 

source: thansettakij.com/2016/09/08/94947


อ่านเรื่องนี้แล้ว : 1919 คน £

ฟาร์มเกษตร ขายสินค้าออนไลน์ได้ทุกวัน ด้วยระบบการตลาดออนไลน์ BX

จาก FKmicro.com



ความคิดเห็นจากผู้อ่าน:

ส่งความคิดเห็น

 

 
   
   

ปุ๋ยตรา FK แตกต่าง และดีกว่าอย่างไร?

พิจารณากราฟการปลดปล่อยธาตุอาหารของปุ๋ย FK ปุ๋ยเคมี และปุ๋ยอินทรีย์ตามกราฟด้านล่าง

กรุณาคลิกเพื่อดูรายละเอียด


FK-1 : ปุ๋ยเร่งโต เร่งเขียว (Premium)
ปุ๋ยทางใบ ปุ๋ยเขียว ปุ๋ยฉีดพ่นทางใบ ที่ดีที่สุดสำหรับเร่งการเจริญเติบโต เพิ่มความเขียวแข็งแรงให้กับพืช ราคา 890 บาท โทรซื้อ 089-4599003
สั่งซื้อบน LINE
ปุ๋ยเร่งผลผลิต (Premium)
ปุ๋ยเร่งหัวมันสำปะหลัง FK-ชุดเร่งผลผลิต (สำหรับพืชออกผล ทุกชนิด เพิ่มน้ำหนัก และคุณภาพผลผลิต) ราคา 950 บาท โทรซื้อ 089-4599003
สั่งซื้อบน Lazada
ปุ๋ยเร่งหัวมันสำปะหลัง (Premium)
ปุ๋ยเร่งหัวมันสำปะหลัง FK-3C เร่งมันสำปะหลังลงหัว เพิ่มเปอร์เซ็นต์แป้ง มันสำปะหลังหัวใหญ่ มีน้ำหนักดี ราคา 950 บาท โทรซื้อ 089-4599003
สั่งซื้อบน LINE
ปุ๋ยเร่งหนักเร่ง CCS อ้อย (Premium)
ปุ๋ยสำหรับอ้อย FK-3S เร่งผลผลิตอ้อย ทำให้อ้อยย่างปล้องสูง เพิ่มความหวาน เพิ่ม CCS และได้น้ำหนัก ราคา 950 บาท โทรซื้อ 089-4599003
สั่งซื้อบน LINE
ปุ๋ยน้ำ ปุ๋ยเร่งผลผลิตข้าว
ปุ๋ยน้ำ ปุ๋ยสำหรับนาข้าว
ปุ๋ยน้ำ FK-3R ฉีดพ่นทางใบ ปุ๋ยน้ำ ทำให้ข้าวรวงยาวใหญ่ เมล็ดเต็ม มีน้ำหนักดี ให้ผลผลิตสูง
ราคา 950 บาท โทรซื้อ 089-4599003
สั่งซื้อบน LINE
เลือกหมวด :

แสดงเนื้อหารวมจากทุกหมวด, สินค้าเกษตร, ไอเดียและเทคโนโลยีเกษตร, รวม VDO เด่นจาก FK, นาข้าว, เศรษฐกิจเกษตร, ภาพถ่ายเกษตร, ไร่อ้อย, มันสำปะหลัง, ยางพารา, ปาล์มน้ำมัน, ไร่ข้าวโพด, ผักและการปลูกผัก, การปลูกพืช, ไม้ผล ไม้ยืนต้น, เกษตรน่ารู้, สมุนไพร, ไม้มงคล, พุทธศึกษา, FK Talk, สุขภาพ, การใช้ SUN กับพืชต่างๆ, แอพฯด้านเกษตร, ไม้ดอก ไม้ประดับ, องค์กรด้านเกษตร, ซื้อขายที่ดิน, ห้องปศุสัตว์, ประมง, เกษตรกรตัวอย่าง, ฟาร์มเกษตรพาเที่ยว, FK Freestyle, Agri live update, ออแกนิกส์, จักรกล, อุปกรณ์การเกษตร, ไร่กาแฟ,


แสดงทั้งหมดใน [Agri live update]:
47 จังหวัด เสี่ยง! น้ำท่วมขัง 2.88 ล้านไร่
กรมอุตุนิยมวิทยาได้ประกาศแจ้งว่า ประเทศไทยได้เข้าสู่ฤดูฝนแล้วอย่างเป็นทางการ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจึงต้องเร่งกำหนดแนวทาง
อ่านแล้ว: 49
งบฟื้นฟูอาชีพ คืบหน้า สมาชิก กฟก.ขอรับงบการสนับสนุนประมาณกว่า 52 ล้านบาท
พัฒนาความเข้มแข็งและศักยภาพการฟื้นฟูอาชีพ แยกเป็นประเภทเงินอุดหนุน โครงการละไม่เกิน 30,000 บาท จังหวัดละ 16 โครงการ
อ่านแล้ว: 120
ปี 60 กฟก. เดินหน้ารักษาที่ดินให้เกษตรกร 2 ไตรมาส คืนกว่า 4 พันไร่
ปัจจุบัน กฟก. ได้ชำระหนี้แทนเกษตรกรแล้วทั้งสิ้น 28,818 ราย เป็นเงินรวม 5,968,312,576.24 บาท แยกเป็นสถาบันเจ้าหนี้..
อ่านแล้ว: 288
ชดเชยรายได้ 3 ปีแรก จูงใจชาวนาหันปลูกพืชอินทรีย์ 5 ปี เปลี่ยนพื้นที่ 1 ล้านไร่
รัฐจะให้เงินชดเชยในปีแรก 2,000 บาท/ไร่ ปีที่ 2 ให้เงินชดเชย 3,000 บาท/ไร่ และปีที่ 3 ให้เงินชดเชย 4,000 บาท/ไร่..
อ่านแล้ว: 323
เพิ่งตื่น! ยกเลิกใช้ยาฆ่าแมลง 2 ตัว พาราควอต-คลอร์ไพริฟอส
หลายประเทศทั่วโลกเลิกใช้นานแล้ว บ้านเราเพิ่งประกาศ ห้ามใช้เด็ดขาด ชี้ พาราควอตพิษเฉียบพลันสูงและไม่มียาถอน และคลอร์ไพ..
อ่านแล้ว: 626
บิ๊กฉัตร ยันน้ำเขื่อนมีพอใช้ถึงเดือน พ.ย. แต่ขอช่วยประหยัด
รมว.เกษตรฯ สั่งกรมฝนหลวงเติมน้ำเขื่อน มั่นใจน้ำมีพอใช้ แต่ประชาชนต้องร่วมกันประหยัด งดทำนารอบ3
อ่านแล้ว: 762
ดัน เลยโมเดล หาช่องค้าขาย ตลาดชายแดน
ชู เลยโมเดล สร้างโอกาสผู้ประกอบการนอกจังหวัดติดชายแดนค้าขายประเทศเพื่อนบ้าน
อ่านแล้ว: 738
หมวด Agri live update ทั้งหมด >>

 ปิดโฆษณานี้ X